[Fic Magi]Truth of Destiny {NL}

ตอนที่ 59 : 45 : คำพิพากษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    9 ก.ย. 58

?SYDNEY?
 


 

"ข้าจำได้หมดแล้ว...." หยาดน้ำตาหลั่งรินอาบใบหน้า ภาพความทรงจำในอดีตแห่งความสุขพรั่งพรูออกมาเต็มไปหมดจนไม่อาจหักห้ามน้ำตาได้

ภาพวันที่เธอได้อยู่เคียงข้างชายคนรัก...

ภาพวันที่เธอได้กลายเป็นของเขาทั้งกายและใจ....

"ท่านโคเอน.... ข้าจำได้แล้ว... ข้า...นึกออกหมดแล้ว...."

จูดัลยืนมองซีเรียที่กำลังร้องไห้ "ถ้ายัยนี่เป็นเลย์ลาตัวจริง.... แล้วยัยเบฮีร่าเป็นใคร?"

"นางคือผู้นำพาความหายนะ..." มังกรแห่งการสร้างสรรค์เอ่ยขึ้น "นางคือผู้นำพาความล่มจมมาสู่จักรวรรดิโคว พวกเจ้าต้องรีบกลับไปก่อนที่จะสายเกินไป... ข้าจะพาพวกเจ้าไปส่งให้เอง จากนี่ไปใช้เวลาไม่นาน"

"เยี่ยม! จัดมาให้ไวเลย!!" “แต่หากพวกเราให้เจ้าพาไปจะใช้เวลาเกินกว่านั้น มันอาจจะไม่ทันเวลา” ซีเรียพูดขัดขึ้นมาก่อนจนจูดัลหันไปมอง

“เวลาอะไรเหรอครับ?” อาลีบาบามองซีเรียด้วยความสงสัย

หญิงสาวปาดน้ำตาออก กำไม้เท้าเวทย์ขึ้น “เวลาแห่งการสูญเสียเพราะหญิงคนนั้น...”

“ที่พูดถึงนั่นน่ะเบฮีร่าใช่ไหม?”

“...ใช่ อย่างที่พญามังกรกล่าวไว้นางคือผู้นำพาหายนะสู่จักรวรรดิ หากปล่อยไว้ต่อไปองค์ชายฮาคุริวจะโดนหลอกเหมือนกับที่จักรพรรดิคนก่อน เร็น โคโตคุโดน... พญามังกร ใช่ว่าข้าไม่เชื่อใจเจ้าถึงได้ไม่ขอให้พาไป แต่เราในตอนนี้ไม่มีเวลาชักช้าอีกแล้ว...”

“หากเจ้าเป็นเลย์ลาจริงก็คงเห็นนิมิตที่จะเกิดขึ้นในอนาคตสินะ?”

“แน่นอนจูดัล ข้าเห็นทุกสิ่ง หากเรายังชักช้ามากไปกว่านี้ท่านโคเอน....จะตาย องค์ชายโคเมย์และโคฮาจะโดนเนรเทศ ส่วนองค์หญิงฮาคุเอย์กับโคเกียคุจังจะ...”

!!! ยัยป้านั่นจะเป็นอะไร!?”

“....นางจะโทษตัวเองที่ทำให้พวกพี่ชายของตนต้องเจอเรื่องเช่นนั้น และอาจจะตกลงสู่ความเสื่อม สาปแช่งชะตากรรมของตนเหมือนกับที่องค์ชายฮาคุริวเป็น... ถ้าหนักกว่านั้นคือนางจะปิดกั้นความรู้สึกกลายเป็นเหมือนวัยเด็ก”

สิ้นคำจูดัลนิ่งเงียบไม่เอ่ยคำใดออกมา กำไม้เท้าเวทย์สีดำแน่นด้วยความรู้สึกที่มากเกินจะอธิบายได้ หวนนึกถึงอดีตที่ตนไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้นกับองค์หญิงคนเล็กแห่งตระกูลเร็น

สาบานกับตนไว้ว่าหากตกสู่ความเสื่อมจะไม่ขอชักพาให้เธอตกลงมา

ความมืดเช่นนี้ไม่เหมาะกับสมกับเทพธิดาวารี

ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนคนแรก...และคนที่ทำให้เขาได้รู้จักกับคำว่ารัก

“ข้าไม่ต้องการให้เกิดเรื่องร้ายเช่นนั้นขึ้นอีก เชื่อใจข้าเถอะจูดัล”

“......นานเท่าไหร่...”

