ฟูจวินของข้าน่ารักเท่าโลก! [จบ]

ตอนที่ 2 : 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,480
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 671 ครั้ง
    18 มี.ค. 63

 

1

 

 

 

หลังเหตุการณ์เมื่อวานนี้ข้าก็อ้ำอึ้งๆพูดอะไรไม่ถูกเนื่องด้วยความน่ารักของฟูจวินมันทำให้ตาพร่าเสียเหลือเกิน หากให้เปรียบเทียบใบหน้าของไท่จื่อออกไปทางคมเข้มสมเป็นเอกบุรุษยอดนักรบผู้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพแคว้นฉี ส่วนฮุ่ยเจินหรืออาเจินค่อนข้างหวาน ตากลมโต ใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้รอยแผล เหมือนลูกคุณชายของชนชั้นสูงเสียด้วยซ้ำ

เธอพลาดจริงๆนะเลี่ยงหลิง น่ารักๆแบบนี้น่ะร้อยทั้งร้อยโตมาหล่อแน่นอน!

รับประกันด้วยแอนิเมชันญี่ปุ่น!!

"แฮ่ม... ถ้าอย่างไรเรามาทำสัญญากันก่อนเริ่มชีวิตคู่กันเถิดเจ้าค่ะฟูจวิน"

"คะ คุณหนู เรื่องเช่นนั้นท่านมิจำเป็นต้อ—"

"มิได้เจ้าค่ะ อย่างไรเสียเจ้าตอนนี้กลายเป็นฟูจวินของข้าแล้ว แม้ตอนแรกข้าจะมิเต็มใจก็ตาม ทว่าเรามิสามารถแก้อันใดได้ มีแต่จำต้องยอมรับแล้วก้าวเดินต่อไปดั่งเช่นคำว่า ‘บุตรสาวที่แต่งงานออกไป เหมือนการสาดน้ำออกไปนอกบ้าน’ ข้ามาอยู่ที่นี่ข้าย่อม เข้าใจหรือไม่เจ้าคะท่านพี่"

ฉันพูดถูกใช่มั้ย? จำได้รางๆว่ามันพูดแบบนี้ตามที่เคยอ่านนิยายมา เอาจริงฉันก็ต้องฝึกพูดด้วย จากฉันเป็นข้า จากค่ะเป็นเจ้าค่ะเนี่ย

เอาจริงเป็นเมียชาวบ้านดีกว่าเป็นเมียองค์ชายอีกนะ สบายใจกว่าเยอะ

"แต่ว่า…"

"ไม่มีแต่ค่— แฮ่ม เจ้าค่ะ ถ้าเช่นนั้นอย่างแรกที่ต้องทำ เจ้าห้ามเรียกข้าว่าคุณหนูด้วยเล่า ต้องเรียกข้าว่าหลิงเอ๋อร์ ส่วนข้าเรียกเจ้าว่าท่านพี่ เข้าใจหรือไม่?"

รีบพูดเรื่องนี้ก่อนเลยค่ะ! ใจจริงคือเค้าอยากเรียกว่าอาเจินไม่ก็เจินเจินด้วยซ้ำไป ทว่าหากรุกล้ำเร็วเกินอาจมีปัญหาได้ แม้ปากเอ่ยสั่งทว่าแววตานั้นกลับช่างออดอ้อนฉายแววความสนุกกับท่าทางที่ทำอันใดไม่ถูกเขา จนฮุ่ยเจินต้องหลบสายตา แก้มมีริ้วแดงพาดผ่าน

โอ้ให้ตายเถอะ...

สามี ไม่สิ ฟูจวินของฉัน เอ๊ย เขินน่ารักมากค่ะ เอ๊ย เจ้าค่ะ!!!

