แมวน้อยสื่อรักซานโตรินี [สนพ.อรุณ]

ตอนที่ 28 : บ้านแห่งการเริ่มต้น 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    3 ต.ค. 61


                “โอ้ นี่เจ้าบิ๊กเบนมาต้อนรับด้วยหรือคะ ตัวโตน่ารักเชียว ครั้งล่าสุดดิฉันยังเห็นเป็นแค่ลูกแมวบนตักดามาร่า”

                คุณหนูหลายคนก้มลงลูบหัวลูบหางเจ้าแมวลายที่ติดโบว์น้ำเงินปานสีธงชาติกรีซ พวกเธออุ้มแมวของตนมาใกล้ๆ ให้พวกมันทักทายบิ๊กเบน ซึ่งก็มีทั้งที่คลอเคลียกันดีและแยกเขี้ยวขู่กัน ดูเป็นที่น่าขบขันเอ็นดู สุภาพสตรีเหล่านั้นมองสาวลูกครึ่งแปลกหน้าที่ยืนเคว้งคว้างไม่มีคนควงแขนหรือติดดอกไม้ให้อย่างฉงนฉงาย กวาดตามองสำรวจหัวจรดเท้าเพื่อจะหาสัญลักษณ์หรือคำใบ้ว่าเธอมาจากตระกูลใด แต่ก็ไม่ยักมี ต่างคนจึงต่างสะกิดถามกัน ก่อนจะเอ่ยอ่อนหวาน

                “ขออภัยค่ะ คุณเป็นเพื่อนของดามาร่าหรือคะ ยินดีที่ได้รู้จัก”

                “เขาฟังภาษากรีกออกหรือจ๊ะ” ใครคนหนึ่งกระซิบ

                “คนพิเศษใหม่ของคุณแมททิอัสที่มาแทนเซียนน่าละมั้ง”

                “โถ่ หล่อนก็... ผู้หญิงของคุณแมทท์มีหรือจะใส่ของก๊อปอย่างนี้ เดามั่วซั่ว”

                ได้ยินแบบนั้น โรสก็ตัดสินใจว่ารีบตอบจะดีกว่าปล่อยให้แขกเหรื่อสันนิษฐานกันต่อไป “ฉันมาจากดิลลันเพ็ตซาลอน มาทำงานดูแลบิ๊กเบนค่ะ”

                เมื่อประกาศไปดังนั้น แขกที่จูงสัตว์เลี้ยงในบริเวณรอบๆ ก็หูผึ่งทันที ว่าเป็นซาลอนที่บ้านคาเมรอสวางใจใช้บริการ

                “อุ๊ยตาย! บังเอิญจังเลยค่ะ ดิฉันก็กำลังอยากได้คนดูแลแมวใหม่ นี่ค่ะ นามบัตรดิฉัน”

                “นี่ไวเบอร์[1]พี่ค่ะ แอดมานะคะน้อง”

                “รับตัดขนหมาด้วยไหมครับ”

                “แปรงขนกระต่ายล่ะคะ”

                มือหลายข้างชูมารุมล้อมโรสพร้อมนามบัตร ไม่ก็มือถือโชว์แอคเคานท์และเบอร์โทร โรสตกใจหูตาลาย ได้แต่รีบโค้งรับจนได้นามบัตรมาเต็มสองกำมือ หลังจากนั้นลูกค้าก็สลายตัวไปเข้างานกันอย่างอารมณ์ดี ทุกอย่างรวดเร็วจนหญิงสาวรู้สึกเหมือนโดนพายุทอร์นาโดวิ่งผ่าน เธอไม่มีที่จะเก็บนามบัตรเลยต้องเทใส่กระเป๋าแมวไปก่อน

                “มีบ้านผมเป็นลูกค้าก็ดีอย่างนี้แหละนะครับ คุณจะได้ลูกค้าคนอื่นๆ ตามมาอีกเพียบ...บางครั้งชื่อคาเมรอสมันก็แค่สะพานให้คนเดินไปสู่จุดหมาย”

                คำเปรยลอยๆ จากแมททิอัสทำให้โรสเงยหน้าไปมอง เขาดูกึ่งชื่นชม กึ่งผิดหวัง ในสายตามีความขมขื่นซ่อนอยู่ประหนึ่งว่าถูกเหยียบย่ำเป็นทางผ่าน