“หากนั่งพญามังกรไปใช้เวลาถึง 2 อาทิตย์ หากเจ้าช่วยจะเร็วขึ้นซัก.. 1 อาทิตย์ได้”

เมไจแห่งความเสื่อมครุ่นคิด “ตกลง ข้าจะช่วย”

“......คนอย่างนายยอมช่วยเหรอเนี่ย!!” นายอ. เอ๊ย! อาลีบาบาที่เงียบมานานตะโกนเสียงดังด้วยความเหลือเชื่อที่คนอย่างจูดัลยอมช่วยง่ายๆ

“เงียบไปเลยไ-อหุ่นกระบอก!! รีบๆอธิบายวิธีช่วยซักที...เลย์ลา!

ซีเรียคลี่ยิ้มบางรู้สึกเหมือนกับว่าตนได้กลับไปอยู่ในอดีตอีกครั้ง ทั้ง 3 คนลอยขึ้นไปบนหลังมังกรขาว “ถ้าไม่ชินเรียกข้าว่า ซีเรีย ก็ได้จูดัล หากยังอีกกลับไปเรียกเหมือนเดิมก็ได้... พญามังกรเจ้าเองก็ต้องช่วยด้วยเช่นกัน อาลีบาบา เจ้ามานั่งข้างๆข้า” ว่าจบก็นั่งลงบนตัวพญามัง“ข้าเอง...ก็ต้องติดต่อเซลีนีให้ได้ในระหว่างนั้นเช่นกัน”

 

ได้โปรดปลอดภัยจนกว่าข้าจะไปถึงด้วยเถอะ...ท่านโคเอน...

 

 

 

ในอีกด้านหนึ่งสงครามที่มียังคงไม่หยุดหย่อนมีแต่จะรุนแรงขึ้น ฝ่ายที่ควรได้เปรียบอย่างจักรวรรดิโควที่มีทหารจำนวนมหาศาล ผู้ครอบครองภาชนะโลหะอย่างองค์หญิงโคเกียคุและองค์ชายโคฮาในการเป็นแม่ทัพ และผู้อยู่เบื้องหลังอย่างองค์ชายโคเมย์ โจมตีใส่ฮาคุริวซึ่งมีทหารเพียงหยิบมือ ทั้งยังไร้เมไจแห่งความเสื่อมในการช่วยเหลือ ภาระทั้งหมดจึงตกไปอยู่กับฮาคุริวเพียงคนเดียว

“องค์ชายฮาคุริว ไหวรึเปล่าคะ” เบฮีร่าหน้าซีดลงเมื่อเห็นสภาพของฮาคุริวที่เหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้าเต็มที

ฮาคุริวหันไปมองอีกฝ่าย “ข้า..ไม่เป็นไร” ใช้ทวนพยุงร่างไว้

“ค่อยยังชั่ว ข้านึกว่าท่านจะแย่ซะแล้ว”

“....ท่านไม่แค้นข้ารึ”

“คะ? แค้นอะไรกัน?”

