ฟูจวินของข้าน่ารักเท่าโลก! [จบ]

ตอนที่ 9 : 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 561 ครั้ง
    13 เม.ย. 63

 

8

 

 

การเลี้ยงเสี่ยวหนิงเอ๋อร์เป็นไปอย่างราบรื่น อาหนิงน้อยนั้นเลี้ยงง่ายเป็นอย่างมาก อีกทั้งภายในหมู่บ้านมีคุณแม่บ้านทั้งหลายคอยช่วยสอน รวมถึงการให้นมบุตร หญิงสาวไม่คิดมาก่อนด้วยซ้ำว่าจะมีวันที่ป้อนนมบุตรเช่นนี้ ความรู้สึกเขินอายปะปนความสุขใจ โดยรวมคือรู้สึกอิ่มเอมนัก เธอไม่เชื่อการเลี้ยงแบบยุคสมัยนี้แบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ จำต้องพึ่งพาท่านอาจารย์อากู๋ เสิร์ชหาวิธีดูแลเด็กแรกเกิด

โอ้ ต้องให้นมถึงหกเดือนเลยเหรอเนี่ย?

เอาเถอะ มีน้ำนมมากพออยู่ ถึงไม่มีก็มีวิธีนวดให้น้ำนมออกอยู่ดี

....

วิธีขอไม่พูดถึงเพราะยังไงก็เป็นที่รู้กันดีว่าวิธีนวดให้น้ำนมมารดาออกที่หลายคนรู้จักกันดีคือแบบไหน...

นึกแล้วหน้าร้อนวาบเลยเจ้าค่ะ!

ค่ำคืนมาถึง อาหนิงน้อยไม่ร้องไห้งอแงชวนให้คนอื่นเหนื่อย เลี่ยงหลิงล่ะนึกดีใจนักที่บุตรชายไม่ทำให้เธออดนอนเหมือนเคยอ่านในหนังสืออาทิการ์ตูนหรือนวนิยายทั่วไปที่บุตรมักร้องไห้โยเยตอนกลางคืน คิดดู หากมีบุตรอีกคน บางทีอาจงอแงตอนกลางคืนขึ้นมาก็ได้

แอบคิดอยู่เหมือนกันว่าเจ้าก้อนแป้งน้อยนี่เงียบเกินไปมั้ย ไม่ส่งเสียงร้องแบบนี้คือไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม ความจริงก็แอบเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน ลองใช้ดวงตาตรวจสอบเป็นระยะเช่นกัน เป็นแม่คนครั้งแรก ย่อมต้องกังวลเป็นธรรมดา

ช่วงเลี้ยงลูกเลี่ยงหลิงกับเหยียนลี่ได้งานอดิเรกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคือตัดชุดสัตว์น้อยน่ารักให้บุตรชายวัยสามเดือนใส่

“น่ารัก~”

ลูกชายข้ากลายเป็นอ้ายต้าวลูกแงวไปแน้ววววว~

“เสี่ยวหลิง เสี่ยวหลิง ถ้าเป็นหมีหนิงเอ๋อร์จะน่ารักหรือไม่!”

“ย่อมน่ารัก! บุตรข้าน่ารักที่สุด!”

จะหมี จะแมว หรือจะหนูก็เข้ากับเฟิงหนิงน้อยลูกแม่ที่สุด!

ยามฮุ่ยเจินกลับมามีผงะไปเล็กน้อยเมื่อเห็นบุตรชายโดนจับแต่งชุดลูกแมวสีขาวตัวน้อย เขาหัวเราะ กอดหอมบุตรชายก่อนตามด้วยหอมแก้มเลี่ยงหลิง เมื่อนั้นบุตรชายถึงหัวเราะคิกคัก

“จริงด้วยสิ หลิงหลิง วันนี้ท่านลุงเหยียนฝากข้ามาถามว่าเจ้าสนใจจวนใหญ่หรือไม่?”

“หืม?” หันมามองหลังวางลูกชายตัวน้อยลงเปล “เหตุใดเล่า?”

“ท่านลุงเหยียนกล่าวว่าบ้านเล็กคงไม่เหมาะสมกับศิษย์ของท่านเยว่ซิน และเด็กๆในภายภาคหน้า”

“อ้อออ เป็นเช่นนี้....เดี๋ยวนะ เด็กๆ?”

ตอนแรกพอเข้าใจว่าเหตุใดถึงเอ่ยปากถามเรื่องจวนใหญ่ เดิมทีเธอเรียกที่นี่ว่าบ้านเพราะมันหลังเล็กกว่าจวนที่เคยอ่านในนิยาย พอคิดว่าได้ย้ายไปจวนใหญ่ก็คงดีไม่น้อย มีห้องนอน มีครัวแยก มีห้องเก็บของ มันย่อมเป้นเรื่องดี กระทั่งสะกิดใจถึงเรื่องเด็กๆท้ายประโยค มองฟูจวินคนดีอีกที เขาก็หน้าแดงระเรื่อ

“คือ...จะว่าเช่นไรดีเล่า....” อ้ำอึ้งเล็กน้อย “ท่านลุงเหยียนถามข้าว่า... จะมีบุตร อีกหรือไม่....”

“แล้วเจินเจินตอบไปว่า...”

“..........อยาก...” เสียงเบาหวิว

.....

