|จบ| รวมเรื่องสั้น (Yaoi)

ตอนที่ 2 : [Yaoi] :: เรื่อง :: L.O.V.E (เรื่องรัก) [ฟิคแตมป์คิว] :: ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,329
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    18 ต.ค. 56

 

 

 

 

เรื่อง : L.O.V.E : ตอนที่ 2

 

ผมนั่งเกากีต้าร์เงียบ ๆ อยู่ในห้อง กีต้าร์ตัวเก่า ของเพื่อนเก่าที่เคยควักเอาหัวใจผมไป ผ่านมาเจ็ดปีแล้ว ผมเรียนจบมีงานทำ มีสมบัติชิ้นแรกเป็นคอนโดที่กำลังผ่อนอยู่ 

 

หลังจากเรียนจบผมก็ย้ายออกมาจากหอ ของอื่น ๆ ผมส่งกลับบ้านหมด ยกเว้นสิ่งเดียวที่ผมถือติดตัวมาด้วย 

 

กีต้าร์ตัวเก่งของไอ้แตมป์มัน 

 

นึกถึงเพื่อนเก่าแล้วยิ้ม ป่านนี้มันคงเรียนจบ แต่งงานมีลูกไปแล้วมั้ง 

 

ผมละสายตาจากกีต้าร์ไปมองมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ ผมหยิบมากดรับ 

 

คิว นักร้องติดธุระอีกแล้ว มาขึ้นเวทีแทนหน่อยสิ” 

 

ผมถอนหายใจเบา ๆ 

 

"ได้ แต่ขอค่าตัวเพิ่มนะพี่

 

เอาน่าเท่าไหร่ก็จ่าย” 

 

ผมรับปากเก็บกีต้าร์เตรียมเดินทางไปที่ร้าน 

 

มันเป็นความพลิกผันอย่างใหญ่หลวง จากคนที่ทำได้แค่นั่งฟัง เคยเกากีต้าร์ด้วยน้ำเสียงทุเรศทุรัง จะกลายมาเล่นกีต้าร์เป็น ซ้ำยังมีคนตาถั่วมาจ้างให้ไปร้องเพลงให้อีกต่างหาก แต่ส่วนมาก ผมจะรับงานที่ร้านพี่โจ้มากกว่า ที่อื่นก็ไปบ้างไม่ไปบ้าง แล้วแต่อารมณ์ 

 

ผมซิ่งมอไซต์จากคอนโดไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็มาถึงร้าน พี่โจ้ยืนรออยู่หน้าร้าน พอมาถึงพี่แกก็แย่งกุญแจรถผมโยนไปให้เด็กรับรถไปดูแล แล้วดันผมขึ้นเวทีทันที 

 

เพียงแค่การปรากฏตัวของผม ผู้คนก็พากันส่งเสียงปรบมือ บ้าง พากันเป่าปากวี้ดวิ้วด้วยความดีใจ ผมยิ้มให้ทุกคนเล็กน้อย ทีมงานรีบเอาเก้าอี้สูงชะลูดมาให้ผมนั่ง ตามติดด้วยไมค์มีขา ผมก้าวขึ้นไปนั่ง ปรับกีต้าร์ให้ลงล็อคกับตัว 

 

 

จริง ๆ สมัยนี้มีกีต้าร์ดี ๆ เยอะมาก แต่ผมก็ยังยืนยันที่จะใช้กีต้าร์ตัวนี้ จนกว่าเจ้าของมันจะกลับมาเอาของของมันคืน ผมปรับไมค์ เทสเสียง แล้วเริ่มต้นบรรเลงเพลง

 

ปกติผมขึ้นเวทีครั้งหนึ่ง ต้องร้องอย่างน้อย 3-5 เพลง เพลงของคนอื่นบ้าง เพลงที่ตัวเองแต่งเนื้อร้องและทำนองเองบ้าง และผมมักจะปิดท้ายด้วยเพลงเพลงนี้เสมอ 

 

ซึ่งมันเป็นเพลงที่ผมแต่งเอง 

 

ตอนแรกผมไม่เข้าใจว่าแสตมป์มันแต่งให้สาว ๆ มันได้ยังไงกัน แต่มาตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว และผมก็แต่งเพลงนี้ให้มันด้วย 

