นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic Olympics] The Story of Us (EkxHoon)

โดย Nidch.

ฟิคอันเนื่องมาจากการแข่งโอลิมปิก สนองนี้ดส่วนบุคคลโดยเฮพาะกับคู่เอกฮุน แฮะ...แฮะ...

ยอดวิวรวม

515

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


515

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  16 ส.ค. 55 / 17:09 น.
นิยาย [Fic Olympics] The Story of Us (EkxHoon)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ยินดีต้อนรับสู่ฟิคอันเร่งด่วนจากต่อมวายส่วนลึกในสมองฟิคนี้นะคะ ><

เนื้อเรื่อง อัปเดต 16 ส.ค. 55 / 17:09


 

            “เป็นเอกฮยอง!

 

            นักเทควันโดไทยที่นั่งพักผ่อนอยู่ในห้องพักนักกีฬาหันหน้ากลับไปตามเสียงเรียกและพบกับหนุ่มหน้าหวานเชื้อสายเกาหลีที่กำลังวิ่งมาทางเขา แถมพอเข้ามาถึงเจ้าตัวก็พุ่งเข้าโถมตัวกอดทันทีแบบไม่ทันให้ได้ตั้งตัว

 

            “แดฮุน แข่งเสร็จไปแล้วนะ ไม่ต้องกอดเหมือนยังแข่งกันอยู่ก็ได้ พี่จะหายใจไม่ออกแล้ว” คนถูกกอดพูดปนหัวเราะ และนั่นทำให้คนกอดหน้างอง้ำถอยหลังออกห่างแทบจะทันที

 

            “ฮยองใจร้าย!

 

            ลีแดฮุนหน้าแดงมองค้อนใส่ ใบหน้าขาวผ่องขึ้นสีปรี๊ดจนดูแวบเดียวก็รู้ว่าเขินขนาดไหน

 

            เป็นเอกถอนหายใจแล้วลุกขึ้นยกมือขึ้นยีหัวเด็กน้อยตรงหน้า

 

            “ทำตัวเป็นเด็กๆ จริงน้า ว่าแต่มาได้ไงล่ะเรา เพิ่งแข่งเสร็จตะกี้เอง โค้ชไม่กักตัวไว้หน่อยเหรอ”

 

            แดฮุนเอียงคอเล็กน้อยเหมือนจะงงเหมือนกันว่าตัวเองมาได้ยังไงเหมือนกัน

 

            “อ๋อ ผมขอโค้ชมาหาฮยองไงฮะ” เด็กน้อยตรงหน้าตอบกลับมาตาแป๋ว แต่แล้วสีหน้าก็สลดลง “คือ...ตอนแข่งตะกี้ผมเตะโดนเข่าฮยองไป ฮยองเจ็บมากรึเปล่าครับ”

 

            เป็นเอกยิ้ม ที่แท้เจ้าเด็กน้อยคนนี้ก็เป็นห่วงเขานี่เอง

 

            ช่างเป็นเด็กที่...น่ารักจริงๆ

 

            “อื้ม เจ็บมากๆ เลยล่ะตอนนี้ โอ๊ย จะล้มแล้วๆ”

 

            “หวา ฮยอง!

 

            เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในสามวินาที เป็นเอกแกล้งเซล้มไปอีกทาง พอหนุ่มน้อยหน้ามนตกใจรับกระวีกระวาดยื่นมือเข้าไปช่วยก็ถูกเขาก็ดึงตัวล้มลงมาบนพื้นด้วยกันแบบไม่เกรงใจทันที

 

            ทั้งคู่กอดกันกลมกลิ้งไปด้วยกันบนพื้นด้วยบรรยากาศโรแมนติกซะยิ่งกว่าหนังเกาหลี

 

            เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะหนึ่ง

 

            และหลังจากนั้น...

 

            “ฮยองแกล้งผมเหรอ!!!

 

            แดฮุนที่ตอนนี้เป็นฝ่ายถูกทับอยู่ด้านล่างร้องโวยวายพลางดิ้นไม่หยุดให้พ้นจากการเกาะกุมแต่ไม่เป็นผล และนั่นทำให้เป็นเอกอดไม่ได้ที่จะหัวเราะชอบใจ

 

            “เราน่ะชนะพี่มาได้ยังไงกันน้า ดิ้นให้หลุดแค่นี้ยังทำไม่ได้เลย”

 

            “ฮยองแกล้งผม!” แดฮุนยังคงโวยวายคำเดิมด้วยใบหน้าแดงก่ำอย่างน่ารัก “นี่ ปล่อยผมนะ ถ้าโค้ชเชเข้ามาเห็นจะว่ายังไง”

 

            “อืม นั่นสิ ถ้าเป็นอย่างนั้นจะบอกโค้ชเชว่ายังไงดีน้า” เป็นเอกแกล้งลากเสียงครุ่นคิด จากนั้นก็ดีดนิ้วเป๊าะ “งั้นบอกว่าอย่าเพิ่งรบกวนความสุขเล็กๆ น้อย ๆ ของเราก่อนก็แล้วกันเนอะ”

 

            “อย่าพูดจาให้คนเค้าเข้าใจผิดอย่างนั้นเชียวนะ!

