【Dungeon Master แล้วไง? ก็ฉันอยากเปลี่ยนที่นี่เป็นร้านบุฟเฟต์นี่!】

ตอนที่ 5 : [Re] ตอนที่ 4 ตัดสินใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 736 ครั้ง
    27 ม.ค. 63

บทที่ 1 ดันเจี้ยนมาสเตอร์&ซัมมอนเนอร์

ตอนที่ 4 ตัดสินใจ

 

ไม่ทันนกกระจอกจะได้ดื่มน้ำ

ณ ตอนนี้...

เวลานี้...

ดิฉัน...นางสาวสโนว์แห่งดันเจี้ยนที่สองซึ่งโดนผู้คนเมินเฉย....

ได้เข้ามานั่งอยู่ในห้องรับรองที่สองของ [คฤหาสน์ค้าทาส] แล้วเจ้าค่าเอ๊ยยยย!!!!!!!!!!

จู่ๆ ร่างกายก็เหมือนโดนดึงดูดเข้ามาในนี้ รู้ตัวอีกทีก็มานั่งแหม่ะอยู่ในห้องรับรองนี่แหละ! ห่วงเรื่องทาสอย่างที่ห้าเกินจนไม่รู้ตัวเลยงั้นเหรอเนี่ยเรา แถมห้องรับรองก็ค่อนข้างหรูซะด้วย

แต่ก็ยังไม่หรูเท่าที่พักใหม่ของเราล่ะนะ ฮิๆ

นั่งยิ้มกอดอกภูมิอกภูมิใจอยู่นานสองนาน เมดสาวสวยหูแมวกับมนุษย์ปกติคอยมาเสิร์ฟชากับขนมให้ ดูเหมือนว่าขนมของผู้ดีจะอัพเกรดขึ้นเล็กน้อย เป็นขนมเค้กธรรมดาๆ ราดน้ำผึ้งกับครีม

ดูเหมือนว่าตัวเค้กยังไม่ค่อยนุ่มละมุนเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เลวล่ะนะ

สักพักใหญ่บานประตูห้องเปิดออกพร้อมร่างของผู้ชายในชุดสูทดูดีมีภูมิฐานกับเมดอีกสองคนตามหลังเข้ามา

“ยินดีต้อนรับท่านสู่คฤหาสน์ค้าทาสของเรา กระผมมีชื่อว่าซาลเอฟโน คาอิน เจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้ครับ”

พระเจ้าคะ... หนูขอย้ำอีกครั้ง

ทำไมผู้ชายที่หนูเจอตอนนี้มีแต่คนหน้าตาทั้งนั้นเลย (วะ) คะ!!!!!!

คุณซาลเอฟโนนี่หน้าตาถือว่าหล่อเข้มคมคายเหมือนดาราฝรั่งขวัญใจมหาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งฉัน หล่อโคตรๆ เหมือน Oอล Oอล์กเกอร์ เลยนะคะ!!!!

ดูเหมือนว่านิ้วนางสวมแหวนแสดงว่าแต่งงานแล้ว ค่อยโล่งใจไปหน่อย ขออภัยนะคะคุณนายที่ดันไปหลงเสน่ห์คุณสามีคุณเข้าซะแล้ว

“สโนว์ค่ะ เป็นนักเดินทางจากต่างแดน”

โค้งให้เล็กๆ ถือว่าเป็นมารยาทที่ดีล่ะนะ ใจจริงก็อยากยกมือไหว้แต่กลัววุ่นวายถ้าไม่มีคนรู้ความหมายของการไหว้

เดี๋ยวนะ...

“แล้วห้องรับรองที่หนึ่งล่ะคะ...?

“อ้อ ห้องนั้นผมให้ลูกสาวเป็นคนคุยงานอยู่น่ะครับ ผมจึงมาห้องของท่านสโนว์ได้”

โอเค รู้อย่างนี้ค่อยยังชั่วหน่อย

นึกว่าจะได้รับสิทธิพิเศษอะไรจนต้องคิดมากซะแล้วสิ...

“ท่านสโนว์เป็นนักเดินทางจากต่างแดนสินะครับ พอจะรู้เรื่องทาสมากแค่ไหนรึครับ...?

“อ่า... ก็พอรู้ว่ามีทั้งหมด 5 แบบค่ะ..... คือ ฉันอยากรู้ว่าที่นี่เป็นแบบไหนด้วยก็เลยเข้ามาดูน่ะค่ะ...”

“งั้นเหรอครับ ถ้ายังไงผมขอพูดถึงนโยบายของคฤหาสน์ค้าทาสของพวกเราก่อนนะครับ นโยบายของเราคือ [ความจริงใจและความเชื่อถือคือที่รางวัลอันสูงส่ง] ครับ เพราะงั้นไม่ต้องกังวลว่าเราจะมีการหักหลังหรือหลอกลวงท่านแน่นอน”

.....ได้ค่ะ หนูจะเชื่อ ก็เลยยิ้มโลกสดใสขนาดนั้นให้หนูจะไปกล้าปฏิเสธได้ยังไงล่ะคะ ฮือออ...

“แน่นอนว่าพวกเรานั้นจะไม่ค้าขายทาสผิดกฎหมายเด็ดขาดครับ มันเป็นกฎประจำตระกูลที่มีมาช้านานแล้วเพราะบรรพบุรุษของผมเคยถูกจับเป็นทาสผิดกฎหมายมาก่อน จึงไม่อยากให้ที่นี่ต้องทำเรื่องเช่นนั้นเหมือนกับที่ท่านพบเจอ”

ได้ยินแบบนี้ก็ค่อยโล่งอกหน่อย โชคดีไป...

