[[ภาค 2]] สามเดือนอันตราย!! ฝึกงาน สานรัก [Yaoi]

ตอนที่ 20 : การเผชิญหน้าระหว่างพ่อตากับลูกเขย(?) ยกที่ 1 : ยังไม่ทันขึ้นชกก็หมดยกซะแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    12 ธ.ค. 53

  

 

 

เลยเที่ยงคืนมาหลายนาทีแล้ว แต่ผมก็ยังทำได้แค่พลิกตัวอย่างกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตานอนหลับได้ลงอย่างกับเด็กประถมที่ตื่นเต้นเวลาจะต้องไปทัศนศึกษา แค่ว่าดาเมจในคืนนี้มันรุนแรงกว่ากันประมาณสามล้านเท่าเพราะในวันพรุ่งนี้ผมจะต้องไปพบพ่อตา ในสมองคิดวุ่นวายไปหมดว่าควรจะแต่งตัวแบบไหนไปดี ซึ่งมาคิดได้อีกทีว่าจะแต่งสูทผูกไทไปก็ไม่ได้เพราะผมยังเป็นแค่นักศึกษาฝึกงาน เครื่องแบบจึงมีแต่เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็คสีดำเท่านั้น

 

หลายครั้งหลายคราที่ผมผุดลุกผุดนั่ง เดินไปเดินกลับระหว่างเตียงนอนและห้องน้ำทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้สึกอยากไปเลยสักนิด แต่มันเป็นเพียงสถานที่แห่งเดียวที่ผมจะเดินไปมาหาสู่ได้โดยไม่ต้องออกไปนอกห้องแล้วทำเสียงดังรบกวนจนคุณรุทอาจจะตื่นขึ้นมาก็ได้

 

จนแล้วจนรอดผมก็ต้องเปิดโคมไฟหัวเตียงให้มันส่องแสงสีส้มอ่อนๆ เพราะยิ่งอยู่ในความมืดหัวสมองยิ่งคิดฟุ้งซ่าน น่าแปลกที่ผมซึ่งปกติจะนอนหลับได้สนิทเฉพาะที่มืดๆ เงียบๆ เท่านั้นพอเจอแสงสีส้มเข้าไปก็ดันรู้สึกง่วงนอนขึ้นมาทันที เพิ่งรู้เดี๋ยวนั้นเองว่ายานอนหลับชั้นดีไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อที่ไหนไกล หาได้ที่หัวเตียงของผมเอง เมื่อทำใจให้รู้สึกง่วงได้สักทีผมก็ปิดเปลือกตาลงอย่างสะลึมสะลือคล้ายคนเมาออกซิเจน แต่ยังไม่ทันได้ติดปีกบินเข้าสู่ห้วงฝันหูที่ยังใช้งานได้ดีอยู่ก็พลันได้ยินเสียงเปิดประตูแผ่วเบา

 

...มีคนเข้ามาในห้องนอนของผม...

 

ทั้งๆ ที่ถ้าลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนั้นผมก็จะรู้ได้ในทันทีว่าไอ้คนที่บังอาจบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลอย่างไม่กลัวตายเช่นนี้มันเป็นใครเพราะโคมไฟที่หัวเตียงยังถูกเปิดไว้อยู่ แต่อีกฟากฝั่งของสมองก็คล้ายจะรู้คำตอบนั้นได้ดี มันเป็นตัวการสั่งให้ผมยังคงหลับตาต่อไปแม้จะรู้สึกถึงตัวตนที่เข้ามาใกล้จนท้ายที่สุดแล้วก็ทรุดตัวนั่งลงที่ขอบเตียง

 

ทันทีที่อีกฝ่ายเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากตัวผู้บุกรุก หัวใจก็พลันเต้นเร็วแรงขึ้นเป็นจังหวะสามช่า ผมยังคงนอนนิ่งปิดตาอย่างไม่รู้ว่าควรจะลุกขึ้นมาจ๊ะเอ๋อีกฝ่ายแล้วชวนเล่นผีผ้าห่มหรือว่าควรจะฉีกกระชากหน้ากากแกะน้อยแล้วเผยตัวตนของหมาป่าออกมาจับอีกฝ่ายกินเสียดี และเพราะตัดสินใจไม่ได้สักทีทันทีที่รู้สึกถึงมือเรียวยาวอบอุ่นลากไล้ไปตามแก้มผมจึงเหลือทางเลือกเดียวคือ...แกล้งนอนนิ่งเป็นปลาตายต่อไป

 

ปลายนิ้วเรียวยาวแทรกเข้าไปในกลุ่มผมสีดำสนิทอย่างอ่อนโยนจนผมใจสั่น ใจเต้น ใจกระเด้งกระดอนจนจุกขึ้นมาถึงคอหอยยังดีที่ผมปิดปากสนิทไม่อย่างนั้นมันอาจจะทะลุออกมาเต้นแร๊พโชว์อยู่ข้างนอกก็เป็นได้ ใจเย็นไว้ลูก ใจเย็นไว้ไอ้นันท์ ทำตัวเนียนๆ ค่อยๆ ลืมตาขึ้นเหมือนเพิ่งตื่นแล้วอย่าลืมถามว่าคุณรุทเข้ามาทำ... เจ๊ยยยยย

 

เสียงในหัวผมร้องลั่นเสียงหลงเมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากที่ทาบทับลงมา...มันไม่ใช่สัมผัสแผ่วๆ ที่หยุดยั้งไว้อยู่แค่การสัมผัสริมฝีปากของกันและกันหากทว่ากลับแนบแน่นกว่านั้น ลึกซึ้งกว่านั้น และ...ร้อนแรงกว่านั้น

 

จากที่โดนแปะแข็งนอนเป็นปลาตายผมก็พลันคืนชีพขึ้นมาเป็นปลาเป็นดิ้นกระแด่วๆ อยู่ในวงแขนที่โอบรอบตัว อีกทั้งมือที่จับศีรษะผมอยู่ก็ยังแข็งเสียยิ่งกว่าคีมเหล็ก ไม่ว่าจะทำยังไง้ ยังไงก็สะบัดไม่หลุด

 

