นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF APH] The Road To World Cup (ThaixViet)

โดย Nidch.

ในฐานะจิตวิญญาณของประเทศ การได้พบกันในโอกาสต่างๆ ย่อมเป็นเรื่องธรรมดา...และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน

ยอดวิวรวม

599

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


599

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  31 พ.ค. 58 / 22:33 น.
นิยาย [SF APH] The Road To World Cup (ThaixViet)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

กลับมาเขียนฟิคนอร์มอลอีกครั้งในรอบ...เอ่อ...ห้าปี? น่าจะประมาณนั้นล่ะค่ะ 555555

คู่ไทยกับเวียดนามเป็นหนึ่งในคู่นอร์มอลไม่กี่คู่ที่ชอบ อาจเพราะด้วยความเท่ถึกซึนของเจ๊เวียดด้วย ช่างถูกใจข้าน้อยยิ่งนัก

สำหรับฟิคนี้โปรดอย่าถือจริงจังนะคะ มันเป็นผลมาจากควันหลงฟุตบอลรอบคัดเลือกบอลโลก ระหว่างทีมไทยvsเวียดนามที่ได้อยู่สายเดียวกันและเพิ่งแข่งไปเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมานี้ค่ะ 5555


เนื้อเรื่อง อัปเดต 31 พ.ค. 58 / 22:33


 

24/05/15

 

 

                เสียงเฮลั่นของกองเชียร์ไทยทั้งสนามราชมังดังกระหึ่มขึ้นพร้อมกันในวินาทีที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน และแน่นอนว่าผม--ที่แฝงตัวเข้ามาในคราบแฟนบอลเสื้อน้ำเงินธรรมดาๆ คนหนึ่ง--ก็ร่วมตะโกนโห่ร้องไปกับพวกเขาด้วย

 

                แน่นอนที่สุด ชัยชนะย่อมเป็นสิ่งที่ทุกคนคาดหวัง

 

                และวันนี้...

 

...เราชนะ...

 

                ผมซึมซับภาพบรรยากาศแห่งความประทับใจตรงหน้าโดยเฉพาะภาพที่นักเตะและสต๊าฟโค้ชเดินขอบคุณบรรดาแฟนบอลในสนาม และเก็บภาพเหล่านั้นไว้เป็นหนึ่งในความทรงจำที่มีความสุขอีกครั้งหนึ่ง

 

                ถ้ามีบรรยากาศแบบนี้บ่อยๆ ก็คงจะดีสินะ

 

                ผมอดยิ้มออกมาไม่ได้

 

                หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปและผ่านไป จนกระทั่งบรรยากาศเริ่มซา นักเตะขึ้นรถบัสกลับโรงแรมที่พัก และแฟนบอลพากันทยอยออกจากสนาม...ผมจึงยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา เมื่อเห็นว่าใกล้จะถึงเวลานัดแล้วจึงเดินตรงไปยังบริเวณหน้าสนามที่ได้นัดกับใครบางคนเอาไว้

 

                หลังจากออกมายืนมองซ้ายมองขวาอยู่ครู่หนึ่ง ผมก็มองเห็นเป้าหมาย

 

                “ซินจ่าว”

 

                เธอสะดุ้งเล็กน้อยกับคำทักของผม ก่อนที่จะหันกลับมามองด้วยสีหน้านิ่งๆ ตามปกติ เหมือนเจ้าตัวจะชั่งใจอยู่นานพอสมควรจึงค่อยตอบกลับมาด้วยภาษาไทยอย่างช้าๆ ว่า “...สวัสดี”

 

                เอาจริงๆ เลยนะ สาวสวยตรงหน้าผมค่อนข้างจะแต่งตัวสะดุดตาอยู่สักหน่อยท่ามกลางแฟนบอลไทยในชุดเชียร์บอลสีน้ำเงินทั่วบริเวณโดยรอบ เพราะเธอคนนี้สวมเสื้อเชียร์เวียดนามสีแดงสดที่มีดาวสีเหลืองดวงใหญ่เด่นอยู่ตรงกลาง ส่วนท่อนล่างเป็นกางเกงยีนส์ขายาวสีเข้มกับรองเท้าผ้าใบเหมือนพร้อมจะวิ่งออกกำลังกายอยู่ตลอดเวลา แถมเจ้าหล่อนยังมาคนเดียวด้วยบุคลิกมาดมั่นแบบไม่กลัวใครอีกต่างหาก

 

            อา นี่เธอยังติดนิสัยยืนด้วยท่วงท่าแบบทหารอยู่อีกนะเนี่ย...

