[Fic Magi]Truth of Destiny {NL}

ตอนที่ 41 : 33 : จะเชื่อหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเอง.... [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    30 ก.ย. 57

。SYDNEY♔

 


 

 หญิงสาวผู้เป็นคู่หมั้นขององค์ชายลำดับหนึ่ง เร็น โคเอน เบฮีร่า โคฮาทำหน้าขยะแขยงใส่อีกฝ่าย เห็นได้ชัดเลยว่าเกลียดผู้หญิงตรงหน้าแค่ไหน ในขณะที่เฟอิซานิ่งไปด้วยความสับสนเพราะบรรยากาศรอบตัวของซีเรียและเบฮีร่าต่างคล้ายกันจนแทบแยกไม่ออก

“เจ้า...เป็นใคร?” เด็กสาวมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่เป็นมิตรแต่เบฮีร่าก็ยังคงยิ้ม

“ข้าคือคู่หมั้นขององค์ชายโคเอน เบฮีร่า ค่ะ”

“คู่หมั้นที่น่ารังเกียจที่สุด” โคฮาพูดออกมาไม่สนใจสายตาที่เบฮีร่าจ้องมา เพราะยังไงเขาก็มีสิทธิ์ที่จะพูดเพราะเป็นองค์ชาย อีกทั้งตอนนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างเห็นได้ ต่างฝ่ายต่างเขม่นกันจนน่ารำคาญ พอเฟอิซาจะโวยวายต่อแต่ปรากฏว่าซีเรียยกมือขึ้นมากันไว้

“จะกันข้าทำไมกันซีเรีย!! ยัยนี่มันต้องเจอข้า!!

“ใจเย็นก่อนเฟอิซา... ถ้ายังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะท่านเบฮีร่า ข้ามีนามว่า ซีเรีย เป็นลูกสาวของเจ้าเมืองนูลลาและเป็นว่าที่เจ้าเมืองคนถัดไปด้วยค่ะ” เอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรตามประสาของผู้ดี ซึ่งแน่นอนว่าอีกฝ่ายเองก็แนะนำตัวเองกลับเหมือนประโยคเดิม เมื่อแนะนำตัวเสร็จซีเรียจึงถามคำถามต่อทันที “ท่านคือ.....คนที่อ้างตัวว่าเป็นเลย์ลาตามที่องค์ชายโคฮาบอกสินะคะ”

ตายจริง...ใช้คำว่าอ้างตัวเลยหรอ? ข้าคือเลย์ลาจริงๆ ในที่สุดข้าก็ได้มาเจอกับท่านโคเอนที่ข้ารักเสียที...” ยกมือที่สวมแหวนหมั้นขึ้นมาและกอบกุมมัน “อยากซักถามอะไรข้าก็เชิญเถอะค่ะ ถ้ามันสามารถทำให้ท่านทั้งสองเชื่อข้าได้เพียงเล็กน้อย ข้าก็พอใจแล้วล่ะ”

“ถ้างั้นข้าขอทราบนามของคนที่จงรักภักดีของท่านซักหน่อยสิ... ผู้ที่จงรักภักดีถึงขนาดยอมสละชีวิตตนเองให้ได้น่ะค่ะ”

เบฮีร่าทำหน้าเศร้าเล็กน้อย “แน่นอนค่ะ ข้าจำได้ดี...ทั้งเซลีนี มาเซน และน้องสาวที่น่ารักของข้า ฮัลวา แต่จนป่านนี้แล้ว...ข้ายังไม่เจอพวกเขาเลย ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้าง แต่ข้ามั่นใจว่าทั้งสามคนต้องปลอดภัยแน่นอนค่ะ .....ยังไงก็ตามเชิญเข้ามานั่งด้านในแล้วค่อยๆคุยกันดีกว่านะคะท่านซีเรีย ข้าว่าท่านเดินทางมาไกลมากคงอยากพักผ่อน ถ้ายังไงข้าจะไปขออนุญาตท่านเกียคุเอ็นเรื่องให้ท่านพักที่นี่ให้ด้วยเลยไงคะ

ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะท่านเบฮีร่า แถมข้ากำลังจะได้พบกับจักรพรรดินีเกียคุเอ็นด้วยแล้วแบบนี้ถือว่าเป็นโชคดีของข้าจริงๆ” ซีเรียกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรและเดินตามอีกฝ่ายไป

แต่เฟอิซารู้ได้ในทันทีว่าสิ่งที่พูดออกมาตรงข้ามกับสิ่งที่คิด...