                แล้วทันใดนั้นชิ้นส่วนบางอย่างก็คลิกกันในหัวโรส แมททิอัสเข้าใจว่าเธอคงไปขอร้องดามาร่าให้ได้มาที่นี่เพื่อหาลูกค้าเพิ่ม…หรือไม่ก็เพื่อจะได้โอกาสหาหนุ่มไฮโซคนใหม่

                โรสอ้าปากจะแก้ต่างคำพูดตัวเองที่ชายหนุ่มเข้าใจผิดในวันก่อน แต่ไม่ทันได้พูด พ่อบ้านชราผมขาวในชุดสูทดำก็เดินลากเท้าช้าๆ มาถึงตัว และโค้งให้ทั้งสองแบบสั่นๆ สภาพคล้ายตุ๊กตาไขลานที่ข้อพับต่างๆ ขึ้นสนิมฝืดเคือง น่าจะเป็นผู้ที่แมททิอัสทำสัญญาณเรียกให้มาหาตั้งนานแล้ว โรสรีบหันไปโค้งกลับอย่างประดักประเดิด เพราะไม่เคยได้รับการเคารพนบนอบจากผู้อาวุโสคราวปู่ สาวใช้ของอังเดรสที่เธอเคยเรียกใช้ในแคลิฟอร์เนียก็เด็กๆ ทั้งนั้น แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ไม่เคยเห็นใครทำความเคารพพ่อบ้าน

                เธอเริ่มไม่รู้แล้วด้วยว่าเธออยู่ตรงนี้ในฐานะอะไร คนดูแลแมว? ก็ระดับเดียวกับคนรับใช้คนหนึ่งของบ้านคาเมรอสสินะ...ถ้าหากเพียงแมททิอัสจะยอมทักทายและให้เธอควงแขน เธอก็จะมีฐานะเดียวกับแขกในงานคนหนึ่ง เหมือนลิลลี่ที่จูเลียนคอยประกบพาไปแนะนำกับใครๆ

                แมททิอัสเอ่ยเสียงค่อนข้างดัง โดยที่พ่อบ้านก็ยื่นหูฟังตามประสาคนเริ่มหูตึง

                "นี่คุณโรส ดิลลัน จากดิลลันเพ็ตซาลอน ให้เขาพาบิ๊กเบนไปพักในบ้านก่อน"

                ผู้เฒ่าหูเฝื่อนขมวดคิ้วจนหน้าผากยับย่น ทวนคำเบาๆ ด้วยเส้นเสียงหย่อนสั่น ท่าทางเกรงอกเกรงใจคล้ายไม่อยากให้โรสได้ยิน "ขออภัยขอรับ นายน้อย เมื่อกี้บอกว่าเธอชื่ออะไร"

                “ดิลลัน”

                “ดันตั้น?” พ่อบ้านพยายามอ่านปากเอา แล้วเดาเป็นนามสกุลกรีกที่มีคนใช้เยอะ

                “ไม่ใช่ ดิลลัน เธอเป็นอเมริกันน่ะ”

                “เอ่อ นายน้อยพูดว่าเดลิสหรือขอรับ หรือดาเรียน เดลตัส ดามาโร?”

                โรสไม่รู้ว่าควรจะขำหรือเครียด แมททิอัสชี้ไปที่กระเป๋าแมวอย่างอดทน เอียงหน้าตะโกนใส่หูข้าเก่าเต่าเลี้ยง

                "ดิลลัน! เธอมาจากเพ็ตซาลอน! ได้ยินไหม เพ็ตซาลอน!" ร่างสูงพูดเสร็จก็ถอนใจพึมพำ “เย็นนี้ฉันจะบอกคุณแม่บังคับลุงใส่เครื่องช่วยฟังให้ได้เชียว”

                "อ๋อ ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงนั่นเอง ได้เลยขอรับ กระผมจะให้พาบิ๊กเบนไปพักจนกว่าจะถึงเวลาเล่นเกมและตั้งโต๊ะ" พ่อบ้านโค้งให้นายน้อยคาเมรอสอีกรอบ แล้วหันมาพยักหน้าให้โรส “เอ้า เธอตามฉันมา จูงบิ๊กเบนดีๆ ล่ะ”

