[Fic Magi]Truth of Destiny {NL}

ตอนที่ 23 : 19 : สายสัมพันธ์ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 582
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    17 เม.ย. 57

19

สายสัมพันธ์ (1)

 

ยามนี้จูดัลเริ่มรู้สึกเครียดจนเหงื่อตก แม้ใบหน้าจะยังยิ้มตามแบบฉบับของตนเองอยู่ก็ยังรู้สึกหวาดไม่ได้ที่ดันไปทำให้อีกฝ่ายโกรธจนเลือดขึ้นหน้า

พอฟื้นขึ้นมาหลังจากรักษาบาดแผลที่เลย์ลาทำไว้เสร็จ ตั้งใจจะไปหาพวกองค์ชายองค์หญิงเพราะลางสังหรณ์กับภาพในฝันตอนสลบอยู่บอกว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับพวกเขาเป็นแน่ ก็ได้ทราบมาจากเกียคุเอ็นว่าเกิดเรื่องประหลาดขึ้นทำให้ทุกคนไม่อยู่กัน

“จูดัลจังระวัง!!!” องค์หญิงคนเล็กตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นว่าเซลีนีกระโจนเข้าใส่จูดัลด้วยความเร็วสูงจนไม่ทันตั้งตัว

เมื่อรู้ว่าอันตรายบอร์กป้องกันประจำตัวของเมไจออกมาคลุมร่างของนักบวชแห่งเจิดจรัสไว้ ป้องกันกรงเล็บใหญ่ไม่ให้สามารถเข้าถึงตัวเขาได้

แต่ทว่าความแตกต่างของพลังมากเกินไปจึงทำให้....

เพล้งงง!!!

“แย่ล่ะ!!

เขากระโดดหลบออกมาจากวิถีกรงเล็บ หากหลบไม่พ้นคงมีสภาพแหลกละเอียดเหมือนกับพื้นเป็นแน่ จูดัลร่ายเวทย์สร้างน้ำและเปลี่ยนให้เป็นก้อนน้ำแข็งแหลมคม

ผิวน้ำแข็งปริออกพุ่งเข้าใส่เซลีนีแต่เธอหลบได้เช่นกัน เศษน้ำแข็งปักพื้นแผ่ไอเย็นไปทั่วบริเวณ

“ยัยปีศาจเอ๊ย!! มาคุยเรื่องที่ยัยหงอกนั่นยัดเยียดความทรงจำแปลกๆทำให้ฉันเดี๋ยวนี้!!

“อย่ามาเรียกราชาของพวกข้าว่ายัยหงอก!!!

“ก็ฉันจะเรียกยัยเลย์ลาว่ายัยหงอกแล้วมันจะทำไม!!!

ทั้งคู่ตะโกนเสียงดังใส่กันและเริ่มเข้าปะทะกันอีกครั้ง ตัวจูดัลร่ายเวทย์น้ำแข็งใส่หญิงสาวไม่หยุดเช่นเดียวกับเซลีนี เธอทั้งหลบสะเก็ดน้ำแข็งได้อย่างง่ายดายและโจมตีอีกฝ่ายอย่างรุนแรง โดยการใช้กรงเล็บและเสียงคำรามในการต่อสู้ ทั้งคู่ต่ายืมพลังจากลูฟแห่งความมืดเพื่อเพิ่มพลังให้แก่ตนเอง แม้จะแตกต่างกันตรงที่เซลีนีสามารถยืมพลังจากลูฟสีขาวได้

การต่อสู้ครั้งนี้ไม่มีใครยอมใคร คนหนึ่งก็เป็นเมไจตกลงสู่ความเสื่อมอีกคนก็เป็นปีศาจร้าย

แต่ใครบางคนที่ได้ยินชื่อของว่าที่มเหสีตนเองเท่านั้นแหล่ะ...

“จูดัล!!!!

โคเอนตะโกนเสียงดังลั่นถ้ำจนจูดัลต้องยกมือขึ้นมาปิดหูแน่นจนเกือบจะโดนหญิงสาวตรงหน้าจ้วงท้อง ตาสีแดงเหลือบไปมองผู้เรียก

“มีอะไรเล่า!! เมื่อกี้เกือบจะตายเลยนะเฟ้ย!!

“เกิดอะไรขึ้นกับเลย์ลา!!

โวยวายเสียงดังพยายามดิ้นหนีให้หลุดออกจากโซ่ที่พันธนาการแม้จะไร้ผล

“ยังไม่รู้อีกรึไงโคเอน! ยัยปีศาจสุดสยองนี่ไม่ได้บอกพวกนายเรอะ! เหวอ!!!” พูดไปพลางหลบอีกฝ่ายไปด้วย

“เพราะข้าคิดว่าคงไม่ต้องบอกคนใกล้ตายไงล่ะ!

คำรามเสียงดังลั่นจนถ้ำสั่นสะเทือนจนหูหลายคนอื้ออึง ถึงจะปิดหูก็ยังทนแทบไม่ไหว แต่โคเอนกลับทนได้

“บอกข้ามาเดี๋ยวนี้เซลีนี!!!

