[Fic Magi]Truth of Destiny {NL}

ตอนที่ 43 : 34 : แล้วเจอกันที่....

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    18 ต.ค. 57

?SYDNEY? Shiny Red Star

 

เช้าวันรุ่งขึ้นซีเรียได้บอกกับเฟอิซาและคีราว่าตนเองจะแยกไปคนเดียว ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองคนต่างค้านเสียงแข็ง เพราะถ้าหากว่าซีเรียเดินทางไปคนเดียวแล้วกลายเป็นอีกคนหนึ่งมีหวังสถานที่แห่งนั้นได้สูญหายไปจากหน้าแผนที่เป็นแน่แท้ แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ยังยืนยันว่าจะไปคนเดียวให้ได้ทั้งๆที่บอกแค่ว่าจะไปไม่นานและช่วงที่เธอไม่อยู่อยากให้คีราเดินทางไปที่แห่งหนึ่งแทนตนเองส่วนเฟอิซาให้ไปที่บัลแบดกับโคฮาแทน แต่เฟอิซาก็ยังไม่ยอมจนกระทั่งเธอต้องเอ่ยปากออกมาว่าจะไปที่ไหนกันแน่...

“ข้าจะไปซินเดรีย!!!

ประโยคเดียวสยบทุกสิ่งเนื่องจากว่ามันเป็นคำต้องห้ามของเฟอิซา จริงอยู่ที่เธอไม่เคยโกรธแค้นอะไรซินเดรียมาก่อน แถมเธอยังเคยไปเปิดร้านขายของที่นั่นด้วยเช่นกัน แต่เพราะมีความทรงจำไม่ดีเกี่ยวกับความรักครั้งแรกที่นั่น สุดท้ายเด็กสาวจึงยอมทำตามที่ซีเรียเสนอโดยการตามพวกองค์ชายไปบังบัลแบด ส่วนคีราถูกขอให้ไปยัง... อาณาจักรที่ล่มสลายด้วยฝีมือตนเองในอดีต

เพราะเมื่อคืนนี้เธอนึกขึ้นได้ว่าที่แห่งนั้นมีของบางสิ่งที่เลย์ลาได้ซ่อนเอาไว้เกี่ยวกับการคืนความทรงจำถ้าหากนำมันออกมาได้เธอก็คงสามารถนึกเรื่องราวออกทั้งหมด แต่สาเหตุหลักที่ไปซินเดรียเพราะมีคนต้องการพบตนและเมื่อจัดการเรื่องเสร็จซีเรียก็รีบหนีออกมาจากจักรวรรดิโควโดยไม่รอคุยกับใครก่อน  

ส่วนเหตุผลที่หนีออกมาก่อนคงไม่พ้นการหนีหน้าองค์ชายลำดับหนึ่งหลังจากไปก่อเหตุไว้เมื่อคืนนี้

“ผู้หญิงคนนั้นอยู่ไหน” องค์ชายลำดับหนึ่งควบม้ามาหาเฟอิซาที่กำลังจะขึ้นม้าไปนั่งซ้อนท้ายโคฮา

เด็กสาวหันไปมองว่าที่พี่เขยตนเอง “...ถ้าซีเรียล่ะก็นางไปซินเดรียแล้วค่ะองค์ชาย”

“....งั้นรึ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบาและควบม้าไปอีกทาง ขณะที่เบฮีร่ามองภาพนั้นอย่างไม่พอใจที่โคเอนหันไปสนใจคนอื่นอย่างซีเรียแทนที่จะเป็นตนเอง เธอทั้งแค้นซีเรียและน้อยใจโคเอนก่อนจะเดินกลับไปยังพระราชวังต้องห้าม

และแล้วกองทัพของจักรวรรดิโควก็ได้ออกเดินทางไปยังบัลแบดด้วยการเคลื่อนย้ายของโคเมย์...