“ที่ข้าคิดจะฆ่าเร็น โคเอน ผู้ชายที่ท่านรัก”

เบฮีร่านิ่งเงียบไปชั่วครู่ เริ่มแสดงสีหน้าเศร้าออกมา หยาดน้ำสีใสเอ่อคลอดวงตา “ข้าไม่แค้นท่านหรอกค่ะองค์ชายฮาคุริว... นั่นคือชะตาของท่านโคเอน ข้าเองก็ทราบอยู่แล้วว่าสิ่งที่เขาทำไปเป็นเรื่องเลวร้าย ปรารถนาให้หยุดแต่ก็ไม่อาจห้ามได้.... ท่านโคเอนไม่ใช่ชายที่ข้ารู้จักอีกแล้ว... ฮึก” ยกมือขึ้นมาปิดหน้าบดบังน้ำตาที่ไหลไม่หยุด “....ได้โปรดปลดปล่อยท่านโคเอนจากความเลวร้ายนี้ที องค์ชายฮาคุริว”

“.....แน่นอนข้าให้สัญญา จริงสิ... ข้ามีเรื่องจะขอ”

“เรื่องอะไรรึคะ” ปาดน้ำตา

“....ขอข้าเรียกว่า เลย์ลา เหมือนสมัยก่อนได้ไหม”

หญิงสาวนิ่งเงียบก่อนจะคลี่ยิ้มบาง “ยินดีอย่างยิ่งค่ะ องค์ชายฮาคุริว”

สิ้นคำฮาคุริวยกยิ้มเล็กๆและหันไปสนใจการรบต่อ รู้สึกดีใจเล็กๆเมื่อได้คนคุ้นเคยในอดีตกลับมา แม้จะไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่นักพอเริ่มสนิทกันปรากฏว่าอีกฝ่ายกลับโดนควบคุม

หากพูดถึงความไว้วางใจต่อคนอื่นเลย์ลาเองก็คือหนึ่งในนั้น

และระหว่างที่คุยกันอยู่นั้นโคเกียคุและโคฮาได้บุกมาเพื่อจัดการเขาเพื่อยุติสงครามนี้ แต่ทว่าแทนที่จะจบลงตามแผนการรบอันสมบูรณ์แบบที่โคเมย์ได้วางไว้

ชายคนนั้นก็ได้เข้ามาแทรกแซงในศึกสงครามครั้งนี้....

ราชาแห่ง 7 คาบสมุทร ซินแบด...

 

 

[เมืองนูลลา]

“.....” เซลีนีลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยดวงตาสีทอง ใบหน้าแสดงอาการเศร้าอย่างเห็นได้ชัด “สงครามจบแล้ว...”

!! สงครามจบแล้ว!? ใครชนะครับท่านเซลีนี เร็น โคเอน ระ...หรือว่าองค์ชายฮาคุริว!?” ไททัสรีบไต่ถามโดยเร็วหวังไว้ว่าจะเป็นไปตามที่ตนคิด ไม่ใช่เพียงแค่เมไจคนใหม่แห่งเรมเท่านั้น ทั้งกองกำลังเฟอนาลิสและโมลเซียน่าเองก็เช่นกัน...

หญิงสาวผมแดงเพลิงหันไปมองไททัส “.......องค์ชายโคเอน...ยอมแพ้”

 “ทำไมถึงยอมแพ้ล่ะ เขาไม่น่าจะยอมแพ้อะไรง่ายๆด้วยซ้ำ”

“ข้าเองก็คิดแบบนั้นมู แต่....มันไม่แปลกที่จะยอมแพ้เมื่อเห็นว่าฮาคุริวยืมมือใครมาช่วยในศึกครั้งนี้”

“ใครเหรอคะ?”

เซลีนีนิ่งเงียบไปอยู่สักพักใหญ่ “ราชาซินแบดและพันธมิตร์แห่ง 7 คาบสมุทร”

ทุกสิ่งเงียบลงในทันที สิ่งที่คาดหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นกลับเกิดขึ้นเสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา การกระทำของซินแบดบ่งบอกได้เป็นอย่างดีถึงสิ่งที่ต้องการจะทำเพื่อให้ตนและประเทศได้ผลประโยชน์สูงสุดยิ่งกว่าใครๆ

เพื่อประเทศซินเดรีย...

เพื่อสันติภาพของโลก...

ทุกสิ่งที่เขาพูดมาตอนนี้ไม่สามารถบอกได้ว่ามันคือความจริงหรือคำลวงกันแน่...

จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้เลยสักคน...

“ไททัส เจ้ากับกองกำลังเฟอนาลิสควรกลับไปเรมได้แล้วเพื่อเตรียมตัวถึงศึกครั้งใหญ่ที่แท้จริง ยูนันเจ้าพาโมลเซียน่ากลับไปบัลแบดซะ กลับไปอยู่ที่นั่นเพื่อรอเส้นฟางเส้นสุดท้ายที่กำลังจะมาถึง”

“เส้นฟางเส้นสุดท้าย....! หรือว่า”

“ชู่ว...” เซลีนียกนิ้วแตะปากตัวเอง “เงียบๆไว้ยูนัน ไปกันเถอะมาเซน”

“ครับ...” ลุกขึ้นเดินตามเซลีนี ในระหว่างยืนรออีกฝ่ายกำลังสร้างวงแหวนเวทย์เคลื่อนที่ระยะไกลด้วยลูฟสีขาวและดำรอบข้าง อดไม่ได้ที่จะแอบมองลูกสาวตนเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าวงแหวนเวทย์หายไปจากตรงนั้น

“....กลับกันเถอะโมลเซียน่า”

“ค่ะคุณยูนัน” ทั้งคู่ใช้เวทย์เคลื่อนย้ายกลับไปยังบัลแบด

เหล่าคนของจักรวรรดิเรมในตอนนี้ช่วยอะไรไม่ได้นอกเสียจากรอเวลาจึงพากันเดินขึ้นเรือเตรียมกลับจักรวรรดิ

ในยามนี้ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องราวในภายภาคหน้าจะเป็นเช่นไร

แต่ไม่ว่ามันจะส่งผลในทางไหนทุกสิ่งต่างก็ขึ้นอยู่กับคนคนนั้นเพียงผู้เดียว...

.

.

.

.

.

6 วันหลังจากศึกที่ราบคานันของจักรวรรดิโควจบลง กสิ่งกลับมาเหมือนปกติ ราวกับว่าเรื่องเมื่อ 6 วันก่อนไม่เคยเกิดขึ้นจริง ในยามนี้ที่ราชวังบัลแบดฮาคุริวเดินอยู่ท่ามกลางเหล่าขุนนางที่อยู่ฝ่ายตนมาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่

“พวกเจ้าไปได้แล้วล่ะ” ฮาคุริวหันไปสั่ง

“ทะ ท่านแน่ใจเหรอครับ?องค์จักรพรรดิฮาคุริว” พวกขุนนางต่างพากันแอบหวั่นกันซะส่วนใหญ่เมื่อ จักรพรรดิคนใหม่แห่งจักรวรรดิโคว จะเข้าไปในห้องนั้น

“ไม่เป็นไร” สิ้นประโยค ฮาคุริวหันไปเปิดประตูเข้าไปภายในซึ่งมีใครบางคนที่หน้าคุ้นเคยนั่งอยู่

“เจ้าตั้งใจมาเยาะเย้ยแม่ทัพฝ่ายที่พ่ายแพ้ตั้งแต่เช้าตรู่เลยรึ ฮาคุริว”

“...สำหรับคนที่กำลังรอโดนพิพากษาอย่างเจ้ายังคงทำตัวอวดดีจองหองใช้ได้เลยนะ...โคเอน

ใช่... ผู้ที่อยู่ในภายในห้องไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากเร็น โคเอน องค์ชายลำดับ 1 ซึ่งตอนนี้กลายเป็นแม่ทัพฝ่ายกบฏจากสงครามภายในจักรวรรดิครั้งก่อน เสื้อเกราะและอาวุธต่างๆถูกยึดไว้ ทั้งยังมัดมือเพื่อป้องกันการหลบหนี

แม้จะอยู่ในระหว่างรอการตัดสินโทษ แต่ก็ยังคงสงบเหมือนเช่นเคย

“ตอนนั้นทำไม...เจ้าถึงยอมแพ้พันธมิตรแห่ง 7 คาบสมุทร”

