Kiss Love : รักวุ่นวายนายสุดหล่อ [Yaoi ♥ [] ♥ Boy's Love] จบ

ตอนที่ 82 : Kiss Love 57 : เผชิญหน้า [กาย...♥]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52,709
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 277 ครั้ง
    22 ก.ย. 55


57

เผชิญหน้า

[กาย..]



 

ผมนอนหงายอยู่บนเตียงหลังจากจิ้มส่งข้อความผ่านบอร์ดไป ไม่รู้ทำไม ผมถึงได้กดส่งข้อความนั้นไป จะมีใครสนใจ จะมีใครเข้ามาอ่าน หรือทำไปเพื่ออะไร

 

ผมถอนหายใจดังฟู่

 

ได้ยินเสียงติ๊งเบา ๆ เหมือนมีใครกดแอดเข้ามาในบอร์ด ผมหันไปมอง จริง ๆ มันดึกมากแล้ว ผมควรจะนอน แต่มันยังนอนไม่หลับ

 

พอมองชื่อของคนที่แอดเข้ามา ผมอมยิ้มทันที

 

'Sun'
             
               ใครหนอ เข้าใจเอาชื่อนี้มาใช้ ผมชอบ เลยลุกขึ้นไปกดรับแอด ทันทีที่ผมตอบรับ ข้อความทักทายก็เด้งขึ้นมา

 

ยังไม่นอนอีกรึไง

 

หึ ดันมาใช้คำพูดเหมือนไอ้พี่บ้านั่นอีกต่างหาก

 

ยัง กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่

 

ผมตอบกลับไป

 

คิดถึงใครบางคนอยู่หรือเปล่า

 

ผมอมยิ้ม

 

มั้ง

 

ดูจากภาพที่อัพช่วงนี้ ดูเหมือนคนคนนั้นจะทำให้คุณเสียใจนะ

 

ผมอมยิ้มอีกครั้ง

 

ไม่มีใครมาทำให้ผมเสียใจได้หรอก นอกจากตัวผมเอง ผมเลือกเอง และผมก็ยอมรับทุกผลที่จะตามมาของมัน

 

และทุกอย่างก็หยุดนิ่งไว้แค่นั้น ผมคอย แต่เขาก็เงียบไป

 

คงไม่อยากคุยกับผมแล้วมั้ง

 

ผมทิ้งแผ่นหลังลงบนเตียง ก่อนข้อความสุดท้ายจะเด้งขึ้นมาและไม่เปิดโอกาสให้ผมได้ตอบกลับ เขาก็ล็อกเอ้าท์ออกไปเลย

 

นอนเถอะ ดึกแล้ว เจอกันพรุ่งนี้

 

ผมหัวเราะหึ ๆ  มองข้อความนั้น แม้จะเป็นข้อความสั้น ๆ แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นในหัวใจยังไงบอกไม่ถูก

 

เขาจะมาทักผมอีกครั้งงั้นเหรอ

 

เขาที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นพระอาทิตย์

 

เหมือนพี่เอก

 

ผมหลับตาลงทั้ง ๆ ที่คอมพิวเตอร์ยังเปิดอยู่ ผมไม่คิดจะใส่ใจ แล้วสติของผม ก็ดับหายไปแค่นั้น

 


 

 

นอนดึกขนาดไหน ผมก็ยังตื่นเช้าได้ ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ผมตื่นขึ้นมา หน้าจอคอมพิวเตอร์ดำมืดไปแล้ว ผมเลื่อนเม้าส์ หน้าจอที่เปิดทิ้งไว้เมื่อคืนก็ปรากฏขึ้นมาใหม่

 

คำพูดสุดท้ายของเขายังคงอยู่ ผมอมยิ้มกับข้อความนั้น แล้วเดินไปอาบน้ำแต่งตัว

 

บ้านย่าผมเป็นบ้านนอกของแท้ครับ แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งคนหามาประเคนก็พ่อผมนี่แหละ

 

ผมยืนอาบน้ำด้วยจิตใจชื่นบาน พออาบเสร็จก็แต่งตัวด้วยเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสีพื้นแบบสบาย ๆ เดินออกจากห้องตรงไปยังห้องรับแขกเพื่อกินข้าวที่อาพิมทำ
           
               คนบ้านผมตื่นเช้ากันทุกคนครับ พอออกไป ก็เห็นปู่กับย่านั่งคุยกันอยู่บนโต๊ะคล้ายแคร่แต่ทำจากไม้กระดานขนาดใหญ่ต่อกันแบบเตียง อาพิมกำลังจัดสำรับไว้บนโต๊ะ อาจักรแฟนของอาพิมพ่อของไอ้ตัวเล็กกำลังจัดข้าวของสำหรับออกไปทำงาน คาดว่าเช้านี้ คงไม่กินข้าวด้วยกันแน่ ๆ อาแกเป็นคนขยันครับ แทบจะไม่เห็นหัวเห็นหาง วัน ๆ ก็อยู่นู่นแหละ ไม่ไร่ก็นา ไม่นาก็สวน ไม่ได้ไปทำเองหรอกครับ แต่ไปดูแลลูกน้องน่ะ ที่ทางแกมีเยอะ ส่วนอาพิมเลี้ยงลูกอยู่บ้านกับดูแลปู่ย่าเฉย ๆ

                จริง ๆ อาพิมแต่งงานกับอาจักรมานานแล้ว แต่ไม่มีลูกด้วยกันสักที พอลุงพงษ์เลิกกับป้ากุล อาแกก็ไป ๆ มา ๆ สองบ้านเพื่อดูแลปู่กับย่า จนในที่สุดอาพิมก็ตัดสินใจชวนอาจักรมาอยู่บ้านเพื่อดูแลปู่กับย่าเต็ม ๆ เลย ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น อาแกก็ท้อง

                ส่วนลุงพงษ์แกทำไปเรื่อยครับ ไม่มีอาชีพแน่นอนตายตัว ถ้าเอาหลัก ๆ คือสร้างทุกอย่างที่ขวางหน้า อย่างสร้างบ้าน ทำเฟอร์นิเจอร์ ประกอบรถ ที่เหลือก็ทำไร่ทำนาหาปูหาปลาของแกไป หน้าตาคล้ายพ่อมาก แต่แกจะคล้ำกว่า หน้าเข้มกว่า ไว้หนวดไว้เครานิด ๆ ดูดุดันกว่า

                ความหล่อกินกันไม่ลงครับ ใครชอบหล่อเท่ แบบสำอางนิด ๆ ให้ไปหาพ่อผม แต่ถ้าใครชอบหล่อแบบดิบเถื่อน ผมยกให้ลุงผมเลย ลุงเลิกกับป้ากุลมาสิบกว่าปีแล้ว ตอนนี้โสดสนิท มีลูกติดสองคน แต่ไปอยู่กับแม่หมด
  
