[Fic Magi]Truth of Destiny {NL}

ตอนที่ 21 : 18 : ร่างที่แท้จริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 633
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    15 เม.ย. 57

cinna mon

 

18

ร่างที่แท้จริง

 

“สัญญาณของการฟื้นคืนชีพของราชางั้นรึ!?”

มาเซนพยักหน้าให้ดราก้อนแต่เหล่มองฮัลวานิ่งๆ พลางครุ่นคิดบางอย่างภายในใจ

“คุณลุง!!” อาลาดินก้าวเท้าออกมา “ทำไมพวกคุณลุงถึงต้องทำแบบนี้ด้วย มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง! เรื่องพวกนี้ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นอีกที่นี่!!!

“เจ้าคงจะเป็นเมไจคนที่ 4 ผู้มีพลังของราชาโซโลมอนสินะ”

อาลาดินพยักหน้าให้มาเซนเล็กน้อย

“....มันคือสิ่งราชาของข้าเลือกแล้ว ข้าคงไม่สามารถไปขัดขวางเขาได้ คำสั่งของเขาคือคำขาดครับ”

“แต่ถ้...!

“ข้ายังคงยืนยันคำเดิม ข้าขอปฏิเสธ ...”

ว่าพลางแผ่แรงกดดันจนอาะลาดินชะงักใบหน้าเริ่มซีดเผือก...

“อาลาดิน พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ หมอนั่นไม่ฟังหรอก!

อาลีบาบาจับดาบขึ้นมาเปลี่ยนเป็นอาวุธแปลงภูษาเวทย์อามอนเช่นเดียวกับคนอื่นที่กำอาวุธประจำกาย ตั้งท่าเตรียมต่อสู้

“เจ้าพอจะอธิบายให้พวกเรารู้ได้รึไม่ ว่าราชาของเจ้าจริงๆแล้วคือใครและเหตุใดถึงต้องกระทำการใหญ่แบบนี้กัน...”

คำถามของราชาซินแบดทำให้ผู้บุกรุกยืนนิ่งไป คำตอบที่ได้กลับมาทำให้พวกเขาไม่พอใจอย่างมาก “มัน...ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องบอกพวกเจ้า ไม่สิ...ไม่มีความจำเป็นต้องบอกด้วยซ้ำไป ..........ท่านฮัลวา... ท่านจำไม่ได้รึครับ”

จากที่พูดกับราชาเขาก็เมินเฉยหันไปมองฮัลวาแทน เอ่ยเรียกอีกฝ่ายให้เงยหน้าขึ้นมามองตน

“...ท่านอยู่ข้างใครกันแน่...”

“ข้างใครที่ว่าหมายถึงใค...”

...ฮัลวา... 

ทันทีที่เอ่ยปากถาม ภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวของชายผมสีดำสนิทคนหนึ่งเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคย คฑาถูกปล่อยตกพื้น มือเล็กยกขึ้นทึ้งผมตัวเองทรุดลงไปนั่งร้องไห้กรีดร้องเสียงดังลั่นด้วยความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามา เสียงของราชาซินแบดที่ตะโกนเรียกชื่อของเธอไม่เข้าหูเลยแม้แต่น้อยจนเธอสลบไป

“.....ไม่ได้เรื่อง”

 ราชาแห่งเจ็ดคาบสมุทรหันไปมองมาเซนด้วยความโกรธเกรี้ยว ไม่ฟังเสียงห้ามปรามของเหล่าขุนพล ส่งฮัลวาที่สลบอยู่ให้อาลีบาบาเปลี่ยนร่างเป็นภูษาเวทย์บาลพุ่งใส่ผู้บุกรุกในทันที  ตัวมาเซนเองก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรนอกเสียจากหลบหลีกวิถีของดาบอีกฝ่ายด้วยความคล่องแคล่วว่องไว

ขาซึ่งเป็นอาวุธสำคัญของเฟอร์นาลิสฟาดเข้าที่ท้องของซินแบดอย่างรุนแรงจนกระอักเลือด ชายหนุ่มกระเด็นออกมามัสรูลที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบวิ่งไปรับร่างของราชาตน

แต่น่าแปลกที่ตัวมัสรูลเองก็ต้านแรงนั้นไม่ไหวจนกระเด็นตามราชาตนไปกระแทกกับก้อนหินใหญ่จนแหลกละเอียด การโจมตีเมื่อครู่สร้างความประหลาดใจให้แก่ขุนพลไม่น้อย

ถึงจะเป็นเฟอร์นาลิสแต่ยังไงอีกฝ่ายก็ใช้ภูษาเวทย์และเป็นราชาแห่งเจ็ดคาบสมุทร

ไม่น่าจะโจมตีใส่ได้รุนแรงมากอย่างนี้...