นึกว่าพวกค้าทาสจะเลวร้ายเหมือนในนิยายที่อ่านซะแล้วสิ

“ถ้ายังไงท่านสโนว์อยากเดินดูไหมครับ เผื่อสนใจทาสตนไหน”

“อ่า...ก็ดีค่ะ ขอบคุณนะคะคุณซาลเอฟโน”

“เรียกคาอินก็ได้ครับ”

โอย... ตายค่ะ ตายๆๆๆๆๆๆๆ หัวใจหนูเนี่ยแหละตาย!!!

รอยยิ้มนั่นเล่นซะเลือดลบไป -9999 เลยนะคะ!!

คุณคาอินพาเดินลงไปห้องใต้ดิน พอเดินลงมาเจอสี่ช่องทางเดินมีป้ายแปะเอาไว้ระบุว่าเขตไหนเป็นทาสแบบไหน ดูมีระเบียบดีมาก

“ทาสที่ถูกส่งมาที่นี่จะอยู่ในเขตคุมขังใต้ดินของคฤหาสน์ครับ โดยจะแบ่งออกเป็นสี่เขตด้วยกัน ทุกห้องขังจะมีที่นอนนุ่มๆไม่ต้องกลัวว่าจะนอนพื้นแข็งๆ ทั้งอาหารและน้ำก็มีให้พวกเขาครับ มีให้ครบทุกมื้อไม่ขาดไม่เกิน ส่วนเรื่องอาบน้ำและเสื้อผ้าเรามีเมดที่มีเวททำความสะอาดให้จึงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด ความสะอาดเราก็ได้รับการรับรองจากทางราชวงศ์ จัดให้อยู่ในระดับความไว้วางใจสูง”

ภาพที่เห็นคือเมดสาวประจำคฤหาสน์ก็คอยนำอาหารนำน้ำมาเสิร์ฟให้ กรงไหนป่วยก็จะหายาและช่วยดูแลให้

ทาสทุกคนที่ถูกส่งมาที่นี่ถือว่าโชคดีมาก...

ผ่านเขต [ทาสสงคราม] ไปโดยไม่มีปัญหา ถึงจะเป็นเชลยก็ยังดูมีความสุขและฝึกฝนร่างกายไม่ขาด

เขต [ทาสอาชญากรรม] มีหน้าตาโหดๆ เยอะเหมือน หลายคนฝึกฝนร่างกายไม่ก็สวดภาวนาพระเจ้าอยู่เหมือนสำนึกในบาปที่ตนได้ก่อไว้

เขต [ทาสขัดหนี้] คล้ายกับอีกสองเขต ต่างกันตรงนั่งอ่านหนังสือหรือทำงานที่ตนถนัดเพื่อไม่ให้ฝีมือตกลง เห็นว่าสินค้าที่พวกเขาทำจะถูกนำไปขายและนำมาหักหนี้สินที่ติดไว้

จนมาถึงเขต [ทาสรัก] โอ้โห... สมดังเซรากล่าวไว้ แต่ละคนคัดหน้าตามาอยู่เขตนี้จริงๆ ผู้ชายก็หล่อ ผู้หญิงก็สวยซะ ใครไม่หลงเสน่ห์จนซื้อไปก็บ้าแล้ว!!

“นายท่านคะ...!”

เมดสาวคนหนึ่งวิ่งมาเรียกคุณคาอิน ซุบซิบอะไรบางอย่าง อะไรอ่ะ อะไรๆๆ อยากรู้อยากเผือกอ่ะ! แต่จะทำยังไงให้ดูไม่จุ้นเกินไปดี...

“เอ่อ... มีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ?

“ปัญหาเล็กน้อยประจำคฤหาสน์น่ะครับ ไม่ต้องห่วง พวกเรารับมือได้ไม่ต้องกลัวครับ แล้วท่านสโนว์สนใจทาสตนไหนรึเปล่าครับ”

“อืม... ยังไม่มีหรอกค่ะ ทาสส่วนใหญ่ของคุณคาอินก็ดูมีความสุขดีด้วย ฉันแค่เข้ามาเพราะอยากรู้ว่าคุณขายทาสแบบที่ห้ารึเปล่าเท่านั้นเองค่ะ”

“งั้นเหรอครับ...”

ท่าทางดูอึกอักเล็กน้อย น่าสงสัยแฮะ...

“ท่านสโนว์สนใจจะไปดูห้องกรงขังพิเศษไหมครับ?

“ห้องกรงขังพิเศษเหรอคะ?

จู่ๆ ก็เสนอห้องพิเศษ แสดงว่ามันต้องมีประเด็นแล้วจริงๆ!

“ครับ ทางนี้...”

คุณคาอินพาเดินไปอีกทางหนึ่ง จนเห็นกรงขังที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวห่างไกล จากสี่เขตนั่น ตัวกรงที่หนาต่างกรงอื่นๆ

ก็ยังไม่น่าตกใจเท่ากับเด็กในกรงขังนั่น...

เด็กผู้ชายผิวแทนร่างกายผอมโซจนเห็นกระดูก ผมยาวสีขาวชี้ฟูปิดหน้าปิดตาแต่ยังคงเห็นเขาสีดำยื่นยาวออกมาจากหน้าผาก ตามตัวมีแต่รอยแผลเป็นเหมือนโดนเฆี่ยนมานับไม่ถ้วน ผ้าพันแผลบางจุดถูกฉีกกระชากจนเห็นเลือดซึม เสื้อผ้ามีแค่ผ้าพันเอว

ดูยังไงเด็กคนนี้ต้องเป็นทาสอย่างที่ห้านี่!!!???