“เจินเจินนนน~” ไม่สนใจมาดคุณหนูอะไรแล้ว เข้าไปกอดแขนฟูจวินคนดีคนน่ารักของตัวเอง “หากเจินเจินอยากมีบุตรอีก ข้าก็ยินดี เพราะไม่ว่าอย่างไร เจินเจินก็จะอยู่เคียงข้างข้าใช่หรือไม่”

“ย่อมเป็นเช่นนั้น เพราะข้าสัญญาไว้กับเจ้าไว้”

ยิ้มบาง “เช่นนั้นข้าก็มิจำต้องกลัวสิ่งใดอีก จะมีอีกสามคนหรืออีกสิบคนข้าล้วนยินยอมและเต็มใจยิ่งนัก”

“หลิงหลิง...”

ฮุ่ยเจินขยับมาสวมกอดเธอไว้แน่น เลี่ยงหลิงแอบคิด หลังจากนี้ครอบครัวของเธอคงใหญ่ขึ้นมากแน่นอน บางทีคำอวยพรจากชาติก่อนที่ญาติผู้ใหญ่มักบอกว่ามีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองคงได้เป็นจริงก็ชาตินี้

อา... บุตรคนที่สองนี่หากมี บิดาจะยอมตอบจดหมายกลับมาหรือไม่นะ?

อยากรู้จัง...

ที่ยึดติดเรื่องบิดาคงเพราะบิดาเสียไปตั้งแต่เยาว์วัยจากโรคหัวใจ โลกใบนี้บิดาของเลี่ยงหลิงเป็นผู้เดียวในจวนที่แสนดีกับเธอ นอกจากบิดายังมีพ่อบ้านกับองครักษ์คุ้มกันท่านพ่ออีกสองคน ในจวนใหญ่นับสิบกว่าชีวิตมีเพียงสี่ชีวิตที่แสนดีกับเธอในอดีต....

ภาพตอนไล่เธอออกมา ใบหน้าของบิดานั่นช่างเศร้าโศกเสียเหลือเกิน...

“เจินเจินว่า...ท่านพ่อจะยังคงคิดถึงข้ามั้ย”

“ย่อมต้องคิดถึง หลิงหลิงเป็นบุตรีคนโปรดของท่านอัครเสนาบดีมิใช่หรือ ข้ามั่นใจว่าอัครเสนาบดีหยางมิใจร้ายทอดทิ้งเจ้าได้หรอก”

“นั่นสินะ...” เอนตัวซบสามี “พรุ่งนี้ จะลองเขียนจดหมายหาเขาละกัน”

และคราวนี้จะขอฝากเจ้าปอมปอมน้อยไปส่งถึงมือแทน

โอ้ใช่ เธอควรเขียนบางสิ่งลงไปด้วย

 

สองวันต่อมายามห้าย[1] ณ จวนอัครเสนาบดีหยาง ภายในห้องหนังสือ ‘หยางจินซาง’ ผู้ดำรงตำแหน่งอัครเสนาบดีข้างกายฮ่องเต้ แม้อายุจะเข้าหลักสามก็ยังคงรูปงามดุจเทพเซียนชวนให้เหล่าสตรีวาดฝันหวังอยากขึ้นเป็นฟูเหรินเอกของเขานัก ชายหนุ่มยังคงนั่งเขียนฎีกาส่งโอรสสวรรค์เหมือนเช่นทุกครา ทว่าไม่นาน เขาวางพู่กันและหยิบบางสิ่งขึ้นมาดู ใบหน้าฉายแววความเศร้าโศก

มันผ้าเช็ดหน้าผืนแรกที่บุตรสาวปักให้เขา...

เขาคิดถึงผู้เป็นบุตรสาวคนโปรดของตนนัก...

นับตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นที่ตนจำใจไล่บุตรีคนโตออกจากจวนด้วยความจำใจก็ผ่านมาหนึ่งปีแล้ว เขาพยายามหาเวลาไปเยี่ยมบุตรสาวหลายคราทว่าพวกขุนนางน่าตายนั่นกลับเอาแต่หางานมาให้เขาไม่เว้นวัน

ข้าอยากไปหาหลิงเอ๋อร์ใจจะขาด!!

ขนาดจดหมายยังไม่มีมา หรือบุตรสาวจะรังเกียจเขาแล้ว....

ยิ่งนึกถึงหน้าบุรุษที่บังอาจข่มเหงบุตรสาวก็ยากจะยอมรับเป็นเขยนัก ช่างน่าตาย!! น่าตายยิ่ง!!!!

เจ้าเด็กนั่นบังอาจทำให้บุตรสาวของตนเสื่อมเสียจนต้องยอมให้ตบแต่งกันแม้บุตรสาวจะร้องไห้อ้อนวอนปานใจจะขาด เธอเพิ่งจะสิบหกหนาวเท่านั้น ใจของเขาเจ็บปวดไม่ต่างกัน...

ทว่าทำได้เพียงบอกว่าให้เธออดทน ทนจนกว่าข่าวลือเรื่องนี้หายไปเขาจะไปรับเธอกลับมาอยู่จวน ไม่ต้องตบแต่งก็มิเป็นอันใด เขาจะเลี้ยงดูบุตรสาวจนแก่เฒ่าหรือจนกว่าจะได้เจอบุรุษที่มิรังเกียจอดีตของเลี่ยงหลิง

อัครเสนาบดีหยางถอนหายใจ

“นายท่าน ข้าขอเข้าไปได้หรือไม่ขอรับ”

“อืม เข้ามาได้”

พ่อบ้านหลิวเดินเข้ามาในมือคือถาดน้ำชากับของว่าง เขาเดินมาวางบนโต๊ะหนังสือของเจ้าบ้าน หางตาเหลือบเห็นผ้าเช็ดหน้าบนมือ

“ท่านคงกำลังคิดถึงคุณหนูใหญ่....”