“อ่อนแอ...”

จาฟาลหันไปมองตาขวาง “แกว่ายังไงนะ!!!!

“.....ก็อย่างที่ว่าไป... อ่อนแอ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นเสนาบดีคนสนิทของซินแบดหมดความอดทนในทันที “บาลาลาร์คเซย์!!” กระชับอาวุธคู่กายตนแน่น ปาอาวุธที่เป็นภาชนะบริวารใส่มาเซน บังคับเชือกที่ปลายเป็นมีดให้พุ่งเข้าหาเฟอร์นาลิสหนุ่มอาวุธที่อาบพลังของภาชนะบริวารกลายเป็นเหมือนมังกรคู่ จาฟาลในตอนนี้ดั่งอสรพิษร้ายที่หมายตาเหยื่ออันโอชะ

ทว่าเหยื่อตนนั้นไม่ยอมสยบง่ายๆ มาเซนก้มหน้านิ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาคำรามดังลั่นด้วยคลื่นเสียงอันเป็นอาวุธที่สำคัญอีกหนึ่งของเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด ความรุนแรงแตกต่างจากที่เคยได้ยินจากมัสรูลมากนัก

ความรุนแรง...ที่ถึงกับทำให้บาลาลาร์คเซย์ของจาฟาลหยุดลงได้

ถึงแม้ว่ามาเซนจะแข็งแกร่งเพราะเป็นเฟอร์นาลิสมากแค่ไหนก็ตามที แต่การหยุดอาวุธซึ่งเป็นภาชนะบริวารได้นั้นผิดปกติเกินไป

“ปะ...เป็นไปไม่ได้”

“...แค่นี้?” เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ

“ไม่ยอมหยุดแค่นี้หรอก!” ซินแบดพยุงตัวเองขึ้นในร่างปกติ “หากหยุดอยู่แค่นี้ก็ไม่ใช่ฉันแล้ว! ไม่ว่าศัตรูจะเป็นพระเจ้าอันประเสริฐของโลกนี้หรือปีศาจที่แสนแข็งแกร่งตนไหน หากมันจะมาเป็นเสี้ยนหนามของมนุษย์และเป็นศัตรูของพวกเรา เราก็จะกำจัดมันให้หมดไปจากโลกนี้!!!

ประกาศเสียงดังลั่นก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นภูษาเวทย์ฟอคาลอร์ แปดขุนพลที่ได้ยินเช่นนั้นก็ต่างพากันยิ้มกำอาวุธของตัวเองแน่น เชิดหน้าชูตาของตนเองด้วยความมั่นใจที่จะสามารถผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปได้อย่างแน่นอน

แต่ถึงอย่างนั้นอาละดินก็ยังไม่หายกังวลเกี่ยวกับผู้บุกรุก พลางมองฮัลวาที่นอนสลบอยู่ในอ้อมกอดของโมลเซียน่า

“โมลเซียน่าฝากดูแลเธอด้วยนะ”

อาลีบาบาสั่งเฟอร์นาลิสสาวคนสนิท เธอพยักหน้าตอบอีกฝ่าย

“สมแล้วที่เป็นถึงราชาแห่งซินเดรีย... เข้มแข็งจริงๆ ความจริงแล้วพวกเจ้าน่าจะยอมแพ้ซะ... ข้าจะได้ไม่ต้องเปลืองพลังมาก และจะได้กลับไปช่วยท่านเซลีนีจัดการทางฝั่งนั้น...”

