[Fic Magi]Truth of Destiny {NL}

ตอนที่ 61 : 47 : แสงสว่างแห่งความหวัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 461
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    21 ก.ย. 59

 




 

[ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจักรวรรดิโคว]

ตูม!!!!! เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วทุกบริเวณเหนือน่านฟ้าในเขตจักรวรรดิโคว ร่างของคนทั้ง 7 ในภูษาเวทย์ต่างฟาดฟันเหล่าจินสีดำเพื่อไม่ให้หลุดออกไปนอกอาณาเขตมากเกินไปกว่านี้ ด้วยความสามารถของดันทาเลี่ยนในการเคลี่อนย้ายพวกจินที่คิดจะไปในทิศทางอื่นกลับมาไว้ยังทางทิศที่พวกตนอยู่

“มาเลยไ-อพวกจินจอมปลอม!” เฟอิซาง้างธนูขึ้นสายน้ำรวมตัวกันขึ้นกลายเป็นห่าฝนเข็มจำนวนมหาศาล เมื่อยิงธนูดอกหลักกลับแยกเป็นนับสิบๆดอกพุ่งเข้าใส่พวกจินสีดำพร้อมกับห่าฝนเข็มตามเข้าไปย้ำจนระเบิดไปหลายสิบตัว

“ทำไมเธอถึงรู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นล่ะเฟอิซา!” โคฮาตะโกนถามพลางตวัดเคียวตัดร่างพวกมันเป็นสองส่วน

“ก็ไม่ได้อยากยอมรับนะ!” สร้างธนูวารีขึ้นมา “ยัยพระจันทร์บ้านั่นมาบอกน่ะสิ!!

“พระจันทร์? ....ท่านเซลีนีสินะครับ” โคเมย์ตวัดมือเคลื่อนย้ายพวกจินที่จะไปอีกทิศให้กลับมาที่เดิม

 

**************

 

[ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจักรวรรดิโคว]

“ฮ่าห์!!!!

ฉัวะ!!!! ดาบในมือของคีราฟันจินสีดำจนแยกออกเป็นสองส่วน คีราในยามนี้อยู่ในชุดภูษาเวทย์มาร์โชซิอัส กลางหน้าผากคือดวงตาที่สาม ถือครองดาบ 2 เล่ม มีปีกและหางคล้ายงูพิษสีดำ ตามตัวเต็มไปด้วยขนสีดำ กางเกงขาพองสีดำทับด้วยผ้าพัดเอวสีดำคาดด้วยเข็มขัดสีทอง ส่วนเท้ากลายเป็นเหมือนกรงเล็บ

ผมสีชมพูของเมลกลายเป็นสีน้ำเงินยาวสยายรวบด้วยเครื่องประดับสีทองแยกเป็นสองข้าง สวมที่คาดหน้าผากสีทองตรงกลางคือดวงตาที่สาม เกาะอกสีขาวยาวแหวกสองข้างขอบสีฟ้าทับกระโปรงสีฟ้าใสเป็นคลื่นน้ำภายในคาดเข็มขัดสีทอง  ตามตัวเต็มไปด้วยเครื่องประดับสีทอง ปิ่นปักผมกลายเป็นตรีศูลสีทอง

“พี่คะทางด้านทิศ 3 นาฬิกา!” บินไปชนหลังกับพี่ชายตนเอง

“เข้าใจแล้ว” ชักดาบอีกเล่มออกมาจากฝักดาบข้างเอว “ไม่ว่าจะยังไงก็ห้ามให้พวกมันเหลือรอดออกไปจากจักรวรรดิโคว... เข้าใจนะเมล”

“ค่ะ!!” กำตรีศูลแน่น “ข้าจะไม่ทำให้ซีเรียจังกับฮัลวาจังผิดหวังที่มอบจินให้ข้า!

คีรายกยิ้มมุมปาก ดีใจที่น้องสาวตนเติบใหญ่ขึ้น “งั้นก็... ฆ่ามันซะ!!!

 

**************

 

[เหนือเขตแดนระหว่างจักรวรรดิโควกับแคว้นโคกะ]

ตูมๆๆๆๆๆๆๆ!!!!!!