ก่อนจะทักท้วงสิ่งใดเกี่ยวกับทาสอย่างที่ห้า คุณคาอินได้เล่าว่าเมื่อสองปีก่อนทหารของอาณาจักรห่างไกลออกไปที่เขาเคยนำทาสไปส่งให้ราชวงศ์ ได้พาเด็กคนนี้มาส่งให้เพราะได้ยินกิตติมศักดิ์เรื่องความดีงามในการค้าทาส

จากการสอบสวนพ่อค้าทาสที่นำเด็กคนนี้มาขายได้ใจความว่า ลูกยักษ์ตนนี้มีผมสีขาวต่างจากพวกยักษ์ตนอื่นจึงเปรียบเสมือเหมือนเป็นตัวซวยของหมู่บ้าน คนในเผ่ายักษาจึงทำการจับไปขายโดยที่เด็กน้อยไม่เต็มใจ

กรณีพวกพ่อค้าทาส พวกมันถูกจับและได้ต้องโทษประหารชีวิตเนื่องจากผิดกฎหมายมาหลายคดีและโดนหมายหัวจากหลายแห่ง

“ทั้งผมทั้งลูกก็พยายามช่วยรักษาเขา หาข้าวหาน้ำหาอาหารหาเสื้อผ้ามาให้ แต่เขาก็ไม่เคยยอมรับมัน ไม่ยอมกินข้าวกินน้ำแบบนี้มาสองปีแล้ว พอเอาอาหารมาให้ก็จะเขวี้ยงทิ้งทันทีครับ ยิ่งเสื้อผ้าก็ฉีกกระชากหมด”

“ที่คุณเมดวิ่งมาบอกก็คือเรื่องนี้สินะคะ...?

“ครับ ต้องขออภัยด้วยจริงๆ”

“ไม่ค่ะ ไม่เป็นไร”

มองเด็กชายในกรงนั่น อา... ถ้าฉันออกมาจากดันเจี้ยนทั้งที่ผมเป็นสีขาวโพลนเช่นนี้จะเป็นอย่างไรกันนะ ขนาดเด็กคนนี้ผมสีขาวยังหาว่าเป็นตัวซวย แล้วฉันเนี่ยจะไม่เป็นตัวมหันตภัยทำลายล้างโลกเลยเหรอ...

เห็นสภาพแล้วอดสงสารไม่ได้เลย...

“เวเล ถามคนอื่นซิ ถ้ามีเด็กน้อยเพิ่มอีกคนจะมีปัญหามั้ย”

‘ข้าขอตอบแทนเลยว่าไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใดครับมาสเตอร์’

“ถ้างั้นก็ดี คุณคาอินคะ เด็กคนนี้ราคาเท่าไหร่เหรอคะ?

“ครับ?

“ก็คุณคาอินอยากให้เด็กคนนี้มีความสุขใช่ไหมคะ เหมือนกับทาสคนอื่นๆ ตามกฎของตระกูลที่ไม่อยากให้มีใครต้องเจ็บปวดเพราะเป็นทาสแบบที่ห้าด้วยจริงมั้ย? เพราะงั้นสิ่งที่ฉันทำต่อไปนี้....ก็เพื่อความสุขของเด็กคนนี้ค่ะ แต่หลังจากเห็นแล้วก็อย่ารังเกียจหรือหวาดกลัวฉันเชียวนะคะ”

“ได้ครับ ถ้าเพื่อเด็กคนนี้ล่ะก็”

ฉันยิ้มให้คุณคาอิน ให้ตาย เป็นคนที่มีจิตใจดีซะเหลือเกิน อิจฉาคุณภรรยาจังที่มีสามีแสนดีแบบนี้...

ว่าจบก็ตกลงราคากัน เขาขายเด็กคนนี้ให้ในราคาแค่ 250,000 เนลเท่านั้น ฉันให้เพิ่มอีกหนึ่งล้านเป็นค่าปิดปาก จ่ายเงินเซ็นเอกสารตรงนั้น ก่อนที่คุณคาอินสั่งให้คุณเมดเปิดกรงให้ เขาเล่าว่าถ้าเป็นทุกทีจะเปิดเมื่อนำอาหารมาให้

แต่คราวนี้ไม่ใช่...

ฉันเดินเข้าไปในกรงนั้น ลูกยักษ์แสดงท่าทีหวาดกลัวหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่แผลเป็นทางกายที่ได้รับ แผลเป็นทางใจจากการกระทำของคนในเผ่าที่กล่าวหาว่าเขาเป็นตัวซวยเองก็เช่นกัน...

ฉันนั่งคุกเข่าอยู่แถวนั้นไม่เข้าไปใกล้มากเกินไป ไม่งั้นคงได้ตกใจหนีและทำร้ายแน่ๆ

เอาเข้าจริงก็กลัวนะไม่ใช่ไม่กลัว ก็อีกฝ่ายเป็นยักษ์ด้วยนี่นะ...

“อะแฮ่ม... ยินดีที่ได้รู้จักจ้า~ ฉันชื่อสโนว์น๊า แล้วเธอมีชื่อรึเปล่าเอ่ย~

ยิ้มหวานค่ะ

ยิ้มหวานเข้าไว้!

.....

แต่ก็ยังไม่มีคำตอบแบบนี้คงยังระแวงอยู่สินะ

คงต้องใช้วิธีนั้นแล้วล่ะ...

“ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันก็เป็นเหมือนเธอนะเป็นตัวประหลาดไง”

ว่าจบ...ก็รั้งตัวฮู้ดปิดผมลง!!

ไม่ต้องมองก็รู้ได้ว่าตอนนี้ทั้งลูกยักษ์และทุกคนในบริเวณนั้นต่างก็ตะลึงตึงงันกันอยู่ เพราะสีผมตอนนี้ของฉันไม่ได้เป็นสีดำ

แต่กลับคืนเป็นสีขาวเหมือนดังเดิม

ไม่พอ... สีตาสองสี งูบาซิลิกซ์ตัวจิ๋วคล้องคออยู่ด้วย!!

ไม่ช็อกก็ให้มันรู้ไป!