เฟอร์นาลิสหนุ่มเม้มปากถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก้าวเท้าออกมาข้างหน้าเล็กน้อย

บรรยากาศรอบข้างมาเซนเริ่มเปลี่ยนไปจนหลายคนรับรู้ได้

แรงกดดันที่มหาศาล...จนน่าหวาดผวา

 

 

******************

 

 

หลังจากเกิดปรากฏการณ์ประหลาดทำให้พวกองค์ชายองค์หญิงจากเจิดจรัสและกองกำลังเฟอร์นาลิสจากเรมหลบเข้าไปในถ้ำ น่าแปลกที่ภายในกลับไม่สั่นสะเทือนหรือเกิดเหตุถ้ำถล่ม

พวกเขาเดินเข้ามาสุดจนมาถึงจุดที่แสงสว่างส่องออกมา

เบื้องหน้าของพวกเขาคือถ้ำขนาดใหญ่มีโพรงลึกเข้าไปได้อีก 3 ช่อง บนกำแพงหินเต็มไปด้วยคริสตัลทอประกายสีดำแดง

“นั่นมันอะไรน่ะ?”

ทุกสายตามองตามที่นิ้วของโคฮาชี้ไปบนพื้นมีวงแหวนเวทย์โดยภายในมีตราสัญลักษณ์รูปดาวแปดแฉก

แต่สิ่งที่น่าสงสัยยิ่งกว่าคือน้ำที่เจิ่งนองอยู่บนพื้นนั้นมาจากไหน

“เป็นที่ที่แปลกจริงๆ...”

“ข้าว่าที่แปลกไม่ได้มีเพียงแค่นั้นนะคะท่านโคเมย์” ฮาคุเอย์ก้มลงไปใช้นิ้วจุ่มน้ำขึ้นมาพินิจวิเคราะห์ “หินพวกนี้เป็นหินที่น้ำไม่สามารถเดินผ่านได้ ดังนั้นน้ำพวกนี้ไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่หากไม่มีใครเข้ามา”

“ที่เจ้าพูดมาก็ถูก....” ก้มหน้าครุ่นคิด

ระหว่างนั้นทุกคนที่เห็นว่าปลอดภัยจึงนั่งพักอีกรอบด้วยความเพลีย ตอนนี้มะโก่ยในร่างทุกคนนั้นหมดแล้ว หากใช้มากไปกว่านี้พวกเขาได้ตายจริงๆเป็นแน่แท้ พวกทหารเรมและเจิดจรัสที่รอดชีวิตอยู่ก็เข้าไปช่วยดูแลเจ้านายของตนเองอย่างเต็มที่ มูนอนหอบหายใจด้วยความเหนื่อย เลือดที่ไหลออกมาจากดวงตาถูกมือเรียวของมูรอนปาดออก

“ท่านพี่ไหวไหมคะ?”

“ไม่เป็นไรพี่ยังไหวอยู่...ไม่ต้องเป็นห่วง” ถึงชายหนุ่มจะพูดเช่นนั้น แต่เธอรู้ว่าคงยังคิดเรื่องแหวนวงนั้นกับเซลีนีอยู่เป็นแน่แท้

“พี่เอน สรุปว่าแหวนนั่นเป็นขององค์ชายฮาคุยูจริงๆเหรอ?”

โคฮาถามพี่ชายตนเมื่อรู้ว่ายังมีหลายๆคนยังคงสงสัย ซึ่งผู้บัญชาการหนุ่มพยักหน้าให้น้องชายของตนเล็กน้อย เอนหลังพิงกำแพงหินอย่างเหนื่อยอ่อนพลางนึกถึงเรื่องเมื่อสมัยก่อน

“อืม... ยังจำได้อย่างชัดเจน วันนั้นเป็นวันที่ข้าพึ่งกลับมาจากสงคราม และเจอกับคนคนนั้น ก็ได้ไปนั่งคุยกัน... ฮาคุยูบอกแค่ว่าอยู่ที่เรม แต่ไม่ได้บอกรูปพันสัณฐานให้ข้ารู้ นอกเสียจากคำเตือนทั้ง 2 อย่าง....”