“อย่าไปเชื่อยัยนั่นนักล่ะ ผู้หญิงคนนั้นเกี่ยวข้องกับยัยแม่มดนั่น” โคฮาพูดเสียงเบาให้เฟอิซารู้ขณะเดินตามทั้งคู่ไป

“เชื่อก็โง่เต็มทนล่ะ” ว่าพลางแลบลิ้นแหยะใส่เบฮีร่าลับหลัง

แต่ลึกๆเธอก็สงสัยเหมือนกันว่าใครคือตัวจริงกันแน่ เท่าที่เธอรู้จากโคฮาคือตอนเลย์ลายังมีชีวิตอยู่เธอเคารพเกียคุเอ็นที่ช่วยเธอไว้ก่อนจะโดนขายให้กับผู้ซื้อคนอื่น แต่... คนที่ทำให้เลย์ลาอาละวาดและฆ่าคนคือเกียคุเอ็น จะว่าทั้งรักทั้งเกลียดเลยก็ว่าได้

 

 

เวลาผ่านมาเบฮีร่าได้พาทั้งสามคนมายังศาลากลางสวนบริเวณพระราชวังต้องห้าม และผู้ที่นั่งอยู่ในศาลานั่นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหญิงสาวผู้เป็นแม่มดขององค์กร เร็น เกียคุเอ็น และยังมีอัลซาเมนอีก 5 คนยืนอยู่เบื้องหลัง เบฮีร่าเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายเพื่อแนะนำซีเรีย แต่เฟอิซากลับรู้สึกขนลุกกว่าเมื่อก่อนที่ได้พบกัน เด็กสาวนึกแล้วยิ่งเครียดหนักกว่าเดิม

“แหมๆ ยินดีต้อนรับสู่จักรวรรดิโควจ้ะว่าที่เจ้าเมืองตัวน้อยแห่งนูลลา เจ้าคงจะเดินทางมาไกลและเหนื่อยมากเพราะงั้นพักตามสบายนะจ๊ะ” เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงเป็นใย แต่สายตาที่จ้องมาเหมือนกับสังเกตรอบข้างหญิงสาว

แต่สิ่งที่เห็นรอบๆข้างของซีเรียมีแค่ลูฟสีขาวบริสุทธิ์ อีกทั้งหน้าตาที่ต่างกับเลย์ลาเจ้าหล่อนจึงไม่ใส่ใจมากนัก

“ขอบพระคุณสำหรับความมีน้ำใจค่ะองค์จักรพรรดินี” กล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มแต่ในใจจริงๆแล้วขยะแขยงที่ต้องมาพูดแบบนี้

แถมบรรยากาศน่ากดดันทำให้เฟอิซาขนลุกจนต้องกุมมือของโคฮาที่อยู่ข้างตนและบีบแน่น

“ไม่ต้องถ่อมตัวนักก็ได้จ้ะซีเรีย แล้วก็... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะจ๊ะเฟอิซา”

“ชะ...เช่นกันค่ะจักรพรรดินีเกียคุเอ็น”

“รู้จักด้วยเหรอคะท่านเกียคุเอ็น?” เบฮีร่ามองผู้ที่มีพระคุณกับตนด้วยความสงสัย อีกฝ่ายหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะแนะนำเฟอิซาให้เธอรู้จักว่าเธอคือว่าที่เจ้าสาวขององค์ชายโคฮา ใช่แล้ว... โคฮานั่นเองคือแฟนของเด็กสาวที่เคยบอกเฟอิซาไว้ สักพักทั้งสามคนจึงเดินไปนั่งอยู่ในศาลา

“แล้วท่านเบฮีร่ารู้จักกับท่านจักรพรรดินีได้ยังไงเหรอคะ...” หญิงสาวผมดำเอ่ยถามต่อไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแต่ในใจกลับรู้สึกรังเกียจที่ต้องคุยกับทั้งสองคนนี้

“ที่ข้ามาถึงที่นี่ได้ก็เพราะได้ท่านเกียคุเอ็นช่วยเหลือเอาไว้นี่แหละค่ะ ตอนนั้นข้าโดนจับตัวไปที่จีซานโดยพ่อค้าทาสรายใหญ่ที่นั่น..ถ้าไม่ได้ท่านเกียคุเอ็นช่วยซื้อตัวข้าเอาไว้คงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ”

“อย่าเศร้าไปเลยจ้ะเบฮีร่า ถ้าโคเอนมาเห็นมันจะไม่งามนะจ๊ะ”

“นั่นสินะคะท่านเกียคุเอ็น”

“.....ไอ้บรรยากาศชวนหายใจไม่ออกนี่มันอะไรกัน...”

“ข้าเห็นด้วย...”