บัลแบดในยามนี้ดูน่าอึดอัดสิ้นดี นั่นคือสิ่งที่เฟอิซาคิดหลังจากเดินมาถึงที่หมาย ทัศนียภาพที่เธอเคยเห็นจากมุมสูงคือประเทศบัลแบดในสีที่คล้ายคลึงกับสีของทะเลทรายดูแล้วแห้งแล้งแต่งแฝงไปด้วยความอบอุ่น แต่ในยามนี้เปลี่ยนเป็นแนวจีนเพราะตกเป็นของจักรวรรดิโคว ถึงแม้ประชากรของบัลแบดจะได้สิทธิ์ของตนเองได้โอกาสใหม่ในชีวิตอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์นั้น ....แต่กลับไร้ซึ่งรอยยิ้ม เด็กสาวถอนหายใจเบาๆรดต้อคอโคฮาจนอีกฝ่ายงงเล็กแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร

“เอ้อใช่ เฟอิซา เดี๋ยวประมาณกลางเดือนจะมีแขกนะ” องค์ชายลำดับสามบอกแฟนสาวของตน

“แขก?” เธอมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าสงสัยเมื่ออีกฝ่ายพูดถึงแขก “หรือว่าจะเป็นองค์ชายอาลีบาบา ซารูจาที่นายบอกเมื่อวานงั้นเหรอ?”

“ใช่แล้วล่ะ ถ้าอาละดินมาด้วยก็ดีน่ะสิ อยากจับแต่งตัวหมอนั่นอีกครั้งจังแฮะ” หัวเราะน้อยๆ

องค์ชายอาลีบาบาเท่าที่ตัวเฟอิซารู้จักคือบุตรคนที่สามของราชาราชิดที่เกิดจากหญิงชาวบ้านและตอนนี้เขาเป็นแค่สามัญชนธรรมดาๆเพราะบัลแบดถูกยึดครองและได้ไปอยู่ซินเดรีย แต่นั่นเป็นเรื่องเมื่อหกเดือนก่อน แต่ในตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเป็นเช่นไร

“จะว่าไปช่วงนี้พอมีเวลาว่างอยู่” มือจับบังเหียนแน่นเพื่อหยุดม้าและหันมามองอีกฝ่าย “ยังไงก็ไปเที่ยวด้วยกันหน่อยไหม”

เด็กสาวนิ่งไปก่อนจะยิ้ม “เอาสิ”

 

 

[ณ จักรวรรดิเรม, เรมโคลอสเซียม]

“ท่านพี่ยังบาดเจ็บอยู่นะคะ ออกมาเดินได้ยังไง!!” เสียงโวยวายของน้องสาวดังก้องไปทั่วโคลอสเซียมที่ไร้ผู้คนในวันนี้ คาดว่าที่ไร้คนคงเป็นเพราะสงครามพึ่งจบไปได้ไม่นานนัก ทั้งยังต้องสูญเสียนักบวชสาวแห่งเรม เซเฮราซาด ไป แต่ในความสูญเสียก็ยังมีความหวังเมื่อเรมมีเมไจคนใหม่ที่เกิดขึ้นจากนาง ไททัส อเลเคียส

“พี่ไม่เป็นไรหรอกมูรอน เจ้านั่นแหล่ะบาดเจ็บหนักกว่า พี่แค่อยากมาอยู่ในที่เงียบๆน่ะ สัญญาว่าถ้าพอใจแล้วจะรีบกลับ เข้าใจนะ” ผู้เป็นพี่ปลอบมูรอนอย่างใจเย็น

“แต่ว่า!!...” “กัปตันสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะก็ไปได้แล้วยัยม้าดีดกะโหลก!

