[[ภาค 2]] สามเดือนอันตราย!! ฝึกงาน สานรัก [Yaoi]

ตอนที่ 14 : ปิดกันให้แซ่ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,940
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    13 ต.ค. 54

 

 

 

หลังจากถีบไอ้ลูกนอกคอกกลับไปได้แล้ว ทั้งห้องก็เหลือเพียงสามีภรรยากับลูกแท้ๆ อีกหนึ่งคนซึ่งก็คือนันท์สุดหล่อคนนี้นี่เองครับ

 

“พวกอาๆ เขากลับไปนานแล้วเหรอแม่” ผมเอ่ยถามขณะที่นอนกลิ้งอยู่บนโซฟา ตาก็จับจ้องแต่ภาพสีในทีวี

 

“กลับไปหลังแกออกไปซื้อของแปบนึง” หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในห้องนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง มือก็กดหรี่เสียงทีวีลงเมื่อเหลือบไปเห็นว่าคนป่วยนอนหลับไปเรียบร้อยโรงเรียนหมอแล้ว พอหลังจบละครหลังข่าวผมก็ได้ฤกษ์ตวัดกระเป๋าตัวเองขึ้นพาดบ่าเตรียมตัวกลับบ้าน ใจก็อยากจะอยู่เฝ้าหรอกนะครับ แต่ดันไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย แถมพรุ่งนี้ผมยังต้องไปทำงานต่ออีก ถ้าจะใส่เสื้อกางเกง(รวมไปถึงกางเกงใน)ตัวเดิมไปทำงานคงไม่น่าปลื้มเท่าไหร่ เลยได้แต่ตัดใจกลับไปนอนที่บ้านตามระเบียบ แถมป่านนี้พวกพี่ๆ น้องๆ ของผมคงกำลังรอคนให้อาหารอยู่ด้วย

 

“ผมกลับแล้วนะแม่ มีอะไรก็โทรหาละกัน คืนนี้นันท์ไม่ปิดมือถือ” คนบางคนชอบปิดโทรศัพท์มือถือตอนนอน แต่ก็มีบางคนที่เปิดเครื่องตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งผมมักจะเป็นพวกแรกครับ ส่วนไอ้กันย์กับไอ้ตุลย์เป็นพวกหลัง เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่รู้กันดีในหมู่เพื่อนฝูงว่าถ้าต้องการติดต่อผมให้โทรหาก่อนพระอาทิตย์ตกดิน หรือถ้าไม่ทันแล้วก็สั่งเสียไว้กับกันย์ไม่ก็ตุลย์ แต่ถ้าฉุกเฉินมากฝากไว้ที่อายข่าวจะมาถึงผมได้เร็วที่สุดครับ

 

“กลับดีๆ ล่ะ อย่าไปเก็บของข้างทางกินนะ” ยังไม่อดอยากขนาดนั้นครับคุณนาย

 

ผมเดินออกจากห้องมาพบระเบียงทางเดินที่โล่งร้างไร้ผู้คน เวลาหลังสี่ทุ่มแบบนี้โรงพยาบาลมีบรรยากาศไม่ต่างไปจากมิติพิศวง ผมกลืนน้ำลายเอื๊อกก่อนทำใจสู้ จะกลัวอะไรวะ ตอนหัวค่ำก็เดินเล่นอย่างกับเป็นบ้านของตัวเองมาแล้ว แต่อีกฟากหนึ่งของสมองไม่รักดีดันผุดคำว่าก็ตอนนั้นมันยังไม่ดึกพอที่ผีจะโผล่นี่หว่า

 

สะบัดหน้าดิ๊กๆ ไล่ความคิดไร้สาระก่อนเดินหน้าตั้งตรงไม่ลอกแลก ไม่หันซ้ายหันขวา ไม่มองอะไรที่เป็นกระจก เดินมาถึงเคาท์เตอร์พยาบาลจากที่คิดว่าจะหาใครคุยเล่นด้วยแก้โรคปอด(แหก)สักหน่อยก็ดันได้ขนหัวลุกอีกรอบเมื่อพบว่าในห้องกระจกที่เปิดไฟสว่างไสวมีเพียงห้องโล่งๆ ไร้ซึ่งเงาคน เจี๊ยก!! อย่าบอกนะว่าป้าพยาบาลคนนั้น...

 

ตบความคิดไร้แก่นสารออกจากสมองแทบไม่ทันเมื่อเหลือบมองเห็นป้ายสีขาวที่เขียนด้วยลายมือสวยงามว่า ไปเข้าห้องน้ำ โอ๊ะโอ คงไม่ใช่ความผิดผลไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่ผมซื้อมาให้หรอกนะครับ

 

แต่โรงพยาบาลนี้ก็แปลกจริง ทั้งๆ ที่เป็นชั้นพิเศษแท้ๆ แต่ไหงให้หัวหน้าพยาบาลมาคุมวอร์ดแค่คนเดียวเองล่ะเนี่ย พยาบาลคนอื่นๆ หายไปไหนกันหมดก็ไม่รู้

 

คิดมาถึงตรงนี้สมองเจ้ากรรมก็เริ่มไม่สร้างสรรค์อีกแล้วผมจึงต้องเบรกความคิดตัวเองไว้เพียงเท่านั้นก่อนที่มันจะเข้าถึงทอปปิคที่ไม่น่าพึงประสงค์ หมุนตัวเดินไปกดลิฟต์ระหว่างนั้นก็ควานๆ หาอะไรสักอย่างในกระเป๋ามาอ่านพยายามเบนความสนใจของตัวเองไม่ให้หมกมุ่นอยู่กับบรรยากาศวังเวงรอบตัวสุดฤทธิ์ ลิฟต์วิ่งขึ้นมาถึงชั้นเก้าอย่างรวดเร็วเป็นเวลาเดียวกับที่ผมดึงกระดาษงานเด็กส่งเอกสารที่ตกค้างอยู่ในกระเป๋ามาอ่านพอดี ไอ้งานเด็กส่งเอกสารส่วนตัวของท่านประธานนั่นล่ะครับ

 

ตารางงานที่บ่งบอกว่าผมต้องไปเอาเอกสารอะไรที่แผนกไหนส่งกี่โมงจึงได้แน่นเอี๊ยดชนิดที่ว่าคงไม่มีโอกาสได้หย่อนก้นนั่งพักในแผนกตัวเอง เห็นแล้วก็ให้สงสัยนักว่าช่วงนั้นคุณรุทเอาเวลาที่ไหนไปนอน ทั้งๆ ที่พนักงานบริษัทก็ออกจะสงบสุขดี แต่โครงการที่เปิดตัวโปรเจคใหม่ขึ้นมาเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนกลับดึงเวลาของท่านประธานไปเสียหมด แล้วทำไมงานของคุณรุทธิ์ถึงได้เยอะแยะบานตะเกียงแบบนี้ก็ไม่รู้ คิดเพลินๆ ลิฟต์ก็ร่วงดิ่งจากชั้นเก้าสู่ชั้นหนึ่งอย่างรวดเร็วไม่มีคนมากดเรียกขัดจังหวะ และเป็นที่โล่งใจของผมมากที่มันไม่หยุดค้างอยู่ที่ชั้นไหนให้เสียวใจเล่น

 

ด้วยความงกส่วนบุคคลผมจึงเลือกที่จะยืนรอรถเมล์มากกว่าจะโบกแท็กซี่กลับบ้าน และการคมนาคมแห่งประเทศไทยก็ได้ทำให้ผมแปลกใจเป็นครั้งแรกในชีวิตที่รถเมล์สายที่ผ่านหน้าหมู่บ้านผมวิ่งมาอย่างรวดเร็วทั้งๆ ที่ยังยืนรอได้ไม่ถึงสองนาที ก้าวกระโดดขึ้นรถเบ้นซ์สองประตูยี่สิบหน้าต่างแล้วก็หาที่นั่งได้ตามใจชอบ กลับบ้านตอนสี่ทุ่มก็มีดีอยู่อย่างตรงที่ไม่ต้องเบียดเสียดกับใครเขานี่ล่ะครับ หลังจากบอกจุดหมายปลายทางให้กระเป๋ารถเมล์แล้วจ่ายเงินผมก็เอากระดาษแผ่นเดิมออกมาอ่านฆ่าเวลา ทั้งๆ ที่ไม่รู้จะอ่านไปทำไม...มันเป็นตารางงานของเมื่อหลายอาทิตย์ที่แล้ว จนแทบจะท่องได้ขึ้นใจแล้วทิวทัศน์รอบตัวก็เริ่มคุ้นตามากขึ้นเรื่อยๆ ผมจึงลุกขึ้นเดินไปกดกริ่ง แล้วก้าวลงจากรถแอร์มาเจอแอร์ธรรมชาติที่พัดกลิ่นขี้หมามาปะทะหน้า เล่นเอามึนจนเกือบทรุด ไอ้หมาไม่มีมารยาท! ไม่รู้จักถ่ายให้เป็นที่เป็นทาง!