 

("ความคิด")
              

 

....ยังเดินผ่านทุกวัน

ที่ที่เราพบกันเมื่อก่อน

ยังจำซ้ำๆ ได้ทุกตอน

ราวกลับมีใครมาหมุน ย้อนเวลา

 

แต่ก็คงจะหมุนย้อนได้แค่ในความคิด

ในชีวิตจริง คงไม่เจอกันอีกแล้ว

ยืนอยู่ตรงที่เดิม แต่ไม่มีวี่แวว

เธอจากไปแล้ว และคงไม่ย้อนคืนมาหา

 

ได้แต่ฝากความคิดของฉันเอาไว้

เผื่อวันไหนเธอผ่านมา

เห็นที่เดียวกันนี้ เธอจะนึกขึ้นได้ว่า

เคยมีคนนึงยืนข้างเธอ อยู่ตรงนี้เสมอตลอดมา

ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้

อาจไม่เห็นได้ด้วยตา

ฉันจะฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า

มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า ฉันยังรักเธอ

 

อยากเจอเธอเหลือเกิน

เพราะก่อนที่เราต้องเดินแยกทาง

ฉันมีความคิดหลายๆ อย่าง

หลายอย่างเหลือเกิน ที่ฉันไม่ได้พูดไป

 

แต่กลับมานึกขึ้นได้ในเวลานี้

ในเวลาที่เธอเดินจากฉันไปแสนไกล

หากเธอนั้นยังอยู่ จะกอดเธอให้ชื่นใจ

และค่อยพูดออกไป ทุกสิ่งที่อยู่ในใจฉัน

 

ได้แต่ฝากความคิดของฉันเอาไว้

เผื่อวันไหนเธอผ่านมา

เห็นที่เดียวกันนี้ เธอจะนึกขึ้นได้ว่า

เคยมีคนนึงยืนข้างเธอ อยู่ตรงนี้เสมอตลอดมา

 

ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้

อาจไม่เห็นได้ด้วยตา

ฉันจะฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า

มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า ฉันยังรักเธอ

 

ให้เธอสัมผัสความคิดที่ฉันทิ้งไว้

อาจไม่เห็นได้ด้วยตา

ฉันได้ฝากเอาไว้ อยู่ในพื้นดินและท้องฟ้า

มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า..

 

ทันทีที่เสียงเพลงจบ เสียงปรบมือก็ดังสนั่น ผมยิ้มลุกขึ้นค้อมหัวให้ทุกคนรอบเวที พอครบก็หันหลังเดินลงจากเวที

ผมไม่ใช่นักร้องดัง ไม่ต้องห่วง แค่คนธรรมดาที่ร้องเพลงเวลาที่อยากร้องเท่านั้น 

 

หลังจากทักทายทุกคนด้านล่างจนหนำใจ ผมก็ถือกีต้าร์เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ตัวเดิม สั่งเครื่องดื่มรสและยี่ห้อเดิมมากิน 

 

ผมนั่งดื่มไปเรื่อย ๆ จนเริ่มมึน

 

ที่ผมไม่อยากขึ้นร้องเพลง เพราะทุกครั้งที่ผมร้องเพลง ผมจะนึกถึงเขา ทั้งที่ผ่านมาตั้งหลายปี ทั้งที่คิดว่าน่าจะตัดใจได้ แต่เอาเข้าจริง ผมก็ทำไม่ได้ พอ ๆ กับที่ผมเลิกร้องเพลงไม่ได้นั่นแหละ 

 

หมอนั่นยังคงตราลึกอยู่ในใจผม ในความคิดและในความรู้สึกของผมเสมอมา

 

ผมกระดกเหล้าเข้าปากแก้วแล้วแก้วเล่า จนความมึนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผมคงเป็นลูกค้าคนเดียวของที่นี่ที่ได้รับอภิสิทธิ์ให้ดื่มได้ไม่อั้นและไม่ ต้องจ่ายเงินด้วย

 

