【Dungeon Master แล้วไง? ก็ฉันอยากเปลี่ยนที่นี่เป็นร้านบุฟเฟต์นี่!】

ตอนที่ 59 : บทที่ 6 ต้องบุฟเฟต์ให้มากกว่านี้!! ตอนที่ 51 สองปีช่างผ่านไปเร็วจริงแท้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    27 ต.ค. 63

บทที่ 6 ต้องบุฟเฟต์ให้มากกว่านี้!!

ตอนที่ 51 สองปีช่างผ่านไปเร็วจริงแท้

 

วันเวลาขับเคลื่อนหมุนเวียนเปลี่ยนผัน รู้ตัวอีกที ตอนนี้ก็ผ่านไปสองปีแล้ว ขณะนี้ดิฉันนางสาวสโนว์ ณ แฟนตาเซียกำลังนั่งเขียนไดอารี่ผสมวาดภาพปลากรอบ (...) อยู่ในห้องนอนหลังทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว อสูรทั้งสิบตัวก็นอนเรียบร้อย เรียกได้ว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมามีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปเยอะมากกกกกก มากมายมหาศาลเลยก็ว่าได้! ทั้งเรื่องดันเจี้ยน เรื่องความสัมพันธ์กับเหล่าคู่หมั้นคู่หมาย ฯลฯ

งั้นเริ่มจาก...เสื้อผ้าแต่งกายของฉันก่อนเลย

การแต่งกายเมื่อสองปีก่อนหลายๆ คนไม่มีใครว่าอะไรตอนออกไปข้างนอก พวกนักผจญภัยหญิงหรือพวกจอมเวทหญิงบางคนยังแต่งวับๆ แวมๆ มากกว่าที่ฉันแต่งเสียอีก

สาเหตุที่เปลี่ยนเหตุผลแรก สงสารอาหนิง อย่างที่ว่า ชาวชีน่าส่วนใหญ่แต่งตัวคล้ายหญิงสาวชาวจีนในอดีต แต่งตัวปกปิดมิดชิดไม่ให้เห็นต้นแขนหรือต้นขาเพื่อให้ดูน่ารัก งดงาม น่าปกป้อง เวลาไปชีน่าฉันก็แต่งตัวตามหลักจารีตประเพณีวัฒนธรรมของเขา แต่ชาวชีน่าเวลามานี่แล้วฉันออกไปทีไรต้องมีคนมองเหยียดตลอด

คือบั่บบบ!!! นี่ไม่ใช่ชีน่าไงคะคุณ!! ไม่ใช่เมืองของพวกคุณ!! อย่ามองว่าคนจากภายนอกต้องแต่งเหมือนประเทศคุณสิยะ! ปัจจุบันที่นั่นเขาก็ไม่เคร่งแบบพวกคุณแล้ว!!!

ยิ่งนึกยิ่งมอหอ (โมโห) !!

ดังนั้นเลยแต่งตัวให้เรียบร้อยขึ้น อย่างน้อยก็ไม่ได้โชว์ขาอ่อนแล้วนะ!

ชุดตอนนี้เลยเป็นคอเต่าสีดำเชื่อมกับตัวเดรสเกาะอกสีฟ้าติดระบายตัวกระโปรงสีขาวอมฟ้า ตัวแขนเสื้อพองๆ จากชุดเดิมปรับกำไลข้อมือให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันตอนทำอาหารแล้วส่วนแขนพองๆ นั่นไปโดน ถุงน่องสีดำ รองเท้าบูตส้นสูงสีขาวมีลวดลายสีฟ้า รองเท้าบูตข้างขวามีเชือกห้อยสีขาวอมฟ้าติดดอกไม้สีชมพู

น่ารักดีโดนใจสุดๆ ก็นะ สมกับฝีมือดีไซเนอร์สาวสวยเผ่าอารัคเน่ แห่ง ดันเจี้ยน อาเรีย ช่วยออกแบบจริงๆล่ะนะ

ส่วนอีกสาเหตุ คงเป็นเพราะพี่เมเดียนั่นแหละมาเล่าเรื่องวัฒนธรรมอีกโลกให้คุณอาริโอฟัง แล้วอีกฝ่ายก็มาเล่าให้ฟังอีกที