เฟอิซากระซิบกระซาบกับโคฮาเกี่ยวกับการสนทนาที่ดูอึดอัดแบบนี้ แต่มันก็จริงอยากที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันช่างเป็นการสนทนาที่ต่างฝ่ายต่างประชันกันเรื่องในอดีตบ้างก็แอบไต่ถามด้วยว่าใครกันแน่คือตัวจริง แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เฟอิซามั่นใจได้มันคือสิ่งที่ซีเรียถามไป ประโยคคำถามเหล่านั้นเป็นการถามที่ได้รับผลประโยชน์จากอีกฝ่ายมาก ในขณะที่ฝั่งเกียคุเอ็นถามมาเธอก็ตอบคำถามโดยการใช้ตอนเป็นซีเรียให้เป็นประโยชน์ ถือได้ว่าการพูดคุยครั้งนี้คนที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุดคือซีเรีย แม้ว่าทุกประโยคสนทนาจะพูดออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงที่ดูเป็นมิตรแต่บรรยากาศรอบๆนั่นมันชวนอึดอัดและกดดันกันไปมาไม่หยุดหย่อน.... ช่างเป็นการสนทนาที่เคร่งเครียดยกเว้นใบหน้า

“เลย์ลาจัง~~ ข้าทำมงกุฎดอกไม้มาให้ล่ะ...อ..อ้าว? เฟอิซาจังพาใครมาน่ะ?” องค์หญิงเล็กของตระกูลเร็นวิ่งมาหาทุกคนที่ศาลา โดยในมือถือมงกุฎดอกไม้ที่ทำเมื่อครู่นี้

“อืม เป็นเพื่อนร่วมเดินทางน่ะเป็นลูกสาวเจ้าเมืองนูลลาชื่อ ซีเรีย น่ะ ซีเรีย นี่องค์หญิงลำดับที่แปดน้องสาวของโคฮา โคเกียคุ นะ” เฟอิซาแนะนำให้รู้จักกันเสร็จสรรพ นึกดีใจน้อยๆที่บรรยากาศเลิกเครียดหลังจากที่โคเกียคุมา

ถึงเกียคุเอ็นจะดูไม่พอใจเล็กๆก็ตามที...

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะองค์หญิงโคเกียคุ”

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน ....จริงสิ! เลย์ลาจังข้าทำมงกุฎดอกไม้มาให้นะ!

เบฮีร่าคลี่ยิ้มรับมงกุฎดอกไม้จากโคเกียคุมาสวม “ขอบคุณนะโคเกียคุจัง เหมาะกับข้ารึเปล่า?”

“แน่นอนจ้ะ!” หญิงเล็กยิ้มอย่างมีความสุข ในที่สุดเธอก็ได้เพื่อนคนเก่ากลับมาอีกครั้ง

ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเด็กสาวผมส้มทองนั้น เธอเข้าใจในทันทีว่าโคเกียคุเชื่อว่า เลย์ลาที่อยู่ตรงหน้าเป็นตัวจริงแต่ในความคิดของเธอแล้วคนตรงหน้าดูไม่เหมือนเลย์ลาเลยสักนิด ทั้งกิริยาท่าทางและการแสดงออกของเบฮีร่าไม่เหมือนกับเลย์ลาในอดีตสิ่งที่เหมือนก็มีเพียงแค่บรรยากาศรอบๆข้าง ส่วนซีเรียเองก็ใช่ว่าจะเหมือนตัวจริงมีเพียงการที่ไม่ค่อยพูดหากไม่จำเป็นนั่นเท่านั้นที่เหมือน แถมทั้งคู่ก็ยังสามารถอธิบายเรื่องในอดีตเหมือนๆกันได้จนเธอเองก็สงสัยว่า....

ทั้งสองคนนี้....ใครเป็นตัวจริงกันแน่

ซีเรียจ้องโคเกียคุที่กำลังยืนคุยกับเบฮีร่าอย่างมีความสุข เธอไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องอะไรกับองค์หญิงคนเล็กและเคยไปทำอะไรเธอไว้หรือเปล่า สิ่งที่รู้มีเพียงความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก “อึก...!” มือเรียวยกขึ้นมากุมหัวเมื่อความเจ็บแปลบแล่นเข้ามาในสมองเหมือนกับกระแสไฟฟ้าช็อต ภาพที่ปรากฏขึ้นมาในสมองคือภาพของเลย์ลากับองค์หญิงเล็กตรงหน้า

น่าดีใจก็จริงที่ความทรงจำเริ่มกลับมา แต่การที่กลับมาเร็วเกินไปนั่นทำให้ร่างรองรับไม่ไหว

“ตายจริง ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่สบายนะ ถ้ายังไงก็ให้คนของข้าไปส่งที่ห้องพักไหม?” เกียคุเอ็นยกมือขึ้นมาเพื่อไปสัมผัสใบหน้าของซีเรียแต่หญิงสาวกลับหันไปมองแล้วคลี่ยิ้มนิดๆทำให้หล่อนต้องชักมือกลับไป