“คำเตือนอะไรคะ?” ฮาคุเอย์ที่นั่งพิงก้อนหินหันไปมองอีกฝ่าย

“อย่างแรกคืออย่ามองเพียงภายนอก ภาพที่เห็นอาจไม่ใช่นิสัยที่แท้จริง แต่ไม่สำคัญเท่าอย่างที่สอง”

“อย่างที่สองคืออะไรเหรอคะองค์ชายโคเอน”

ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้นมา “อย่าไปทำให้นางโกรธ

“ใช่... ถ้ารู้ก็ไม่สมควรทำ”

ทุกสายตาหันไปมองทางเดินเข้ามาพร้อมเพรียงกัน หญิงสาวที่คาดว่าน่าจะตายไปแล้วด้วยฝีมือของโคเอนกลับยืนท้าวแขนกับกำแพงหิน มืออีกข้างจับปากแผลที่เริ่มสมานตัวเอง

เฟอิซาชี้หน้าอีกฝ่ายมือสั่นเทาด้วยความตกใจ

“ซะ....เซลีนี!!! นี่เจ้ายังไม่ตายอีกเรอะ!!

 “คิดรึว่า...ข้าจะยอมปล่อยให้พวกเจ้าเข้าไปง่ายๆ....” มือที่วางอยู่บนกำแพงหินเริ่มมีรอยแตกร้าว

“ดะ....โดนท่านโคเอนโจมตีขนาดนั้นแต่กลับไม่ตาย...”

ฮาคุเอย์มองอีกฝ่ายอย่างหวาดๆ

“พวกเจ้ากล้าดียังไง...”

กัดฟันกรอดมองพวกเจิดจรัสและเรมด้วยความโกรธ แต่ความโกรธแค่นั้นยังไม่เท่ากับการที่เธอโดนขโมยของสำคัญไป

“กล้าดียังไงถึงเข้ามาข้างในและขโมยแหวนของข้า!!!!!!

ครืนนนนน!!

ตะโกนดังลั่นราวกับเสียงคำรามของปีศาจร้าย ผนังและพื้นถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนทำให้เศษหินเล็กๆตกลงมากระทบหัวของผู้คนในถ้ำ คนที่ยืนอยู่ต้องล้มลงกองบนพื้นเนื่องจากต้านแรงสั่นไม่ไหว ที่มากยิ่งกว่านั้นคือพื้นเริ่มเกิดรอยแตกร้าว

“ปะ...ปีศาจ!!!

ภาพลักษณ์ที่เริ่มเปลี่ยนไปของเซลีนีสร้างความตกใจให้แก่ทุกคนในถ้ำ เส้นผมสีแดงเพลิงและนัยน์ตาสีขาวของเธอแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทกลืนกินไปกับความมืด ยิ่งขับให้ตาสีทองนั้นน่ากลัวขึ้นยิ่งกว่าเดิมนัก

ฮาคุริวตั้งท่าต่อสู้มือกำทวนประจำกายแน่นเช่นเดียวกับทหาร ในตอนนี้ทั้งเฟอร์นาลิสและเหล่าผู้ใช้ภาชนะโลหะไร้ซึ่งมะโก่ยพอที่จะต่อสู้ เซลีนีปรายตามองไปทั่วเพียงแค่ก้าวเท้าออกมาจากจุดที่ยืนอยู่เท่านั้นเงาของทหารทุกคนนูนขึ้นสูงกลายสภาพเป็นเข็มพุ่งแทงเข้ายังจุดตาย

เหล่าทหารกล้าไม่ทันได้ทำอะไรก็ได้กลายเป็นซากศพไร้วิญญาณ

ลูฟสีดำถูกหญิงสาวกลืนกินไปจนหมดสิ้น

มีเพียงคนเดียวที่รอดคือฮาคุริว...

“อะ...อะไรกัน....!!” หันไปมองรอบข้างกายตนเองด้วยความตกใจ ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ชั่วพริบตาที่หันกลับไปมองร่างที่สมควรยืนอยู่ที่ปากทางเข้ามากลับมายืนประจันหน้ากับตนเอง คนตรงหน้าก็ยกมือขึ้นมาจ่อหน้าของเขา

“ตกลงสู่ห้วงนิทราซะ....”

