[Fic Magi]Truth of Destiny {NL}

ตอนที่ 55 : 42 : อุปกรณ์ต้องสาป (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 355
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    5 ส.ค. 58

 


 

จากอีกมุมมองหนึ่ง ร่างของหญิงสาวที่ยืนอยู่บนภูเขาสูงชันมองการระเบิดครั้งใหญ่จากสถานที่ห่างไกล ซีเรียกระชับผ้าคลุมแน่นปกปิดตนเองจากสายตาของใครหลายๆคน ตอนนี้เธอออกเดินทางร่วมกับคาราวานกลุ่มหนึ่งที่ไหว้วานให้มาช่วยซึ่งจะจ่ายเงินอย่างงามให้ และมั่นใจว่าจะไม่มีใครตายในการเดินทางนี้จึงมีคนยอมร่วมทางประมาณ 10 กว่าคนได้ หญิงสาวไม่ได้กำลังหนี แต่กำลังตามหาบางอย่างอยู่...

บางอย่างที่สำคัญต่อศึกสงครามในครั้งนี้ ความทรงจำทั้งหมดของเธอ

เมื่อไม่นานมานี้ได้พบกับเซลีนีอีกครั้ง ขอให้ดึงความทรงจำของตนออกมาดู แต่ปรากฏว่ามันว่างเปล่า มีเพียงแค่ตอนยังเป็นซีเรีย ความทรงจำของเลย์ลาขาดๆหายๆอีก ขอให้เจ้าหล่อนแอบเข้าไปดึงความทรงจำของเบฮิร่าปรากฏว่ายังมีภาพ แต่การเกี่ยวข้องกับราชาลูซิเฟอร์ว่างเปล่าเช่นกัน

ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ต้องหาอุปกรณ์เวทย์มนตร์ในการดึงความทรงจำออกมา แต่ว่ากันว่ามันเป็นของต้องสาป เลยต้องเสียเงินในการจ้างวานคนเยอะสักหน่อย

“เฮ้น้องสาวเลิกเหม่อได้แล้ว!! ท้องฟ้าเริ่มแปรปรวนแบบนี้รีบหลบเข้าถ้ำก่อนเร็ว!!

“อ...เอ๊ะ?”

“อย่ามาเอ๊ะ! รีบหลบเร็วเข้า!!

ชายหน้าเหี้ยมแขนซีเรียที่ยืนเหม่อมองหลบเข้าไปในถ้ำแถวนั้นอย่างไว ก็นะ ถ้าเกิดว่าปล่อยให้ยืนเหม่ออยู่ตรงนั้นแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นจนเสียชีวิตขึ้นมาแล้วใครจะจ่ายเงินค่าเหนื่อยให้พวกเขาที่ถ่อขึ้นเขามากันล่ะ!?

สุดท้ายวันนี้ก็ต้องหลบมาพักในถ้ำแถวนั้นรอจนกว่าพายุจะหยุด พวกผู้ชายแยกกันไปทำหน้าที่กางเต็นท์ที่พัก ส่วนกลุ่มหนึ่งไปคุยเรื่องสถานที่อุปกรณ์เวทย์มนตร์ต้องสาป

“เท่าที่ดูเราน่าจะอยู่บริเวณนี้” ชายคนหนึ่งชี้จุดหนึ่งบนแผนที่

“จากที่ดูแล้วน่าจะใช้เวลาไม่ถึง 2 วันก็คงถึง”

“ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดี” ซีเรียกระชับผ้าคลุมหัวของตนเองแน่น

“จะว่าไปเจ้าอยากได้อุปกรณ์ต้องสาปนั่นทำไม? มันสำคัญมากรึ?” อดถามขึ้นมาไม่ได้

หญิงสาวนิ่งไปสักพักก่อนจะพยักหน้า “มันคือตัวแปรสำคัญในมหาสงคราม... ข้าจำเป็นต้องใช้มันในการย้อนดูอดีต”

ใช่... มันคือตัวแปรสำคัญในสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน

 