                พอไปถึงอาพิมก็จัดโต๊ะเสร็จพอดี ผมกวาดมองไปรอบ ๆ วันนี้มีน้ำพริกอ่องของโปรด ผักเพียบ ไม่เกินห้านาทีทุกคนก็เข้าประจำตำแหน่งโดยรอบ

 

“นี่ได้ข่าวว่าพี่พีคกำลังจะกลับมาคืนดีกับพี่แก้วเหรอ”

อาพิมถามตอนผมกำลังนั่งพุ้ยข้าวเข้าปาก

 

“ไม่ได้คืนดีกัน แต่กำลังจีบกันอยู่ อย่าไปพูดเรื่องคืนดีกันให้ได้ยินเชียว เดี๋ยวบ้านแตก แต่ถ้าจีบกันใหม่น่ะ ได้อยู่”

 

ทุกคนพากันงุนงง

 

ผมหยิบแก้วน้ำมากรอกปาก ตั้งท่าอธิบายต่อ

 

“คืองี้สองคนนั้นเขาทิฐิสูงด้วยกันทั้งคู่ ถ้าให้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ไม่แคล้วต้องเลิกกันอีก ผมเลยเสนอให้จีบกันใหม่ซะเลย เรียนรู้กันใหม่ อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันแล้ว ๆ ไป อย่าเก็บมาคิด อย่าเก็บมาใส่ใจ เพราะช่วงเวลาที่เลิกกัน พ่อกับแม่เองก็พากันเปลี่ยนไปด้วยกันทั้งคู่ ผมอยากให้พวกเขาลบภาพความทรงจำเดิม ๆ ทิ้งไป แล้วเรียนรู้กันใหม่อีกที”

 

พูดเสร็จ ก็หยิบผักบุ้งมาสามต้นม้วนเข้าหากัน จิ้มกับน้ำพริกยัดเข้าปาก

 

อร่อยเหาะ

 

“หึ ๆ ไอ้พีคมันเลี้ยงลูกดีวุ้ย”

 

“แม่แก้วด้วยลุงพงษ์”
                ผมรีบแย้งเมื่อลุงให้เครดิตพ่อคนเดียว ลุงแกทำท่าขัดใจ

 

ก็นะ

 

ใครจะคิดเข้าข้างคนที่เคยทิ้งน้องชายตัวเองไป ว่าไหม?

 

ผมยิ้ม

 

“ผมโชคดีที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อกับแม่ ได้เกิดเป็นหลานของลุงพงษ์กับอาพิม เป็นหลานของปู่กับย่า เป็นพี่ชายของเจ้าตัวยุ่ง เพราะทุกคนหล่อหลอมให้ผมเป็นตัวผมเองแบบทุกวันนี้ ผมถึงได้เป็นคนดียังไงล่ะ”

 

ลุงเกาแก้มเบา ๆ อาพิมยกน้ำขึ้นจิบหน้าแดง ๆ ปู่กับย่านั่งยิ้มแป้น ส่วนไอ้ตัวเล็กไม่รู้เรื่องครับ

 

 

 

 

 



 

ผมนั่ง ๆ นอน ๆ เกาพุงเกาหลังให้ปู่สลับกับนวดขาให้ย่าอยู่บนเรือน ก่อนจะได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอดตรงลานหน้าบ้าน เสียงรถเก่า ๆ แบบนี้ คงเป็นรถของชาวบ้าน

 

ผมไม่ได้สนใจหันไปมอง ละมือจากหลังปู่ มานวดขาย่าต่อ ตาก็ดูรายการตลกบนทีวีเก่า ๆ ไป ตอนพ่อมาเห็นสภาพมัน พ่ออยากซื้อให้ใหม่ แต่ย่าไม่ยอม บอกว่าเครื่องนี้ยังใช้ได้ดีอยู่ จะเปลี่ยนไปทำไมให้เปลืองเงินเปลืองทอง

 

ลุงพงษ์กับอาพิมอยากได้เครื่องใหม่เหมือนกัน เคยวางแผนกันยกเค้าทีวีย่าไปขาย แต่กลัวย่ารู้แล้วเอาไม้ตะพดไล่บี้ เลยล้มเลิกความตั้งใจไป

 

สุดท้าย พวกเราก็ดูทีวีเก่า ๆ แต่ภาพและเสียงยังชัดแจ๋ว ผมนั่งหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ย่าก็ขำไม่แพ้กันจนน้ำหมากแทบจะกระเด็นรดหัวผม

 

“แหม หัวเราะอารมณ์ดีกันเชียว”

 

ผมหันขวับไปมองต้นเสียงทันที

 

“ป๋า!!!!

 

ผมรีบสละขาย่า วิ่งตุบตับไปกอดเอวพ่อหมับทันที

 

“ฟื้นแล้วเหรอลูก”

พ่อถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

 

ผมเงยหน้ามอง

 

“ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”

 

พ่อมองตาผม  ผมยิ้มให้ ทำตาแป๋วแหว๋วใส่ สักพักพ่อถึงได้ยิ้มตอบ ลูบหัวผมเบา ๆ

 

“ลูกพ่อเข้มแข็งมาก”

 

ผมยิ้ม หันไปยักคิ้วใส่คนสวยที่กำลังยกมือหวัดดีปู่ย่าและลุงพงษ์แล้วก็ทักทายอาพิมอยู่ สองคนนี้อายุเท่ากันฮะ แต่หน้าแม่อ่อนกว่าหลายช่วงตัวมาก

 

“มาพร้อมกันได้นี่รถไม่พังรึไง”

 

“พังสิ ถึงต้องไปยืมรถของชาวบ้านมาไง แม่แกมือหนัก”

 

“ปากนะ ไม่ต้องมาโทษกันเลย พ่อแกนั่นแหละ ขับรถไปเหยียบเอาตะปูเข้า ยางแบนทำเอาล้อเบี้ยวไปข้าง ซ่อมก็เสียเวลา เลยเช่ารถชาวบ้านมาขับแทน โดยเอารถตัวเองเป็นตัวประกันให้เขาซ่อมให้”

 

“เพราะใครล่ะ ชวนทะเลาะอยู่ได้”

พ่อโบ้ยแม่กลับ

 

“เพราะปากใครล่ะ หมาดีนัก สม”

แล้วแม่ก็เถียงต่อ

 

ผมละจากพ่อไปหาแม่ทันทีเพื่อห้ามทัพ

 

“ไม่บอกกันบ้างว่าจะมา”

 

“เซอร์ไพรส์ไงจ้ะเซอร์ไพรส์”