โรโร่ไม่ฟังเสียงค้านของมูรอนและพยายามลากอีกฝ่ายออกจากโคลอนเซียม แต่ไม่เป็นผลทำให้ผู้เป็นพี่อย่างมูต้องหัวเราะแห้งๆ

“ผมจัดการเองครับท่านมู” ชายหนุ่มที่มาด้วยกันกับมูรอนและโรโร่พูดขึ้นมาก่อนจะเดินไปเกลี้ยกล่อมสาวเฟอนาลิส มูรอนถึงกับนิ่งไปสักระยะก่อนจะหน้าแดงเถือก โรโร่อาศัยจังหวะนี้ลากเธอออกไป เขาหันมาโค้งให้มูเล็กน้อยก่อนจะเดินตามออกไปเช่นกัน

มูมองตามหลังอีกฝ่ายที่เดินออกไปพลางนึกขึ้นได้ว่าชายหนุ่มผมทอง ตาสีฟ้าในชุดผู้ชายปกติของเรมคนนี้มีชื่อว่า ฟอส เป็นผู้ที่รับใช้เซลีนีภายในเรมโคลอสเซียมมาตลอด เขาไม่ใช่ทาสแต่เป็นผู้ติดตามของนางและยังเป็นหนึ่งในทหารชั้นยอดที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วนเพื่อปกป้องเรม เท่าที่เขารู้คือฟอสมาจากเมืองนูลลาและเป็นลูกคนโตของเจ้าเมืองที่นั่น

“......” ลูกครึ่งเฟอนาลิสหนุ่มถึงกับถอนหายใจออกมาพลางเงยหน้ามองท้องฟ้า ทว่า....จู่ๆดวงตากลับมืดสนิทเหมือนตอนกลางคืน

มันไม่ใช่เพราะว่าตาของมูมีปัญหาแต่เพราะตาของเขาโดนมือใครบางคนปิดไว้...

“ทายซิ...ใครเอ่ย” ฉับพลันน้ำเสียงที่ดูคุ้นเคยของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาจากข้างหลังเขาจนต้องชะงัก ถึงแม้ตอนนี้มูจะไม่สามารถรับรู้ถึงกลิ่นอีกฝ่ายได้และมองไม่เห็นแต่ก็จำได้ดีว่าเสียงแบบนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น

!!!! ทะ...ท่าน...!!” “ถ้าโวยวายหรือเรียกชื่อข้าขึ้นมาล่ะก็... ระวังจะศพไม่สวยนะมู”

เอ่ยขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายแต่กลับแฝงไปด้วยความกดดันจนชายหนุ่มนิ่งเงียบไป...

“คิก... เมื่อก่อนยังตัวเล็กๆโอบปิดตาได้ง่าย แต่พอโตขึ้นแล้วปิดตาแบบนี้ลำบากเหมือนกันนะเนี่ย”

“ท่าน.... มีธุระอะไรกับผมอีก”

“เดี๋ยวนี้ทำเสียงน่ากลัวบ่อยจัง ระวังทำมากๆจะไม่มีผู้หญิงมอง” หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของเสียงแซวอีกฝ่ายก่อนจะนิ่งไปเมื่อสิ่งที่อีกฝ่ายพูดคือความจริง ช่วงนี้ตนทำเสียงน่ากลัวจนขนาดเซเฮราซาดเตือน

เมื่อนึกถึงอดีตนักบวชสาวแห่งเรมมูตัวเริ่มสั่นน้อยๆโดยไม่รู้ว่ากำลังโกรธหรือกำลังร้องไห้...

“ข้า...ปกป้องท่านเซเฮราซาดไม่ได้ ข้---” “ไม่ใช่ความผิดของเจ้า”

หญิงสาวเอ่ยค้านขึ้นมาเมื่อรู้ว่าสิ่งที่กัปตันกองกำลังเฟอนาลิสผู้นี้กำลังพูดเรื่องที่เกิดขึ้นในสงครามที่มัคโนซุสตัส เขาตั้งใจจะขอโทษที่ผิดสัญญาที่ตนไม่สามารถปกป้องนักบวชหญิงแห่งเรมที่เขาเทิดทูน จริงอยู่ที่ผู้หญิงด้านหลังตนจะเป็นศัตรู แต่ยังไงอีกฝ่ายก็มีบุญคุณกับตนเองนัก

“?” ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนข้างใบหูของตนกับเสียงกระซิบเบาๆที่ชวนให้ใจเต้น “ไว้...เจอกันที่การประชุมนะมู”

! เดี๋ยวก่อนครับท่านเซลีนี...!!!” มูรีบหันกลับไปมองอีกฝ่ายทันทีเมื่อมือที่ปิดตาของเขาอยู่คลายออก แต่เขาช้าเกินไป... จึงพบแค่ความว่างเปล่า “......”