ย้อนกลับไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ ที่จักรวรรดิเจิดจรัสได้เกิดการปฏิวัติขึ้นด้วยน้ำมือขององค์ชายลำดับ 4 เร็น ฮาคุริว ร่วมมือกับเมไจแห่งความเสื่อม จูดัล เพื่อสังหารแม่มดแห่งอัลซาเมน ทหารทุกหน่วยที่อยู่ฝั่งฮาคุริวนั้นถูกปลูกฝังเมล็ดพันธุ์และเปลี่ยนให้มาอยู่ฝ่ายตนเองทั้งหมด

จนกระทั่งจูดัลกับฮาคุริวจะผ่านทางกลับถูกแม่ทัพแก่ทั้ง 2 ขวางไว้

ท่านห้ามผ่านทางนี้

“ถอยไปซะ!!! พวกเจ้ามันก็ตาแก่งี่เง่าที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครคือศัตรูที่แท้จริงของประเทศนี้!!” ฮาคุริวตวาดใส่ทั้งสอง

“เรารู้อยู่แล้ว”

!?”

“เรารู้ว่าใครคือต้นเหตุของเรื่องผิดปกติที่เกิดขึ้นและใครที่ฆ่านายท่านที่จากไป... พวกเรารู้ดีอยู่แล้ว ถึงอย่างนั้นพวกเราก็เป็นคนของจักรวรรดิเจิดจรัสอยู่ดี พวกเราต้องขัดขวางการที่จักรวรรดิซึ่งสร้างโดยจักรพรรดิฮาคุโทคุแตกออกเป็นส่วนๆ!

แม่ทัพวัยชราพยายามอธิบายให้ฮาคุริวเข้าใจ แต่สุดท้ายก็เป็นไปไม่ได้

ความแค้นที่มีต่อเกียคุเอ็นมันมากเกินไปกว่าจะถอยหลัง...

“องค์ชายฮาคุริว...”

เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งเรียกให้ทั้งคู่หันไปมอง จูดัลหรี่ตามองอย่างรังเกียจก่อนจะอธิบายให้ฮาคุริวรู้จัก “คู่หมั้นของโคเอน เลย์ลาที่กลับมาเกิดใหม่ชื่อเบฮีร่า”

“ท่าน...เลย์ลา” หอบด้วยความเหนื่อยจากการโดนเฟนิกซ์จำกัดพลัง “จะมาห้ามข้ารึไง”

เบฮีร่าส่ายหัว ยืนนิ่งอยู่สักพักน้ำสีใสไหลอาบใบหน้า... “แก้แค้นแทนข้าที...ปลดปล่อยข้าจากพันธการเหล่านี้ทีเถอะค่ะ... นับตั้งแต่คืนชีพกลับมาข้าโดนบังคับให้อยู่ข้างกายนางและเชื่อฟังตลอดเวลา ข้าต้องการ... เป็นอิสระสักที”

“....เข้าใจแล้ว ถ้ายังไงออกไปจากอาณาเขตนี่ซะ เดี๋ยวตายนะยัยใบ้” จูดัลเรียกชื่ออีกฝ่ายเหมือนเมื่อก่อนด้วยรอยยิ้ม

“ข้าจะปลดปล่อยท่านเอง” ฮาคุริวพยุงตัวเองเข้าห้องโถงไปกับจูดัล

ทั้งสองต่างเชื่อใจในคำพูดของเบฮีร่าโดยไม่ได้สงสัยเลยสักนิด เพราะว่าเลย์ลาในอดีตนั้นไม่เคยโกหกใคร เธอพูดความจริงตลอดแต่ไม่มีใครเชื่อใจ แถมยังเคยโดนเกียคุเอนหลอกใช้แบบนั้นก็ย่อมต้องการแก้แค้นเป็นธรรมดา

“ท่านเบฮีร่ารีบหลบมาทางนี้เร็วครับ!!

!! จ จ้ะ!

ทหารกลุ่มหนึ่งและพวกสาวใช้รีบพาเบฮีร่าหลบออกมาจากสงครามไปด้านหลังจากพระราชวังเพื่อความปลอดภัย

ทว่าเมื่อมาถึงกลับพบกับใครบางคนที่ยืนรออยู่...