หญิงสาวหันมามองโคเอนตาขวาง “ได้! ถ้าอยากรู้นักข้าจะบอกให้! ราชาผู้ยิ่งใหญ่ของพวกข้าน่ะ... ก็คือท่านเลย์ลายังไงล่ะเจ้าภาชนะราชาผู้แสนโง่เขลาเอ๋ย!!!!!!

สิ้นเสียงบรรยากาศรอบข้างโคเอนเงียบลงไปในแทบทันที ลมหายใจถึงกับหยุดไปชั่วขณะหนึ่ง ชื่อของคนที่ไม่คาดว่าจะได้ยินถูกเอ่ยออกมาจากศัตรูตรงหน้า

ชื่อ....ของคนรักตนเอง

“ก็อย่างที่ได้ยินไปนั่นแหล่ะโคเอน!” กระโดดหลบวิถีกรงเล็บของอีกฝ่าย “ยัยหงอกนั่นน่ะเป็นคนก่อเรื่องทั้งหมด!!! ทั้งเรื่องปีศาจที่ออกล่าคนตอนกลางคืนตามประเทศต่างๆและเรื่องจินสีดำนั่นพวกนั้นด้วย!!แต่ว่าถ้าเกิดชนะยัยสยองนี่ได้ก็จะรู้วิธีช่วยเองแหล่ะ!!

เพียงแค่นั้นโคเอนก็พยายามดิ้นรนหนีออกจากโซ่ตรวน

แต่มันก็ไร้ผล...

“หมดธุระแล้วใช่ไหม!!! มาให้ข้าฆ่าเสียโดยดีเมไจ!!!!!!!!

คำรามเสียงดังก่อนจะกระโจนเข้าหาจูดัลอีกครั้ง ทั้งสองประมือกันอย่างดุเดือด สิ่งที่เห็นและได้ยินมีเพียงการปะทะกันของเวทย์มนตร์จากทั้งสองฝ่าย คลื่นเสียงและการทำลายก้อนน้ำแข็ง

ถึงอย่างนั้นความแตกต่างของพลังก็ห่างกันมากเหลือเกิน

ตลอดการต่อสู้มีเพียงจูดัลเท่านั้นที่บาดเจ็บเยอะที่สุด แต่เซลีนีกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ถึงเขาจะสามารถใช้พลังจากลูฟได้มากแค่ไหน ความเหนื่อยก็ไม่เข้าใครออกใคร  ช่วงที่สติเริ่มเลือนลางด้วยความเหนื่อยล้า ตอนนั้นเองเด็กหนุ่มเหลือบมองลูฟสีขาวที่บินไปเกาะที่ไหล่ของมู

...เจ้าลูฟนั่นมัน!.... 

จูดัลแสยะยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าลูฟนั้นเป็นของใคร

“ศึกครั้งนี้เจ้าแพ้แล้วเซลีนี!!” ว่าพลางใช้เวทย์น้ำแข็งจู่โจมอีกฝ่ายต่อ

ในตอนนี้หัวหน้าเฟอร์นาลิสอย่างมูในตอนนี้ทำได้แค่มองการต่อสู้เบื้องหน้า ไม่นานก็ก้มหน้าลงคิดโทษตัวเองที่ไร้พลังจึงทำให้พวกทหารของเรมตายจนหมด ทำให้พี่น้องของตนต้องมาบาดเจ็บล้มตาย ไม่แน่เขาอาจจะไม่สามารถกลับไปรับใช้ผู้พี่เขาเคารพอย่างเซเฮราซาดได้อีก

ข้ามัน...ไร้ประโยชน์สิ้นดี!!  มูคิดโทษตัวเองในใจ

 

ข้าจะให้เจ้ายืมพลัง...

 

!?” เฟอร์นาลิสหนุ่มเงยหน้ามองไปรอบๆถ้ำใหญ่ เสียงที่เขาได้ยินเมื่อครู่นี้ไม่ใช่ของคนที่อยู่ในถ้ำทั้งยังเป็นเสียงของผู้ชาย มะโก่ยในร่างกำลังฟื้นตัวขึ้นเร็วกว่าปกติ โซ่ตรวนที่พันธนาการร่างไว้เริ่มสลายไป

 

จุดอ่อนของนางอยู่ที่ต้นแขนขวา.... ตรงวงแหวนดาวห้าแฉกกลับหัว

 

เขาไม่รู้ว่าใครให้ยืมพลังและเสียงนั้นเป็นเสียงของใคร

 

มะโก่ยที่ข้ามอบให้โจมตีได้ครั้งเดียว จงใช้ให้คุ้มค่า

 

แต่คงต้องขอบคุณกันหน่อยเสียแล้ว!!

 

“จงสถิตในร่างข้าบัลบาทอส!

เซลีนีที่กำลังจะจัดการจูดัลหันไปมองตามเสียง ร่างของมูที่สวมใส่จินบัลบาทอสพุ่งเข้าใส่เธอ อย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว ชายหนุ่มง้างตรีศูลฟาดเข้าใส่เธอจนตกลงมากระแทกพื้นถ้ำอย่างรุนแรงจนกลายเป็นรูขนาดใหญ่

โครมมม!!!

