ฟูจวินของข้าน่ารักเท่าโลก! [จบ]

ตอนที่ 32 : ตัวอย่างตอนพิเศษตอนที่ 6 การพบกันอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 140 ครั้ง
    2 ส.ค. 63

บทพิเศษ 6

การพบกันอีกครั้ง

 

 

บรรยากาศในห้องรับรองตำหนักโอรสสวรรค์แคว้นฉีช่างอึมครึมยิ่งขนาดกงกงยังนึกกังวล การรวมตัวกันของสหายวัยเยาว์เยี่ยงโอรสสวรรค์ช่างหลงซิ่นเล่อที่เพิ่งขึ้นเป็นฮ่องเต้แทนบิดาได้ราวสองเดือน ท่านแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินเฉียนเพ่ยจวิน และฉินฟูเหริน หยางเลี่ยงหลิง

....

หากแต่มีแขกอีกหนึ่งที่มิใช่เพียงกงกงนึกสงสัย ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นกับท่านแม่ทัพย่อมมิต่างกันเท่าใด

คุณหนูน้อยฉินซือเล่อวัยสิบเอ็ดหนาวเองก็นึกสงสัยมิน้อยว่าเหตุใดมารดาจึงพานางมาร่วมการนัดพบ เด็กสาวนั่งนิ่งมิกล้าแม้แต่จะขยับตัว

“มิใช่ว่าเจิ้นเรียกเจ้ามาคนเดียวหรือหลิงเอ๋อร์...”

“อือฮึ”

นางยังคงยิ้มลอยหน้าลอยตา มือปลอกเปลือกส้มเข้าปากอย่างสบายใจ

คำว่า ‘อือฮึ’ ของนางได้ยินแล้วมันน่าหงุดหงิดใจยิ่ง!!

“แค่บุตรสาวข้ามานั่งด้วยก็มิเห็นเป็นอันใดมิใช่หรือ? อย่างไรเสียนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ข้าพาเล่อเอ๋อร์มาแคว้นฉีด้วย”

“อุ๊บ!!” เฉียนเพ่ยจวินยกมือปิดปากเพราะเกือบหลุดหัวเราะออกมา พร้อมสายตาอาฆาตจากโอรสสวรรค์

โอรสสวรรค์มีนาม ‘ช่างหลงซิ่นเล่อ

คุณหนูเล็กมีนาม ‘ฉินซือเล่อ

เพียงคิดว่าหยางเลี่ยงหลิงเรียกเล่อเอ๋อร์ มันช่างเรียกได้ถึงสองต่อ จะมิให้เขาขำได้เยี่ยงไรกันเล่า! นับแต่เด็กจนโตมีบุตรตนยังมิเคยได้ยินผู้ใดเรียกโอรสสวรรค์เบื้องหน้าว่าเล่อเอ๋อร์มาก่อนด้วยซ้ำ! ฮ่าๆๆๆๆๆ!!

“เจ้ายังมิหายโกรธเจิ้นหรือหลิงเอ๋อร์”

“หืม? เปล่านี่ ข้ามิได้โกรธอันใดท่านแม้แต่น้อย” คลี่ยิ้มหวาน

ไม่ได้โกรธเลยนะจริงจริ๊งงงงง!!!

ไม่ได้ตั้งชื่อลูกสาวคล้ายอีกฝ่ายเพราะเหตุนี้หรอกนะจริงจริ๊งงงงง!!!!

“เจิ้นมิเชื่อได้หรือไม่!”

“ก็มิต้องเชื่อสิเพคะ~”

โอรสสวรรค์ใกล้พิโรธ หากแต่ฉินฟูเหรินมิคิดใส่ใจ ตักขนมหวานขึ้นชื่นของเมืองหลวงให้บุตรสาวตัวน้อยของตนที่จ้องตาเป็นประกาย ช่างหลงซิ่นเล่อเห็นการกระทำของสหายก็คร้านจะใส่ใจอีก คล้ายว่าตนพูดอันใดไปนางก็คงมิสนใจหรือคิดฟังแต่อย่างใด เดิมทีเขาก็มิได้รู้สึกแย่อันใด

คุณหนูฉินซือเล่อมิได้ทำให้สองบุรุษรู้สึกอึดอัด

หากแต่ใจส่วนหนึ่งกลับรู้สึกผิด...