!! ศัตรู!?” ทหารจับดาบขึ้นมาป้องกันเบฮีร่าที่หลบอยู่กับสาวใช้ ผู้ยืนรออยู่กลับสวมผ้าคลุมปิดหน้าตาไม่พูดไม่จาจนหญิงสาวผมสองสีนิ่งไป

“เจ้าคือ...ว่าที่เจ้าเมืองนูลลาสินะ”

หญิงสาวว่าที่เจ้าเมืองนูลลายืนเงียบ “....เจ้าคือใคร”

“? ลืมข้าแล้วเหรอ?”

“รู้ไหมเจ้ากำลังพูดอยู่กับใคร!! คนผู้นี้คือท่านเบฮีร่าคู่หมั้นท่านโคเอนเชียวนะ!!

“เจ้าคือใคร...”

“ก็บอกไปแล้วไงว่า---!

“เจ้า...คือใคร”

เบฮีร่ายืนมองหญิงสาวที่ยังคงยืนถามอยู่ตรงนั้นไม่หยุด ก่อนจะก้าวออกมาประจันหน้ากับซีเรียโดยไม่สนใจเสียงห้ามปรามของสาวใช้และทหาร

“ข้าคือเบฮีร่า ผู้ที่เป็นเลย์ลากลับมาเกิดใหม่”

“เจ้าคือใคร...”

“ข้าบอกว่าคือเบฮีร่า ผู้ที่เป็นเลย์ลากลับมาเกิดใหม่!!!

“....โกหก” ในที่สุดก็เปลี่ยนคำพูด

“เอาอะไรมาวัดล่ะ? เจ้ามันก็ผู้แอบอ้างเหมือนกับคนอื่นๆ คิดจะอาศัยช่วงการปฏิวัติขององค์ชายฮาคุริวเพื่อฆ่าข้าล่ะสิท่า เจ้าคิดว่าข้าตายแล้วท่านโคเอนจะเป็นของเจ้ารึยังไงกัน?” เดินเข้ามาใกล้ๆอีกฝ่าย “โง่จริงๆเลยนะซีเรีย~

ซีเรียกระชับผ้าคลุมปิดหน้าตา... “เจ้ามัน...ก็แค่ตุ๊กตารับใช้ของเกียคุเอ็น”

“ว่าไงนะ?”

“หรือข้าพูดผิดล่ะ... องค์หญิงจากอาณาจักรที่พ่ายแพ้สงครามเมื่อ 1 เดือนก่อน องค์หญิงเบฮีร่า แห่งอาณาจักรอลาวีห์

!!!

วิ้ว...ครืน!!!! ไม่ทันที่เบฮีร่าจะได้พูดอะไรตอบกลับไป ลมกรรโชกรุนแรงจนต้องหลับตา เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกทีร่างของซีเรียได้หายไปจากบริเวณนั้นเหลือไว้เพียงแค่ใบไม้ที่ปลิวไปตามสายลมเท่านั้น เบฮีร่ายืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนจากตรงนั้น ใบหน้านิ่งเฉย มือกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อด้วยความไม่คาดคิดว่าจะมีคนรู้ภูมิหลังของตนนอกจากเกียคุเอ็น...

ตูม!!!!!! เสียงระเบิดดังขึ้นจนทำให้เธอได้สติ เบฮีร่ากับพวกข้ารับใช้รีบออกมาจากบริเวณนั้น แสงที่สร้อยคอที่ได้มาจากเกียคุเอนเปล่งแสงเล็กๆก่อนจะดับวูบไป บ่งบอกว่าผู้มอบสร้อยได้จบชีวิตลง

แต่แทนที่จะเสียใจเหมือนเมื่อครู่เบฮีร่ากลับแอบลอบยิ้ม...