นึกแล้วก็ถอนหายใจพลางมือระบายสีตัวการ์ตูน

เรื่องต่อมาคือการนอน ตอนนี้โชเอย์อายุสิบสองเกือบสิบสามแล้วจึงให้ย้ายไปนอนคนเดียวบ้าง ส่วนสูงก็เกินฉันไปแล้วห้าเซ็น ก็เกือบร้อยเจ็ดสิบแล้ว นี่ขนาดอายุเท่านี้นะเนี่ย ในตอนแรกเจ้าลูกยักษ์ก็มีน้ำตาตก งอแง น้ำตาคลออ้อนไม่หยุด แต่ก็ต้องทำใจแข็งไว้ก่อน

ขอโทษนะโชเอย์ แม่ (?) ขอโทษ แต่แม่จำเป็นจริงๆ แอแง

นอกจากส่งเจ้าลูกยักษ์ไปนอนอยู่บ้านของอาหนิง ก็ขยับขยายบ้านอีกฝ่ายเป็นขนาดใหญ่ นั่นเป็นเพราะเผื่อแผ่ถึงอีกสามคนที่เหลือด้วย ฉันจะได้ไม่ต้องสร้างตึกเพิ่ม ห้องแต่ละคนก็แตกต่างกันไปตามสไตล์ของพวกเขาเอง ห้องเรียงตามฉลากตำแหน่งทำกันเองจึงไม่มีปัญหา ขนาดห้องก็เท่ากันทุกคน

ตอนนั้นลองเข้าไปดูห้องของแต่ละคน

ห้องของนิกซ์ไม่ต่างจากห้องนอนที่ตอนนั้นหลุดเข้าไป เรียบๆ ไม่มีของตกแต่งเยอะ เน้นพวกหนังสือ เน้นโทนสีเทา-ดำ จะมีตกแต่งก็โต๊ะมุมห้องจุดเดียวที่มีโทนสว่าง จัดแต่งค่อนข้างน่ารักอันเนื่องจากเป็นที่นอนของเจ้าเดรกไอซา อย่างน้อยสองปีก็ทำให้ความอายลดลง หอมแก้มยังพอหัวเราะคิกคักได้

แต่ถ้าโดนนิกซ์จุ๊บปากนี่....

....

อืม ก็ยังไปไม่เป็น ทำตัวไม่ถูกเช่นเคย

ต่อมาห้องของเวีย น้องเน้นโทนสีฟ้า-ขาว ของตกแต่งส่วนใหญ่นอกจากกองตุ๊กตาน่ารักก็เป็นแนวใต้ทะเล หลังจากเคลียร์ประเด็นในใจไปเมื่อสองปีก่อน เวลาโรงเรียนชั้นสามปิดเทอมทุกเดือนจะมีขอกลับไปบ้านเก่าสองสามวัน นอกจากได้ของตกแต่งมา ยังได้พลังกลับมา

นึกถึงตอนกลายร่างครั้งแรกจู่ๆ ใบหน้าก็เริ่มรู้สึกร้อนเล็กน้อย

วันนั้นจำได้รางๆ ว่าอีกฝ่ายกลับมาก็รีบมาหาบอกว่าไปฝึกมา อยากเปลี่ยนร่างให้เห็น ไ-อเราก็พยักหน้าหงึกๆ ด้วยความอยากเห็นเลยพาไปที่ห้องอาบน้ำ อันเนื่องจากต้องการน้ำล่ะนะ เมื่อเข้ามาในห้องอาบน้ำเขาลงไปนั่งขอบสระอาบน้ำ ร่างของเวียเริ่มทำการเปลี่ยนแปลง

ผิวกายซีดลงจนขาวเผือก ขาทั้งสองแปรสภาพกลายเป็นหางฉลาม ที่แขนขึ้นเกล็ดสีน้ำเงินบริเวณปลายโปร่งใส มีเหงือกบริเวณใต้แผงอก ครีบสีน้ำเงินบริเวณสะโพก และหูแทนที่ด้วยครีบสีน้ำเงินเช่นกัน ลวดลายสีฟ้าสว่างม้วนขดตามร่าง กรงเล็บสีน้ำเงินแหลมคม ผมยาวขึ้นจนถึงสะโพก บริเวณปลายผมกลายเป็นสีฟ้าอ่อน นัยน์ตาดูเฉียบคมน่ากลัวขึ้นเล็กน้อย

ฉลามน่ะเดิมทีมันไม่มีเกล็ด

ยกเว้นโลกนี้ มันมี...