 

                ผมพิจารณาคนตรงหน้าอย่างอ่อนใจ บางทีผมก็อยากเห็นเธอเป็นหญิงสาวธรรมดาๆ ในชุดอ๋าวหญ่ายที่เป็นชุดประจำชาติเวียดนามเสียมากกว่า ชุดนั้นทำให้เธอดูอ่อนหวานกว่านี้เยอะเลย

 

                “ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงเธอจัง” ผมตัดสินใจส่งยิ้มไปให้ และเธอก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ทำเพียงขมวดคิ้วใส่เท่านั้น แต่ผมเองก็ไม่ได้ยอมแพ้กับเรื่องแค่นี้...ที่จริงก็ค่อนข้างชินกับบุคลิกไม่ค่อยแสดงออกของเธออยู่แล้วล่ะนะ “ผมจอดรถไว้ฟากโน้น ให้ผมไปส่งที่ที่พักของเธอนะครับ”

 

                ผมยื่นมือไปให้ แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่ได้จับ แต่กลับเดินนำลิ่วไปทางทิศที่ผมชี้บอกหน้าตาเฉย ซึ่งผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้าวฉับๆ ตามเจ้าหล่อนไป “เฮ้ เธอรอกันหน่อยซี่~

 

                กองเชียร์ไทยกลุ่มหนึ่งหันมามองผมด้วยสีหน้าขบขัน คาดว่าคงขำกับท่าทีที่ผมเดินตามสาวเวียดนามต้อยๆ น่ะแหละ ซึ่งผมเห็นแล้วก็หันไปบอกพวกเขาทั้งที่กำลังยิ้มเจื่อนว่า

 

                “นั่นแฟนผมเองครับ เธองอนผมเพราะวันนี้เวียดนามแพ้อะน้า~”

 

                นั่นเรียกเสียงฮาครืนยกใหญ่จากฝูงชนรอบตัวได้ดีทีเดียว รวมทั้งเรียกฝ่ามือของสาวเจ้าที่อุตส่าห์เดินย้อนกลับมาเพื่อตีแขนผมดังผัวะได้ด้วย ผมหัวเราะร่า ถือโอกาสจับมือเธอไว้แน่นชนิดที่ต่อให้คราวนี้โดนสะบัดแรงแค่ไหนก็ไม่ยอมปล่อย ทำเอาคนบริเวณโดยรอบพากันโห่ฮิ้วผิวปากแซวกันยกใหญ่

 

                คราวนี้แก้มของสาวเวียดนามเริ่มมีเลือดฝาด เจ้าตัวถลึงตามองผมแล้วกระซิบเสียงลอดไรฟันเป็นภาษาของตัวเองว่า “เธอเจอดีแน่”

 

                แต่แน่นอนว่าคำขู่ดังกล่าวไม่ได้ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของผมกว้างน้อยลงแต่อย่างใด

 

 

 

                “เป็นเกมที่สนุกดีนะครับ”

 

                ขณะที่อยู่บนรถ ผมก็รับบทบาทเป็นทั้งคนขับรถและเป็นทั้งคนชวนคุยกับสาวคนข้างๆ เพราะว่าเธอนั้น...อย่างที่เคยบอกนั่นแหละครับ เป็นคนที่แสดงความรู้สึกไม่เก่งเอาเสียเลย แถมยิ่งวันไหนอารมณ์ไม่ดีก็ยิ่งอันตรายเป็นพิเศษอีกต่างหาก

 

                “สนุก” เธอตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท

 

                อันที่จริงตอนนี้เรากำลังพูดกันคนละภาษา ผมพูดไทย เธอตอบด้วยเวียดนาม เราไม่ใช้ภาษากลางอย่างอังกฤษหรืออะไรทั้งนั้นในการคุยกัน และก็ไม่บ่อยนักที่จะเปลี่ยนลิ้นมาพูดภาษาของอีกฝ่ายทั้งที่ต่างก็ฟังภาษาของกันและกันออก

 