 

ย้อนกลับมาเหตุการณ์ปัจจุบัน ซีเรียกำลังนั่งอยู่บนโขดหินในถ้ำนั่นขณะที่พวกผู้ชายส่วนใหญ่เริ่มหลับพักผ่อน มือเรียวสัมผัสกับต่างหูตนเองมันเริ่มเรืองแสงมากขึ้นกว่าเดิมบ่งบอกว่าตอนนี้ใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางในอีกไม่ช้า

สาเหตุจริงๆของการตามหามีทั้งหมด 2 สาเหตุ ซึ่งอย่างแรกเหมือนที่กล่าวไป

อย่างที่ 2 คือเธอต้องการรู้ความทรงจำระหว่างลูซิเฟอร์กับอัลบะและอิลลาห์ ซึ่งจากการฉายภาพในการประชุมเมื่อครู่เธอถึงได้รู้ว่าจำเรื่องราวตรงนั้นไม่ได้

“ไม่ว่ายังไง...ก็ต้องหาให้พบ”

 

เมื่อพายุหยุดก็เริ่มเดินทางตามหาอุปกรณ์เวทย์มนตร์ต้องสาปกันต่อ ต้องฝ่าฟันดงสัตว์ประหลาดที่แอบซ่อนอยู่ตามโพรงถ้ำ หลบพายุฝน หลีกหนีจากแก๊สพิษ จนมาถึงหน้าโพรงถ้ำที่มีลูกแก้วสีดำตั้งอยู่ใจกลางถ้ำบนโขดหินที่เหมือนกับแท่นพิธี บรรยากาศโดยรอบดูน่าหวาดกลัว เสียงจากลูฟต่างพากันตักเตือน ห้ามให้เข้าไปภายใน

“เอาล่ะมาถึงแล้ว...” ชายคนหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ถึงจะเตรียมใจมาแล้วแต่พอมาถึงก็อดหวั่นไม่ได้

“ปะ...เปลี่ยนใจกลับยังทันไหมเนี่ย...”

“จะบ้ารึไง!พวกเรารับเงินมาแล้วก็ต้องทำให้ถึงที่สุด!!

“แต่ข้ายังไม่อยากตาย!! เท่าที่ได้ยินมาคนที่ก้าวเข้าไปในถ้ำจะหายตัวไปและไม่มีใครได้กลับออกมาอีก!! ข้าไม่ยอมเอาชีวิตไปทิ้งข้างในแน่ๆ!!!

ถ้างั้นก็ไม่ต้องเข้าไป” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เสียเงินจ้างวานมาไม่พอยังต้องมาทนรำคาญเสียงทะเลาะกันอีก! “รออยู่ตรงนี้จนกว่าข้าจะกลับออกมา ถ้ายังไม่ออกมาก็ไสหัวกลับเมืองไปได้เลย”

สิ้นคำเธอเดินมายืนอยู่หน้าทางเข้าก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปภายในโดยไม่หวั่นเกรงอันตรายใดๆ จะมากลัวตอนนี้ก็สายไปแล้ว... นั่นคือสิ่งที่เธอคิดในตอนนี้

ชั่ววินาทีที่ก้าวเข้าไปภายในถ้ำนั่นเอง...

วิ้งงงงง...!!! ที่พื้นพลันปรากฏสัญลักษณ์ดาวแปดแฉกขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว ซีเรียรีบเอื้อมมือคว้าลูกแก้วบนแท่นนั่นก่อนที่ร่างของเธอหายไปจากตรงนั้นมาโผล่อยู่เหนือโลกใบใหญ่สีฟ้าเทาไร้เสาสีทองที่พุ่งขึ้นมา ร่างทั้งร่างรู้สึกหนักอึ้งราวกับว่ากำลังโดนดึงดูดเข้าไปภายในนั้น!

.

.

.

.

.

ร่างของซีเรียโผล่มายังสถานที่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความมืด ท้องฟ้าที่ควรเป็นสีครามกลับกลายเป็นสีดำสนิท พื้นดินแห้งแล้งสีน้ำตาลไร้สีเขียวเจือปน พืชพรรณดูแปลกตาทั้งยังมีรูปร่างประหลาดไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

ยกเว้นสถานที่หนึ่ง...อัลม่า ทรัน

“ที่นี่ที่ไหนกันแน่?”

ถอดผ้าคลุมปิดบังตนเองโยนทิ้งไว้แถวนั้น เปลี่ยนลูกแก้วในมือให้หายเข้าไปต่างหู รอบๆข้างเต็มไปด้วยโครงกระดูกของคน คาดว่าน่าจะเป็นคนที่หลงเข้ามาที่นี่ มองไปทางไหนก็ไร้วี่แววของมนุษย์ มีแต่สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดแอบหลบซ่อนตัวอยู่ตามต้นไม้และลูฟสีดำ แม้จะใช้พลังเวทย์ไม่ได้ แต่ใช่ว่าจะทำให้พลังที่มีอยู่ลดลงไปแม้แต่น้อย เพราะเหตุนี้จึงไม่มีสัตว์ประหลาดตัวไหนเข้ามาทำร้าย

แต่ประเด็นคือจะอออกไปจากที่นี่ได้ยังไง?