แม่บอกยิ้ม ๆ

 

“ครับ เซอร์ไพรส์ตั้งแต่เห็นพ่อกับแม่มาด้วยกันแล้ว”

 

แม่ทำท่าจะมอบมะเหงกให้ที ผมยิ้มล้อทำหัวหด ก่อนที่แม่จะมองหน้าผมนิ่ง ๆ ลูบหัวผมเบา ๆ ราวกับจะให้กำลังใจ

 

สภาพผมตอนแม่เห็นล่าสุดมันแย่เอามาก ๆ ผมไม่ได้ร้องไห้มานานแล้ว หลังจากพ่อจากไป และนี่ก็เป็นอีกครั้ง ที่ผมร้องไห้ให้แม่เห็น แม่ก็พยายามถามอ่ะนะ ตามประสาผู้หญิง แต่ผมไม่ได้บอกเหตุผลที่แท้จริงกับแม่ บอกแค่ว่าขอเวลาหน่อย แล้ววันรุ่งขึ้น ผมก็ทำเรื่องขอลาหยุด และขอแม่มาอยู่กับปู่กับย่าที่นี่สักพัก เพื่อทำใจ

 

แม่ก็ปล่อยให้มาโดยดี แม้จะยังเป็นห่วงอยู่ก็ตาม

 

“ลูกแม่ดูเข้มแข็งดีนะ”

แม่พูดยิ้ม ๆ

 

ผมยิ้มรับ

 

“ลูกแม่แก้วนี่เนอะ อ่อนแอมากไม่ดี”

ผมให้เครดิตแกไปหนึ่งดอก

 

แม่ยิ้มรับ

 

“นี่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ไปเอาของที่รถทีซิลูก พ่อกับแม่ซื้อมาเพียบเลย”

 

ผมพยักหน้าเดินออกจากบ้านไป

 

รถที่เห็น เป็นกระบะสี่ประตูเก่า ๆ ไม่มีของที่หลังรถ แม่คงเอาไปไว้ด้านในหมด

 

ก็นะ

 

แดดอย่างเปรี้ยง ขืนเอาไว้ข้างนอก ข้าวของคงเสียหมด ผมเปิดประตูหลังออกกว้าง เอื้อมหยิบพวกถุงข้าวของมากมายมาถือไว้จนเต็มมือไปหมด โลภครับ อยากเอาไปให้หมดในรอบเดียว เลยหยิบเอาอีกสองสามถุงมาคาบไว้ในปากอีก 

 

อึบ ๆ

 

เหลืออีกถุงเดียว

 

ผมค่อย ๆ ใช้นิ้วเกี่ยวถุงอะไรสักอย่างอีกถุง แล้วค่อย ๆ ดึงตัวเองออกมาจากรถแบบทุลักทุเล พอออกมาได้ ก็ใช้ทีนถีบประตูเบา ๆ ให้มันปิด

 

ก่อนหันหลัง

 

มาเจอกับใครบางคนที่ยืนกอดอกมองผมอยู่

 

เรือนร่างสูงใหญ่ภายใต้เสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนสีซีด รองเท้าผ้าใบเซอร์ ๆ ดวงตาเจ้าเสน่ห์ดูนิ่งเรียบ ใบหน้าคมคายยังดูหล่อเหลาไม่เปลี่ยน แต่ที่มุมปากทั้งสองข้าง มีรอยเขียวช้ำคล้ายคนถูกต่อย

 

ถุงที่อยู่ในปากผมหล่นตุบไปอยู่ที่พื้น พอ ๆ กับถุงในมือทั้งสองข้าง

 

ผมคงตาฝาดไปแล้วแน่ ๆ ที่เห็นพี่เอกมายืนอยู่ตรงนี้

 

“พี่” 

ผมกลืนคำพูดที่ผมชอบเรียกพี่แกประจำลงคอ กลืนก้อนแห่งความเจ็บปวดลงไป แล้วพยายามดึงน้ำเสียงที่มันแหบแห้งกลับคืน

 

“คุณเอกภพ” 
         
              

ผมไม่ได้แกล้งเย็นชา แต่แค่ต้องการทิ้งระยะห่าง ให้หัวใจตัวเองไม่ต้องเจ็บปวด ผมไม่รู้ว่าพี่แกมายืนอยู่ตรงนี้ได้ไง แต่แค่การมีเขาอยู่ แขนขาผมก็แทบจะไม่มีแรงแล้ว

 

พี่เอกเปลี่ยนสีหน้าตอนผมเรียกแกด้วยชื่อจริง

 

“มีธุระอะไรแถวนี้รึเปล่าครับ ขอโทษที่เสียมารยาท คอยสักครู่นะครับ”
                ผมรีบก้มลงเก็บถุงมากมายที่ตกเกลื่อนพื้น ของบางอย่างโผล่ออกมานอกถุงจนต้องจับยัดเข้าไปลวก ๆ

       

ของกินครับ เพียบ ของโปรดผมทั้งนั้น

 

ผมไม่สนใจว่าคนที่ซื้อมาจะเป็นใคร เป็นพ่อเป็นแม่ หรืออาจจะเป็นคนที่ผมอยากลืมมากที่สุดตอนนี้
 

ผมชะงัก ตอนที่พี่มันก้มลงมาช่วยเก็บด้วย ผมทำเป็นไม่ใส่ใจมือที่เกือบจะสัมผัสกัน คราวนี้ไม่โลภแล้วครับ เอาเท่าที่พอหิ้วได้

 

ผมหอบข้าวของพะรุงพะรังเตรียมเดิน แต่พี่มันรวบเอาของทุกอย่างไปไว้ในมือแทน ผมเงยหน้ามอง

 

“ขอบคุณครับ”

ผมพูดตามมารยาท ทั้งที่หัวใจกำลังปวดร้าว

 

พอก้าวเข้าบ้าน ทุกคนก็พากันหันมามอง ผมยิ้มให้พ่อกับแม่นิด ๆ กล่าวแนะนำพี่เอกให้ทุกคนในบ้านรู้จัก

 

“แหม พ่อเอกนี่หล่อนะ อยากสาวกว่านี้อีกสักสิบห้าปี จะได้จีบเอง”

อาพิมพูดโท่ง ๆ พาเอาลุงพงษ์ต้องสะกิด

 

“แล้วไอ้จักรล่ะ เอามันไปไว้ที่ไหน”

 

อาพิมหันไปมอง
 

“เอาไว้ในไร่ไง รายนั้นเข้าบ้านได้ตอนพระอาทิตย์ตกดินเท่านั้นแหละ”

