ฟูจวินของข้าน่ารักเท่าโลก! [จบ]

ตอนที่ 12 : 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 573 ครั้ง
    1 พ.ค. 63

 

11

 

 

ข่าวเด่นประเด็นร้อนของแคว้นฉีตอนนี้คงไม่พ้นข่าวจากแม่ทัพใหญ่เฉียนเพ่ยจวินกับอสูรระดับเจ็ด แม่ทัพใหญ่เฉียนกล่าวว่าผู้ปลิดชีพอสูรระดับเจ็ดมิใช่ตน เป็นนักล่าอสูรผู้หนึ่ง ทักษะกระบี่ช่างเยี่ยมยุทธ์เป็นอย่างยิ่ง ราวกับหานฉินชินอ๋องอีกคนมิปาน เรื่องผู้ปลิดชีพอสูรระดับเจ็ดกลายเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทุกแว่นแคว้น นักล่าอสูรผู้ลึกลับ ผู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าหานฉินชินอ๋องผู้นั้นปรากฏขึ้นมาแล้ว

ใครเล่าจะทราบว่าผู้ที่รู้ตัวตนของนักล่าคือแม่ทัพเฉียนกับกุนซือหง...

ช่างหลงฮ่องเต้ประทานรางวัลให้แก่เหล่าทหารกล้าเป็นการปลอบใจ หากมิได้นักล่าอสูรผู้นั้นแคว้นฉีคงสูญเสียครั้งใหญ่และอาจถูกแคว้นอื่นใช้โอกาสการสูญเสียแม่ทัพใหญ่ประจำแคว้นทำการรุกรานจนย่อยยับก็เป็นได้

และสิ่งที่แม่ทัพเฉียนร้องขอฝ่าบาทคือสมรสพระราชทาน...

หลายคนต่างรู้ดีว่าแม่ทัพเฉียนมีคู่หมั้นเป็นถึงบุตรีของเสนาบดีกู้ พวกเขามิได้ตบแต่งกันเพราะพ่อแม่ฝั่งบุรุษไม่ยอมรับ หากขอสมรสพระราชทานคงไม่แคล้วได้แต่งในเร็ววัน

ทว่าสิ่งที่แม่ทัพเฉียนร้องขอกลับสร้างความไม่พอใจให้แก่เสนาบดีกู้ยิ่ง...

เขาทูลขอสมรสพระราชทาน...

หากแต่ทูลขอให้ฟูเหรินรองของตน กุ้ยเหม่ยเหลียนขึ้นเป็นฟูเหรินเอกเพียงหนึ่งเดียวของจวนแม่ทัพใหญ่ และขอใช้ความดีความชอบที่เคยทำมาให้ฝ่าบาทช่วยเขายกเลิกการหมั้นหมายกับคุณหนูกู้หลี่เสี้ยว!!!!

พออ่านถึงตรงนี้เลี่ยงหลิงถึงกับหัวเราะชอบใจกับจดหมายจากจิ้งหย่งที่ฝากเจ้าเถียนเถียนมาส่งให้เธอเสียเหลือเกิน ตั้งแต่สมัยก่อนจิ้งหย่งค่อนข้างชอบเขียนหรือเล่าเรื่องยาวๆจนโดนอี้เทาด่าตลอด ครั้งนี้เธอขอบอกเลยว่าทำได้ดีมาก!

เจ้าเต่าโ— ไม่สิ ไม่โง่แล้ว

งั้นเปลี่ยนเป็นเจ้าลูกเต่าแทนละกัน! ทำได้ดีมากเจ้าลูกเต่า!!

ชาวเมืองต่างล้วนสงสัยว่าเหตุใดถึงขอยกเลิกการหมั้นหมาย มิใช่ว่าพวกเขารักกันมากหรือ ยามไปไหนมาไหนถึงได้คอยประคับประคองมองด้วยสายตาหวานซึ้งถึงเพียงนั้น หรือว่าแท้จริงแล้วเกิดอันใดขึ้นระหว่างทั้งสอง ถึงได้ทำให้บุรุษเช่นแม่ทัพใหญ่เฉียนทูลขอให้ฝ่าบาทช่วยเหลือ บรรดาคุณหนูเมื่อทราบข่าวต่างล้วนขบขันระคนสะใจกล่าวว่าบางทีแม่ทัพใหญ่อาจตาสว่าง หรืออาจพบว่าฟูเหรินรองของเขาล้วนดีกว่าสตรีเช่นนาง!!

พวกนางนึกสะใจยิ่งนักที่ยัยคุณหนูแสนหยิ่งยโส ปลิ้นปล้อนหลอกลวงเช่นนางอับอายถึงเพียงนี้!!

ใช่ เลี่ยงหลิงเองก็สะใจ!!! สะใจมากๆเลยด้วย!!

ให้ตายเถอะ! เธออยากเป็นสหายกับคุณหนูพวกนั้นยิ่ง ดูแล้วน่าจะเข้าใจหัวอกเธอ เลยขอร้องให้อี้เทาช่วยสืบ เหมือนว่าบรรดาคุณหนูที่นินทายัยหลี่เสี้ยวแอบสงสารเลี่ยงหลิงที่ดันไปหลงเชื่อยัยคุณหนูกู้นั่นไม่น้อย

เลี่ยงหลิงคนเดิมใสซื่อจนโง่งมมากเกินไป เชื่อแต่คุณหนูกู้ไม่สนใจคำเตือนจากคุณหนูท่านอื่นเพราะคิดว่ากลั่นแกล้งสหายรักของตน เฮ้อ ไม่ว่าจะนึกความทรงจำในอดีตกี่ครั้งก็รู้สึกจริงๆนะว่าเลี่ยงหลิงคนเดิมน่ะโง่จริง...