“เห็นมั้ย ฉันเองก็เหมือนเธอนะ ผมสีขาวนี้ ดวงตาสองสีนี้เป็นของจริงแท้ไม่ใช่ของปลอม ดังนั้นไม่ต้องกลัวหรอก ...อ้อใช่ ไม่ต้องกลัวเด็กคนนี้หรอกจ้ะ เขาชื่อเวเล เป็นอสูรอัญมณีที่ฉันอัญเชิญออกมาเอง”

ว่าจบเวเลก็ผงกหัวให้เล็กน้อย

อ๊ะ ท่าทางของลูกยักษ์ดูสงบลงเล็กน้อยแล้ว...

“ใช่ ไม่ต้องกลัว... มานี่สิ....”

ยื่นมือไปหาเด็กน้อยตรงหน้า เด็กน้อยยังคงกล้าๆ กลัวๆ แต่ก็พยายามเข้ามาหาฉันตอนนี้ดูน่ารักสุดๆ ...

จนกระทั่งมือผอมแห้งมีแต่รอยแผลเป็นวางบนมือ

มือเล็กนั่นสั่นเครือจนรับรู้ได้...

ฉันจึงกุมตอบกลับไปอย่างแผ่วเบา

อา... ช่างน่าสงสารจริงๆ ...

นั่นคือคำแรกที่คิดได้ ใครกันนะมันใจร้ายกล่าวหาเด็กคนนี้ ไม่มีจิตใจเลยรึไง ทำให้เด็กคนหนึ่งต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้ เพียงแค่มีสีผมแตกต่างยังโดนทำร้ายโดนรังเกียจมากมายเช่นนี้...

แล้วเกิดมาพิการนี่จะโดนหนักขนาดไหนกันนะ...

“....อ......ก......ะ”

ลูกยักษ์พยายามพูดแม้เสียงจะแหบแห้งจากการไม่ได้ดื่มน้ำมานานเป็นปี... เดิมทีคนเราขาดน้ำเกินเจ็ดวันตาย แต่เด็กคนนี้น่าจะกลัวเกินจนไม่กล้าไว้ใจพวกคุณคาอิน คงกลัวว่าหากตนกินอาหารหรือน้ำอาจจะโดนทำร้ายหรือเฆี่ยนต่อกระมัง...

“คุณคาอินคะ เด็กคนนี้มีชื่อมั้ยคะ? อายุเท่าไหร่ด้วย?

“ไม่มีหรอกครับ เห็นว่าตั้งแต่เกิดพ่อแม่ก็ตรอมใจตาย ส่วนอายุก็น่าจะราวๆ 7-8 ขวบน่ะครับ”

“เหรอคะ...”

ตรอมใจตายเพราะมีลูกผมขาวซึ่งเป็นตัวซวยของหมู่บ้าน

เฮ้อ... ความเชื่อนี่ก็นะ น่ากลัวจริงๆ

“ชื่อเหรอ... อืมมม...”

คิดไม่ออกแฮะ ชื่ออะไรดีล่ะเนี่ย?

 

วิ้งค์... หลังล่อลวง (?) เจ้าลูกยักษ์ได้สำเร็จ แต่เด็กชายร่างกายอ่อนแอเกินกว่าจะเดินไหวเลยต้องอุ้มแทน จังหวะออกมาจากคฤหาสน์ค้าทาสแล้วก็พาหลบเข้าตรอกแถวนั้นและใช้เข็มกลัดวาร์ปกลับมาดันเจี้ยน ถึงมีเครื่องวาร์ป สะดวกแค่ไหนก็ยังระแวง กลับก่อนค่ำมืดจะดีที่สุด ใจลึกๆ หวาดกลัวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นหากกลับดึก

....

ปัญหาเรื่องเงินที่อาจมีคนเห็นเงินที่ได้จากกิลด์แล้วเข้ามาปล้นนี่แหละ!!

‘มาสเตอร์!!!!!’

ไม่ทันขาดคำพวกเการ์รีบวิ่งมาหาหน้าเครื่องวาร์ปอย่างไวจนทำเอาเด็กน้อยสะดุ้งไปพอควร

“เดี๋ยวเถอะทุกคน ทำแบบนั้นเขาตกใจหมดแล้วนะ”

‘ผมสีขาวคล้ายมาสเตอร์จริงด้วย’ เจโลตอบขณะบินรอบๆ

‘สวยดี พวกข้าชอบนะ’ เซโลตอบ

‘พวกข้าด้วย’ ตอบพร้อมกัน

‘มาสเตอร์คิดชื่อให้เด็กคนนี้รึยังครับ...?

“ก็...ยังคิดไม่ออกน่ะ แต่เดี๋ยวพาไปอาบน้ำก่อนละกัน ไม่สิ เดี๋ยวต้องทำอาหารอีก งั้น...เการ์ช่วยพาเขาไปอาบน้ำได้มั้ย ฉันจะได้ไปเตรียมอาหารให้ทุกคน ถ้าอาหารยังไม่เสร็จก็ช่วยพาไปเดินดูรอบๆ หน่อยนะ อ้อใช่ คืนร่างเดิมได้นะ”

‘รับคำสั่งครับ’

สิ้นคำเการ์คืนร่างเดิม ร่างมิโนทอร์ตัวใหญ่สร้างความตกใจกับเด็กน้อยพอควร เกาะหนึบแบบนี้น่ารักเชียว

“ไม่ต้องกลัวเการ์หรอก เดี๋ยวหลังจากนี้ต้องอยู่ด้วยกันอีกนานเลยนะ ป่ะ ไปอาบน้ำจะได้มากินข้าวไง ไม่ได้กินตั้งสองปีคงหิวใช่มั้ย?