                “แต่แมทท์…เอ่อ คุณแมททิอัส คุณจะไม่ให้โอกาสฉันอธิบายเลยหรือคะ” โรสรวบรวมความกล้าพูดออกไป ริมฝีปากอิ่มถูกขบน้อยๆ ก่อนที่เธอจะลุกลนก้มลงหาของในกระเป๋า “ฉัน...ฉันอยากจะให้คุณในที่ส่วนตัวกว่านี้ แต่...ถ้าคุณโกรธฉันและจะไม่รับฟังแม้สักคำ ฉันก็อยากให้คุณรับไว้เลย”

                ร่างสูงก้มลงมองอย่างแปลกใจ ดอกไม้สีน้ำเงินหอมอ่อนๆ ถูกนำมามอบไว้ในมือเขา ไฮยาซินธ์ ดอกไม้แห่งความสำนึกผิด...มือขาวของโรสสัมผัสหลังมือของเขาให้จับรับไว้ ดวงตาสีน้ำตาลมองอย่างค้นหาและวิงวอน

                “ขอร้องค่ะ ถ้าฉันยังพอจะสามารถได้รับการอภัยจากคุณ ขอให้เราได้คุยกันนะคะ”

                หัวใจของแมททิอัสวูบไหวไปด้วยกับสายตาแบบนั้น ชายหนุ่มสบถในคอ นี่ไง...แล้วก็ต้องใจอ่อนให้เธอจนได้ เขาหันไปทางอื่น

                “ก็ได้ ถ้าว่างผมอาจจะปลีกตัวไป”

 

                ขัดกับจินตนาการและคำเล่าลือของคนทั่วไปที่ไม่เคยมาเยือนเนินต้นปาล์ม บ้านใหญ่คาเมรอสหาได้มหึมาเป็นปราสาทราชวัง ปาร์ตี้ไม่เว้นวัน หรือว่ามีกระโถนทองคำอะไรเทือกนั้น

                ตัวคฤหาสน์สองชั้นค่อนข้างใหญ่จริง แต่ก็ไม่ได้ใหญ่ไปกว่าบ้านอื่นๆ บนเนินต้นปาล์ม และมีเครื่องเรือนกับของใช้ท้องถิ่นที่ผลิตในซานโตรินีมากกว่าของต่างชาติ เนื่องจากครอบครัวคาเมรอสมีกิจการในอุปถัมภ์จำนวนพอสมควร จึงได้สนับสนุนสินค้าของชาวบ้านอยู่เรื่อยๆ ซึ่งนายใหญ่และนายหญิงคาเมรอสก็ชอบที่จะอุดหนุนคนกรีกด้วยกันอยู่แล้ว เงินทองจะได้ไม่รั่วไหล และถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมา จะได้นำไปให้ซ่อมแซมแต่งเติมง่าย

                อีกอย่างหนึ่ง บ้านนี้สร้างมาตั้งแต่รุ่นพ่อของนายใหญ่คาเมรอสคนปัจจุบัน จะให้ทุบทิ้งหรือรื้อเปลี่ยนเป็นสไตล์โมเดิร์นก็ไม่มีใครทำใจได้ อยากให้คงบรรยากาศไว้เหมือนเช่นวันคืนเก่าๆ

                สรุปแล้ว บ้านคาเมรอสจึงไม่มีวี่แววจะได้ทำอะไรแฟนซีอินเทรนด์อย่างคนรวยส่วนหนึ่งทำกัน เช่นสร้างอควาเรียมในบ้าน ทำสวนหินตั้งเรือนไผ่ญี่ปุ่น หรือซื้อสิงสาราสัตว์หายากแปลกๆ มาเลี้ยงเล่น จะมีก็แต่เรื่องทางเทคโนโลยีเท่านั้นที่นายใหญ่เห็นดีเห็นงามให้นำเข้า เพื่อจะได้ทำงานอย่างสะดวกรวดเร็วขึ้น