แสงและเสียงจากการระเบิดดังสนั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณจากการต่อสู้ จำนวนไม่ใช่ปัญหาสำคัญในการต่อสู้ครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย มันยิ่งมีแต่จะเพิ่มความสนุกสนานในการฆ่าให้แก่เซลีนีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

 

ยิ่งฆ่ามากเท่าไหร่ยิ่งยิ้มอย่างเป็นสุข...

ยิ่งฆ่ามากขึ้นอีกยิ่งทำให้ทั่วร่างสั่นสะท้าน...

ราวกับสัญชาตญาณของนักล่าเมื่อครั้งอดีตกลับมาอีกครั้ง!

 

มหาเวทย์ซานตาติโอ มอร์เทม (การร่ายรำแห่งความตาย)!!!!!!!!!” ประกาศก้องถึงพลังของมหาเวทย์กวัดแกว่งตรีศูลที่มีปลายเป็นเคียวโจมตีใส่เหล่าจินสีดำเพียงครั้งเดียวทำลายได้ไปถึงหลายพันตัว! “มีดีแค่นี้รึไง!!! ทำให้ข้าสนุกมากกว่านี้อีกหน่อยสิเจ้าพวกจินจอมปลอมโง่เง่า!!!!!!! ทำให้ข้าสนุกขึ้นกว่านี้อีกเซ่!!!!!

มูกวัดแกว่งหอกบัลบาทอสโจมตีใส่เหล่าจินสีดำหันไปมองอีกฝ่ายที่เหมือนจะสติแตกไปแล้วพลางนึกถึงเรื่องเมื่อ 2 วันก่อนที่อีกฝ่ายมาปรากฏตัวที่เรมหลังจากหายหน้าหายตาไป 1 อาทิตย์พร้อมกับบอกว่าสงครามที่แท้จริงจะเริ่ม

 

“ดังนั้นข้าจึงอยากยืมพลังของพวกเจ้า ให้มูมาช่วยข้าจัดการจินสีดำพวกนั้น ส่วนพวกเฟอนาลิสคนอื่นๆไปจัดการอัลซาเมน”

“แล้วเราจะจัดการมันได้ยังไง” ไททัสเอ่ยขึ้น “จัดการไปพวกนั้นก็เป็นเพียงแค่ตุ๊กตาไม่ใช่ร่างจริง”

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่” หยิบปลอกแขนสีทองขึ้นมา “ปลอกแขนนี่ข้าทำขึ้นเองมันจะช่วยดึงมะโก่ยในร่างของพวกเจ้าให้เพิ่มขึ้นมากขึ้นหลายเท่าตัวนัก หากสวมใส่มันการโจมตีของเจ้าจะส่งผลไปถึงพวกนั้นโดยตรง”

“แล้วถ้ามะโก่ยในร่างพวกเราใกล้จะหมดจะทำยังไงครับ”

เซลีนีหันไปยิ้มบางให้ “มันก็จะดูดมะโก่ยจากผู้สร้าง ...จากข้าไงล่ะ”

 

เมื่อนึกย้อนไปก็อดคิดไม่ได้ที่เซลีนีอยากยืมพลังของพวกตนขนาดยอมใช้วิธีแบบนี้ มูก้มลงมองปลอกแขนสีทองสักพักใหญ่

“มัวแต่เหม่อแบบนี้เดี๋ยวก็แย่หรอกนะมู!!!!ฉัวะ!! เคียวตวัดฟันร่างของจินสีดำที่หมายจะพุ่งไปจัดการอีกฝ่ายขณะเหม่อ “เอาเวลาคิดเรื่องมะโก่ยในร่างกับข้าไปจัดการพวกมันก่อนเถอะ!!!

มูหันไปยิ้มให้ “ผมรู้หน้าที่ตัวเองครับ”

เซลีนีคลี่ยิ้มหันไปมองอีกทางสัมผัสพลังได้ว่าตอนนี้เหล่าขุนพลทั้ง 8 ของซินแบดที่ตกอยู่ในการควบคุมและเหล่าสหพันธรัฐทั้ง 7 ตัวจริงกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

“ถ้ารู้ก็มาสนุกกันได้แล้ว~!!