ไม่ทันที่ฮาคุริวจะได้เอ่ยปากพูดอะไรความง่วงเข้าเล่นงานจนล้มพับลงไปกองบนพื้น หญิงสาวควบคุมเงาขึ้นมาให้จัดแจงร่างของเด็กหนุ่มพิงกับโขดหิน

“ฮาคุริว!!...!” ฮาคุเอย์ตะโกนเรียกน้องชาย ทว่าความง่วงเข้าจู่โจมเธอจนผล็อยหลับไปเช่นเดียวกัน ร่างของเธอลอยขึ้นไปนอนเคียงข้างน้องชายของตนเอง เพียงแค่เซลีนีสะบัดมือเบาๆบอร์กจากลูฟสีดำและขาวก็หุ้มร่างของทั้งคู่ไว้

“เจ้าคิดจะทำอะไรฮาคุเอย์กับฮาคุริวกัน!!” องค์ชายลำดับหนึ่งรีบลุกขึ้นแต่มีอันต้องเซเล็กน้อยเนื่องจากเร็วเกินไปและร่างกายยังคงเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ หญิงสาวปรายตามองเหล่าผู้ใช้ภาชนะโลหะและกองกำลังเฟอร์นาลิสด้วยแววตาเย็นยะเยือก มูหน้าซีดลงเล็กน้อยกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไปรอบตัวของอดีตหญิงสาวที่ตนเคยนึกรัก

จากบรรยากาศที่เมื่อก่อนอยู่ดูแล้วสบายใจในตอนนี้กลับดูน่าหวาดกลัว

“ข้าไม่คิดจะทำอะไรน้องของฮาคุยูเหมือนกับเจ้าพวกอัลซาเมนที่ข้าฆ่าทิ้งไปในถ้ำนี้ เด็กสองคนนี้จะปลอดภัยหากอยู่ในบอร์กที่ข้าสร้างขึ้น...” สิ้นคำ 1 ในเฟอร์นาลิสวิ่งมาพุ่งเข้าใส่เธอ อีกฝ่ายง้างขาหมายฟาดฟันลงบนร่าง เธอปรายตามองอีกฝ่ายนิ่งๆ

ในตอนนั้นเอง....

เปรี้ยง!!!!

ไม่ทันจะได้สัมผัสร่างกายของหญิงสาวกลับถูกดีดออกไปกระแทกกับผนังถ้ำอย่างรุนแรงจนเป็นหลุมขนาดใหญ่ ร่างนั้นแน่นิ่งไม่ไหวติง คาดว่าไม่ตายก็คงสลบเป็นแน่

นี่อาจจะเป็นครั้งแรกที่พวกเขาทุกคนเริ่มกลัวอย่างจริงๆจังๆ แม้แต่คนอย่างมูและกองกำลังเฟอร์นาลิสเองก็เช่นกัน ทั้งที่พวกเขาคือเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งทวีปดำแต่กลับต้องมารู้สึกแบบนี้...

มันน่าอับอายจริงๆ...

ทั้งที่เป็นอย่างนั้นโคเอนกลับไม่ยอมแพ้ ต้านทานแรงกดดันพยุงตัวขึ้นประจันหน้ากับเธอ มือหนากำดาบประจำกายตัวเองแน่น

“เจ้าวางแผนอะไรไว้กันแน่...”

“...ไม่มีความจำเป็นต้องบอกเจ้า... ไสหัวออกซะ....หากไม่ไปข้าจะฆ่าพวกเจ้าทิ้งทุกคน ไม่เว้นแม้แต่มู” น้ำเสียงแสนเย็นชาที่ไม่คาดว่าจะได้ยินจากปากของเซลีนีมาก่อนส่งผลกระทบต่อเจ้าของชื่อที่เธอเรียกเป็นอย่างมาก แรงทั้งหมดหายไปในแทบจะทันที...

“...ก่อนตายมีอะไรจะถามไหม...”

“ไม่มี!” เปลี่ยนดาบให้กลายเป็นอาวุธแปลงภูษาเวทย์แอสทารอธ “เพราะข้าจะไม่ยอมมาตายอยู่ที่นี่จนกว่าข้าจะพบตัวเลย์ลา! และต้องรู้ว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้!!

“......หึ..” แค่นหัวเราะเบาๆ

“มีอะไรน่าขำรึไงกัน!!

“ใช่...ข้าขำพวกที่ไม่รู้คนที่อยู่เบื้องหลังไงล่ะ ทั้งที่ตัวการอยู่ใกล้ตัวพวกเจ้ามากแท้ๆ”

ประโยคนั้นสร้างความสงสัยให้แก่โคเอน เขาก้มหน้าครุ่นคิดแต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าเป็นใคร ความรู้สึกเหมือนกับว่าเขารู้ว่าตัวการที่แท้จริงคือผู้ใดแต่กลับนึกไม่ออก ความทรงจำราวกับถูกบิดเบือน

ภาพนั้นสร้างความขบขันให้เธอเป็นอย่างมากจนโคเอนหันมามองด้วยความเคือง

ชั่ววินาทีที่หันมามองเซลีนี โซ่ตรวนสีดำพุ่งขึ้นมาจากเงาของตน

รัดร่างของผู้บัญชาการหนุ่มแน่นเสียจนกระดูกจะแตก

“อั่ก!!!