ผมขอเพิ่มอีกแก้ว กระดกรวดเดียวเข้าปาก วางแก้วเปล่าไว้บนโต๊ะ ปาดปากนิดหน่อย ขยับตัวลุกออกจากเก้าอี้ แค่เท้าแตะพื้น เหมือนโลกทั้งใบหมุนเคว้งจนผมเซจะล้ม ยังดีที่มีคนเข้ามาพยุงเอาไว้ก่อน ตัวใหญ่น่าดู

 

ขอบ..คุณ” 

ผมบอกเสียงยาน พยายามพยุงตัวดี ๆ แต่มันก็มึนได้ใจ จนต้องซบอกคนตรงหน้าไว้ 

 

เอ่อ ให้ผมดูแลเองดีกว่า” 

ได้ยินเสียงพี่โจ้ด้านหลัง 

 

ไม่เป็นไร ผมเป็นเพื่อนเขา เดี๋ยวผมดูแลเอง” 

 

ผมพยายามปรือตามอง แต่ไม่เห็นครับ เขาพยุงพาผมเดินไปอีกด้าน ผมรั้งตัวเองไว้ชี้โบ้ยชี้เบ้ไปยังเก้าอี้ที่ผมนั่งเมื่อกี้ 

 

ต้าร์ กี้ต้าร์” 

 

เขาหยุดขาตัวเองลง ก่อนจะมีใครสักคนยื่นกีต้าร์มาให้ ผมรีบรับมาถือไว้ทันที 

 

ฉันถือเอง” 

คนที่พยุงแย่งกีต้าร์ไปจากมือผม 

 

ม้าย ๆ ของช้าน เอามา” 

 

แค่ยืนก็เอาให้รอดก่อนเถอะ ทำตกเสียของหมด” 

มันปราม 

 

ใครวะบังอาจมาปราม

ผมเดินทุลักทุเล แล้วสติผมก็จางหายไป 

 

 

 

 

 

 

 

ผมตื่นนอนมาอีกทีตอนตะวันแยงตา กวาดมองไปรอบ ๆ 

 

ไม่ใช่ห้องตัวเองนี่หว่า 

 

แล้วที่ไหน 

 

ก้มมองตัวเอง ก่อนเลิกคิ้วสูงเมื่อตัวเองไม่มีเสื้อผ้าติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียว พอหันไปมองข้าง ๆ ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อมีใครบางคนมานอนเปลือยอยู่ด้วย

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะ

 

ผมรีบเรียกสติตัวเองขยับร่างกายไปมา โชคยังดีว่าร่างกายไม่มีอะไรผิดปกติ คิดว่าจะโดนหมอนี่สวนซะแล้ว การทำงานในวงการนี้ บางทีก็เจอพวกเกย์มารุกจีบเหมือนกัน 

 

ผมไม่รู้ว่าหมอนี่เป็นใคร ผมรีบลุกจากเตียง มองหาเสื้อผ้า แต่ไม่มีครับ ผมเลยถือวิสาสะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า คว้าหยิบชุดคลุมมาสวมกันโป๊ พอหันไปที่เตียง อีกคนก็ตื่นขึ้นมานั่งหัวฟูแล้ว 

 

ผมสะดุดไปนิด ตอนเห็นหน้าของเขาตรง ๆ เพราะเขามีหน้าตาละม้ายคล้ายใครบางคน

 

คนที่ผมคิดถึงมาตลอด 

 

แต่หล่อแล้วก็ตัวใหญ่กว่ามากโข 

 

คุณเป็นใคร แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

ผมถาม 

 

เขาเลิกคิ้วสูง มองหน้าผม ทำหน้าเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ได้ยิ้ม ไม่ได้ตอบคำถามผมด้วย

 

เอ่อ เมื่อคืนผมคงเมาและมารบกวนคุณ ขอโทษและขอบคุณครับ งั้นผมขอตัว

ผมรีบบอก

เอ่อ แล้วเสื้อผ้าผมล่ะ” 

 

เขาปัดหัวที่ฟูฟ่องของตัวเอง ชี้เข้าไปในห้องน้ำ ผมรีบเดินไปดูก็เห็นเสื้อผ้าตัวเองกองอยู่กับเสื้อผ้าของอีกคน 

 

เลอะอ้วก” 

เขาบอกสั้น ๆ 

 

