ฟูจวินของข้าน่ารักเท่าโลก! [จบ]

ตอนที่ 10 : 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,745
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 538 ครั้ง
    25 เม.ย. 63

 

9

 

 

เพิ่งรู้ว่ามีปราณก็ตอนบุตรชายอายุเกือบสิบเดือน หยางฟูเหรินนั่งส่องกระจกบนโต๊ะเครื่องแป้ง ดวงตากลายเป็นสีเงินเหมือนเช่นเคยทว่ามันแปลกไปเล็กน้อย มันไม่ใช่เพียงตรวจร่างกาย แต่สามารถมองทะลุสอดส่องความทรงจำผู้อื่นได้ในชั่วขณะหนึ่ง

โกง!!! โคตรโกง!!! สกิลนี้โคตรโกงของจริง!!!!

“อ้านน แม่ะ (ท่านแม่)”

“จ๋า อาหนิง~” เธอหันไปมองบุตรชายที่พยายามเดินเตาะแตะ เซจนล้ม ทว่าไม่นานก็ลุกขึ้น ไม่มีอาการร้องไห้โยเยแต่อย่างใด พ่อแม่บอกให้ยิ้มก็ยิ้ม แต่ลุงๆป้าๆขอให้ยิ้มดันเมินหน้าหนีเสียอย่างนั้น

โธ่ ลูกแม่....

เอาจริงคือลูกน้อยแก้มยุ้ยจนน่างับเหลือเกิน! ฮึ่ย!

‘ข้าว่าเหมือนบิดาอาเจินยิ่ง ฮ่าๆๆๆๆ’

ท่านตาหลวนซานกล่าวเช่นนั้น ซึ่งนึกดูแล้ว ก็เป็นจริงตามนั้น ตัวบิดาอาเจินไม่ชอบยิ้มให้ผู้อื่นเท่าใดนอกจากคนสำคัญ

อื้ม เหมือนจริง!

ยามนี้สองสามีภรรยากับลูกน้อยย้ายเข้าจวนใหม่ที่สร้างทับบ้านเดิม ในช่วงแรกพวกเขาไปอาศัยอยู่บ้านท่านตาหลวนซาน ผู้เฒ่าย่อมยินดีให้พักเนื่องด้วยติดเหลนขั้นหนัก เฟิงหนิงตัวน้อยเติบโตมาด้วยความรักและความเอาใจใส่จากผู้คนในหมู่บ้าน แม้เพิ่งสิบเดือนก็ฉายแววหล่อเหลา อาจเพราะได้มาจากผู้เป็นตาก็ว่าได้

จวนใหม่นี้เลี่ยงหลิงออกแบบอ้างอิงจากความอยากในอดีต มีห้องรับรองแขกหนึ่ง สองห้องนอน ห้องครัวรวมกับห้องทานอาหาร ติดสวนเล็กด้านข้างจวนที่คล้ายสวนเดิม ที่พักของหมาป่าอสูรทั้งสองกับห้องเก็บของอีกหนึ่ง

หญิงสาวรึนับถือความรวดเร็วในการทำงานของท่านลุงทั้งหลายยิ่ง...

“อ้านน แม่ะ!”

เธออุ้มบุตรชายวัยสิบเดือนขึ้นมานั่งเล่นบนตักหลังเดินมาเกาะขาเธอสำเร็จ เสี่ยวหนิงเอ๋อร์มองหน้ามารดาของตน ดวงตากลมโตใสกระจ่างจดจ้องมารดามิวางตา เธอย่อมรู้ว่าเขารอรางวัลอยู่จึงก้มลงไปหอมแก้มยุ้ยๆนั่นฟอดใหญ่!

“เดินเก่งมากอาหนิงของแม่~”

“แอะ เตียะ อืออ อา เตี่ยะ..”

“จ๋า~ อยากไปหาท่านพ่อหรือนักล่าตัวน้อย~”

“ขอยับ!”

ไม่รู้หรอกว่าบุตรคนอื่นสิบเดือนพูดได้ขนาดนี้หรือไม่ แต่ส่วนตัวคือภูมิใจมาก หรือเพราะผลพวงจากการอ่านหนังสือเล่านิทานให้ฟังตั้งแต่เด็กน้อยอยู่ในท้องกันนะ? อืม....ไม่รู้สิ พิสูจน์อะไรไม่ได้ด้วยอ่ะนะ

“คิก เดี๋ยวท่านพ่อก็กลับมาแล้ว เรามาตอบจดหมายท่านป้าเหม่ยเหลียนกันดีกว่านะอาหนิง”

“เขียน...ขอยับ...!”

ป้าเหม่ยเหลียน อีกนัยหนึ่งก็คือ ‘กุ้ยเหม่ยเหลียน’ ภรรยารองของแม่ทัพเฉียนเพ่ยจวิน บุรุษโง่งมอีกคนในสายตาของหยางเลี่ยงหลิง

จนถึงบัดนี้เจ้าเต่าโง่บัดซบนั่นก็ยังไม่เลิกทำร้ายจิตใจของสหายรักทางจดหมายของเธอเสียที!!!

หงุดหงิดแท้เนาะ!!!

นับตั้งแต่วันนั้นที่ได้รับจดหมายจากบิดาก็จัดการวางแผนช่วยเหลือเธอต่างๆนานา ถึงขั้นโทรปรึกษากับท่านเยว่ซินเรื่องนี้ปรากฏว่าได้ยินเสียงผู้อื่นแทรกมาว่าจะช่วย ท่านอาจารย์กล่าวว่าเป็นเซียนดอกบัว ‘กุ้ยเหลียน’

สองวันให้หลังวิหคมายา อสูรระดับแปดถูกส่งมาด้วยฝีมือเซียนผู้นั้น หวังให้เธอส่งมอบวิหคตนนี้ให้แก่ ‘ลูกหลาน’ ของเขา

....