 

            “เข้าใจผิดเหรอ...” สีหน้าของคนที่คร่อมทับอยู่เปลี่ยนไปแบบฉับพลัน “แดฮุนบอกว่าเข้าใจผิดเหรอ...”

 

            เป็นเอกลุกขึ้นจากตัวของหนุ่มน้อยชาวเกาหลีที่ช็อกค้างไปครู่หนึ่งกับอารมณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างปุบปับของเขา นักเทควันโดทีมชาติไทยหันหลังกลับไปนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม “อืม ปล่อยให้มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้ พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร”

 

            “ฮยอง...” เสียงเบาๆ ร้องเรียกอย่างตกใจ แดฮุนรีบผุดลุกจากพื้นไปนั่งคุกเข่าข้างๆ เป็นเอก “ผมขอโทษ ฮยองอย่าโกรธผมเลยนะ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”

 

            จากนั้นดวงตาของเขาก็เริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ และหลังจากนั้นไม่นานหยดน้ำใสๆ ก็ไหลพรูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

 

            “เฮ้อ จริงๆ เลยน้า” สุดท้ายเป็นเอกนั่นแหละที่ทนทำเป็นเมินต่อไปอีกไม่ได้ เขาคว้าตัวแดฮุนเข้าไปกอดโยกไปโยกมาอย่างตั้งใจจะปลอบ “อย่าขี้แยนักสิเด็กน้อย แบบนี้ใครกันแน่ที่ต้องมาเป็นห่วงใครล่ะหือ”

 

            “ฮยองโกรธผม...ฮยองเกลียดผมแล้ว...”

 

            “ใครจะเกลียดแดฮุนลงล่ะ อย่าร้องไห้นะครับเด็กดี”

 

            เป็นเอกใช้มือเกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าขาวจัดที่แดงเรื่อๆ อย่างทะนุถนอม

 

            “จะว่าไปหน้าซูบลงไปเยอะเลยนะ  ช่วงที่ลดน้ำหนักมาแข่งรุ่นนี้คงลำบากน่าดูเลยล่ะสิ”

 

            เขาตั้งใจจะเปลี่ยนเรื่องเนียนๆ ไปก่อน...อย่างน้อยที่สุดก็จนกว่าคนตรงหน้าจะหยุดร้อง

 

            แล้วก็ดูท่าจะได้ผล แดฮุนฟังแล้วขมวดคิ้วเหมือนกำลังเรียบเรียงคำพูด

 

            “ใช่ฮะ เพราะโอลิมปิกไม่มีแข่งรุ่นหกสิบสามกิโลที่ผมลงตอนแข่งเอเชี่ยนเกมส์ ผมก็เลยต้องลดน้ำหนักลงมาตั้งห้ากิโลแน่ะ จะกินอะไรเลยต้องระวังไปหมด ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาเนี่ยลำบากสุดๆ เลยล่ะ”

 

            พูดพลางทำตาใสชูมือห้านิ้วประกอบไปพลางด้วย จะหาใครที่น่ารักขนาดนี้ไม่ได้อีกแล้วจริงๆ นะเนี่ย

 

            “เอางี้มั้ย” เป็นเอกจับบ่าของเด็กน้อยตรงหน้าแล้วยิ้มอย่างเอ็นดู “ไว้แข่งเสร็จเราไปหาอะไรกินด้วยกันก่อนกลับประเทศดีมั้ยครับ ถือว่าชดใช้กับที่แดฮุนลดน้ำหนักมาตลอดหนึ่งปีเลยไง”

 

            “ตกลงครับฮยอง!

 

            “ฮ่าๆ แต่ห้ามร้องอีกนะเข้าใจเปล่า ไม่งั้นพี่ไม่พาเด็กขี้แยไปกินข้าวจริงๆ ด้วย” เป็นเอกหัวเราะร่า ส่วนแดฮุนก็พุ่งตัวหมับเข้ากอดเขาอีกครั้ง

 

            “ผมจะไม่ร้องแล้วครับฮยอง! เพราะฉะนั้น...เพราะฉะนั้นผมจะเข้ารอบชิงให้ได้ ฮยองจะได้มีสิทธิ์ลุ้นเหรียญทองแดง ส่วนผมก็จะพยายามคว้าเหรียญทองมาให้ได้ เรามาพยายามด้วยกันนะครับ!!