ผมพยักหน้ารับ แล้วกูจะใส่อะไรกลับบ้านวะเนี่ย 

 

ให้เดาที่นี่คงเป็นโรงแรม

 

แม่ม

เข้าโรงแรมกับผู้ชาย ซ้ำยังมานอนแก้ผ้ากับผู้ชายอีกต่างหาก 

 

ผมหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาดู แทบจะเบี่ยงหน้าหนี อ้วกเพียบ 

 

เอาไงดีวะ จะให้ใส่เสื้อผ้าเลอะอ้วกก็คงไม่ไหว 

 

ผมรีบโทรเรียกให้แม่บ้านมาเอาไปซักแห้งแบบด่วน ไม่กี่ชั่วโมงก็น่าจะได้ 

 

พอแม่บ้านมารับไป ผมก็เดินไปยืนอยู่ริมระเบียง ยืนให้ห่างจากคนที่นั่งกึ่งนอนโป๊ดูรายการเพลงอยู่บนเตียง เขาเอาผ้าห่มปิดส่วนสงวนเอาไว้นิดหนึ่ง

 

หน้าด้านฉิบ

 

ว่าแต่..

นี่กูทำอ้วกเลอะไปถึงกางเกงในเลยรึไง 

 

ตอนแรกก็แอบหวั่น ๆ ว่าหมอนี่เป็นเกย์รึเปล่า แต่เท่าที่สังเกต ถ้าเป็นจริง ผมคงไม่รอดมาจนถึงตอนนี้หรอก

 

เอ่อ คุณชื่ออะไร ผมคิว” 

ผมถามพร้อมแนะนำตัวไปในตัว

 

เขาละสายตาจากทีวีหันมามอง ยิ้มนิด ๆ แต่ไม่ได้บอกชื่ออย่างที่ผมบอก 

 

โทษครับ” 

ไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร 

 

ผมถอนหายใจ หันมองออกไปนอกระเบียงห้อง เป็นโรงแรมไม่ไกลจากร้านเท่าไหร่เลยนี่นา

 

แสตมป์” 

 

ผมสะดุ้งเฮือกหันขวับไปมองคนที่มายืนขนาบอยู่ด้านหลัง 

 

พอมายืนอยู่ใกล้ ๆ กันแบบนี้แล้ว หมอนี่ตัวใหญ่เป็นบ้า น่าจะสูงกว่าผมสักสิบเซ็น แต่ช่วงลำตัวกว้างมาก กว้างจนผมดูตัวเล็กไปเลย 

 

เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ” 

ผมเขยิบออกไปยืนอยู่ห่าง ๆ

 

ชื่อผม

เขาบอกสั้น ๆ ผมเลิกคิ้ว 

 

โทษครับ พอดีผมฟังไม่ถนัด” 

 

เขาเขยิบเข้ามาชิด คลี่ยิ้มที่ถือว่าหล่อน่ะนะมาให้ 

 

ผมบอกว่าผมชื่อ….” 

เขาหยุดคำพูดตัวเองไป ยังไม่ทันที่เขาจะได้บอกเสียงโทรศัพท์ของทางโรงแรมก็ดังขึ้น ผมรีบเดินไปหยิบมารับ

 

ขออภัยจริง ๆ ค่ะ เครื่องอบแห้งของทางโรงแรมเสียพอดี เดี๋ยวทางโรงแรมจะจัดส่งไปให้ร้านที่มีคุณภาพจัดการให้นะคะ แต่คงต้องใช้เวลาสักสี่ชั่วโมง

ทางแม่บ้านบอก 

 

ผมตอบรับอย่างช่วยไม่ได้ วางสายไป 

 

เอ่อ ขอโทษที่เสียมารยาท ว่าแต่คุณชื่ออะไรนะ

ผมหันไปถามอีกที

 

ขี้เกียจบอกแล้ว” 

 

อ้าว ไหงงั้น

 

ไม่เป็นไร

เขาคงไม่อยากเสวนากับผมเท่าไหร่ 

 

หิวแล้วครับ สายแล้วด้วย จะสิบเอ็ดโมงแล้ว 

 

กินอะไรก่อนไหม” 

ผมหันไปถาม เขาหยักหน้า ผมเดินไปหยิบเมนูบนโต๊ะมาเปิดดู 

 