เคยเจอกันยามนางยังเป็นเพียงก้อนแป้งน้อยวัยสามเดือน จวบจนวันนี้สองบุรุษยังแปลกใจ ว่าเหตุใดพวกเขาต้องรู้สึกผิดมากถึงเพียงนี้ หรือในอดีตชาติพวกเขาได้กระทำผิดต่อบุตรสาวของนางกัน...

หากหยางเลี่ยงหลิงทราบคงหัวเราะอย่างหนัก

จะมิให้ผิดได้เยี่ยงไร บุตรสาวคนนี้ของนางคือหยางเลี่ยงหลิงตัวจริงมาเกิดใหม่อย่างไรเล่า!! บุตรสาวคนเล็กของนางไร้ความทรงจำในอดีต หากแต่ความรู้สึกบางส่วนยังคงอยู่ ไม่ชอบอยู่ใกล้อัครเสนาบดีหยางฉิงฉีกับนายท่านหยางกุ้ยอินเท่าใด ติดท่านพ่อหรืออดีตอัครเสนาบาดีหยาง ในอดีตถนัดสิ่งใดเกิดมาถนัดเช่นเดิม เพียบพร้อมไปด้วยหลักคำสอนของคนยุคโบราณ เรียกว่าอันใดนะ?

อ้อ สามเชื่อฟังสี่คุณธรรมอะไรนั่นแหละ!

แต่เพราะเพียบพร้อมเกินไปนี่แหละถึงทำให้บุตรชายของตนหวงนัก หวงจนนางแอบคิดว่าบุตรสาวได้ขึ้นคานเป็นแน่...

อย่าถามถึงเจินเจินเลย ลูกชายหวงมีหรือบิดาไม่หวง

แต่เป็นการหวงที่ไม่ได้ดูดุดันเหมือนบุตรชาย พูดแบบงอนๆน้อยใจเสียมากกว่า แถมการพูดแบบนี้มันช่างได้ผลดีเสียเหลือเกิน

มิใช่แค่ได้ผลกับบุตรสาวนางนะ กับนางก็ด้วย!!!

คือแบบมันแพ้อ่ะ แพ้ตอนฟูจวินน้อยใจยิ่ง! คือแบบมันน่ารักไง ฮื่อออ!

“ท่านแม่ ขนมนี่อร่อยนักเจ้าค่ะ”

เสียงของบุตรสาวทำให้นางหลุดจากภวังค์ความหลงฟูจวินคนดี หันมายิ้มให้แก่บุตรสาวตนเอง พลางยกมือลูบหัวเป็นรางวัล

“ถ้าเจ้าชอบก็ทานเยอะๆ”

มิรู้เหตุใดตนจึงมิคิดต่อว่าคุณหนูน้อยแซ่ฉิน หากแต่รู้สึกเอ็นดูเด็กสาวยามทานขนมด้วยความเปี่ยมสุข ประหนึ่งกระรอกตัวน้อยยามทานอาหาร เคี้ยวจนแก้มกลมน่าหยิกนัก

ขนมนี่เขาให้พ่อครัวทำให้เลี่ยงหลิงโดยเฉพาะ มันเป็นขนมที่นางชื่นชอบนักยามมาเที่ยวเล่นตำหนักรัชทายาทเมื่อครั้นวัยเยาว์

“ฝ่าบาท ท่านคิดจะล่อลวงบุตรสาวของสหายมาเป็นสนมหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“แม่ทัพเช่นเจ้าคงว่างงานเกินไปกระมังถึงเอ่ยเช่นนี้ อยากไปทำงานที่ชายแดนสักสองปีหรือไม่เล่า”

“ขอฝ่าบาททรงประทานอภัยโทษให้กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไร้ความคิดจึงกล่าวเช่นนั้นออกมา”

เฉียนเพ่ยจวินรีบขออภัยโทษโดยพลัน ไปชายแดนสองปีย่อมหมายถึงตนจะมิได้เจอฟูเหรินคนงามถึงสองปีมีหรือจะยอม!!! กล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเช่นนั้นย่อมมิใช่ล้อเล่นเป็นแน่แท้

หยอกนิดหน่อยมิได้เลยหรือไรกันเจ้าสหายน่าตายนี่...