"ฮ ฮุ่ยเจินรับคำสั่งขอรับคุ— อ่า.. ละ หลิง หลิงเอ๋อร์…"

ฮือออออ เขินน่าร๊ากกกก~ เจินเจินตอนเขินมันช่างน่ารัก!! หญิงสาวจากต่ามิติในร่างเลี่ยงหลิงทำได้เพียงร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง ในขณะเบื้องหน้าแสดงได้เพียงคลี่ยิ้มหวานขบขันกับท่าทางนั้น

หลังจากนั้นอาเจินถึงขอตัวกลับไปทำงานต่อเพื่อไม่ให้รบกวนชาวบ้านไปมากกว่านี้ อย่างไรที่นี่ก็เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง แม้จะไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็พอมีกินมีใช้จากการหาของป่าไปขายในตัวเมือง ชาวบ้านจึงค่อนข้างสนิทสนมกันและต้อนรับข้าอย่างดี ตอนแรกที่มาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ทุกคนก็พยายามเข้าหาและชวนข้าคุย ทว่าเลี่ยงหลิงที่จิตใจแตกสลายคนนั้นมิอาจตอบอันใดกลับไป...

ดูเหมือนว่าต้องเตรียมของไปขอโทษเสียแล้ว

แต่อะไรดี?

พอรื้อๆของที่เอามาจากบ้านคือ...มันไร้ประโยชน์สุดๆ เสื้อผ้าหรูๆนี่เอามาทำไม? แต่งกับชาวนาออกมาอยู่ข้างนอกแบบนี้พวกนี้มันเกะกะจะตาย พวกของใช้เครื่องประดับนี่สำหรับคนที่นี่คงได้แค่เอาไปจำนำเท่านั้นแหละ

….

อ้อลืมไป คนจัดกระเป๋าให้นี่มันยัยบ่าวทรยศนี่นะ เหอะๆ

เลี่ยงหลิงถอนหายใจความหน่าย ข้าวของที่ติดกับตัวมาไม่มีค่าเลยแม้แต่น้อย หรือเธอเอาเจ้ากระเป๋านั่นไปขายดี คิดได้เช่นนั้นจึงหยิบมันออกมาตรวจอีกครั้งเผื่อว่ามันจะมีเงินอยู่ข้างใน ทว่าเขย่าแล้วกลับไม่มีเสียงอะไรข้างใน เปิดออกดูก็ไม่พบอะไร มีเพียงแค่ความมืดมิด…

ถึงจุดนี้ทำให้ลังเลไม่น้อย ฉันจะทำไงต่อรองเสี่ยงดีไหม…

นั่งนิ่งไปได้สักพักใหญ่ก่อนตัดสินใจรีบควานหาของที่น่าใช้แหย่ได้จนไปเจอตะเกียบไม้เก่าๆที่ยาวกว่า พอลองใส่เข้าไปในกระเป๋า แทนที่มันจะทะลุขาดมันกลับหายไปในกระเป๋านั่นและด้วยความตกใจเลยเผยอยื่นมือไปหวังจะคว้ามันไว้มือก็ทะลุหายเข้าไปในกระเป๋าอีก!!

“มือข้—!!!! เอ๊ะ... ไม่เป็นไรนิ?”

เกือบหวีดร้องอีกครั้ง โชคดีที่ชักมือออกมามันยังคงอยู่ในสภาพดี ความจริงเจ้ากระเป๋านี่ก็ทำเธอรู้สึกคุ้น คุ้นเหมือนในนิยายหรือการ์ตูนแนวต่างโลก คิดได้เช่นนั้นก็รีบยื่นมือลงไปหวังจะหยิบบางสิ่งขึ้นมา ครั้นปลายนิ้วสัมผัสได้ก็รีบคว้ามันทันที

และสิ่งที่ออกมานั่นคือ...

“ลูกกวาด?? เอ๊ะ หรือว่ายาอม?”

ขวดใสบรรจุลูกอมสีฟ้าใสมันวาวดูน่าทาน ลูกกวาดแน่ๆมีกลิ่นหอมแบบนี้ แถมเป็นกลิ่นคล้าย...ดอกไม้? ดอกอะไรนะคุ้นๆ กลิ่นมัน...ดอกอัญชัน? อืม คล้ายๆอยู่ หืม? ที่จุกมีกระดาษคล้องมาด้วย เห็นแบบนั้นเธอทำการดึงจุกออกถอดกระดาษแผ่นนั้นออกมาอ่านหวังไว้ว่าเป็นชื่อของสิ่งนี้

และใช่ มันคือชื่อของเจ้ายาสีฟ้า ‘หยาดน้ำนภา’ หรือก็คือยารักษาสารพัดโรค ไม่ว่าจะไขข้อเสื่อม โดนยาพิษใกล้ตาย ไข้หวัดใหญ่ หรืออาการบาดเจ็บคาราคาซังในร่างก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง!!