การโดนถอนหมั้นจากบุรุษที่พึงใจโดยไม่ทราบเหตุผลทำให้คุณหนูกู้ถึงขั้นไปร้องไห้ถามหาเหตุผลจากแม่ทัพใหญ่ว่าเหตุใดถึงถอนหมั้นนาง น้ำตาของนางไหลรินราวดอกหลี่ต้องหยาดฝนช่างดูน่าสงสาร ชวนให้ผู้พบเห็นว่านางบอบบางถึงเพียงใด ทว่าแม่ทัพใหญ่กลับมองนางด้วยสายตาเกรี้ยวกราด...

นางขโมยทุกสิ่งของกุ้ยเหม่ยเหลียนไปมากถึงเพียงนั้น...

นางทำให้สหายของเขาต้องเจ็บปวดถึงเพียงนั้น...

ยังจะกล้าดีมาร้องขอความเมตตาจากเขาอีกหรือ!!!! เขายอมรับว่ายังรู้สึกรักนาง ทว่าทุกครั้งที่เริ่มใจอ่อนลง บทสนทนาระหว่างเขากับหยางเลี่ยงหลิงแล่นเข้ามาในความทรงจำ ภาพตอนเขาทำร้ายจิตใจกุ้ยเหม่ยเหลียน และร่ำไห้พร่ำขอโทษนางไม่หยุด...

“เจ้าไม่รู้เหตุผลจริงๆหรือ...คุณหนูกู้...”

“จวินเกอ...” นางช้อนตามองด้วยความชอกช้ำ

เหตุใดท่านแม่ทัพจึงเปลี่ยนจาก ‘เสี้ยวเอ๋อร์’ เป็นคุณหนูกู้แทน...

“นับแต่นี้ห้ามเรียกข้าเช่นนั้นอีก!!!!! เจ้าอยากจะถอนหมั้นดีๆกลับไปอยู่เงียบๆที่จวนสกุลกู้หรืออยากให้ข้าป่าวประกาศว่าเจ้าได้ทำอะไรลงไปกับฟูเหรินข้าเสียตรงนี้!!! เลือกซะ กู้-หลี่-เสี้ยว!!!!”

แม่ทัพเฉียนกล่าวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ด้วยเสียงของผู้เป็นแม่ทัพมีหรือที่ชาวบ้านแถวนั้นจะมิได้ยิน จากความน่าสงสารกลายเป็นความน่าสงสัย คุณหนูกู้ไปทำอันใดกับกุ้ยฟูเหรินกันถึงทำให้ท่านแม่ทัพใหญ่มีโทสะได้ถึงเพียงนั้น คุณหนูกู้แม้เจ็บปวดเพียงใดก็ยังคงรักษามารยาท นางยอบกายขอตัวลากลับจวนด้วยหัวใจที่ชอกช้ำและนึกริษยากุ้ยเหม่ยเหริน

เพราะยัยกุ้ยเหม่ยเหลียน เพราะยัยนั่นถึงได้ทำให้ท่านแม่ทัพทอดทิ้งนาง!! ทำให้นางต้องกลายเป็นตัวตลกของพวกชาวบ้านชั้นต่ำนี่!!!!

คล้อยหลังกู้หลี่เสี้ยวกลับไปแม่ทัพเฉียนได้ลั่นวาจาประกาศตัดขาดจากสกุลกู้ ไม่ขอญาติดีกับอีกฝ่ายนับจากนี้!! ทุกสิ่งที่กู้หลี่เสี้ยวกระทำ ไม่ต้องมาร้องหาแม่ทัพใหญ่อีก!!

โอ๊ยยย เลี่ยงหลิงล่ะสะจ๊ายยยย!! สะจายยยยย!!! สะใจโคตรๆเคยโว้ยค่า!!!

ทำดีมากอาจวิ๊นนนน!!!!

กระนั้นกู้หลี่เสี้ยวเป็นสหายของหยางไท่จื่อเฟย ตัวไท่จื่อเฟยจึงไปร้องขอให้ไท่จื่อช่วยเหลือสหายของนาง เป็นเหตุให้ไท่จื่อช่างหลงซิ่นเล่อต้องไปพูดคุยกับสหายคนสนิท พออ่านถึงตรงนี้เลี่ยงหลิงอดไม่ได้ที่จะกลอกตามองบน เจ้าลูกเต่าหลุดจากสถานะโง่งม เหลือแต่ไท่จื่อโง่งมแทน เฮ้อออออ

ส่วนสิ่งที่อาจวินตอบไท่จื่อน่ะหรือ...

“ไท่จื่อ... ท่านคือรัชทายาทของโอรสสวรรค์ เป็นผู้ที่จะขึ้นเป็นฮ่องเต้คนต่อไป ท่านควรไตร่ตรองให้มากกว่านี้... ขึ้นชื่อว่าสตรีทุกคนล้วนมีมารยา ขอให้ท่านโปรดพิจารณาดูว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิดด้วยตนเองเถิด ....อย่าได้... หลงมัวเมากับความจอมปลอมจนพลาดพลั้งเช่นข้าอีก”

หากไท่จื่อยังมีสมองอยู่ก็น่าจะคิดได้ อย่างน้อยแม่ทัพเฉียนเพ่ยจวินผู้เป็นสหายได้ทำการหว่านเมล็ดแห่งความเคลือบแคลงใจต่อไท่จื่อเฟยสำเร็จ...

พี่สาวคนใหม่นี้ขออวยพรให้น้องสาวหน้าแตกหน้าแหกไวๆนะจ๊ะ!!