“อื้อ...” ผมเม้มริมฝีปากแน่นไม่ยินยอมให้ลิ้นอุ่นชุ่มชื้นนั้นได้กระทำตามใจชอบ หากทว่าความตั้งใจนั้นคงอยู่ได้เพียงเสี้ยววินาทีเพราะทันทีที่ผมสบตากับดวงตาสีดำเปล่งประกายระยับภายใต้แสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงร่างทั้งร่างก็พลันพากันออกนอกระบบการควบคุม ถูกเทคโอเวอร์ด้วยเจ้าของดวงตาสวยชนิดที่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรผมก็ไม่มีปัญญาขัดขืนด้วยประการทั้งปวงเพราะตอนนี้หัวใจกับสมองมันไม่ได้ทำงานควบคู่กันแล้วล่ะครับ

 

หัวสมองกำลังกรีดร้องว่าไม่น้า!!!!! ตำแหน่งแบบนี้มันไม่ปลอดภัยต่อความตั้งมั่นของผมเอาซะเลย แต่ขณะเดียวกันหัวใจก็ยันสมองโครมๆ ว่าจะไปสนใจทำไมตอนนี้ ริมฝีปากที่มอบความเคลิบเคลิ้มให้ตรงหน้าต่างหากที่คู่ควรแก่การสนใจมากกว่า!

 

...แน่นอนว่าสมองของผมพ่ายแพ้ให้กับหัวใจยับเยิน

 

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มือของผมไม่ได้พยายามผลักอกคนตรงหน้าออกอีกต่อไปแล้ว หากทว่ากลับเกาะเกี่ยวโอบกอดแผ่นหลังกว้างที่มีให้ความรู้สึกดีอย่างเหลือเชื่อเพียงแค่สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เรียงตัวอยู่ภายใต้ชุดนอนนั้น เส้นสายของแผ่นหลังนั้นสวยงามชนิดที่ว่ารูปปั้นเทพเจ้าชื่อดังอาจจะต้องยอมศิโรราบ ดวงตาที่เบิกกว้างในช่วงแรกหรี่ปรือจนแทบปิด ผมมองดวงตาของคุณรุทตอนนี้ไม่ได้...เพราะมันจะทำให้ผมละลาย...

 

ผมสะดุ้งอีกรอบเมื่อมือที่ตรึงศีรษะผมเอาไว้ไม่ให้เบือนหน้าหนีค่อยๆ คลายออกแล้วไล้เรื่อยมาตามลำคอ ลากผ่านแผ่นอกก่อนสอดเข้ามาสัมผัสเนื้อใน และอาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายไม่ทันได้คิดว่าผมจะยังเหลือเรี่ยวแรงทั้งร่างกายและจิตใจเอาไว้ขัดขืนอีกจึงทำให้การกลิ้งหลุนๆ ออกมาจากตำแหน่งน่าหวาดเสียวนั้นเป็นไปได้อย่างง่ายดาย

 

แต่เผอิญเหลือเกินว่าผมที่จดจ่ออยู่กับคนตรงหน้าแถมสมองยังเบลอจัดไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ดันลืมไปว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงที่แม้จะใหญ่พอสำหรับให้นอนกลิ้งไปกลิ้งมาได้ แต่ถึงอย่างไรมันก็เป็นแค่เตียงเดี่ยว ดังนั้นชะตากรรมในอีกห้าวินาทีให้หลังของผมจึง... “แอ้บ!!!” ...เป็นการทิ้งร่างดิ่งลงตกแอ้กไปนอนแอ้งแม้งอยู่ตรงข้างเตียงพร้อมทั้งผ้าห่มที่ม้วนรอบตัวซะจนกลายร่างเป็นหนอนชาเขียวชั่วคราว

 

หางตาเหลือบไปเห็นเทพบุตรสุดหล่อที่ชะโงกหน้ามาดูด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเพราะเสียงร้องเมื่อกี้ของผมนั้นน่าเกลียดเหมือนกบโดนเหยียบไม่น้อยเลยทีเดียว หากทว่าทันทีที่เห็นสภาพหนอนชาเขียวของผมจากใบหน้าเป็นกังวลก็กลับกลายเป็นอาการหัวเราะพรืดชนิดที่ว่าแทบจะขำกลิ้งตกลงมาจากเตียงตามเลยทีเดียว

 

นี่ๆ ผมต้องกลายร่างเป็นหนอนชาเขียวเพราะคุณนะ คุณรุท! คุณไม่ควรจะหัวเราะเยาะผมแบบนี้น้าาาา!!

 

“อุ๊บ ฮะ .. ฮะๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ โอเคๆ ฉันไม่ทำอะไรแล้วก็ได้ ไม่เห็นต้องพยายามกระดื๊บหนีขนาดนั้นเลย” ที่กระดื๊บหนีไม่ใช่เพราะกลัวคุณทำอะไรหรอกครับ แต่กระดื๊บหนีเพราะงอนต่างหาก ผมส่งค้อนวงเบอเริ่มให้คุณรุทที่ปาดน้ำตาป้อยๆ พลางบ่นพึมพำขณะที่ยื่นมือมาช่วยแกะผมออกจากสภาพโดนม้วนเป็นแยมโรลไส้นันท์ “จริงๆ เลย...เธอนี่ทำให้ฉันขำได้ตลอด” ไม่ได้อยากให้ขำครับ เรื่องคราวนี้มันเป็นเหตุสุดวิสัยต่างหาก ไม่ได้อยากให้ขำสักหน่อย!

 

“ว่าแต่คุณรุทมีอะไรรึเปล่าครับ” ถ้านอนคนเดียวแล้วเหงาเดี๋ยวนันท์สุดหล่อคนนี้จะไปนอนกล่อมนะจ๊ะ ฮี่ๆ

 

ผมฉีกยิ้มโดยพยายามลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่หรือคิดเสียว่ามันเป็นแค่ความฝันที่ผมละเมอเพ้อพกระหว่างกึ่งหลับกึ่งตื่น หย่อนก้นลงนั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหัวเตียงพลางเงยหน้าขึ้นถามอีกฝ่ายที่ทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียง

 

“ฉันนอนไม่หลับ”

 

คู่แท้ปาฏิหาริย์ก็งี้ล่ะครับ สองคนหนึ่งใจ ผมเองก็นอนไม่หลับจนกระทั่งคุณย่องเข้าหาเมื่อกี้เนี้ย เกือบจะหลับอยู่แล้วเชียว

 

“พอคิดว่าพรุ่งนี้ฉันต้องไปเจอพ่อก็ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ”