คนรอบกายข้าแต่ละคนที่พยายามจะตีสนิทไม่ปกติกันสักคนสินะ...

วิหคมายาไม่ใช่นกฟินิกซ์หรือวิหคเพลิงอมตะ เพียงแค่มันมีรูปลักษณ์คล้ายคลึง หากวิหคเพลิงอมตะขึ้นชื่อความสง่างาม วิหคมายาก็ขึ้นชื่อเรื่องความอ่อนหวาน วิหคมายามีส่วนหัวเป็นสีส้มอ่อนไล่ลงไปเป็นสีชมพูค่อยๆเข้มส่วนปลายเป็นสีฟ้า ส่วนสาเหตุที่เรียกว่าวิหคมายานั่นเป็นเพราะมันสามารถหลบซ่อนตัวได้ พวกมันจึงปลอดภัยจากเหล่านักล่า แม้มีจำนวนน้อยก็ไม่มีทางสูญพันธุ์

เครดิตบายตำราอสูรของท่านเยว่ซินเจ้าค่ะ

พูดถึงอสูร อสูรที่เฝ้าต้นจักรพรรดิเหมันต์พันปีคือนารีผล ระดับเจ็ด ตอนแรกแอบคิดว่าคงเหมือนในวรรณคดี นารีผลต้องงดงามมาก ทว่าความเป็นจริงช่างโหดร้าย เจินเจินกล่าวว่ามันน่าเกลียดน่ากลัว ในตำราเองก็กล่าวว่ามันสวยงามยามหลับ หากตื่นเมื่อใดจะเป็นอย่างทีฟูจวินของเธอกล่าว

ลาก่อนความงดงามในวรรณคดีที่ดิฉันเรียนมา....

นั่นแหละ! เลี่ยงหลิงจึงส่งมอบวิหคมายาให้คุณหนูกุ้ยพร้อมจดหมายใส่กระเป๋าผูกคอเจ้านกไว้ เล่าเรื่องราวพูดคุยแลกเปลี่ยนกันตามประสาสหายผ่านจดหมาย ให้เจ้าวิหคมายาบินมาส่งจดหมายให้เธอตลอดสุดสัปดาห์

กุ้ยฟูเหรินตั้งนามให้มันว่า ‘เฟยลี่’

ชีวิตของกุ้ยเหม่ยเหลียนไม่ดีไม่แย่ แม้บุรุษที่พึงใจมิรัก ทว่าบิดามารดาแม่ทัพเฉียนชื่นชอบนาง ชมชอบทักษะการเย็บปักถักร้อยอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสกุลกุ้ย ไม่ชอบกู้หลี่เสี้ยวซึ่งเป็นคู่หมั้นบุตรชาย จนถึงตอนนี้สองสามีภรรยาแซ่เฉียนก็ยังไม่ยอมให้เจ้าแม่ทัพบัดซบนั่นตบแต่งกับคู่หมั้น ซึ่งมันดีมากถึงมากที่สุด ฝ่าบาทเองก็ป้อนงานให้หมอนั่นตลอด ยิ่งดีกว่าเดิม ยอดเยี่ยมมากค่ะฝ่าบาท!

เหอะ เมินเฉยไปเถอะเจ้าเต่าโง่ เดี๋ยวมารู้ซึ้งทีหลังแล้วจะหนาว!

อ่า... คำนวณอายุแปบ ข้าตอนอายุสิบหกตบแต่งกับเจินเจินตอนอายุสิบแปดห่างกันสองปีได้ ตอนนี้ข้าสิบเจ็ดมีบุตรแล้วหนึ่ง อาหนิงสิบเก้า

ตอนนี้ยัยน้องสาวอายุสิบหก เจ้าไท่จื่อบัดซบสิบแปด

เสี่ยวเหลียนสิบเจ็ด เจ้าแม่ทัพบัดซบสิบเก้า ส่วนยัยเพื่อนการี่นั่นสิบเจ็ด

ยัยบ่าวชั้นต่ำนั่นช่างหัวมัน!!

“อ้านแม่ะ...”

“จ๋า?”

ได้ยินเสียงลูกน้อย ทำการโยนเรื่องในสมองทิ้งก้มหน้ามองลูกชายตัวน้อยอย่างไวเลยค่ะบอกเลย อะไรก็ไม่สำคัญเท่าสามีกับลูก

“หิว หิว”

“แหม พอหิวแล้วพูดชัดขึ้นเลยนะเจ้าเด็กแสบ”

สองแม่ลูกหัวเราะคิกคัก ผู้เป็นมารดาอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาฟัดแก้มยุ้ยๆนั่นอย่างชอบใจ ฮื่อออ นอกจากสามีน่ารักแล้วลูกชายยังน่ารักขนาดนี้

ฟินแท้ค่า~

แต่ในฟินยังมีความเศร้าเล็กน้อย เสี่ยวหนิงเอ๋อร์ตัวน้อยชอบเลียนแบบบิดามารดานัก เนื่องด้วยกลัวบุตรชายคว้าเข้าปาก เมนูประจำตลอดสิบเดือนเน้นเค็มกับจืด เมนูไข่ทั้งหลาย เกี๊ยวหมูคำโต

เลี่ยงหลิงสาบานว่าหลังจากบุตรชายหนึ่งขวบแล้วนั้นจะต้องได้ทานอาหารที่ชอบเสียที ไม่เช่นนั้นเธอได้แห้งตายแน่!