นับจากลั่นวาจาเช่นนั้นเขาไม่เข้าไปยุ่งกับยัยหลี่เสี้ยวอีก พยายามเอาใจเสี่ยวเหลียนชดใช้ความเลวร้ายที่เขาเคยกระทำลงไป ช่วยเหลือคนสกุลกุ้ย บัดนี้โรงทอผ้าของสกุลกุ้ยเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นเนื่องด้วยสกุลเฉียนช่วยหนุนหลัง

ภายในร้านขายผ้าปักของสกุลกุ้ยมีผืนผ้าปักขนาดใหญ่ถูกตรึงเอาไว้ให้ผู้คนเข้ามาเชยชมความงดงาม ผ้าปักรูปลักษณ์สตรีหรือบุรุษก็มิอาจทราบได้ รายล้อมด้วยเหลียนฮวาจากฝีมือเซียนดอกบัว เลี่ยงหลิงเมื่อได้รับมาก็ฝากวิหคมายาไปส่งให้สหายเพื่อหวังอวยพรให้หลานสาวกับสกุลกุ้ย พร้อมของฝากเล็กน้อยจากเธอเพราะจะให้ไปงานแต่งก็คงไม่ได้อีก

ประเด็นคือขี้เกียจมีปัญหากับยัยพวกนั้นเจ้าค่ะไม่ใช่อะไรหรอก

ส่วนของที่มอบให้เสี่ยวเหลียนไปน่ะหรือ... หึหึหึ มั่นใจว่าสายปักสายถักน่าจะชื่นชอบเจ้ากี่ทอผ้าไม้ขนาดเล็กเหมาะสำหรับทำพวกผ้าพันคอต่างๆ พร้อมด้วยไหมพรมหายาก [ไหมพรมประกายจันทรา] อันหายากยิ่งให้เป็นของขวัญสำหรับการแต่งงานครานี้ คุณสมบัติของไหมพรมชนิดนี้คือความทนทาน ความอ่อนนุ่ม เหมาะสำหรับทำเครื่องประดับกับเสื้อคลุมกันหนาวยิ่ง

ตัวไหมพรมนี้หาได้จาก [เหมียนฮวา(ใยฝ้าย)จันทรา] ที่เติบโตภายในป่าจักรพรรดิดำได้รับแสงจันทร์มานานหลายร้อยปีอีกทั้งยังได้ปุ๋ยจากซากศพอสูรระดับสูงเป็นจำนวนมากจึงทำให้มันยิ่งมีค่ามากกว่าพันตำลึงทอง หากนำดอกไม้มาย้อมสีมันจะมีประกายงดงาม หากไม่ย้อมมันจะให้กลิ่นหอมชวนผ่อนคลาย

เลี่ยงหลิงก็ใช้ใยฝ้ายที่ได้มาจากเจ้าไป๋ไป๋มาทำเป็นหมอนกับผ้าห่ม พวกเบาะนุ่มๆหรือผ้าพันคอในหน้าหนาว

เครดิตบายตำราของท่านเยว่ซินกับหมาป่าอสูรไป๋ไป๋อะเกนเจ้าค่ะ!

ตัวหมอนตัวผ้าห่มได้เสี่ยวลี่ช่วยทำ ตัวผ้าพันคอเธอรู้สึกขอบคุณป้ารองจากชีวิตก่อนที่สอนวิธีถักนิตติงให้ ถึงจะมีเงอะงะทำถูกทำผิดบ้างในคราแรก ทำไปเรื่อยๆก็เริ่มถนัดมือ

อ่านจดหมายฉบับล่าสุดทำให้หยางฟูเหรินแอบกังวลว่าตัวเองจะเป็นไบโพลาร์เขาสักวัน ยิ้มกว้าง เคร่งเครียด ถอนหายใจ ยิ้มกว้าง วกวนไปเปลี่ยนเรื่อยจนเหมือนคนบ้า ถือว่าเป็นโชคดีของตัวเองที่สามีพาบุตรชายไปช่วยรดน้ำในสวนให้หลังเห็นว่าเธอได้รับจดหมายถึงไม่เห็นสภาพเหมือนคนวิปลาสเมื่อครู่

อารมณ์ดีแบบนี้ทำอาหารเยอะๆเป็นมื้อกลางวัน ขึ้นเขาไปนั่งทานริมแม่น้ำดีกว่า~

พับจดหมายเก็บใส่หีบเล็ก เดินออกจากเรือนนอนไปยังครัว เปิดตู้เก็บความเย็นหยิบวัตถุดิบจากชั้นที่แบ่งเป็นสัดเป็นส่วนออกมาเตรียมทำมื้อกลางวัน ครั้นจะทำเป็นแซนด์วิชก็ต้องเริ่มจากทำขนมปังเสียก่อนจึงตัดสินใจเป็นข้าวกล่องแบบญี่ปุ่นแทน ตั้งเตาหุงข้าว อีกเตาเตรียมทำของทอด เตรียมถาดเตรียมกล่องไม้สำหรับข้าวกล่องมาวาง

ใช้ตะเกียบคีบเนื้อสับปั้นก้อนพลิกไปมาบนกระทะ เป็นเนื้อสับจากหมูป่าอสูรผสมปรุงรสแบบเกี๊ยวซ่า ทอดเสร็จก็คีบวางบนถาด ต่อมาถึงเติมน้ำมันทอดไก่ป่าชุบแป้งทอด หรือก็คือคาราอาเกะนั่นเอง! โอ้ยยย หิวแท้เนาะ~!

“หลิงหลิง ข้ารดน้ำเสร็จแล้ว”

“ท่านแม่ รดน้ำ เสร็จ ขอรับ!”