พระเจ้า!! นี่มันยาครอบจักรวาล!!!

ไม่ใช่ข้อมูลการใช้งานยังมีลงท้ายเพิ่มอีกว่ายานี้จะไม่มีวันหมด เก็บใส่กระเป๋าเมื่อใดมันจะเติมให้เองอัตโนมัติ ถือว่ายอดเยี่ยมเลยวางไว้บนโต๊ะแล้วเอื้อมมือไปหยิบข้างในกระเป๋าต่อ

ของชิ้นที่สองคือ ‘ปุ๋ยสวรรค์’ แค่โปรยเท่านั้นแม้ว่าจะโดนลมฝนรุนแรงแค่ไหนมันก็จะเจริญงอกงาม

ชิ้นที่สาม ‘หยกจันทร์กระจ่าง’ เพียงแค่พกไว้กับตัว ผู้พกจะไร้ภัยอันตรายใดๆเข้ามากล้ำกราย สามารถใช้เป็นเครื่องรางคุ้มครองบ้านได้เพียงแค่ฝังไว้และอธิษฐาน

ชิ้นที่สี่...

ชิ้นที่ห้า...

ชิ้นที่...

.

.

.

หยิบออกมาเป็นสิบชิ้นแล้วก็ยังไม่มีอะไรซ้ำ! เอ๊ะ! นี่มันกระเป๋าสามมิติของโOเรมOนรึเปล่าเจ้าคะ!?

แต่นั่นแหละกระเป๋าจากสวรรค์โดยแท้!!

เลี่ยงหลิงหยิบข้าวของทั้งหมดที่เอาออกมาเก็บใส่กระเป๋าใบเล็ก แม้จะมีขนาดใหญ่เทอะทะ แค่เพียงเอาปากกระเป๋ามาจ่อมันก็จะเล็กลงใส่ได้อย่างสบายทันที ถือว่าเป็นเรื่องดี อีกทั้งตอนนี้ยังเช้าหากเทียบเวลาในโลกจีนคงเป็นยามซื่อ[1] นางจึงทำการหยิบเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าเพื่อเปลี่ยน ส่วนพวกข้าวเก็บใส่ในกระเป๋าสามมิติของเจ้าหล่อนไป

ชุดที่เธอเลือกเป็นแบบชาวบ้านทั่วไป แต่มันขยับตัวไม่ถนัดจึงเปลี่ยนให้ตัวกระโปรงสั้นลง สวมกางเกงทับด้วยรองเท้าบูตสีดำ ชุดตัวในที่ควรเป็นแขนยาวบานคลุมมือก็เปลี่ยนให้เป็นเสื้อแขนพองทับด้วยปลอกแขน

“อย่างกับจอมยุทธแน่ะ แต่ถามว่าสู้เป็นมั้ย? หึ ไม่อ่ะ” หัวเราะเบาๆ

ถ้าเป็นผู้หญิงแต่งงานแล้วต้องปักปิ่นมวยผมขึ้นสินะ... ด้วยความที่เธอไม่ถนัดจึงเลือกปล่อยผมครึ่งหัวที่เหลือมัดรวบมวยปักปิ่นไม้เก่าๆอันเนื่องจากคุณสามีไม่มีเงินพอจะซื้อของให้ แน่ล่ะว่าจุดนี้ยิ่งทำให้เลี่ยงหลิงคนเก่ารับไม่ได้

แล้วอย่างไร? นี่คนใหม่ เธอรับได้!