 

โฮ่ ผมบอกแล้วว่าพวกเราเป็นคู่แท้ไม่เทียม ขนาดเรื่องที่ทำให้นอนไม่หลับยังเป็นเรื่องเดียวกันเลยแล้วแบบนี้คำว่าสองกายหัวใจเดียวจะหนีพวกเราไปไหนพ้น

 

“ผมก็ตื่นเต้นเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ ทุกอย่างจะต้องไปได้สวยแน่” ผมพยายามพูดให้กำลังใจอีกฝ่ายทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังนึกไม่ตกว่าจะเอาตัวรอดจากลูกซองของคุณพ่อตาได้ยังไง แต่เรื่องนั้นเรื่องเล็ก เรื่องของคุณรุทสิเรื่องใหญ่

 

“ไหนๆ ฉันก็คงไม่มีโอกาสได้กลับมานอนที่นี่อีกนาน ถ้าอย่างนั้น...เรามานอนด้วยกันเถอะนะ” อุ๊ยต๊ายตายว้ายกรี๊ด แบบนี้...แบบนี้...แบบนี้เขาเรียกว่าสาวชวนขึ้นเตียงใช่ไหมคร้าบบบบบ ผมแทบจะกราบกรานเทวดาสวรรค์โปรดด้วยน้ำแดงตามด้วยร้องฮาเลลูยาดังๆ อาจจะด้วยความสามารถใหม่ที่ผมเพิ่งค้นพบนั่นคือการสะกดจิตตัวเองนั้นรุนแรงเกิดความคาดหมายทำให้ผมแทบจะลืมเรื่องเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น แต่มันก็แค่แทบจะ...เท่านั้น

 

เมื่อทันทีที่ผมขยับตัวไปข้างๆ เว้นที่ว่างให้อีกฝ่ายล้มตัวลงนอนได้ สมองส่วนที่เรียกคืนความเป็นจริงก็เริ่มทำให้ผมจดจำได้ถึงรสจูบร้อนแรงที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ ชนิดร้อนฉ่าทะลุจุดเดือด หากทว่าทันทีที่อีกฝ่ายล้มตัวลงนอนข้างๆ แล้วสบตาเข้ากับผม คุณรุทก็หลุดหัวเราะออกมาอีกพรืดพลางเอื้อมมือมาขยี้หัวผมเบาๆ “ฉันไม่ทำอะไรหรอกน่า ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นหรอก” ผมไม่ได้กลัวว่าคุณรุทจะทำอะไรผมหรอกครับ แต่กลัวตัวเองจะไปทำอะไรลูกชาวบ้านเขาต่างหาก ยิ่งพรุ่งนี้ต้องไปพบหน้าพ่อตาด้วยผมยิ่งรู้สึกสยองหนักขึ้นเป็นสองเท่า ว่าแต่...หน้าแบบนั้นมันแบบไหนกันครับ ช่วยสเก็ตรูปให้ผมดูที หรือง่ายกว่านั้นก็ช่วยส่งกระจกมาให้ดูหน่อยจะเป็นพระคุณอย่างสูง หากทว่าผมก็ไม่ได้รับทั้งสองอย่าง แต่กลับได้เป็นรอยยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความอารมณ์ดีของคนตรงหน้ากับมือเรียวยาวที่เอื้อมมาดึงแก้มผมจนยืดเสียแทน “หน้าแดงแป๊ดเลย” มันแดงเพราะผมเป็นหนุ่มไฟแรงแสนเร่าร้อนน่ะสิครับ!

 

 ยังไม่ทันได้ออกปากแก้ตัวให้กับอาการหน้าแดงของตัวเองแต่ประการใดอีกฝ่ายก็เอื้อมมือไปปิดโคมไฟที่หัวเตียงทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสนิท ซึ่งผมสามารถบอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่าความมืดไม่ได้ช่วยอะไรเลยนอกจากทำให้ผมสามารถได้ยินเสียงขยับตัวแผ่วๆ ของอีกฝ่ายกับสัมผัสของมือที่ลูบไล้เรือนผมอย่างอ่อนโยนได้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็เท่านั้น

 

ผมคิดว่าผมจะนอนไม่หลับเพราะจังหวะหัวใจเต้นเป็นแร๊พโย่วของผมมันไม่ยอมหยุดง่ายๆ หากทว่าบางทีอาจจะเป็นเพราะอ้อมแขนอุ่นๆ กับการคงอยู่ของสิ่งมีชีวิตข้างๆ ทำให้ผมผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เปลือกตาหนักอึ้งค่อยๆ ปรือปิดลงเพราะวันนี้ก็นับว่าเป็นอีกวันหนึ่งที่แสนยาวนานสำหรับผมเลยทีเดียว

 

ราวกับอาการตาค้างก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอยู่จริง...ความเหนื่อยเพลียได้ฉุดผมให้จมลงสู่ความฝันอย่างรวดเร็ว

 

+++++++++++

 

“ใจเย็นนะนันท์ สูดหายใจเข้าลึกๆ นั่นแหละ ดีมาก แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก ช้าๆ ไม่เป็น ไม่ต้องตื่นเต้น” เปล่าครับ พวกผมไม่ได้กำลังเรียนโยคะหรือกายกรรมหรือแม้กระทั่งฝึกพื้นฐานของการออกกำลังกายกันอยู่หรอกครับ แต่ตอนนี้ผมที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้าน...เอ่อ ถ้าจะเรียกให้เห็นภาพก็ควรจะเรียกว่าคฤหาสน์หลังใหญ่ ใหญ่มาก...ใหญ่เวอร์ๆ ชนิดที่ผมโคตะระสงสัยว่าพวกคนรวยๆ จะสร้างบ้านให้ใหญ่ขนาดนี้ไปทำไมในเมื่อก็แทบไม่เคยกลับมานอนที่รังของตัวเอง

 