 

            “แน่นอนอยู่แล้ว” เขาเอ่ยเบาๆ “ต้องอย่างนี้สิถึงจะสมเป็นแดฮุนของพี่”

 

 

 

 

            ...

 

            แต่ผลของการแข่งขันหลังจากนั้นกลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แม้ลีแดฮุนจะส่งเป็นเอกเข้ารอบชิงเหรียญทองแดงได้อย่างที่พูดจริงๆ แต่ตัวเขาเองกลับแพ้ต่อนักกีฬารัสเซียด้วยแต้มที่ทิ้งห่างในรอบชิงชนะเลิศ ส่วนเป็นเอกก็พ่ายต่อนักกีฬาโคลัมเบียด้วยคะแนนที่เฉียดฉิวและชวดเหรียญทองแดงไปอย่างน่าเจ็บใจเป็นที่สุด

 

            หลังการแข่งขันทั้งสองคนก็เดินเที่ยวด้วยกันในกรุงลอนดอน แต่ไม่ได้ไปร้านอาหารด้วยกันเหมือนที่ตกลงกันไว้เพราะกว่าจะปลีกตัวออกมาได้ก็ดึกไปโข และจะหลีกเลี่ยงความเป็นจริงไม่ได้เลยว่านี่เป็นการเที่ยวที่เงียบสงัดสุดๆ เพราะต่างคนต่างทุกข์ใจและครุ่นคิดเกี่ยวกับผลการแข่งขันของตัวเอง

 

            แต่ก็ไม่ถึงกับว่า...ไม่ได้ใส่ใจกับคนข้างกายเลย

 

            “แดฮุน เสียใจมากรึเปล่า”

 

            “แล้วฮยองล่ะครับ เสียใจมั้ย”

 

            คำถามและคำตอบที่กลายเป็นคำถามอีกต่อทิ้งช่วงห่างกันเพียงเสี้ยววินาที เป็นเอกอึ้งไปแล้วหยุดเดินเสียดื้อๆ ทำให้คนข้างๆ ที่กำลังจะก้าวนำไปก่อนชะงักเท้ากะทันหัน

 

            แดฮุนหันกลับมามองเขางงๆ

 

            “ฮยอง?”

 

            “ตอบพี่ก่อนสิ”

 

            “ผม...” เจ้าเด็กตัวสูงตอบอ้อมแอ้ม “ก็แหงอยู่แล้วนี่นา แถมแพ้ขาดแบบนั้นยิ่งทำให้ผมรู้สึก...ด้อยกว่ามากเลย”

 

            “อย่างนั้นเหรอ แต่พี่ว่าไม่เป็นไรหรอกน่า” เป็นเอกปลอบก่อนจะฉุดมือแดฮุนให้นั่งลงด้วยกันบนม้านั่งข้างสะพานแห่งหนึ่งที่ทั้งคู่ดินเลียบกันมาเมื่อครู่ “ก็เพราะลดน้ำหนักมาแรงถึงตกไปเยอะเลยไม่ใช่เหรอไง ครั้งหน้าเอาใหม่นะ แล้วถ้าอีกฝ่ายเตะสวิงหัวมาก็แบ็คคิกสวนกลับเลยจะดีกว่า เพราะแบบนั้นจะก้มหลบได้แล้วก็ทำแต้มได้ในครั้งเดียว ส่วนถ้าทางโน้นช็อปคิกมาล่ะก็...”

 

            บทสนทนาไหลรื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในช่วงการแข่งขันโอลิมปิก ทั้งคู่โต้ตอบกันเรื่องเทควันโดอย่างกระตือรือร้นและสนอกสนใจอย่างมาก บนม้านั่งที่ฉากหลังเป็นแม่น้ำอันสงบนิ่งและด้วยแสงไฟสลัวจากเสาไฟ เป็นเอกแทบจะรู้สึกว่าเขาไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว

 

            แดฮุนช่วยผ่อนคลายความเครียดในใจเขาลงได้เยอะมาก

 

            นี่เป็นเพราะความสามารถส่วนบุคคล...หรือเพราะเป็นความชื่นชอบส่วนบุคคลกันแน่นะ

 

            นับวัน...เริ่มจะยั้งใจไม่อยู่เข้าทุกที

 