 

**************

 

แสงจากการระเบิดปรากฏขึ้นไม่หยุดหย่อนจากทั้งสามทิศ แม้จะสร้างจินสีดำขึ้นได้เรื่อยๆจากซากศพคนตายมันก็ชวนให้ซินแบดหรืออีกนัยหนึ่งเดวิดรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย เบฮีร่ากำด้ามไม้เท้าเวทย์แน่นจ้องร่างของคนทั้งสามที่ยังอยู่บนลานประหาร

“กล้าดียังไงมาทำลายผลงานของข้า!!!

“นี่ป้าเลิกโวยวายเสียงดังได้แล้วน่ารำคาญ!” คว้าไม้เท้าเวทย์สีเงิน “อิเจ โลคูโล (โลงศพน้ำแข็ง)!!!!

ครืน!! ซินแบดและเบฮีร่ากระโดดออกจากบริเวณนั้นขึ้นไปลอยอยู่บนอากาศได้ทันท่วงทีก่อนจะโดนน้ำแข็งจับตัวไว้ “อย่างพวกเจ้าต้องมาเจอกับข้า!!!” ทิ้ง 2 คนบนลานประหารบินขึ้นไปประมือกับเบฮีร่าและซินแบดเพียงลำพัง จังหวะเดียวกับที่โมลเซียน่าและมาเซนกระโดดขึ้นมาอยู่บนลานประหาร

“คุณฮาคุริว!” โมลเซียน่าพยุงร่างฮาคุริวที่โชกไปด้วยเลือด เงาสีดำเริ่มลามไปทั่วทั้งร่าง

“โมลเซียน่า ลูกรีบพาไปที่พ่อบอกไว้เร็ว...” รีบแก้เชือกให้โคเอน

“ค่ะ!! แข็งใจไว้นะคะคุณฮาคุริว” แบกร่างฮาคุริววิ่งไปจากบริเวณนั้นโดยไว

เมื่อมือเป็นอิสระใช่ว่าโคเอนจะจับดาบและสู้ได้อีกครั้งเมื่อเสียแขนและขาไปแล้ว มาเซนหยิบของบางอย่างออกมาให้โคเอน

มันคือ...ดาบที่เขาเคยสั่งทำให้เลย์ลาเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งห้อยป้ายไว้ถึงสองป้ายคาดว่าน่าจะเป็นของฟินิกซ์และอากาเรส

“ดาบนี่มัน...”

“ราชาของข้าได้เคลื่อนย้ายแอสตารอธมาอยู่ในดาบเล่มนี้ เพื่อความสะดวกต่อสงครามในครั้งนี้จึงให้อากาเรสมาอยู่ในป้ายอีกอัน”

“......” มองดาบในมือมาเซนด้วยใบหน้าราบเรียบ

“และท่านก็ฝากข้อความมาถึงท่านด้วยเช่นกัน....”

“ข้อความอะไร”

“ท่านบอกว่า ข้าปรารถนาที่จะเห็นตัวท่านในยามออกรบอีกครั้ง ครับ...”

โคเอนเงียบไปสักพักไป มุมปากยกยิ้ม “หึ...หึหึหึ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” น่าแปลกที่แม้แต่ในเวลาคับขันเหมือนหมดหนทางเขาก็ยังสามารถหัวเราะได้ มือข้างขวาแบมือไปทางมาเซน “นั่นล่ะคือสิ่งที่ข้าต้องการได้ยินนำดาบมาให้ข้าซะ!

วิ้ง....! วินทีที่มือข้างขวาที่ใช้การได้เพียงข้างเดียวจับด้ามดาบ แสงสว่างบนคมดาบปรากฏเป็นสัญลักษณ์รูปดาว 6 แฉกสัญลักษณ์ของผู้พิชิตดันเจี้ยน เปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากตราสัญลักษณ์ห้อมล้อมร่างของชายหนุ่มไว้ก่อนจะเปลี่ยนเป็นภูษาเวทย์แอสตารอธ แขนและขาที่ควรจะใช้การไม่ได้เมื่อมาอยู่ในร่างนี้มันไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่น้อย มากยิ่งกว่านั้นคือพลังในร่างมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมจนรู้สึกได้

“กรี๊ดดดดดดดด!!!!

เฟอนาลิสหนุ่มรีบวิ่งไปรับร่างของฮัลวาก่อนจะกระแทกพื้น “ฮัลวาปลอดภัยรึเปล่า!?”