"ดูท่าจะแย่...." พึมพำเบาๆ จากที่ยืนนิ่งเฉยก็เริ่มขยับตัวเดินสำรวจบริเวณโดยรอบเลือกที่จะใช้เท้าเดินแทนที่จะนั่งไม้เท้าเวทย์ แต่ไม่ว่าจะเดินเท่าไหร่ก็ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตอย่างอื่นเลย

จนกระทั่ง....

แซ่ก... เสียงพุ่มไม้ไหว เท้าที่กำลังก้าวอยู่ชะงักลงในทันที เปลี่ยนต่างหูกลับมาเป็นไม้เท้าเวทย์เพื่อนำมาป้องกันตัว นึกประหลาดใจที่มีสิ่งมีชีวิตกล้าเข้าใกล้ตนเอง แต่ก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้ว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรูหรือมิตร

แซ่ก.... แซ่ก.... เสียงเริ่มใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ซีเรียตั้งการ์ดเตรียมพร้อมสู้ทุกเมื่อ ทว่าผู้ที่ออกมากลับกลายเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม

“พวกเจ้า...”

 

 

ณ อีกด้านหนึ่งที่บัลแบดหลังจากการประชุมรวมตัวทั้ง 3 อาณาจักรจบลงด้วยการปฏิเสธการเป็นพันธมิตรได้เกินปัญหาครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อองค์ชายลำดับสี่ เร็น ฮาคุริวได้ก่อสงครามเพื่อยึดจักรวรรดิกลับมาเป็นของตนเองร่วมกับอดีตแม่ทัพแก่ทั้งสองและเมไจแห่งความเสื่อมจูดัล และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคืออาลีบาบากับอาละดินมุ่งหน้าไปหาทั้งคู่เพื่อเจรจาจนเกิดการต่อสู้ระหว่างผู้ใช้ภาชนะโลหะกับเมไจ

ผลของการต่อสู้ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม….

อาลีบาบาโดนฮาคุริวใช้เคียวมัจจุรายของเบลเลี่ยนและถูกส่งไปยังที่อื่น

จูดัลถูกอาละดินใช้เวทย์ของโซโลมอนส่งไปยังสถานที่ที่ห่างไกล

ต่างฝ่ายต่างต้องสูญเสียคนสำคัญ...

“ฉันหวังว่าถ้าโมลเซียน่าได้เจอยูนันที่มหาหุบเหวแล้วได้ข้อมูลมาล่ะก็!?”

“อาละดิน! นายใช้เวทย์มนต์มาติดกัน 5 วันโดยไม่ได้พักแล้วนะ! ไม่เป็นไรแน่เหรอ!!

โตโต้กับคนอื่นช่วยกันเอ่ยปากห้ามขอให้อาละดินพักผ่อนหลังจากใช้ปัญญาแห่งโซโลม่อนติดต่อกันโดยไม่พัก สีหน้าเริ่มย่ำแย่หอบหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อย แต่เขากลับเลือกที่จะปฏิเสธ ยังคงใช้พลังในการตามหาสถานที่ที่อาลีบาบาอยู่

แม้จะร้องไห้มากแค่ไหนเหนื่อยก็ไม่ยอมหยุด

ไม่มีวันยอมให้การคุยครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้ายของทั้งคู่

จนกว่าจะได้เบาะแสสถานที่ที่เพื่อนรักของตนอยู่!!

“มันจะต้องไม่เป็นแบบนี้...” พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแหบแห้ง กลั้นน้ำตาเอาไว้ใช้ไม้เวทย์พยุงร่างใช้พลังนั้นอีกครั้ง ภาพความทรงจำในอดีตที่เคยร่วมเดินทางไปด้วยกันไหลย้อนกลับมา “จะ...จริงด้วย!! ผมจะต้องเจอเบาะแสแน่ถ้าผมตามหาลูฟในร่างของเขา!!