“อื้ม ขอบคุณมากนะทั้งคู่”

ฮุ่ยเจินเดินมาหอมแก้มภรรยาของตนเบาๆ เสี่ยวหนิงเอ๋อร์ตัวน้อยทำการเลียนแบบบิดาหอมมารดาตัวเองเช่นกัน

“วันนี้ข้าอารมณ์ดี ไหนๆก็ไหนๆเราไปนั่งทานข้าวที่ริมแม่น้ำกันดีหรือไม่”

“ดี! ดี!”

“ฮะๆๆ ดูเหมือนอาหนิงอยากขึ้นเขามากกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก”

ตลอดหลายวันที่ผ่านมาบุตรชายพยายามอ้อนขอขึ้นเขาไปออกล่า แต่ด้วยความที่บุตรชายอายุเพียงหนึ่งหนาวจึงค่อนข้างกังวลว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันได้จึงจำต้องปฏิเสธไป

ทว่าวันนี้ภรรยากลับเป็นฝ่ายชวน มีหรือเขาจะกล้าปฏิเสธนาง สิ่งใดที่เขาเห็นว่าเลี่ยงหลิงมีความสุขเขาย่อมยินดีมอบให้ทุกสิ่ง

“หลิงหลิงมีอันใดให้ข้าช่วยหรือไม่”

“อืมมม ข้าวเพิ่งหุงเสร็จเสียด้วย เจินเจินปั้นข้าวปั้นกับอาหนิงดีหรือไม่”

“ปั้น ข้าวปั้น ปั้น เสี่ยวหนิง ปั้น ด้วย!”

ความสดใสของบุตรชายที่พยายามพูดชวนให้สองสามีภรรยายิ้มด้วยความสุข สามคนพ่อแม่ลูกช่วยกันทำอาหารกลางวัน เตรียมของเสร็จก็พากันเดินออกจากจวนโบกมือทักทายชาวบ้าน สองหมาป่าอสูรพากันเดินตามติดเจ้านาย เฟิงหนิงตัวน้อยพยายามฝึกเดินขึ้นเขาโดยมีพ่อแม่ช่วยพยุง ส่วนเจ้าไป๋ไป๋รับหน้าที่ถือข้าวกล่องให้ ราวหนึ่งเค่อจึงถึงแม่น้ำ

แม่น้ำที่เคยพรากชีวิตบิดา พบเจออสูรร้ายพรากชีวิตมารดา ครั้งก่อนที่มาคือมีเพียงเธอกับเขา วันนี้ฮุ่ยเจินได้พาลูกชายตัวน้อยมาด้วย

ราวกับว่าพามาเพื่อลบเลือนความทรงจำเลวร้ายเหล่านั้น...

นั่นล่ะอีกเหตุผลที่เลี่ยงหลิงมักขอให้พามาริมแม่น้ำ อยากให้เจินเจินลืมเรื่องเลวร้ายแทนที่ด้วยความสุขจากครอบครัว กางผ้าปูรองพื้น ไป๋ไป๋วางข้าวกล่องที่ตนเองคาบมาลงบนผ้าปู ฮุ่ยเจินพยายามพยุงลูกชายให้เดินเตาะแตะไปที่แม่น้ำ ผู้เป็นแม่รึอยากได้มือถือขึ้นมาถ่ายรูปนัก!

สามีน่ารัก!! ลูกชายก็น่ารัก!! ทาสความน่ารักสามีกับลูกชายไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเธอเองเจ้าค่า—!!!

“ท่านแม่ หิน สวย”

บุตรชายตัวน้อยหยิบก้อนหินสีชมพูอ่อนค่อนข้างใสมาให้เธอถึงที่ เลี่ยงหลิงย่อมให้รางวัลบุตรชายด้วยการหอมแก้ม ก่อนรับหินก้อนนั้นไว้ทำให้เสี่ยวหนิงยิ้มกว้าง นั่งแหม่ะลงบนตักเธอ ฮุ่ยเจินเองก็เดินกลับมาพร้อมหินลักษณะคล้ายของบุตรชายแต่มีขนาดใหญ่กว่า

“อาหนิงเจอก้อนนี้แต่ยกไม่ไหว ข้าเลยยกมือให้แทน”

“แหม...” ลูกชายของเธอก็ช่างสรรหาของสวยงามเหมือนกันนะนี่!

หลังเก็บหินก้อนนั้นใส่กระเป๋าสามมิติ แกะผ้าห่อข้าวกล่องมื้อกลางวัน ชั้นแรกเป็นข้าวปั้นสามเหลี่ยมสามแถว แถวแรกเป็นข้าวปั้นเกลือ

แถวสองเป็นข้าวปั้นคลุกปลาย่างแล้วนำมาย่างอีกที

แถวสามเป็นข้าวปั้นไส้เนื้อหมูป่าอสูรสับก่อนนำมาย่างให้หอม

ก้อนเล็กคือลูกชายปั้นส่วนก้อนที่ดูสวยยิ่งกว่าก้อนอื่นๆคือฮุ่ยเจินปั้น

ชั้นสองกับชั้นสามเป็นพวกกับข้าว เนื้อสับปั้นแบบเกี๊ยวซ่าทอดเอย ไก่ชุบแป้งทอดเอย ปลาชุบแป้งทอดเอย และอีกหลากหลายเมนูต่างๆนานาที่เธอทำให้ทานง่ายและมีรสอ่อนเพื่อให้ลูกชายทานร่วมกับพ่อแม่ได้

ส่วนอาหารของสองหมาป่าอสูรทำแยกไว้อีกกล่อง เนื้อย่างเต็มกล่องใหญ่ น่าจะทานได้จุใจเลยล่ะ!