ทุกคนพากันหัวเราะ แล้วอาพิมก็หันไปคุยกับพี่เอกต่อ ส่วนผมคุยกับพ่อแม่ฮะ ไม่ถามสักคำว่าพี่แกมาได้ไง

 

และมาเพื่ออะไร

 

ผมไม่อยากรู้ เพราะกลัวว่าจะโดนซ้ำเติมอะไรอีก ตอนนี้แค่ภาวนาขอไม่ให้พี่เอกพูดอะไรแบบนั้นต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ก็พอ

 

ผมรู้ว่าพ่อกับแม่พยายามดูท่าทีของผมกับพี่เอกอยู่ แต่ผมนิ่งครับ นิ่งให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าภายในกำลังร้าวรานก็เถอะ

 

“นี่ เราแอบไปเอาเหล้าขาวมากินกันดีกว่าไหม”

พ่อแสร้งทำเป็นกระซิบให้ทุกคนได้ยิน

 

จุ๊ ๆ อย่าไปบอกคุณตำรวจเชียวนะ คุณปู่ชอบทานเหล้าขาวเป็นยา แต่หมักเอง เรามีแหล่งซ่อนครับ ในสวนหลังบ้านนั่นแหละ พ่อกับผมมาทีไร จะไปเอามาก๊งด้วยกันทุกที

 

เบา ๆ ครับ ไม่หนัก เน้นเพื่อสุขภาพและสังสรรค์กันในครอบครัว

 

ผมพยักหน้าเดินไปกับพ่อ

 

 

“ทำไมไม่คุยกับเขาล่ะ”

พ่อเปิดบท

 

ผมเดินตามพ่อช้า ๆ ลัดเลาะผ่านสวนผลไม้และดงน้อยหน่าไปตามทาง ปลูกไว้เยอะครับ ของโปรดของย่า

 

“ผมยังไม่พร้อมน่ะ คงจะกลัวอะไรหลาย ๆ อย่างด้วย และผมไม่รู้สาเหตุที่พี่เขามาที่นี่ด้วย”

ผมบอกไปตามตรง

 

พ่อไม่พูดอะไร พาผมเดินผ่านดงหญ้าขนาดใหญ่เข้าไปตรงกลางของดงหญ้ากว้าง พ่อแหวกต้นหญ้าที่สูงเกือบท่วมหัวออก นั่งยอง ๆ ลงไปปัดเศษหญ้าออกจากพื้นดิน ไม่นานผมก็เห็นฝาไม้ พ่องัดเบา ๆ เปิดออก และภายในก็มีโถใส่เหล้าขาวหลายใบ พ่อยกมายื่นให้ผมใบหนึ่ง 

 

“คืนนี้เราจะก๊งกันให้เต็มที่เลย”

 

“หึ ๆ”

ผมหัวเราะเบา ๆ เดินอุ้มโถเหล้าขาวกลับไปยังเส้นทางเดิม

 

พ่อลูบหัวผมอีกที

 

“ไม่ว่าลูกจะตัดสินใจยังไง พ่อเชื่อใจลูกนะ แล้วพ่อก็เชื่อใจตรงนี้ของลูกด้วย”

พ่อเลื่อนมือมาลูบอกซ้ายผมเบา ๆ

 

ผมหยุดฝ่าเท้าเอาไว้กับที่ หันไปมองหน้าพ่อ พ่อหยุดฝ่าเท้าตาม

 

“ถึงแม้ผมจะทำให้พ่อเสียใจ หรือผิดหวังนะเหรอฮะ”

 

พ่อยิ้ม

 

“พ่อไม่เคยผิดหวังหรือเสียใจในตัวลูกนะ เพราะพ่อเชื่อว่าลูกได้เลือกและทำในสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันก็เป็นแค่ประสบการณ์ชีวิต เป็นบททดสอบ เป็นเรื่องราวที่เราจะได้เอามาไว้เล่าขานในเวลาที่ผ่านไป”

 

ผมยิ้มกับน้ำคำพ่อ

 

แล้วสี่ฝ่าเท้าก็เริ่มให้จังหวะไปกับการก้าวเดินอีกครั้ง แต่มันช้าลงกว่าเดิมมาก ราวกับต้องการรักษาช่วงเวลาเหล่านี้เอาไว้นาน ๆ

 

“ผมมั่นใจว่าแม่เลือกคนไม่ผิด”

ผมพูดขึ้นมาลอย ๆ พ่อทำเสียงแปลกใจ ผมหันไปมองหน้าพ่ออีกที

 

“ผมดีใจที่แม่เลือกพ่อมาเป็นพ่อของผม เพราะถ้าไม่ใช่พ่อ ผมคงไม่มีความสุขมากมายขนาดนี้”

 

พ่อหยุดเดิน ทำหน้านิ่ง ๆ แล้วหันมากอดผมเอาไว้ทั้งตัว

 

“เฮ้อ~ ถ้ากายเป็นผู้หญิง แล้วก็ไม่ใช่ลูกพ่อ พ่อคงจีบไปนานแล้วนะเนี่ย อยากให้แม่แกมีความคิดแบบนี้บ้างจัง”

 

ผมยิ้ม

“ผมเรียนรู้เรื่องราวพวกนี้มาจากแม่เหมือนกัน”

 

พ่อเบ้หน้า เราพากันก้าวเดินอีกครั้ง

 

“ไม่เห็นจะมีเลย วัน ๆ เห็นแต่ด่าแว๊ด ๆ คิดดี ๆ เป็นรึไง”

 

“เชื่อผมเถอะ ผมอยู่กับแม่มานานกว่าพ่ออีก”

 

พ่อโขกหัวผมโป๊ก

 

“อยู่ด้วยกันนาน แต่เซลล์สมองไม่พัฒนาเท่าพ่อหรอกน่า”

 

“บางทีความรักก็ไม่จำเป็นต้องใช้สมองนี่ฮะ ใช้แค่หัวใจก็พอ”

 

พ่อหยุดเท้าเอาไว้อีกที หันมามองหน้าผม

 

“แล้วหัวใจของกายล่ะ”

พ่อถามต่อ ผมยิ้ม

 

“ผมรักพี่เอกนะ”

ผมพูดตรง ๆ

 

พ่อมองหน้าผมไม่วางตา ผมมองตอบ

               พ่อเคยบอกไว้ว่าพ่อจะเชื่อใจผม งั้นผมก็ควรจะพูดตรง ๆ ใช่ไหม

 

“ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รักผมเลยก็ตาม”

ผมปิดท้ายประโยคคำพูดตัวเองด้วยน้ำเสียงชวนเศร้า ที่แม้แต่ตัวผมเองยังคิดไม่ถึงเลยว่าทำไมมันถึงได้เศร้าสร้อยเหงาหงอยขนาดนี้ 

 