                ถึงกระนั้น โรสก็ยังจูงบิ๊กเบนเดินตามพ่อบ้านเข้ามามองรอบๆ ห้องโถงด้วยความตื่นตาตื่นใจ ที่นี่ตกแต่งด้วยสีโทนน้ำเงิน ฟ้า เขียว ขาว ตามอย่างธรรมเนียมซานโตรินี แซมด้วยสีเข้มของเฟอร์นิเจอร์ไม้และประกายทองเหลืองสวยงาม หญิงสาวได้ไปในที่อยู่ของคนมีเงินมาหลายที่ แต่ไม่เคยจะได้พบกับบ้านที่เก่าแก่มีเสน่ห์เช่นนี้ ราวกับมีจิตวิญญาณที่สงบและอบอุ่นสถิตอยู่ มันเป็นความเก่าที่ไม่ทำให้รู้สึกว่าฝุ่นจับ เหม็นอับ หรือง่อนแง่น ทว่าสง่างามเหนือกาลเวลา

                พ่อบ้านลากเท้าพาโรสไปทางห้องครัวเล็กซึ่งใกล้กับห้องกินข้าว เขาเปิดตู้ซึ่งมีกระสอบอาหารแมวแบบเม็ด พูดช้าๆ ด้วยเสียงสั่นตามเคย

                “เธอให้บิ๊กเบนกินน้ำกินท่าและพักผ่อนที่นี่ แล้ว...เอ่อ...ให้ออกไปยิงกระต่ายในสวนทางเฉลียงถ้าจำเป็น ระวังอย่าล่วงเข้าไปในแปลงผักผลไม้ ทำความสะอาดบิ๊กเบนด้วย แล้วก็รอนายหญิงลงมา พวกสาวใช้เขาจะเดินตามท่านจากห้องแต่งตัวมาตรงห้องโถง และสั่นกระดิ่งให้การ์ดหน้าบ้านรู้ เธอเองพอได้ยินเสียงกระดิ่งก็อุ้มบิ๊กเบนไปหาท่านนะ แล้วออกไปทักทายแขกกับท่านพร้อมสาวใช้”

                โรสแอบขนลุกขึ้นมาทันทีเมื่อคิดว่าจะต้องพบกับมารดาของแมททิอัส “เอ๋! ฉันต้องไปกับท่านด้วยหรือคะ นึกว่าจะให้พาบิ๊กเบนไปร่วมเล่นเกมเสียอีก” พ่อบ้านเอียงหูเพราะไม่ได้ยิน กว่าโรสจะตะโกนบวกทำไม้ทำมือให้เข้าใจได้ก็กินเวลาราวห้านาที

                “ก็ต้องหลังจากนั้นสิ นายหญิงท่านคิดถึงบิ๊กเบน ท่านคงอยากจะกอดจะอุ้มบิ๊กเบนไปคุยกับแขก ก็ตามใจท่าน เธอรอรับบิ๊กเบนไปเล่นเกมก็ต่อเมื่อท่านสั่ง”

                แปลว่าเธอต้องติดสอยห้อยตามนายหญิงคาเมรอสไปเสมือนสาวใช้คนหนึ่งนั่นเอง โรสกังวลปนหวั่นใจ อย่างนี้จะหาโอกาสคุยกับแมททิอัสได้น้อยลงไปอีกหรือเปล่านะ...ที่สำคัญ นายหญิงคาเมรอสเป็นคนแบบไหนหนอ และความประทับใจของท่านเห็นเธอเป็นสาวใช้เสียแล้วแบบนี้ อนาคตหากว่าเธอขอแมททิอัสแต่งงานได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง มันจะเข้าหน้ากันอย่างไร

                บิ๊กเบนดูจะไม่ยี่หระความเครียดของโรส มันตรงไปจะตะกุยกระสอบอาหารแมวทันที ติดก็ตรงที่โรสดึงสายจูงไว้เท่านั้น มันเลยร้องม้าวๆ ดังลั่นเหมือนเด็กทารกหิวนม เร่งให้เธอรีบผูกมันไว้กับราวผ้าเช็ดมือก่อน แล้วแกะกระสอบตักอาหารเม็ดใส่ชามเซรามิคที่พื้น พ่อบ้านยืนดูโรสอยู่สักพักหนึ่ง เห็นว่าคล่องแคล่วดีก็เดินลากเท้าจากไปทำหน้าที่ของตนต่อ