เลี่ยงหลิงขอยืนยัน ถึงทำอาหารได้เยอะขึ้นและมันสามารถทานได้ ก็ใช่ว่าจะรสเลิศอะไรขนาดนั้น หากถามว่าเธอมั่นใจว่าทำอาหารแบบใดแล้วรู้สึกว่าตนทำได้รสเลิศสุดก็คงไม่พ้นพวกเครื่องแกงต้มยำของโปรด ครั้นเห็นว่าฮุ่ยเจินกับเฟิงหนิงทานได้แถมดูมีความสุขยิ่งย่อมรู้สึกดีใจเป็นธรรมดา

พ่อแม่ลูกกับสัตว์อสูรสองตนนั่งทานข้าวริมแม่น้ำ ทานเสร็จก็พากันเดินเล่นหาของป่ากันไปเรื่อย และเหมือนลูกชายตัวน้อยจะฝึกเดินไม่ไหวไป๋ไป๋ถึงได้คาบขึ้นมาวางบนหลังของเจ้าหมาป่า ชวนให้ขบขันระคนเอ็นดูยิ่ง

“ท่านแม่ แม่น้ำ บ้าน”

“บ้านหรือ?” ลูกชายนางพูดถึงบ้านอะไรนิ?

เจ้าก้อนแป้งชี้ไปที่แม่น้ำ “บ้าน บ้าน มีบ้าน แม่น้ำ มีคน”

ยิ่งลูกชายพูดยิ่งไม่เข้าใจเท่าใดนัก แต่คำพูดเด็กมีหรือจะโกหก เลยให้เถียนเถียนวิ่งนำไปตรวจสอบก่อนส่วนพวกเธอเดินเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ ไม่นานเจ้าปอมปอมก็วิ่งกลับมา

“เจอบ้านหรือไม่?”

“บ๊อก!” พยักหน้าก่อนส่งเสียงเห่าออกมา

แน่แล้ว บุตรชายนางไม่ธรรมดาตามที่คิดไว้แล้วเจ้าค่า...

สุดท้ายก็เดินกันมาเรื่อยๆจนเริ่มค่ำแล้วก็ยังไม่เจอบ้าน ทำให้ต้องตัดสินใจขึ้นหลังของไป๋ไป๋ทั้งสามคนพ่อแม่ลูก เฟิงหนิงนั่งหน้า เธอนั่งซ้อน ฮุ่ยเจินนั่งหลังสุด หลังไป๋ไป๋ออกตัววิ่งไปได้สักราวครึ่งชั่วยามจึงพบบ้านเก่าหลังเล็กติดแม่น้ำอีกฝั่งหนึ่ง และด้วยความเร็วของหมาป่าอสูรทำให้ไม่สามารถคาดคะเนได้ว่าหากเดินเท้ามาเช่นเมื่อครู่จะใช้เวลานานเพียงใด ภายในบ้านหลังน้อยมีแสงไฟลอดออกมา เหมือนว่าจะมีคนอยู่

“ท่านพ่อ ท่านแม่ บ้าน ข้างใน บ้าน”

“อื้ม เห็นแล้วจ้ะ ไป๋ไป๋ ฝากหน่อยนะ”

“กรร...” หมาป่าอสูรไป๋ไป๋ขานรับ กระโดดข้ามไปอีกฝั่งอย่างง่ายดาย เจ้าเถียนเถียนเองก็กระโดดตามมาไม่ต่างกัน ฮุ่ยเจินลงก่อนคนแรกก่อนประคองภรรยาและอุ้มลูกชายตนลงมา

เลี่ยงหลิงสำรวจบ้านรอบนอกเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจเคาะประตูไม้เก่าๆบานนั้นเบาๆ ได้ยินเสียงกุกกักจากในบ้านเล็กน้อย บานประตูถูกเปิดออกด้วยดรุณีน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ผมปล่อยยาวส่วนหนึ่งกับก้อนซาลาเปาสองก้อนบนหัว สวมอาภรณ์เก่าขาดวิ่นเต็มไปด้วยรอยปะ

“เอ่อ... พวกท่านมีธุระอันใดหรือเจ้าคะ...”

นางค่อนข้างกังวลยิ่ง เหตุใดถึงมีแขกแวะมาที่นี่กัน บ้านของนางอยู่ลึกถึงเพียงนี้ อีกทั้งจากการแต่งกายของพวกเขาดูสะอาดสะอ้านเหมือนผู้ดีมีเงิน หมาป่าสีขาวช่างองอาจ ส่วนสุนัขตัวน้อยก็ช่างน่ารัก

“โอ้ ไม่ๆ พวกเรามิได้มีธุระอันใด ตัวข้ากับฟูจวินและบุตรชายเพียงสงสัยว่าเหตุใดริมแม่น้ำแห่งนี้จึงมีบ้านหลักน้อยนี้ตั้งอยู่ มิกลัวยามฝนตกจนทำให้แม่น้ำเชียวกรากเลยหรือ” เลี่ยงหลิงตอบคำถามนั้น

“อา... ย่อมหวาดกลัวเจ้าค่ะ ทว่าข้ามิอาจทิ้งบ้านของข้าไปได้ นี่คือบ้านที่เหลืออยู่ของข้ากับท่านตาท่านยายเจ้าค่ะ...”