“ไม่เป็นไร....” ดวงตาสีแดงกลมโตมองซินแบดที่ตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ราวกับว่ากำลังโดนใครบางคนควบคุมอยู่จากภายใน น้ำสีใสเอ่อคลอดวงตาจนต้องยกมือมาปิดหน้าไม่ให้ใครเห็นความอ่อนแอ “ฮึก... ข้าไม่เป็นไร”

 

แม้ว่าจะปากร้ายบอกว่าเกลียดอีกฝ่ายที่เจ้าชู้มากแค่ไหน

ก็ไม่สามารถโกหกตัวเองได้ว่ารักราชาคนนี้มากจนกลายเป็นคนอ่อนแอ

 

“ฮ้าว~ ข้าเบื่อแล้วนะ~” เบฮีร่ายกแขนเสื้อป้องปาก เคร้ง! เพียงแค่ชั่วพริบตาเท่านั้นไม่ทันที่เธอจะลืมตาโคเอนที่ควรอยู่บนลานประหารกลับโผล่ประจันหน้ากับซินแบดที่เปลี่ยนร่างเป็นภูษาเวทย์บาลแทน! “ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!?”

“ข้าขอพูดอีกครั้ง...” โคเอนจ้องหน้าซินแบดที่ยังคงยิ้มหน้าตาเฉย “ข้าไม่ชอบหน้าแกยิ่งกว่าการประชุมครั้งนั้นซะอีก!!!!!!

เคร้ง!!! เสียงดาบทั้งฟาดฟัดใส่กันไม่มีใครยอมใคร หลบหลีกการโจมตีอย่างคล่องแคล่วด้วยสัญชาตญาณและความสามารถในการรบที่เคยผ่านพบมา

“ท่านโคเอนถอยออกมาจากนายท่านนะ!!” ตะโกนเสียงดังรีบบินเข้าไปหมายจะขวางการต่อสู้ของทั้งคู่ซะ

ทว่า...

ดรอลูฟแอสชารา!!!!

!!!!” ร่างของหญิงสาวถูกเวทย์แรงโน้มถ่วงโจมตีโดยไม่ทันตั้งตนจนกระเด็นออกไปจากจุดนั้น แต่ด้วยไม้เท้าเวทย์จอมปลอมของราชาลูซิเฟอร์ทำให้หยุดร่างได้ทันก่อนจะกระเด็นออกไปไกลมากไปกว่านี้ “เวทย์นี่มัน...!

“อาละดินคุง...!

เมไจคนที่สี่หรืออีกนัยหนึ่งบุตรแห่งราชาโซโลม่อนและราชินีชิบะ อาละดิน เข้าร่วมรบแล้ว

“ท่านฮัลวาคงยังจำที่พวกเราคุยกันได้สินะฮะ” หันไปมองเด็กสาวหน้าคล้ายเมไจแห่งความเสื่อมที่กำลังนั่งอยู่ข้างมาเซน

“อะ...อืม...”

อาละดินยื่นมือไปหาเธอ “มาร่วมสู้ไปด้วยกันจนกว่าพวกเขาจะกลับมากันเถอะฮะ!

ฮัลวาก้มหน้านิ่งเม้มปากแน่น “อย่ามาพูดอะไรที่มันน่าตลกอย่างนี้นะ...” กำไม้เท้าเวทย์ชันตัวลุกขึ้นด้วยสายตาที่ต่างออกไปจากเมื่อครู่นัก ความลังเลภายในดวงตาหายไปสิ้น ถูกความมั่นใจและความเชื่อใจเข้าแทนที่ “พวกเราต้องสู้ด้วยกันจนกว่าสงครามจะจบต่างหากล่ะ!!

“อื้ม!!!