ลูกครึ่งเฟอนาลิสนิ่งไปก่อนที่จะเดินออกไปจากเรมโคลอสเซียมเพื่อนำเรื่องนี้ไปบอกไททัส โดยไม่ทันสังเกตว่าบนท้องฟ้ากว้างมีร่างของหญิงสาวผมสีแดงเพลิงในชุดนักเต้นรำสีแดงยืนยิ้มอยู่ก่อนที่จะหายไปจากตรงนั้น

 

 

ทางด้านอาณาจักรซินเดรียในตอนนี้เป็นช่วงเฉลิมฉลอง เนื่องจากราชาซินแบดและพวกอาลีบาบากลับมา ทางด้านนอกก็ยังคงมีการป้องกันอย่างแน่นหนาเช่นเคยดังนั้นการจะเข้าไปภายในได้มีเพียงแค่ทางเดียวคือทางเรือเพราะทางอากาศมีเวทย์มนตร์ของยามูไรฮะกางไว้ ทว่าซีเรียกลับใช้ทางอากาศในการเดินทางมายังซินเดรียโดยการใช้เวทย์เคลื่อนย้ายเข้ามาภายใน แต่ไม่มีใครจับได้ว่าเธอแอบเข้ามาแม้แต่น้อย สาเหตุอาจเป็นเพราะไม่มีใครรู้ตัวเนื่องจากพลังของเธอกับนักเวทย์สาวคนนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว

ตลอดทางเดินในตัวเมืองซีเรียสังเกตเห็นถึงความเป็นไปของประชากรที่แห่งนี้ มันช่างแตกต่างกับจักรวรรดิโควนัก ที่นั่นมีการแบ่งแยกชนชั้นฐานะระหว่างคนร่ำรวยและชนชั้นต่ำอย่างชัดเจนแต่ที่นี่กลับไม่แบ่งแยกและผู้คนต่างมีแต่รอยยิ้ม

ความรู้สึกของการเป็นซีเรียที่เป็นว่าที่เจ้าเมืองนูลลานั้นปรารถนาจะให้เมืองตนเป็นเหมือนกับสถานที่แห่งนี้ แต่สำหรับลูซิเฟอร์....กลับรู้สึกถึงความเอารัดเอาเปรียบของมนุษย์ ความไม่เท่าเทียมกันของโลกและความเจ็บปวดของลูฟสีดำทั้งหลายที่ตกอยู่ในความเสื่อม

ทำไมพวกเขาถึงต้องโชคร้ายในขณะที่คนอื่นโชคดี?

ทำไมพวกเขาถึงเป็นเหยื่อของสงครามทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด?

ทำไมถึงต้องฆ่าครอบครัวที่เขารักไปจากชีวิตของเขา...

ทำไมถึงต้องพรากสิ่งที่พวกเขารักไป...

นานาคำถามที่ถูกตั้งขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลงเหล่านั้นยังคงวนเวียนอยู่ในความทรงจำ และคงไม่มีวันหายไป....

“อ๊ะ?” อุทานเบาๆเมื่อมีบางอย่างมาสัมผัสใบหน้าจึงหันไปมอง มันคือลูฟสีขาวนั่นเอง หญิงสาวยืนนิ่งอยู่กลางทางเดินก่อนจะยิ้มน้อยๆว่าเธอมัวแต่สนใจลูฟสีดำและลืมสีขาวไปเสียสนิทใจก่อนจะรำลึกถึงอดีตที่เกือบลืมไปว่าตนเองไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาๆอีกทั้งยังเป็นผู้ที่มีลูฟสีดำและสีขาวทั้งสองอย่างไว้ในร่าง

ปึก! โครม!