“ก็เพราะพวกนั้นประกาศจะอภัยโทษให้กับคนของข้าทุกคนยกเว้นพวกที่เป็น หัวหน้ากบฏ...นี่เจ้าถ่อมาไกลขนาดนี้เพื่อจะถามเรื่องแค่นี้เองงั้นรึ”

ในคำตอบนั้นฮาคุริวกลับรู้สึกว่าไม่ใช่คำตอบของจริง

“ฮาคุริว ดาบของข้าอยู่ที่ไหน?”

“หยุดถามคำถามโง่ๆได้แล้ว นี่เจ้าคิดจริงๆเหรอว่าว่าพวกเราจะคืนภาชนะโลหะให้แก่เจ้าน่ะ?”

“ไม่ใช่ ข้าแค่ต้องการบอกว่าดาบนั่นเป็น...ดาบที่องค์ชายฮาคุยูไว้ใจมอบให้ข้าตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ อย่าได้ทิ้งขว้างมันเด็ดขาด”

“จาก...พี่ชายของข้า....” นิ่งเงียบไป ความทรงจำในอดีตที่เคยมีความสุขจนกระทั่งต้องเสียทุกอย่างไปปะเดปะดังเข้ามาไม่หยุดหย่อน ภาพของชายโฉดและหญิงชั่วในความคิดที่หมายจะแย่งชิงจักรวรรดิโควนี้ไป!

ฮาคุริวงตวัดดาบที่ว่าจ่อคอหอยโคเอนด้วยความโกรธ “ทำไม... ทำไมเจ้าถึง...!!!? ทำไมเจ้าถึงไม่สู้กับเกียคุเอ็น!! ในเมื่อเจ้ารู้ว่านางเป็นคนฆ่าเขาทั้งหมด!! ข้าไม่ยอมยกโทษให้เจ้าเรื่องนี้แน่ๆ!! ตอบข้ามา!!

ในขณะที่ฮาคุริวฉุนเฉียวโคเอนยังคงนิ่งเฉย “มัน...ก็เพื่อปกป้องประเทศ”

โคเอนยอมเล่าถึงทุกอย่างที่ตนไปเจอมา สาเหตุที่ยอมนิ่งเฉยไม่จัดการเกียคุเอ็นเป็นเพราะเขาเองก็เหมือนคนทั่วไปที่ต่างหวาดกลัวหญิงสาวที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างล่มสลาย บอกถึงความต้องการที่แท้จริงของตนซึ่งสำคัญยิ่งกว่าการแก้แค้นของฮาคุริวคือ การยุติสงครามนั่นไม่ใช่เพียงแค่ความฝันของเขาแต่เป็นความฝันของทุกคนไม่ว่าจะที่ไหนๆก็ต้องการให้สงครามยุติลง...

“นอกจากนี้ ข้าก็อยากแข็งแกร่งและมีอำนาจมากขึ้นไปอีกต่อให้ต้องร่วมมือกับเกียคุเอ็นก็ตามที”

“กะ...โกหก... โกหกทั้งเพ เจ้าโกหก... ถ้าเรื่องมันเป็นอย่างนั้นจริงงั้นมันก็คงจะดีกว่าถ้าเจ้าเป็นคนขึ้นเป็นจักรพรรดิ เพราะว่าเจ้าจริงๆแล้วเจ้าสามารถแต่งงานกับเกียคุเอ็นเพื่อขึ้นเป็นจักรพรรดิแทนที่โคโตคุพ่อของเจ้าได้!! นั่นแหล่ะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะได้พลังมาครอบครองแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น... เจ้ากลับไม่ได้ทำแบบนั้นเลย!!! ทำไม!? ทำไมเจ้าถึงได้ไม่...ขึ้นเป็นจักรพรรดิ!!?”

โคเอนถึงกับชะงักกับประโยคที่ฮาคุริวถามตนด้วยความโกรธ แม้จะเป็นความจริงแต่...