 

ฤดูใบไม้ผลิมาเยือนอันเป็นวันเกิดของเฟิงหนิง สำหรับคนอยู่หมู่บ้านนี้มานานเสี่ยวหนิงเอ๋อร์ราวกับเป็นร่างย่อส่วนของนายท่านเฟิงเจี๋ยบิดาของเจินเจิน เลี่ยงหลิงแอบเห็นด้วยไม่น้อย บุตรชายของเธอช่างออดอ้อนยิ้มหวานชวนให้บิดามารดาหลงนัก

ทว่ากับคนอื่นไม่คิดทำ...

ตกดึกคืนนั้นบิดามารดามอบของขวัญให้บุตรชาย กระบี่ไม้จากบิดา และเครื่องดนตรีจากมารดา

เฟิงหนิงชื่นชอบทั้งสองสิ่งนัก เลี่ยงหลิงรู้ได้ทันที พันธุกรรมความสามารถด้านการรบกับดนตรีจากปู่กับบิดาชัดเสียจริงลูกข้า!!

ส่วนเครื่องดนตรีที่ว่าคือโคโตะอันเป็นเครื่องดนตรีของรื่อเปิ่นหรืออีกนัยหนึ่งคือประเทศญี่ปุ่น ที่เธอมอบสิ่งนี้ให้เพราะท่านเยว่ซินเองก็เอ็นดูเสี่ยวหนิงเอ๋อร์ไม่น้อย กล่าวคือโคโตะเป็นของขวัญจากคนสองคน

เลี่ยงหลิงทำการอธิบายให้เด็กน้อยฟังถึงความต่างของโคโตะกับกู่เจิง อาทิตัวกู่เจิงเป็นแม่แบบของเครื่องดนตรีโคโตะ จำนวนสาย ความต่างของเสียง เสี่ยวหนิงเอ๋อร์นั่งฟังมารดาตนเล่าอย่างตั้งอกตั้งใจโดยมีบิดาแสดงถึงความต่างนั้นให้ดูด้วยการบรรเลงบทเพลงเหมือนกันต่างเพียงเครื่องดนตรี บทเพลงจากจวนหลังเล็กชวนให้ผู้ได้ยินต่างนอนหลับฝันดี

ชาวบ้านหลายคนในหมู่บ้านซือจี๋ไม่ได้มีความรู้ในการอ่านเขียนมากนัก ไร้ความสามารถด้านดนตรี ทว่าพวกเขาชื่นชอบการฟังดนตรีนัก ชายหญิงวัยกลางคนพาลหวนนึกถึงยามฮุ่ยเจินเยาว์วัย ยามบิดาของเขาบรรเลงบทเพลงทำให้ชาวบ้านหลายคนรู้สึกปลอดภัย นอนหลับอย่างเป็นสุขไร้ความหวาดกลัว...

ช่างเป็นคืนที่ดีเสียจริง...

 

“ท่านแม่ จดหมาย จดหมาย”

ผู้เป็นมารดาละสายตาจากหม้อต้มยำกระดูกอ่อนของโปรดตัวเองเป็นมื้อเย็นวันนี้หันไปมองบุตรชายตัวน้อยนั่งอยู่บนเก้าอี้เรียกหา มือเล็กถือซองจดหมายแต้มภาพวาดเหลียนฮวาสีฟ้าหนึ่งดอก เจ้าวิหคมายาเฟยลี่กำลังก้มจิกเคาะถาดน้ำกับผลไม้ที่เลี่ยงหลิงจัดเตรียมไว้ให้ที่พื้นที่ว่างบริเวณหน้าต่าง

วันนี้ไม่ใช่วันนัดหมายส่งจดหมายนี่นา?

แตะแร่เพลิงอีกครั้งเพื่อให้เตาไฟหยุดทำงาน หยิบเชอร์รีจากตู้เก็บความเย็นมาเทใส่ถาดให้เจ้าวิหคมายา เติมน้ำเสร็จถึงไปแกะซองจดหมายอ่าน ภายในนั้นเขียนเพียงแค่ ‘กำลังถึงหมู่บ้านซือจี๋’

“....เถียนเถียน”

“บ๊อก!”

“ฝากดูแลอาหนิงหน่อยนะ อาหนิง เป็นเด็กดีรอแม่อยู่ที่นี่นะ แม่จะไปรับท่านป้าเหม่ยเหลียนคนดีของลูกมา”

“ขอรับ!”

เห็นบุตรชายขานรับอย่างแข็งขันจึงเดินออกมาจากเรือนโดยไม่กังวล ยกมือโบกทักทายชาวบ้านมายืนรออยู่หน้าทางเข้าหมู่บ้านที่ต้องเดินออกมาราวครึ่งเค่อจึงเจอถนนสายหลัก มองซ้ายมองขวาเสียนานจนได้ยินเสียงฝีเท้าม้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆใบหน้าที่แย้มยิ้มพลันมืดทะมึน

ให้ตาย...

มารับเพื่อนดันเจอโจทก์เก่าเสียอย่างนั้น!!!

ไ-อลูกเต่าบัดซบเฉียนเพ่ยจวิน!!!!