ผมหันกลับไปมองเส้นทางอีกครั้ง ก้าวเท้าไปข้างหน้าเคียงข้างพ่อ

 

“กาย

เหมือนพ่อจะพูดอะไรสักอย่าง

 

ผมหันไปมอง

 

“พ่อว่าเอกเขาเป็นเหมือนพ่อนะ”

 

ผมขมวดคิ้วด้วยความงุนงง

 

“ยังไงฮะ”

 

พ่อแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เหมือนลำบากใจที่จะพูด

 

“ก็.. ปากไม่ตรงกับใจ รู้สึกแต่ถ่ายทอดเป็นคำพูดไม่ได้.. ปากแข็ง.. อะไรทำนองนั้นล่ะมั้ง”

มันคงแย่มาก กับการต้องมานั่งวิพากษ์วิจารณ์ด้านแย่ของตัวเองแบบนี้

 

ผมหัวเราะเบา ๆ ให้แกไปที

 

“ไม่รู้สิ ผมกับแม่ไม่ใช่พระเจ้า อ่านใจคนก็ไม่ได้ ไม่บอกก็ไม่รู้ ไม่แสดงออกก็ไม่มีทางเห็น”

 

พ่อหันมามอง

 

“แล้วแม่แกมาเกี่ยวอะไรด้วย”

 

ผมแกล้งเลิกคิ้วสูง

 

“ก็พูดไปงั้น”

แล้วผมก็เดินลิ่ว ๆ นำไปก่อน





 

 

ไปถึง แม่กำลังนั่งเล่นกับเจ้าตัวเล็กและอาพิมอยู่ ส่วนพี่เอกคุยถูกคออยู่กับลุงพงษ์ครับ

 

“ว้าววว มาแล้ว ดีเลย มา ๆ ๆ ๆ”

 

“อย่าเพิ่งสิพี่พงษ์ เอาไว้ให้เย็นก่อน กินตอนนี้ เดี๋ยวเมาทำอะไรไม่ได้ ให้พวกนี้ได้พักได้เที่ยวกันก่อน”

 

อาพิมรีบปราม ลุงพงษ์ทำเสียงจิ๊จ๊ะ แกคงเปรี้ยวปากอยากกิน

 

“นั่นน่ะสิ เออกาย.. ลุงโม้กับพ่อเอกไปเยอะ หลานก็พาเขาเที่ยวหมู่บ้านเราบ้างนะลูก”

ลุงหันมาบอก

 

ผมมองหน้าพี่เอก ทำท่าอึดอัด ก่อนปรับสีหน้าให้นิ่งที่สุด

 

ใจเย็นกาย

 

นี่คือแขก เราต้องทำหน้าที่ต้อนรับแขกให้ดี ผมสั่งตัวเองใหม่

 

“ได้ครับลุง ว่าแต่วันนี้ลุงนัดกับป้าจันทร์เรื่องทำบ้านไว้ไม่ใช่เหรอ นี่สายแล้วนะ”

 

“เอ้อ!! จริงสิ สายแล้วด้วย งั้นลุงไปก่อนล่ะ เดี๋ยวกลับมาคุยกันใหม่”

ลุงแกตบไหล่พี่เอกปุ ๆ รีบเดินกึ่งวิ่งจากไป

 

“อาบน้ำกันก่อนไหม”

ผมถามแบบไม่เจาะจงคนตอบ พ่อทำท่าบิดขี้เกียจ ส่วนแม่ยังเม้าท์เพลิน

 

“ขับรถมาจากบ้าน ตัวยังไม่เน่าหรอก เย็น ๆ ค่อยอาบ หนาวทีเดียวไปเลย” 

พ่อบอก

 

แม่หันขวับมามอง

 

“ขี้เกียจ”

 

พ่อทำสายตากรุ้มกริ่ม

 

“แล้วทำไมคุณไม่อาบล่ะ” 

พ่อย้อนกลับบ้าง

 

“ฉันอยากนั่งเล่นกับหลานก่อนย่ะ”

 

“ผมก็อยากนั่งเล่นกับลูกเหมือนกัน”

แล้วพ่อก็คว้าตัวผมเข้าไปกอด

 

ผมหัวเราะหึ ได้เป็นเป้านิ่งให้พ่อกับแม่ยำเล่นอีกแล้ว

 

“แล้วพ่อหนุ่มล่ะ อยากอาบไหม”

ปู่หันมาถามพี่เอก พี่แกส่ายหน้าเบา ๆ

 

“บ๊ะ มันหล่อได้ใจจริง ๆ ทำไมตอนหนุ่ม ๆ ปู่ไม่หล่อแบบนี้บ้างวะ”

ปู่แซว

 

“โหย ปู่ผมหล่ออยู่แล้วล่ะครับ ถ้าปู่ไม่หล่อ ผมจะออกมาหล่อได้ขนาดนี้เหรอ”

ผมชมตัวเอง ทุกคนพากันหัวเราะ รวมถึงพี่เอกด้วย แต่ผมไม่ได้สนใจหันไปมอง

 

“พี่อยากล้างหน้า”

พี่มันหันมาบอก ผมหันไปมอง

 

“ครับ เดี๋ยวผมพาไป”

ผมลุกขึ้น โดยมีพี่เอกลุกขึ้นตาม แอบเห็นพ่อกับแม่ส่งสายตาให้กันนิด ๆ แม่คงเป็นห่วง แต่พ่อพยักหน้าทีเดียวประมาณว่า

 

ไว้ใจลูกเถอะ

อะไรทำนองนั้น แม่ถึงได้หันไปเล่นกับเจ้าตัวเล็กต่อ

 



 

 

บ้านปู่ย่ามีห้องน้ำอยู่สองแบบ แบบหรูที่มีห้องหับมิดชิด มีอ่างขนาดใหญ่พร้อมขันใบสวยเอาไว้จ้วงอาบ มีฝักบัวพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น มีชักโครกสีขาวอย่างสวยพร้อมอ่างล้างหน้าอย่างหรู กำแพงและพื้นปูกระเบื้องสีอ่อน ง่ายต่อการทำความสะอาด

 

ในขณะที่อีกฟากเยื้องออกไปนอกตัวบ้านไม่เกินยี่สิบเมตร มีห้องน้ำกลางแจ้งครับ ใช้ฝาไม้กระดานอันเก่า ๆ มาตีล้อมไว้สามด้านสูงเพียงหัวไหล่ เปิดโล่งไว้ด้านหนึ่งให้เดินเข้าไป ตีพื้นด้วยไม้ยกสูงจากพื้นดินเพียงห้านิ้ว มีตุ่มอยู่มุมหนึ่งพร้อมขันสแตนเลสสีเงินเก่า ๆ ที่ถูกขัดแล้วขัดอีกจนเรี่ยมเร้เรไร

 

วิวสวยดีครับ

 

ตอนกลางวันก็อาบน้ำท่ามกลางเปลวแดด มองวิวทุ่งหญ้าทุ่งนาไป ส่วนตอนกลางคืนก็อาบน้ำท่ามกลางแสงจันทร์

 

และสายลมโกรก

 

บรื๋อ!!