“ที่แท้เป็นเช่นนั้น” พยักหน้ารับ “อา ข้าลืมแนะนำตัวเองเสียแล้ว ต้องขออภัย ข้ามีนามว่าหยางเลี่ยงหลิง ฟูจวินข้าฮุ่ยเจิน บุตรชายข้าเฟิงหนิง เจ้าตัวโตสีขาวไป๋ไป๋ ส่วนเจ้าตัวเล็กนี่เถียนเถียน”

“อ๊ะ ผู้น้อยเทียนหลาน ไร้แซ่เจ้าค่ะหยางฟูเหริน”

นางรีบก้มโค้งคารวะ ผู้มีแซ่ย่อมหมายถึงคนชั้นสูงทั้งหลาย นางไม่ควรเสียมารยาท ตัวเลี่ยงหลิงก็ทำการคารวะตอบกลับไป เทียนหลานเป็นสตรีอาศัยอยู่ในป่าติดริมแม่น้ำ หากแต่กิริยามารยาทคำพูดคำจาที่ได้รับการสั่งสอนมาช่างมิต่างจากคุณหนูในห้องหอมิแต่น้อย

อืม ช่างน่าสงสัยยิ่ง

“เจ้าพูดคุยกับข้าตามปกติเถิด ข้าเองก็ใช่ว่าเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่อันใด อีกทั้งตอนนี้ข้าโดนขับไล่ออกมาจากจวนแล้ว แซ่ข้าก็แค่เครื่องประดับชิ้นหนึ่ง”

ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ได้ว่าฟูจวินของนางทำหน้าเศร้าลงเพียงใด ได้ยินเสียงเสี่ยวหนิงเอ๋อร์ตัวน้อยพูดปลอบบิดาเบาๆว่าอย่าทำหน้าเศร้า จนบัดนี้ฟูจวินของข้าก็ยังคงรู้สึกผิดหรือนี่ ฮือออ

“อ่า.. เอ่อ ผู้น้อย... ข้า ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

นางรีบเปลี่ยนคำเพราะสายตาของเลี่ยงหลิง

“ในเมื่อรู้จักกันแล้ว จะเป็นอันใดหรือไม่เจ้าคะหากข้าขอเข้าไปทำการคารวะผู้อาวุโสเสียหน่อย?”

“คือ... เรื่องนั้นต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ท่านยายของข้าเสียไปเมื่อสองปีก่อน ส่วนท่านตาเพิ่งเสียไปเมื่อครึ่งปีก่อน ยามนี้เหลือข้ากับท่านอาจารย์”

หืม? อาจารย์?

“อาจารย์หรือ?”

“เจ้าค่ะ ท่านตาของข้าเป็นผู้ช่วยเขาไว้เมื่อหลายปีก่อน ข้ากราบไหว้เขาเป็นอาจารย์เจ้าค่ะ” เมื่อพูดเรื่องนี้เหมือนเทียนหลานจะเริ่มหายเกร็งขึ้นมา

“เจ้าคงเคารพท่านอาจารย์มากสินะ”

“ย่อมเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ! ท่านอาจารย์แม้จะพูดไม่ค่อยได้ยินจนต้องเข้าไปฟังใกล้ๆก็ตาม แม้เขาขยับไม่ได้ก็ยังสามารถสอนหญิงชาวป่าเช่นข้าเป็นผู้เป็นคนได้เวลาลงเขาข้าจึงไม่โดนผู้อื่นมองว่าไร้มารยาท อีกทั้งด้านดนตรีท่านอาจารย์ของข้าเก่งกาจยิ่งกว่าผู้ใดในยุทธภพ! ข้าภูมิใจที่ได้เป็นศิษย์ของท่านอาจารย์เจ้าค่ะ!”

ดูเหมือนนางหายเกร็งแล้วจริงๆ เล่นพูดด้วยความกระตือรือร้นถึงเพียงนี้

“นอกจากเรื่องดนตรีเก่งกาจ อาจารย์ของข้ายังรูปงามประดุจเทพเซียนยิ่งนัก เรือนผมของท่านอาจารย์แม้จะกลายเป็นสีขาวทว่ายามมันต้องแสงจันทร์ที่ทอผ่านหน้าต่างเข้ามาภายในบ้านแล้วกระทบกับผมท่านอาจารย์มันช่างงดงามยิ่งนัก! หากท่านอาจารย์ข้ารูปงามเป็นอันดับสองก็คงมิมีผู้ใดขึ้นเป็นอันดับหนึ่งแล้ว!”

อืม....

เหมือนว่าจะบ้าอาจารย์ขั้นหนักเลยเสียด้วย...

“อาจารย์ของท่านเป็นคนพิการหรือขอรับ?” ฮุ่ยเจินเอ่ยถาม

เหมือนจะได้สติหลังจากวี๊ดว้ายเสียนาน ใบหน้าจิ้มลิ้มเริ่มเศร้าหมองลงเมื่อนึกถึงอาการป่วยของอาจารย์ตนเอง “ท่านปู่ข้ากล่าวว่าเป็นเพราะบาดแผลที่ได้รับตอนช่วยเอาไว้จากแม่น้ำค่อนข้างหนักหนาเจ้าค่ะ เมื่อรวมกับพิษร้ายที่ตกค้างในร่าง สองสิ่งนี้ส่งผลทำให้เขาพิการ....”

เคยเป็นปกติมาก่อน พอกลายเป็นคนพิการมีหรือจะรับไหว...

หมับ... “ท่านแม่ ท่านแม่ ช่วย ช่วยนะ”

บุตรชายตัวน้อยดึงแขนเสื้อของเธอพร่ำบอกให้ช่วยเหลือไม่ขาดปาก เอาล่ะ เสี่ยวหนิงเอ๋อร์ของมารดากล่าวถึงเพียงนี้มีหรือจะไม่เชื่อ เล่นพามาถึงที่นี่เสียขนาดนี้ ที่สำคัญเธอก็แอบสงสัยเล็กน้อย หากนึกทบทวนตามตำราต่างๆนานาหรืออีกนัยหนึ่งก็คือนิยายจากโลกที่เคยมา บางทีอาจารย์ของเทียนหลานอาจจะเป็นเขาคนนั้นก็ได้ เขาคนนั้นที่ตกลงไปในแม่น้ำเชี่ยวกรากตามที่เธอได้ยินมา...