ก็ไม่รู้สินะ...บางทีมันอาจเป็นทิฐิเล็กๆ ของจิตวิญญาณของประเทศอย่างพวกเราก็เป็นได้

 

“เธอบอกว่าสนุกด้วยสีหน้าแบบนั้นเนี่ยนะ” ผมเลิกคิ้ว

 

“ขับรถอยู่ไม่ใช่เหรอ มองถนนไปสิ จะมามองหน้าฉันทำไม” อีกฝ่ายดุด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด

 

ผมเค้นรอยยิ้มอ่อนอกอ่อนใจอีกครั้ง “...เธอเซ็งที่ทีมเวียดนามแพ้ หรือโกรธที่ฉันบอกว่าเป็นแฟนเธอกันแน่”

 

“เรื่องบอล” สาวเจ้าตอบกลับเสียงเรียบ

 

แบบนี้แสดงว่าไม่ได้เซ็งเรื่องฟุตบอล แต่โกรธที่โดนผมประกาศว่าเป็นแฟนเธอ ก็เลยอยากเปลี่ยนเรื่องไปคุยหัวข้อแรกมากกว่า...

 

รู้สึกแปลกดีที่ผมรู้ทันความคิดของเจ้าหล่อนได้มากขนาดนี้ แต่เอาเถอะ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ต้องการหยิบเรื่องที่โดนบรรดาแฟนบอลนอกสนามแซวกับผมขึ้นมาเป็นประเด็น งั้นผมก็จะเบนหัวข้อสนทนาไปทางอื่นอย่างที่เธอต้องการแล้วกัน

 

“ทำไมล่ะครับ กีฬามีแพ้มีชนะก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว จะให้มีแต่ผู้ชนะมันก็ไม่ได้อะน้า จริงไหม”

 

“ฉันรู้น่ะ เธอคิดว่าฉันอยู่มานานกี่ร้อยกี่พันปีแล้วถึงคิดเรื่องนี้เองไม่ได้น่ะหืม” อีกฝ่ายเชิดริมฝีปากล่างขึ้นเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ

 

หวาๆๆ นั่นมันน่ารักซะจนผมเกือบเผลอเหยียบคันเร่งพารถแหกทางโค้งเลย!

 

“เฮ้ ขับรถยังไงของนายน่ะ! ฉันบอกแล้วไงว่าให้มองถนน ไม่ต้องมามองหน้าฉัน!!!

 

โดนดุอีกแล้วง่ะ...

 

“ขอโทษทีๆ” ผมยกมือขึ้นเกาแก้มเขินๆ “แต่ตะกี้เธอทำหน้าน่ารักมากเลยอะน้า...โอ๊ย!

 

ฝ่ามือหนักๆ ตบผัวะที่ต้นแขนของผม จุดเดิมกับเมื่อตอนอยู่หน้าสนามเป๊ะ ให้ตายสิ ผู้หญิงอะไรมือหนักชะมัด

 

“ไม่ต้องสนใจหน้าฉันหรอกน่ะ” เธอบ่นอุบ “เอาเป็นว่าดีใจด้วยที่วันนี้ทีมเธอชนะ”

 

เปลี่ยนเรื่องอีกแล้ว ชมทีไรก็โดนจับเปลี่ยนเรื่องทุกที...

 

ผมกลอกตาเล็กน้อย แต่ความขี้อายแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่อภัยได้ “ขอบคุณครับ แต่ถึงคราวหน้าพวกเราต้องไปแข่งที่บ้านของคุณพวกเราก็ไม่ยอมแพ้หรอก ทีมชาติไทยชุดนี้พัฒนาจากอดีตมาก ซึ่งผมก็ดีใจนะที่มาไกลได้ขนาดนี้”

 

“ยุคของโค้ชซิโก้” คู่สนทนาพยักหน้าเห็นด้วย “ฉันชอบเขานะ คนของฉันเองก็ปลื้มเขามากเลยช่วงที่เขามาอยู่เวียดนามเมื่อหลายปีก่อน แถมเขาก็พูดเวียดนามพอได้ด้วย”

 

“เห็นว่าร้องเพลงเวียดนามได้ด้วยนี่” ผมรีบเสริม นึกขึ้นได้ถึงคลิปในอินเทอร์เน็ตที่เคยเห็นผ่านตา