 

หนาวอย่าให้เซ้ด

 

ผมพาพี่เอกไปยืนอยู่หน้าห้องน้ำอย่างหรู แล้วผมก็เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมายื่นให้ พี่แกรับไปถือไว้ แล้วเดินไปที่ตุ่มน้ำด้านนอกแทน ผมแอบแปลกใจ แต่ไม่คิดจะห้าม

 

พี่มันจ้วงน้ำจากตุ่มวักใส่หน้าใส่หัวจนเปียกชุ่มไปถึงคอร่วงลงมาถึงเสื้อ แล้วพี่แกก็เสยผมไปด้านหลัง จนเห็นใบหน้าหล่อเหลาหมดจดที่มักจะทำให้ผมหลงใหล

 

ผมรีบเสมองไปด้านอื่น

 

ยิ่งมองยิ่งหลงเสน่ห์ ผมมองท้องทุ่งนาไร้ต้นข้าว แต่เต็มไปด้วยต้นหญ้าเขียวขจี มีควายสองสามตัวกำลังยืนเล็มหญ้ากันอยู่

 

พอหันกลับมา ภาพตรงหน้าก็ถูกบดบังด้วยแผงอกกว้างที่คุ้นเคย ผมค่อย ๆ เงยหน้ามอง

 

ใบหน้าหล่อเหลาอยู่สูงขึ้นไป หยดน้ำบางส่วนร่วงเปาะแปะลงมาบนแก้มผม แสงสุริยะอยู่เบื้องหลังพี่เอก เป็นแบ็กกราวน์ให้แกแลดูร้อนแรงและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน

 

ร่างของพี่เอกบดบังแสงร้อนให้ผมจนมิด สายลมโหมแรงขึ้นจนเย็นฉ่ำ และเย็นสุดก็ตรงที่มีเม็ดน้ำจากเส้นผมพี่เอกตกลงมากระทบ

 

ผมควรจะทำยังไงดี

 

หลีกหนีจากพระอาทิตย์ดวงนี้

 

หรือยืนอยู่ตรงนี้ ให้พระอาทิตย์แผดเผาต่อไป

 




              

                To Be Con...

 

จองหนังสือทางนี้คร้าบบบ
 


              แนะนำนะกาย อารมณ์นี้ กระโดดงับคอพี่เอกไปเลย ข้อหาน่ากิน เอ้ย ข้อหาทำเราเจ็บ กายอย่าเพิ่งยอมแพ้นะอย่ายอมยกโทษให้คุณเอกภพง่าย ๆ
              อย่ากาย..
              อย่า...
              อย่า...
              อย่าโกรธนานนักล่ะ = = อยากเห็นฉากกุกกู๋ เอ้ยกุกกิ๊กของนายกับพี่เอกง่า

              ฮ่า ๆ
              ใครคิดว่าน้องกายเราจะยอมพี่เอกง่าย ๆ หะ??
               ดูถูกกันเกินไปแล้ว!!!
               คุณ...
               คุณ...
               คุณคิดไม่ผิดหรอก (อ้าว) ฮ่า ๆ ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากค้าาาา เอาแค่พอกรุบกริบเนอะ
               ว่าแต่สองตอนที่แล้วมันดราม่าขนาดนั้นเลยเหรอ เห็นร้องไห้กันระนาว - - เทียบกับน้องซินแล้ว ตอนนี้จิ๊บ ๆ = =
               อ่าน เม้นท์โหวต ขอบคุณมากเจ้าค่ะ
              
              
ไรเตอร์ทอค
               (วิธีว่าด้วยการแต่งนิยาย)
                           
               มีน้อง ๆ หลายคนสอบถามกันเข้ามาถึงวิธีการแต่งนิยายยังไงให้สนุก ดำเนินเรื่องยังไงให้จบได้(ติดกันตรงนี้ซะเยอะ) อยากบอกว่าให้คำแนะนำยากมาก เพราะตัวเองใช้วิธีการเขียนนิยายไม่เหมือนคนอื่น ถ้าเปรียบเทียบวิธีการเขียนนิยายของไรเตอร์เป็นการวาดภาพ ไรเตอร์คงกำลังวาดภาพแอ็บแทร็กอยู่ แต่บังเอิญภาพแอ็บแทร็กที่วาดดันมันมีรูปร่างและเรื่องราวที่เห็นได้จริง ๆ
              ตอนวาดภาพแอ็บแทร็กไม่มีอะไรอยู่ในหัวหรอก นอกจากอารมณ์กับจิตวิญญาณ จับพู่กันมาป้าย ๆ ปาด ๆ วาด ๆ โยนสีใส่ตุบตับ กระโดดเอาตัวลงไปคลุกอีกนิดหน่อย ครึ่งชั่วโมงต่อมาก็ปาดเหงื่อหยิบภาพมาโชว์ได้แล้ว แต่ถ้าให้ไรเตอร์วาดภาพเหมือน ทุกคนอาจได้ภาพแอ็บแทร็กที่จิตนาการได้หลากหลายเรื่องราวก็ได้ = = เพราะงั้นขออภัยน้อง ๆ ทุกคนที่คำแนะนำพี่ทำให้แต่ละคน ต้องทำหน้าแบบนี้ (= =) เหอ ๆ

             ไรเตอร์ลองเขียน ๆ วิธีแต่งนิยายแบบ Memew ดู มีวิธีการแต่งอยู่สามสี่ห้าหกเจ็ดแบบ (เอาสักแบบสิเฟ้ย!!)
             เทคนิคที่ 1.
             อยู่ ๆ เนื้อเรื่องจะมาเองเลย วิธีนี้ไรเตอร์ต้องวิ่งหน้าตั้งสี่คูณสี่ไปที่หน้าจอคอม จิ้ม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ และจิ้ม ให้ทันกับภาพที่มันหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย วิธีนี้ดีตรงที่ว่า เหนื่อยก็สามารถกดหยุดเวลาไปกินข้าวได้ แต่บางทีเครื่องก็แฮ้ง กดหยุดเวลาไม่ได้ ต้องนั่งแต่งไป เคยนั่งแต่งได้ยาวนานมาสุด 30 ชั่วโมงต่อกันแบบไม่ได้พักเลย พอครบ 30 ชั่วโมงก็หลับยาวไปสองวัน - -  ซึ่งวิธีนี้ มันจะเกิดขึ้นเอง บังคับให้เกิดหรือไม่ให้เกิดไม่ได้ เกิดได้ตลอดเวลาด้วย อย่างตอนวิ่ง ตอนนอน(เคยตื่นขึ้นมาระหว่างคืนเพื่อแต่งนิยาย - -) ตอนขับรถ(ต้องขับรถไปจอดรถแต่งนิยายไปบ่อย ๆ) ดูหนัง (กดหยุดหนังแล้วมาแต่งนิยายต่อ) ฟังเพลง(เหมือนดูหนัง) ได้ตลอดเวย์จริง ๆ ต้องพกกระดาษกับปากกากระดาษติดตัวไว้ตลอด อนาถสุดคือจดใส่กระดาษทิชชู่ตอนเข้าส้วมนี่แหละ = = 