คุณรุทที่เมื่อคืนยังบอกว่าตื่นเต้นจนนอนไม่หลับกลับอยู่ในสภาพสดใสปิ๊งปั๊งชนิดที่ว่ามันคงสดใสมากไปกว่านี้อีกไม่ได้แล้ว ผิดกันกับผมที่ตอนนี้กำลังยืนเกาะเสาคานบ้านด้วยมือสั่นๆ กับขาที่สั่นยิ่งกว่า เทพบุตรสุดหล่อยังคงหล่อเหลาอ่อนโยนไม่เปลี่ยนแปลงค่อยๆ พยายามปลอบให้ผมหายสั่น ว่ากันตามจริงผมเป็นโรคกลัวที่หรูหรามากกว่าจะกลัวปืนลูกซองของคุณพ่อตาซะอีก แต่ดูเหมือนคุณรุทจะเข้าใจอาการของผมผิดไปไกลจึงพยายามพูดปลอบ

 

“ม...ไม่เป็นไรครับ” ผมพยายามฉีกยิ้มจนเหงือกแห้งแต่อาการวิงเวียนคล้ายจะหน้ามืดตาลายก็ยังไม่หายไปแต่อย่างใด เห็นดังนั้นคุณรุทจึงชักตีหน้าเคร่งตาม

 

“ถ้าเธอไม่ไหวงั้นเรากลับกันก่อนดีไหม เอาไว้วันหลังค่อยมาอีกที”

 

เห็นความเป็นห่วงที่ฉายชัดออกมาผ่านสีหน้าและแววตาของคุณรุทแล้วผมก็แทบอยากจะลมจับอีกรอบด้วยความปลาบปลื้ม ชีวิตนี้เกิดมาไม่เสียดายแล้วครับ ด้วยอานุภาพของความรัก (...เอ๊ะ ผมรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงใครอ้วกแถวนี้ สงสัยคิดไปเอง) ที่คุณรุทมอบให้ทำให้ผมพยายามกอบกู้ภาพลักษณ์ที่พังทลายไม่มีชิ้นดีกลับมาปะต่อให้เป็นรูปเป็นร่างอีกครั้งก่อนกระแอมเบาๆ แล้วพยายามยืนให้มั่นคงไม่ซวนเซ

 

“ผมก็แค่...เมารถนิดหน่อยเองครับ” เอ่อ อันที่จริงผมก็ไม่ได้โกหกนะครับ เนื่องจากปกติเวลาไปทำงานผมนั่งรถเมล์ไป เพราะบริษัทไม่มีที่จอดรถสำหรับเด็กฝึกงานโดยเฉพาะ ถ้าจะไปเสี่ยงโชคเอาว่าที่จอดรถจะว่างรึเปล่าก็เห็นทีจะเสี่ยงไปหน่อยที่จะเอาลูกรักของคุณนารีไปจอดในที่ที่ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยดังนั้นผมจึงตัดปัญหาด้วยการขึ้นรถเมล์มาเสียแทน ด้วยเหตุนั้นเองเมื่อเช้าคุณที่อยากทำความคุ้นเคยกับวิถีชีวิตอันแสนจะติดดินของว่าที่สามีคนนี้ (เอ๊ะ ผมรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงใครสำลักอีกแล้ว หูแว่วบ่อยจริงแฮะช่วงนี้) จึงโหนรถเมล์มาบริษัทพร้อมผม และคุณรุทก็ขึ้นไปคุยกับพี่ชายที่ห้องท่านประธาน ส่วนผมก็แยกย้ายกลับมาที่แผนกของตัวเอง

 

ปัญหามันอยู่ที่เวลาเลิกงาน ผมจึงเพิ่งระลึกชาติขึ้นมาได้ว่าไม่มีรถให้ขับ และการจะแวะกลับไปเอาที่บ้านก็ออกจะเป็นการเสียเวลาและเปลืองน้ำมันซึ่งเป็นทรัพยากรที่ใกล้จะหมดไปจากโลกนี้แล้วไปสักหน่อย พวกเราจึงลงมติเอกฉันท์ว่าจะนั่งแท็กซี่ไปกันเอง

 

แต่ก็นั่นล่ะครับ...พี่แท็กซี่เขาคงจะรีบไปส่งรถถึงได้ขยับฉวัดเฉวียนเหมือนกำลังอยู่ในสนามแข่งฟอมูล่าวันยังไงยังงั้น กว่าจะผ่านพ้นชั่วโมงเร่งด่วนอันแสนทรมานมาได้ผมก็หน้ามืดตาลายจนแทบขย้อนข้าวกลางวันออกมาทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถแล้ว

 

“ในบ้านน่าจะมียาอยู่ ยังไงก็เข้าไปกันก่อนเถอะ” คุณรุทฟังเหตุผลแล้วก็คงนึกได้ถึงช่วงเวลาที่ตัวเองต้องนั่งโยกซ้ายทีขวาทีอยู่บนรถแท็กซี่เหมือนกันจึงพยักหน้ารับก่อนคว้าข้อมือดึงผมให้เข้าไปในบ้าน ผมหันมามองเสาหน้าบ้านต้นที่ให้ผมพักพิงด้วยสายตาซาบซึ้งในน้ำใจและหวังจะตอบแทนบุญคุณด้วยอันที่จริงแล้วก็ยังอาลัยอาวรณ์เจ้าเสาต้นนั้นไม่หาย อ่า วันนี้ผมจะรอดกลับไปให้อาหารเด็กๆ ที่บ้านไหมเนี่ย

 

“มาแล้วเหรอพี่รุท ไหงมาช้าจังเลย พ่อรอจนจะแก่ไปอีกสามรอบครึ่งแล้วเนี่ย!” เสียงทุ้มๆ แต่ทว่าก็ไมได้ทุ้มต่ำมากบ่งบอกว่าเจ้าของเสียงนั้นคงอายุยังไม่มากเท่าไหร่ตะโกนทักทายทันทีที่เห็นคุณรุทก้าวเข้ามาในบ้าน ผมที่เดินตามมาข้างหลังจึงต้องชะโงกหน้าออกไปมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาพลเมืองที่ดีที่ต้องคอยสอดส่องเรื่องชาวบ้านเพื่อค้นหาความผิดปกติ

 

คนตรงหน้าเป็นเด็กหนุ่มอายุประมาณสิบเจ็บสิบแปด เอาบ้านทั้งหลังวางเดิมพันได้เลยว่านี่ต้องเป็นเด็กที่เจ้ากันย์มันแอบต้อยไว้แน่ๆ ยิ่งคิดได้ดังนั้นผมจึงยิ่งเบิกตากว้างมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความไม่เชื่อสายตา

 