 

แต่ดึกดื่นป่านนี้จะหาตัวคนร้ายก็คงยากแล้ว ผมจึงได้แต่ก้าวฉับๆ เดินไวๆ จะได้กลับไปนอนเร็วๆ

 

“โฮ่ง”

 

“เมี๊ยว”

 

“จี๊ด”

 

“........”

 

ภาพเตียงนอนนุ่มนิ่มและฝันหวานๆ เริ่มห่างไกลออกไปเรื่อยๆ เมื่อเปิดประตูบ้านมาปุ๊บ บรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลายก็เริ่มส่งเสียงร้องทักทายระงมแต่ฟังไปฟังมาผมดันแปลออกมาได้ความว่า ทำไมถึงเพิ่งกลับเอาป่านนี้หา!! พวกเราหิวแล้วนะ ประมาณนั้นเลยทีเดียว

 

โชคดีเหลือแสนที่อย่างน้อยคุณเต่าออโรร่ากับปลามังกรแอเรียลก็ไม่มีเสียงส่งมาให้ มีแต่สายตาวาวๆ ที่จับจ้องเขม็งคล้ายจะบอกว่าถ้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องพวกฉันในห้านาทีนี้ แกได้มาเป็นมื้อดึกแน่ๆ

 

...เพ้อเจ้อใหญ่แล้วไอ้นันท์ ทำอย่างกับออโรร่ากับแอเรียลจะแปลงร่างมาแหวกตับแกกินได้อย่างนั้นล่ะ...

 

แต่ถึงจะคิดอย่างนั้น ผมก็ยังกุลีกุจอหาข้าวปลาอาหารให้บรรดาคุณหญิงคุณนายคุณชายท่านเจ้าคุณที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานอย่างรวดเร็วอยู่ดี ไม่อย่างนั้นคืนนี้ผมคงไม่มีทางได้นอนอย่างสงบสุขเป็นแน่

 

หย่อนอาหารปลาชนิดเม็ดลงในตู้ปลาเป็นอย่างสุดท้ายแล้วผมก็ได้ฤกษ์ขึ้นไปอาบน้ำสักที

 

“กินเสร็จแล้วนอนได้แล้วนะ คืนนี้แม่ไม่กลับ”

 

ทุกคน(ตัว?)ส่งเสียงร้องรับอย่างกับฟังเข้าใจ จนอดคิดไม่ได้ว่าแม่ผมมีพรสวรรค์ในการเลี้ยงสัตว์สุดๆ จนน่าเปิดสวนสัตว์จริงๆ

 

หลังจากลงกลอนล็อคบ้านตรวจเช็คประตูหน้าต่างทุกบานเสร็จเรียบร้อยผมก็ปิดไฟแล้วขึ้นไปบนห้อง ใจจริงก็อยากล้มตัวลงนอนมันซะเดี๋ยวนั้นแต่กลิ่นยาฆ่าเชื้อมันดันติดตัวมาด้วยนี่สิ ทำให้ผมต้องอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณก่อนจะได้ล้มตัวลงนอนในที่สุด

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เหนื่อยพอดูเลยทีเดียว ดังนั้นคืนนั้นผมจึงนอนหลับไปโดยไม่ฝันถึงเรื่องอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

 

...แล้วก็ลืมไปเรียบร้อยแล้วด้วยว่าตั้งใจจะโทรถามไอ้ตุลย์เรื่องธุระของมันที่โรงพยาบาล...

 

+++

 

ผมมาถึงที่ทำงานแต่เช้าตามประสาเด็กฝึกงานพยายามรักษาชื่อเสียงสถาบัน แต่ดูเหมือนวันนี้บรรยากาศในบริษัทจะยุ่งๆ วุ่นวายอย่างบอกไม่ถูก ผมจึงเอากระเป๋าไปวางไว้ที่โต๊ะประจำของตัวเองแล้วสะกิดถามพี่แนนคนสวยที่นั่งอยู่ไม่ไกล

 

“พี่แนนๆ วันนี้มีอะไรกันเหรอ”

 

“อะไรกัน นันท์ยังไม่รู้หรอกเหรอ เขาปิดกันให้แซ่ดทั่วทั้งบริษัทแล้วนะ” ปิดกันให้แซ่ด...ก็ตามความหมายละครับ เหมือนจะลับ แต่เขาก็ลือกันไปทั้งบางแล้ว ว่าแต่มันเรื่องอะไรกันล่ะเนี่ย “ตอนนี้คุณนิรุทธิ์น่ะ...”

 

ผมเบิกตากว้างเท่าไข่ห่านหลังจากเอียงหูฟังเรื่องที่เขาแซ่ดกันอยู่ตอนนี้

 

+++

 

ผมเดินพล่านเป็นหนูติดจั่นอยู่ในแผนกของตัวเองอย่างไม่มีอะไรจะทำ...ไม่สิ...ไม่มีแก่จิตแก่ใจจะทำต่างหาก ข่าวที่กำลังเป็นประเด็นใหญ่ที่ทุกคนในบริษัทพูดถึงกันไม่ขาดหู (แต่ก็ยังขึ้นต้นประโยคด้วยคำว่า “รู้แล้วเหยียบไว้เลยนะ” ผมล่ะสงสัยจริงๆ ว่าตอนนี้มันเรียกว่าเป็นความลับตรงไหนเนี่ย) แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าความจริงเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

...กับข่าวที่ว่า...เก้าอี้ประธานของบริษัทที่ผมกำลังเหยียบอยู่นี้...เจ้าของมันไม่ใช่คุณนิรุทธิ์อีกต่อไป

 

ผมลองกดเบอร์โทรศัพท์ที่ได้รับมานานแล้วแต่ยังไม่เคยได้ใช้งานจริง ก็พบกับเสียงผู้หญิงที่ได้ยินจนคุ้นหูว่าหมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ ในใจเป็นกังวลไปสารพัดว่าอีกฝ่ายไปเตะเส้นใครเข้าจนโดนเก็บหรือเปล่า แต่ไม่ว่านึกอย่างไรก็นึกไม่ออก สายงานของคุณนิรุทธิ์นับว่ามีประสบการณ์พอจะเรียกได้ว่าเป็นมืออาชีพเพราะทำมาตั้งแต่สาขาแรก จนมาช่วยงานสาขาเปิดใหม่อย่างที่นี่ ซ้ำสกุลของเจ้าตัวเองก็นับว่าติดอันดับต้นๆ ของคนมีชื่อเสียงด้วยซ้ำ

 

ตอนนี้คนที่ดำรงตำแหน่งประธานคือพี่ชายคนโต 

 

ข่าวพูดถึงเพียงการเปลี่ยนตัวคนนั่งเก้าอี้เท่านั้น...ไม่ได้บอกว่าประธานคนเก่าไปไหนหรืออะไรที่เป็นสาเหตุให้ต้องไปแบบกะทันหันเช่นนี้ แต่ก็เนื่องจากการเดินเอกสารของผมเป็นแค่โจ๊กเล็กๆ ของคุณรุทธิ์เท่านั้น พอเปลี่ยนเป็นพี่ชายคนโตมาแทนผมจึงไม่มีเหตุผลอะไรต้องเฉียดกรายเข้าใกล้ชั้นผู้บริหารอีก

 

ผมเองก็ไม่ได้เจอคุณรุทธิ์มาหลายวันแล้ว นับตั้งแต่วันที่ไปค้างนั่นล่ะ แต่ก็คิดว่าคงกำลังทำงานเหมือนที่ผ่านๆ มาจึงไม่ได้สะกิดใจเลยแม้แต่น้อย

 

แต่จะนึกได้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว

 