            เทคนิคที่ 2.
            หาภาพจิ้น ๆ มาเป็นแรงบันดาลใจ จะใช้ภาพคนจริง ภาพการ์ตูน หรือไปนั่งส่องหนุ่ม ๆ ตามร้านกาแฟก็ได้ อันนี้รับรอง มองปุ๊บ เราจะจิ้นต่อได้เป็นฉาก ๆ ฮ่า ๆ (ไรเตอร์ชอบเดินตามหนุ่ม ๆ บ่อย ๆ แบบเห็นปุ๊บเดินตามเป็นแมวเลย มองอยู่ห่าง ๆ แล้วหันหลังมาปั่น ๆ ๆๆ ๆ ๆ ๆ นิยายต่อ)

            เทคนิคที่ 3.
            ไม่ต้องหาภาพหรือจิ้นหรืออะไรทั้งนั้น เดินโท่ง ๆ ไปหน้าจอคอม พิมพ์อะไรก็ได้สักคำ แล้วมันจะต่อเนื้อหาเหมือนจิกซอร์ที่ขาดหายเอง (ใช้วิธีนี้บ่อยเหมือนกัน)

           เทคนิคที่ 4.
           ป้อนคีย์เวิร์ดใส่สมอง คือป้อนคำบางคำลงไปในสมองตัวเอง อย่าง "เพื่อนรักเพื่อน" (น้องพี) แอบรัก (น้องซิน) รักต้องห้าม (น้องยู) มาเฟีย(น้องแฝด) แต่งงาน (น้องป่วน) หรือ จูบ (น้องคีส) อะไรทำนองนั้น พอป้อนปุ๊บ นั่งรอไม่เกิน 5 นาทีเนื้อหามากมายจะตามมา ที่เหลือคือปั่นให้ทันภาพที่เกิดก็พอ 

           เทคนิคที่ 5.
           คืออ่านให้เยอะ ๆ อันนี้ทุกคนคงรู้แล้ว แต่ข้อห้ามคือ ห้ามเลียนแบบ ห้ามก๊อปเนื้อหาไม่ว่าจะส่วนใดส่วนหนึ่งมาเด็ดขาด (ข้อห้ามโหดไปไหน= =) แต่ให้อ่านเยอะ ๆ แล้วเนื้อหาแบบใหม่มันจะงอกออกมาเอง = = ไรเตอร์อ่านไม่เคยเกิน 5 เรื่องสักที เนื้อหาใหม่ออกออกมาเป็นสิบ ๆ เรื่อง โอ้แม่เจ้า = [ ] =

           คำถามยอดฮิต "แต่งนิยายยังไงให้จบ"
           ถ้าเป็นนักเขียนทั่วไปแนะนำ เขาก็คงจะบอกว่า ให้วางพล็อตไว้ตั้งแต่ต้น แล้วจะรู้ว่าจบไงเอง แต่อินี่ไม่ได้วางพล็อต วิธีจบนิยายของ Memew คือ "สั่งจบ" วิธีการคือ ป้อนข้อมูลเข้าสมองว่า "ขอจบในอีก 5 ตอนข้างหน้า" นั่งพิมพ์ ๆ ไป เดี๋ยวมันก็จบได้เอง - -
           อย่างนิยายเรื่องนี้ ไรเตอร์สั่งจบในตอนที่ 100 พอเขียนไปได้สักตอนที่ 95 เนื้อหาจะเริ่มนำพาไปสู่ตอนจบล่ะ นั่งพิมพ์ไปเถอะ พอถึงตอนที่ 100 จะมีคนสั่ง "คัท" อัตโนมัติ ไรเตอร์วางมือ นั่งยิ้ม และชื่นชมผลงานของตัวเองได้แล้ว

             หวังว่าเทคนิคเหล่านี้จะช่วยน้อง ๆ ได้นะเจ้าค่ะ ^^
                      
            
เจอคำวิจารณ์ของน้องปลาส้ม น้องบอกว่า นิยายเรื่องนี้โคตรธรรมดาเลย ไรเตอร์นั่งขำก๊าก แล้วน้องก็บอกต่อว่า "มันธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา"
               ที่มันดูธรรมดา เพราะนิยายเรื่องนี้มันไม่ใช่นิยาย แต่เป็นนิยาย(อ้าว) (ฮ่า ๆ เลียนแบบน้องปลาส้มบ้าง เอาให้งงกันไปข้าง = =)
               ทุกคนรู้ว่านิยายเรื่องนี้เป็นนิยาย แต่ก็หลงลืมว่ามันคือนิยายและคิดว่าตัวละครทุกตัวมีตัวตนจริง ๆ (ใช่ไหม?) คนอื่นไม่รู้ แต่ไรเตอร์ลืมอยู่เรื่อย ไม่งั้นคงไม่นั่งร้องไห้ตอนน้องกายโดนด่าหรอก (อินี่ยังไม่ลืม = =)
               จะว่าไปแล้ว อ่านนิยายเรื่องนี้ เหมือนอ่านไดอะรี่ของคนสองคนที่มาบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตที่เกิดขึ้นจริง ๆ ให้เราฟัง สถานที่ต่าง ๆ ที่กล่าวอ้างมาในนิยายเรื่องนี้ มีจริงเกือบทั้งหมด แม้กระทั่งนิสัยของผู้คน เราก็พบเห็นได้ทั่วไปตามท้องถนน อาจเป็นเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ของเราเอง มันก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบเนอะ 
               ดีใจที่ทำให้ทุกคนมีความสุขค่ะ ^^