โห ราคา” 

ไม่ถูกเลย ผมกวาดมองไปรอบ ๆ ห้อง ค่าห้องที่นี่ก็คงจะแพงไม่แพ้กัน อย่างหรูเลย 

 

ผมเลี้ยงเอง อยากสั่งอะไรก็สั่งไป

เขาบอก 

 

ผมมองหน้า 

 

แค่คุณช่วยผมจนเดือดร้อนนี่ก็แย่พอแล้ว ไม่เป็นไรครับ” 

ผมเลือกของที่ราคาปานกลางมากิน เก็บเงินไว้ เผื่อต้องออกค่าโรงแรมด้วย แล้วผมก็ยื่นเมนูไปให้เขาเลือก พอเลือกได้ผมก็โทรสั่ง 

 

ไม่นานอาหารก็มาถึง ผมกับเขานั่งกินกันบนโซฟา ตาก็ดูทีวีไป เราเปิดรายการตลกดู ผมชอบ พลอยนึกไปถึงเพื่อนเก่าที่ชอบดูรายการตลกไม่ต่างกับผม 

 

พออิ่ม เราก็ฆ่าเวลาด้วยการนั่งดูหนังนั่นแหละ ตอนแรกก็เกร็ง ๆ อยู่หรอก สักพักผมก็เริ่มผ่อนคลาย นั่งด้วยท่าทางสบาย ๆ มากขึ้น 

 

หนัง จบแล้ว ไม่มีรายการอะไรน่าสนใจสำหรับผมอีก เหลือเวลาอีกชั่วโมงกว่า ๆ กว่าเสื้อผ้าจะมา ผมเห็นเขายังสนุกอยู่กับการดูเกมโชว์ ผมเลยเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียง 

 

ง่วงครับ

 

พอหัวถึงหมอน สติผมก็หายไปทันที 

 

 

ผมมาสะดุ้งตื่นอีกทีตอนรอบด้านพากันมืดสนิท

 

นี่กะจะงีบ ไหงกลายเป็นนอนยาวไปได้ หันไปมองด้านข้าง คนตัวใหญ่เมื่อกี้ก็มานานข้างผมด้วยเหมือนกัน แต่เขาใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว 

 

ให้เดา แม่บ้านคงเอาของมาส่งระหว่างผมหลับ 

 

ผมดันตัวลุกออกจากเตียงไปหยิบเสื้อผ้าที่น่าจะแขวนไว้ในตู้มาใส่

 

ผมหันไปมองคนที่ยังนอนหลับสนิท ตอนแรกก็กะว่าจะไปเลย แต่ว่า ผมต้องรับผิดชอบหารค่าใช้จ่ายกับเขานี้ บางทีที่เขายังไม่ได้ออกไปทั้งที่ได้เสื้อผ้าแล้ว เพราะรอผมมาช่วยหารอยู่แหงม ๆ 

 

ผมชั่งใจสักพัก ขืนไม่ปลุกคงนอนยาวจนถึงพรุ่งนี้แน่ ๆ ผมมองนาฬิกา ทุ่มหนึ่งแล้ว 

 

คุณ ๆ “ 

ผมเขย่าแขนอีกคนเบา ๆ หมอนั่นสะลืมสะลือปรือตามอง 

 

ตื่นเถอะ ผมว่าเราเช็คเอ้าน์กันดีกว่า ขืนอยู่นานมาก ผมคงไม่มีเงินหารค่าห้องกับคุณ

เขาหาวหวอดปากกว้าง พยักหน้าหงึก ๆ ลุกจากเตียง ผมเดินออกจากห้องพร้อมหมอนั่น แอบอายหน่อย ๆ ตอนมีคนห้องอื่นมองมาที่เรา เขาจะคิดว่าไงวะ เข้าโรงแรมพร้อมผู้ชาย 

 

ผมเดินลิ่ว ๆ หิ้วกีต้าร์ตัวเก่งลงลิฟท์ไปชั้นล่าง เขาบอกให้ผมยืนรอ ขอเขาเคลียร์ก่อนแล้วจะเอาบิลมาบอกอีกที ผมยืนรอไม่นานเขาก็เดินหล่อกลับมา 