“ขะ...ขอโทษนะ! เป็นอะไรรึเปล่า?” สาวผมสีดำยาวหันไปขอโทษผู้ที่ตนเดินชนจนล้มข้าวของกระจัดกระจายก่อนจะยื่นมือไปหา อีกฝ่ายนิ่งเงียบไม่เอ่ยปากตอบคำถามของเธอและจับมือนั้นไว้

เด็กตรงหน้ามีผมสีดำหนานุ่มยาวจนถึงเอว มัดมวยกลมๆทั้งสองข้าง ปอยผมยาวสวมทับด้วยปลอกกลมๆกับลูกปัดเล็กๆเหมือนเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว ดวงตากลมโตข้างขวาเป็นสีเขียวมรกตโทนเขียวอ่อน ส่วนข้างขวาเป็นสีฟ้าน้ำทะเลโทนน้ำเงินในชุดกระโปรงยาวสีขาวทับด้วยผ้าคลุมมีฮู้ดคลุมหัวสีขาว

ถือได้ว่าหน้าตาดีคนหนึ่งเลยทีเดียวถ้าไม่ติดที่ตา...

ดวงตาสองสีถือได้ว่าเป็นสิ่งหายากนัก ว่ากันว่ามันมีสิ่งที่พิเศษแต่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เท่าไหร่นอกจากผู้ที่มีชีวิตอยู่มานานอย่างซีเรียหรือลูซิเฟอร์

เด็กสาวลุกขึ้นก่อนจะปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า “ไม่เป็นไร...” เธอพูดเสียงเบา

เมื่อเห็นเช่นนั้นซีเรียโล่งอกเล็กน้อยที่อีกฝ่ายไม่ได้รับบาดเจ็บและก้มลงไปเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่ พลันดวงตาสีน้ำตาลเหลือบไปเห็นชื่อบางอย่างบนม้วนเอกสารหนึ่งก่อนที่เด็กสาวจะเก็บไป

“....เจ้า...ชอบอ่านการผจญภัยทั้งเจ็ดคาบสมุทรของราชาซินแบดรึ? ข้าก็อ่านนะ”

เด็กสาวชุดขาวหันไปมองซีเรียเล็กน้อย แม้จะใบหน้าดูนิ่งเฉยแต่แววตาที่จ้องมานั้นเหมือนเปล่งประกายราวกับเด็กๆ หญิงสาวรู้ได้ในทันทีว่าหลายๆคนคงไม่กล้าคุยกับเธอเพราะดวงตาที่น่ากลัวนั้น .....แต่ถ้ามาเจอกับดวงตาของเธอใครจะน่ากลัวกว่ากันนะ และตอนนี้ก็ใกล้ถึงเวลานัดแล้วเธอคงต้องรีบไปไม่เช่นนั้นคงจะไปสายเป็นแน่

เดิมทีแล้วในโลกใบนี้ผู้ที่เกิดมามีตาสองสีนั้นคือผู้ที่ถูกกล่าวว่าถูกรับเลือกโดยพระเจ้าไม่ก็เป็นตัวกาลกินีที่ถูกส่งมาให้ทำลายดินแดนแห่งนั้น แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลยทั้งสองอย่าง ผู้ที่มีดวงตาสองสีนั้นก็เหมือนผู้ใช้เวทย์มนตร์ทั่วไป แต่ว่าพลังที่ได้รับมาจะถูกใช้ผ่านดวงตานั้นอย่างเดียวเท่านั้น....

“ข้าชื่อซีเรีย เป็นว่าที่เจ้าเมืองนูลลาคนต่อไป เจ้าล่ะ?”