              
ปล. ขอยกเอาคอมเม้นท์ของ "whispering pearl" ท่อนหนึ่งมาไว้นะคะ 
          
  "ดีใจมากๆเลยที่เรื่องนี้ติดชาร์จ Top 5 จากนิยายทุกหมวดรวมกัน จะได้มีแฟนๆหน้าใหม่ที่เลือกนิยายจากชาร์จเข้ามาอ่านกันอีกเยอะๆ  รวมทั้งคนที่ไม่เคยสนใจแนวชายรักชายมาก่อนด้วย  เราเชื่อว่า KISS LOVE สามารถทำให้นักอ่านทั่วไปเปิดใจยอมรับนิยายแนวนี้ได้มากขึ้น  เพราะมันไม่มีอะไรน่ารังเกียจเลย  ถึงยังไงนิยายที่ดีก็ย่อมเป็นนิยายที่ดีอยู่วันยังค่ำนั่นแหละ ^ ^"

               ขอบคุณค่ะ ^^

                คีส ๆ ร้ากกกกคนอ่านทุกคนค่ะ ^^

             

 

Add Fav. แฟนคลับน้องคีส


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 277 ครั้ง

63,793 ความคิดเห็น

  1. #63578 奇跡 (@pahm) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 03:07
    น้องอย่าเพิ่งใจอ่อนนะลูกกกกก
    #63578
    0
  2. #63278 พญานก T^T (@Khaofang_17) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 17:29
    กายอย่าพึ่งใจอ่อนจนกว่าพี่มันจะพูด อยากรู้เหมือนกันพี่มันจะพูดยังไง ฮึ!!
    #63278
    0
  3. #63108 Chopoom94 (@chompoo3957) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 01:13
    อย่าเพิ่งใจอ่อนนะกาย พี่มันทำไว้เยอะ เอาให้พี่แกช้ำในตานเพราะเราไม่สนใจไปนานๆเลย คิ๋วพี่มันจริงๆ
    #63108
    0
  4. #62860 smaayd368 (@smaayd368) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 13:53
    เล่นตัวหน่อยโกรธไปนานๆเลยชิ
    #62860
    0
  5. #62508 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 23:46
    ไม่รุกสักทีล่ะ รอให้กายตรัสรู้เองหรือไง
    #62508
    0
  6. #62302 อาแนของแบคฮยอน (@anniii1994) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 19:27
    เชอะะะะะ อย่าไปยอมค่ะ เดี๋ยวได้ใจ โกรธไปเลยนานๆๆๆๆ
    #62302
    0
  7. #62190 lufian (@ployykp) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 11:08
    วรั้ย พี่เอกโดนเมินแหล่ะ
    #62190
    0
  8. #61930 Bennie_ (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 11:07
    พี่เอกอ่ะ ทำตัวให้มันดี ๆ หน่อย อ่อนโยนกับน้องหน่อย คืนดีกันซะนะ
    #61930
    0
  9. #61305 fe&font (@feremaka) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 / 14:13
    งอนต่อนานๆสิคะเอาให้อกแตกตายไปเลย =^=
    ห้ามง่ายนะเว้ย ไม่ยอมมม
    #61305
    0
  10. #60923 Siriporn Promfung (@fernfyfern) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 10 กันยายน 2558 / 13:24
    เห้ยยยยยยๆกายอย่าเพิ่งคืนดีน้ะ เอาให้พี่เอกมันเจ็บกว่าหลายเท่าเลยย
    ปล.ฉากดราม่านี่บ่อน้ำตาแตกเลยอ่ะะ!!>[]<
    #60923
    0
  11. #60479 lovelykik (@kikka123) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 5 มกราคม 2558 / 22:49
    เห้ยย อย่าเพิ่งดีกันๆๆ เอาให้พี่เอกเจ็บๆ จะได้รักกายมากๆๆๆ เล่นตัวก่อนลูกกก

    #60479
    0
  12. #60344 BaiTong23 (@undarin) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 / 14:33
    เป็นครอบครัวที่อบอุ่นจริงๆ
    #60344
    0
  13. #60059 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2557 / 22:15
    แบบว่า อยากให้พี่เอกเจ็บก่านี้จริงๆเลอออ หมั่นไส้พี่มัน ชิ
    #60059
    0
  14. #59993 KitaScarlet (@koonsirin) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 10:19
    พี่เอกง้อให้มันโรแมนติกหน่อยก็แล้วกันนะ
    #59993
    0
  15. #59831 DAIKI (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 19:05
    ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!

    ลุ้นจริงว้อยย~ นั่งทึ้งผมตัวเอง กร๊าซซซ พ่นไฟ
    #59831
    0
  16. #59780 0474 (@anisa-pam) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 01:22
    หายใจมะออก
    #59780
    0
  17. วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 21:34
    เผาไปเลยยยย เผาจนกายดำไปเลยยยยยยยย



    #59638
    0
  18. #59565 blacksaya (@sakuyablackrose) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2557 / 17:22
    อย่าเพิ่งใจอ่อน ให้พี่มันง้อมากกว่านี้ก่อนน้า
    #59565
    0
  19. #59417 Lucia Eve (@sodiz) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 23 เมษายน 2557 / 15:34
    อย่ายอมง่ายๆ นะกาย >[]< ให้พี่เอกง้อนานๆ หน่อย
    #59417
    0
  20. #59388 aNa_AoNg (@aong009) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 21 เมษายน 2557 / 18:44
    กายยยยยยยยยยยยยยยยยย
    หยึ่งสิลูกงานนี้ต้องหยึ่ง อย่าไปยอมมันง่ายๆๆเด๋วมันได้ใจ แล้วเด๋วมันให้เราเสียใจอีก หยึ่งงงงงงงงงงงงงงงงงง
    #59388
    0
  21. #59200 CENTERDUTMILL (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 12:47
    ดีมากกาย หยิ่งต่อไป 555+ ไม่ต้องไปง้อมันเนอะ ^++^
    #59200
    0
  22. #58946 Mu Thai-Elf (@mublue) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2557 / 04:43
    ขอให้คืนดีไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย >< โอยย พี่เอกรีบง้อด้วยยยยย
    #58946
    0
  23. #58045 ToNAoRLoYLoM (@tonaorloylom) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 22 กันยายน 2556 / 00:13
    อยากเห็นช็อตอิพี่เอกโดนพ่อพีคต่อย 555+
    #58045
    0
  24. #57945 Boku Wa Haruneko (@haruneko) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2556 / 23:44
    อย่า อย่า อย่าใจอ่อนเชี่ยวนะกาย
    พี่เอกทำเอาไว้มาก ให้เรียนรู้สะบ้าง ชิ !!!


    #57945
    0
  25. #57855 A Short Journey (@mimaptbelf) (จากตอนที่ 82)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 23:25
    พระอาทิตย์ไม่ได้แผดเผา แต่พระอาทิตย์จะกอดพระจันทร์เหมือนเดิมแล้วนะ ._.
    #57855
    0