“แค่ก!!” หญิงสาวกระอักเลือดออกมา พยุงตัวขึ้นมองมู “ทำไม...เจ้าถึงใช้ภูษาเวทย์ได้!

เขาไม่ตอบแต่กระโจนใส่เธออีกครั้ง ในคราวนี้เขาจะไม่ยอมใจอ่อนอีกแล้ว คนตรงหน้าไม่ใช่คนที่รู้จักอีกต่อไป มีเพียงศัตรูที่หมายจะปลิดชีพเท่านั้น มือหนาง้างตรีศูลขึ้นอีกครั้งโดยใช้มะโก่ยที่ได้รับมา การโจมตีครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับเขาในศึกนี้ก่อนที่เวลาที่ได้รับมาจะหมดลง

“มหาเวทย์... บาร์ด โรมห์(หอกบัลบาทอส)!!!

เอ่ยนามประจำเวทย์ของตนเสียงดังกึกก้องก่อนจะจับตรีศูลประจำกายพุ่งเข้าใส่ร่างของหญิงสาวซึ่งยืนอยู่บนพื้น เธอไม่หลบหนีหรือซ่อนตัวแต่อ้าแขนรับการโจมตีนั้นเพราะคิดว่าหยุดได้เช่นเคย

แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้...

“อะไรกัน!!

การโจมตีครั้งนี้เธอหยุดมันไม่ได้ทั้งที่เป็นมหาเวทย์อันเดิม เท้าทั้งสองจิกลงกับพื้นหินจนเกิดรอยร้าว  ดวงตาที่ทอประกายความโกรธเกรี้ยวของทั้งคู่สบกันเนิ่นนาน ดาบของเธอเริ่มเกิดรอยร้าวขึ้น หากหยุดตรีศูลของอีกฝ่ายไม่ได้ มันก็จะฟาดฟันลงบนร่างนี้ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนที่รักษาตัวเองได้อย่างเซลีนี ปัญหาอยู่ที่การโจมตีครั้งนี้ของมู เขาตั้งใจจะให้โดนตราวงแหวนดาวห้าแฉกกลับหัวที่ไหล่ขวาของเธอ!

หญิงสาวพยายามใช้พลังอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ในร่างผลักดันออกไป แต่ก็ไร้ประโยชน์ ยิ่งผลักออกไปดาบก็แตกร้าวมากกว่าเดิม ถ้าหากพลังที่แท้จริงของเธอสามารถใช้ได้ป่านนี้คงจัดการเรียบร้อยไปแล้ว

แต่มันใช้ไม่ได้เพราะราชาของเธอไม่ได้ปลดโซ่ซึ่งพันธนการพลังให้ เซลีนีเลือกที่จะใช้เวทย์ควบคุมจิตใจของอีกฝ่ายซึ่งเป็นเวทย์ต้องห้าม ชั่ววินาทีนั้นเองดวงตาสีทองเหลือบไปเห็นใบหน้าของมูที่มีน้ำตาไหลอาบหน้า ถึงกับทำให้เธอผงะไป ภาพในอดีตสมัยยังอยู่เรมย้อนกลับเข้ามาในหัวช่วงที่คนรักอย่างฮาคุยูเสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้จนเธอหมดอาลัยตายอยากไม่เข้าต่อสู้ในเรมโคลอสเซียมเป็นเวลานาน คนที่มาปลอบเธอก็คือมู

ทั้งๆที่อีกฝ่ายไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรถึงร้องไห้แต่ก็ยังคงยืนอยู่เคียงข้างและร้องไห้เป็นเพื่อน ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นจะไม่ได้ร้องไห้แต่มูก็ยังอยู่คงข้างกายตลอดเวลา ความรู้สึกของอีกฝ่ายที่ตัวเธอมากมายจนถึงกับทำให้น้ำตาคลอออกมาไม่รู้ตัว

เหล่าลูฟสีขาวที่บินอยู่รอบตัวมูก็คือชายหนุ่มที่แสนคุ้นเคยจนทำให้น้ำตาที่เอ่อคลออยู่ไหลอาบหน้า ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางก่อนจะหลับตาลงยอมรับในชะตาและสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

“....เจ้าชนะแล้ว........มู”

ตูมมมม!!!!!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

346 ความคิดเห็น

  1. #234 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 16:34
    เป็นการต่อสู่ที่สุดยอดมากคะ
    #234
    0
  2. #71 Pun Pun NaKab (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 08:18
    TT โอ้ยน้ำตาจิไหลตอนจะจบตอนนน
    เซลินีกลับตัวยังทันน๊าาาา หาคนรักใหม่เหอะ #เอ้ะ
    #71
    0
  3. #69 Shadow♔Blood (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 เมษายน 2557 / 00:52
    โอ๊ยยยยยยยย...รู้เลยว่าลูฟของใคร
    แงงงงงงงงงงง ยัยป้าเซลินีใจร้ายชะมัดเลย
    เพิ่งมานึกได้อะไรตอนนี้ฟระครับบบ
    แงงงงงงงงงง TT ^ TT
    #69
    0