ครั้นแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จก็ทำการเอาข้าวสารไปแจกพวกชาวบ้าน พูดคุยกันเล็กน้อย ขอร้องไม่ให้เรียกคุณหนู ให้เรียกเธอว่าหลิงเอ๋อร์หรือเสี่ยวหลิงแทน อย่างไรเสียตอนนี้เธอแต่งงานกับอาเจินแล้วย่อมหมายถึงเธอเป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านแห่งนี้

พอมอบของตอบแทนเสร็จก็กลับมาทำความสะอาดบ้าน พยายามเอาพวกอุปกรณ์ในกระเป๋าออกมาซ่อมรอยรั่วรอยแตกของบ้านอย่างสุดความสามารถ ทำไปไม่ทันไรก็หอบจนต้องนั่งพัก

ร่างของคุณหนูในห้องหอทำได้แค่นี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว!

ระหว่างพักก็นึกถึงบทสนทนากับแม่บ้าน หมู่บ้านแห่งนี้ไร้ชื่อ ผู้คนในหมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่ต่างเป็นคนไร้บ้านเร่ร่อนมาจากที่ต่างๆ บ้างเคยเป็นโจรเพราะจำเป็นต้องทำเพื่อความอยู่รอด กระทั่งขุนนางโดนฉ้อโกงและทรยศก็มาอยู่ที่นี่ กระทั่งชายชราหลวนซานผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านยังบอกว่าตนคืออดีตฮ่องเต้

ครั้นนึกถึงอดีตแม้บิดาจะขับไล่เธอว่าให้ออกจากแคว้นฉี ทว่าหวงตี้กับหวงโฮ่วเป็นผู้เอ่ยปากให้ส่งนางมาอยู่บ้านเกิดของฟูจวินซึ่งไม่ห่างไกลจากเมืองหลวงนัก เลี่ยงหลิงซาบซึ้งในจุดนี้เหลือเกิน ฮองเฮานั้นดีกับนางมาตั้งแต่เยาว์วัย ฝ่าบาทเองก็เช่นกัน

น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสตอบแทน ได้ขึ้นเป็นฮองเฮาเคียงข้างบุตรชายของนางดั่งที่เคยสัญญาไว้

เธอขอบอกตรงว่าข้าโล่งใจมากกว่าที่ไม่ต้องแต่งกับไท่จื่อ สาเหตุน่ะหรือ? แต่งไปอย่างไรเสียก็ต้องมีวังหลัง มีสนมชายามากมายให้ปวดหัว นิยายแต่ละเรื่องวังหลังน่ะอันตรายยิ่งกว่าสิ่งใดด้วยซ้ำ วางยาทำลายครรภ์นี่ยิ่งแล้วใหญ่...

ได้แต่งงานกับชายหนุ่มธรรมดา มีชีวิตอยู่ไปวันๆ ทว่าเต็มไปด้วยความสุขย่อมดีกว่าอยู่ท่ามกลางความทุกข์ตรมหวาดระแวงกับวังหลังตลอดชีวิต

“โชคดีจริงๆที่ได้แต่งกับเจินเจินล่ะน๊า~”

ยิ้มหวานหัวเราะคิกคักชอบใจ

ถ้าเป็นโลกนั้นป่านนี้เธอเขียนนิยาย BL ด้วยอิมเมจของสามีตัวเองขายไปแล้ว!! น่ารักๆแบบนี้เหมาะกับฝ่ายเคะเสียเหลือเกิน เพ้อไปสักพักก็จำต้องส่ายหน้าไปมา นั่นสามีตัวเอง!! ฟูจวินของเธอ!!! ห้ามคิด!!!

....

ได้แค่คิดแต่ห้ามสมองไม่ได้ หัวมันแล่นเสียเหลือเกิน

เพื่อไม่ให้จิตฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้เธอจึงทำความสะอาดบ้านหรือกระท่อมซอมซ่อนี่ต่อ เผื่อว่ามีโอกาสแล้วค่อยไปซ่อมบ้านคนอื่นต่อ

หุหุหุ แทบอดใจไม่ไหวที่จะได้เห็นสีหน้าตกใจของเจินเจินแล้วล่ะ~

 

“ล หลิงเอ๋อร์ เจ้า...ทำทั้งหมดนี่หรือ”

“เจ้าค่ะ...” ยิ้มหวานให้แม้ว่าเหนื่อยอ่อนจนลุกไม่ขึ้นจากเก้าอี้กลางห้อง หน้ายังคงฟุ่บกับโต๊ะเก่าๆ

เลี่ยงหลิงขอขอบคุณกระเป๋าสามมิติที่ทำให้บ้านดูน่าอยู่ขึ้น ดีที่บ้านเรือนในหมู่บ้านไม่เป็นไม้ทั้งหมด น่าจะเป็นผลมาจากอดีตช่างไม้ปัจจุบันกลายเป็นชาวนาไปเสียแล้ว เลี่ยงหลิงผู้นี้ขอขอบคุณช่างไม้ผู้นั้นจากใจที่ไม่ต้องทำให้เธอต้องไปตัดไม้มาปะอุดรอยรั่ว!!