                โรสนำชามเซรามิคอีกใบไปรองน้ำ ที่หัวก๊อกมีสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเป็นประปาแบบดื่มได้ แยกจากโรงประปากลางของซานโตรินี เธอวางชามให้บิ๊กเบนที่ดื่มกินอย่างรวดเร็ว จากนั้นหญิงสาวก็ขยับไปตรงประตูครัวเพื่อสำรวจอย่างเงียบๆ นี่คงเป็นบริเวณห้องเก็บอาหารแห้ง ส่วนบริเวณห้องประกอบอาหารและห้องเตรียมอาหารก่อนยกเสิร์ฟนั้นอยู่ถัดไป โดยมีประตูเชื่อมถึงกัน พอจะได้ยินเสียงวุ่นวายดังผ่านประตูมา เมื่อชะโงกมองออกไปด้านนอกที่ห้องโถง ทุกอย่างเงียบสนิท ไม่มีเสียงจากชั้นบนเลย แสดงว่านายหญิงคาเมรอสยังอยู่ในห้องแต่งตัวกับพวกสาวใช้ลึกเข้าไป คงอีกนานกว่าจะออกมา

                โรสหันไปดูทางเฉลียงไม้ระแนง ที่พ่อบ้านบอกให้พาบิ๊กเบนไป ‘ยิงประต่าย’ เธอแอบส่ายหัวน้อยๆ อย่างขบขันกับภาษาสุภาพที่พ่อบ้านอุตส่าห์ใช้กับแมว นัยน์ตาสีน้ำตาลกวาดไปรอบๆ เฉลียงมีทางลงเล็กๆ ลงไปสู่ทางเดินหินที่ตัดผ่านสนามหญ้า ประดับพุ่มดอกไม้และแปลงผัก ซึ่งมีแขกบางส่วนยืนชมอยู่เป็นหย่อมๆ ห่างจากตัวบ้าน แล้วก็ไปสะดุดกับร่างคุ้นตาท่ามกลางเด็กๆ

                “เอ๊ะ...? ลุงที่โบสถ์คนนั้นรึเปล่านะ”

                หญิงสาวพาบิ๊กเบนเดินไปที่เฉลียงอย่างกระตือรือร้น เจ้าแมวลายวิ่งเหยาะๆ ไล่ตะปบใบไม้แห้งที่สั่นกรอบแกรบบนทางเดินหิน กระโดดไปทางนั้นที ทางนี้ที พอเบื่อก็มองหาเป้าหมายที่น่าสนใจถัดไปตามธรรมชาติของแมว มันเดินนำโรสลงไปที่สนามหญ้า แล้วโก่งตัวในท่าซุ่มโจมตีแมลงปอซึ่งร่อนอยู่เหนือพื้นหญ้าอ่อนนุ่ม

                โรสขยับเข้าไปใกล้ชายชราและเด็กๆ ที่ยืนดูแปลงมะเขือเทศแบบไม่แน่ใจนัก เสื้อเชิ้ตขาวของธีโอถูกถลกขึ้นไปตรงศอก ขณะก้มลงจับตัวหนอนแมลงบนใบมะเขือเทศและยื่นโชว์บนฝ่ามือ แกล้งทำเสียงดัง ทำเอาเด็กๆ กรี๊ดกร๊าดวิ่งหนีกันยกใหญ่ บ้างก็เข้ามากอดขากางเกงสีกาแฟแน่น ชายชราหัวเราะชอบใจจนพุงกระเพื่อม เสียงนั้นทำให้โรสจำได้ว่าใช่แน่ เธอจึงร้องทักอย่างแซวๆ

                “ตายจริง คุณลุงหลอกหนูเสียแล้วว่าไม่มีหลานให้เล่านิทานให้ฟัง เด็กๆ ออกเยอะแยะขนาดนี้”