ที่ใช้เการ์เพราะจะได้ช่วยอุ้มไปห้องอาบน้ำและช่วยอาบน้ำได้ล่ะนะ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะกลัวรึเปล่าเลยให้เซราไปช่วยอีกแรง แล้วทั้งสองตนนั้นจะรู้ไหมนั่นว่าสบู่อาบน้ำขวดไหน

สุดท้ายต้องใช้ความสามารถส่วนหนึ่งของการเป็นซัมมอนเนอร์ด้วยการ [เชื่อมจิต] สอนวิธีและแนะนำว่าสิ่งไหนคือสิ่งไหนให้เวเลนำไปสอนทั้งสามตน ก่อนเดินเข้าห้องครัวพร้อมกับอสูรอีกที่เหลือ เด็กคนนั้นร่างกายยังไม่ค่อยดี ควรให้เป็นอาหารรสอ่อนก่อน พวกอสูรก็น่าจะกินจุด้วย

ประเด็นคือจะทำทันไหมเนี่ย?

“อื๋อ?

รู้สึกเหมือนมีอะไรมาดึงชายกระโปรงจนต้องก้มลงไปมอง ฟลอตัวน้อยดึงกระโปรง น่าร๊ากกก!

“มีอะไรเหรอฟลอ?

‘ข้า...ช่วย...ทันเวลา...’

‘ฟลอตั้งใจจะบอกว่าเขาสามารถช่วยท่านทำอาหารได้ทันเวลาครับมาสเตอร์’ เทมเพสต์ช่วยแปลให้อีกที

“ได้เหรอ!?

ฟลอพยักหน้า ก่อนที่จะวางเมล็ดบางอย่างบนพื้นประมาณสิบกว่าเมล็ดได้ เมล็ดพันธุ์เริ่มแตกหน่อ เติบโตกลายเป็นผลเท่าแตงโม ไม่ดิ มันใหญ่กว่านั้นหน่อย ลูกบอลชายหาดรึเปล่านะ จะว่าไปมันไม่เหมือนทั้งสองอย่างนั้นเลย...

มันเหมือน...ไม้อัดก้อนกลมซะมากกว่า

กระทั่งเจ้าไม้อัดก้อนกลมเริ่มขยับ มีแขนขางอกออกมาตัวกลมดิ๊กและมีเลขอยู่กลางท้อง!!

‘กิ๊ว~!’

พวกมันตะโกนร้องพร้อมกัน ท่าทางน่ารักน่าชังเหลือเกิน...

ฮือออ น่าร๊ากกกกก!!!

‘กองทัพ...เชื่อมจิต..ทัน...’

“ยอดเลย ขอบคุณมากจ้ะฟลอ~

ก้มลงไปอุ้มขึ้นมาจุ๊บเป็นรางวัลตอบแทน ตอนอธิบายน่ารักน่าฟัดเกินไปแล้วอ่า! สิ้นคำก็วางฟลอลงบนโต๊ะกลางห้อง

ไหนๆ ผู้ช่วยก็เพิ่มมาเป็นสิบแบบนี้ก็ต้องจัดหนักกับมื้อแรกในต่างโลกหน่อยล่ะนะ!!

แต่ก่อนจะได้ทำอะไรต้องอธิบายเรื่องครัวสมัยใหม่ที่หลายตนยังไม่รู้จักก่อนว่าตรงนี้คืออะไรตรงนี้เรียกว่าอะไรก่อนจะเกิดปัญหา ดีที่ทุกตัวเชื่อฟังง่าย ตรงไหนไม่เข้าใจก็ถาม ก่อนจะเชื่อมจิตผ่านฟลอมอบหมายหน้าที่กองทัพฟลอจิ๋วในการทำอาหารส่วนของอสูรกับลูกยักษ์

สามตัวแรกไปเตรียมเนื้อสั่นส่วนขนาดเนื้อสเต๊กหนึ่งชิ้น

สามตัวต่อมาให้ใช้ที่ทุบเนื้อทุบๆๆๆ ให้นุ่มขึ้น

สามตัวต่อมาทำหน้าที่ย่างโรยแค่เกลือกับพริกไทย

สามตัวต่อมาก็ให้หั่นเห็ด หั่นหอมใหญ่ เอ... อะไรอีกหว่า อ้อใช่! กระเทียมบดหยาบเสร็จก็นำไปปรุงซอสราด

และสามตนสุดท้ายมาเป็นลูกมือฉัน

“เอาล่ะเรียบร้อย ถ้าทราบแล้วเริ่มลงมือได้เลย!”

‘กิ๊ว~!’

กองทัพฟลอจิ๋วตะเบ๊ะท่าก่อนแยกย้ายกันไปทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดโดยไม่ผิดพลาด โดยมีฟลอช่วยคุมอีกทีหนึ่ง

“คนอื่นก็มาช่วยฉันละกันนะ”

‘ครับ!’

ไมน์กับเซโลช่วยบินและขนพวกวัตถุดิบตามที่ฉันสั่ง

เทมเพสต์ช่วยใช้ลมในการหั่นวัตถุดิบ

เจโลก็ช่วยยกจานชามมาเตรียมวางบนโต๊ะให้เรียบร้อย

คิดๆ ดู...ให้สัตว์ในตำนานโบราณมาทำแบบนี้รู้สึกแปลกๆ แฮะ...

เอาเหอะ ยังไงก็ทำไปแล้วนี่นะ ข้าวร้อนช้อนกลางน่ะดีที่สุดแล้ว!

ถึงจาที่ฉันเองก็ควรโชว์ฝีมือเหมือนกัน!

ด้วยเกียรติของ [เจ้าแม่แห่งไข่] ที่คุณป้าตั้งให้!