จะว่าไงดีล่ะ...คนบ้านนี้เขาคงได้รับคำอวยพรจากเทพเจ้าอย่างท่วมท้นหรือไม่ก็ชาติก่อนทำบุญมาดีจึงทำให้มีหน้าตาที่เป็นเลิศชนิดที่ว่าต่อให้เดินผ่านตามทางเท้าก็ยังเด่นสะดุดตาจนลืมไม่ลงเลยทีเดียว

 

เด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นหนุ่มน้อยร่างสูงโปร่ง ใบหน้าขาวเกลี้ยงเกลาหมดจดชนิดสิวสักเม็ดก็ไม่มีมาแพ้วพาน ดวงตาคมสวยที่ถอดแบบมาจากคุณรุทราวกับพิมพ์เดียวกันรับกันกับจมูกโด่งเป็นสัน ไอ้ผมก็บรรยายไม่ค่อยถูกแต่ถ้าจะให้เปรียบเทียบล่ะก็...ก็คงคล้ายๆ กับพวกดารานักร้องเกาหลีที่ช่วงนี้กำลังฮิตกันอยู่ทั่วบ้านทั่วเมืองนั่นล่ะครับ

 

เอาเป็นว่า...เขาหล่อแบบสวยๆ น่ารักๆ (หรือสวยน่ารักแบบหล่อๆ?) โดยรวมแล้วก็นับว่าคล้ายคุณรุทอยู่หลายส่วนมากเหมือนกัน

 

“นันท์ นี่นาคินทร์ น้องชายของฉัน” บ๊ะ ซื้อหวยไม่เห็นมันจะแม่นแบบนี้เลย

 

คุณรุทเอ่ยแนะนำให้ผมรู้จักซึ่งอีกฝ่ายก็ทำท่าสนอกสนใจจะทำความรู้จักกับผมซะด้วย ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าที่ผมเห็นว่าในแววตากระตือรือร้นอยากรู้อยากเห็นนั้นมีความขบขันเจือปนอยู่ด้วย มันแทบจะส่องเป็นประกายระยิบระยับจนผมตาพร่าเลยทีเดียว

 

“ส่วนคิน นี่นันท์ เป็น...”

 

เป็น...?

 

ผมกลั้นใจรอฟังคำหลังจากนั้นอย่างใจจดใจจ่อ ผมเป็นอะไรล่ะ สามี? ดาร์ลิ้ง? ที่รัก? โอ้ย คุณรุทพูดเร็วๆ สิครับ ผมลุ้นจนเมื่อยแล้วนะ

 

แต่แน่นอนว่าเวลาแบบนี้น่ะเหรอ...ผมไม่มีวันได้สมหวังซะหรอก!

 

“โย่ว ไอ้นันท์!” สองเสียงสองมือสองแรงกระแทกที่ท้ายทอยประสานกันได้อย่างลงตัวราวกับเจ้าของฝ่ามือที่ตบลงมาบนหัวผมนั้นได้ผ่านการฝึกมาเป็นหมื่นๆ แสนๆ รอบ ยังไม่ทันได้หันไปชำระความ ไอ้สองตัวแสบก็เผ่นแผล็วไปทางคุณรุทก่อนยกมือไหว้สวัสดีเรียบร้อยสมเป็นกุลสตรีนไทย “สวัสดีครับพี่รุท / สวัสดีครับคุณรุท”

 

“พวกแก...” อยู่ต่อหน้าน้องเมีย พูดจาสถุลมากไม่ได้ครับ เดี๋ยวเสียภาพพจน์หมด “มาทำอะไรที่นี่กันวะ”

 

“วันนี้ฉันมีสอนนาคินทร์” คุณครูจำเป็นพยักเพยิดไปทางลูกศิษย์ที่กำลังทำท่าคล้ายจะกลั้นหัวเราะจนตัวงอ

 

“ในเมื่อไอ้กันย์อยู่ที่นี่ มึงก็อยู่ที่นี่ แล้วกูจะพลาดฉากเด็ดประเด็นดังได้ไงวะ”

 

ไอ้ตุลย์ มึงชักจะจริงใจเกินไปละ สรุปง่ายๆ ว่าคอยมาดูจุดจบของกูว่างั้นเถอะ

 

แต่ต้องยอมรับจริงๆ ครับว่าพอเห็นว่ามีพวกมันอยู่ด้วย อาการเหมือนกระเพาะจะบิดเป็นเกลียวซัมเมอร์ซอลท์ออกมาทางหลอดอาหารก็ค่อยๆ ทุเลาลงจนเมื่อคุณรุทหันมาถามอาการอีกทีผมก็สามารถตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าไม่เป็นไรแล้ว

 

“พี่รุท พ่อกับแม่รออยู่นะ รีบๆ ไปเร็วเข้า” นาคินทร์เร่งด้วยท่าทางกระเหี้ยนกระหือรือจนผมแทบจะเห็นภาพซ้อนเป็นไอ้ตุลย์รุ่นจิ๋ว นึกอยากกุมขมับกับอนาคตของชาติก็เห็นทีจะไม่มีเวลามากขนาดนั้นเพราะทันทีที่คุณรุทพยักหน้ารับคำพูดของน้องชายก็จัดการคว้าข้อมือผมออกลากอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งไปหยุดยืนอยู่หน้าห้องห้องหนึ่งที่ข้างในมีเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กดังออกมาไม่ขาดสาย คุณรุทจัดการเคาะมือลงไปบนประตูไม้สองสามทีก่อนส่งเสียงบอกคนข้างในด้วยประโยคที่ทำให้ผมเลิกคิ้วแปลกใจ

 

“พ่อครับแม่ครับ ผมพามาแล้ว”

 

หา? อะไร? พาใครมา? ถ้าผมจำไม่ผิดประเด็นของวันนี้มันน่าจะอยู่ที่คุณรุทที่กลับมาบ้านหลังจากแอบหนีออกไปได้สองวันครึ่งถ้วนสิ ผมก็แค่ของแถม มาเป็นเพื่อนเฉยๆ หรือคุณรุทจะหมายถึงพาตัวเองกลับมาแล้ว? ไม่น่าจะใช่ล่ะมั้ง

 

ภายในชั่ววินาทีสั้นๆ ที่เสียงในห้องเงียบไปความสงสัยมากมายก็ได้ถาโถมเข้าหาผมประหนึ่งคลื่นสึนามิลูกแรก และทันทีที่เสียงในห้องร้องตอบรับกลับมาให้คุณรุทเปิดประตูเข้าไปได้...สมองผมก็ว่างเปล่าเหมือนระเบิดนิวเคลียร์สองลูกที่ทิ้งที่ฮิโรชิม่ากับนางาซากิกลับถูกทิ้งใส่ในหัวของผมแทนทันที

 

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!!