นึกดีใจที่คิดเรื่องสำคัญออก แต่ทว่า...

“เอ๋...”

สิ่งที่เห็นกลับว่างเปล่า...มีเพียงความมืด

“ความทรงจำของลูฟอาลีบาบาคุง...มันว่างเปล่า....”

“อาละดิน...!?”

“มันไม่มีอะไรอยู่ที่นี่เลย...”

บ่งบอกว่าคนคนนี้ เพื่อนรักคนสำคัญของตนได้จากไปแล้ว...

นักเวทย์สาวทั้ง 3 ที่รับใช้โคฮาขอร้องให้อาละดินหยุดในฐานะที่ตนก็เป็นจอมเวทย์เช่นกัน พวกเธอรู้ว่าทำไปก็มีแต้ไร้ประโยชน์ เสนอวิธีอื่นในการกักเก็บลูฟของอาลีบาบาไว้ แต่อาละดินกลับเลือกที่จะปฏิเสธ

เพราะมันคือสิ่งที่อาลีบาบาเกลียดที่สุดเพราะมันคือวิธีที่พวกอัลซาเมนทำ...

“งั้นนายจะปล่อยให้เขามีชะตากรรมแบบนี้รึไง!!!” โอลบะหันไปโวยใส่อาละดิน

“.....”

“นายยอมรับมันได้เหรอ? นายอยู่ข้างอาลีบาบามานานมากกว่าพวกชั้นอีกไม่ใช่เหรอ!

“.....”

“น...นายเป็นเพื่อนเขาใช่ไหม? นี่นายจะบอกให้ชั้นยอมปล่อยให้อาลีบาบาตายงั้นเหรอ...?” จนถึงตอนนี้ไม่มีคำพูดใดที่หลุดออกมาจากอาละดินจนสร้างความโมโหให้แก่โอลบะจนวิ่งเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย! “นี่นายยังใจเย็นอยู่แบบนี้ได้ยังไง!! เมไจ มันเป็นตัวอะไรกันแน่!!!!...!!

ฉับพลันชายหนุ่มกลับชะงักและผละออกมาจากเด็กชายวัย 10 ขวบ เมื่อสิ่งที่เห็นคือเด็กตรงหน้าที่ไม่เคยร้องไห้ในฐานะของเด็กปกติ

ในตอนนี้กลับร้องไห้เหมือนเด็กๆ...

หน้าประตูทางเข้าห้องของอาลีบาบามีคนยืนล้อมอยู่ ทั้งโคเอน โคเมย โคฮา  เฟอิซาและโคเกียคุ

“ฮึก..อาลีบาบาจัง..” องค์หญิงลำดับที่แปดร้องสะอึกสะอื่นด้วยความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียเพื่อนคนแรกของตนแม้รู้ว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาร้องไห้แต่ก็ไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้เฟอิซาทำได้เพียงแค่ปลอบเด็กสาวให้หยุดร้อง

 

ในอีกด้านหนึ่งโมลเซียใช้ภาชนะบริวารบินมาหายูนันโดยไม่ได้พักจนมะโก่ยในร่างเกือบหมดทำให้มีเลือดไหลออกจากตาแต่ไม่รุนแรงเท่ากับตอนที่เคยใช้พลังครั้งแรก

“ผมเสียใจที่ต้องบอกว่าผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอาลีบาบาเขาอยู่ไหน เสียใจด้วยนะโมลเซียน่า”

“ฉ...ฉันเข้าใจแล้วค่ะ” หอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน ชะงักไปเล็กๆเมื่อสัมผัสอะไรบางอย่างได้ “เกิดอะไรขึ้น? ทำไมภาชนะของฉันไม่ตอบสนอง ...แปลกจัง”

“.....โมลเซียน่า จะดีกว่าถ้าเธอรีบกลับไปบัลแบดโดยเร็วที่สุด เราไปพร้อมกันเถอะ”

“? ค...ค่ะคุณยูนัน”

.

.

.