 

อีกฝ่ายพยักหน้าอีก “ใช่ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่คุมสโมสรที่เวียดนามต่อ เป็นโชคดีของเธอแล้วล่ะที่เขาเข้ามาคุมทีมชาติของเธอนะ ไทย”

 

“แหม ฟังแล้วปลื้มใจแทนเลยอะน้า” ผมยิ้มรับ “แต่น่าน้อยใจจัง เธอดูจะชอบพูดถึงโค้ชมากกว่าพูดถึงผมซะอีก”

 

สาวเจ้าเหล่มองผมด้วยหางตา เลิกคิ้วสูง

 

“แล้วจะให้ฉันพูดอะไรเกี่ยวกับนาย? สวัสดี แก้ปัญหาชาวโรฮิงญาถึงไหนแล้ว...จะเอาแบบนี้ใช่ไหม”

 

“โธ่ อย่ายกเรื่องเครียดๆ มาพูดสิ” ผมโอดครวญ “ผมแทบจะแลกท่าหนุมานถวายแหวนกับพี่หม่องอยู่แล้ว เธออย่าทำให้ผมต้องพูดถึงเรื่องนี้บ่อยๆ จะได้ไหม”

 

“กับเมียนมาร์เหรอ?” สาวเวียดนามเลิกคิ้ว “ฉันนึกว่าเธอจะตบกับอเมริกาแล้วก็อียูซะอีก”

 

“บอกให้หยุดเอาเรื่องระหว่างประเทศมาคุยไงครับ...”

 

อีกฝ่ายยักไหล่ก่อนจะยอมเงียบแต่โดยดี แต่มุมปากกลับยกขึ้นเล็กน้อย ให้ตายสิ นั่นเธอกำลังเอาคืนผมอยู่ชัดๆ “เธอดูมีความสุขซะจริงนะที่ได้ไล่ต้อนผมเนี่ย”

 

“แน่นอน” คนฟังยอมรับง่ายๆ “ก็นานๆ จะได้เจอกันทีนี่นา”

 

ผมหัวเราะเสียงเบา ก่อนจะหยอกกลับแบบพอแสบๆ คันๆ ว่า “แมทช์หน้าเจอกันที่ฮานอยก็อย่ามางอนผมแล้วพาลแบบนี้อีกแล้วกัน”

 

ได้ยินเสียงอีกฝ่ายพ่นลมหายใจดังพรืด

 

“เธอนั่นล่ะ มาแข่งในบ้านฉันเดี๋ยวจะเจอดี จำไว้เลย”

 

“โหย ผมไม่กลัวจะแพ้เธอหรอก” ผมสวนกลับทันควัน “กลัวก็แต่คนของเธอจะเสียบคนของผมซะขาหักสิไม่ว่า”

 

“นี่...เรื่องเล่นแรงฉันก็ยอมรับน่ะว่าทีมฉันเป็นอย่างนั้นจริง” เจ้าหล่อนมองค้อนวงเบ้อเริ่ม “แล้วเธอก็อย่าไปฟังความเห็นนักเลงคีย์บอร์ดให้มากนักล่ะ กองเชียร์เวียดนามที่มีเหตุผลและยอมรับความจริงก็มีอยู่เยอะแยะไป ไม่ใช่มีแต่พวกที่เสี้ยมให้แฟนบอลเกลียดกัน”

 

“อ๋อ เรื่องนั้นผมเข้าใจดีเลยครับ” ผมยิ้มเจื่อน “เพราะนักเลงคีย์บอร์ดบ้านผมก็ใช่ย่อยซะเมื่อไหร่...คราวก่อนถล่มซะแอดมินเพจอินชอนเอเชียนเกมส์หลอนไปหลายวันเลย”

 

“มันใช่เรื่องที่น่าภูมิใจเหรอนั่น...”

 

“เอ่อ อันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจเท่าไหร่หรอกอะน้า...แต่มันก็เป็นปฏิกิริยาปกติของกองเชียร์ที่รู้สึกว่าตัวเองโดนโกงแบบไม่แฟร์ก็เลยเคืองกันมากเป็นพิเศษน่ะครับ ยิ่งเป็นเรื่องในนามทีมชาติแล้วด้วย”

 

เจ้าหล่อนฟังแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง

 

“นี่เธอคงไม่ได้กำลังเหน็บฉันอยู่ใช่ไหม?”