 

...

 

...ยังครับ ผมยังไม่ตาย ไม่ต้องจองโลง จองศาลาสี่หรือโทรเรียกปอเต๊กตึ๊งกัน แต่...คิดอีกทีรถพยาบาลอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผมในตอนนี้ที่หัวใจแทบจะกระดอนออกมาทางปากอยู่รอมร่อแล้วก็เป็นได้ สิ่งที่ปรากฏเบื้องหลังบานประตูที่ถูกเปิดออกคือคนจำนวนสามคนที่ยืนอยู่ภายในห้องเพิ่งจะดึงพลุสามเหลี่ยมชุดใหญ่จนในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีบริเวณหน้าประตูห้องที่ก่อนหน้านี้สะอาดเอี่ยมชนิดที่แมลงสาปเดินผ่านแล้วอาจจะสำลักความสะอาดตายได้ก็เต็มไปด้วยกระดาษสายรุ้งมากมาย และต้องยอมรับว่าสภาพของผมตอนนี้ก็ไม่ได้ต่างไปจากพื้นสักเท่าไหร่ นั่นคือเต็มไปด้วยกระดาษสายรุ้ง เศษกระดาษแก้วระยิบระยับ และถ้ามีแมลงสาปวิ่งผ่านมาชนผมเข้าพอดี ผมก็คงล้มลงอย่างช่วยไม่ได้

 

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สีหน้าแกตอนนี้โคตรสุดยอดเลยไอ้นันท์เอ๊ย” เสียงหัวเราะกัมปนาทกึกก้องจนผมเริ่มเข้าใจนิดๆ ถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องสร้างบ้านใหญ่ขนาดนี้ นั่นคงเป็นเพราะกลัวเสียงอันเสียดแทงโสตประสาทนั้นจะไปรบกวนชาวบ้านชาวช่องเขาเป็นแน่ เสียงหัวเราะของไอ้ตุลย์ที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ในระยะมองเห็นแต่เอื้อมตีนไปเตะไม่ถึงทำให้ผมหันไปมองมันอย่างช้าๆ พร้อมทั้งสีหน้าที่แข็งไปแล้วเหมือนโดนสตัฟต์ไว้อยู่ที่สีหน้านั้น เวลานั้นเองที่ผมสังเกตเห็นกล้องดิจิตอลขนาดพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกบนมือของมันและรับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่าวินาทีที่แสนน่าประทับใจ(กัดฟันพูด)คงถูกบันทึกไว้ชนิดช็อตต่อช็อตระดับที่อาจจะทำให้นักข่าวอับอายได้

 

ช้านานกว่าที่ผมจะควานหาวิญญาณตัวเองกลับเข้าร่างเจอ และใช้เวลาอีกชั่วครู่หนึ่งในการพยายามกู้ลิ้นไก่ตัวเองคืนมา

 

“ค..ค...คุณรุท...นี่..นี่มันอะ..ไรกันครับ?”

 

“มาๆ เข้ามานั่งข้างในกันก่อนสิ” เสียงแหบพร่าของชายสูงวัยดังขึ้นดังก้องกังวานตามด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครงถ้านี่คือคุณพ่อของคุณรุท คนคนนี้ก็ผิดกับภาพลักษณ์ที่ผมคิดไว้ในใจอย่างน้อยๆ ก็สามร้อยหกสิบองศา

 

“ไปๆ เข้าไปนั่งข้างในไป๊ ยืนทำหน้าเหมือนวิญญาณยังไม่กลับเข้าร่างอยู่ได้” ไอ้ตุลย์เดินมาดุนหลังผมให้เข้าไปในห้องรับแขกขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ด้วยเครื่องเรือนน้อยชิ้นทำให้ห้องนี้ดูโล่งโปร่งสบาย ผมถูกกดให้นั่งลงข้างๆ คุณรุทบนโซฟาตัวยาวตัวหนึ่งขณะที่ด้านซ้ายมือคือหญิงวัยกลางคนที่มีดวงตาอบอุ่น รอยยิ้มขี้เล่น และดูสาวเสียจนไม่น่าเชื่อว่ามีลูกชายสามคน แถมคนโตก็อายุปาเข้าไปเกือบสามสิบแล้ว ถัดจากคุณแม่ของคุณรุทไปคือคุณพ่อที่คาดว่าคงเป็นที่มาของพันธุกรรมความหล่อลากของคนในตระกูลนี้ ด้านตรงข้ามคือไอ้ตุลย์กับคนที่ผมคาดว่าเป็นพี่ชายของคุณรุท ซึ่งตอนนี้กำลังทำหน้าที่รักษาการตำแหน่งประธานบริษัทที่ผมกำลังฝึกงานอยู่ในตอนนี้นี่เอง

 

“ก่อนอื่นเลย ขอแนะนำตัวก่อนนะจ๊ะ แม่ชื่อนิชา แต่ถ้านันท์เรียกแม่ว่าแม่ แม่จะดีใจกว่านะ” เจ้าหล่อนว่าพลางส่งรอยยิ้มที่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธลงมาให้ผม อานุภาพรอยยิ้มของคนในตระกูลนี้คงได้มาจากผู้เป็นแม่แหงแซะ “ส่วนคุณพ่อชื่อคณิศร แต่ก็นั่นล่ะ เรียกพ่อดีกว่านะจ๊ะ”

 

“หรือจะเรียกป๊ะป๋าก็ได้นะ” เจ้าของชื่อเอ่ยเสริม

 

เหวอสิครับงานนี้ เหวอแดก เหวอสนิท เหวอชนิดที่เกิดมาผมกล้าสาบานเลยว่าไม่เคยเหวออย่างนี้มาก่อนในชีวิต จากที่คิดว่าต้องมาบุกดงกระสุนพาลูกชายเขาหนีวิวาห์ กลับได้รับการต้อนรับเสร็จสรรพแถมจัดเป็นงานเลี้ยงขนาดย่อมๆ ด้วยการดึงพลุกระดาษต้อนรับเสียด้วย แถมยังไม่ใช่การต้อนรับธรรมดา...แต่ยังโคตรอบอุ่นชนิดร้อนจนเกรียมเลยด้วยซ้ำ