หากคาดเดาถูกต้องการที่เธอช่วยเขาไว้ คงเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างยิ่ง

ในฐานะของ ‘ลูกสะใภ้’ ล่ะนะ

“โอ๋ๆอาหนิง มิต้องกังวล แม่ย่อมต้องช่วยอาจารย์ของเสี่ยวหลานแน่นอนจ้ะ” ยกยิ้มพลางลูบหัวบุตรชายตนไปมา

“ส เสี่ยวหลาน...หรือ”

“โอ๊ะ ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ยามข้าอยู่กับสหายพวกเราจะเรียกแทนกันว่าเสี่ยวหลิง เสี่ยวลี่ เสี่ยวเหลียน ข้าจึงเผลอตัวไป”

“ไม่ๆๆๆ มิใช่เช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ข้ายินดี! ตัวข้ามิมีสหายมาก่อน ข้ามิได้รังเกียจเลยนะเจ้าคะ!”

สหาย นางจะมีสหายแล้ว! ท่านตาท่านยายต้องมีความสุขมากเป็นแน่แท้! นางยังจำคำสั่งเสียของท่านยายได้ ท่านยายอยากให้นางมีสหายคนสนิทไว้สักคนสองคนเพื่อที่ภายภาคหน้าจะไม่ลำบาก!

แต่ประเดี๋ยวก่อนนะ...

“หยางฟูเหรินแต่งงานแล้วคงอายุมากกว่าข้านัก ถ้าเช่นนั้นข้าเรียกท่านว่าหลิงเจี่ยแทนได้หรือไม่เจ้าคะ”

“ย่อมได้เสมอ”

เทียนหลานแย้มยิ้มสดใส นางมิใช่มีเพียงสหาย นางยังได้พี่สาวเพิ่มมาอีกหนึ่งคน! ดี ดียิ่ง ดีเหลือเกิน!!

ท่านตา ท่านยาย ข้าทำได้แล้ว! ข้ามีสหายกับพี่สาวแล้ว!!

 “ถ้าเช่นนั้นเสี่ยวหลาน พาพี่สาวเข้าไปในบ้านเพื่อช่วยรักษาอาจารย์ของเจ้าได้หรือไม่ พี่มีวิชาแพทย์ติดตัวเล็กน้อย อาจช่วยเหลือเขาได้”

“ย่อมได้เจ้าค่ะ!”

เลี่ยงหลิงแอบคิดว่าควรสอนเทียนหลานด้วยว่าอย่าไว้ใจคนอื่นมากเกินไปนัก เปิดใจรับเธอเสียขนาดนี้กลัวเหลือเกินว่าจะโดนหลอกง่ายเข้าสักวัน...

โดนหลอก...เหมือนเลี่ยงหลิงคนเก่า...

“ไป๋ไป๋กับเถียนเถียนเฝ้าด้านนอกไว้นะ”

สองตัวขานรับก่อนนอนหมอบกับพื้นเพื่อเฝ้าระวังภายนอก เลี่ยงหลิงเข้ามาในบ้านหลังเล็ก หากเปรียบกับบ้านเก่าของฮุ่ยเจินที่นี่ค่อนข้างใหญ่กว่าเล็กน้อย ภายในมีครัวกับพื้นที่ปูด้วยไม้ บางทีก็ให้ความรู้สึกว่าเป็นบ้านแบบญี่ปุ่นสมัยก่อน ที่นี่ไม่มีเตียงดังนั้นอาจารย์ของนางจึงนอนอยู่บนพื้นไม้

โอ้ ว้าว....

สิ่งที่เทียนหลานกล่าวมิเกินเลยแม้แต่น้อย...

แม้ครึ่งหน้าซ้ายจะมีแผลเป็นขนาดใหญ่จนทำให้ดูอัปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัวก็มิอาจบดบังอีกครึ่งหน้าที่หล่อเหลาราวกับรูปสลัก ผิวขาวซีดราวกับหิมะทว่ากลับไม่สามารถลดความสง่าลงได้ เส้นผมสีขาวโพลนกลับทำให้เขาดูคล้ายเทพเหมันต์มิปาน

ให้ตาย... ตอนปกติต้องหล่อมากๆ หล่อโคตรๆ หล่อโคตรของโคตรหล่อแน่ๆ!!! หากพูดภาษาโลกนี้ก็คือรูปงาม!!! รูปงามมาก!!! รูปงามค่ดๆ!!!!

....

แต่จากสภาพยามนี้ของเขาช่างคล้ายหยกแตกร้าว...

เลี่ยงหลิงใช้ดวงตาสีเงินสำรวจสภาพของบุรุษที่ถูกเทียนหลานพยุงให้ลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าด้านซ้ายทำให้เขาดูอัปลักษณ์น่าหวาดกลัว ไร้แขนซ้าย ขาสองข้างเป็นอัมพาต พิษในร่างยังคงอยู่จึงทำให้เปล่งเสียงออกมายากลำบาก การที่ยังรอดมาได้นานหลายปีถือว่าเก่งมากแล้ว พิษนั่นรุนแรงต่อระบบประสาท ทั้งยังทำลายวรยุทธ์กับกระแสปราณส่วนหนึ่งของเขาทำให้ไม่สามารถต่อสู้ได้มากนัก

หยางฟูเหรินเหลือบมองฟูจวินของตนที่ยืนนิ่งงันไปตั้งแต่เข้ามาในบ้านหลังเล็ก แค่เห็นสีหน้าของฟูจวินมีหรือนางจะไม่รู้

ที่เธอคาดเดาไว้ดูเหมือนว่าจะถูกเสียด้วย...