ที่รู้เพราะได้สัมผัสจากหางของเวีย เกล็ดมันเล็ก บาง และนุ่มหยุ่นจนกลืนไปกับผิวหนังจึงทำให้ดูไม่ออกว่ามันมีอยู่บนร่าง ทั้งยังเป็นสีฟ้าสว่าง เวลาต้องแสงจะเป็นประกาย

พอเปลี่ยนเป็นอีกร่างแบบกึ่งมนุษย์ เท้าของเวียมีสีน้ำไล่ขึ้นมาจนถึงน่อง เล็กเท้าสีน้ำเงินยาว มีครีบติดบริเวณสะโพกและน่องขา

เพลงนี้ต้องมาแล้ว ดูดีๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกินนนนน~

นอกจากนี้ยังได้อสูรประจำธาตุเพิ่ม เจ้าม้าน้ำฮิปโปแคมปัสธาตุน้ำตัวน้อย แลนโซ ที่ว่ายตามติดเวียตลอดเวลา ขี้อ้อนมากด้วย แลนโซเป็นอสูรขั้นกลาง แข็งแกร่ง พูดไม่ได้นอกจากร้องฮี้ๆ

นึกแล้วอมยิ้มหัวเราะคิกคัก มือลงสีระบายเจ้าฮิปโปแคมปัสแลนโซที่กำลังทานสาหร่ายอย่างเป็นสุข

ต่อมาเป็นห้องของกิลเบิร์ต ห้องสไตล์อิตาลี แนวคลาสสิคเน้นเบาะสีแดง-ทองเป็นหลัก อืมมม... จริงๆ ก็เน้นความอลังการด้วยล่ะมั้ง ขนาดที่นอนของเจ้าสิงโตทมิฬไกเซอร์ของกิลยังยิ่งใหญ่ขนาดนั้น เรียกได้ว่าหรูหราหมาเห่าอ่ะ...

พูดถึงที่นอน เจ้าสิงโตเพลิงเนลของฉันเองก็ชักอยากจะทำที่นอนให้ คือตัวเท่าลูกแมว มันน่าจะแต่งตัวทำที่นอนเหมือนที่หลายคนชอบถ่ายลงไอจี แบบ น้อนแงวกับเจ้าตุ๊กตาฉลาม หรือน้อนแงวแบบทาร์ตผลไม้ น่าร๊ากกก~

ต่อมาคือห้องของโชเอย์ เป็นห้องเรียบๆ ไม่มีอะไรเท่าไหร่ เน้นหนังสือกับพวกอุปกรณ์ออกกำลังกาย อาวุธไม้ โทนสว่าง สีน้ำเงิน-ฟ้า

โอ้ใช่ มีตุ๊กตาคล้ายฉันด้วย เพราะยังไงเจ้าลูกยักษ์ยังมีงอแงบ้างเลยทำตุ๊กตาตัวแทนให้ไปกอดแก้เหงา จำได้ว่าวันแรกที่แอบมองคือเจ้าลูกยักษ์นอนกอดทั้งน้ำตา คือรู้สึกผิดหนักมากจริงๆ อ่ะ แต่ไม่ได้ มันต้องหนักแน่นเข้าไว้!!

ห้องสุดท้ายคือห้องของอาหนิง ห้องแนวจีนจ๋า ไม่มีอะไรแปลกแต่อย่างใด ก็สไตล์จีนย้อนยุคปกติธรรมดาทั่วไปเหมือนที่เคยไปเยือนจวน

ความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มๆ ยกเว้นนิกซ์ที่กล่าวถึงไปตอนแรกเรียกได้ว่ากำลังโอเค ตอนนี้เลิกกลัวกิลเรียบร้อย เข้าใจภาษาซึนจนอดแกล้งอีกฝ่ายไม่ได้เลย มันเป็นตาฮัก(น่ารัก)แต้ๆ!!