                ธีโอปัดมือหันมามองอย่างแปลกใจ เขางงๆ อยู่แวบหนึ่ง จากนั้นก็กางแขนออกยิ้มกว้าง

                “โอ้! เธอเองหรือ แม่หนู อ๊ะ ระวังมือฉันเปื้อน” ชายชราเอ่ยแล้วก็นึกได้ เอามือไพล่หลังไม่กอดหรือจับมือ แต่ชะโงกมาหอมแก้มแทน น้ำเสียงของเขาอบอุ่น “วันนี้เธอแต่งตัวสะสวยเชียว จำแทบไม่ได้”

                “ขอบคุณค่ะ” โรสมองเด็กๆ ในชุดสะอาดสะอ้าน ที่เริ่มแข่งกันกางแขนทรงตัวเดินต่อเท้าเป็นเส้นตรงอยู่รอบแปลงผัก โดยให้เอาส้นเท้าต่อปลายนิ้วเท้าสลับไปมา เธอแย้มยิ้ม “น่ารักจังเลยนะคะ”

                “ใช่ พรจากฟ้าแท้ๆ... โอ้ย! ถ้าเป็นหลานฉันจริงสักคนก็ดีน่ะสิ บ้านอื่นทำไมเขาถึงลูกดกนักนะ” ธีโอบ่นกระปอดกระแปด “ว่าแต่เป็นยังไงมายังไง ฉันไม่นึกเลยว่าจะเจอเธอที่นี่ ใครเป็นคนเชิญเธอมากัน”

                “คุณดามาร่าวานให้หนูพาแมวของเธอมาร่วมงานน่ะค่ะ ลุงธีโอ” โรสตอบอย่างออกจะหงอยๆ เมื่อคิดว่าความหวังของเธอที่จะได้คืนดีกับแมททิอัสดูริบหรี่ และเธออาจจะได้แค่มาทำงานอย่างเดียวจริงๆ “แล้วคุณลุงล่ะคะ ทำอะไร”

                “ฉันหรือ” ธีโอทำหน้างงๆ อีกรอบ จากนั้นก็หัวเราะอารมณ์ดี เขานั่งยองๆ ลงเกาคางบิ๊กเบน เรือนผมสีดอกเลาเป็นประกายราวกับดิ้นเงินในแสงแดด “หลักๆ ฉันก็ดูแลเรื่องดอกไม้ดอกไร่ จัดโต๊ะจัดเก้าอี้ในงานนี่แหละ ส่วนภรรยาฉันเขามีหน้าที่ดูแลอาหารและภาชนะต่างๆ เราต้องช่วยกันทำงานน่ะ”

                คำตอบพานให้คนฟังเข้าใจไปว่า ธีโอกับภรรยาก็เป็นหนึ่งในพนักงานที่บ้านคาเมรอสจ้างมาจากนอกเนินต้นปาล์มให้เตรียมงาน โรสทอดถอนใจและพยักหน้าหงึกหงัก

                “แย่จังนะคะ คุณลุงกับคุณป้ายังต้องทำงานอยู่อีก...หนูมาที่นี่ เหมือนเป็นการย้ำเตือนตัวเองเลยว่าวาสนาคนเราไม่เท่ากัน ชีวิตมนุษย์แปลกดีนะคะ มีแค่กำแพงกั้นแต่ละบ้าน แต่บางคนเกิดมาในคฤหาสน์หลังหนึ่งก็สบายเลย บางคนเกิดมาในสลัมข้างๆ ก็ต้องเหนื่อยไปตลอด ถึงจะมีระบบภาษีที่ดึงเงินจากข้างบนลงสู่ข้างล่าง แต่ระยะห่างตรงกลางบางครั้งก็ไม่อาจเติมเต็ม”

                ธีโอเงยหน้ามองดูหญิงสาวนิ่งนาน ดูคล้ายจะประทับใจที่เธอแสดงความเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เขาเห็นว่าสำคัญเช่นกัน ไม่บ่อยนักที่ธีโอจะได้พูดคุยกับหญิงสาวสักคนที่อภิปรายอะไรนอกเหนือจากเรื่องสวยๆ งามๆ ที่ที่ไปเที่ยวมา หรือดินฟ้าอากาศตามมารยาททั่วไป เนื่องจากส่วนใหญ่ต่างก็กลัวที่จะเอ่ยอะไรผิดหูนายใหญ่ขึ้นมา จึงชอบเน้นพูดแต่เรื่องเบาๆ สนุกๆ เท่านั้น ทั้งหมดทั้งปวงส่งผลให้ธีโออุปมาดั่งคนที่ได้กินแต่สายไหมบ่อยจนเลี่ยน ใคร่จะขบกลืนสิ่งที่มีแก่นสาร