“ขอบพระคุณสำหรับความเป็นห่วงค่ะองค์จักรพรรดินี ถ้างั้น... ข้าขอไปพักเสียหน่อยละกัน”

“ขอให้หายไวๆนะจ๊ะว่าที่เจ้าเมืองนูลลา” เบฮีร่าคลี่ยิ้มบางให้ซีเรีย ซึ่งหญิงสาวเองก็ยิ้มตอบกลับน้อยๆก่อนที่จะเดินออกมาจากศาลา ซึ่งโคฮาและเฟอิซาเองก็ออกมาจากศาลานั่นเช่นกัน ในเมื่อซีเรียไม่อยู่แล้วก็คงไม่มีความจำเป็นอะไรที่พวกเขาต้องอยู่

“ถ้างั้นไปกับคนของข้าละกันนะ จุนจุน เรย์เรย์ จินจิน พวกเจ้าพานางกับเฟอิซาไปที่ห้องพักหน่อย”

“ค่าท่านโคฮา~” ทั้งสามขานรับด้วยน้ำเสียงร่าเริงและพาซีเรียไปยังห้องพัก แต่ก่อนที่เฟอิซาจะเดินไปโคฮาจับไหล่อีกฝ่ายไว้และเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้และกระซิบเสียงเบา

คืนนี้เดี๋ยวข้าจะพาไปหาพี่เอน เตรียมตัวให้ดีๆล่ะ เด็กสาวพยักหน้าตอบรับและเมินหน้าไปทางอื่น ไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่เป็นเพราะเมื่อครู่ใบหน้าใกล้กันมากเกินไปจนเธออดที่จะเขินไม่ได้ กิริยาที่น่ารักแบบนี้ทำเอาโคฮาเองก็อดเขินไม่ได้เหมือนกัน “งั้น... ข้าขอตัวล่ะ” แก้เขินด้วยการขอตัวไปที่อื่นและรีบเดินไป เฟอิซาเองก็รีบตามสามสาวรับใช้ของโคฮาไป

 

 

ไม่นานนัก...ท้องนภาสีฟ้าก็ถูกย้อมด้วยสีดำจนกลายเป็นท้องนภายามตรี แต่งแต้มด้วยดวงดาวเล็กใหญ่ที่สวยงามนั่นทำให้ผู้ที่เฝ้ามองรู้สึกเป็นสุข ร่างของหญิงสาวทั้งสองที่กำลังเดินอยู่บนทางเดินตรงไปยังที่พำนักขององค์ชายลำดับหนึ่งเพียงต้องการไปยืนยันอะไรบางอย่าง ทันทีที่ไปถึงก็ได้พบผู้ที่ยืนอยู่หน้าห้องเก็บเอกสาร โคฮา นั่นเอง

“ตอนนี้พี่เอนน่าจะว่างอยู่ เพราะเห็นแค่อ่านหนังสือไม่ใช่เอกสารราชการ แถมมีเวลาแค่วันนี้เท่านั้นนะเพราะพรุ่งนี้พี่เอนจะไปบัลแบดแล้ว”

หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย “เข้าใจแล้ว...” แต่น้ำเสียงนั่นดูหวั่นไหวจนเฟอิซาถอนหายใจเล็กๆ และยกมือขึ้นมา....

ป้าบ!!!

“มั่นใจในตัวเองหน่อยสิยะ! เจ้าน่ะเป็นถึงว่าที่เจ้าเมืองและเป็นถึงราชาเลยนะ! กะอีแค่เรื่องแค่นี้ต้องไหวอยู่แล้วสิ!” เอ่ยหลังจากตบหลังซีเรียไปหนึ่งป้าบ แต่อย่างน้อยก็ทำให้อีกฝ่ายเลิกหวั่นได้ “ถ้าเข้าใจแล้วก็เข้าไปเลยสิ ข้ากับโคฮาจะรอเป็นกำลังใจอยู่ตรงนี้ให้นะ”

“....ขอบคุณนะเฟอิซา องค์ชายโคฮา” เธอคลี่ยิ้มบางก่อนจะเคาะประตูเบาๆ และเมื่ออีกฝ่ายอนุญาตให้เข้าจึงเดินเข้าไปภายในนั้น

“หวังว่านางคงไม่เป็นอะไรนะ”

“นางคงไม่เป็นอะไรหรอกถ้าไม่มีใครมาขัด” โคฮาว่าก่อนจะนั่งลงแถวนั้น

“แน่นอน! เพราะงั้นข้ากับเจ้าจึงต้องเฝ้าด้านหน้าไงล่ะ! ข้ารอบคอบใช่ไหม!?”