“ย่อมคิดถึง...” เจ้าบ้านสกุลหยางถอนหายใจ “หากมิใช่เจ้าเด็กน่าตายนั่น ป่านนี้หลิงเอ๋อร์คงไม่ต้องออกจากจวน...”

พ่อบ้านหลิวทำได้เพียงอยู่นิ่ง หากเขาเอ่ยอันใดออกมาบางทีอาจส่งผลต่อหยางจินซางได้ เขารู้ดีว่าสหายวัยเยาว์ผู้นี้เศร้าหมองมาตลอดนับตั้งแต่บุตรสาวคนโตออกเรือนไปด้วยความไม่เต็มใจ เขาเองก็เสียใจไม่น้อยในฐานะคนช่วยเลี้ยงดูคุณหนูหยางเลี่ยงหลิงมา

“จับใครได้หรือไม่”

“ยังมิได้”

หยางจินซางยังคงพยายามหาทางเอาผิดผู้บังอาจจัดฉากให้บุตรสาวตนเสื่อมเสีย ทว่าเขากลับหามิพบ เพราะเหตุใดถึงยากเย็นนัก คนของตนก็ใช่จะอ่อนแอและไร้ความสามารถถึงเพียงนั้น หาทั่วเมืองหลวงแล้วยังมิพบ หรือจะหนีออกจากเมืองหลวงไปแล้ว...

“นายท่านโปรดวางใจ ทั้งสองคนนั้นได้กล่าวสาบานไว้ว่าออกตามหาทั่วทุกเมืองเพื่อจับคนผิดมาลงโทษคืนความบริสุทธิ์ให้ได้แน่นอน”

“เจ้าสมควรทำเช่นนั้นอยู่แล้ว”

หยางจินซางกล่าวด้วยน้ำเสียงฮึดฮัด ยกชาที่ถูกรินให้ขึ้นจิบเพื่อดับอารมณ์ขุ่นมัวนี้ แม้ผ่านมาหลายสิบปี การกระทำ ท่วงท่า และคำพูดของสหายมันยังคงขัดหูขัดตาเขานัก การเป็นสหายนับแต่วัยเยาว์เขาย่อมรู้ว่าอีกฝ่ายนิสัยขัดกับที่คนภายในจวนยามนี้รู้ ฮึ่ย! ช่างขัดตาข้าเสียจริงอาหลิว!

“พ่อบ้านหลิว...”

“ขอรับนายท่าน”

“ข้ารู้ว่าเจ้าชอบสัตว์ แต่มิจำเป็นต้องนำเข้ามาในห้องหนังสือข้า”

“ขอรับ?”

พ่อบ้านหนุ่มทำหน้าฉงนจนมองนิ้วของผู้เป็นนายชี้ต่ำไปข้างกายเขา เมื่อก้มลงมองมันคือสุนัขตัวเล็กขนสีขาวดูน่าเอ็นดูมีผ้าผูกคอไว้...

....

“นี่....มิใช่สุนัขของข้า...”

….

มิใช่ของเจ้ามิใช่ของข้า... แล้วของผู้ใดเล่า?

“บ๊อก!”

เสียงเห่าเรียกให้สองหนุ่มหันมามอง เจ้าสุนัขวิ่งมานั่งบนตักหันหลังให้เจ้าบ้านสกุลหยาง หางส่ายไปมาดุ๊กดิ๊กชวนให้หัวใจกระชุ่มกระชวยกับความน่ารักนั่น

 “อ่า... อยากให้ข้าปลดผ้าให้หรือ”

“บ๊อก! บ๊อก!”

“ฮ่าๆ เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว มาเถอะ”

มือปลดห่อผ้ามัดคอเจ้าสุนัขออก ห่อผ้านั่นดูแล้วมีราคา แต่คล้ายผ้าสำหรับทำอาภรณ์สตรีนัก มิใช่เจ้าของสุนัขนำชุดมาตัดทำเป็นผ้าห่อของหรือ เมื่อปลดออกสิ่งแรกที่เขาเห็นคือจดหมาย หยางจินซางเปิดจดหมายฉบับนั้นขึ้นอ่าน ดวงตาทอประกายความประหลาดใจ ใบหน้าเศร้าหมองพลันเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม ก่อนเคร่งเครียดจนพ่อบ้านหลิวนึกกังวล

สหายของเขา นายท่านของเขาอ่านอันใดอยู่กันแน่...

“ซือหลิว! ข้า... ข้ามีหลาน! ข้ามีหลานแล้ว!”

“หา?”

พูดบ้าอันใดกัน?

“ไม่เชื่อหรือ ลองอ่านดู!”