“ท่านพี่!!” โคเมย์พยายามใช้เวทย์เคลื่อนย้ายแต่โซ่ก็โผล่ขึ้นมารัดร่างกับโขดหิน

ทั้งเฟอิซา โคฮา โคเกียคุ มูต่างก็ถูกโซ่ตรวนขึ้นมารัด ส่วนกองกำลังเฟอร์นาลิสถูกขังอยู่ในอาณาเขตของวงแหวนเวทย์ที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังลูฟสีดำและขาวของเซลีนี ไม่มีทางหนีออกมาได้อย่างง่ายดายแน่นอน...

“ความจริงแล้ว...เดิมทีข้าก็ไม่คิดจะทำอะไรพวกเจ้าหรอก”

ก้าวเท้าเดินไปหามูที่ถูกพันอยู่กับโขดหิน ย่อตัวลงให้อยู่ในระดับเดียวกัน มือเรียวลูบไล้ใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้และก้มหน้าเลียแก้มอีกฝ่ายเบาๆ

เอาซะเจ้าทุกข์ที่ถูกเลียหน้าขนลุก หน้าเริ่มแดงก่ำ

 “ข้าออกจะรักมนุษย์จะตายไป... ว่าไหมมู..”

“รักบ้านเจ้าน่ะสิ!!!อย่ามาเลียใบหน้าท่านพี่นะยัยสยองเอ๊ย!!!

น้องสาวเจ้าทุกข์อย่างมูรอนทำได้แค่โวยวายอยู่ภายในอาณาเขตวงแหวน

“พูดจริงนะมูรอน... เมื่อก่อนข้ากินพวกมนุษย์เป็นอาหาร แต่ปัจจุบันควรขอบคุณฮาคุยูถึงได้ทำให้ข้าสงบจนกระทั่งไม่นานมานี้”

ชื่อของอดีตรัชทายาทแห่งเจิดจรัสถูกเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เหล่าองค์ชายและองค์หญิงจ้องตาขวาง

“กิน...เป็นอาหาร!?”

“ไม่มีทาง!!เจ้าเป็นมนุษย์นะ!1 ในเด็กสาวชาวเฟอร์นาลิสโวยกลับ

“คิก... ช่างเป็นเด็กน้อยน่ารักจริงๆนะ...”

ถอยออกมาจากร่างของมู เดินไปหาโคเอนหยิบแหวนนั้นกลับคืนมา

ทว่าตอนนั้นเอง...

“.....!!!

เปรี้ยงงงง!!! เคร้ง!...

ก้อนน้ำแข็งแหลมคมพุ่งออกมาจากปากถ้ำด้วยความเร็วหมายจะปลิดชีวิตเธอในครั้งเดียวทว่าเธอกับสร้างบอร์กจากลูฟสีดำขึ้นมาป้องกันแต่ช้าเกินไปเพราะตนเองง่วนอยู่กับการแย่งแหวนจากโคเอน

นักบวชแห่งจักรวรรดิเจิดจรัสหรือเมไจผู้ตกลงสู่ความเสื่อม จูดัล

เด็กหนุ่มก้าวเข้ามาภายในถ้ำนั้นพร้อมคฑาคู่ใจ โดยมีก้อนน้ำแข็งลอยอยู่ข้างๆ ใบหน้าบ่งบอกได้ถึงความโกรธเกรี้ยว ยิ่งมองไปรอบถ้ำแล้วพบว่าเหล่าผู้ถือภาชนะโลหะที่ตนเลือกเฟ้นมาไร้ซึ่งมะโก่ย สภาพย่ำแย่

สำคัญกว่านั้น...คือใครบางคนที่สำคัญของเขาบาดเจ็บด้วยแล้ว ความโกรธยิ่งมากกว่าเดิมนัก

เช่นเดียวกับสะเก็ดน้ำแข็งแยกออกมาจากก้อนใหญ่นั่น

พุ่งไปบาดแก้มของเซลีนีเสียจนเลือดไหล

“ว่าไงยัยปีศาจ ฉันมาทันการแสดงสุดท้ายพอดีสินะ”

“เมไจ....”