อืมมม อะไรอีกนะ อ้อ อาหนิงยังไม่ชินกับเรื่องหอมแก้มเท่าไหร่ เหมือนจะยิ้มปกติเวลาถูกหอม แต่แก้มกับหูงี้แดงระเรื่อเชียว

ส่วนเจ้าภูมิต้านทานหนุ่มหล่อจากสิบให้ไปสี่เลยตอนนี้สำหรับฉัน

ต่อมาเรื่องสุดท้ายที่จะพูดถึงคือดันเจี้ยนแฟนตาเซีย ณ บัดนาว หรือก็คือสถานการณ์ในตอนนี้นั่นเองงงง~

ว่าจบก็วางมือ หยุดเขียนสักแปบเพื่อวอร์มร่างกายบิดไปมาพลางกดเปิดเช็กค่าแต้ม DP และยอดที่ได้ในวันนี้

ค่าแต้ม DP ที่มีตอนนี้คือ 5,238

ตลอดสองปีที่ผ่านมาคือเก็บแต้มไปจนครบสิบล้านเพื่อเปลี่ยนหลักการเก็บค่าแต้ม เมื่อวานพอครบสิบล้านก็รีบทำการเปลี่ยนจาก [ความสุขในการกิน] เป็น [ความสุข] เฉยๆ เพื่อความสะดวกในหลายๆ อย่างอ่ะน๊า~

พอกดยืนยันการเปลี่ยนเท่านั้นแหละ จู่ๆ ค่า DP จากเหลือศูนย์ก็พุ่งพรวดกลายเป็นสี่แสนกว่าในพริบตาเลยเจ้าค่าเอ๊ยยยยย!!

มันเยอะมากถึงขั้นช็อกค้างจนเจ้านกสายฟ้าไมน์ใช้จะงอยคาบผมฉันเพื่อดึงเรียกสติ ดีนะไม่เผลออ้าปากค้าง ไม่งั้นแมลงวันบินเข้าปากแน่...

สรุปลำดับชั้นของดันเจี้ยนแฟนตาเซีย ณ ตอนนี้

 

[ชั้นที่ 1]

> ชาบู-ปิ้งย่าง

> ปิ้งย่างแบบหม่าล่า

> โรงอาหาร

ฝั่งไทย

>> [ก๋วยเตี๋ยว-ข้าวมันไก่] [ร้านอาหารตามสั่ง (ดังสุดก็กะเพราหมู/ไก่/กุ้ง/เนื้อกับต้มยำกุ้งไงล่ะ!) ] [ส้มตำไก่ย่าง] [เมนูยำ] [ข้าวขาหมู-ข้าวหมูแดง] [ผัดไทย-หอยทอด]

ฝั่งญี่ปุ่น

>> [ดงบุริ] [ราเม็ง-อุด้ง] [โอเด้ง] [มันเผา] [ยากิโซบะ] [ข้าวราดแกงกะหรี่] [ทาโกะยากิ] [ยากิโทริ] [ข้าวปั้นย่าง] [ข้าวกล่องเบนโตะ]

ฝั่งจีน/ชีน่า

>> [ติ่มซำ-ซาลาเปา] [บะหมี่ชนิดหนึ่งของจีน] [ไก่ยัดข้าว] [เมนูเกี๊ยว] [เจียนปิ่งซานตง (เป็นอาหารเช้าจีน คล้ายเครปแต่เป็นอาหารคาว) ] [เจียนปิ่ง (เครปหนาๆ ยัดไส้) ]

ฝั่งยุโรป

>> [สปาเกตตี] [ฟิชแอนด์ชิปส์] [ทาโก้]

เครื่องดื่ม

>> [เปปซี่] [โคล่า] [น้ำผลไม้] [น้ำแร่] [น้ำปั่น]

ของหวาน

>> [เครปร้อน-เย็น (ของไทย) ] [เครปร้อน-เย็น (ของญี่ปุ่น) ] [ไทยากิ] [สายไหม] [น้ำแข็งไส]

> พิซซ่าเดลิเวอรี่

> บุฟเฟต์พิซซ่า

> สเต๊กเฮาส์

 

[ชั้นที่ 2]

> คาเฟ่เบเกอรี่+ขนมหวาน

> ชานมไข่มุก

> สวนสนุกขนมหวาน

> ร้านบิงซู + ไอศกรีม

> ร้านขนมไทย+ขนมปังปิ้งไส้เยิ้ม

 