จะมิให้ฮุ่ยเจินตกใจได้เช่นไร แม้ยามนั้นตนจะยังเป็นเพียงเด็ก แต่ภาพวาดของบิดามารดาในความทรงจำมิได้เลือนหายไป แม้ผ่านมานานหลายปีเขาก็ยังคงจำได้ว่าบุรุษตรงนี้เป็นใครแม้ว่าเส้นผมจะกลายเป็นสีขาว...

บุรุษที่คอยสอนสั่งการใช้กระบี่และการบรรเลงดนตรีแก่เขา..

บุรุษ...ที่พยายามปกป้องเขากับมารดาจนสูญเสียแขนและตกลงไปในแม่น้ำเชี่ยวกรากในคืนนั้น....

บุรุษผู้นี้...

บุรุษผู้นี้คือ....

“ท่าน...พ่อ....”

 

 

 

 

 

◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌

ขอต้อนรับท่านพ่อเจ้าค่าาาาาา!!!

 

#ฟูจวินของข้าน่ารักเท่าโลก

 

อย่าลืมแท็กนี้ในทวิตด้วยนะคะ! เราสิงอยู่ในนั้นล่ะ! แฮ่!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 573 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

518 ความคิดเห็น

  1. #498 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 20:27

    หนิงน้อยพามาเจอปู่จนได้
    #498
    0
  2. #363 ลมรัก (@pong1976) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 23:27

    ออาเจินดีใจด้วยเจอพ่อสักทีหวังว่าทุกอย่างกำลังดีขึ้นนะ

    #363
    0
  3. #173 Nimh03 (@Nimh03) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 07:30

    ยินดีต้อนรับจ้าาา~
    #173
    0
  4. #97 _victory_88 (@varinthon) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 08:28
    เจอพ่อแย้วววววววววว
    #97
    0
  5. #96 amirah apple (@kanoknat81) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 03:46
    ค้างนะ อาการท่านพ่อหนักขนาดนี้จะจำเจินๆ ได้มั้ย แล้วยัยหนูนี่จะยังไง ถ้าชอบท่านพ่อก็แล้วไปเถอะ
    #96
    0
  6. #95 รัชเชอร์ (@Rusher) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 00:55
    ท่านพ่อมาแย้ววว
    #95
    0
  7. #94 Tarasaki_15 (@Tarasaki_15) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 23:31
    เขาเจอพ่อแล้วสวย อร้ายยย
    #94
    0
  8. #93 sosing (@sosiyunyun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 23:08

    เฟิงหนิงคือทพทรู -ต้าวน้อยยยยยยย พาพ่อกับแม่มาช่วยปู่ เลิศมากลูก



    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-11.png

    #93
    0
  9. #92 Nisa Nisa (@poo1978) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 23:06
    เจอพ่อแล้วววว ขอให้รักษาพ่อได้เถอะ❤️
    #92
    0
  10. #91 Kkanni (@Kkanni) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 22:42

    และแล้วฉันก็ค้าง!!

    รีบมาต่อเร็วๆนะค้าา
    #91
    0
  11. #90 Tia (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 22:28

    รีบๆมาต่อนะคะ ไรท์ตัดจบแบบละครไทยเลยทรมานรรรรร -0-

    #90
    0
  12. #89 ...♥MiKi♥... (@meiju) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 22:24
    เย้ๆๆๆๆ ท่านพ่อจะไปอยู่ด้วยกันแล้ว #ติดตามตอนต่อไปนะคะไรต์
    #89
    0
  13. วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 22:11
    อีพ่ออออ (อ่านแบบภาษาอีสานนะ)
    #88
    0
  14. #87 sompongklajit (@sompongklajit) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 21:54

    จบแบบนี้เลยหรอไรท์ ขออีกได้ไหมนะๆๆ

    #87
    0
  15. #86 TM86400S_dn (@TM86400S_dn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 21:49
    ท่านไรท์อย่าทำให้ข้ารอจนทรมานเลย #รอนะคะ;-;
    #86
    0
  16. #85 wilainat27 (@wilainat27) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 21:40
    มาค่ะมาอยู่ด้วยกัน ครอบครัวรักรักกันอิอิ
    #85
    0
  17. #84 saisai445 (@saisai445) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 21:20

    ท่านพ่อออ รอตอนต่อไปเลยไรท์ตื้นเต้นๆ
    #84
    0
  18. #83 SOOORA (@montree2764) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 21:10
    ยินดีต้อนรับท่านพ่อเจ้าค่าาาา!
    #83
    0
  19. #82 ztkyzgdly (@ztkyzgdly) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 21:06
    ค้างง่า~~
    #82
    0
  20. #81 020207 (@020207) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 21:04

    รอรอรอ
    #81
    0
  21. #80 nittaya1990 (@nittaya1990) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 21:00

    ไรท์มาต่อด่วนๆเลยนะคะ พรีสสสสส นะคะไรท์
    #80
    0
  22. #79 balloon60626 (@balloon60626) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 20:58
    มาต่อด่วนนนน
    #79
    0
  23. #78 Xiao Xinxin (@parapluipang) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 20:57
    ท่านพ่อมาแย้วววววว
    #78
    0
  24. #77 Noong_kul (@Noong_kul) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 20:57
    ท่านพ่อมาแล้ว ลูกสะใภ้สู้ๆๆ
    #77
    0
  25. #76 wwwiisaaa (@ONE-s) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 20:57
    ท่านพ่อมาแล้ว ท่านปู่ของอาหนิง!!
    #76
    0