“เมื่อกี้...เธอว่าฉันได้ยินเสียงอะไรแปลกปลอมรึเปล่า เหมือนอะไรแตกแน่ะ”

จูดัลพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่คนอื่นกลับหน้าซีดเพราะลางสังหรณ์บอกว่ามันไม่ใช่เสียงที่ดีแน่นอน เซลีนีก้มลงไปมองแหวนในมือ ดวงตาสีทองเบิกกว้างขึ้นเมื่อแหวนที่แสนสำคัญมีรอยขีดข่วน

“เมไจ...เจ้าบังอาจ!!

“ถ้าแน่จริงก็กลับคืนร่างของเจ้าซะสิ!

หันกลับไปมองตัวปัญหาที่มาใหม่ตาขวาง มือเรียวจับผ้าพันแผลที่แขนขวาและกระชากออก เช่นเดียวกับทางด้านซินเดรียมาเซนเองก็ปลดปลอกแขนสีทองออก ปลอกแขนที่ตกลงบนพื้นหินแตกร้าว

เผยให้เห็นตราสัญลักษณ์ดาวห้าแฉกสีดำกลับหัว...

“ได้....ถ้าอยากเห็นร่างจริงข้านักก็ย่อมได้!!!!

ตะโกนเสียงดังลั่นจนถ้ำสั่นสะเทือนอีกครั้ง ดาวห้าแฉกกลับหัวเปล่งประกายสีแดงจากทั้งสองแห่ง

ตามใบหน้าของเซลีนีเริ่มมีเกล็ดที่คล้ายกับมังกร กรงเล็บแหลมคมที่ทำลายหินขนาดใหญ่แหลกละเอียดเป็นผง ผมยาวแผ่สยายจนปลกหน้า มีเขายื่นออกมาจากหัวขดกันเป็นวง ตรงกลางหน้าผากคือดวงตาที่สาม ท่อนล่างเป็นเหมือนขามังกรสีดำ รูปลักษณ์คล้ายคลึงกับภูษาเวทย์บาลของซินแบด

ส่วนทางด้านซินเดรียร่างกายของมาเซนเริ่มสูงใหญ่จนมีขนาดตัวใหญ่โตยิ่งกว่าดราก้อนและฮินะโฮโฮ ผิวหนังของเขากลายเป็นเหมือนกับเหล็กกล้าสีแดงเข้ม มือและเท้ากลายเป็นกรงเล็บของสัตว์ มะโก่ยที่มากมายมหาศาลจนอาละดินหน้าซีด

ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายมะโก่ยมากเกินไปสำหรับเผ่าพันธุ์อย่างเฟอร์นาลิสแต่เพราะมาเซนนั้นรูปลักษณ์คล้ายสัตว์ประหลาดที่เคยเห็นในอัลม่าทรันจากภูมิปัญญาแห่งโซโลมอน

เขาไม่คิดว่าจะมาพบที่นี่...

แม้แต่ตัวจูดัลเองก็เริ่มจะเหงื่อตกที่ไปกวนโอ๊ยเธอ

ในตอนนี้ทั้งมาเซนและเซลีนีกลายเป็นสัตว์ประหลาดเสียแล้ว!

 

 



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

346 ความคิดเห็น

  1. #334 supawee6371 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 19:18
    เลย์ลาหายไปไม่โผล่เลย
    #334
    0
  2. #233 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 16:27
    เซลีนีคิดจะทำอะไรกันแน่
    #233
    0
  3. #66 双子座_みかん (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 01:18
    ตายห่าน เจ๊เซลินีใจเย๊นนนนนนนน~~~
    ส่วนมาเซนเอ็งก็ชิลไปนะ! ถถถถถ
    ฟิครักหวานแหววช่วงก่อนหน้านี้หายไปไหนเคอะ?!
    #66
    0
  4. #64 Pun Pun NaKab (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 เมษายน 2557 / 12:51
    เจ๊เซลีนีโรคจิตมาก -__-! //แต่ไงก็ชอบบบบ
    #64
    0