ฟูจวินของข้าน่ารักเท่าโลก! [จบ]

ตอนที่ 30 : ตัวอย่างตอนพิเศษตอนที่ 4 หานฉินเฟิงเจี๋ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    20 ก.ค. 63

บทพิเศษ 4

หานฉินเฟิงเจี๋ย

 

 

องค์ชายรองแห่งแคว้นฉิน หานฉินเฟิงเจี๋ย เพียบพร้อมไปด้วยฐานะและความสามารถ พี่ชายเป็นองค์รัชทายาท ส่วนเขาได้รับตำแหน่งชินอ๋องด้วยอายุเพียงสิบหนาว และตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แคว้นฉีด้วยวัยสิบสอง มีปราณระดับกลาง ทว่าฝีมือการต่อสู้อยู่ในระดับสูง สามารถปราบอสูรขั้นหกจนกลายเป็นที่ยกย่อง สงครามใดที่ชายหนุ่มเข้าร่วมมักคว้าชัยชนะกลับมาได้อย่างง่ายดาย ชำนาญทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ มีสหายคนสนิทเป็นถึงองค์ชายใหญ่แห่งแคว้นฉี

เขาคือบุรุษที่เหล่าสตรีล้วนหมายปอง

เป็นบุรุษที่ถูกยกย่องให้เป็นแบบอย่างของเหล่าบุรุษ...

ใครเล่าจะทราบว่าตัวเขาผู้ที่ถูกกำหนดให้อยู่สูงยิ่งกว่าผู้ใด ไม่ว่าสิ่งใดที่ตนปรารถนาล้วนได้มาครอบครองอย่างง่ายดาย

กลับต้องพ่ายแพ้ให้แก่สตรีนางหนึ่ง...

สตรีที่เขายอมสละซึ่งตำแหน่งอันสูงส่งที่หลายคนปรารถนา...

เพียงเพื่อได้มาอยู่ข้างนางเยี่ยงสามัญชนคนธรรมดา...

 

วันที่เราสองได้พบกันคือช่วงที่เขาเดินทางมาแคว้นฉีด้วยตนเองโดยไม่แจ้งสหายน่าตาย สาเหตุที่จำเป็นต้องแวะไปเป็นเพราะโอรสสวรรค์หรือพี่ใหญ่ของเขาเสนอให้แวะไปหาสหายเสียบ้าง ดีกว่าอยู่แต่ในตำหนัก จะให้เข้าทำเยี่ยงไรเล่า เมื่อสิ้นสงคราม ผู้ชื่นชอบสงครามและการสู้รบเช่นเขาย่อมมิมีอันใดทำ เลือกอยู่เพียงในตำหนักเสียดีกว่าต้องไปพบปะกับบรรดาสตรีน่าตายเหล่านั้น

หลังควบขี่อาชาจนเกือบถึงแคว้นฉีในอีกไม่นาน ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาเดินเข้าป่า นั่งพักอยู่ริมลำธาร หลังปล่อยให้อาชาทมิฬคู่กายของตนพักดื่มน้ำ จับจูงมันเดินเรียบไปตามแม่น้ำ

ที่นั่น...

เขากลับได้พบกับสตรีนางหนึ่งกำลังเก็บผลไม้ป่า...

ดวงตากลมโตดูไร้เดียงสาเปี่ยมไปด้วยความสดใสต่างจากบรรดาสตรีที่เขาได้พบในเมืองหลวงแคว้นฉิน

ใครเล่าจะทราบว่าบุรุษเช่นเขาจะหลงรักสตรีแต่แรกพบเช่นนี้...

ขนาดตัวเขายังมิรู้ตัวเองด้วยซ้ำไป...

เมื่อได้สบตากันนางกลับแสดงอาการตื่นตระหนกออกมาอย่างเห็นได้ชัด ถึงขั้นวิ่งหนีไปหลบอยู่หลังต้นไม้ การแสดงออกของนางทำเอาหานฉินชินอ๋องนิ่งค้าง มิคิดว่าจะมีสตรีแสดงท่าทางเช่นนี้กับตน

เขาควรโมโห แต่เหตุใดถึงไร้ซึ่งโทสะกัน...

“มิต้องกลัว... ข้าเพียงผ่านทางมา...”

กระนั้นท่าทีตื่นตระหนกของนางมิได้น้อยลงเลยแม้แต่น้อย “ข้า ข้า ข้า! ข้าน้อยข ขออภัยจ เจ้าค่ะ...! ขออภัย จะ จริงๆเจ้าค่ะ!!”

....

ดูท่าจะไร้หนทางเยียวยาเสียแล้ว...

เขาดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ...?? เมื่อนึกถึงสิ่งที่สหายน่าตายมักบอกเสมอว่าเขามักทำหน้าตายจนถูกเรียกว่าพญามัจจุราช จอมมารเยือกแข็ง และอีกหลากหลายสมญานามจนจำได้มิหมด...

หานฉินชินอ๋องจึงพยายามพูดจาไกล่เกลี่ยให้นางสงบลง เค้นทักษะความสามารถด้านวาทศิลป์ทั้งหมดที่ตนเล่าเรียนมาเพียงเพื่อให้นางเลิกหวาดกลัวโดยมิเข้าใจว่าตนเป็นอันใดจึงยอมลงให้นางมากยิ่งกว่าสตรีใด...

ใช้เวลาครึ่งชั่วยามในการเจรจาจนทราบนามของนาง

สตรีชาวบ้านผู้แสนขาดกลัวนาม เจียวเมิ่ง...

และเลือกที่จะไปพักที่หมู่บ้านเล็กๆที่ไร้นามแทนเข้าควบม้าเดินทางเข้าเมืองหลวง มิคาดคิดว่าการตัดสินใจครานี้จะได้พบกับอดีตเฟยของฮ่องเต้แคว้นฉี เจียวเมิ่งเป็นบุตรีของอดีตเฟยผู้ถูกทอดทิ้ง มิได้มีสายเลือดของโอรสสวรรค์เหมือนดั่งที่เขาเข้าใจในยามแรก

“ท่านคงลำบากมากยามสนทนากับนาง เมิ่งเอ๋อร์มีนิสัยคล้ายบิดาของนางนัก นางหวาดกลัวคนมีตำแหน่งสูง การแต่งกายของท่านมิว่าจะดูเช่นไรย่อมมิใช่คุณชายทั่วไป”

นี่หรือคือสาเหตุที่วิ่งหนีไปหลบเขา...

ช่างเป็นอาการที่...น่ารัก

อืม เขาใช้คำนี้ได้กระมัง...

หานฉินเฟิงเจี๋ยยังคงเลือกที่จะอยู่หมู่บ้านนี้ต่อ บิดาของเจียวเมิ่งให้เขาพักที่บ้านร้างที่ไร้ซึ่งสิ่งของล้ำค่าเลอะฝุ่นดูไม่สมฐานะของชินอ๋อง กระนั้นเขามิได้สนใจ ยามร่วมสงครามบุรุษเช่นเขานอนกลางดินกินกลางทราย แค่มีที่พักมีเตียงให้นอนเขาจึงมิได้เรียกร้องอันใดมากมายนัก

วันๆหนึ่งชายหนุ่มเอาแต่เฝ้ามองนางจากที่ห่างไกล คอยสังเกตการณ์กระทำของนางตลอดเวลา...

และมันเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ...

นางช่างเหมือนองค์รัชทายาทแคว้นฉีช่างหลงเจียนหลิว ช่างเหมือนพี่ใหญ่ที่ชอบยิ้มตลอดเวลาจนเหมือนคนโง่งม เขาไม่เข้าใจว่าจะยิ้มไปทำไมกัน

มันมีเรื่องอะไรที่ทำให้มีความสุขหรือ...

“เหตุใด...”

“เจ้าคะ?”

“เหตุใดจึงยิ้มได้...”

“เป็นเพราะข้าต้องการมอบความสุขให้ผู้อื่นอย่างไรเล่าเจ้าคะ”

หานฉินเฟิงเจี๋ยไม่ทราบว่าตนแสดงสีหน้าอันใดออกไปนางจึงเริ่มกล่าวต่อ

“รอยยิ้มคือสิ่งสำคัญในการเยียวยารักษาผู้คนเจ้าค่ะคุณชาย มันจะทำให้เรารู้สึกเข้มแข็ง ทำให้คนรอบข้างเราสบายใจ และยังทำให้เราสามารถผ่านพ้นอุปสรรคไปได้อย่างง่ายดายอีกด้วยนะเจ้าคะ!”

เจียวเมิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสร่าเริง

ทว่าชายหนุ่มมิเข้าใจสิ่งที่นางจะสื่อแม้แต่น้อย...

รอยยิ้มสามารถเยียวยาได้จริงหรือ...

ตัวเขาครั้งหนึ่งเคยมีรอยยิ้ม รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขยามอยู่กับบิดามารดาและพี่ชายของตน แต่เพราะความสามารถและพลังปราณที่ถูกพบเจอแต่เยาว์วัยทำให้ชีวิตในวังหลังที่เหมือนปลอดภัยกับเลวร้ายลง...

นับแต่จำความได้เขามักถูกลอบทำร้ายและถูกลอบสังหารมาโดยตลอด บาดเจ็บเพียงใดมิคิดเอ่ยปาก

ฮองเฮาแคว้นฉินมักเอ่ยถาม...