อาชาศึกสีดำหยุดลงเบื้องหน้า ขบวนทหารข้างหลังเองก็หยุดตามเช่นกัน บุรุษผู้อยู่บนหลังม้าสวมใส่เกราะเยี่ยงทหารคนหนึ่งทว่ามันดูมีเอกลักษณ์มากกว่า เกราะดำกับผ้าคลุมสีแดง ผมสีดำมัดรวบด้วยกวานสีเงินติดพู่สีแดง ใบหน้าคมสันเรือน ผิวออกสีน้ำผึ้ง คิ้วขมวดมุ่งยามจ้องหน้าเธอไม่น้อย

อืม ก็สมแล้วอ่ะนะที่เป็นแม่ทัพใหญ่ของแคว้นฉี

ดิฉันขอยอมรับค่ะพ่อคุณ คุณหล่อเหลาสมเป็นเอกบุรุษจริงๆ แต่หล่อแล้วโง่แบบนี้ก็ไม่ไหวนะ โชคดีอิ๊บอ๋ายเลยเจ้าค่ะที่ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือกลายเป็นเมียเก่าหมอนี่มาก่อน เป็นเพื่อนวัยเด็กก็พอแล้วจริงๆ

แต่เป็นเพื่อนวัยเด็กมันก็ยังไม่เชื่อ นึกแล้วหงุดหงิดยิ่ง!!!

“มิคิดว่าผู้น้อยจะได้มีโอกาสพบหน้าท่านแม่ทัพใหญ่อีกตรา มิทราบว่าคิดถึงสหายวัยเยาว์เช่นข้าหรือเจ้าคะถึงได้แวะมาหา”

เน้นๆย้ำๆไปเลย!!

“หึ! ข้ามิคิดถึงสตรีจิตใจต่ำช้าเช่นเจ้า การมีเจ้าเป็นสหายวัยเยาว์ถือเป็นความอัปยศยิ่ง!”

“เจ้าค่าาา” ขานรับเสียงยานๆ “ข้าเองก็คิดว่าการมีเจ้าเป็นสหายวัยเยาว์ถือเป็นคนโง่งมโดนสตรีหลอกง่ายเช่นนี้เป็นเรื่องน่าอับอายเช่นกัน”

“เจ้า!!!”

“เก็บสายตาท่านไปด้วยหากจะพูดแค่ว่าเจ้าๆนะเจ้าคะ ข้ามารับสหาย มิคิดสนใจท่านแม้แต่เสี้ยววิ”

เฉียนเพ่ยจวินมองหน้าเลี่ยงหลิงราวกับเห็นผี มิคิดว่านางจะต่อปากต่อคำเช่นนี้ มือกุมบังเหียนอาชาของตนเสียแน่น กุนซือคนสนิทเห็นเช่นนั้นเป็นอันยกพัดขึ้นปิดปาก ลอบหัวเราะจนโดนท่านแม่ทัพหันไปมองค้อนใส่เสียจนหยุดหัวเราะแทบไม่ทัน ก็มันตลกนี่จะให้ทำยังไงเล่า

เลี่ยงหลิงที่ชะโงกหน้ามองขบวนทหารอยู่เสียนาน ครั้นเห็นกุ้ยเหม่ยเหลียนถูกบ่าวรับใช้ประคองลงมาจากเกวียนที่มีทหารคุ้มกัน

“เสี่ยวเหลียน~”

เธอละทิ้งความสนใจจากแม่ทัพบัดซบวิ่งไปหาสหายผ่านทางจดหมาย แต่เป็นอันต้องชะงักเพราะมีทหารออกมากันตัวนางไว้ คิ้วขมวดมองนายทหารนั่นด้วยความไม่พอใจ

และเหมือนทหารนั่นจะไม่กล่าวอันใด จ้องเธออย่างไม่เป็นมิตรเช่นกัน

“แม่นางกุ้ยเป็นฟูเหรินรองของท่านแม่ทัพ เจ้าเป็นเพียงสตรีชาวบ้านควรรู้จักรักษากิริยามารยาทไว้เสียบ้าง”

“อือฮึ แล้วไงรึ?”

“นี่เจ้า!!!”

“ติดนิสัยเจ้าเต่าโง่งมเพ่ยจวินมาหรือไรถึงได้เอาแต่พูดว่าเจ้าๆน่ะ”

“อุ๊บ! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

คราวนี้กุนซือหงหลุดหัวเราะออกมาโดยไม่เกรงใจใคร มันกลั้นไม่ไหวแล้วจริงๆ เลี่ยงหลิงคร้านจะสนใจนายทหารนั่นเดินไปหากุ้ยเหม่ยเหลียนทันที ยอบกายลงเป็นการทักทาย กุ้ยฟูเหรินเองก็ยอบกายตอบเช่นกัน

“ได้พบกันเสียทีนะเจ้าคะเสี่ยวเหลียน”

“เช่นกันเจ้าค่ะคุณหนูหยาง.. ม ไม่สิ ตอนนี้ข้าต้องเรียกหยางฟูเหรินสินะเจ้าคะ”

“เรียกเสี่ยวหลิงเหมือนในจดหมายเถิด มาเร็ว อาหนิงรอเจ้าอยู่ที่จวน”

“เจ้าค่ะ...”

เลี่ยงหลิงเดินนำไปยังหน้าขบวนหวังจะพากุ้ยเหม่ยเหลียนเดินเข้าไปในหมู่บ้าน ตัวบ่าวรับใช้ของกุ้ยฟูเหรินช่วยยห่อผ้ามา จะขอให้พาเข้าไปก็คงมิดีเท่าไหร่นักเพราะในเกวียนเต็มไปด้วยอาหาร เพียงนางเอ่ยขอตามมา เขากลับไล่ให้นางไปขึ้นเกวียน หากถึงจุดหมายต้องลงเดินเท้าเองไม่มีใครคุ้มกันให้ทั้งสิ้น ตัวกุ้ยฟูเหรินเหลือบมองสามีเล็กน้อย ทว่าแววตาของแม่ทัพเฉียนผู้เป็นสามีกลับมองมาด้วยความรังเกียจ ดวงตากลมโตฉายแววหม่นหมอง หากมิรักเหตุใดจึงเก็บข้าวของที่นางมอบให้ไว้ข้างกายกัน นางมิเข้าใจเอาเสียเลย...