นายท่านหยางยื่นจดหมายให้สหายรักอ่านด้วยรอยยิ้ม ทำให้พ่อบ้านหนุ่มใจชื้นขึ้น ก่อนรับจดหมายในมือเขามาอ่าน ข้อความบนจดหมายมิใช่ถูกเขียนด้วยพู่กัน กลับเขียนด้วยบางสิ่งทดแทน ทำให้มีเนื้อหายาวไม่จำเป็นต้องย่อข้อความให้สั้นลง

 

‘ถึงท่านพ่อหยางจินซางที่เคารพรักของลูก

สิ่งแรกที่ลูกอยากบอกกล่าวถึงท่านคือสภาพความเป็นอยู่ของลูก ลูกในยามนี้มีความสุขยิ่งนัก คราแรกลูกอาจเจ็บปวดทรมานกับสภาพที่เปลี่ยนไป ทว่ายามนี้ลูกได้ปล่อยวางทุกสิ่งลง ลูกไม่นึกรักรัชทายาทหรือนึกอยากกลับไปหา สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงความเสียใจ ทั้งที่เป็นสหายร่วมกันมาตั้งแต่เยาว์วัยกลับเลือกที่จะเชื่อฟังผู้อื่นมากกว่าข้า มิว่าจะแม่ทัพเฉียนหรือไท่จื่อต่างล้วนโง่งม ลูกจึงนึกดีใจยิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขาอีก

หากท่านพ่อตรองดู อย่างน้อยลูกไม่เกี่ยวข้องกับวังหลัง ไม่จำเป็นต้องอดทนมองบุรุษที่ลูกรักมีสนมชายามากมายให้ช้ำใจ หรือพยายามเอาชีวิตรอดจากวังหลัง มิคิดเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?

เรื่องที่สอง ลูกรู้ว่าท่านมิอาจยอมรับเขาเป็นบุตรเขย ทว่าเขาดีกับลูกยิ่งเจ้าค่ะ ในคือเข้าหอเขาไม่ได้นอนกอดลูก เขาเลือกนอนบนพื้น เมื่อมาถึงหมู่บ้าน เขาไม่แตะต้องลูก ให้เกียรติลูก พยายามสรรหาทุกอย่างเพื่อไม่ให้ลูกลำบาก ลูกรักเขา รักมาก และยามนี้ลูกให้กำเนิดบุตรชายนาม ‘เฟิงหนิง’ เจ้าค่ะ เป็นเจ้าก้อนแป้งน้อยน่ารักน่าหยิกยิ่งนัก ช่างมิต่างจากบิดาของเขาเลยแม้แต่น้อย

ท่านพ่อ ยามนี้ลูกมีความสุขเหลือเกินเจ้าค่ะ

เรื่องที่สาม สิ่งที่ลูกอยากบอกท่านพ่อเกี่ยวกับน้องรอง (อดีต)สหายรักของลูก และ(อดีต)บ่าวรับใช้ของลูก พวกเขาช่างเลวร้ายนัก...

ในวันที่ลูกออกจากเมืองหลวง พวกเขาเข้ามาสารภาพกับลูก บอกว่าลูกโง่งมที่เชื่อพวกเขาพูด ทั้งการแต่งกาย การแสดงท่าทาง แม้ลูกจะได้รับการสอนสั่งมาจากหวงโฮ่ว ทว่าลูกกลับเลือกเชื่อน้องสาวที่ลูกไว้ใจ สุดท้ายก็โดนหักหลังจนเจ็บปวด หากท่านพ่อต้องการล้างมลทินให้ลูก ลูกขอกล่าวให้ตามดูพวกเขาไว้ทั้งสามคนรวมถึงภรรยารองของท่านพ่อเช่นกัน

ต่อมาคือเรื่องคุณหนูกุ้ย ท่านพ่อ นางช่างน่าสงสาร นางโดนเจ้าเต่าโง่เฉียนเพ่ยจวินทำร้ายจิตใจ แท้จริงนางควรเป็นฟูเหรินเอกของเขาด้วยซ้ำ สิ่งที่เจ้าเต่าโง่งมนั่นรู้มิใช่เรื่องจริง ของที่เขามีล้วนเป็นของที่คุณหนูกุ้ยมี ยามนั้นลูกเชื่อสหายจึงมิได้ช่วยอันใดนาง ท่านพ่อ ได้โปรดช่วยเหลือนางแทนลูกด้วย

ลูกเคยส่งจดหมายมาให้ท่านพ่อ ท่านลุงเหยียนที่นำจดหมายไปมอบให้กล่าวว่าได้มอบให้พ่อบ้านประจำจวน เหตุใดท่านพ่อถึงไม่ได้รับ หรือท่านพ่อยังโกรธลูกกัน...

สุดท้ายนี้ หากท่านพ่อต้องการส่งจดหมายอันใดถึงลูกขอให้ใช้ดินสอถ่านไม้นี้เขียนเพื่อไม่ต้องลำบากใช้กระดาษหลายใบนัก เจ้าหมาน้อยเถียนเถียนของลูกจะนำมันมามอบให้ลูกได้อย่างปลอดภัย หรือจะฝากของมามอบเป็นของขวัญรับหลานก็ฝากได้เจ้าค่ะ