อย่างแรกที่จะทำก็คือแกงจืดไข่ตุ๋นร้อนๆ ที่คุณป้ามักจะทำให้ทานตอนอยู่ไทย ความลับคือฉันเป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น แต่จริงๆ ก็มีเสี้ยวจีน

เตรียมไข่สองฟองตอกใส่ถ้วยตีให้ขึ้นฟู ใส่ซีอิ๊วกับน้ำปลาเล็กน้อย ขณะทำอยู่ก็ชะงักไป พึ่งนึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นในหนังสือการ์ตูนทำอาหารสมัยเด็กตอนทำน้ำซุปอะไรงี้เขาใส่น้ำซุปจากปลาโอพันสาหร่ายลงไปด้วยรสเลยกลมกล่อม

ไหนๆ ในตู้สำหรับปลามีปลาโอด้วยแล้วเลยให้ฟลอจิ๋วทั้งสามตัวช่วยเตรียมให้ โลกนั้นปลาโอมันแพง โลกนี้มีก็ต้องกินให้คุ้ม!

แต่ที่นี่ไม่มีหม้อหุงข้าวเลยต้องใช้หม้อแทน เพื่อความรวดเร็วเลยใช้หม้อใหญ่ แต่ครั้นจะให้สาวข้าวในหม้อใหญ่แบบนี้ก็ไม่ไหวเลยต้องใช้ลมของเทมเพสต์ในการซาวข้าว และให้พิโอช่วยดูดน้ำออก

ซาวข้าวเสร็จก็ใส่น้ำซุปจากปลาโอกับสาหร่ายเติมเอาไป ตามด้วยเห็ดหอมกับเห็ดฟางหั่นเป็นชิ้น

‘มาสเตอร์ใส่นี่ด้วยสิครับ’

เทมเพสต์หยิบบางอย่างมาให้ ดูเหมือนจะเป็นก้อนอะไรบางอย่างดำๆ

แล้ว...มันคืออะไรอ่ะ?

‘เห็ดของโปรดของฟลอน่ะครับ มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่รู้จักมันเพราะรูปร่างมันดูน่าเกลียด แต่รสชาติมันดีมาก’

เห็ด...สีดำ... ไม่เหมือนเห็ดหูหนูด้วย... หรือว่า!!!

“ต [ตรวจสอบ] ..!!!”

<

ทำการวิเคราะห์

แบล็กทรัฟ: หรืออีกชื่อที่ต่างโลกเรียกว่า [เห็ดทรัฟเฟิลดำ] ส่วนเห็ดทรัฟเฟิลขาวเรียกว่า [ไวท์ทรัฟ] เห็ดที่มีกลิ่นเฉพาะตัว ในต่างโลกมีมูลค่ามหาศาล แต่สำหรับโลกนี้มันเป็นเห็ดไร้ค่าเพราะรูปลักษณ์ของมัน จึงเป็นอาหารที่ชื่นชอบของพวกภูติหรือมอนสเตอร์ในป่าเท่านั้น

> 

OMG!!!!!!!!

ของจริง เห็ดทรัฟเฟิลดำของแท้เจ้าค่า!!!!? พึ่งเคยเห็นของจริงตรงหน้าชัดๆ ก็วันนี้แหละ!!!!

แต่ก็ไม่รู้อยู่ดีว่าผสมใส่ข้าวแล้วหุงได้หรือไม่ เลยเอาไปล้างมาวางเตรียมไว้ขูดโรยหน้า

ระหว่างนั้นให้ฟลอจิ๋วเอาหม้อไปตั้ง ซึ่งไฟน่ะเหรอ...ก็ให้เนลเป็นคนช่วยเร่งความร้อนให้ข้าวสุกเร็วขึ้นล่ะนะ

เรียบร้อยก็วิ่งกลับมายกไข่ตุ๋นไปนิ่งให้สุก

พอสุกแล้วก็ใส่น้ำเติมเข้าไป

ตามด้วยผัก สมุนไพร สาหร่ายแห้งและเนื้อไก่สับละเอียดแล้วนำไปนิ่งต่อด้วยความร้อนจนน้ำเดือด

โรยด้วยกระเทียมเจียวเป็นอันปิดท้าย!

ต่อมาอีกเมนูทำทานง่าย ก็ต้องไข่เจียว ตอกไข่อีก 2 ฟองใส่ชามตีจนฟู ปรุงด้วยนม น้ำปลา กับซีอิ๊ว บิดมะนาวใส่เล็กน้อยจะได้ฟูๆ นิ่มๆ ใจจริงอยากใส่พริก แต่เดี๋ยวเด็กกินด้วยแค่ต้นหอมกับหอมใหญ่พอละ

ตีให้เข้ากันอีกที เทใส่กระทะที่ตั้งน้ำมันจนเดือด พลิกกลับไปมาแล้วตักใส่จานก็เป็นอันได้ไข่เจียวฟูๆ เพิ่มอีกที่!!

พอมองนาฬิกาติดห้อง ดูเหมือนว่าจะยังมีเวลาอยู่ งั้นอีกเมนูละกัน เดินไปหยิบปลากะพงตัวใหญ่ออกมาล้าง มันยังไม่ตายดิ้นพราดๆ จนเกือบหลุดตกจากมือหลายรอบ เอามาล้างทำความสะอาด กำจัดกลิ่นคาว จับโยนใส่กระทะ ทอดจนกลายเป็นสีน้ำตาลทองกรอบ

เอาผักกาดมารองบนจานก่อนนำปลาทอดมาวางทำให้ดูน่าทานขึ้น และต้องไม่พลาดกากกระเทียมโรยปิดท้ายอีกที

“จะว่าไป... ฟลอกับเซโลกินเนื้อได้รึเปล่าน่ะ?

ฟลอหันมามอง ก่อนส่ายหัวให้ ‘เซโล... ฟลอ...ไม่..ได้...’

แล้วทำไมไม่บอกกกกก!!!!

วิ่งไปเตรียมอาหารจานผักให้ แน่ล่ะ จานผักที่คิดออกก็มีแค่สลัดเท่านั้น เลยเอาสลัดแบบง่ายๆ ที่ชอบเห็นแม่กินบ่อยๆ ละกัน รีบวิ่งไปหยิบผักกาดแก้ว บีทรูท ข้าวโพด แครอท มะเขือเทศจิ๋ว กะหล่ำปลีม่วง และแอปเปิ้ล เอามาหั่น ฉีก ผสมรวมกันตามด้วยน้ำสลัดทั่วไป

ไว้มีเวลามากกว่านี้ค่อยมาผสมน้ำสลัดสูตรของคุณป้าละกัน!