ลูกรัก เจ้าปลอดภัยดีหรือไม่ ไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่

และเขาตอบกลับด้วยรอยยิ้มเยี่ยงคนโง่งม เพียงเพื่อให้มารดาสบายใจ...

ลูกมิเป็นอันใดพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่

เขามิเป็นอันใด...

เขายังสู้ไหว...

เขายังไหว...

....

รู้ตัวอีกที รอยยิ้มนั่นได้เลือนหายไปอย่างมิมีวันกลับมา ในวันที่เขาสูญเสียรอยยิ้มและการแสดงสีหน้าไป ยามนั้นเขาเพิ่งอายุได้เพียงเก้าหนาว

เพียงเพื่อปกป้องตนเองจากนักฆ่าที่ถูกส่งมาหมายเอาชีวิต

เขาเผลอพลั้งมือฆ่าพวกมัน...

สหายที่ตนคิดว่าสนิทกลับกลายเป็นหนึ่งในพวกมันที่ถูกส่งมาเพื่อปลิดชีวิตเขา เขาเป็นคนฆ่าด้วยมือตนเอง....

มือที่ชุ่มเลือดและสายตาของมารดากับพี่ใหญ่ เขามิมีวันลืม...

มีปราณแข็งแกร่งแล้วอย่างไร เพียงเกิดมาเป็นองค์ชายหรือในครอบครัวที่เต็มไปด้วยภรรยาและบุตรชายหลายคนพวกเขาต่างล้วนอิจฉาหมายปลิดชีวิต บ้างเข้ามาทำดีทักทายตีสนิทหมายให้เชื่อฟังเยี่ยงหุ่นเชิด...

หานฉินเฟิงเจี๋ยมิยอมนับใครกลายเป็นสหายนับจากตนปลิดชีพผู้ที่คิดว่าเป็นสหายคนสนิทด้วยเงื้อมมือตน เลือกอยู่คนเดียวเงียบๆเพื่อรับมือบรรดานักฆ่า คงมีเพียงองค์ชายใหญ่แคว้นฉีกระมังที่พยายามตีสนิทตนและเรียกว่าเป็นสหายเสมอมา เขามิเข้าใจว่าจะยิ้มไปเพื่ออันใดกัน จะตีสนิทกับเขาไปเพื่ออันใด เพื่อหวังจะดันตนให้มีหน้ามีตาหรือไร  หากตนจำต้องเลือกบรรดาคุณชายกับช่างหลงเจียนหลิว เขาขอเลือกนับสหายน่าตายเป็นสหายมากกว่า...

องค์ชายใหญ่แคว้นฉีมิทราบแม้แต่น้อยว่าหานฉินเฟิงเจี๋ยนับเขาเป็นสหายเพราะรอยยิ้มโง่งมดั่งคนวิปลาสกับความสนุกที่ได้แกล้งอีกฝ่าย...

ยามได้ยินสิ่งที่เจียวเมิ่งกล่าว มิว่าจะฟังเช่นไรมันช่างเป็นความคิดของเด็กน้อยคนหนึ่งที่มิได้พบพานความเลวร้ายภายนอก เสมือนนกน้อยในกรงทอง โดยมีบิดามารดาของนางคอยปกป้องและสอนสั่งในเรื่องสมควรทำและมิควรทำ มิให้นางออกจากหมู่บ้านราวกับถูกกักขังอยู่ในกรง...

รอยยิ้มสำหรับนางคืออการเยียวยา...

รอยยิ้มสำหรับเขามันคือเรื่องไร้สาระ...

เรื่องไร้สาระไม่มีค่าให้สนใจสำหรับคนโง่งมที่ไม่ทราบถึงความโหดร้ายของชีวิต...

 

 

 

(ติดตามต่อใน E-BOOK ค่ะ~)

◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌

เปิดเผยชื่อแม่ของเจินเจินนนนน

 

ท่านพ่อสามีเขาผ่านอะไรมาเยอะอ่ะเนอะ แข็งแกร่งเกินก็ไม่ดีมีอันตรายแทบตลอด

 

มาดูกันว่าความรักของทั้งสองจะเป็นยังไงกันต่อไป~

 

หน้าปกเราลงสีเรียบร้อยแล้ววว เอาตัวอย่างมาแปะให้ดูเล็กน้อยด้ยค่ะ!!

 (กำลังตะโกนอวดหลัวอยู่เลย 555555555)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

518 ความคิดเห็น

  1. #491 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 16:36
    ไปอ่านe bookละน้า
    #491
    0
  2. #490 Wilawan Chumwanid (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 16:36
    ไปอ่านe bookละน้า
    #490
    0