ส่วนของที่ลูกฝากเถียนเถียนมาให้นั้นมีขวดแยมนม เป็นเหมือนน้ำราดสำหรับขนมหวานเจ้าค่ะ รสอร่อยล้ำ ทานคู่กับเซาปิ่งหรือหมั่นโถวก็เข้ากัน มอบให้ท่านพ่อและหวงโฮ่วเจ้าค่ะ กระพรวนติดพู่ห้อยนี้มอบให้ท่านพ่อ ท่านพ่อบ้านหลิว องครักษ์ทั้งสอง หวงตี้ หวงโฮ่ว และคุณหนูกุ้ยนะเจ้าคะ เรื่องสีของพู่ขอให้ท่านพ่อช่วยจัดสรรแทนลูกด้วย ลูกเชื่อใจท่านพ่อเจ้าค่ะ

แล้วอย่าลืมระวังท่านพ่อบ้านหลิวด้วยเล่าท่านพ่อ ไม่ใช่ระวังในแง่ร้าย แต่ระวังในแง่อื่นนะเจ้าคะ

ท่านพ่อบ้านหลิว หากอ่านอยู่จงรู้ไว้ ‘ข้ารู้ ข้าเห็น’

ฝากท่านพ่อนำความคิดถึงและมอบของที่ลูกแนบมานี้มอบให้แก่หวงตี้และหวงโฮ่วด้วยนะเจ้าคะ ลูกยังคงเคารพและคิดถึงพวกท่านเสมอมา

ลูกขอแนะนำท่านให้ยอมรับเจินเจินของลูกเถิดเจ้าค่ะ ท่านจะมิเสียใจแน่นอน มีแต่จะดีใจและภูมิใจมากด้วยซ้ำ

จาก หยางเลี่ยงหลิง บุตรีของท่าน’

 

อ่านจบพ่อบ้านหลิวยืนนิ่ง รู้สึกได้ถึงเหงื่อไหลซึมเต็มแผ่นหลัง คุณหนูใหญ่ยังคงเป็นคุณหนูใหญ่เช่นเคย นางคือผู้กอบกุมความลับของเขาไว้ ขนาดตัวไม่อยู่ยังเขียนข้อความส่งกำชับได้อีก

น่านับถือยิ่งนักคุณหนูใหญ่...

“หากเป็นตามที่เสี่ยวหลิงเอ๋อร์ของข้าเล่า เจ้ารีบเรียกอี้เทากับจิ้งหย่งกลับมาซะ หากมันเป็นความจริงนี่คือเรื่องใหญ่ แม้เป็นบุตรสาวข้า หากขึ้นเป็นฮองเฮาด้วยจิตใจเช่นนี้ย่อมไม่เป็นเรื่องดีต่อแคว้น”

“น้อมรับคำสั่งขอรับนายท่าน”

“ส่วนเรื่องจดหมายที่ว่าไว้...เจ้าได้รับจดหมายอันใดมาหรือไม่?”

“ข้ามิได้รับจดหมายที่ว่าเลยแม้แต่น้อย ....หรืออาจเป็นคนของฟูเหรินรองท่านก็ได้ บ่าวของนางแต่งตัวคล้ายข้าบางครา ตักเตือนแล้วก็ยังเป็นเช่นเดิม”

“ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน...” นั่งนิ่ง ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง “บ่าวไพร่คิดกำเริบเสิบสานนึกทำตัวเป็นพ่อบ้าน ลงโทษให้เข็ดหลาบก่อนขายออก และอย่าลืมทำให้รู้ตัวว่าเหตุผลที่ถูกขายออกคืออันใดด้วยเล่าพ่อบ้านหลิว”

“น้อมรับด้วยความยินดี”

เขาตักเตือนในฐานะพ่อบ้านหลิวแสนดีมานาน แต่ก็ยังกระทำเช่นเดิม ใจนึกอยากจับมาลงโทษหลายคราหากไม่ติดว่าสหายรักมิทราบเรื่องนี้ กอปรกับโอกาสที่หยางจินซางกำลังสนใจจดหมายของคุณหนูใหญ่ เขาจึงฟ้องเสียเลย

หึหึหึ เจ้าบ่าวไพร่นั่นเคยทำตัวเยี่ยงพ่อบ้านประจำจวนเช่นนั้น หลังจากนี้คงไม่อยู่ให้ขัดหูขัดตาอีกแล้ว น่ายินดี น่ายินดี!

“จดหมายนั่นอาจไม่อยู่แล้ว...ช่างเถอะ” เขาหันไปมองเจ้าสุนัขตัวน้อยจ้องตาแป๋วเบื้องหน้า “เจ้าคือเถียนเถียนที่เสี่ยวหลิงเอ๋อร์บอกไว้สินะ”

“บ๊อก!” ส่ายหางไปมาดุ๊กดิ๊ก

“ฮ่าๆๆ ช่างว่าง่ายยิ่ง อาหลิว ไปเอาเนื้อชั้นดีมาให้เถียนเถียนหน่อยเร็ว!”

ซือหลิวน้อมรับคำสั่ง ออกจากห้องหนังสือสั่งให้เงาของตนส่งข้อความเรียกสององครักษ์กลับจวนอัครเสนาบดี พ่อบ้านหนุ่มเตรียมเนื้อย่างชั้นดีหลายชิ้นมามอบให้สุนัขน้อยตอบแทนจดหมายกับของภายในห่อผ้า

เมื่อกลับมาห้องหนังสืออีกครั้งพบว่าสหายรักเล่นกับสุนัขบนตัก ส่วนมือเขียนจดหมายถึงบุตรสาวด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข

เห็นท่านอัครเสนาบดีมีความสุขเช่นนั้นเขาก็ดีใจ

ทว่าลึกๆในใจของพ่อบ้านหนุ่มแล้วนั้น...