สิ่งที่ยูนันและโมลเซียน่าหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นได้เกิดขึ้นเสียแล้ว เมื่อทั้งคู่กลับมายังบัลแบดปรากฏว่ากำลังมีการจัดพิธีศพของอาลีบาบา กลิ่นควันลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทุกคนต่างสวมชุดงานศพของจักรวรรดิโคว ไม่มีใครในงานศพที่ไม่ร้องไห้เลยสักคนเดียว โมลเซียน่ารีบวิ่งเข้าไปดูร่างของอีกฝ่าย

“คุณอาลีบาบาคะ! คุณอาลีบาบา!!?” เขย่าร่างของอีกฝ่าย ก้มลงไปแนบอกฟังเสียงหัวใจแต่สิ่งที่ได้ยินกลับว่างเปล่า...

“พอเถอะ อาลีบาบาไม่หายใจอีกแล้ว” เฟอิซาเอ่ย

“นี่มันไม่จริงใช่ไหม...”

เด็กสาวเฟอนาลิสทรุดลงไปกองบนพื้นอย่างเหนื่อยอ่อนจนต้องถูกโตโต้พาออกไป ในตอนนี้หัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออก ใบหน้าซีดเผือกเต็มไปด้วยหยดเหงื่อ เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีกลับสลายหายไปหมด

หลังจากนี้เธอเป็นอิสระแล้วนะโมลเซียน่า!’

“คุณอาลีบาบา...”

เธอสวยมากเลยล่ะโมลเซียน่า สวยจนฉันจำไม่ได้เลย

“...คุณอาลีบาบา...”

สุดยอดไปเลยโมลเซียน่า!’

ว่าไงๆ ปลาแสนอร่อยอยู่ตรงหน้าแล้วนะโมลเซียน่า

ฉันน่ะนะ...โมลเซียน่า

“ฮึก...คุณอาลีบาบา...ฮึก...” น้ำสีใสเอ่อคลอดวงตาไหลอาบใบหน้า ความเจ็บปวดของการสูญเสียสิ่งสำคัญไปเมื่อครั้งวัยเยาว์ได้กลับมาอีกครั้ง ภาพความทรงจำในอดีตที่เคยอยู่ร่วมกับอาลีบาบาปรากฏขึ้นในความทรงจำนับไม่ถ้วน

หากนึกย้อนกลับไปได้เธออยากตามเขาไปหาฮาคุริวพร้อมกัน...

อยากอยู่เคียงข้างคอยช่วยเหลือในทุกๆสิ่ง

“.....” มือเล็กๆกำแน่นก่อนที่จะปาดน้ำตา ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง... “ไม่ได้... เราจะมาท้อแบบนี้ไม่ได้ ต้องหาทาง ต้องหาทางพาคุณอาลีบาบากลับมา ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องหาทางให้ได้...”

ยังคงยึดมั่นในสิ่งที่ตนต้องการทำแม้ว่าความเป็นจริงจะโหดร้าย

“เราต้อง... ไปหาเขา” รีบวิ่งออกไปจากห้องพัก

 

เขาคนนั้น...คนที่บอกว่าเป็นพ่อของเรา...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

346 ความคิดเห็น

  1. #271 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 18:38
    ซีเรียจังเจอใครกันแน่นะหรือว่าจะเป็นอาลีบาบาคุงกันน๊าามาต่อไวๆๆนะคร๊าาาาา><
    #271
    0
  2. #270 Ririzaa (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 16:24
    กลับมาอัพแล้วว ยังติดตามผลงานอยู่นะคะ
    #270
    0
  3. #269 tinai2 (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 21:55
    ไรต์ กลับมาแล้วววว ดีใจมาาาาาก จะติดตามนะค่ะ
    #269
    0
  4. #267 Ririzaa (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2558 / 20:05
    โหย ไรท์อัพช้ามากๆอะT^Y แต่ก้ตั้งตาคอยทุกตอนเลยนะคะ ชอบมากอะมันอะไรที่แบบสุดยอดมากกกก!
    #267
    0
  5. #266 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 13:13
    ขอให้หาอุปกรต้องสาบเจอไวๆน๊าซีเรียจัง
    แล้วอย่าลืมมาต่อน๊าจะรออ่านนะคร๊า><
    #266
    0