ผมถอนหายใจก่อนกลับไปทรุดตัวนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เก็บโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋าก่อนนั่งคิดเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งเวลาเลิกงาน ระหว่างที่กำลังเก็บของอยู่นั้นเอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ผมกดรับโดยไม่ปรายตามองหน้าจอแม้แต่น้อย

 

“ว่าไงแม่”

 

“พ่อออกจากโรงพยาบาลมาอยู่บ้านแล้วนะ ไม่ต้องแวะเข้าไปล่ะ” ประโยคสั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความเอ่ยอย่างรวบรัดตัดตอนก่อนจะรีบวางสายไปทิ้งให้ผมยืนมองโทรศัพท์อย่างงงๆ ว่าคุณนายเธอจะรีบไปไหน แต่สุดท้ายก็จนใจที่จะเดาได้ ลองคุณนารีนึกอยากทำอะไรสักอย่าง ถ้าเธอไม่บอกผมเองต่อให้เดาไปร้อยครั้งก็ไม่มีทางถูกหรอก

 

พอเดินออกจากบริษัท เมฆฝนก็ตั้งเค้ามาแต่ไกลให้หนาวใจเล่น ถึงฤดูกาลนี้แล้วสินะ เช้าหนาว กลางวันร้อน เย็นฝนตก อเมซิ่งไทยแลนด์หาไม่ได้ที่ไหนนอกจาประเทศไทยจริงๆ ผมโบกมือลากันย์กับตุลย์ ตอนเห็นหน้ามันก็นึกได้ถึงเรื่องเมื่อวาน อยากจะถามอยู่เหมือนกันแต่ออร่าไม่จอยที่แผ่ออกมามันรุนแรงซะจนต่อให้ความรู้สึกช้ากว่านี้ร้อยเท่าก็คงต้องรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ บ้างเป็นธรรมดา ผมเลยได้แต่ยักไหล่ไม่ใส่ใจ ถ้ามันอยากจะบอกเมื่อไหร่ก็คงบอกเองนั่นแหละ

 

น่าแปลกที่ถึงแม้ข่าวเด่นข่าวร้อนวันนี้จะเป็นเรื่องเจ้านายซึ่งเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์ของลูกน้องมักชอบหยิบยกมานินทา แต่วันนี้ในวงข้าวของพวกเรากลับไม่มีใครยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดเลยแม้แต่คนเดียว ทั้งๆ ที่ระดับความสอดรู้สอดเห็นของพวกมันไม่ได้มากน้อยไปกว่าผมสักเท่าไหร่อย่างแน่นอน แต่ก็นั่นล่ะ...ผมไม่อยากพูด ไอ้กันย์ไม่อยากพูด ไอ้ตุลย์ก็ไม่อยากพูด แล้วจะมีปัญหาอะไรได้อีก ผมจึงเก็บความสงสัยนี้ลงท้อง แม้มันจะไม่ช่วยให้อิ่ม แต่ก็ช่วยป้องกันเหตุการณ์ชวนปวดหัวทั้งหลายได้เป็นอย่างดี

 

 

 

“กลับมาแล้...ว เฮ้ย!!! โจรขึ้นบ้าน!!!” แหกปากลั่นชนิดดังไปถึงไหนต่อไหน สภาพข้าวของภายในบ้านระเกะระกะเหมือนเพิ่งโดนพายุถล่มมากกว่าโจรยกเค้า แต่พอสังเกตดีๆ จะเห็นว่าที่พื้นมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่วางอยู่

 

คนข้างบ้านที่ได้ยินเสียงร้องแรกแหกกระเชอของผมถึงกับชะเง้อหน้ามามองพร้อมตะโกนถามตามประสาเพื่อนบ้านที่ดี “เฮ้ย นันท์ เป็นไรเปล่าวะ ถ้ามันเป็นโจรปล้นสวาทก็ยอมๆ มันไปเหอะ เสียพรหมจรรย์ไม่เท่าเสียชีวิตนะเว้ย” ผมล่ะสงสัยจริงๆ ว่าคนรอบตัวตัวเองมันจะมีใครไม่ปากสุนัขบ้างไหมเนี่ย

 

“ถ้ามันจะปล้นสวาทมันคงขึ้นบ้านมึงแทนมากกว่า ไอ้ตปก.” ผมตะโกนตอบกลับไปอย่างไม่เหลือเค้าของความตกใจ รู้แล้วว่าไม่มีโจรที่ไหนมายกเค้าบ้านผมหรอก เพราะนังซินไม่เห่าสักแอะ

 

ฮันแน่ สงสัยกันล่ะสิว่าคนบ้าไรชื่อตปก. ความจริงมันย่อมาจากคำว่าตัวประกอบครับ ชื่อเล่นจริงๆ มันชื่อเอ ซึ่งเป็นชื่อที่ได้ยินบ่อยมากในเกม ในนิยาย ในการ์ตูนที่จะมีชาวบ้านเอคอยเป็นไกด์นำทาง ไม่มีหน้าที่อื่นใดนอกเหนือจากให้ข้อมูลพระเอกเกี่ยวกับวิธีการปราบปิศาจต่างๆ ถ้าโชคดีหน่อยหลังจากให้ข้อมูลเสร็จแล้วตัวละครนี้ก็จะหายหน้าไปเหมือนมันไม่เคยมีชีวิตอยู่มาก่อน แต่ถ้าดวงกุดขึ้นอีกขั้นก็มีชะตากรรมเดียวคือซี้ม่องเท่ง แต่เลเวลของการซี้ม่องเท่งก็แบ่งย่อยไปตามกรรมเก่าที่เคยก่อมาอีกนะครับ ตายให้พระเอกเก่งขึ้น ตายให้พระเอกดูเท่ ตายให้พระเอกลั่นคำสาบานว่าจะแก้แค้นให้ นั่นแหละครับ แต่จุดจบก็ไม่พ้นตายอยู่ดี ซึ่งเจ้าตัวละครพวกนี้จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปตามแต่ใจคนจะชอบ มีทั้งชาวบ้านเอ ตปก.เอ ตัวประกอบเอ ไกด์นำทางเอ  

 

ถึงจะมีหลายชื่อเรียก แต่สรุปง่ายๆ ก็คือพวกจืดจางนั่นแหละครับ

 

“ส้นตีน แล้วนี่มึงไม่รีบแจ้งหนึ่งเก้าหนึ่งรึไง” เอชะเง้อคอมองเข้ามาในบ้านผมแต่เท้ายังปักหลักยึดถิ่นฐานที่มันในเขตแดนตัวเองครับ รักเพื่อนจริงจริ๊ง

 

“ไม่ต้องหรอกว่ะ ที่คุ้ยบ้านกูซะกระจุยท่าทางจะไม่ใช่โจร” ผมเพิ่งชี้แจงแถลงไขได้เพียงเท่านั้น ตัวต้นเหตุที่คุ้ยบ้านกระจุยก็ตะโกนออกมาด้วยเสียงหวานๆ ที่ถ้าเป็นคนอื่นที่ยังไม่รู้จักธาตุแท้คุณนายเธอคงอดที่จะหลงไม่ได้

 

“นันท์~!!! มาช่วยแม่จัดกระเป๋าหน่อย” เสียงมาก่อนตัวครับ คุณนารีโผล่หน้าพ้นจากหน้าต่างก่อนจะเพิ่งสังเกตเห็นว่าคนข้างบ้านกำลังเกาะกำแพงชะโงกหน้ามาคุยกับลูกชายตัวเองอยู่ “อ๊ะ เอ ไม่เจอกันนานนะจ๊ะ”

 

“สวัสดีครับคุณน้า” แม้ผมจะแนะนำให้เอเรียกมารดาตัวเองว่าป้า แต่หลังจากเสนอไปแล้วโดนป้าแกลากไป คุยเป็นการส่วนตัวที่หลังบ้าน พอกลับมานั่งที่เดิมผมก็ต้องขอร้องให้ไอ้ตปก. มันเรียกคุณนายแกว่าคุณพี่แทน รู้ไหมครับคุณนารีเธอทำยังไง เธอ... “โฮะๆๆ นันท์นี่ล่ะก็... เอเรียกน้าว่าน้านั่นล่ะจ้ะ หรือจะเรียกแม่เหมือนตุลย์กับกันย์ก็ได้นะ” นั่นล่ะครับ