 

“อะไรกันแม่ ทำไมไม่เห็นแนะนำผมเลยล่ะครับ” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแย้งขึ้นมาอย่างเรียกร้องความสนใจ ซึ่งพอผมหันไปมองเจ้าตัวก็ทำหน้ากระตือรือร้นก่อนเอ่ยแนะนำตัว “สวัสดีพี่ชื่อกรณิศ ถึงปกติจะมีแต่คนเรียกว่านิด แต่ถ้าเรียกพี่ว่าพี่กร พี่จะดีใจมากกว่านะ”

 

...หลังจากเจอคลื่นสึนามิพัดถล่ม ตามด้วยระเบิดนิวเคลียร์แล้ว ตอนนี้ผมกำลังสงสัยว่ากระสวยอวกาศกำลังจะพุ่งแลนด์ดิ้งลงในสมองของผมอย่างจังราวกับเป็นเป้าล็อคยังไงยังงั้น

 

ผมมองทุกคนในครอบครัวคุณรุทที่ส่งยิ้มมาให้อย่างปลาบปลื้มคล้ายผมเป็นนักกีฬาโอลิมปิคที่กลับมาพร้อมเหรียญทองและใบประกาศเกียรติคุณแล้วก็ให้ยิ่งไม่เข้าใจยกกำลังสอง ไอ้ตุลย์ที่ดูจะรู้เรื่องดีกว่าใครก็ไม่ยอมเปิดปากพูดอะไรเพราะเอาแต่กลั้นหัวเราะจนหน้าเขียวหน้าเหลือง สุดท้ายเมื่อพึ่งไอ้เกลอทรพีไม่ได้แล้วจึงได้แต่หันมาหาคุณรุทอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี

 

ซึ่งคุณรุทของผมเองก็กำลังอมยิ้มอยู่เช่นกัน

 

ถึงปกติแล้วท่าทางเช่นนี้ของคุณรุทมักจะทำให้ผมแอบกรี๊ดโฮกอยู่ในใจไปหลายร้อยตลบในความน่ารักก็ตาม แต่ ณ เวลานี้ในสมองของผมที่มันเออร์เรอร์ไปแล้วกลับมีแต่เสียงตะโกนก้องของตัวเองว่า

 

นี่มันอะไรกัน(วะ)เนี่ยยยยยยยยยย!!!!!!!

 

 

 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++




เฮ ในที่สุดตอนนี้ก็คลอดออกมาอย่างปลอดภัย(?) 
นึกว่าจะไม่เสร็จซะแล้ว 
>w< ตอนนี้ไม่มีเวลาคุยมาก เดี๋ยวไปมหา'ลัยสายค่ะ (ฮา)
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์+เพจวิวเช่นเคยนะคะ ^o^

ปล. ใกล้สอบแล้ว คงไม่ได้อัพถี่มากเหมือนช่วงก่อนๆ แล้วนะคะ T-T

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

2,944 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 7 ธันวาคม 2554 / 22:36
     มีรับลูกสะใภ้เข้าบ้านด้วยล่ะ
    #2829
    0
  2. #2734 MelonSherbet (@strawberrycatt) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 / 19:41
    อึ้งกิมกี่เลยล่ะสิ ฮ่าๆๆ
    #2734
    0
  3. #2704 Doll_lucky (@luckypuzz) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 23:43
     ตอนนี้ งง ๆ แต่ก็แฮปปี้ 
    #2704
    0
  4. #2636 YNz @-@ (@yongNuttaki) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2554 / 10:35
     รีบแปลสถานการณ์ แล้วยอมรับซะทีนะ นันท์
    ว่านายน่ะ (ว่าที่)สะใภ้ :-)
    #2636
    0
  5. #2586 ไคซ์ โคลอส (@aon-aon-) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2554 / 19:08
     น่ารักจังเลยหนูนนท์
    #2586
    0
  6. #2480 yayja (@yaypeumkok) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 กันยายน 2554 / 15:55

    เซอร์ไพรส์...สะใภ้

    #2480
    0
  7. #2467 Qbec. (@qbec13) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 กันยายน 2554 / 22:48
     กรี๊ดดดดดดดดดด

    ต้อนรับสะใภ้ของบ้านกันใช่ไหมเนี้ย!?
    #2467
    0
  8. #2330 joyce_larts (@joycema24) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2554 / 19:46
    ครอบครัวคุณรุทน่ารักได้อีกง่ะ ต้อนรับลูกสะใภ้ซ้ะหวานชื่นเชียว อิจฉาๆๆๆ
    #2330
    0
  9. #2304 My Yaoi (@myyaoi) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2554 / 18:47
    โอ้ย ฮาได้อีก
    แบบว่าฮาได้ฮาดี

    คือไรเตอร์ ตอนนี้เขาอยู่ข้างนอกอะนะ ช่วยเห็นใจนิดหนึ่ง
    เวลาที่นั่งขำท่ามกลางสายตาของลูกค้าคนอื่นอกสิบกว่าชีวิต
    เวลาที่เราจะกลั้นขำมันทรมานยิ่งกว่า (กลั้น...) ซะอีก

    มันฮาอ่ะ 5555

    กรี๊ดดดด มีเอ็นซีขั้น B มาให้ดูเป็นน้ำจิ้ม กร๊าดดดดดดดดดด แอบดีใจ หวังว่าจะได้เจอขั้น C 

    ไม่หวังมาก (แต่ก็หวัง หุหุ) 
    #2304
    0
  10. #2202 spsygk (@spsygk) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2554 / 17:29
     ต้อนรับสะใภ้
    #2202
    0
  11. #2123 suck's (@22264) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 07:53
    นันท์โดนแกล้งอีกแล้วววว
    #2123
    0
  12. #1953 Hiba Meaw~! (@35392) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 20:24
    พาว่าที่ภรรยาสุดเลิฟเข้าบ้านไงจ๊ะ