ชั้นสองนี่ไม่คิดจะเพิ่มเพราะแค่สวนสนุกขนมหวานก็กินพื้นที่ไม่ใช่น้อยๆ พอจะเขียนชั้นที่สามหัวสมองสั่งให้หยุดไว้ก่อนเปลี่ยนจากเลขสามเป็นเลขสี่ อันเนื่องจากว่าชั้นสามน่าจะต้องเขียนยาวกว่า

 

[ชั้นที่ 4]

> ซูเปอร์มาร์เก็ต

• [เครื่องสำอาง] [เสื้อผ้า] [หนังสือ] [อุปกรณ์] [ของเด็กเล่น] [อาหาร]

ไม่มีโซนเพิ่ม มีเพิ่มแค่ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ บางชนิดจัดวางหนึ่งเดือนแล้วเปลี่ยนผลิตภัณฑ์

 

สุดท้ายก็ [ชั้นที่ 3] ขอเริ่มจากรายชื่อประชากรและตำแหน่งคร่าวๆ ที่ฉันจำได้ก่อน สารภาพว่าคนเริ่มเยอะจนจำไม่ค่อยได้ จะคุยกับใครต้องแอบเปิดหน้าจอตรวจสอบว่าคนคุยด้วยชื่ออะไรก่อน ถ้ามั่วๆ เดี๋ยวหน้าแตกขึ้นมาจะอายหนักกว่าเดิม

....

ถึงจะแอบเด๋อเรียกชื่อผิดจนคนรอบข้างหัวเราะไปแล้วก่อนหน้านั้นก็ตาม!

เริ่มจาก

[หัวหน้าผู้ดูแลหมู่บ้าน] ลิซาร์ดแมน อากันฟา’

[หัวหน้าผู้ดูแลด้านปศุสัตว์] เผ่าออร์ค โจนัส’

[หัวหน้าผู้ดูแลด้านเกษตรกรรม] เผ่าโอลเกอร์ โทโย’

[หัวหน้าผู้ดูแลห้องแล็บ] สองพี่น้องฝาแฝดเผ่าโอลเกอร์ แฝดพี่คิมิกะ & แฝดน้องคิริกะ’

[หัวหน้าผู้ดูแลเบเกอรี่] ก็อบลินสาว ก็อบเอน่า’ โดยทำงานร่วมกับ [หัวหน้าปาตีซีเย] แฟรี่ขนมหวาน อลิซ’

[ช่างทำเสื้อประจำดันเจี้ยน] อสูรพันธะ อารัคเน่สาว อาเรีย’

[หัวหน้าผู้ดูแลน้ำผึ้ง+ควบคุมเหล่าผึ้ง] อสูรพันธะ ราชินีผึ้ง ควีน่า’

ตามด้วยประชากรที่เพิ่มขึ้นมาใหม่สองเผ่า เผ่าอันเดดหรือโครงกระดูกสเกลเลตัน เผ่านี้แยกแยะยากเย็นว่าเพศไหนอันเนื่องจากมีแต่กระดูก

จึงบังคับให้สเกลเลตันทุกตัวสวมเสื้อผ้าประจำเพศตัวเอง แต่ถ้าสเกลเลตันหญิงต้องการแต่งชุดคล้ายผู้ชายขอให้ช่วยติดดอกไม้ติดโบด้วยเพื่อป้องกันความสับสนในการเรียก

ในด้านชื่อเรียก เพศชายให้มีคำว่า (อู) ส่วนเพศหญิงให้มีคำว่า (อี) ตามหลัง

อีกเผ่าคือ เผ่าผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำเช่นเดียวกับนางเงือกและนายเงือก ต่างตรงการเรียกขาน

โลกภายนอกชื่อเผ่าวารี แต่หากเป็นมอนสเตอร์จะเรียกว่า เผ่าไซเรน’

หากจำแนกแยกแยะความแตกต่างของสองเผ่า เผ่าวารีจะมีความสามารถในการขับร้องอันงดงามชวนเคลิ้มฝัน ไซเรนก็ไม่ต่างกัน ต่างกันเพียงความสามารถในการขับร้องของพวกเขานั้นสามารถควบคุมผู้ฟังเหล่านั้นได้ นายเงือกจะแข็งแรงส่วนไซเรนชายจะอ่อนแอ กรณีพลังของเผ่าวารีคือน้ำและคลื่นเสียง เผ่าไซเรนคือคลื่นเสียงควบคุม ส่วนสาเหตุที่ต้องกลายเป็นมอนสเตอร์เพราะโดนขับไล่จากเผ่าวารี แม้เผ่าไซเรนจะลุกขึ้นสู้ก็พ่ายแพ้อยู่ดีทำให้ต้องมาอยู่ที่นี่

แล้วคือ...