“คร้าบๆ รอบคอบมากครับแม่คนฉลาด .....จะว่าไปไหนๆก็ไหนๆ เล่าเรื่องการผจญภัยของเจ้าให้ฟังหน่อยสิ ข้าอยากฟังนะ” ยิ้มให้อีกฝ่ายที่ยืนอยู่

เฟอิซาที่เห็นแบบนั้นก็ยิ้มภูมิใจก่อนที่จะนั่งลงข้างๆโคฮา “อืม..ถ้าเจ้าอยากฟังขนาดนั้นข้าก็จะเล่าให้ฟังก็ได้นะ!”

จริงๆแล้วเจ้าหล่อนเองก็อยากเล่าให้คนรักฟังตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งโคฮาเองก็รู้ดีว่าเฟอิซาน่ะอยากเล่าเรื่องที่ไปเจอมาให้ตนฟังตลอด เพราะหลังจากสงครามที่เลย์ลาก่อขึ้นครั้งนั้นทั้งคู่ก็เริ่มสนิทขึ้น จากคู่กัดกลายเป็นเพื่อน จากเพื่อนกลายเป็นคนรัก แม้ในยามแรกเฟอิซาจะปฏิเสธเสียงแข็งเพราะผู้ชายในอุดมคติจะไม่เหมือนตัวเขาเองสักนิดนอกจากรวยและมีฐานะเป็นองค์ชาย แต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับหัวใจและความรู้สึกตัวเอง แต่หลังจากที่คบกันแล้วเฟอิซาก็ตัดสินใจออกเดินทางและขอติดต่อกันด้วยจดหมายแทน ยิ่งโคฮาเห็นใบหน้าของเฟอิซาตอนกำลังเล่าเรื่องการผจญภัยของเธอให้ฟังด้วยแล้วยิ่งทำให้นึกถึงจดหมายที่เฟอิซาฝากนกพิราบสื่อสารมาให้ตนมันทำให้เขาอดยิ้มไม่ได้เลยสักครั้ง...

โคฮาข้าอยากเจอเจ้า....

.

.

.

ภายในห้องกว้างที่เต็มไปด้วยเอกสารทางราชการ ซีเรียกำลังเดินอยู่ท่ามกลางเอกสารนับร้อยนับพัน รู้สึกคุ้นเคยราวกับว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่สำคัญ แต่เธอกลับเสียใจที่จำไม่ได้เลยซักเสี้ยวเดียวของความทรงจำ... เท้าทั้งสองหยุดเดินเมื่อเห็นชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงคนหนึ่งกำลังนั่งอ่านม้วนเอกสารพวกนั้นเพียงลำพังก่อนที่จะละสายตาจากม้วนเอกสารนั่นมามองเธอ วินาทีที่สายตาประสานกันหัวใจดวงน้อยก็เริ่มเต้นแรงขึ้นกว่าเดิม

“เจ้าเป็นใคร” น้ำเสียงนั่นฟังดูไม่เป็นมิตร แต่หญิงสาวกลับรู้ได้ว่ามันเป็นเรื่องปกติของอีกฝ่ายที่จะพูดด้วยน้ำเสียงโทนนี้...

“ข้ามีนามว่า ซีเรีย ว่าที่เจ้าเมืองคนต่อไปของเมืองนูลลาค่ะองค์ชายโคเอน”

“เมืองนูลลางั้นรึ.... อยู่ห่างไกลขนาดนั้นแต่กลับมาที่จักรวรรดิโควแบบนี้ ต้องการอะไรกันแน่”

“....ข้าต้องการออกตามหาบางสิ่งค่ะ และข้าก็เดินทางมากับเฟอิซาด้วย” นิ่งไปสักพักเมื่อประโยคที่จะพูดถัดไปกลับติดอยู่ที่คอ ร่างบางรีบทำใจให้สงบก่อนที่จะพูดออกไป “คือว่าเรื่องเลย์ล....”

“ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดอะไร” เอ่ยขัดขึ้นมาก่อนทำให้เธอเงียบไป “ตลอด6เดือนที่ผ่านมา มีผู้หญิงเป็นร้อยมาอ้างกับข้าว่าคือเลย์ลารวมถึงคู่หมั้นคนปัจจุบันของข้าด้วย แล้วมาตอนนี้จะให้ข้าเชื่อง่ายๆรึไงกัน? ถ้าอยากได้สมบัตินักก็ไปทำด้วยวิธีอื่นเถอะ เลิกแอบอ้างซะที”

พอได้ยินเช่นนั้นซีเรียถึงกับนิ่งเงียบไปในทันที เหล่าลูฟที่บินอยู่รายล้อมนั่นเธอก็สามารถสัมผัสได้ถึงความเศร้าและความเจ็บปวดที่คนตรงหน้าได้รับ ....โคเอนในตอนนี้เป็นคนที่น่าสงสารจริงๆ