 

“เปล่าซะหน่อย” ผมยักไหล่ทั้งที่สองมือยังกำพวงมาลัยรถอยู่ “แค่คิดเล่นๆ ว่าคนของคุณน่าจะโดนใบแดงเพิ่มอีกซักใบสองใบ...”

 

“ไทย เธอชักจะปากหาเรื่องแล้วนะ”

 

“แหมๆ ผมแค่แสดงความเห็นเอง อย่าคิดมากสิครับ เชียร์บอลกันคนละทีมก็อย่างนี้แหละ มีแซวกันบ้างเป็นเรื่องปกติออกจะตาย”

 

คนฟังพ่นลมหายใจดังพรืดอีกรอบ เดาได้ว่าคงหงุดหงิดไม่น้อย “ซีเกมส์เริ่มเมื่อไหร่ฉันกับเธอคงได้ทะเลาะกันอีกแน่ ไม่ต้องสงสัยเลย”

 

“โอ๊ะ จริงด้วยสิ ซีเกมส์ใกล้มาถึงแล้วเนอะ?” ผมเอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มกว้างกว่าเดิม “ถ้าอย่างนั้นผมก็จะยังได้เห็นหน้าเธออีกทีเร็วๆ นี้สินะ แหม ดีจังเลยอะน้า~

 

“ถามฉันบ้างไหมว่าอยากเห็นหน้าเธอหรือเปล่า...”

 

“ทำไมล่ะครับ กลัวแพ้อีกเหรอ”

 

สาวเวียดนามหันขวับมาจ้องหน้าผม ในดวงตาแทบจะมีประกายไฟแลบแปลบปลาบ “ต่อให้ทีมเธอมีอีกสิบชนาธิปฉันก็ไม่กลัวแพ้หรอกย่ะ!

 

“อ้าว ไหงงั้นอะ ฟุตบอลต้องเล่นเป็นทีมสิครับ ทีมผมยังมีตัวทีเด็ดอีกเยอะนา ไม่ใช่แค่ชนาธิปคนเดียวหรอก” ผมโคลงหัวรับคำว่าของเธอ “แต่พูดถึงเจ้าเจขึ้นมาก็ดีแล้ว ผมขอฝากอะไรหน่อยแล้วกัน ช่วยบอกให้คนของคุณหยุดประโคมข่าวแปลกๆ เกี่ยวกับน้องผมซักทีได้ไหมครับ ทั้งที่เป็นข่าวกับชัปปุยส์ ทั้งข่าวที่ตีความคำให้สัมภาษณ์ของเขาไปคนละทางด้วย นั่นมันหาเรื่องกันชัดๆ คนนี้ผมหวงมากนะบอกเลย”

 

อีกฝ่ายทำหน้ากึ่งบึ้งกึ่งเซ็งส่งมาให้

 

“ใช้คำว่า น้องผมเลยเหรอ...ท่าทางเธอจะเอ็นดูเจ้าเด็กนั่นเหลือเกินนะ

 

“แหม ผมชอบทัศนคติของเขานะ แล้วเขาก็เป็นคนตลกดีด้วย พอดีว่าผมชอบคนตลกน่ะ” ผมบอกยิ้มๆ “แต่ถึงเธอจะไม่ใช่คนตลกผมก็ยังชอบเธออยู่ดีนะครับ ฮ่าๆๆ”

 

เจ้าหล่อนฟังแล้วถึงกับเหวอปั้นหน้าไม่ถูก อา...นั่นถือว่าเธอกำลังทำหน้าได้ตลกมากรึเปล่านะ?