 

แต่เนื่องจากไอ้ตปก. มันยังไม่ได้ฝึกให้ความหนาบนใบหน้าทนทานเท่าไอ้สองเพื่อนซี้ของผม มันเลยบอกผมว่า “กูรับไม่ได้ที่ต้องนับญาติใกล้ชิดกับมึงขนาดนั้นว่ะ” ...ชิ แบบนี้มาทำเป็นหน้าบาง

 

หลังจากที่คุณแม่บ้านกับคุณคนข้างบ้านทักทายไหว้กันไปไหว้กันมา พูดคุยตามประสาคนไม่ได้เจอกันได้พักใหญ่ๆ เพราะไอ้เอมันไปฝึกงานที่ต่างจังหวัดเลยไปเช่าหอพักอยู่ใกล้ๆ ที่ทำงานแทน

 

“ว่าแต่คุณน้าจะจัดกระเป๋าไปไหนเหรอครับ?” เหลือบมองเข้าไปในบ้านผมแล้วเอมันคงสงสัยว่าคุณนารีเธอมีแผนจะย้ายบ้านมากกว่า

 

“อ๋อ พอดีนนท์เขาประสบอุบัติเหตุน่ะ ไปเค้นคอ เอ๊ย ขอเวลาพักฟื้นกับเจ้านายมาได้สองเดือน ตอนแรกได้มาสามเดือนแล้วแท้ๆ แต่ตานนท์น่ะสิ บอกว่าไม่อยากพักนาน กลัวงานล่ม คนอะไรขนาดเพิ่งตกเครื่องบินยังคิดถึงแต่งาน น่าโมโหจริงๆ!

 

“คุณนนท์ตกเครื่องบิน!? เป็นอะไรมากไหมครับ?”

 

“ไม่เป็นไรมากหรอกจ้ะ แค่ขาหักกับข้อมือเคล็ด ตอนน้ารู้ข่าวยังอาการหนักกว่าเจ้าตัวซะอีก! หัวใจแทบจะหยุดเต้น”

 

“เดี๋ยวนะแม่ ลูกสุดที่รักของแม่ขอขัดจังหวะแป๊ปปปปปปป” ผมยกมือเป็นปางห้ามญาติ เข้าแทรกกลางระหว่างขาเม้าท์ทั้งสอง “มิทราบว่าคุณแม่ที่รักจะไปพักฟื้นที่ไหนมิทราบถึงได้รื้อบ้านซะกระจุยขนาดนี้”

 

“ตั้งใจว่าจะไปเที่ยวเกาะแถวๆ ใต้นะ ไม่ได้ไปนานแล้ว” คุณนารีเอามือทาบแก้มเอียงคอทำท่าคิกขุอาโนเนะ แต่ขอโทษ ไม้นี้ใช้ไม่ได้ผลกับลูกชายหรอก

 

“แล้วจะไปเมื่อไหร่?” ผมตีหน้านิ่ง เอ่ยถามเสียงเย็นๆ

 

“พรุ่งนี้”

 

จะบ้าเรอะครับ!

 

“แม่ลืมแล้วเหรอว่าผมฝึกงานอยู่นะ!!!

 

“แล้วแม่บอกเมื่อไหร่ว่าจะพานันท์ไปด้วย” คุณนารีทำตาโตมองผมอย่างแอ๊บแบ๊วสุดๆ ...เพราะที่ตรงนี้ยังมีคนข้างบ้านหน้าตาดียืนมองอยู่ด้วยน่ะสิครับคุณนายเธอถึงยังแอ๊บแบ๊วไม่เลิกสักที “ถ้าพานันท์ไปแล้วใครจะอยู่ดูแลลูกๆ ของแม่ล่ะ”

 

ขอพูดอีกรอบเผื่อจะลืมกันไปแล้ว...ผมเป็นลูกบ้านนี้นะครับ!!!

 

หลังจากที่ประท้วงไม่เป็นผลสำเร็จซ้ำยังโดนเตะโด่งมานั่งจัดกระเป๋าเดินทางให้คุณผู้หญิงคุณผู้ชายทั้งสองท่านด้วยอาการช้ำในปานกลางค่อนไปทางกระอักเลือด โดยที่ตัวตั้งตัวตีในการไปเที่ยวยังเกาะกำแพงเมาท์กับหนุ่มข้างบ้านอย่างถึงรสถึงชาติถึงพริกถึงขิง ผมที่เกิดอาการอยากเหยียบอะไรสักอย่างให้จมดินก็ได้แต่เอาอารมณ์บูดๆ ทั้งหมดมาลงกับเสื้อผ้าที่ถูกยัดเข้ากระเป๋าลากใบใหญ่ ฮึ่ยๆๆๆๆ นี่แหนะ! ลงไปนอนเบียดกันอยู่ในกระเป๋านั่นแหละ ให้อึดอัดขาดอากาศหายใจตายกันไปข้างเลย!!!

 

“นันท์ หิวข้าวรึยังลูก” เสียงเบาๆ อ่อนโยนเอ่ยถามตามด้วยเสียงกุกกักของไม้ค้ำที่คนขาหักลากเดินไปเดินมาอย่างกับกลัวว่ากระดูกจะเชื่อมกันเร็วเกินไปทำให้ผมหันไปโวยวายใส่

 

“สต๊อปปุ หยุดอยู่ตรงนั้น ซิทดาวน์ ณ บัดนาวเลยพ่อ!!!” คนโดนดุยิ้มแห้งๆ ก่อนกวาดตามองไปรอบๆ ทำให้ผมมองตาม แล้วพ่อก็หันมามองผมส่งคำถามผ่านทางสายตาว่า แล้วจะให้นั่งตรงไหนอย่างที่บอก...ตอนนี้บ้านผมรกยิ่งกว่ารังโจรซะอีกครับ

 

ด้วยเหตุนั้นเองผมจึงต้องละมือจากกองเสื้อผ้าที่กำลังจะโดนยัดเข้าไปอัดกันอยู่ในกระเป๋าแล้วหันมาตบๆ ตีๆ กับโซฟาแบ่งพื้นที่ว่างให้เหลือมากพอที่คนเจ็บจะหย่อนก้นลงนั่งได้ ซึ่งคุณพ่อที่เคารพก็ทำตัวว่าง่ายนั่งลงอย่างสงบเสงี่ยม “ขอบใจนะลูก” ผมรู้สึกเหมือนโดนใช้ให้เก็บของทางอ้อม ไม่ใช่หรอก...มั้ง

 

โดยที่เสียงหวานๆ ของคุณนารีกับเสียงหัวเราะน่าเอาตีนยัดปากของไอ้ตปก. ยังแว่วเข้ามาให้ได้ยินเป็นพักๆ คุณพ่อที่เคารพกำลังนั่งกดรีโมทเปลี่ยนช่องไปดูข่าวเศรษฐกิจหลายๆ ช่องอย่างเมามันส์ สัตว์โลกแสนรู้ทั้งหลายวิ่งวุ่นวายกระโดดข้ามข้าวของที่ถูกรื้อออกมาต่างไม้กั้นเวลาแข่งวิ่งผ่านเครื่องกีดขวาง ออโรร่ากับแอเรียลกำลังคุยกันส่งเสียงบ็อบๆ ที่ไม่มีใครได้ยิน ผมก็ต้องนั่งจัดเสื้อผ้าลงกระเป๋าไม่ต่ำกว่าสองใบสำหรับสองคนให้พอใส่ได้สองเดือน

 

ชีช้ำกะหล่ำปลีสุดๆ ครับ!!!

 

+++

 

“กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก”

 

สองเสียงประสานกันเป็นหนึ่งเดียวหัวเราะลั่นร้านข้าวแกงของเจ๊ลั้งในยามเที่ยงวันตะวันตรงหัว ลูกค้าคนอื่นๆ ที่แรกๆ ก็หันมามองด้วยความตกใจนึกว่ามีคนบ้าหลุดออกมาจากศรีธัญญา มาตอนนี้เริ่มจะคุ้นชินกับเสียงทำลายโสตประสาทของไอ้สองตัวนี้แล้วจึงไม่มีใครคว้าขวดโค้กทำท่าเหมือนพร้อมจะฟาดใส่หัวไอ้เจ้าของเสียงบัดสีที่มีความหนาของใบหน้าไม่แพ้ชาติใดในโลก

 

“แล้วไงต่อวะ” กันย์ปาดน้ำตาป้อยๆ คิดดู๊ คิดดู คนอย่างมันไม่เคยร้องไห้นอกจากเวลากระเป๋าตังค์หายกับเข้าโรงหนังดราม่า เวลานี้น้ำตากลับไหลพรากๆ ด้วยความขำ ไอ้เพื่อนทรพี!