“ถึงฝ่าบาทคิดจริงหม่อมฉันก็มิมีวันยอมเพคะ”

“มีเพียงฮองเฮารักก็มากพอสำหรับเจิ้นแล้ว บรรดานางสนมที่ถูกส่งเข้ามาล้วนน่ารำคาญยิ่ง” ยกชาขึ้นจิบ “เมื่อใดจะออกๆจากวังไปให้พ้นหน้านักนะ”

“ใครเล่าจะทราบว่าโอรสสวรรค์แท้จริงมีนิสัยเช่นนี้กัน”

แม่ทัพพิทักษ์แห่งดินอดนึกถึงยามตนยังมิได้ตบแต่งสตรีใด ยามหลงคารมสตรีเช่นกู้หลี่เสี้ยวมักได้ยินเหล่าสตรีในเมืองหลวงวาดฝันถึงรัชทายาทรูปงาม แสนอ่อนโยนประดุจเทพเซียน อดนึกอิจฉาคุณหนูรองหยางมิได้ที่ได้ครอบครองหัวใจของเขา ได้รับความรักและความเอาใจใส่จากเขา

....

ยามนั้นหยางเลี่ยงหลิงถูกขับไล่ออกจากเมืองหลวง...

เมื่อเฉียนเพ่ยจวินนึกถึงจุดนี่ก็อดสลดมิได้ หากแต่มิแสดงมันออกมาเพื่อมิให้เสียบรรยากาศ หากแต่ฉินฟูหเรินมิยอมปล่อยให้จบ

“แสดงนิสัยเช่นนี้ให้เห็นแต่เพียงสหาย คงมิเคยแสดงให้น้องสาวข้าเห็นกระมังถึงได้หลงนักหลงหนา”

บรรยากาศกลับมาอึมครึมขณะที่ตัวการสนใจเพียงตักขนมให้บุตรสาวตนต่อ เลี่ยงหลิงคนใหม่ให้อภัยสองบุรุษ หากแต่อดมิได้ที่จะแกล้งให้รู้สึกเศร้านัก มันสนุกกับการเห็นใบหน้ากระอักกระอ่วนของทั้งคู่เหลือเกิน บุตรสาวของนางมิต่างกันเท่าใด แม้ทราบว่ามิเหมาะ ทว่าใบหน้าของโอรสสวรรค์กับท่านแม่ทัพยามสลดนี่กลับทำให้นางรู้สึกพึงพอใจยิ่ง มารดามักเรียกความรู้สึกนี้ว่ากระไรนะ?

อ้อ สะใจ! ใช่ นางรู้สึกสะใจยิ่ง!

 

 

 

 

(ติดตามต่อใน E-BOOK นะคะ~)

◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌

เห็นแล้วก็น่าจะสะใจจริงๆนั่นแหละ 555555

เลี่ยงหลิงบอกว่านี่คือการพบปะสหายเก่า เหตุใดจะพาบุตรสาวมาไม่ได้ ในเมื่อนี่ล่ะคือตัวจริงที่กลายมาเป็นลูกสาวตัวเอง!

 

ย้ำอีกครั้งๆ เราจะเริ่มปิดตอนหลังอัพตอนพิเศษที่ 8 นะคะ~

 

เจอกันใหม่ตัวอย่างหน้าค้าบบบบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 140 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

518 ความคิดเห็น

  1. #496 meiju (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 01:19
    อีบุ้ควางจำหน่ายรึยังค่าา?
    #496
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #496-2 luzintear(จากตอนที่ 32)
      3 สิงหาคม 2563 / 02:52
      ยังค้าบบบบ เค้าวางไว้ว่าน่าจะราวๆกลางเดือนนี้หากเราไม่ติดปัญหาอะไรนะคะ~ แต่สามารถติดตามข่าวสารได้ที่เพจเราน๊าา
      #496-2