รีบยกจานไปจัด ตักข้าวใส่จานขูดแบล็กทรัฟโรยปิดท้าย

“เรียบร้อย~!!”

‘กิ๊วว!!’ กองทัพฟลอจิ๋วโห่ร้องดีใจ พวกอสูรตนอื่นๆ เองก็ไชโยกันยกใหญ่ เฮ้อออออ... นึกว่าจะไม่ทันซะแล้ว!

“เดี๋ยวทุกคนรอก่อนนะ อย่าพึ่งกินเชียว”

‘กิ๊ว!’ กองทัพฟลอจิ๋วตะเบ๊ะรับคำสั่งอีกครั้ง

‘มาแล้วครับมาสเตอร์’

เสียงของเการ์เรียกให้หันไปมอง อุ้มลูกยักษ์เข้ามาในห้องครัว ฉันเองก็เดินไปดูเด็กน้อยที่สวมชุดนอน

‘ขออภัยด้วยครับมาสเตอร์ ข้าหาชุดของเด็กผู้ชายไม่เจอ จึงขอถือวิสาสะใช้เสื้อของมาสเตอร์’

“ไม่เป็นไรๆ ใช้ไปเถอะ เพราะฉันเองก็คงใช้ไม่หมดหรอก เดี๋ยวเสื้อตัวอื่นไว้ทำให้ตอนนี้ใส่แค่นี้ไปก่อนนะ”

ยิ้มให้อีกฝ่าย อย่างน้อยก็โชคดีไปนะที่ใช้ชุดนอนเรียบๆ ไม่มีลายการ์ตูนน่ะ ไม่งั้นจะกลายเป็นเด็กน้อยน่ารักตะมุตะมิหนักไปกว่านี้แน่

“เอาเป็นว่ามากินข้าวกันเถอะ”

ให้เการ์ช่วยอุ้มลูกยักษ์มานั่งข้างๆ ฉัน ก่อนจะกลับคืนเป็นร่างจิ๋วไปหยิบเนื้อย่างราดซอสเห็ดเข้าปากเคี้ยวแย่งกับอสูรตนอื่น ตอนแรกก็คิดว่าอสูรชั้นสูงคงจะไม่ชอบอาหารเรียบๆ เพราะเห็นเงียบไปสักพักใหญ่ ก่อนจะเปิดสงครามแย่งอาหารกัน

โชคดีที่ฟลอกับเซโลกินผักเลยไม่ต้องไปแย่งกับอีกแปดตัว...

เอาล่ะ ฉันเองก็ควรจะชิมฝีมือตัวเองด้วยเช่นกัน

“อื๋อ?

รู้สึกได้ว่ามีคนดึงเสื้อจนต้องหันไปมอง ดูเหมือนเด็กคนนี้พยายามสื่อสารอะไรบางอย่าง แต่พูดยังไม่ได้แบบนี้จะทำยังไงล่ะเนี่ย คงต้องเดาไปก่อนแฮะ

“มีอะไรเหรอ? หรือว่าไม่ชอบ...?

เด็กน้อยส่ายหัว

“มีของที่กินไม่ได้?

ก็ยังคงส่ายหัว...

อาหารพวกนี้ก็น่าจะทั่วไปนะ ถ้าจะติดปัญหาก็น่าจะเป็น

“เอ.... หรือว่าใช้ช้อนกับส้อมไม่เป็น?

เอาล่ะ คราวนี้เด็กเงียบก่อนจะพยักหน้า ตัวสั่นเครือเชียว

“ไม่เป็นไรๆ ไม่ต้องกลัวหรอก มานี่ เดี๋ยวช่วยสอนนะ”

ค่อยๆ สอนวิธีจับ ตักอาหารให้ แบบนี้ให้ความรู้สึกเหมือนมีน้องชายเหมือนกันแฮะ ไ-อเราก็ไม่มีพี่น้องซะด้วย

สอนเรียบร้อยก็ดูกระอักกระอ่วนไม่กล้าตักอาหาร จากระยะแขนกับเก้าอี้ที่ปรับให้สูงก็น่าจะตักถึงแล้วนะ? หรือว่ายังกลัวอยู่

งั้น กินโชว์เลยละกัน! เริ่มจากข้าวก่อนเลย!

ข้าวอบเห็ดโรยด้วยแบล็กทรัฟ กลิ่นหอมซะจนน้ำลายสอ ข้าวขาวอวบๆ หุงกับน้ำซุปเข้มข้น ตามด้วยเห็ดชิ้นโต ฮ่า... โคตรอร่อยเลย!!! แค่รู้ว่ามันเป็นเห็ดทรัฟเฟิลมันก็อร่อยไปหมดแล้ว!!!

ต่อมาแกงจืด ใช้ช้อนกลางตักใส่ช้อนก่อนซดดื่ม... น้ำซุปรสกลมกล่อมจากสมุนไพรหลายชนิด ไข่ตุ๋นนุ่มๆ แค่ตักก็เด้งดึ๋งไปมาบนช้อน สาหร่ายที่เปื่อยกำลังดี ไก่สับปั้นก้อนเนื้อแน่น

ไข่เจียวร้อนๆ นุ่มฟูกรอบกำลังดี อืม... แบบนี้น่าจะลองทำไข่ม้วนของญี่ปุ่นดูเหมือนกัน

ปลาทอดสีเหลืองทองชิ้นโต เนื้อสีขาวชุ่มน้ำกับหนังปลาทอดนี่แหละคือเยี่ยมที่สุด! ไม่สิ... ยังไม่เยี่ยมที่สุด มันต้องใส่บางอย่างเข้ามาช่วย อย่างเจ้าน้ำปลาพริกหรือพริกน้ำปลา ทำแยกเอาไว้ส่วนของตัวเองโดยเฉพาะ พริกหั่นแว่นชิ้นโตกับน้ำปลาเหยาะใส่ช้อนแล้วเอาเข้าปาก

“อื้มมมมม!! นี่แหละเดอะเบสต์!!!”