เสริมความทนทานด้วยปูนฉาบ บอกเลย พายุเข้าก็ไม่สะทกสะท้าน!!

แต่เหนื่อยชิ_หายเลยค่ะ ร่างกายคุณหนูในห้องหอตอนนี้คือมันปวดเมื่อยไปหมดแล้ว!! อ่อนแอจั๊ด!! ข้าชาติที่แล้วว่าอ่อนแอแล้วนี่อ่อนแอกว่าอีก!!

“ท่านพี่... เดิมทีข้าต้องเตรียมอาหาร ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ”

“ไม่ๆๆๆ ไม่เป็นอันใด ข้าเข้าใจ ถ้าเช่นนั้นมื้อเย็นข้าจะทำให้เจ้าเอง...”

อาหารฝีมือคุณสามี—!!!!!

เหมือนคำพูดนี้ทำให้เรี่ยวแรงที่เหือดหายกลับมาอีกครั้ง “ถ้าเช่นนั้นเรามาทำอาหารด้วยกันเถิดเจ้าค่ะ!”

เธออยากมีโมเมนต์ทำอาหารกับคนรักแบบนี้มานานแล้ว!!

สองสามีภรรยามือใหม่ยืนทำอาหารเคียงข้างกัน ฮุ่ยเจินจุดไฟส่วนเธอเตรียมวัตถุดิบ ความจริงแล้วอาหารมื้อนี้ควรมีเพียงผัดผักจากผักเหี่ยวเฉาขายไม่ออก เดิมทีผลผลิตของหมู่บ้านไม่ดีเท่าไหร่นักจะให้มาเลี้ยงเธออย่างดีก็คงไม่เหมาะ เลี่ยงหลิงจึงอ้างว่าเธอนำของมาจากจวนเดิมและพวกข้าวสารไปแบ่งให้พวกชาวบ้านแล้ว ไม่จำเป็นต้องกังวล มื้ออาหารนี้จึงผ่านไปได้ด้วยดี

ข้าวกับผัดผักก็ถือว่าพอได้สำหรับวันแรก แต่เลี่ยงหลิงขอสาบานว่าจะทำอาหารอร่อยๆให้คุณสามีทานมากกว่านี้แน่นอน!

ทานเสร็จ ล้างจานชามก็ถึงเวลาตกลงเรื่องสัญญากันต่อ

“เรามาคุยเรื่องสัญญากันต่อเถิดเจ้าค่ะเจ— แฮ่ม ท่านพี่”

“อื้อ”

รู้หรือไม่ว่ารอยยิ้มน้อยๆชวนให้หัวใจหญิงสาวตรงหน้าใจเต้นแรงแค่ไหน รู้บ้างหรือไม่เจ้าคะคุณสามี๊ย์—!!!!

“นอกจากเรื่องชื่ออีกเรื่องที่ต้องคุยคือที่มาของที่ข้ากรีดร้องเจ้าค่ะท่านพี่”

ฮุ่ยเจินทำหน้าฉงน “มิใช่ว่าหลิงเอ๋อร์ตกใจหนูหรือ?”

“อ่า... มิใช่เจ้าค่ะ ข้าแค่กรีดร้องเพราะตกใจสิ่งที่พบเจอมา... เพราะสิ่งที่ข้าได้พบเจอนั้นมันช่างเจ็บปวด ข้าจึงต้องสร้างสัญญานี้ขึ้นมา...” กำหมัด เม้มปากแน่น สีหน้าราวกับจะร้องไห้เช่นนั้นทำให้บุรุษตรงหน้าเจ็บปวดใจนัก

“ว่ามาเถิด พี่ยินดีทำทุกสิ่งเพื่อให้เจ้ามีความสุขหนา...”