....

เฮ้อ! อยากเป็นสุนัขเสียจริง!

 

ช่วงสายเจ้าปอมปอมน้อยวิ่งกลับหมู่บ้านมาอย่างเริงร่า นำของที่ได้รับมาจากจวนอัครเสนาบดีมามอบให้เลี่ยงหลิง เธอส่งบุตรชายให้ฮุ่ยเจินอุ้ม ส่วนตนปลดห่อผ้าออก ภายในมีจดหมายถึงสองฉบับ กำไลข้อเท้าสีทองของเจ้าก้อนแป้งน้อย ของเล่นเด็ก กับเงินราวๆหกตำลึงทองที่ทำให้ฟูจวินคนดีเลิ่กลั่กทำตัวอันใดไม่ถูกจนเธอหัวเราะด้วยความเอ็นดู ชาวบ้านไม่มีทางได้สัมผัสตำลึงทองเช่นนี้มาก่อนย่อมไม่แปลกใจเท่าใด จดหมายฉบับแรกเป็นของบิดา

 

‘เสี่ยวหลิงเอ๋อร์ของพ่อ พ่อดีใจที่ลูกปลอดภัย แม้ลูกอาจมิได้อยู่สุขสบายเฉกเช่นในอดีตก็ขอให้อดทนไว้ หากลูกทนไม่ไหวพ่อจะรีบไปรับลูกกลับมาโดยไว เมื่อพ่อคิดไตร่ตรอง อาจเป็นดั่งที่เจ้ากล่าว ลูกสาวพ่อมิเกี่ยวข้องกับวังหลังย่อมเป็นเรื่องที่ดียิ่งนัก

ส่วนเรื่องเจ้าบุรุษน่าตายที่พ่อมิคิดรับเป็นบุตรเขย เห็นลูกพยายามบอกเช่นนั้นพ่อจะลองเปิดใจดู แต่หากมันทำให้ลูกเจ็บปวด อย่าหวังว่ามันจะได้อยู่ดี

เรื่องที่สามพ่อได้ตรองดู หากเป็นเช่นนั้นจริงพ่อจะรีบจัดการ ลูกรัก พ่อเชื่อในสิ่งที่ลูกพูด มิจำเป็นต้องกังวล

ส่วนเรื่องคุณหนูกุ้ยยามนี้แต่งเข้าจวนแม่ทัพใหญ่เฉียนในฐานะฟูเหรินรองไปเสียแล้ว ตัวเสนาบดีกุ้ยไม่อยากให้บุตรสาวของเขาเสียใจไปมากกว่านี้จึงขอใช้ความดีทั้งหมดที่มีให้บุตรสาวเขาแต่งเข้าด้วยสมรสพระราชทาน จากที่พ่อให้อี้เทาไปสืบ เหมือนว่าเจ้าลูกเต่าเฉียนทิ้งนางในคืนเข้าห้องหอ อีกทั้งเมินเฉยนาง จนกลายเป็นฟูเหรินรองผู้ตรอมตรมให้ชาวบ้านนึกสงสาร ทว่ามีหลายคนนึกหัวเราะกับความดื้อดึงของนางและนึกสงสารคู่หมั้นของเจ้าลูกเต่าเฉียน ว่าด้วยเพียงเพราะบุรุษที่พึงใจไม่รักจึงพึ่งสมรมพระราชทานเพื่อยึดเหนี่ยวเขาไว้

แม้ไม่ทัน แต่เพื่อเสี่ยวหลิงเอ๋อร์พ่อจะพยายามช่วยอยู่ห่างๆ

แยมนมที่ลูกทำมาอร่อยล้ำตามที่บอกกล่าวยิ่ง พ่อชอบมาก พู่ห้อยพ่อจัดแบ่งตามที่ลูกบอกกล่าวเรียบร้อย

ส่วนเรื่องอาหลิว มิต้องกังวล พ่อจับตาดูตลอดเวลาอยู่แล้ว’

 

“สมเป็นท่านพ่อเสียจริง” หัวเราะคิกคักเอนตัวพิงสามีที่นั่งอ่านด้วยกันตลอดเวลา นางกลายเป็นเด็กช่างฟ้องไปเสียแล้ว

ก็นะ คนมันขี้เกียจจัดการเองนี่นา เลยฟ้องบิดาแทนเสียเลย

น่าเสียดายที่ช่วยคุณหนูกุ้ยไม่ทัน นางจะพยายามให้เถียนเถียนไปแวะเวียนหาจะได้ไม่คิดมากละกัน อยากตีสนิทด้วย คุณหนูกุ้ยเป็นสตรีดีพร้อม ไม่สมควรปล่อยให้เศร้านาน

“ข้า ข้าจะพยายามทำให้ท่านอัครเสนาบดียอมรับให้ได้....”

“มิต้องกังวลไปหรอกเจินเจิน แค่อย่างที่เป็นอยู่นี้ก็พิสูจน์ได้มากพอแล้วล่ะจ้ะ” ขยับไปหอมแก้มชายหนุ่มเพื่อให้กำลังใจ

“แอะ...เอยยย”

“คิก อาหนิงลูกแม่ก็อยากได้จุ๊บเหรอหืม?”