“หึ...ฮ่าๆๆๆ”

!? มะ มีอะไรน่าขำนักนักหนา!?!

“ไม่มีอะไรหรอกฮาคุริว... ข้าก็แค่ไม่อยากขึ้นเป็นจักรพรรดิก็เท่านั้น”

!? ...ทำไม!

“.....เพราะข้ากลัวนางไงล่ะ กลัวผู้หญิงที่ชื่อเกียคุเอ็น... จนถึงตอนนี้ข้าก็ไม่อยากเชื่อเท่าไหร่ พวกเรายังไม่มีใครรู้ความสามารถที่แท้จริงของนางเลย นาง...ตายแล้วจริงๆงั้นเหรอ เกียคุเอ็นน่ะดูจะเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุดในโลกแล้ว เราไม่เคยรู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของนาง อีกทั้งเรื่องที่ยอมให้จูดัลส่งพวกเราเข้าดันเจี้ยน ทั้งๆที่รู้ว่าถ้าพวกเราพิชิตดันเจี้ยนได้และกลายเป็นผู้ใช้ภาชนะโลหะ ก็เหมือนเป็นหอกข้างแคร่ของตัวเอง...”

“....ข้ากับจูดัลผนึกพลังของนางไว้ในอาณาเขตเอกเทศ พวกเราจึงชนะนางได้”

“แน่ใจนะว่านางไม่เคยรู้เรื่องอาณาเขตเอกเทศมาก่อน....”

ด้วยเหตุผลนั่นทำให้ฮาคุริวถึงกับผงะไปไม่น้อย มันเป็นความจริงในเมื่อเกียคุเอ็นที่แท้จริงแล้วคืออัลบะจากที่เห็นมาในนิมิตของอาละดิน นางยังเป็นถึงจอมเวทย์และนักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดในอัลม่า ทรัน

“.....ข้ารู้มาตลอดว่าเจ้าพยายามอดกลั้นไม่คิดถึงเรื่องการแก้แค้น แต่ข้านี่แหละเป็นคนไปเติมเชื้อไฟแค้นของเจ้าให้โหมกระพืออีกครั้ง สุดท้ายแล้ว เจ้าก็แก้แค้นให้พ่อกับพี่ชายสำเร็จซึ่งมันเป็นเรื่องที่ข้าคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้เลย ....เอาจริงๆแล้ว ข้าคิดว่าคนที่จะชำระแค้นเรื่องนี้น่ะ ควรจะเป็นข้ามากกว่านะ แต่พอกลายเป็นนายไป ก็รู้สึกอิจฉาอยู่นิดๆ มันหงุดหงิดที่ต้องมาแพ้ให้กับคนอย่างนาย”  ชายหนุ่มก้มลงมองมือที่โดนมัด ภายในมือคือโบว์สีแดงเส้นเล็ก... ของเพียงอย่างเดียวที่ขอติดตัวไว้ตอนกำลังโดนจับ

“.....โบว์นั่นที่ผูกคอท่านเลย์ลาสินะ ข้าจะนำไปคืนนา---” “ขอปฏิเสธ” ไม่ทันที่ฮาคุริวพูดจบโคเอนก็ขัดขึ้นมา

“ในเมื่อโบว์นั่นเป็นของท่านเลย์ลา ข้าก็ต้องนำไปคืนนาง”

“มั่นใจงั้นเหรอว่านางคือตัวจริง...” มือหนากำโบว์แน่น “หากนางคือเลย์ลาและจำเรื่องในอดีตได้ ทำไม...ถึงยังอยู่ข้างเกียคุเอ็น”

“เพราะนางโดนบังคับ แต่ตอนนี้นางเป็นอิสระแล้ว”

“....ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง... ข้าก็ขอฝากเลย์ลา น้องๆของข้า เฟอิซาและจักรวรรดิโควด้วย...” ไม่พูดเปล่ายังก้มหัวขอร้องอีกฝ่ายอย่างหมดศักดิ์ศรี แต่เพื่อพี่น้องของเขาแม้จะต้องทำเช่นนี้ก็ยินดี... “ข้าเคารพในการตัดสินใจของเจ้านะ...”