    คิดว่าเป็นอะไรซะอีกล่ะ? พ่อสุดหล่อออออ (ประชดจากใจจริง- -)
    #1953
    0
  13. #1755 FAtE (@fantom-pandora) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 มกราคม 2554 / 21:05
    นั่งอมยิ้มจนกระทั้งหลุดขำ ดิ้นๆอยู่หน้าจอเลยค่ะ
    ฮามากๆๆๆ น่ารักด้วย 5555+
    หนูนันท์งานนี้ปล่อยเหวอเต็มที่เลยนะ^^
    555+
    #1755
    0
  14. วันที่ 26 มกราคม 2554 / 09:23

    นึกว่าศึกหนักนะเนี่ย - -"

    หักมุมแห่ะ ^^

    #1735
    0
  15. #1722 ต้นอ้อย (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มกราคม 2554 / 11:51
    แบบว่างานเปิดตัวลูกสะใภ้ใช่มั๊ยคะคุณรุท
    #1722
    0
  16. #1692 TuNaSanG_18 (@tsunasang) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 21:30
    555+
    ฮามาก ๆ อ่ะตอนเนี่ยอ่ะ
    ยิ่งคิดหน้านันท์แล้วยิ่งฮา 55+
    ต้อนรับลูกสะใภ้กันน่ารัีกจริง ๆ 55+
    #1692
    0
  17. #1684 dekkaset56 (@goay56) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 01:02
    ต้อนรับสะใภ้กันยกใหญ่เลยนะเนี่ย
    #1684
    0
  18. #1656 SHi-gem (@p-gem) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มกราคม 2554 / 11:27
    นั่นสิมันอะไรกัน?
    พ่อแม่คุณรุทรู้แล้วว่าคุณรุทมีแฟน?
    -
    #1656
    0
  19. #1576 ยัยวายร้าย^3^ (@chockcolatsunday) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2553 / 01:55
    5555+  ตลกหนูนันท์สุดๆ เลยอะ  นี่ขนาดโดนคุณรุท
    ปล้นจูบไปแล้วนะเนี่ยก็ยังคิดว่าตัวเองจะได้เป็นสามีเขา
    ไม่เปลี่ยนเลยนะ  ท่าทางคุณรุทจะบอกที่บ้านไว้หมดแล้วมั้ง
    ว่าจะได้หนูนันท์มาเป็นสะใภ้  ถึงได้ต้อนรับกันขนาดนี้  น่ารักจัง^ ^
    #1576
    0
  20. #1522 nice_nice (@nokzaza09) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2553 / 15:07
    น้องนันท์น่ารักอ่ะ  รั่ว  เหวอ  ได้ตลอดเลย

    ยิ่งอ่านยิ่งฮากระจาย
    #1522
    0
  21. #1508 AdLy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2553 / 19:11
    นันท์ แกเป็นพวกยอมรับความจริงไม่ได้ใช่มั้ย



    แต่ อืม บ้านนี้นี่ มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้(มากๆๆๆๆๆๆๆๆ)เลยอ่ะ



    คุณรุท หื่นนี่หว่า(นึกว่านันท์หื่นอยู่คนเดียวซะอีก)
    #1508
    0
  22. #1507 amnesiac (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2553 / 18:03
    เห็นด้วยว่าในสายตาคุณรุจน์ นันท์ต้องน่ารักมากแน่ๆเลย ชอบเสียง "แอ้บ" ด้วยคน ฮามากๆ



    นี่โดนคนทั้งบ้าน รวมทั้งคุณรุจน์รวมหัวกันหลอกเพื่อพาเข้าบ้านรึเปล่าเนี่ย



    ตอนต่อเร็วๆนะคะ ชอบจัง
    #1507
    0
  23. #1505 gobkobgob (@gobkob) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2553 / 19:31
    อ่านตั้งแต่บทแรกจำได้ว่าเคยอ่านตอนที่อัพมาถึงตอนที่นันท์จำชื่อประธานผิด  แล้วก็ไม่ได้อ่านต่อ  ตอนนั้นคอมโดนไวรัส  ต้องลงวินโดว์ใหม่ ที่เมมไว้หายหมด  เลยนึกชื่อเรื่องไม่ออก  หาไม่เจอว่าเรื่องอะไร  แต่ตอนนี้มาเปิดอ่านหมวดสบาย ๆ  เจอเลยลองเปิดอ่าน ดีใจว่าใช่เลย  อ่านจนจบแล้วหัวเราะมาตลอด  รักคนแต่และรักหนูนันท์มากเลย
    ขอเป็นแฟนพันธ์แท้ด้วยคน  รักการเขียนเล่าเรื่องมากเลย  น่ารักมาก  จบเมื่อไหร่อย่าลืม ขอจอง นะ  บาย ๆๆๆๆๆๆๆ
    #1505
    0
  24. #1503 B*witched (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2553 / 04:37
    บ้านนี้น่ารักมาก

    อ่านไปยิ้มไป
    #1503
    0
  25. #1501 may be (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2553 / 02:20
    อ๊าาาา อ่านรวดเดียวเลย

    ยังไงดี เนื้อเรื่องน่ารักค่ะ นายเอกของเรารั่วดี ฮาๆ อ่านไปอมยิ้มไป อิอิ

    พระเอกก็น่ารัก คิคิ

    มีความรู้สึกว่าในสายตาของคุณรุทนี่ นายนันท์ต้องน่ารักมากแน่ๆ ดูหวงเนื้อหวงตัว หารู้ไม่ว่าที่แท้นั้นแอบซ่อนความหื่นเอาไว้ ก๊ากกกก

    ฮาตอนหนอนชาเขียวอ่ะ ตลกมาก ตกลงมาร้องดังแอ้บ ก๊ากกกก

    เมบอกว่าจะไม่มีเอ็นซีเหรอ งื้ดดดด อยากอ่าน อยากดูความหื่นของคุณรุท ๕๕๕

    แล้วก็อยากเห็นตอนนันท์รับรู้ว่าตัวเองตกเป็นเบี้ยล่าง ก๊ากกก

    เมจ๋า ขอเอ็นซีเหอะ้น้าาาาา ไม่ต้องลงในนี้ก็ได้ อยากอ่านมากมาย

    ตอนนี้ขอสมัครเป็นแฟนพันธู์แท้ด้วยคนนะคะ เนื้อเรื่องน่ารักๆๆแบบนี้ไม่พลาดแน่นอน อิอิ

    อัพเร็วๆนะคะ รักคนแต่งนะจ๊ะ จุ๊บๆ
    #1501
    0