“....ค่ะ นั่นคือสิ่งที่ข้าจะพูด ข้าเองก็เป็นหนึ่งในนั้น”

โคเอนจ้องหญิงสาวด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวอย่างเห็นได้ชัด “ข้าบอกเจ้าไปว่าอะไร.... เลิกแอบอ้างซักทีได้ไหม!!!” ตะคอกใส่ซีเรียและหันกลับไปสนใจเอกสารต่อ ไม่อย่างนั้นเขาคงทนไม่ได้จนต้องฆ่าอีกฝ่ายทิ้ง

“.....ข้ารู้ค่ะ แต่จะเชื่อว่าข้าใช่หรือไม่นั่นก็ขึ้นอยู่กับท่านนะคะองค์ชาย ในเมื่อผู้หญิงที่มีนามว่าเลย์ลานั้นเดิมทีก็ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอยู่แล้ว อีกทั้งนางก็ตายไปจากสงครามครั้งนั้นแล้วจึงไม่แปลกที่จะมีคนมาแอบอ้าง แต่.... ไม่แน่ว่าหนึ่งในคนแอบอ้างนั่นอาจจะมีตัวจริงก็เป็นได้ใครจะไปรู้ ท่านน่ะยึดตึดกับรูปลักษณ์ของนางในอดีตมากไปแล้วล่ะค่ะ... หัดใช้หัวใจที่ท่านปิดไว้นั่นตามหานางบ้างนะคะ...” สิ้นประโยคซีเรียเดินไปที่ประตูทางออก แต่เธอกลับชะงักฝีเท้าไว้ก่อนจะหันมามองและเอ่ยภาษานั้น “ (จะเชื่อใจหรือไม่เชื่อใจมันก็ขึ้นอยู่กับตัวท่านเองนะคะ... องค์ชายโคเอน)”

จบประโยคร่างสูงถึงกับนิ่งไปและรีบหันกลับไปมองอีกฝ่ายและรีบวิ่งออกไปนอกห้องทันทีแต่ปรากฏว่าซีเรียหายไปจากตรงนั้นเสียแล้ว สิ่งที่โคเอนอึ้งไม่ใช่เรื่องที่เธอพูดแต่เป็น.....ภาษาลึกลับที่เลย์ลาสอนเขาเมื่อนานมาแล้ว

ฝ่ายซีเรียที่ออกมาจากห้องเมื่อครู่เองก็ไม่ฟังเสียงโวยวายของทั้งคู่และรีบลากให้ไปไหลจากตรงนั้น เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองกันแน่ถึงได้พูดภาษาของตนเองที่โลกนั้นให้โคเอนฟัง อีกทั้งหัวใจกลับเจ็บปวดตอนที่โดนตะคอกใส่

ความรู้สึกที่เรียกว่ารักนี่มันช่างซับซ้อนและน่ารำคาญจริงๆ....


“ทำไมถึงออกมาเร็วนักล่ะยัยบ้า!เฟอิซาโวยใส่หลังจากที่ซีเรียลากเธอและโคฮาออกมาจากบริเวณนั้นโดยไม่ถามอะไรสักคำ

“ก็ถ้าอยู่นานมันจะมีปัญหาน่ะสิ จะว่าไป... ทำไมเจ้าหน้าแดงจังเฟอิซา” เปลี่ยนเรื่องด้วยการแซวหน้าแดงๆของเฟอิซาจนเธอเงียบไปในทันที นิสัยแกล้งเฟอิซาแบบนี้ติดมาจากเซลีนีหรือเปล่า เธออยากถามแบบนี้ใส่ซีเรียจริงๆ

“ก็แค่โดนข้าชมไปซักสองสามประโยคเองน่ะ”

“เงียบไปเลยนะไอ้บ้า!!!

และการเปลี่ยนเรื่องคุยมันได้ผลดีกว่าที่คิดไว้ ทั้งสองคนวิ่งไล่กันไปอีกทางเสียแล้ว ซีเรียหัวเราะเบาๆกับการกระทำของทั้งคู่ก่อนที่จะมองไปอีกเส้นทาง ตอนที่อยู่ในห้องเอกสารเธอรู้ว่ามีแขกมาแต่โคฮาและเฟอิซาไล่ไป ซึ่งแขกที่ว่าไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคู่หมั้นของเร็น โคเอน เบฮีร่า นั่นเอง ซีเรียยกนิ้วขึ้นมาแตะลูฟสีดำข้างกายเพื่อมองภาพที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ตอนที่ตนยังอยู่ในห้องเอกสาร

 

ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่ซีเรียเข้าไปภายในห้อง ส่วนโคฮาก็นั่งคุยและฟังเรื่องเล่าการผจญภัยของเฟอิซาอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งมีตัวมารผจญมาขัดจังหวะจนทั้งคู่นิ่งก่อนจะตีหน้าเหมือนกับขยะแขยงผู้มาเยือน

แหมๆ~ มายืนคุยอะไรกันดึกดื่นหน้าห้องพักของท่านโคเอนกันคะทั้งสองท่าน เดี๋ยวจะรบกวนสมาธิท่านโคเอนเปล่าๆคู่หมั้นสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ชวนขนลุก

ข้าจะทำเรื่องอะไรมันก็เรื่องข้า พี่เอนไม่เคยว่าซักหน่อยแล้วเจ้าล่ะมาทำอะไรที่หน้าห้องพี่เอนดึกๆดื่นๆ

พอดีว่าข้าอยาก....จังหวะที่กำลังจะพูดพอดีกับช่วงที่โคเอนตะคอกเสียงดัง ‘!!!’ เบฮีร่าหันไปมองตามเสียงและรีบวิ่งเข้าไปภายใน แต่เฟอิซาและโคฮาเดินมาขวางทางเข้าไม่ให้เธอเข้าไป

หยุดเลย ใจเย็นๆหน่อยมันเสียมารยาทที่เมินเฉยต่อคู่สนทนานะ รู้ไหม?’

เจ้าเองก็น่าจะเรียนเรื่องมารยาทมาบ้างนะ เพราะงั้นอย่ามาทำนิสัยแบบนี้

คู่หมั้นสาวถึงกับนิ่งไปและพยายามข่มอาการเอาไว้ก่อนจะคลี่ยิ้มบางทั้งๆที่จริงๆแล้วเธออารมณ์เสียเป็นอย่างมาก ถ้าเช่นนั้น ราตรีสวัสดิ์ค่ะเอ่ยก่อนที่จะเดินไปจากบริเวณนั้น

 

“ผู้หญิงคนนั้นจริงๆด้วยสินะ.... หืม?” หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อมีลูฟสีขาวบินมาแตะที่ไหล่ จึงใช้นิ้วชี้สัมผัสมันเบาๆ ภาพต่อจากนั้นก็โผล่ขึ้นมาในสมองของเธอ

 

เฮ้อ~ยัยป้านั่นมันอะไรน่ะ ตอแยจริงๆ

เรียกว่าป้าเลยงั้นเหรอ โคฮาหัวเราะเบาๆก่อนจะหันไปมองทางเข้าห้อง ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลนะ พี่เอนตวาดแบบนั้นน่ะน่ากลัวสุดๆเลยล่ะ

ข้าขี้เกียจปลอบคนร้องไห้ขี้มูกโป่งนะจะบอกให้ จะว่าไป......เจ้าไม่เห็นว่าข้าเปลี่ยนแปลงอะไรเลยรึไง....” ประโยคหน้าพูดด้วยความมั่นใจแต่ประโยคหลังกลับพูดเสียงเบาและยังดูเหมือนน้อยใจเสียด้วย

แต่คิดรึว่าประโยคเมื่อครู่จะรอดพ้นหูของโคฮา

เดี๋ยวนี้กลายเป็นเด็กขี้น้อยใจรึไง?

หา?! ใครเด็ก?! ใครขี้น้อยใจ?! จะบ้ารึไงยะ?!’ แก้เขินด้วยการดึงแก้มขององค์ชายข้างๆอย่างแรง

เจ็บๆๆ!!’ ว่าพลางดึงมือของแฟนสาวออกและลูบแก้มตัวเองที่โดนดึงเมื่อครู่ ถ้าหากว่าคนดึงเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เฟอิซาป่านนี้แขนคงได้ขาดแน่ๆ ข้ารู้น่าว่าเจ้าเปลี่ยนไปเยอะ ทั้งการแต่งตัว ทรงผม แล้วก็... หุ่นดีขึ้นนิดนึงล่ะมั๊งนะ

อ......ไอ้บ้านี่!