 

จะไปไหนต่อ” 

เขาถาม

 

กลับบ้าน แล้วค่าห้องเท่าไหร่

 

ไม่เป็นไร ผมจ่ายแล้ว” 

 

ผมต้องหารสิ ความผิดผมนี่ ไหนจะค่าชักรีดกับค่าข้าวอีก” 

 

ผมออกเอง” 

 

ผมมองหน้าเขา เขายิ้มจนตาหยีให้

               ...ยิ้มเหมือนหมอนั่นมาก 

 

คิดแล้วก็ปวดแปลบในหัวใจ

 

ไม่ต้อง เท่าไหร่” 

ผมเริ่มโมโห เขาเลิกคิ้วสูง 

 

สองหมื่นห้าเก้าร้อย” 
 

ผมตาโต

 

ล้อเล่นรึเปล่า!” 

 

เขายื่นบิลให้ดู ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ 

 

แล้วทำไมพาเข้าที่แพงขนาดนี้” 

ผมโวยเบา ๆ

 

มันใกล้” 

เขาให้เหตุผล 

 

ผมแอบเคือง ไม่มีเงินติดตัวพอด้วย ผมพยายามนึกหาทางออก 

 

พอดีผมมีงบไม่ถึง ถ้าคุณไว้ใจขอจ่ายสิ้นเดือนได้ไหมนี่มันกลางเดือน ผมเพิ่งใช้หมดไป ที่เหลือนี่มีไม่ถึงห้าพัน ขอจ่ายก่อนสักสามพันละกัน” อย่างน้อยก็กินไปได้ถึงสิ้นเดือนละวะ

 

ไม่เป็นไร ถ้าอยากจ่ายจริง ร้องเพลงที่คุณร้องที่ร้านให้ผมฟังละกัน” 

 

ผมมองตาคนตรงหน้า

 

ไปที่บ้านคุณก็ได้ ผมจะได้รู้ไว้ คุณจะได้ไม่ชิ่งหนีผม” 

 

ผมทำหน้าขัดใจนิดหนึ่ง จำใจพยักหน้ารับ พากันนั่งแท็กซี่กลับคอนโด

 

 

 

 

 

 

สวยดี

เขาชมทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง

 

อืม” 

ผมครางรับไม่ใส่ใจ เดินไปหยิบน้ำมาให้ 

 

ทำกับข้าวเป็นแล้วเหรอ

เขาถาม

 

ผมหันไปมองคนถามงง ๆ 

 

ผมหมายถึงทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ” 

 

อืม อยู่คนเดียวนี่ ต้องทำให้เป็น” 

 

ไม่มีแฟนเหรอ” 

 

มีผมตอบ แต่ตายไปแล้ว” 

 

เขาหันมาเลิกคิ้วมอง 

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่” 

 

เจ็ดปีที่แล้ว” 

 

เขามองมาด้วยแววตาบางอย่าง ผมเสมองไปทางอื่น นึกถึงใครบางคนที่จากผมไปเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว 
 

ยังรักเขาอยู่เหรอ

 

ผมหันกลับไปมองคนถาม

 

คนที่ตายไปแล้วน่ะ

เขาถามต่อ 

 

ผมถอนหายใจแรง 

 

ยุ่งไรกับชีวิตตู 

 

ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป 

 

ไม่ตอบแปลว่าใช่

เขาสรุปเองเสร็จสรรพ

 

นี่ถ้าเขาฟื้นคืนชีพได้ คุณจะบอกเขาว่ารักเขาไหม” 

 

ผมหันไปมองหน้าเขาอย่างเหลืออด 

 

ผมว่าคุณกำลังก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวผมมากเกินไปแล้วนะ” 

 

เขายิ้มหล่อ ยกมือทำท่ายอมแพ้

 

เปล่า แค่อยากรู้เฉย ๆ เพราะเห็นเขาตายมาตั้งเจ็ดปี แต่รู้สึกเหมือนคุณจะยังลืมเขาไม่ได้” 

 

ผมมองตาคนพูด 

 

ไม่รู้ เพราะไม่เคยคิดว่าเขาจะฟื้นคืนชีพได้” 

 