ร่างของเมไจสาวแห่งราชาลูซิเฟอร์และบุตรแห่งโซโลม่อนลอยขึ้นจากพื้นพุ่งเข้าไปโจมตีใส่เบฮีร่าที่ยังคงแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจราวกับว่าเห็นพวกชั้นต่ำดิ้นรนเพื่อให้รอดชีวิต

ในระหว่างที่ซินแบดกับเบฮีร่ากำลังสู้กับทั้ง 3 คนนั้นร่างของตัวแทนเหล่าพันธมิตรทั้ง 7 ที่อยู่ในงานกับอัลซาเมนเริ่มเคลื่อนไหว มาเซนลุกขึ้นยืนมองคนพวกนั้นที่เริ่มใช้ภาชนะบริวารและภูษาเวทย์ มือแกร่งปลดปลอกแขนสีทอง มะโก่ยและพลังในร่างมากขึ้นจนพวกที่โดนควบคุมอยู่เองก็อดไม่ได้จะแสดงปฏิกิริยาสื่อถึงความกลัวออกมา

“เฟอนาลิสที่ใช้พลังของสิงโตแดงได้สินะ” หญิงสาว 1 อัลซาเมนเอ่ยขึ้น

“แต่เพียงแค่คนเดียวจะห้ามได้นานแค่ไหนกันนะ”

“แล้วใครบอกเจ้าล่ะ....” ตูมมม!! ร่างของมูรอนและโรโร่กระโดดลงมาจากด้านบนลงมาอยู่ข้างๆอีกฝ่าย ไม่เพียงคนเดียวเท่านั้น เฟอนาลิสคนอื่นๆยังกระโดดลงมาเรือเหาะด้านบนมายังพื้นล่าง “ว่าข้าสู้แค่คนเดียว...”

“หึ.....พวกเจ้าทุกคนจงย้อมสถานที่แห่งนี้ให้กลายเป็นดั่งเฉกเช่นอัลม่า ทรันเสีย!!!! ชำระล้างโลกอันโสมมนี้ให้กลายเป็นของพวกเราอัลซาเมน!!!

“เรื่องแบบนั้นพวกเราไม่มีวันยอมให้ทำแน่!!!

“ฆ่ามัน!!!!

การปะทะกันระหว่างกองกำลังเฟอนาลิสกับอัลซาเมนนับร้อยเป็นไปอย่างดุเดือน ด้วยมะโก่ยที่ได้โดนดึงมาจากภายในร่างผ่านปลอกแขนสีทองของเซลีนีทำให้ภาชนะบริวารบัลบาทอสใช้ได้หลายครั้งถือว่าเป็นการดีต่อศึกครั้งนี้นัก มาเซนเผชิญหน้ากับ 1 ในสหพันธรัฐ 7 คาบสมุทรที่ใช้ภูษาเวทย์ ด้วยความที่ว่าพลังจริงของเขาถูกราชาปลุกให้ตื่นแล้วนั้นย่อมไม่มีวันแพ้ต่อภูษาเวทย์!

 

จงขย้ำมันด้วยกำลังขาอันแข็งแกร่งของชนเผ่าเฟอนาลิส

จนกว่าจะทำลายล้างพวกศัตรูอันน่ารังเกียจให้หายไปจากโลกใบนี้!!!

 

 

[ภายในพระราชวัง]

ตึกๆๆๆๆๆๆ สองเท้าเล็กของเด็กสาวเฟอนาลิเร่งรีบก้าวข้ามผ่านหลบหลีกขุนนางในวังที่กำลังหนีตาย เศษซากกำแพงบางส่วนพังลงมาทับร่างของผู้คน โมลเซียพยายามไม่สนใจเสียงนั้นรีบเร่งฝีเท้าให้มากขึ้น เร็วขึ้นยิ่งกว่าเดิม

“ท่านโมล..เซียน่า...ทิ้งข้าไว้ตรงนี้เถอะ...” ฮาคุริวเอ่ยอย่างอ่อนแรง เลือดที่ไหลออกมาจากปากแผลชื้นไปทั่วทั้งแผ่นหลังของเด็กสาว

“ไม่ค่ะ! ฉันสัญญากับพ่อและคุณอาละดินไว้แล้ว!” กระโดดหลบซากเพดานที่พังลงมา “ว่าฉันจะพาคุณไปที่นั่นให้ทัน!

แม้จะสงสัยว่า ที่นั่นที่โมลเซียน่าพูดถึงคืออะไร แต่เขาก็ไม่คิดที่จะถามมัน เหตุการณ์ในครั้งนี้กระทบกระเทือนเขามากเกินไป...

หากเชื่อในสิ่งที่อาลีบาบากับอาละดินพูด...ทุกสิ่งคงจะดีขึ้นกว่านี้

หากเขาคลายความแค้นลงสักนิดเขาก็จะได้รู้...ว่ามารดานั้นโดนผู้หญิงที่ชื่ออัลบะสิงสู่...