หลุดพูดออกมา จะมองก็ไม่สนแล้ว กินแบบนี้แล่ะแซ่บสะเด็ดสุดจะบรรยาย!

อา.. พรุ่งนี้หุงข้าว เอาปลาทอดฉีกใส่ตามด้วยน้ำปลาพริก คลุกๆๆ ให้เข้ากันดีกว่า!!

สลัดไว้ก่อนดีกว่า อยากลองกินโดยราดน้ำสลัดสูตรของป้าซะมากกว่า เพราะงั้นไปเมนูสุดท้าย จานเนื้อย่างราดซอสเห็ด เนื้อวัวที่ทุบจนนุ่มเมื่อหั่นออกเป็นสีชมพูเล็กน้อยระดับมีเดียมแรร์ น้ำของเนื้อก็ยังคงชุ่มปะปนไปกับซอส นุ่มจนเหมือนไม่ได้เขี้ยว

นี่ก็เยี่ยมยอด.... ให้ตายสิ น้ำตาคลอจนได้ รสชาติแบบนี้ทำเอาคิดถึงทุกคนจนได้ คืนนี้ได้ฝันถึงแน่เล---

งั่มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เสียงเคี้ยวดังกลบอารมณ์ดราม่าเมื่อครู่ไปซะสนิท เจ้าเด็กนี่ตักข้าวตักกับจิ้มเนื้อเข้าปากกินไม่ยั้ง ซัดหนักจนกองทัพฟลอจิ๋วช่วยไปทำมาเพิ่มให้กลัวจะไม่มีกิน

ไม่สิ ไม่น่าจะใช่คำว่า ‘ซัด’ น่าจะเป็นคำว่า ‘ยัด’ ซะมากกว่า

จะโกรธก็โกรธไม่ได้อ่ะนะ ก็เล่นกินไปน้ำตาไหลพรากๆ ไปแบบนี้โกรธไม่ลงหรอก ใจจริงอยากรีบคิดชื่อให้อยู่หรอก แต่ไ-อเราก็ใช่ว่าจะคิดชื่อเก่งขนาดนั้นด้วย นั่งกินไปพลางคิดชื่อไปพลาง

อือออ... อยากได้ชื่อที่มีคำว่ายักษ์ด้วยแฮะ

ครั้นจะตั้งชื่อว่า ‘ยักษ์’ แบบไทยก็กระไรอยู่ด้วย

แต่ดูจากสภาพของเด็กคนนี้ ดูยังไงชื่อที่เหมาะแล้วคิดออกก็ดันเป็นชื่อญี่ปุ่นซะด้วย จะว่าไป... ผมเด็กคนนี้สีขาว แถมกระเซอะกระเซิง... คล้ายกับตัวละครในอนิเมเรื่องหนึ่งที่ฉันชอบเลย

จำได้ว่าชื่อ...

 

โชเอย์

 

พูดชื่อที่ไม่รู้จักขึ้นมาจนทุกคนรวมถึงเด็กน้อยชะงักไปเช่นกัน ฉันหันไปมองอีกฝ่ายแล้วยิ้มให้

“ชื่อของนายไง”

“ช...อ...”

“ใช่แล้ว ชื่อ”

มองเด็กน้อยที่เริ่มร้องไห้หนักขึ้นจนต้อง ลูบหัวปลอบก่อนพูดขึ้นชื่อของเขาขึ้นมาอีกครั้ง ชื่อใหม่กับการเริ่มชีวิตใหม่

 

“ยินดีต้อนรับสู่บ้านใหม่นะ...โชเอย์คุง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 736 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

764 ความคิดเห็น

  1. #725 C_SanKun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 12:51
    https://image.dek-d.com/27/0859/7132/131019549


    ..จะ..จีเนียสสส
    #725
    0
  2. #635 arksouleve (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 22:55
    เลี้ยงต้อยไว้สอยตินโตนี่หว่า.... นี่มันฮาเร็มโชตะไหมนะ!!! o.0
    #635
    0
  3. #618 li-zhu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 00:28
    อ่านละหิวมาก แง๊
    #618
    0
  4. #338 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 08:25
    โชเอย์.....ทำไมนึกถึงเรื่องสไลม์ร่างหญิงใจชายหว่า.....
    #338
    1
    • #338-1 SleepyFrok(จากตอนที่ 5)
      7 กันยายน 2562 / 22:31
      นั้นสิ คิดเหมือนกันเลย55555
      #338-1
  5. #188 MrQm (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 12:16
    ตรงช่วงยกไข่ตุ๋นไปนึ่งมันกลายเป็นยกไปนิ่ง....
    #188
    1
    • #188-1 LuZiNtEaR(จากตอนที่ 5)
      27 มีนาคม 2562 / 12:41
      เดี๋ยวตามแก้ให้เน้อ ;w;
      #188-1
  6. #130 Clione (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 10:51
    น่ารักๆๆๆ
    #130
    0
  7. #10 LukiMemory (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 15:55
    มาต่อเร็วๆ
    #10
    0
  8. #9 Hisao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 12:11

    โอนิมารุ เอาซะผมนึกถึงเรื่องบลีชเลย
    #9
    1
    • #9-1 LuZiNtEaR(จากตอนที่ 5)
      5 พฤศจิกายน 2561 / 12:20
      จริงเหรอ ไม่ได้ดูบลีชอ่ะ 5555555
      #9-1