จักรพรรดิคนปัจจุบันชะงักไปไม่น้อย ไม่คิดว่าคนอย่างโคเอนจะคิดเช่นนี้มาก่อน ทั้งๆที่ควรเยาะเย้ยและดูถูกอย่างที่คิดไว้ ความรู้สึกผิดกับเพิ่มมากขึ้นแทน

จนกระทั่งอาละดินเข้ามาขอร้องให้ฮาคุริวไว้ชีวิตโคเอน เพราะไม่เช่นนั้นในภายภาคหน้าเขาจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวโดยไม่มีพี่น้องหรือใครอยู่เคียงข้างเลยสักคนเดียว แต่ยิ่งพูดมากเท่าไหร่มีแต่ยิ่งจี้ใจดำฮาคุริวให้ความแค้นและความโกรธลุกโหมกระหน่ำมากยิ่งขึ้นเท่านั้นจนในที่สุดฮาคุริวจึงตัดสินคำพิพากษา...

โคเมย์ โคฮาโดนเนรเทศ...ซึ่งเฟอิซาขอตามโคฮาไปด้วย

โคเอน... โดนตัดสินโทษประหาร

4 วันหลังจากนั้นโคเอนถูกพาไปยังเมืองราคุโชวเมืองหลวงของจักรวรรดิเจิดจรัสเพื่อทำการประหารต่อหน้าประชาชนและเหล่าพันธมิตรจาก 7 คาบสมุทร ฮาคุริวในชุดจักรพรรดิเต็มยศยืนมองอยู่จากจุดบนสุดโดยข้างกายคือเบฮีร่า

“ท่านเลย์ลา...ไหวรึเปล่าครับ”

“ค่ะ ข้าไม่เป็นไร ...ขอให้ข้าอยู่ตรงนี้เถอะค่ะ”

อาละดิน โมลเซียน่าและพวกโอลบะยืนมองอยู่ในกลุ่มฝูงชนด้วยความรู้สึกที่มากเกินจะอธิบายได้ในการกระทำครั้งนี้ของฮาคุริว

“จากนี้ไปจะดำเนินการพิพากษาโทษกบฎโคเอน!” เพชรฆาตป่าวประกาศเสียงดังกึกก้อง “คนผู้นี้มีความผิดใหญ่หลวง สังหารจักรพรรดิฮาคุโตคุและองค์รัชทายาท แอบอ้างตนเป็นจักรพรรดิ ทำให้โลหิตของราษฎรจำนวนมากต้องหลั่งไหล! ดังนี้ จึงต้องโทษตัดศีรษะ ณ ที่แห่งนี้! จักรวรรดิเจิดจรัสยึดติดกับอุดมการณ์ในอดีต แผ่ขยายดินแดนรุกล้ำประเทศอื่น ! ด้วยการลงโทษเร็น โคเอนซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของบาปเหล่านั้น... จักรวรรดิเจิดจรัสจะถือกำเนิดใหม่ภายใต้การชี้นำของจักรพรรดิฮาคุริว! ร่วมกับสหพันธรัฐ 7 คาบสมุทรผู้บุกเบิกสร้างโลกแห่งสันติ!”

“เจ้าคนที่ชื่อฮาคุริวนั่น กระดิกหางให้สหพันธรัฐ 7 คาบสมุทรใหญ่เลยไม่ใช่เหรอน่ะ ถ้าเจ้านั่นยกโทษให้ก็ไม่จำเป็นต้องประหารใครแล้วแท้ๆ แถมถ้าคิดถึงเสถียรภาพของประเทศ การฆ่าโคเอนที่มีผู้ภักดีเป็นจำนวนมากก็น่าจะเป็นความผิดพลาดไม่ใช่เหรอ?