ก้มลงไปหอมแก้มบุตรชายต่อ เรียกรอยยิ้มจากเด็กน้อยได้เป็นอย่างดี

“จะว่าไป... เรื่องจดหมายกับเรื่องพ่อบ้านล่ะหลิงหลิง?”

“จดหมายนั่นคงไม่ถึงมือท่านพ่ออย่างที่ข้าคาดเดาไว้ คงเป็นบ่าวชั้นต่ำผู้นั้นที่ทำตัวเหมือนเป็นพ่อบ้านนำจดหมายไปมอบให้นายของมันล่ะนะ...” ถอนหายใจ “พ่อบ้านหลิวน่ะจงรักภักดีต่อท่านพ่อเป็นที่สุด ไม่มีวันหักหลังหรอก”

“.....หลิงหลิงแน่ใจได้อย่างไร”

ฮุ่ยเจินมิคิดถามสิ่งนี้มาก่อน ทว่าเรื่องทรยศหักหลังนั้นได้ยินมาตลอดยามเข้าเมืองหลวง ไม่สิ ไม่ว่าจะเมืองไหนก็มีเช่นกัน ไว้ใจแค่ไหนสุดท้ายก็ย่อมหักหลังเมื่อมีเงินตรามาเกี่ยวข้อง ฟูเหรินของตนเองก็โดน เขาจึงสงสัยนัก

เลี่ยงหลิงยกยิ้มบาง “เพราะข้ากุมความลับเขาไว้”

“ความลับ?”

“ความลับที่เขาทำแบบนี้...” เธอขยับเข้าไปจุ๊บปากฟูจวินของตน “กับท่านพ่อข้า”

ชายหนุ่มนิ่งเงียบไป ใบหน้าซีดเผือด “ล หลิงหลิงจ จะบอกว่า...!”

“อื้อ พ่อบ้านหลิวเป็นต้วนซิ่ว[2] หลงรักท่านพ่อมาตั้งแต่เล็ก”

เลี่ยงหลิงในอดีตมิเคยบอกความลับนี้กับใคร เหตุการณ์เกิดขึ้นในยามค่ำช่วงที่เธออายุเพียงสิบหนาว เธอได้ยินว่าบิดาป่วยจึงคิดไปเยี่ยม ทว่าการแอบไปเยี่ยมโดยไม่บอกผู้ใดทำให้เธอเห็นสิ่งที่ไม่สมควร พ่อบ้านหลิวแสนดีขโมยจุมพิตท่านอัครเสนาบดีหยางที่กำลังต้องพิษไข้บนตั่งเตียง

นานมาแล้วเธอเคยนึกสงสัยว่าเหตุใดพ่อบ้านหลิวมิตบแต่งสตรีคนใดเสียที ยอมเป็นพ่อบ้านให้ท่านพ่อของนางทั้งที่มีฐานะดีพร้อมไม่ได้ลำบากอันใด อีกทั้งยังรูปงามแม้อายุมากก็ยังมีสตรีสนใจ บ่าวไพร่หลายคนก็หวังปีนขึ้นเตียงทว่าก็มิมีผู้ใดทำได้

นี่คงเป็นเหตุผล...

เด็กสาวใหญ่สัญญาจะมิบอกผู้ใดเรื่องนี้ หวังให้อีกฝ่ายอยู่เคียงข้างท่านพ่อของเธอตลอดไป ไม่มีใครดูแลบิดาของเธอดีเท่าพ่อบ้านหลิวอีกแล้ว

“เจินเจินมิชอบพวกต้วนซิ่วหรือ?”

จากสีหน้าของฟูจวินเธอเหมือนบ่งบอกว่าเขามิชอบแม้แต่น้อย...

“มิใช่ ข้ามิได้รังเกียจ คือมันตกใจ มิคิด....ว่าจะเป็นความลับเช่นนี้ อีกอย่างท่านพ่อเคยกล่าวไว้.... เป็นต้วนซิ่วยังดีกว่าหากจะให้เลือกสตรีเลวร้าย”

อืม มันก็จริงอยู่นะ...

อีกอย่างชายรักชายอ่ะ มันดีนะ คิกๆๆๆๆ

“ยังไงก็มาอ่านจดหมายอีกฉบับกันเถอะ”

เมื่อเปิดอ่านเป็นอันต้องชะงัก จดหมายฉบับนี้เธอนึกว่าพ่อบ้านหลิวเป็นผู้เขียนทว่า...แท้จริงแล้วเป็นจดหมายจากฮองเฮาแห่งแคว้นฉี ‘เจียวเหม่ยอิง’ !!!

 

‘เสี่ยวหลิงเอ๋อร์ของเปิ่นกง เปิ่นกงทราบจากท่านอัครเสนาบดีหมดแล้ว มิต้องกังวลใจไป แม้เปิ่นกงจะมิได้เจ้ามาเป็นบุตรสาวดั่งที่หวังไว้เพราะบุตรชายแสนโง่เขลาก็ตาม เปิ่นกงก็ยังคงรักและเอ็นดูเจ้าเหมือนดั่งเคย

แม้น้องสาวของเจ้าจะกลายเป็นไท่จื่อเฟย เปิ่นกงก็ยังมิยอมรับเท่าใดนัก เพียงเปิ่นกงสบตากับนางก็สามารถรู้ได้ทันทีว่ามิใช่สตรีอ่อนหวานหรือใสสะอาดดุจดอกบัวขาวที่หลายคนวาดฝัน ยิ่งนึกยิ่งเสียดายเจ้านักเสี่ยวหลิงเอ๋อร์