ความรู้สึกแรกตอนอัญเชิญเผ่าไซเรนมาคือ...เครียด

เครียดถึงขั้นว่าจนกระทั่งตอนนี้ก็อดยกมือขึ้นกุมขมับไม่ได้ ถึงขั้นวางปากกามานั่งนวดขมับอีกแรงจ้า!

ค่าติดลบมากกว่าทุกคนที่เคยอัญเชิญมาเล๊ยยยยยยย!!!!

สาเหตุติดลบน่ะเหรอ...

เหอะ!! จะเพราะใครอีกล่ะนอกเสียจากไ-ออดีตดันเจี้ยนมาสเตอร์คนเก่าเจ้าปัญหาไงเล่า!!! เผ่าไซเรนของดันเจี้ยนนี้น่าสงสารยิ่งกว่าห้าเผ่าก่อนหน้าอีก!! ด้วยความเป็นไซเรนเผ่าพันธุ์ใกล้เคียงนางและนายเงือก ไซเรนชายกับหญิงต่างก็มีใบหน้าสวยสดงดงาม รูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม

พอได้ยินแบบนี้ใครๆ ก็คงพอเดาได้แล้วล่ะมั้ง

ใช่...

ไ-ออดีตนั่นใช้ตำแหน่งดันเจี้ยนมาสเตอร์บังคับให้ไซเรนมาเป็นนายกับนางบำเรอมันเจ้าค่าโว้ยยยยย!!!

และด้วยฐานะเจ้านายกับลูกน้องหรือทาสในสายตามัน พวกเผ่าไซเรนไม่สามารถปฏิเสธเรื่องนี้ได้ ทำได้แต่จำยอม!! แค่นึกถึงเรื่องนี้จากปากของอากันฟาก็เป็นเครียดอีกรอบ

โอ๊ยยย!!! นอกจากมันจะชอบปากดีปากเสียหาเรื่องไปทั่วยังมั่วโลกีย์อีก!!!!

เป็นเครียดค่าาาาาาาา!!!!

เฮ้ออออออ...”

ถอนหายใจด้วยความเซ็งจิต สถานะของเผ่าไซเรนตอนนี้ยังไม่ค่อยไว้วางใจแต่ค่าติดลบก็หายไปหมดหลังจากให้บ้าน งานสบายๆ ไม่มีการต่อสู้ ให้พวกเขาสามารถร้องเพลงได้โดยไม่ต้องกังวล เนื่องด้วยภายในดันเจี้ยนแฟนตาเซียทุกชั้นมีม่านบาเรียป้องกันเวทควบคุมอยู่พลังของเผ่าไซเรนจึงไม่เป็นผล

งานของเผ่าไซเรนตอนนี้ยังไม่มีเนื่องจากยังไม่ได้สร้างสวนน้ำ เลยให้ผลัดกันมาร้องเพลงในร้านอาหารเพื่อสร้างความสุนทรีย์ให้แก่ลูกค้าเท่านั้น

ถือว่าโล่งใจไปอีกเปลาะหนึ่ง

ส่วนปัญหาเล็กๆอีกเรื่องที่เกือบกลายเป็นปัญหาใหญ่คือไซเรนชายมักมาออดอ้อนฉัน!!

ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะว่าฉันมันสวยฉันมันเลิศ! แต่แค่ดูการกระทำพวกเขาก็รู้แล้วว่าแอบหวังอะไรบางอย่างไว้หรือไม่ก็กำลังทดสอบฉันอยู่ เผ่าไซเรนน่ะมีรักกับพวกต่างเผ่าได้ แต่จะไม่สามารถมีลูกด้วยกันได้ จะรักก็ต้องรักเผ่าเดียวกันหรือเผ่าวารีเท่านั้น

ตอนนั้นนึกดูแล้วมันก็ตลกดีนะ” หัวเราะคิกคักเบาๆ

ตอนคุณคู่หมั้นทั้งห้าของฉันมาเห็นพวกไซเรนชายกอดแขนสองข้างออดอ้อนเอาอกเอาใจนี่ดันเจี้ยนแทบแตก ดันเจี้ยนของนิกซ์กับกิลเบิร์ตตอนนั้นเล่นเอานักผจญภัยปางตายไปเลยทีเดียว...