 

“ก็ไม่แล้วไง กูก็จัดกระเป๋า เก็บข้าวของในบ้านเพราะกลัวคนในหมู่บ้านเดินผ่านไปผ่านมาจะนึกว่าบ้านกูโดนฆ่าปาดคอล้างตระกูลแล้วยกเค้าไปแล้ว”

 

“แล้วนี่มึงไปต้องไปส่งคุณพ่อคุณแม่หรือไง” ตุลย์พยายามห้ามริมฝีปากไม่ให้เปิดออกเกินกว่าที่จำเป็น เพราะมันกลัวว่าจะเผลอหลุดหัวเราะก๊ากออกมาอีก กูเห็นนะว่าหนังหน้ามึงสั่นกึกๆ เลย ขำอะไรขนาดนั้นวะ!

 

“เครื่องออกตอนสองทุ่ม เดี๋ยวเลิกงานแล้วกูต้องตรงกลับบ้านขับรถไปส่งคุณผู้หญิงคุณผู้ชายเขาต่อ”

 

“ถ้าไม่รู้มาก่อนกูคงคิดว่ามึงเป็นลูกคนใช้แหงๆ เลยว่ะ ไม่สิ กูว่าถ้าเป็นคุณแม่ต้องเลี้ยงดูปูเสื่อลูกคนใช้ดีกว่ามึงอีก ไอ้นันท์เอ๊ยยย” ไอ้กันย์เสนอความเห็นได้อย่างน่าถีบโดยมีไอ้ตุลย์พยักหน้ารับเป็นลูกคู่ ถึงแม้จะคันปากแค่ไหนแต่ก็จนปัญญาที่จะหาคำมาเถียง โฮ! ก็มันเป็นเรื่องจริง!!

 

  “ฮึ่ย เอามาเล่าให้พวกมึงฟังหวังคำปลอบใจ นี่อะไร ไม่มีสักนิด กูได้ยินแต่เสียงหัวเราะเยาะเย้ย ทำไมพวกมึงทำกับคนหล่ออย่างนี้!” บ่นเป็นหมีกินผึ้งครับ ไอ้สองเกลอเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนหันไปมองหน้ากันแล้วหันกลับมามองผมอีกที สองเสียงเอ่ยประสานเป็นหนึ่งไม่มีผิดจังหวะไม่มีผิดคำ

 

“พวกกูเคยเห็นใจมึงด้วยเหรอวะ จำได้ว่าตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เห็นจะเคย” นี่พวกมึงเป็นคู่แท้ปาฏิหาริย์ใช่ไหม!! ประโยคยาวเฟื้อยแบบนี้ยังอุตส่าห์พูดได้เหมือนกันเป๊ะแถมยังจังหวะยังตรงกันอีก

 

 “ไอ้ ไอ้...ไอ้พวกเพื่อนทรพี!” นอกจากใช้นิ้วสั่นๆ ชี้หน้าพวกมันแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ เลยได้แต่ตัดบทเรียกเจ๊ลั้งที่ยืนขำจนปวดท้องอยู่ตรงเตามาเก็บเงินซะเลย

 

“ไป กลับไปทำงานได้แล้ว!” ผมพูดเสียงดุๆ แต่พวกมันก็ยังไม่เลิกขำกันสักที

 

ฮึ่ย จำไว้!

 

 

 

ผมเดินวนไปวนมาตรงประตูหน้าบริษัท ท่าทางมีพิรุธซะจนถ้าพี่ยามเขาไม่คุ้นหน้าคุ้นตาผมดีอยู่แล้วคงรีบกดเรียกหนึ่งเก้าหนึ่งแจ้งเบาะแสว่าอาจจะมีมือระเบิดมาเดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบริษัทตัวเองก็เป็นได้ เดินวนครบหนึ่งรอบก็ชะเง้อคอมองเข้าไปในบริษัทหนึ่งที จนผมกำลังจะกลายพันธุ์เป็นยีราฟแล้วนั่นแหละพี่ยามถึงได้เดินมาสะกิด

 

“หนุ่มๆ ทำไมไม่เข้าไปข้างในเล่า มาเดินจงกลมอะไรแถวนี้”

 

“อ้อ แค่รอเพื่อนอยู่ครับ มันบอกว่ากำลังจะลงมาตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว ไม่รู้มันลงมาจากสวรรค์ชั้นไหนป่านนี้ถึงยังไม่ถึงสักที”

 

เพราะพวกมันเกิดอยากทำตัวเป็นลูกกตัญญูกะทันหัน กันย์ให้เหตุผลว่าคุณพ่อประสบอุบัติเหตุร้ายแรงแบบนี้จะไม่ไปเยี่ยมเลยก็ออกจะเนรคุณข้าวแกงที่เคยให้กินไปหน่อย พวกมันเลยตั้งใจจะไปส่งพ่อแม่ผมที่สนามบินด้วย ถือโอกาสไม่ปล่อยให้ผมขับรถกลับคนเดียวเพราะเสียวจะได้เจอกันอีกทีที่ศาลาสี่ ผมว่าผมไม่ได้ขับรถอันตรายอะไรขนาดนั้นสักหน่อย เสียมารยาทกันจริงๆ

 

“อ๊ะ นั่นเพื่อนเอ็งรึเปล่า” น้ายามที่พยักหน้าหงึกหงักมองไปข้างหลังผมก่อนสะกิดให้ผมหันไปมองตาม เจอไอ้ตุลย์หน้าเครียดมาแต่ไกล ส่วนไอ้กันย์ก็ไม่ได้มีสีหน้าดีไปกว่ากันเท่าไหร่แค่แย่ไม่เท่าเท่านั้นเอง

 

“ใช่ครับ งั้นผมไปแล้วนะน้า” บอกลาเสร็จก็วิ่งเหยาะๆ ไปที่พวกมันสองตัวที่ทำหน้าเหมือนญาติเสียแล้วก็ให้สงสัยนักว่าไอ้คนที่อารมณ์ดีได้ตลอดยิ่งกว่าแก๊งค์สามช่าอย่างพวกมันมีเรื่องเครียดอะไรกับเขาด้วย

 

“เฮ้ย นันท์ กูคงไปส่งคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้แล้วว่ะ ฝากขอโทษพวกท่านด้วย” ตุลย์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อนซึ่งผมก็พยักหน้ารับอย่างไม่แปลกใจเท่าไหร่ แหม ลองมีคนทำหน้าจะเป็นจะตายมาบอกเลื่อนนัดคุณ คุณก็คงไม่แปลกใจหรอกน่า ส่วนจะเป็นเรื่องอะไร...เดี๋ยวค่อยเค้นคอตอนมันอารมณ์ดีขึ้นละกัน ใครจะไปรู้ว่าไอ้บ้าตุลย์ที่ควบคุมตัวเองได้ดีเกือบตลอดศกเวลาบ้าขึ้นมาทีมันจะทำอะไรบ้าง แล้วผมก็ไม่อยากเป็นตัวทดลองตัวแรกซะด้วยสิ เกิดมันเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้หายใจเข้าจะทำยังไง

 

“แล้วมึงไปรึเปล่า?” หันไปถามไอ้กันย์ รายนี้ถึงจะไม่ตีหน้าเครียดเท่าคนเมื่อกี้แต่ถ้าใครมาเห็นสีหน้ามันตอนนี้ก็คงนึกว่ามันท้องผูกขี้ไม่ออกมาได้สามเดือนแล้ว

 

“ไปสิ”

 

ผมพยักหน้ารับอีกรอบก่อนเดินนำพวกมันออกจากบริษัท บรรยากาศระหว่างพวกเราเงียบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในเมื่อต่างฝ่ายต่างกำลังมีอะไรให้ครุ่นคิด ถึงผมจะไม่รู้ว่าพวกมันกลุ้มเรื่องอะไรอยู่ก็เถอะแต่ลองว่าทำหน้าบูดเป็นตูดมาเป็นแพ็คคู่อย่างนี้ผมขอเดาไว้ก่อนว่าคงเป็นเรื่องงานในแผนกนั่นล่ะครับ พวกมันทำงานอยู่แผนกเดียวกันนี่นา