เด็กสาวนึกสงสัยซีเรียเล็กน้อยที่ไม่เอะใจเรื่องสีตาของตนเอง“....เมซี่” เธอเอ่ยด้วยใบหน้าราบเรียบ

“ยินดีที่ได้รู้จักนะเมซี่ งั้น... ไว้เจอกันใหม่นะ” หญิงสาวคลี่ยิ้มบางและเดินสวนอีกฝ่ายไปตรงไปยังทางเข้าป่า เด็กสาวนัยน์ตาสองสีหันไปมองอีกฝ่ายเล็กน้อยด้วยความรู้สึกแปลกใจก่อนจะเดินไปอีกทางเช่นกัน

.

.

.

และแล้วเธอก็มาถึงยังตัวป่าจนได้โดยไม่มีใครเห็นตัวเธอเลยสักคนเดียว คงเป็นเพราะเธอใช้เวทย์ล่องหนเข้ามาด้วยกระมัง อีกทั้งสิ่งที่อยู่ต่อหน้าของเธอคือบอร์กจากลูฟสีขาวแล้วบ้านไม้ขนาดเล็กย่อมๆหลังหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากเวทย์มนตร์

“ที่นี่สินะ” เธอเดินเข้าไปภายในบอร์กนั่นอย่างง่ายดาย

การที่เข้ามาในที่ของคนอื่นเช่นนี้ทำให้เจ้าของบอร์กถึงกับคลี่ยิ้มเมื่อคนที่เขานัดไว้มาถึงแล้วก่อนจะเปิดประตูออกมาจากบ้าน เผยให้เห็นชายหนุ่มผมสีทองถักเป็นเปียยาว ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลในชุดสีเขียวเหมือนกับนักเดินทาง ใช่แล้ว... เขาคนนี้ก็คือ 1 ใน 3 เมไจ ยูนัน

เขายิ้มให้หญิงสาวเล็กน้อย “ผมกำลังรอท่านอยู่เลยครับ”

 




ตอนนี้อาจจะน้อยซักหน่อยต้องขออภัยด้วยนะคะ (เดิมทีไรท์พิมพ์ประมาณ 8-10 หน้าน่ะค่ะ)

 

ช่วงนี้งานที่มหาลัยมันเยอะมากจนไม่ค่อยมีโอกาสจะได้มาแต่ง

 

แต่ไรท์จะพยายามหาเวลามาอัพให้อ่านเท่าที่ทำได้นะคะ

 

เท่าที่เห็นผลโหวตเรื่องการตีพิมพ์แล้วก็ดีใจนะคะ

 

แต่ถ้าอยากได้จริงๆเราอยากให้เม้นบอกว่าอยากให้ตีพิมพ์นะคะเราจะได้คำนวณปริมาณได้ถูกด้วย
(ไม่รู้โพลมันเป็นไรไม่ยอมขึ้น)


ไว้เจอกันนะคะ

 
(นี่เป็นตัวอย่างหน้าปกกับหน้าแนะนำตัวละครที่เราทำค่ะ รูปฮัลวากำลังลงสีอยู่ ^^)

 

 
 

  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

346 ความคิดเห็น

  1. #250 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 19:37
    สู้ๆๆนะไรท์จัง^^
    #250
    0
  2. #180 シャミー (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 13:19
    อ้ากกกก!!! รอเก็บตังค์เลยงานนี้ :) สู้ๆต่อไปนะคะไรท์
    #180
    0
  3. #177 PunChi's (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2557 / 12:10
    โอ้ยยย รู้สึกเหมือนเห็นตังลอย--------
    #177
    0
  4. #174 my lovely >//< (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 01:36
    สู้ต่อไปค่ะไรต์ รออ่านเสมอ ^^
    #174
    0
  5. วันที่ 17 ตุลาคม 2557 / 12:11
    เย้~!!~~ ลูกสาวได้ออกโรงแล้ว เมซี่จ๋าาา ((?)) ได้เจอกับซีเรียด้วย >< 555+ สู้ๆนะค่ะไรต์ ;w; รออยู่ค่ะ
    #172
    0
  6. #171 Shadow♔Blood (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2557 / 01:34
    ค้างอีกตอนนะครับ555555 ผมรอตีพิมพ์อยู่นะครับบบบ
    #171
    0