กระพรวนพู่ห้อยสีแดงนี้เปิ่นกงจะถนอมใช้อย่างดี หวงช่างเองเมื่อได้รับก็พกไว้ตลอดเวลาแทนคำคิดถึงของพวกเรา เมื่อทราบว่าเจ้ามีบุตรหวงช่างได้มอบตำลึงทองให้เจ้า กำไลทองจากข้า ของเล่นจากอัครเสนาบดีหยาง

เปิ่นกงได้แต่หวังไว้ว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง’

 

“ฮองเฮา...ดูเป็นห่วงหลิงหลิงมากเหลือเกิน”

“อื้อ ท่านเปรียบเสมือนมารดาอีกคนของข้า.. นอกจากบิดา พ่อบ้านหลิวกับสององครักษ์ประจำจวน ผู้ที่เป็นห่วงเป็นใยข้าจากใจจริงอีกสองคนคือหวงตี้กับหวงโฮ่ว มีเพียงเท่านี้...เท่านี้จริงๆ...”

ต่างจากน้องสาวที่ทำให้นางกลายเป็นตัวตลก กล่าวว่าเป็นห่วงด้วยใบหน้าใสซื่อทว่าแท้จริงกลับลอบหัวเราะเยาะลับหลัง....

“ขนาดพี่ชายแท้ๆของข้ายังมิเป็นห่วงเลย” หัวเราะขมขื่นเล็กน้อย

ก็เพราะโดนยัยน้องรองนั่นขโมยเครดิตเรื่องถุงหอมที่เลี่ยงหลิงคนเก่าทำหวังมอบให้พี่ใหญ่ยามไปสำนักศึกษาไปเป็นของตัวเอง ขนาดพี่ชายแท้ๆยังไม่เชื่อนับประสาอะไรกับพี่รองผู้เป็นบุตรของอนุสามผู้นั้นเล่า ไม่เหลือหรอก!

คาดหวังไว้ว่าพี่ชายในโลกนี้จะแสนดีกับเธอ ใช่ เขาแสนดี แต่แล้วอย่างไรเล่า เขาเอ็นดูน้องรองมากกว่าน้องแท้ๆเช่นเธอเสียอีก

เฮ้อออ บุรุษในเมืองหลวงจะโง่งมหมดเลยหรืออย่างไร!

“พวกเขาไม่เชื่อหลิงหลิงก็มิเป็นอันใด” ฮุ่ยเจินยกมือบุตรชายขึ้น “ข้ากับอาหนิงเชื่อใจหลิงหลิงนะ...”

“แอยยย...!”

เลี่ยงหลิงยิ้มกว้างขยับเข้าไปกอดฟูจวินกับบุตรชายของตนเสียแน่น

“ดีจริงๆนั่นแหละ ที่ข้าได้มาที่นี่และได้เจอพวกเจ้าทั้งสอง...”

เธอคือผู้ที่โชคดีที่สุดในโลกใบนี้จริงๆ!!

 

 

 

 

◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌

คุณพ่อโผล่มาบ้าง ตอนนี้เลี่ยงหลิงกลายเป็นเด็กขี้ฟ้องไปเลย 55555



[1] ช่วงเวลาระหว่าง 21:00 – 22,59

[2] พิศวาสจนตัดแขนเสื้อ หรือเป็นบุรุษชมชอบบุรุษด้วยกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 561 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

518 ความคิดเห็น

  1. #495 Ged Dusita (@33ged) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 22:02

    พีคสุดก็พ่อบ้านอ่ะ🤣

    #495
    0
  2. #489 natthakong (@natthakong) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 06:26
    ชอบพ่อบ้าน 555
    #489
    0
  3. #324 Rattana12 (@Rattana12) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 13:42
    งื้อคู้คุงป้อกับคุงป้อบ้านคือดีย์แท้แม่จ๋าา
    #324
    0
  4. #282 Agani (@Agani) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 00:38
    พ่อบ้าน...ชอบพ่อนางเอกสินะ 👀!!
    #282
    0
  5. #30 ##@@ZINdear@@## (@DearDeaiwDream) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 18:43

    ขอบคุณค่าา สนุกมากกก

    #30
    0
  6. #29 ปอย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 17:43

    ทำไมน่ารักแบบนี้

    #29
    0
  7. #28 saisai445 (@saisai445) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 16:55

    ชอบมากค่ะมาต่อเร็วๆนะไรท์
    #28
    0
  8. #27 สีดาเหมียวๆ (@mind00987654321) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 15:41

    รอน้าค่า
    #27
    0
  9. #26 nittaya1990 (@nittaya1990) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 15:18
    สนุกดีค่ะไรท์ มาบ่อยๆนะคะ
    #26
    0
  10. #25 wwwiisaaa (@ONE-s) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 15:00

    น่ารักเหมือนมีฟิลเตอร์แอพสโนว์ทุกบรรทัด แงงงงงงงงงงง ชอบค้าบ
    #25
    0
  11. #24 Jadr12 (@Jadr12) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 14:59

    มาบ่อยๆน้าไรต์
    #24
    0
  12. #23 Maryzaza (@aenmon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 14:37

    วายก็มาแล้วจังหวะนี้!!!
    #23
    0