รู้ไหมเจ้าคะ คำพูดนั่นมันทำเอาข้าอยากกรีดร้องว่าสามีของข้าช่างดีเหลือเกินเจ้าค่ะ!!!!

คุณหนูหยางร่ำไห้เล่าเรื่องราวการโดนน้องสาวคนงามซึ่งกลายเป็นคู่หมั้นไท่จื่อแทนตน สหายรักกลายเป็นคู่หมั้นของแม่ทัพแคว้นฉี แม้กระทั่งบ่าวที่ตนไว้ใจและรักเหมือนครอบครัวคนหนึ่งก็ยังกล้าหักหลัง เรื่องที่ทำให้ตนกับฮุ่ยเจินต้องตบแต่งกัน นางเล่าออกมาด้วยความเจ็บปวดทรมานนักทำให้ตั้งแต่เดินทางออกจากแคว้นมายังหมู่บ้านแห่งนี้

ครั้นหลังฮุ่ยเจินออกไปทำงานจึงกรีดร้องเช่นนั้นจนหมดสติไป ภายในความฝันนั้นเธอได้พบกับเซียนท่านหนึ่ง เขาได้ชี้เส้นทางและปลอบโยนเธอจนคิดได้เธอจึงกราบฝากตัวเป็นศิษย์ อีกทั้งมอบหมายหน้าที่ให้แก่เธอในการพัฒนาหมู่บ้านแห่งให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น

“สาเหตุที่ข้าบอกท่านเพราะท่านคือฟูจวินของข้า ข้าในยามนี้คือฟูเหรินของท่าน ข้าจึงมิต้องการมีความลับกับฟูจวินของตน ในเมื่อข้ามิมีความลับกับท่าน ท่านเองก็อย่ามีความลับกับข้าเช่นกัน"

ชายหนุ่มพยักหน้า แม้แสดงท่าที่ลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็ตัดสินใจกุมมือของเธอเอาไว้เสียแน่น

"พี่เชื่อใจหลิงเอ๋อร์… แม้ แม้ว่าพี่จะมิได้ร่ำรวย ฮึก... มิมีฐานะยกให้เจ้าสูงส่งไปมากกว่านี้ กระนั้นพี่ก็จะพยายามทำให้เจ้ามีความสุขมากที่พี่จะทำได้... ฮึก พี่ พี่ขอสัญญา..."

กล่าวพร้อมรอยยิ้ม ดวงตาคู่งามน้ำตาคลอหน่วยเพราะเรื่องเล่าของฟูเหรินเขาช่างน่าสงสาร คำพูดของเจินเจินทำให้เธอมีความสุขนัก ช่างรู้สึกเสียดายแทนเลี่ยงหลิงคนเก่านัก นิ้วเรียวเอื้อมมือไปปาดคราบน้ำตาที่หางตาของผู้เป็นสามี ดูสิ เพียงเล่าเรื่องเขาก็ร้องไห้ให้เธอถึงเพียงนี้

สรุปสัญญาระหว่างกันของสามีภรรยามือใหม่ได้เป็นดั่งนี้

[ สามีเรียกนางว่า ‘หลิงเอ๋อร์’ นางเรียกสามีว่า ‘ท่านพี่’ ]

[ สามีภรรยาไม่มีเรื่องปิดบังกัน ] มีเรื่องอันใดต้องปรึกษากันอย่าได้มีความลับต่อกัน คอยช่วยเหลือประคับประคองไปด้วยกันจนแก่เฒ่า นั่นคือความฝันของเธอเลยก็ว่าได้

[ อยู่ด้วยกันหนึ่งสามีหนึ่งภรรยา ] ตรงจุดนี้อาเจินให้สัญญาว่าจะทำตามอย่างแน่นอน มารดาของเขาเล่าให้ฟังว่าท่านตาของเขาเป็นบุรุษจอมหลอกลวง น่ารังเกียจ ทั้งที่สัญญาจะมีแค่นางสุดท้ายก็มีอนุเต็มจวน ท่านยายทนมิไหวจึงพามารดาหลบหนีมา ท่านยายเสียไปตอนฮุ่ยเจินห้าหนาว ส่วนบิดามารดาเสียไปตอนออกล่าสัตว์เพื่อปกป้องเขาไว้ ท่านตาหลวนซานจึงเป็นผู้เลี้ยงดูเขา