 

แต่ในอีกไม่กี่วันให้หลัง...ผมก็ได้รู้ว่าที่ตัวเองคาดเดาไว้นั้นถูกแค่ครึ่งเดียว มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับบริษัทจริง...แต่กลับไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับงานเลยแม้แต่นิดเดียว

 

+++

 

ผมยืนกอดอกกระดิกตีนมองลูกนอกคอกนัมเบอร์ทูกำลังล่ำลาอาลัยกับการไปเที่ยวเกาะใต้ของบิดามารดาตัวเองอย่างเซ็งๆ มองนาฬิกาแล้วก็จำเป็นต้องยื่นเกือกเข้าไปขัดจังหวะการเมาท์น้ำลายท่วมสนามบินของคุณนารีที่เคารพกับไอ้กันย์ที่ออเซาะซะจนน่าถีบ

 

“อะแฮ่ม ถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้วแม่” ผมกระแอมพลางใช้ตีนเขี่ยไอ้กันย์ออกไปให้พ้นทาง หลังจากเจอหน้าแม่ผมแล้วมันก็สลัดคราบหมาหงอยไปเป็นลิงช่างจ้อเหมือนเดิม เปลี่ยนอารมณ์ได้ไวยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสีซะอีก

 

แต่ก่อนส่งคุณผู้หญิงคุณผู้ชายทั้งสองขึ้นเครื่องผมก็อดเทศนายาวเหยียดแทนคำบอกลาไม่ได้ “พ่อเขาขาหักอยู่ แม่ก็อย่าก่อเรื่องให้มันมากนัก คราวนี้นันท์บินไปช่วยเก็บกวาดไม่ได้นะขอบอก แล้วก็อย่าย้ายโรงแรม มันลำบากเวลาเก็บของขนของ พกโทรศัพท์ติดตัวไว้ตลอดด้วย ห้ามปล่อยให้แบทหมด ห้ามปิดเครื่อง ห้ามทำหาย เข้าใจ๋?”

 

นึกๆ แล้วก็เริ่มสงสัยว่าใครเป็นผู้ปกครองใครกันแน่เนี่ย

 

แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ หันไปหาคุณชนสรณ์ที่ยืนทำหน้ายิ้มๆ เหมือนเดิมแล้วเอ่ยกำชับ “พ่อเองก็อย่าตามใจแม่ให้มากนัก” คราวนี้คุณนนท์หัวเราะออกมาเลยครับ แถมใช้มือข้างที่ไม่ได้ถือไม้ค้ำมายีหัวผมอีกต่างหาก ถ้าเป็นปกติผมคงโวยไปแล้ว แต่เนื่องจากนี่เย็นย่ำค่ำคืนแล้ว จะหล่อไปก็เท่านั้นเพราะเดี๋ยวยังไงก็ต้องกลับบ้านอาบน้ำสระผมล้างเจลออกก่อนหัวจะเน่าอยู่ดี

 

ท้ายที่สุดแล้ว...ผมก็ยืนส่งท่านพ่อท่านแม่ขึ้นเครื่องไปเที่ยวกันตามลำพัง โดยทิ้งลูกชายสุดที่รักให้อยู่เฝ้าบ้านที่กรุงเทพเพียงคนเดียว

 

...ระหว่างที่ยืนมองส่งผมก็เพิ่งนึกถึงบางเรื่องขึ้นมาได้...นี่ๆ พ่อเพิ่งตกเครื่องบินมาไม่ใช่เรอะ!!!

 

 

+++

 

            “เจอกันวันจันทร์นะมึง”

 

หลังจากขับรถไปส่งไอ้กันย์ที่บ้านมันอยู่ระหว่างทางกลับจากสนามบินมาบ้านผมแล้วก็ได้ฤกษ์กลับบ้านตัวเองสักที มองนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลาสามทุ่มแล้ว ถือว่ายังไม่ดึกมาก แต่รถก็ไม่ได้ติดเหมือนเมื่อช่วงเย็นที่เป็นเวลาเลิกงานทำเอาผมขับรถด้วยอารมณ์ปลอดโปร่งขึ้นเยอะ ระหว่างที่รถเคลื่อนไปเรื่อยๆ ผมก็ทำตามมารยาทการขับรถอย่างเคร่งครัด...ด้วยการมองซ้ายมองขวาไปตลอดทาง แหม ผมไม่ได้มีโอกาสออกมาขับรถกินลมชมวิวอย่างนี้บ่อยๆ นี่ครับ สาเหตุแรกเลยคือมันเปลืองน้ำมัน ช่วยชาติประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อน ฟังดูเป็นคนดีใช่ไหมครับ แต่ความจริงแล้วคือผมขี้เกียจขับต่างหาก ชอบนั่งเมาท์แล้วให้คนอื่นขับมากกว่าเป็นไหนๆ

 

แต่ก็เพราะตาเจ้ากรรมดันดีเกินไปแบบนี้นั่นเอง...ระหว่างที่ใกล้จะถึงหมู่บ้านของผมแล้วผมถึงได้ไปสะดุดตาเข้ากับคนคนหนึ่งที่กำลังยืนพิงเสาไฟฟ้าข้างทางอยู่ มันคงไม่ใช่อะไรที่น่าสนใจถ้าหากว่าคนที่ยืนพิงอยู่นั้นไม่ใช่คนที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตา แถมตอนนี้ยังเป็นประเด็นร้อนที่ปิดกันให้แซ่ดทั้งบริษัทด้วยอีกต่างหาก

 

ใช่แล้ว คนคนนั้นคือคุณรุทนั่นเอง

 

ผมรีบเหยียบเบรกทันทีโดยไม่สนใจว่าข้างหลังมีรถกำลังตามมาอยู่หรือไม่ และดีที่ปรากฏว่าไม่มีทำให้ผมรอดพ้นจากการถูกพระมารดาฆาตกรรมไปได้ถ้าทำรถสุดที่รักของคุณนายเธอเป็นรอยขีดข่วนขึ้นมา รีบเปิดประตูรถฝั่งคนขับออกมาก่อนวิ่งไปหาคนที่ผมคิดว่าคุ้นเคยกับอีกฝ่ายดีแล้ว หากทว่าสภาพของคุณรุทตอนนี้กลับเป็นภาพที่ไม่คุ้นตาเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงนั้นอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงสแลคอย่างที่เห็นบ่อยๆ เวลาอยู่บ้าน แต่ใบหน้ากลับอิดโรยคล้ายคนไม่ได้นอนมาหลายวันหลายคืน

 

“คุณรุทครับ!

 

ทั้งๆ ที่ผมจอดรถออกจะเอิกเกริกขนาดนั้นแต่คนตรงหน้ายังไม่มีแก่ใจจะเงยหน้าขึ้นมามองสักนิด เมื่อผมเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วจึงเห็นว่าคุณรุทหลับตาแน่น ขมวดคิ้วมุ่นคล้ายจะปวดหัวอย่างหนัก ท่าทางอาการแย่เสียจนผมต้องส่งเสียงเรียก คนตรงหน้าจึงเหมือนจะเพิ่งรู้สึกตัวว่าที่ตรงนี้ไม่ได้มีเพียงตัวเองอีกต่อไป ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นมองผมอย่างงงๆ พลางส่งเสียงเรียกคล้ายไม่แน่ใจ

 

“นันท์?”