                “นั่นสินะ โลกใบนี้มีแต่ความไม่สมบูรณ์ ไม่ยุติธรรม พิกลพิการโดยพื้นฐาน เราทำได้แค่เพียงเชื่อมั่นและต่อสู้ ตามแผนการที่พระเจ้าทรงส่งมาทดสอบ เพื่อให้โลกที่เราอยู่ใกล้เคียงความสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เมตตาช่วยเหลือกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เธอคิดว่าอย่างนั้นไหม”

                “อืม...ถ้าเป็นได้อย่างนั้นจริงก็ดีเลยค่ะ เพียงแต่คนที่มาจากสังคมละแบบน่ะ เข้าใจชีวิตของอีกฝ่ายยาก เพราะไม่เคยเห็นภาพ”

                โรสผายมือไปทางเด็กๆ ที่ยังคงเดินเล่นกัน แต่ละคนออกสำเนียงภาษากรีกสุภาพไพเราะแบบผู้ดี นายน้อยทั้งหลายเหล่านี้บริสุทธิ์และเยาว์วัย ได้รับการเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมเกินกว่าจะเคยรู้จักคำด่าทอหรือการทุบตี

                “อย่างเช่นเด็กๆ ที่นี่ พวกเขาคงไม่รู้มั้งคะ ว่าข้างนอกเนินต้นปาล์ม น้ำประปาดื่มไม่ได้ และมีหมาแมวจรจัดตามถนน กว่าจะรู้และเข้าใจคนที่อยู่ใต้อิทธิพลของตระกูลพวกเขา ก็คงตอนโตแล้ว ความรู้สึกของพวกเขาตอนนั้นจะเป็นสงสาร นับถือ ดูถูก หรือว่าเฉยๆ หนูก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ายากแล้วที่พวกเขาจะเข้าใจถ่องแท้ เหมือนที่คนนอกก็ไม่อาจเข้าใจเนินต้นปาล์ม”

                “ถูกของเธอ แม่หนูโรสคนดี เด็กๆ ผู้เป็นอนาคตของที่นี่ต้องการคนมาเขย่าปลุกให้ลืมตามองโลกความเป็นจริงข้างนอกอยู่บ่อยๆ ในส่วนของบ้านนี้ ฉันคงดีใจมากเลยล่ะ ถ้าคาเมรอสรุ่นต่อๆ ไปจะได้รับการอบรมให้เมตตาผ่านความเข้าใจ และได้มีประสบการณ์วัยเด็กแบบคลุกฝุ่นลุยทุ่งเสียบ้าง”

                การ์ดคนหนึ่งเดินฉับๆ เข้ามาหาพวกเขาทั้งสองคน ธีโอรีบยันตัวขึ้นจากพื้นที่ลงไปนั่งยองๆ เล่นกับบิ๊กเบน โดยมีโรสช่วยพยุง เพราะท่าทางข้อเข่าชายชราจะไม่ค่อยยอมให้ความร่วมมือในการลุกขึ้นเสียทีเดียว เขากล่าวขอบใจ โรสเห็นการ์ดมาถึงแล้วก็โค้งพร้อมยื่นเสื้อสูทสีกาแฟใส่นมเฉดเดียวกับกางเกงของชายชราให้

                “เอ๋ ทำไม... โอ้โห!! สูทสมาร์ทสุดๆ ไปเลยค่ะ!