            “แดฮุน”

 

            “ครับฮยอง”

 

            “ถ้าได้เจอกันอีกครั้งหน้า...” เขาลากเสียงยาวแล้วเอ่ยต่ออย่างอ่อนโยน “พี่จะไม่เบี้ยวแล้วจริงๆ จะพาแดฮุนไปกินข้าวด้วยกันให้ได้เลย อย่าลืมทวงสัญญานะ”

 

            “อื้ม แน่นอนสิครับ” เด็กน้อยข้างกายยิ้มแป้นตอบ “ผมอยากกินข้าวกับฮยองที่สุดเลยล่ะ”

 

            “น่ารักแบบนี้ตลอดสิน่า”

 

            ฟอด

 

            “ฮยองงงงง!!!

 

            เสียงใสๆ ร้องดังลั่นแทบจะได้ยินกันทั่วลอนดอน มือบางลูบแก้มของตัวเองที่ถูกชิงหอมไปเมื่อครู่

 

            “ทำไมล่ะ ถ้าไม่พอใจจะเอาคืนก็ได้นะ” เป็นเอกถามด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่มก่อนจะทำแก้มป่องพองลมข้างหนึ่งประกอบ นั่นยิ่งทำให้ใบหน้าของแดฮุนแดงเถือกมากขึ้นไปอีก

 

            “ฮยองแกล้งผมอีกแล้ว!

 

            “โถ ไม่รักก็ไม่แกล้งหรอกรู้มั้ย”

 

            “นั่น...นั่นผมก็รู้อยู่แล้วน่า!

 

            คนพูดใช้น้ำเสียงติดจะสะบัดๆ นิดหน่อยอย่างเคืองๆ ไม่ทราบเหมือนกันว่าโกรธหรืออาย

 

            แต่คำเฉลยในเรื่องนั้นก็ตามมาในอีกไม่กี่วินาทีเล่นเอาคนฟังยิ้มกว้างอย่างควบคุมไม่อยู่

 

            “เพราะผมเองก็รักฮยองเหมือนกันนี่ครับ”


-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
เป็นฟิคที่เร่งด่วนที่สุดในชีวิตไรเตอร์เลยค่ะ สำนวนภาษาเลยออกมาแปลกๆไปบ้างก็ขออภัยด้วย
ที่พิมพ์ออกมาได้นี่เพราะลีแดฮุนแท้ๆ เห็นหน้าเข้าไปทีเดียวจำฝังลึกเลยค่ะ ประมาณว่า...คนอะไรน่ารักขนาดนี้เนี่ย >///<
คู่นี้จิ้นมาตั้งแต่ดูโอลิมปิกแล้วค่ะ ยิ่งพอมาเห็นว่า โอ้ว มีคนจิ้นแบบเดียวกับเราเยอะเลย ทีนี้ก็ลั้ลลาสุดๆค่ะ แล้วก็กลายเป็นฟิคนี้อย่างที่เห็น ฮี่ๆ

แก้ไข: โอ๊ะ ขอบคุณมากๆที่มาแนะนะคะ เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันว่าใช้'ฮยอน'แทน'ฮยอง'ไป ขอบคุณรีดเดอร์ที่มาบอกนะคะ >< (ช่วงนี้เพื่อนเป่าหูเรื่องดาราเกาหลีบ่อยไปนิดค่ะก็เลยสับสนเล็กน้อย...แฮะๆ)

ผลงานอื่นๆ ของ Nidch.

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 สิงหาคม 2555 / 23:26
    ชอบเหมือนกันเลยค่ะ
    เราก็กำลังเขียนฟิคเอกฮุนอยู่เหมือนกันนะ^^
    ยังไงก็รักกันไปนานๆนะ
    ปล.ฝากเพจเอกฮุนบนเฟสด้วยนะ AkeHoon Forever จ้าาา
    #4
    0
  2. วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 23:09
    จริงๆ แล้ว พี่ชาย เรียกว่า ฮยอง ไม่ใช่เหรอคะ?

    แต่...ฟิคเรื่องนี้น่ารักอ่ะ เอกฮุนๆๆๆๆๆๆ

    #3
    0
  3. วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 22:35
    อีกสี่ปีข้างหน้าก็อยากเห็นคู่นี้อีก ได้แต่แอบหวังเบาๆ
    ขอแก้นิดนึงนะค่ะ ผู้ชายเรียกพี่ชายว่า ฮยอง 형 ค่ะ ไม่ใช่ฮยอนน๊า ^^
    #2
    0
  4. วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 12:47
    น่ารักอ่ะ ~ >_<
    #1
    0