นี่ ถ้าเขาฟื้นคืนชีพได้ล่ะ” 

เขาเซ้าซี้

               ผมทำหน้าไม่พอใจ 

 

คุณ…”

 

เค ไม่ถามก็ได้

เขาพูดยิ้ม ๆ อีกที 

 

หิวแล้ว อยากกินข้าวฝีมือคุณจัง” 

 

ผมหันไปทำหน้าไม่พอใจใส่ 

 

คุณติดหนี้ผมอยู่นะ

เขาทวง 

 

ผมกัดกรามเบา ๆ

 

โอเค งั้นไปนั่งนู่น

ผมชี้ไปยังโซฟาตัวเก่ง เขาเดินไปนั่งอย่างว่าง่าย

 

อยากกินอะไร

ผมหันไปถาม

 

ผัดมาม่า” 

 

ผมชะงัก มองหน้าคนตอบ ก่อนพยักหน้าครางรับในลำคอแล้วลงมือทำผัดมาม่าไปเงียบ ๆ

 

ไม่เกินสิบห้านาที ผัดมาม่าร้อน ๆ ก็ถูกกวาดลงจาน 2 ใบ ผมหยิบผักมาจัดเรียงนิดหน่อยให้ดูน่ากิน หยิบช้อนกับส้อมมาวางไว้ข้าง ๆ แล้วยกไปวางไว้บนโต๊ะ 

 

"น่ากินจัง"

หมอนั่นชม หยิบส้อมมาม้วนเส้นมาม่าเข้าปาก

 

อร่อย” 

 ก่อนเอ่ยปากชมทั้งที่เส้นมาม่ายังอยู่ในปาก

ผมนั่งกินของตัวเองไปเงียบ ๆ ไม่เกินสิบนาทีผัดมาม่าในจานของอีกคนก็หมดลง

 

ไม่อิ่มแฮะ” 

 

ผมมองคนตรงหน้าอึ้ง ๆ นี่ก็ว่าเยอะแล้วนะ 

 

ทำอร่อยดี ขออีกจานได้ไหม” 

 

ผมพยักหน้าเดินไปทำให้อีกจาน ทำมาอีกก็กินหมดอีก 

 

ไม่ได้กินฝีมือนาน คิดถึง” 

 

ผมเงยหน้ามอง 

 

ผมหมายถึงไม่ได้กินผัดมาม่ามานาน

 

ไม่ได้อยู่เมืองไทย?”

ผมถามสั้น ๆ

 

อืม เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ อยู่ที่นู่นกินแต่อาหารฝรั่ง คิดถึงอาหารไทย โดยเฉพาะผัดมาม่า

เขาพูดยิ้ม ๆ 

 

ยิ้มเหมือนหมอนั่นมาก

 

รู้ที่พักผมแล้วนี่ ขอเบอร์คุณไว้ละกัน เงินออกเมื่อไหร่ผมจะใช้คืน” 

 

ผมไม่เอาเงินก็ได้ แต่ขอพักด้วยสักสองสามวันได้ไหม” 

 

ผมว่าคงไม่สะดวก ไงเราก็คนแปลกหน้า

ผมพูดออกไปตรง ๆ 

 

อ่า นั่นสิ งั้นร้องเพลงสุดท้ายที่คุณร้องในร้านให้ผมฟังละกัน อยากฟัง

ผมมองหน้าคนร้องขอ ใจไม่อยากร้อง แต่เห็นหน้ายิ้ม ๆ นั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้ารับ 

 

ผมเดินไปหยิบกีต้าร์ แล้วเริ่มต้นครวญเพลงให้คนแปลกหน้าฟัง

 

เขานั่งฟังตาระยับ ผมร้องไป มองหน้าเขาไป 

 

เหมือน

 

เหมือนมาก

 

เหมือนกันเกินไป 

 

ผมหลับตาลงตอนเนื้อเพลงวิ่งมาชนท่อนสุดท้าย แล้วน้ำตาผมก็ร่วงรินลงมา ร้องเพลงนี้ทีไรเป็นต้องร้องไห้ทุกที 

 