เลี่ยงหลิงเห็นสหายทำหน้าเศร้าแล้วอยากเรียกไป๋ไป๋มาตะปบเจ้าเต่าโง่นี่เสียเหลือเกิน!!!

“สตรีชั่วช้าย่อมสนิทกับสตรีชั่วช้า”

อยากตายจริงๆใช่หรือไม่เจ้าเต่าโง่นี่!!! นายทหารหลายคนก็เหมือนจะพยายามพูดแต่เหมือนจะไม่มีใครกล้าพูดขัดขึ้นเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นถึงแม่ทัพ เป็นผู้นำของพวกเขา ตัวกุนซือหงหยุดหัวเราะถอนหายใจแทนเสียอย่างนั้น

“เพ่ยจวิน เจ้าพูดจาทำร้ายจิตใจฟูเหรินรองตัวเองมากไปกระมัง”

“นั่นเพราะนางทำตัวเอง” ตอบกลับอย่างไม่แยแส

“อือ สมแล้วที่โง่ โดนยัยหลี่เสี้ยวบัดซบนั่นเป่าหูมาซะเยอะล่ะสิ” พูดด้วยน้ำเสียงไม่ดังไม่เบาเกินไป แน่ล่ะว่าอย่างไรต้องได้ยิน

นั่นไง หันมามองตาขวางแล้วนั่น

“เจ้ากล้าดีอย่างไรว่าเสี้ยวเอ๋อร์!!! นางคิดถึงเจ้าเป็นห่วงเจ้าจนล้มป่วย นี่หรือการตอบแทนความรักความเป็นห่วงของสหายเจ้ากันหยางเลี่ยงหลิง!!!”

“เหอะ!! เป็นห่วงหรือ นางเป็นห่วงข้าจริงหรือ” เงยหน้าจ้องอีกฝ่ายกลับอย่างไม่หวั่นเกรง “สตรีจอมหลอกลวงที่นำเรื่องของข้าไปปล่อยเป็นข่าวลือสร้างความเสื่อมเสียให้ข้าเช่นนั้นข้ามิขอนับเป็นสหายอีกต่อไป!! สหายของข้านับจากนี้มีเพียงเสี่ยวเหลียน! ฟังแล้วจดจำแล้วนำไปบอกยัยจิ้งจอกนั่นด้วยเล่า!!!”

“เจ้า!!!”

“บอกแล้วไงว่าถ้าพูดแต่เจ้าแล้วคิดไม่ออกว่าจะด่าอะไรก็ไม่ต้องพูดเจ้าเต่าโง่บัดซบ!!!!”

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

นายทหารทั้งหลายไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมากล่าวสถานการณ์ตรงหน้า แม่ทัพใหญ่ทะเลาะกับอดีตคุณหนูใหญ่สกุลหยาง คุณหนูใหญ่สกุลหยางกลายเป็นสตรีปากจัดราวแม่ค้าในตลาด กุนซือหงผู้รักษาความสง่าทุกเมื่อกลับหลุดหัวเราะเสียงดังเพราะเห็นแม่ทัพใหญ่ลำบากใจ...

....

เช่นนั้นพวกเขาควรเงียบๆไว้จะดีที่สุดกระมัง

“ฮ่าๆๆๆ เพ่ยจวิน เจ้าอย่าไปต่อว่าคุณหนูหยางเช่นนั้นเลย อย่างไรนางก็เป็นสหายวัยเยาว์ของเจ้ามาก่อน” กุนซือหงกล่าว

“เหอะ!!”

สะบัดหน้านักขอให้คอเคล็ดเข้าสักวัน!! เลี่ยงหลิงแอบสาปแช่งในใจ เงยหน้ามองกุนซือหง จากในความทรงจำอีกฝ่ายก็นับว่าเป็นคุณชายทว่าน่าเศร้าที่ครอบครัวโดนสังหารจนสิ้น นายท่านเฉียนบิดาของเจ้าเต่าโง่นี่จึงรับมาเลี้ยง มีบ่อยครั้งที่เลี่ยงหลิงยืนสนทนากับเขา ทว่าส่วนใหญ่คือเล่นหมากล้อมกัน

“มิได้พบกันนานเลยนะเจ้าคะกุนซือหง” นางยอบกายให้อีกฝ่าย

ไม่คิดทำให้เจ้าเต่าโง่นี่หรอกหากไม่ฉลาดเสียที จรัมไว้!!!

“มิพบกันนานเลยหนาหยางฟูเหริน หมู่บ้านของท่านอยู่แถวนี้หรือ”

“เจ้าค่ะ เดินเข้าไปเพียงครึ่งเค่อก็ถึงหมู่บ้านข้าแล้ว”

“ดียิ่ง นี่ก็ใกล้ค่ำแล้ว พวกเราแวะไปพักที่หมู่บ้านท่านได้หรือไม่”

“หงหลิง!!!!”

“อย่าเครียดนักเลยอาจวิน ที่เราต้องไปจัดการอสูรนั่นอยู่ใกล้ๆนี่เองไม่ใช่หรือ พรุ่งนี้ออกเดินทางตั้งแต่ยามเหม่าก็ไม่เห็นเป็นอะไรจริงหรือไม่หยางฟูเหริน”

มันก็ไม่เป็นอะไรจริงๆนั่นแหละ

แต่เห็นหน้าเจ้าเต่าเพ่ยจวินนี่แล้วมันน่า....