หากเขายอม...เปิดใจพูดคุยกับพวกโคเอนเร็วกว่านี้ สงครามครั้งนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น

 

...ข้ามัน...อ่อนแอสิ้นดี... นึกโทษตัวเองในใจ

 

“จะรีบไปไหนกันเหรอทั้งคู่...”

!!” โมลเซียน่าเบรกกะทันหันเมื่อเห็นใบหน้าคนขัดขวาง ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากองค์หญิงโคเกียคุ องค์หญิงฮาคุเอย์ และพวกคนติดตามของทั้งสอง คะโคบุน เซย์ชุนและพวกคนจากแคว้นโคกะ(เผ่าเขี้ยวทองคำ) สายตาที่มองมานั่นดูแปลกไปบ่งบอกว่าทั้งคู่ต่างตกอยู่ภายใต้การควบคุม

“ท่าน...พี่”

“สภาพดูไม่ได้เลยนะฮาคุริวคุง เสียงแบบนั้นคงใกล้ตายแล้วล่ะสิ” ผู้เป็นพี่สาวแท้ๆเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม แต่เสียงนั่นไม่ใช่ของฮาคุเอย์แต่เป็นเสียงผู้ชายซึ่งเคยได้ยินจากตอนดูนิมิตของอาละดิน

ของชายที่มีชื่อว่า... เดวิด

“หึหึหึหึ โทษทีนะโมลเซียน่า แต่คงให้ผ่านตรงนี้ไปไม่ได้หรอก” โคเกียคุเอ่ยพลางหยิบปิ่นปักผมออกมาสวมใส่ภูษาเวทย์วีเนอาเช่นเดียวกับฮาคุเอย์หยิบพัดออกมาสวมใส่ภูษาเวทย์ไปม่อนเตรียมพร้อมรบ

“ท่านโมลเซียน่า... ปล่อยข้าลง”

“แต่ว่า...!” “ข้าจะไม่หนี...” ขัดขึ้นมาก่อนที่โมลเซียน่าจะปฏิเสธ

“ข้าจะสู้....เพื่อทำให้ท่านพี่คนเดิมกลับมา”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นโมลเซียน่าจึงยอมวางฮาคุริวลง “ฉันจะคอยสนับสนุนให้เองนะคะ” กำหมัดขึ้นเตรียมพร้อมสู้ เมื่อภาชนะบริวารอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาก็ตอบโต้กลับโดยไม่ลังเล ลำบากไม่น้อยตอนไม่สามารถใช้ภาชนะบริวารของอามอนได้แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเด็กสาวเฟอนาลิส เธอยังสามารถใช้แรงและกำลังของเธอได้อยู่ในการสู้

ในขณะที่ฮาคุริวต้องฝืนร่างกายในการสู้กับพี่สาวและน้องสาว ด้วยสภาพร่างกายที่ต่างกันทำให้ฮาคุริวตกเป็นรองอย่างง่ายดาย บวกกับโคเกียคุและฮาคุเอย์โดนอีกฝ่ายที่มีความสามารถในการรบและการต่อสู้มายาวนานหลายพันปีควบคุมอยู่ทำให้มีทั้งคู่มีกำลังเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัวนัก

เคร้ง!!! ฮาคุเอย์ปัดหอกของน้องชายตนจนหลุดออกจากมือและโคเกียคุสร้างน้ำขึ้นมารัดร่างไว้ จังหวะเดียวกับโมลเซียน่าที่ถูกภาชนะบริวารของฮาคุเอย์ซึ่งเป็นคนจากแคว้นโคกะจับตัวไว้

เพียงไม่นานผลการต่อสู้ก็รู้ผล ฮาคุริวและโมลเซียน่าพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย

“กรอด..!!

“ตายจริงอย่าทำหน้าแบบนั้นสิน้องรักของพี่” ฮาคุเอย์ยิ้มให้น้องชาย เดิมทีแล้วนั้นรอยยิ้มของเธอเป็นรอยยิ้มที่สวยและงดงามทำให้เขารู้สึกอบอุ่น แต่ในยามนี้กลับรู้สึกน่ารังเกียจสิ้นดี

“แก...ไม่ใช่ท่านพี่ของข้า!!!