อยู่ที่ร้านยังอดทนได้เพราะคนเยอะ แต่เวลาอยู่ในที่ที่ไร้ผู้คนหรือคนน้อย ๆ เพลงนี้จะเรียกน้ำตาผมได้เสมอ 

 

แต่งเองเหรอ เพลงนี้” 

 

ผมรีบปาดน้ำตาออก

 

อืม” 

 

แต่งให้เขา” 

 

ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

               เขาส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้

 

จริง ๆ อยากฟังอีกรอบ แต่กลัวคุณจะร้องไห้อีก” 

เขาพูดยิ้ม ๆ 

 

ความอายวิ่งปะทะผมเบา ๆ 

 

ผมว่าคุณคงเหนื่อย งั้นผมขอตัวก่อนละ พอดีผมเพิ่งมา ไม่มีเบอร์โทร แต่ขอของคุณไว้ละกัน” 

ผมพยักหน้า เดินไปหยิบกระดาษมาจดให้ แล้วเขาก็ลาจากไป ส่วนผมก็กลับมานั่งครวญเพลงเพลงเดิม

 

To Be Con..

 

พี่แตมส์หายไปไหนหว้าาาาาา ทุกคนเดาสิคะ ว่าคนแปลกหน้าคนนั้นเป็นใคร ???

 
เป็นแฟนพันธุ์แท้นิยายเรื่องนี้ จิ้ม               

ติดตามเรื่องอื่นๆ  ได้ทางนี้ค่ะ ^^
Fanpage :
www.facebook.com/memew28 Icon Robot
  Emotion
Twitter : @Memew28 Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
Email : Memew28(แอท)yahoo.com

 


 

 

 

 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

449 ความคิดเห็น

  1. #444 _jkbam_ (@niyay123) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 01:55
    พี่แตมป์ แหม่
    #444
    0
  2. #432 Neenaloveootga (@Neenaloveootga) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2559 / 12:40
    แตมส์แหลได้ใจ
    #432
    0
  3. #424 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 15:22
    โหยยย 7 ปี.... คือบับบบ ซึ้งอ่ะ 55555
    #424
    0
  4. #401 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 20:55
    ร้องไห้เลยอ่ะ เป็นรักที่มั่นคงมากอ่ะ
    #401
    0
  5. #379 holy59 (@holy59) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:44
    รักที่เหมือนจะฟื้นคืนชีพ
    #379
    0
  6. #376 history12 (@mama_12) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 20:42
    อ่านแล้วร้องไห้เลย คนแปลกหน้าคือแสตมป์แน่ๆ
    #376
    0
  7. #367 fe&font (@feremaka) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 / 12:45
    แอบละมุน ถ้าแสตมป์เล่าน่าจะดี
    #367
    0
  8. #348 ma_jung (@mameawxsoo2537) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 / 23:53
    น่ารักอ่ะ ฟินนน
    #348
    0
  9. #329 Petch0132 (@petch0132) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 10:45
    กลับมาแว้ววววววววววว
    #329
    0
  10. #295 AraReJung (@arare195) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2557 / 22:08
    คิดฮอดคู่นี้จางงงงงง เมือ่ไรจะมาน้อ
    #295
    0
  11. #289 A.Iliad (@minerva_18) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 11:35
    คนแปลกหน้าคนนั้นคือพี่แสตมป์คนเดียวกันใช่มั้ย พี่คิวจำได้ไวไวนะ
    พี่แตมป์คิดอะไรกับพี่คิวแล้วใช่ป่ะเนี่ย
    #289
    0
  12. #281 Hone (@cherrysunny) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 19:28
    พี่คิวรู้ตัวเร็วๆหน่อย
    #281
    0
  13. #278 ZaZa_Anime (@mook5021) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 20:24
    พี่คิวรู้ตัวเร็วๆสิ
    #278
    0
  14. #87 Satan ONE (@awsdec) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 16:33
    สงสารคิวอ่า โดนเเสตมป์หลอก 5555 # หัวเราะเพื่อ?
    #87
    0
  15. #15  NR : Just brothers..? >< (@hero-fayzii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 18:46
    พี่สแตมป์ใช่ป่ะ ><
    #15
    0
  16. #3 Manzanas (@apple28012542) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 15:27
    พี่แตมส์แน่ๆเลยยยยยย
    #3
    0