“ย่อมได้แน่นอนเจ้าค่ะกุนซือหง ข้ามิรังเกียจที่จะต้อนรับผู้มาเยือนหมู่บ้านข้า หากแต่...ท่านแม่ทัพคงมิต้องการเท่าใดนัก เอ๊ะหรือว่า...ท่านแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรหวาดกลัวหมู่บ้านเล็กๆของข้าหรือเจ้าคะ”

นั่น กุนซือหงตัวสั่นยกมือปิดปากเช่นนั้นกลั้นขำใช่หรือไม่

“ใครกลัวกัน!!!!”

“ถ้าเช่นนั้นพักที่หมู่บ้านข้า...”

“ย่อมได้!!!! คืนนี้พวกเราจะไปพักที่หมู่บ้านนางแล้วออกเดินทางยามเหม่า ได้ยินหรือไม่!!!”

“ขอรับท่านแม่ทัพ!!!”

ยุง่ายดีแท้ ยุง่ายแบบนี้ถึงได้หูเบาล่ะสิเจ้าโง่เอ๊ย...

“ป่ะเสี่ยวเหลี—“ “เสี่ยวหลิงงงงงง!!!!!!

เสี่ยงตะโกนเรียกชื่อดังเสียจนแทบสะดุดอากาศ หันไปมองเป็นท่านลุงกวางวิ่งตาตื่นมา ครั้นเห็นทหารยิ่งหน้าซีดตกใจหนักกว่าเดิม ฉันส่ายหน้าเล็กน้อย สงสารท่านลุงกวางนิดหน่อยแฮะที่ต้องมาเจอทหารพวกนี้

เดี๋ยวนะ.... ท่านลุงกวางขึ้นเขาไปกับเจินเจินมิใช่หรือ!?

“ท่านลุงกวางเกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ!! เหตุใดถึงวิ่งตาตื่นมาเช่นนี้กัน! ล แล้วเจินเจินเล่า!?” ละจากกุ้ยฟูเหรินวิ่งไปหาอีกฝ่ายเขย่าไปมา “สามีข้าเป็นอันใดหรือไม่! ท่านลุงงงง!”

“ไม่ๆๆ อาเจินไม่เป็นอันใด ปล่อยลุงก่อนนน!”

พอได้ยินว่าสามีปลอดภัยถึงยอมปล่อย ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ทว่า ทว่าสิ่งที่อาเจินล่าได้วันนี้มันประหลาดยิ่ง มันช่างอัปลักษณ์หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวเหลือเกิน หลังกลับจากการล่าลุงรีบวิ่งมาเรียกเจ้า พอทราบจากเสี่ยวหนิงจึงรีบมาหาหวังให้ไปดูร่างของอสูรตัวนั้น”

“อสูรรูปร่างประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวหรือ?” กุนซือหงเอ่ย

พวกเขาเองเดินทางมาจากเมืองหลวงหลังฝ่าบาทได้ฎีการ้องขอความช่วยเหลือจากนายอำเภอเมืองผิงเกี่ยวกับอสูรอัปลักษณ์ตนนั้น มันออกทำร้ายผู้คนสร้างความหวาดกลัว เหล่านักล่าอสูรต่างโดนมันฆ่าและถูกจับกินเสียหมด ไม่มีผู้ใดเคยพบเห็นจึงไม่ทราบระดับความสามารถของมัน นักล่าระดับสี่ยังมิอาจปราบได้แสดงว่าต้องขั้นห้า นั่นเป็นเหตุให้แม่ทัพเฉียนได้รับหน้าที่ในการเคลื่อนทัพไปจัดการอสูรตนนั้นที่เมืองผิง

ส่วนลักษณะของมันตามที่นายอำเภอเมืองผิงเขียนมาน่ะหรือ...

“ข ขอรับ อสูรตนนั้นช่างคล้ายแพะทว่ามีขนหนาม ฟันแหลมคมน้ำลายเป็นกรด สองหัว สองหาง ทว่าหัวหนึ่งของมันเละดุจดั่งซากศพ!”

ใบหน้ารอยยิ้มของกุนซือหงแข็งค้างหลังได้ยิน

....

ก็ลักษณะของอสูรตนนั้นเป็นตามที่ท่านลุงผู้นั้นกล่าวมิผิดเพี้ยน

ครั้นจะเอ่ยปากต่อว่าก็ไม่ได้เพราะงานชิ้นนี้ไม่มีผู้ใดรับรู้ หรือบางทีพวกเขาอาจกุเรื่องขึ้นมาหวังให้พวกเขาสนใจ กุนซือหงเหลือบมองหยางเลี่ยงหลิงเล็กน้อย นางสนใจแค่เพียงว่าสามีของนางปลอดภัยหรือไม่ อันว่าสตรีนั้นลืมเลือนความรักมั่นตั้งแต่วัยเยาว์ได้ยากนัก

แล้วเหตุใดถึงรักสามีชาวบ้านถึงเพียงนี้เล่าคุณหนูหยาง...

น่าสงสัยยิ่ง...

“เจินเจินปลอดภัยถือเป็นเรื่องดียิ่ง มาเถิดเสี่ยวเหลียน เจ้าด้วยบ่าวของเสี่ยวเหลียนนามซูซูใช่หรือไม่ ตามข้ามาเร็ว!”