น่าสงสาร... แง

เธอเลยกุมมืออีกฝ่าย ตบมือปลอบเบาๆเช่นกัน เธอไม่เอ่ยปากขออันใดอีก ขอเพียงแค่สามสิ่งนั้นเป็นพอก่อนแยกไปอาบน้ำ สำหรับชาวบ้านคงทำได้แค่เพียงเช็ดตัวจากน้ำที่ตักมาจากแม่น้ำ จะให้อาบน้ำเฉกเช่นคนมีเงินนั้นไม่มีทางทำได้ เช็ดเนื้อเช็ดตัวผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จ เมื่อใกล้เข้านอนเธอกลับนึกบางอย่างได้ ใจแอบลังเลว่าควรขอดีหรือไม่ กระนั้นก็ต้องขอเสี่ยงสักหน่อย...

"อา... ใช่ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ข้าอยากเอ่ยขอ…"

"อันใดหรือ?" เอียงคอเล็กน้อย

ม โมเอะ!!

"ข้า… คือ… หลิงเอ๋อร์…" เม้มปากแน่น ดวงหน้าหวานมีริ้วแดงพาดผ่านนั้นทำให้ผู้เป็นสามีรู้สึกเอ็นดูเธอเหลือเกิน "หลิงเอ๋อร์...อยากเรียกท่านพี่ว่าเจินเจินบางครา ด ได้หรือไม่เจ้าคะ…"

"เจินเจิน?"

"ฮื่อ…" พยักหน้าเล็กน้อย

นางแอบคิดว่าอย่างไรสามีย่อมต้องปฏิเสธเป็นแน่แท้อย่างไรเสียเขาก็เป็นบุรุษมีหรือจะยอมให้เรียกเช่นนั้น ทว่าฮุ่ยเจินกลับยิ้มบางเบาชวนให้เธอใจเต้นแรงกว่าเดิมนัก

พร้อมกล่าวคำตอบที่ยิ่งทำให้เธอมิอาจหนีพ้นจากเขาได้ตลอดชีวิต…

"ถ้าเช่นนั้น... ข้าขอเรียกเจ้าว่าหลิงหลิง...ได้หรือไม่"

คนอย่างเธอมีหรือจะปฏิเสธ!!! รู้หรือไม่เจินเจิน ท่านกำลังทำให้ข้าหลงรักท่านหนักกว่าเดิม!! ฮื่ออออ น่ารัก ช่างน่ารักเหลือเกินเจินเจินของข้า!! ได้ค่ะ ย่อมได้อยู่แล้วเจ้าค่ะท่านพี่!! เอ๊ย เจินเจินสิ!!! หากใครถามสามีใครดีที่สุดข้าขอตอบอย่างหนักแน่นเลยว่า

‘เจินเจินบ้านข้าดีที่สุด!!!!’

คืนนั้นเลี่ยงหลิงนอนมิหลับทั้งคืน กว่าจะหลับอีกทีคือรุ่งเช้าของวันใหม่...



[1] ช่วงเวลาระหว่าง 09:00 – 10:59 นาฬิกา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 671 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

518 ความคิดเห็น

  1. #463 Sureepond9585 (@Sureepond9585) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 16:59
    น่ารักจัง
    #463
    0
  2. #452 missprathumrat12 (@missprathumrat12) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 05:11
    555555555ทำไมเค้าน่ารักกันจังเลยคะไรท์
    #452
    0
  3. #354 ลมรัก (@pong1976) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 19:20

    ภรรยาสามีเดียวช่างดีต่อใจแค่นี้ก็เพอร์เฟคแล้วยิ่งมีกระเป๋ามิติ

    #354
    0
  4. #129 Whanzaaaa (@Whanzaaaa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 19:06
    น่าเอ็นดูทั้งคู่เลย
    #129
    0
  5. #2 mindtam (@mindtam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 05:24

    น่าร้ากกกก
    #2
    0