 

พอได้ยินเสียง ผมก็ต้องตกใจคำรบสอง เมื่อเสียงที่เคยทุ้มต่ำมั่นคงแสดงออกถึงความเป็นคนมั่นใจในตัวเองบัดนี้กลับแหบพร่าคล้ายลำคอเต็มไปด้วยผงทราย

 

“คุณไม่สบาย ไปโรงพยาบาลเถอะ”  

 

ดูอย่างไรคนตรงหน้าก็ไม่เหมาะกับคำว่าสบายดี ฉันไม่เป็นไร หรืออะไรเทือกๆ นั้นด้วยประการทั้งปวง

 

“ไม่ ไม่ไปโรงพยาบาล” ดวงตาคมสวยที่ดูอิดโรยคู่นั้นเป็นประกายแข็งกร้าวจนผมต้องผงะ ว่ากันตามจริงแบบไม่หลอกตัวเองแล้วผมก็จำต้องยอมรับว่าต่อให้เป็นคุณรุทตอนที่ป่วยอยู่ก็ยังคงดูน่ากลัวอยู่ดี ผมจึงเบ้หน้าแล้วจำใจต้องรับปาก

 

“โอเคครับ ไม่ไปก็ไม่ไป งั้นกลับบ้านคุณก่อนเถอะ”

 

ถึงผมจะสงสัยชนิดที่แทบจุกอกตายอยู่แล้วว่าทำไมครอบครัวของคุณรุทถึงปล่อยให้เขาออกมาทั้งๆ ที่มีสภาพจวนจะล้มมิล้มแหล่อย่างนี้ แถมแถวนี้ก็ไม่เห็นมีรถจอดอยู่สักคันดังนั้นจึงคิดได้แต่ว่าคุณรุทไม่ได้ขับรถมา แต่จะมาด้วยวิธีใดก็สุดที่จะเดาได้จริงๆ ผมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาถาม ดังนั้นจึงได้แต่เข้าไปพยุงอีกฝ่าย พอจับถูกตัวเท่านั้นก็ให้ขมวดคิ้วอีกรอบเมื่ออุณหภูมิที่สัมผัสได้นั้นเย็นจนแทบจะเป็นน้ำแข็ง

 

ไม่ทันได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น ผมก็ไม่มีโอกาสได้คิดอีกต่อไปเมื่อจู่ๆ คุณรุทก็ทรุดลง

 

“แอ้ก!!!” เสียงน่าเกลียดมากครับ โชคดีเหลือแสนที่ตอนนี้คุณรุทไม่สามารถได้ยินอะไรได้แล้วเพราะหมดสติไปแล้ว ไม่อย่างนั้นผมคงเลือกที่จะเอาหัวโขกเสาหนีอายกันไปข้างดีกว่า

 

น้ำหนักผู้ชายตัวโตๆ คนหนึ่งไม่ใช่ว่าจะแบกไปได้ง่ายๆ โดยเฉพาะกับคนที่ขี้เกียจออกกำลังกายอยู่เนืองๆ อย่างผม ดังนั้นจึงได้แต่ใช้อดรีนาลีน...ไอ้ฮอร์โมนที่หลั่งออกมาตอนเกิดไฟไหม้นั่นล่ะครับ พยายามคืบคลานพาคุณรุทให้ไปนั่งอยู่ที่เบาะหลังได้จนสำเร็จในที่สุด

 

ถึงแม้ตอนนี้จะได้เจอคุณรุทแล้วแต่ผมกลับไม่ดีใจเลย เอ้อ เอาความจริงก็ดีใจอยู่นิดหน่อย แต่ความตกใจ ใจเสียที่เห็นอีกฝ่ายมีสภาพอย่างนี้มันมีมากกว่าอย่างเทียบไม่ติด

 

...หรือคุณรุทจะไปเหยียบหางใครเข้าจริงๆ เลยโดนตามเก็บจนมีสภาพแบบนี้...

 

ส่ายหน้าพรึ่บพั่บไล่ความคิดไร้สาระออกจากสมองก่อนที่ผมจะรีบเข้าไปประจำตำแหน่งคนขับ แต่ขณะกำลังสตาร์ทรถอยู่นั้นเองผมก็เริ่มสงสัยขึ้นมา คุณรุทอาศัยอยู่ที่เพนท์เฮาส์คนเดียวถ้าพาไปส่งที่นั่นแล้วใครจะคอยดูแล แน่นอนว่าผมคงหอบหิ้วเสื้อผ้าไปนอนเฝ้าไม่ได้แน่เพราะที่บ้านก็มีสิ่งมีชีวิตร่วมบ้านให้ผมดูแลอีกตั้งหกชีวิต แต่จะติดต่อกับคนที่บ้านของคุณรุทยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

...วันจันทร์ค่อยไปบอกรักษาการท่านประธานคนปัจจุบันที่เป็นพี่ชายคุณรุทแล้วกัน   

 

คิดได้ดังนั้นผมจึงออกรถ...จุดหมายปลายทางคือบ้านของตัวเอง

 

เอ๊ะ?...เอ๋...เอ๋.....แบบนี้มัน...

 

ความคิดหนึ่งแว้บเข้ามาในหัวสมองอันแสนฉลาดปราดเปรื่องยิ่งของผม

 

เหลือบมองกระจกมองหลังแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ไม่ต้องให้ใครมาบอกผมก็รู้ตัวเองดีว่าอาการแบบนี้ถ้าไม่คล้ายก็ใกล้เคียงกับคนบ้าที่เพิ่งหนีออกจากศรีธัญญาแค่ไหน ยังดีที่สูดน้ำลายกลับไปทันก่อนมันจะหกเรี่ยราด แต่รอยยิ้มกระลิ้มกระเหลี่ยไม่ได้จางหายไปด้วยแต่อย่างใด ช่วยไม่ได้ ก็คนมันดีใจนี่ครับ ได้มีโอกาสทำคะแนน แค่ก! เทคแคร์ดูแลคนที่ร้อยวันพันปีก็ไม่เคยป่วยสักที โอกาสดีๆ อย่างนี้จะหาจากที่ไหนได้อีก

 

โอกาสทองชัดๆ!!!

 

 

 

...ขอบคุณพ่อแม่ที่ไปเที่ยวตอนนี้ครับ ลูกชายคนนี้จะไม่ลืมพระคุณเลย ฮิ้ววววว~~~~



++++++++++++++++++++++++++

มาต่ออย่างว่องไว ฉลองเปิดเทอมค่ะ (ดึกดื่นป่านนี้ไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน พรุ่งนี้ตื่นไปเรียนไม่ไหวล่ะซวยแหงๆ)


รู้สึกตอนนี้อีเวนท์จะเยอะเป็นพิเศษ  (ฮา) ก็เริ่มเข้าเนื้อหาหลักของเรื่องแล้วนี่นา!

 
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านมากๆ ที่ยังไม่ทิ้งหนูนันท์ค่ะ ^o^ คนเขียนดีใจสุดๆ (ฮา)


อ่ะฮ่า ตอนนี้คุณรุทก็ตกอยู่ในเงื้อมมือของเจ้าหมานันท์แล้ว แต่ดูเหมือนโอกาสที่นันท์จะหือจะอือกับคุณรุทขึ้นนี่ช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดินจริงๆ =v= พยายามเข้านะลูกแม่ 


ไม่คุยมากดีกว่า เดี๋ยวจะได้นอนดึกยิ่งกว่านี้ ราตรีสวัสดิ์ฝันวายค่ะทุกท่าน >w<!! ขอให้พรุ่งนี้ทุกท่านต้อนรับเปิดเทอมด้วยความสดใสปิ๊งปั๊งเหมือนความบ้าของตานันท์นะคะ! (คนเขียนก็จะพยายามค่ะ...พยายามตื่นไปเรียนด้วยความสดใสให้ได้...)


สุดท้าย...ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์เช่นเคยค่ะ >w<


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

2,944 ความคิดเห็น

  1. #2912 jaja (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 / 13:06
    เกิดไรขึ้นกับคุณนิรุทหละเนี่ย!!???
    #2912
    0
  2. #2766 tsunamoe (@hibatsumoe) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2554 / 21:50

    เป็นไรไปอ่าาาา เป็นห่วงๆT T // เกินหน้าเกินตาพี่นันไปและ

    #2766
    0
  3. #2698 Doll_lucky (@luckypuzz) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 22:49
    นิรุธเป็นอะไร ?