“หยางฟูเหริน เหตุใดไม่ขึ้นหลังม้าไปเล่า น่าจะเร็วกว่ามิใช่หรือ”

เลี่ยงหลิงหันกลับไปมองกุนซือหง สลับกับเพ่ยจวิน “ขอบพระคุณในน้ำใจของกุนซือหงยิ่งเจ้าค่ะ ช่างดีต่อสตรีเช่นพวกข้ายิ่ง มิเหมือนใครบางคน

กุนซือหงตัวสั่นกลั้นหัวเราะอีกครา ในขณะที่เฉียนเพ่ยจวินใกล้จะพิโรธของจริง เขาดึงสายบังเหียนคว้าเอวของฟูเหรินรองที่เขาชิงชังควบนำเข้าหมู่บ้านโดยไม่สนใจคนเบื้องหลังไปเสียแล้ว เลี่ยงหลิงส่ายหน้าหน่ายๆก่อนวิ่งตามไป ซูซูเองก็วิ่งตาม กุนซือหงส่ายหน้านึกเอ็นดูก่อนให้ทหารคนหนึ่งพาซูซูขึ้นเกวียนแทน ส่วนเลี่ยงหลิงหรือ วิ่งนำลิ่วไปโน่นแล้ว

กุ้ยเหม่ยเหลียนตั้งตัวไม่ทันกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ยามนี้นางอยู่ในอ้อมกอดของฟูจวินของตน ถึงแม้ว่าจะทำไปเพื่อประชดประชันคำพูดเลี่ยงหลิง ทว่านางดีใจ ดีใจมากเหลือเกิน ดีใจจนขอบตาร้อนผ่าว ทว่านางจำได้ว่าเพ่ยจวินไม่ชอบเสียงร้องไห้ของนาง

หญิงสาวนพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้สุดความสามารถ

ไม่นานอาชาศึกของท่านแม่ทัพใหญ่หยุดลงหน้าทางเข้าหมู่บ้าน เขากระโดดลงมา ปรายตามองกุ้ยเหม่ยเหลียนเล็กน้อยก่อนเหลือบมองด้านล่าง นานเข้าใจได้ทันทีว่าคงต้องลงเอง

“ท ท่านแม่ทัพ... ข้า... ข้ามิเคยลงม้า....”

“.....ช่างน่ารำคาญยิ่ง”

นางเม้มปากเสียแน่น นางผิดหรือที่ไม่เคยขี่ม้าและลงม้าไม่เป็นเช่นนี้ เขาพูดเช่นนั้นก็ยังไม่ช่วยประคองนาง สุดท้ายกุ้ยฟูเหรินตัดสินใจกระโดดลงมาจนเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น ตัวเพ่ยจวินเองก็ไม่คิดว่านางจะกระโดดลงมาจริงๆ เขาผงะไปไม่น้อย ตามด้วยเสียงตะโกนด่า

“ไอ้เต่าโง่บัดซบเพ่ยจวินเจ้ากล้ารังแกเสี่ยวเหลียนได้ยังไงหา!!!”

เป็นเลี่ยงหลิงที่วิ่งมา ด้านหลังคือพวกทหาร

“ข้ามิได้รังแกนาง!!! นางโง่กระโดดลงมาเอง!!! แล้วกล้าดีเช่นไรเรียกข้าเช่นนั้น!!!” กล้าเรียกแม่ทัพว่าเต่าโง่เช่นนี้นางไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่!?

“ข้าจะเรียกแล้วมันจะทำไม!! หากเจ้าอุ้มนางลงมันก็จบแล้ว!!”

เลี่ยงหลิงรีบเข้าไปดูกุ้ยเหม่ยเหลียน ตัวบ่าวรับใช้ซูซูหลังได้ยินว่าคุณหนูของตนบาดเจ็บก็รีบกระโดดออกจาเกวียนมาหากุ้ยเหม่ยเหลียนโดยเร็ว น้ำตานองหน้า เหตุใดแม่ทัพใหญ่ถึงใจร้ายกับคุณหนูของนางนัก...

สหายของนางได้แผลไม่พอ ข้อเท้าเคล็ดอีก บัดซบ!

“หลิงหลิง!”

เหมือนเสียงสวรรค์มาโปรดก็มิปาน หันไปมองเห็นอีกฝ่ายกำลังวิ่งมาหา สภาพคือเต็มไปด้วยฝุ่นดิน ฮือออ สามีคนดีของหนูมาแล้ว!!

“เจินเจิน ช่วยนำทางท่านแม่ทัพใหญ่คนบัดซบนี่ไปหาซากอสูรนั่นเถอะ ส่วนข้าจะพาเสี่ยวเหลียนไปรักษา”

“อ อืม ได้สิ....”

“เหอะ เ—” “ส่วนเจ้า!!”

เลี่ยงหลิงยกนิ้วชี้หน้าเฉียนเพ่ยจวินก่อนอีกฝ่ายจะพูดจาโหดร้ายทำร้ายจิตใจสหายนางไปมากกว่านี้ ทำเอาเขาชะงักไปพอควร “หากจะพูดว่านางเสแสร้งก็ดูซะว่าเสแสร้งแกล้งทำหรือไม่!”

ว่าจบก็ถกชายกระโปรงให้เห็นข้อเท้าที่บวมช้ำ แม่ทัพหนุ่มยืนนิ่ง...

“จะโง่ก็โง่ให้มันมีสมองหน่อย!! ไอ้บุรุษตาต่ำเอ๊ย!!!”