                โรสอุทานอย่างชื่นชมขณะที่ชายชราดึงแขนเสื้อเชิ้ตลง แล้วกางแขนให้

                “ขอบใจแม่หนู ช่วยสวมให้ฉันหน่อยเถอะ”

                หญิงสาวทำตามอย่างไม่อิดออด นิ้วมือไล้ไปตามเนื้อแคชเมียร์และตะลึงกับสัมผัส มองดูด้วยตาเปล่าเผินๆ มันไม่ได้วิเศษวิโสเลย ใครจะรู้ว่าเป็นของดีถึงเพียงนี้ ธีโอขยับแขนกระชับสูทและระบายยิ้ม โรสอดไม่ได้ชมแล้วชมอีก

                “เท่มากค่ะ คุณลุงหล่อมากๆ”

                “หืม เธอชอบจริงหรือเปล่า อย่ายอฉันเล่นนา...นี่สูทตัวโปรดของพ่อฉัน เอามาแก้ขนาดใหม่ ฉันชอบใส่เพราะจะได้ระลึกถึงท่าน สมัยนี้แทบไม่มีใครตัดกระเป๋าเสื้อสูทใหญ่ๆ แบบนี้แล้วล่ะ”

                ร่างท้วมติดกระดุมแค่เม็ดบนเม็ดเดียว จากนั้นก็หันไปหาการ์ด แล้วโรสก็ชะงักไป การ์ดค่อยๆ เปิดกระเป๋าผ้าที่หิ้วมากับสูท หยิบเอาซองผ้าเย็นและเจลออกมาให้ธีโอทำความสะอาดมือทั้งสองข้าง จากนั้นก็ตามด้วยหยิบนาฬิกาทองแบบโซ่ห้อยสำหรับพกใส่กระเป๋าสูท และกลัดเข็มกลัดอักษรย่อกรีกซ้อนพันกันบนปกเสื้ออย่างเคารพ

                เดี๋ยว...เดี๋ยวนะ...โรสมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างมึนงง รู้สึกว่าตัวเองพลาดอะไรไป นี่มันแปลกๆ ซะละมั้งสำหรับลุงคนสวน...

                “ใกล้จะได้เวลากล่าวสุนทรพจน์เปิดงานแล้วครับ นายใหญ่”

                สิ่งสุดท้ายที่การ์ดนำออกมา คือกล่องบรรจุแหวนทองคำ และแหวนบุษราคัมน้ำงามประเมินค่ามิได้ ธีโอสวมทั้งสองวงเรียบร้อย ก็หันมากอดโรสเพื่อบอกลา

                “เฮ้อ เสียดายที่ฉันต้องไปซะแล้ว แม่หนู ฉันดีใจนะที่เธอหายเศร้า ไม่ร้องไห้อย่างครั้งก่อนแล้ว และก็คิดเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ” ชายชรายิ้มเผล่ ลูบหัวเธออย่างเอ็นดู “นี่ถ้าเธอทำใจจากไอ้หนุ่มเบอร์หนึ่งเบอร์สองของเธอได้แล้ว ฉันก็อยากแนะนำเธอให้ลูกชายฉันรู้จักสักหน่อย ดังนั้นอย่าเพิ่งรีบกลับเสียล่ะ!

                โรสได้แต่ยืนเกร็งราวกับถูกสาปเป็นหิน แม้หลังจากธีโอและการ์ดเดินจากไปกันนานแล้ว เจ้าบิ๊กเบนที่ปลดทุกข์และกลบเรียบร้อยส่งเสียงหง่าวๆ ขณะดึงสายจูงให้เธอขยับกลับไปยังเฉลียงเพื่อหลบแดด แต่โรสไม่ได้ยินอะไร ในหูก้องอยู่แต่คำว่า ‘นายใหญ่’ ที่การ์ดเรียก…นายใหญ่คาเมรอสงั้นหรือที่เธอเคยปล่อยโฮขี้มูกยืดใส่ คร่ำครวญเรื่องชีวิตรัก ตามด้วยบ่นเรื่องชนชั้น และว่ามัน ‘แย่จัง’ ที่เขากับภรรยาต้องทำงาน

                ลุงคนสวนกับป้าคนครัวงั้นเรอะ...เธอมันเซ่อ เซ่อ เซ่อ!



[1] แอพพลิเคชั่นสำหรับส่งข้อความและโทรศัพท์โดยใช้อินเตอร์เน็ต เป็นที่นิยมใช้ในประเทศกรีซรองจากโปรแกรมเมสเซนเจอร์ของเฟสบุ๊ค



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

249 ความคิดเห็น