เอาจริงก็ไม่เลวนะ ตู้มเดียวพวกนั้นไม่กล้าเกาะแกะเลย คอยพูดห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้จนเกินงามด้วย

เหมือนดัดนิสัยไปในตัว ประมาณนั้น ฮ่าๆๆๆๆ

ยิ่งนึกยิ่งขำ มือขยับวาดภาพประกอบอันล่าสุดลงไปจนเสร็จเรียบร้อย

สองปีที่ผ่านมาเมนูอาหารส่วนใหญ่ที่ฉันลองทำดูทั้งหลายแหล่มันไว้เป็นพวกของทานเล่นในร้านชาบู-ปิ้งย่าง อาหารที่ทำให้ทุกคนทานก็เป็นอาหารทั่วไปอย่างข้าวแกงข้าวผัดหรือเมนูไข่ บางทีขี้เกียจก็ให้บรรดาโกเลมน้อยของฟลอทำให้ทาน นั่งตรวจสอบดันเจี้ยน อ่านหนังสือในห้องสมุดเพื่อคิดสูตร ออกไปสอนคนในเมืองเจฟนาที่ร้าน Fortunette ออดเดทในฤดูหนาว

และก็วนแบบนี้ซ้ำเรื่อยปัยยยย(ไป)~

“เอ๊ะ พอคิดๆดูแล้ว... เมนูอาหารฝั่งยุโรปนี่ไม่ค่อยมีเลยแฮะ”

เปลี่ยนหน้ากระดาษกลับไปยังหน้าที่จดบันทึกร้านอาหารในดันเจี้ยนล่าสุด ขยับมือเปิดหน้าจอ ในโรงอาหารมีแค่สามร้าน ด้านนอกก็มีแค่พิซซ่าด้วย พอลองตรองดูดีๆแล้ว เหมือนว่าจะน้อยจริงๆนั่นแหละ...

....

ไม่ได้การแล้ว!!!

มีร้านบุฟเฟต์น้องแบบนี้ไม่ถูกหลักการของดันเจี้ยนน่ะสิ!! เราต้องเปิดร้านบุฟเฟต์ให้มากกว่านี้อีก!!!

 

 

 

 

◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌◌

อัพประเดิมไว้ก่อยยยย~

 

ก่อนหน้านี้เราไปไล่อ่านภาค 1 ของตนเองแล้วลิสต์อะไรไว้หลายๆอย่าง สรุปคือสโนว์ควรไปทางอาหารฝั่งยุโรปได้แล้วววว!!

 

เพราะตอนนี้ในหัวอิน้องมีแค่ไทย-ญี่ปุ่น-จีน มีแค่นั้นเลย 55555

 

อ้อ ที่หายไปนานช่วงนี้ไม่มีไรนะคะ

 

ก็แค่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง = ป่วย นั่นเองค่า~ 5555


**ยังไม่ได้แก้คำผิด**

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

764 ความคิดเห็น

  1. #742 cake08234 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 00:06
    อาหารยุโรปงั้นเหรอเราก็คิดไม่ออกเหมือนกันจะเป็นอะไรน้าา
    แต่ความจริงเราก็คิดว่าถ้าคุณไรท์เริมจากยุโรปแล้ว แล้วจะมีอาหารฝั่งเอเชียเช่นพวกเมียงเวียดนามหรือป่าว?
    #742
    0
  2. #740 Nura_Riku (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 12:40
    ไรท์จ๋า ฉลามในโลกจริงมันก็มีเกล็ดนะครับ แค่มันเล็กมากจนมองไม่ค่อยเห็นเฉยๆ
    #740
    1
    • #740-1 LuZiNtEaR(จากตอนที่ 59)
      27 ตุลาคม 2563 / 23:23
      จริงป่ะ!? เค้าพึ่งรู้เรื่องนี้ ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ 555555
      #740-1
  3. #652 Musumeji (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:02
    ฉันซื้อ e-book ไม่เปนนนน เศร้าใจ
    #652
    0
  4. #651 sunza987 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:59
    ปกสวยยยยยยย
    #651
    0