 

ภาพของทั้งคู่ที่กำลังพูดคุยด้วยรอยยิ้มนั้นถือว่าเป็นสิ่งหายากนัก แต่เพราะอย่างนั้น... “อึก!” มือเรียวยกขึ้นมากุมหัวด้วยความเจ็บแปลบที่แล่นมาซึ่งเป็นสัญญาณว่าตอนนี้ได้ความทรงจำที่เกี่ยวกับองค์ชายโคฮากลับมาแล้ว แต่มันเร็วเกินไปจนเธอทรุดลงไปนั่งกองบนพื้น “บ้าจริง.... เร็วเกินไปจนร่างมนุษย์แบบนี้ปรับตัวไม่ทันเลย” พึมพำเสียงเบาก่อนจะชันตัวลุกขึ้น แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงของชายหญิงคู่หนึ่งแถวนั้นจึงต้องแอบฟัง

และคนที่ว่านั่นก็คือเมไจแห่งจักรวรรดิโคว จูดัลที่เธอเคยได้ยินมาและองค์หญิงโคเกียคุ ทั้งคู่ดูเหมือนคุยกันตามปกติโดยมีเมไจหนุ่มแกล้งองค์หญิงเล็กให้โกรธ แต่ดูเหมือนคราวนี้เด็กสาวจะไม่ค่อยโกรธและพูดอะไรบางอย่างด้วยความสุขในขณะที่เด็กหนุ่มถึงกับนิ่งและพยายามตีหน้าให้เหมือนปกติและแกล้งเธออย่างที่เคย ไม่นานโคเกียคุก็เดินไปอีกทาง ในขณะที่จูดัลมองตามและยื่นมือไปหาอีกฝ่ายแต่ก็ชะงักมือไว้และดึงกลับมาก่อนจะไปอีกทางด้วยสีหน้าที่เจ็บปวดและดูเหมือนกำลังโกรธอะไรบางอย่าง อีกทั้งพลังที่แฝงอยู่ในร่างของเมไจหนุ่มกลับมหาศาลเกินไปจนเธอถึงกับนิ่งไป เพราะพลังที่สัมผัสได้เหมือนกับพลังนั้นในอดีตตอนอยู่อัลม่าทรันไม่มีผิด สักพักก็มีใครบางคนเดินออกมาคุยกับจูดัลและคนคนนั้นก็มีลูฟสีดำเช่นกัน

“....เด็กคนนั้น.....องค์ชายฮาคุริว?” หญิงสาวพึมพำเบาๆและเฝ้าดูต่อ ทั้งสองคนคุยอะไรบางอย่างก่อนจะเดินไปจากตรงนั้นและเมื่อทุกอย่างจบลงเธอจึงออกมาจากที่ซ่อน “......ดูท่าข้าคงต้องจัดการเรื่องวุ่นวายทั้งหมดที่กำลังจะเกิดขึ้นก่อนที่จะแย่ลงไปกว่านี้เสียแล้ว”

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

346 ความคิดเห็น

  1. #337 supawee6371 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2559 / 07:32
    ถ้างั้นช่วยจัดการอีนัง'ไฮยีน่า'(เบฮีร่า)นั่นด้วยนะคะ
    #337
    0
  2. #249 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 19:28
    งั้นช่วยจัดการเรื่องทั้งหมดด้วยนะซีเรียจาง~~
    #249
    0
  3. #193 Ririzaa (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2557 / 14:26
    ซีเรียน่าสงสารT^T.............

    แอบดราม่าแถวจูดัลกับหญิงเล็ก
    #193
    0
  4. #166 †+Liz+† (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2557 / 05:49
    ฟินคู่โคฮเฟอิชามากค่ะ-..- เลย์ลาตัวจริงตือใครกันแน่!!
    #166
    0
  5. #163 my lovely >//< (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 09:15
    รู้สึกฟินเฟอิซากับโคฮา -,.-  ซีเรียน่าสงสารจริงๆ  TT 
    มาต่อไวๆนะคะ
    #163
    0
  6. วันที่ 30 กันยายน 2557 / 21:45
    ซีเรียน้อยผู้น่าสงสาร.... ;w; ทำไมโคเอนไม่นึกถึงเรื่องภาษาที่เลย์ลาสอนให้เลยน้าา!!! สู้ๆค่ะรอตอนต่อไป...
    #162
    0
  7. #161 Shadow♔Blood (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 30 กันยายน 2557 / 01:23
    อ๊ากกกกก!!นี่มันตอนโชว์สวีทใช่ไหมครับเนี่ย?! >///[]///< ตอนนี้ซีเรียน่าสงสารจังเลย..ขอให้รีบๆจำทุกอย่างได้ทีเถอะ..เสี่ยก็เหมือนกัน รีบๆรู้สึกตัวทีเถอะครับบบบบ~~ รออ่านตอนต่อไปนะครับ
    #161
    0
  8. #158 my lovely >//< (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 17:46
    สนุกมากค่ะ รีบมาต่อเร็วๆนะ
    #158
    0
  9. #157 Pun Pun NaKab (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 00:26
    ::รอว์อีก 50%:: กำลังสนุกกกก
    #157
    0
  10. วันที่ 25 กันยายน 2557 / 21:01
    สู้ๆนะค่ะ รออยู่ >< สรุปใครกันนะที่คือเลย์ลาตัวจิงกันแน่!!!
    #151
    0