“แต่มันก็อาจจะช่วยไม่ได้ก็ได้นะ... เพื่อให้สงครามภายในจบลง ก็เลยต้องเด็ดขาด”

โตโตะและบริจิตยืนพูดคุยกันอยู่ในหมู่ฝูงชนเกี่ยวกับสิ่งที่ฮาคุริวทำ จนกระทั่งโอลบะสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ

“เฮ้... แขนซ้ายของเจ้าฮาคุริวนั่น ไม่ใช่เป็นแขนเทียมหรอกเหรอ?

“จริงด้วยค่ะ ...ทำไม” โมลเซียน่าจ้องแขนและขาของฮาคุริวที่กลายเป็นของจริง

“ประหารได้” ฮาคุริวสั่งขุนนางและยกมือขึ้นเพื่อทำสัญญาณ ระหว่างนั้นพลางนึกถึงถึงเรื่องเมื่อคืน เขาไปบอกโคเอนเกี่ยวกับการประหารในวันรุ่งขึ้น แต่โคเอนกลับขอฟินิกซ์โดยให้สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามใส่ ซึ่งเขาก็ยอมให้ตราของฟินิกซ์แก่โคเอน และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ... โคเอนมอบแขนและขาทั้งสองข้างให้แก่เขาและเอ่ยคำอำลา...

โคเอนที่นั่งอยู่ที่ลาดประหารที่แขนซ้ายและขานั้นกลายเป็นสีดำ

ในพริบตาของความเด็ดขาดกลับมีความลังเล ฮาคุริวนึกถึงอดีตที่เคยพูดคุยกับเพื่อนสนิทของพี่ชายที่รักตนเหมือนน้องชายแท้ๆคนหนึ่ง

ในระหว่างรอคำตัดสินประหาร โคเอนจ้องไปที่เบฮีร่าที่ทำหน้าเศร้าโดยยกแขนเสื้อขึ้นมาป้องปาก แทนที่จะรู้สึกผิดที่ต้องมาตายเช่นนี้กลับรู้สึกรังเกียจซะมากกว่า

หากขอพรได้ 1 ข้อเขาจะไม่ลังเลที่จะขอมัน...

....ข้าอยากพบเจ้าอีกครั้ง....เลย์ลา...

 

ฉัวะ......!!!!!

 

 

 

อ๊ะๆ อ่านจบอย่าพึ่งฆ่าไรต์นะ ไรต์ขอสปอยไว้ก่อนเลยว่า “ไม่ตาย”

 

เก็บแรงเอาไว้ลุ้นดีกว่าว่า... “ใคร” จะมาช่วย ^__^

เครดิตที่มาในการช่วยแปลตอนนี้และตอนที่ 279 และ 280 

Tiny Grey Pointer
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

346 ความคิดเห็น

  1. #286 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 07:03
    เลย์ลาจังเร็วๆเข้าสิมาช่วยโคเอ็นที่><
    #286
    0
  2. #285 BlackStayle (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 10 กันยายน 2558 / 10:05
    โอ๊ยย ค้างมากกก
    #285
    0
  3. #284 Wissuta Saengkrut (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 22:49
    ฮือออออ~~~ อ่านไปน้ำตาไหลไป ถึงจะรู้ว่าไม่ตายก้ร้องไห้อยู่ดี~~~ (Y^Y)

    อัพต่อไวๆน้ะค่ะไรท์เป็นกำลังใจให้อยู่ววววว~~
    #284
    0
  4. #283 เด็กสาวผู้เพ้อฝัน (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 21:37
    เลย์ลาจังมาช่วยเร็วววQAQ!!!(ขอโทษที่เป็ยนักอ่านเงามานานนะค่ะ)
    #283
    1
    • #283-1 luzintear✣blue(จากตอนที่ 59)
      9 กันยายน 2558 / 22:05
      อุ้ย ไม่เป็นไรค่ะ อย่างน้อยก็พิมพ์ให้กำลังใจไรท์อยู่บ้าง
      #283-1