“หุ... ช่างรู้ดีจริงๆนะ แต่มันไม่จำเป็นแล้วล่ะ” ง้างตรีศูลขึ้นพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงของพี่สาวตนเอง “ลาก่อนนะ...ฮาคุริว”

“คุณฮาคุริว!!

องค์ชายลำดับสี่ซึ่งไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกเสียจากก้มหน้ายอมรับชะตาที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตน

 

หากรู้ตัวเร็วกว่านี้ หากเชื่อในสิ่งที่อาละดินและอาลีบาบามาเตือนคงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

พี่สาวคนสำคัญเพียงคนเดียวคงไม่ต้องโดนควบคุมให้ฆ่าคนเช่นนี้...

 

“ข้าขอโทษท่านพี่... หากไม่ใช่เพราะข้า ท่านคงไม่ต้องเป็นแบบนี้...” เอ่ยคำขอโทษที่สายเกินจะแก้ไขได้ออกมา

แม้จะรู้ว่าไม่มีประโยชน์ก็อยากบอกเล่าให้อีกฝ่ายได้รับรู้

“ข้า...ขอโทษ”

จังหวะเดียวกับที่ตรีศูลฟาดฟันลงมา!!!!

“คุณฮาคุริว!!!!!

 

ตูม!!!!!!!!!!!!!!

ซาร์ก อัลซารอส(หอกฝนน้ำแข็ง)!

!!!” เสียงระเบิดจากห้องด้านข้างพร้อมกับสะเก็ดน้ำแข็งนับสิบพุ่งออกมาจากควันนั่นใส่ร่างขององค์หญิงทั้งสองและพวกผู้ติดตามลอยไปติดกับกำแพงบางส่วนติดอยู่กับพื้น แคร่ก! บริเวณที่โดนสะเก็ดน้ำแข็งปักลงบนร่างกลายเป็นน้ำแข็งไปส่วนหนึ่ง!

“อะไร!!

"โทษทีว่ะป้า ฮาคุเอย์ เดี๋ยวจะปล่อยเมื่อกลับเป็นตัวเองแล้ว"

องค์หญิงผู้ถูกควบคุมทั้งสองหันไปมองตามทิศทางของเสียง แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงแค่ฝุ่นควันคละคลุ้งออกมาจากห้องนั้น

"นายนี่มันรุนแรงกับผู้หญิงชะมัด"

"ข้าไม่อยากให้คนอย่างแกมาด่าหรอกเว้ย!!!"

"สงบกันหน่อยสิพวกเจ้า"

"ไม่ต้องมาพูดเลย! ไหนบอกว่า1อาทิตย์ไหงกลายเป็นเกือบ2อาทิตย์!!"

"ก็เจ้าดันงอแงบ่นว่าเหนื่อยไงล่ะ" แค่ตอกกลับครั้งเดียวเสียงโวยวายนั่นก็เงียบลงทันที

"เสียงนี้...." หยาดน้ำสีใสไหลเอ่อดวงตากลมโตสีชมพูเข้ม โมลเซียน่าพยุงร่างขึ้นมา ทั้งน้ำเสียงและกลิ่นที่คุ้นเคย กับการตอบสนองของภาชนะบริวารที่เท้าบ่งบอกได้เป็นอย่างดี

ว่าคนคนนั้นกลับมาหาเธอแล้ว.....

เมื่อควันจางลงปรากฏร่างของเมไจแห่งความมืด จูดัล หญิงสาวผมสีดำถือไม้เท้าเวทย์ของราชาลูซิเฟอร์ ซีเรีย และ... เด็กหนุ่มผมทองในร่างภูษาเวทย์อามอน อาลีบาบา ซารูจา

"คุณอาลีบาบา!!!"

เจ้าของชื่อคลี่ยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย "กลับมาแล้วนะโมลเซียน่า!"



 



 

นับถอยหลังอีก 3 ตอนอวสานค่ะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

346 ความคิดเห็น

  1. #289 Wissuta Saengkrut (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 19:51
    จะจบแร้วหรอค่ะ (Q∆Q) ไม่เอานร้าาาาาาาาาา!!!!!!
    #289
    0
  2. #288 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 05:58
    หวาไม่อยากให้จบเลยง่าหนูอยากอ่านต่า><
    #288
    0