    นันท์แกบ้าไปแล้ววว 
    #2698
    0
  4. #2628 YNz @-@ (@yongNuttaki) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2554 / 22:26
    นันท์ พ่อท่านกระดูกหักอยู่ให้ไป "ซิทอัพ" เดี๋ยวก็-กร๊อบ-กว่าเดิมหรอก
    แล้วคิดจะทำอะไรกับคุณ(พิ)รุทกัน ห๊า?
    #2628
    0
  5. #2580 ไคซ์ โคลอส (@aon-aon-) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2554 / 17:46
     คุณรุทเป็นอาร้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #2580
    0
  6. #2460 Qbec. (@qbec13) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กันยายน 2554 / 20:56
     คุณพิรุทขาาาา

    อย่าเป็นอะไรนะคะT[ ]T
    #2460
    0
  7. #2386 SchoneTier (@schonetier) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2554 / 23:37
    คุณตปก.ที่แสนจืดจาง ....
    หวังว่าคงจะไม่จืดจางอย่างน้องคะน้าแมทธิวหรอกนะ .. (ผิดเรื่อง)
    แต่คุณแม่ก็ช่างทำกับลูกชายได้ลง = w =;; เหมือนลูก ๆ หลายตัวนั้นเป็นลูก แล้วนันท์เป็นคนใช้กับคนสวนเลยแแฮะ
    อ้ะ เพื่อน ๆ ยังมีปริศนาอยู่เลย คุณรุทธิ์ก็โผล่มาสภาพไม่ค่อยดีซะแล้ว; A ; ! ?
    เป็นฮิเบิร์ด เอ๊ย กิลเบิร์ด เอ๊ย ลูกไก่(-  -;;)อยู่ในกำมือตานันท์เลย
    ว่าแต่ ... ตกลงใครเคะใครเมะแอ้ะ ; w ;''

    #2386
    0
  8. #2323 joyce_larts (@joycema24) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2554 / 17:08
    นู๋นันท์ถึงกับน้ำลายหกเลยเหรอจร้า ยังคิดว่าตัวเองเป็นเมะน้อยอีกแน่ะ เวรกรรม >.<"
    #2323
    0
  9. #2298 My Yaoi (@myyaoi) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2554 / 14:12
    กรั๊ก ๆ ๆ ๆๆ  ฮาแตกดีแท้ 555
    ว่าแต่ เกิดเรื่องไรหว่า ทำไมรุทถึงทรุดได้ขนาดนั้น = =
    #2298
    0
  10. #2249 9041 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2554 / 21:21
    ตปก.5555
    #2249
    0
  11. วันที่ 21 กรกฎาคม 2554 / 19:07
    มันเรื่องอะไรยังไงอ่า
    น่าสับสนดูวุ่นวายจังเล้ยยยย ยยย !?
    #2215
    0
  12. #2196 spsygk (@spsygk) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 / 16:22
    เกิดอะไรขึ้นกับพิรุธ
    #2196
    0
  13. #2119 suck's (@22264) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2554 / 22:08
    โอกาศทองแล้วว หึหึ
    #2119
    0
  14. #1947 Hiba Meaw~! (@35392) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 13:33
    กล้าทำให้มันจริงอย่างที่พูดเหอะนังนันท์...

    ขี้คร้านจะอายม้วนไม่กล้าแตะตัวคุณรุทแม้แต่ปลายเล็บขบอะดิ๊

    หึหึ-..-
    #1947
    0
  15. #1917 ♥Jamjung&SJ♥ (@jamjungjammy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มีนาคม 2554 / 12:52
    เกิดรายขึ้น
    #1917
    0
  16. #1677 dekkaset56 (@goay56) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 00:03
    คุณรุทเป็นอะไรอ่ะ แล้วตุลย์ กับกันย์มีอะไรกันเหรอ
    #1677
    0
  17. #1487 tatary (@tatary) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2553 / 23:04

    คุณรุจน์เป็นไรมากป่าว

    #1487
    0
  18. #1404 SHi-gem (@p-gem) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2553 / 19:58
    นันท์แผนนายเยี่ยมมาก !! 55

    #1404
    0
  19. #1288 เจ้าหญิงเขียด (@serwadtion) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 / 10:30
     จัดหนัก
    #1288
    0
  20. #1252 ~~++NuttiiZa++~~Cass >>Gin (@nutty_nut) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 11:58
    คุณรุทเครียดอะไรกะงานหรอเป็นไรอ่า
    #1252
    0
  21. #1229 ❤_23﹏# (@kehro) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 21:11
     เกิดอะไรขึ้น ทำไม ทำไม เเละ ทำไม
    #1229
    0
  22. #1214 ladyji (@ladyji) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 13:17

    ให้นันท์ดูแลคุณรุทที่ไม่สบาย
    จะทำให้คุณรุทอาการหนักกว่าเดิมหรือเปล่าเนี่ย555

    #1214
    0
  23. #1211 Aerins (@aerins) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 01:44

    คุณรุสเป็นอะไรรรรร สงสัย??
    #1211
    0
  24. #1169 jia_za ^_^ (@jia-za) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 / 15:22

    คุณรุทอย่าเป็นอะไรไปนะ>///<

    #1169
    0
  25. #1154 Renga So™ (@lexgavbing) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 21:57
    เข้าทาง...
    #1154
    0
  26. #729 poppavero21 (@poppavero21) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2553 / 21:57

    น่าสนใจแล้วใช่มั้ยล่ะค่ะ คุณอาปุณน่ะ คุณอาธร
    อ่านกี่ทีๆก็แอบสงสารคุณอาปุณ
    ที่สงสารเพราะว่าโดนสาวๆใช้ทุกทีเลย เฮ้ออออ
    แต่อ่านแล้วฮาดีจริงๆ

    #729
    0
  27. #673 a_om31 (@a_om31) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มกราคม 2553 / 16:22
    เบื้องหลังการเสียเอกราชของอาปุณนี่สนุกอ่ะ
    อาธรนี่ก็สุดๆ ช่างไม่เกรงใจสถานที่เลย
    สนุกพอๆกับตอนของหลายนันท์
    ชอบๆ
    #673
    0
  28. #661 Whatever it is (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2553 / 16:25
    โอ้ ยังอ่านไม่สะจายเลย หุๆ แล้วมาต่ออีกนะคะ มันกระดื้บนานเหลือเกิน ตอนพิเศษอันนี้
    #661
    0
  29. #659 ชิวชิวจ้า (@qq_oo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2553 / 20:00
    มาอัพเร็วๆน้า
    #659
    0
  30. #658 Numja (@Chingu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2553 / 18:58
    รออยู่จร้าไรเตอร์
    #658
    0
  31. #657 haha (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2553 / 14:36
    ไรเตอร์จ้า รออยู่นะจ้ะ



    มาต่อด่วนน้าาา



    ชอบตอนพิเศษมากเลยอ่ะ
    #657
    0
  32. #656 vasabi สีชมพู (@morhoungkow) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2553 / 13:06
    มาต่อด่วนนนนนนนนนน


    อิอิอิ
    #656
    0
  33. #655 น้ำตาล (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มกราคม 2553 / 23:58
    ค้างงงงงงงงงงงงง

    รีบๆมาต่อนะ
    #655
    0
  34. #654 [p]aradis[e] (@paradisez) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มกราคม 2553 / 17:31
    โหยยยยยยยย มันค้างคาาา า


    อาปุณณณณณ ><;;

    ปล. ตานันท์หายยย ToT
    #654
    0
  35. #653 keroro-19 (@keroro-19) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มกราคม 2553 / 13:15
    สนุกจังเลย เรื่องของรุ่นคุณอา ก็หวานพอๆกับรุ่นของหลาน
    แต่เรื่องประทับใจครั้งแรกต่างกันซะสิ้นเชิงฮิฮิ น่าสนุกขึ้นเรื่อยๆ
    แต่แม่ของนันนี้แสบซะ
    #653
    0
  36. #651 corn_rain (@corn_rain) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มกราคม 2553 / 16:33
    ช้าไปหน่อย
    แมขอฝากเนื้อฝากตัวเปนขาประจำด้วยเน้อ
    ตามมาอ่านจนจบ
    เขียนหนุกมากมายอ่า ตัวละครน่ารักได้อีก
    มาอัพไวๆน้า
    #651
    0
  37. #650 JuLi (@JL-BB) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มกราคม 2553 / 10:11
    รอๆๆ  อิอิ
    #650
    0
  38. #649 Wanna be a Prince...ss* - (@iseaz) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มกราคม 2553 / 00:21
    มาต่อด่วนเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    อยากอ่านแล้วอ่ะ อิอิ
    #649
    0
  39. #645 วันดีดี (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 13:40
    สนุกค่ะ

    อัพเรื่อยๆ นะ^^
    #645
    0
  40. #643 orionstar (@orionstar) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 04:20

    หนีเล่นเกม 

    เดี๊ยวประท้วงเลย  ประท้วง@!!!!!!!!!

    #643
    0