 

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรตอบกลับมา ผมก็ขับรถเลี้ยวเข้ามาถึงโรงแรมที่พักของเธอพอดิบพอดี นั่นดูจะทำให้เจ้าหล่อนค่อนข้างโล่งใจที่ไม่ต้องนั่งคุยกับผมต่อ...เอ่อ...ความคิดนี้มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ยังไงก็ไม่รู้แฮะ

 

“ขอบใจนะที่มาส่ง” เมื่อรถจอด เธอก็ค้อมหัวให้ผมนิดหนึ่ง “ไว้เจอกันอีกทีตอนซีเกมส์ที่สิงคโปร์”

 

“พรุ่งนี้เธอจะกลับเวียดนามพร้อมชุดใหญ่ก่อนหรือว่าจะเดินทางไปสิงคโปร์เลยล่ะครับ”

 

คนถูกถามที่ทำท่าจะเปิดประตูรถชะงักไปเล็กน้อย

 

“เธอถามเหมือนไม่รู้จริงๆ อย่างนั้นแหละ” หล่อนหันมาพูด “...จิตวิญญาณของประเทศอย่างพวกเราก็อยู่ในทุกที่ที่มีคนของเราอยู่ไม่ใช่หรือไง”

 

คำตอบนั้นทำให้ผมยิ้มรับ

 

“นั่นสินะครับ อันที่จริงตอนนี้ผมก็กำลังอยู่กับพวกเขาเหมือนกัน”

 

“พวกเขาคนไหน”

 

“พวกเขาทุกคน”

 

เป็นเสี้ยววินาทีสั้นๆ ที่ผมทันได้เห็นรอยยิ้มจากเธอ...ไม่ใช่การเค้นออกมาตามมารยาทอย่างทุกที หากแต่นั่นเป็นรอยยิ้มจากใจ ผมรู้ได้จากแววตาของเจ้าตัวที่เป็นประกายระยับราวกับจะยิ้มตามไปด้วย

 

เธอยิ้มแล้วสวยจริงๆ นะ...

 

 “ฉัน...ฉันไปก่อนนะ” เหมือนหล่อนจะรู้ว่าผมกำลังเหม่อไปกับรอยยิ้มของเธออยู่ เจ้าตัวถึงได้หันหน้าหนีแล้วรีบเปิดประตูลงจากรถ “สวัสดี”

 

“อ่า...ครับ สวัสดีครับ”

 

ประตูปิดลง

 

ล้อรถหมุน

 

แล้วเราก็จากกัน

 

แต่เป็นการไกลห่างเพียงชั่วคราวเท่านั้นล่ะนะ

 

พวกเราไม่เคยห่างกันจริงๆ หรอก...ไม่เคยเลย

 

แม้ตอนนี้ที่นั่งข้างคนขับของผมจะกลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกเหงาอะไรขนาดนั้น แน่นอน มันเป็นแค่การพบและจากในช่วงเวลาอันแสนสั้น แต่ในอนาคตเราจะได้เจอกันใหม่ ไม่มีวันห่างกันไกลหรอก...ผมรู้ดี

 

...ก็เพราะพวกเราเป็นเพื่อนบ้านกันมาโดยตลอดนี่เนอะ...


 

 


 

-End-

 



-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

Writer's Talk:

ขอสารภาพค่ะ...นี่ไม่มั่นใจเลยว่าเป็นฟิคไทยเวียดหรือแค่อยากหาเรื่องมาระบายเกี่ยวกับฟุตบอล คือมันไม่มีความหวาน ไม่มีฉากสวีท ไม่มีความมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งกรุ๊งกริ๊งบ้าบออะไรเลย มาพล่ามเรื่องบอลล้วนๆ แล้วก็ตัดจบไปแบบมึนๆ 555555

เชิญชวนทุกคนมาเป็นกำลังใจให้ฟุตบอลทีมชาติไทยกันนะคะ ทั้งชุดใหญ่ที่เตรียมคัดบอลโลกและชุดซีเกมส์ที่กำลังแข่งอยู่ที่สิงคโปร์ในช่วงนี้ด้วย คือดีงามจริงๆ ค่ะพี่น้องคะ!

//กระซิบ: มิตรภาพลูกผู้ชายทั้งในสนามและนอกสนามเป็นอะไรที่สวยงามมากกกค่ะ เชื่อเราเถอะ ลองก้าวเท้าเข้าวงการนี้แล้วคุณจะติดใจในมิตรภาพและความรัก(?)ของพวกเค้า 55555

ผลงานอื่นๆ ของ Nidch.

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 00:10
    ถึงจะพึ่งอ่านก็เหอะ
    แต่ขอบอกว่าเรื่องนี้คือกาแฟดีๆนี้เอง
    #2
    0
  2. #1 หงษ์ปีกราตรี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 17:46
    หวานปนขม
    #1
    0