เลี่ยงหลิงกับซูซูช่วยกันพยุงกุ้ยเหม่ยเหลียนขึ้น พยายามพานางเข้าหมู่บ้าน ชาวบ้านทุกคนต่างก็มองแม่ทัพใหญ่ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร สตรีทั้งหลายเข้าไปช่วยเลี่ยงหลิงประคองกุ้ยฟูเหริน เสี่ยวหลิงโกรธเช่นนี้แสดงว่าทหารจากเมืองหลวงไม่ใช่คนดีอย่างที่พวกเขาคิดไว้ แม้ว่าจะมีหินคุ้มภัยพวกเขาแต่ก็ยังคงหวาดระแวง

“ถ้าเช่นนั้น...ข้าจะพาพวกท่านไปดูอสูรตนนั้นขอรับ...”

ฮุ่ยเจินผายมือไปอีกทาง เขามิเคยเห็นฟูเหรินของเขาแสดงท่าทางเช่นนั้นมาก่อนจึงไม่ใคร่พอใจนัก เรื่องกุ้ยฟูเหรินเองก็ได้ยินมาจากภรรยาไม่น้อย เขาที่ทราบความจริงมาอดไม่ได้ที่จะมองด้วยแววตา...ค่อนข้างเวทนา

กุนซือหงเดินลงจากมือบังเหียนให้ทหารเดินมาหาสหาย ใบหน้าของอีกฝ่ายยังคงเรียบเฉยทว่าดวงตากลับฉายแววรู้สึกผิด

กระซิบเสียงเบา

“เจ้ากลายเป็นศัตรูต่อทุกคนในหมู่บ้านเสียแล้วอาจวิน...”

ขนาดตอนอยู่จวนอัครเสนาบดีกับจวนแม่ทัพใหญ่คุณหนูหยางยังไม่ด่าทอคนสาดเสียเทเสียถึงเพียงนี้มาก่อน ไม่เคยประชดใครถึงเพียงนี้ด้วย

อืม สหายของเขาคงโง่จริงๆนั่นแหละหนา...

 

 

 

 

 

◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌

เมื่อมีความรักอ่ะเนาะ ย่อมต้องเชื่อคนที่ตนรักโดยไม่ใช้เหตุผล

เดี๋ยวแม่ทัพก็ฉลาดเองแหละไม่ต้องห่วงนะเลี่ยงหลิง

ตอนนี้เจินเจินไม่ค่อยมีบทเยย พอมีก็โดนลูกชายแย่ง 55555

 

PS.แต่งฉากด่ากันไม่เก่งค่ะ ขออภัยด้วย

 

 

#ฟูจวินของข้าน่ารักเท่าโลก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 538 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

518 ความคิดเห็น

  1. #466 miyumiyu (@miyumiyu) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 20:36
    เสี่ยวเหลียนอย่าให้อภัยนังแม่ทัพโง่บัดซบนั่นง่ายนัก เอาคืนให้เข็ด!!!
    #466
    0
  2. #454 missprathumrat12 (@missprathumrat12) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 06:25
    เอาหนักๆเลยไรท์

    ฟาดให้พวกโง่นี่มันกะอักเลือดตายได้ยิ่งดี

    หมั่นไส้วุ้ย
    #454
    0
  3. #361 ลมรัก (@pong1976) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 22:34

    เราชอบนางเอกอ่ะชอบมาก

    #361
    0
  4. #131 Whanzaaaa (@Whanzaaaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 21:54
    นางเอกด่าสะใจเหลือเกิน 555
    #131
    0
  5. #49 nitafff (@nitafff) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 18:08

    อ๊าคคคคคคคสนุกมากกกก. อยากอ่านต่อแล้ววววววววววว
    #49
    0
  6. #37 Tia (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 00:02

    สนุกมากเลยค่ะ ขำตอนเลี่ยงหลิงด่าอีตาแม่ทัพมากเลยอ่านไปขำไปจนโดนถามเลยค่ะ มาต่อไวๆนะคะ

    #37
    0
  7. #36 ##@@ZINdear@@## (@DearDeaiwDream) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 23:54

    นี่คือไม่เก่งน้ะ ชอบคำมากกก โครตขำเลย5555555 เจ้าเต่าโง่บัดซบ!!!! 5555

    #36
    0
  8. #35 Nisa Nisa (@poo1978) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 21:07
    สนุกมาก ชอบปากนางเอก5555
    #35
    0
  9. #34 nittaya1990 (@nittaya1990) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 11:16
    ไรท์มาต่อเร็วๆนะคะกำลังสนุก
    #34
    0
  10. #33 saisai445 (@saisai445) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 09:25

    งือรอตอนต่อไปคะไรท์สู้ๆนะ
    เจินเจินออกมานิดเดี่ยวเอง
    #33
    0
  11. #32 Oommie_o (@Oommie_o) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 07:24

    ขอแนะนำได้มั๊ยคะ ถ้าไม่ถนัดแต่งฉากด่าทอ ลองใช้วิธีพูดแบบเสียดสี หรือว่าคำพูดอ้อมๆ แต่ยังคงพูดตรงๆแบบนิสัยนางเอกอยู่ ก็น่าจะพอใช้ได้มั้งคะ สู้ๆนะคะ

    #32
    1
    • #32-1 LuZiNtEaR (@luzintear) (จากตอนที่ 10)
      25 เมษายน 2563 / 14:25
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ~
      #32-1
  12. #31 wwwiisaaa (@ONE-s) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 06:48
    อาหนิงน่ารักมากเลยลูก แต่ว่านะยิ้มน้อยแล้ว อย่าด่าน้อยนะเวลามีคนมาทำร้าย อย่าให้เสียชื่อแม่5555/ ล้อเล่น!
    #31
    0