[Fic Magi]Truth of Destiny {NL}

ตอนที่ 19 : 16 : ผู้ขัดขวาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 530
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    4 เม.ย. 57

cinna mon

16

ผู้ขัดขวาง

 

จินแห่งความมืดถูกสร้างขึ้นมาไม่มีหยุดด้วยฝีมือของอัลซาเมน ผู้ดึงลูฟแห่งความมืดออกมาจากร่างของเลย์ลาออกมา น่าแปลกใจเล็กน้อย ว่าทำไมหญิงสาวคนนี้ถึงมีลูฟสีดำมากนัก มากเกินไปสำหรับพวกคนปกติหรือจอมเวทย์ แม้จะมีมะโก่ยมากขนาดไหน หากโดนดึงออกมามากขนาดนี้ก็ต้องเสียชีวิตหรือกลายเป็นแค่ซากศพที่เหมือนกับมัมมี่

ถึงอย่างนั้นพวกอัลซาเมนก็ไม่สนใจ ยังคงสร้างจินขึ้นมาเพื่อให้ความปรารถนาของพวกมันเป็นจริง...

โดยไม่รู้ถึงบางสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น...

 

สงครามยังคงยืดเยื้อไม่มีใครยอมยอมใคร เจิดจรัสยังคงต่อสู้แม้ว่าผู้ใช้ภาชนะโลหะบางคนมะโก่ยหมดจนต้องกลับคืนร่างจริง แต่ขณะนั้นกองกำลังเฟอร์นาลิสและทหารจากเรมที่มาถึงบริเวณสงครามก็ร่วมต่อสู้โดยไม่มีใครถามสาเหตุที่มาช่วย เพราะคงสันนิฐานได้ว่าที่นั่นก็คงเป็นเหมือนกัน ถึงจะไม่ถูกกันแต่ครั้งนี้คือเหตุจำเป็น

เหล่าทหารกล้ายอมสละชีวิตเพื่อปกป้องจักรวรรดิ ปกป้องนายเหนือหัวของพวกตนให้ปลอดภัย ไม่หวาดกลัวต่อความตายที่จะได้รับเพราะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่

“แฮ่ก...แฮ่ก....” โคเกียคุหอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า “จัดการเท่าไหร่ก็ไม่หมด มะโก่ยก็หมดแล้วด้วย แบบนี้แย่แน่ๆ”

“มันต้องมีทางสิน่า!ข้าไม่ยอมตายอยู่ที่นี่หรอก!” ดาบฟาดฟันลงบนร่างจินสีดำขนาดเท่าตนเอง เฟอิซาปาดเหงื่อบนใบหน้า ฝีเท้าวิ่งตรงไปประจันหน้าพวกมันอีกครั้ง ชั่ววินาทีที่เธอกำลังปะทะกับจินตัวอื่น จินขนาดใหญ่ก็ยกเท้าขึ้นเพื่อจะเหยียบเธอ

“ระวัง!!” ร่างของมันถูกผ่าครึ่งด้วยดาบของโคฮา

เฟอิซาหันมามองและตะโกนใส่ “ไม่ได้ขอให้ช่วยย่ะ! แต่ก็ขอบใจ!!

“ก็ไม่ได้เต็มใจช่วยนักหรอก!

“ท่านฮาคุเอย์ไหวไหมคะ!!” เซย์ชุนเข้าไปดูองค์หญิงของตน

“มะ...ไม่เป็นไร ข้ายังไหวอยู่...อึ่ก!” ทรุดลงไปนั่งกองที่พื้น ฮาคุเอย์กุมบาดแผลตรงข้อเท้าของตนที่บวมเป่ง

“ท่านพี่!” น้องชายของเธอวิ่งมาหา ถึงเขาจะไม่มีจินก็ยังคงยืนยันที่จะมาช่วยปกป้องพี่สาวตัวเองจากพวกที่วิ่งกรูเข้ามาทำร้าย

“หัวหน้ามูครับ! ปริมาณพวกมันเพิ่มขึ้นกว่าเดิมครับ!!!

“อย่าไปยอมแพ้มัน!เราต้องจัดการเสี้ยนหนามของพวกเราให้หมด!!

“โอ้!!!!!!!

ขานรับเสียงดังกึกก้องพุ่งตรงไปยังเป้าหมาย ทำลายให้สิ้นด้วยพลังและขาที่แข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์ตนให้ตายในทีเดียว หากไม่ตายก็ซ้ำอีกครั้งให้ตาย

หากยังก็ซ้ำอีกครั้ง...

จนกว่าจะชนะ

และจนกว่ามันจะตาย...

 

******************

 

ยามนี้ซินเดรียตกอยู่ในสภาวะสงครามเช่นเดียวกับที่อื่น ในยามนี้ราชาซินแบดเลือกที่จะอยู่ในภูษาเวทย์บาล จินตัวแรกของเขา ที่มีร่างเหมือนกับมังกรแต่เป็นสีฟ้า ตรงกลางหน้าผากคือตาที่ 3 ที่รอบๆตานั้นเหมือนกับสายฟ้า เกราะไหล่ ปลอกแขน และบริเวณเกราะส่วนอก เหมือนกับเกล็ดมังกร ท่อนล่างเป็นเหมือนขามังกรมีหางขนาดใหญ่ พันเอวด้วยผ้าสีขาวรัดผ้าสีน้ำเงินเข้ม อาวุธคือดาบประจำกายของตนเอง

ช่วงที่ผ่านมานี้เขาใช้มหาเวทย์ไปหลายครั้งในการกำจัดจินเหล่านั้น มันได้ผลก็จริงแต่ยังกำจัดไม่ได้อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งยังตัวใหญ่ที่อาจเป็นหัวหน้ายังคงมีมาเรื่อยๆไม่มีหยุด

คงเป็นเพราะต้องการกำจัดเขาให้ตายในทันทีเพื่อไม่ให้ไปเป็นเสี้ยนหนามขัดขวางพวกมันอีกครั้ง เหล่าภาชนะบริวารเองมะโก่ยก็เริ่มหมดแล้วเช่นกัน

ในตอนนี้จาฟาลอาศัยความสามารถตอนเป็นนักฆ่าจัดการพวกมัน เช่นเดียวกับมัสรูล ฮินะโฮโฮ และดราก้อนที่อาศัยความแข็งแกร่งของร่างกายในการจัดการ โมลเซียน่ากำจัดยังไม่ได้มากแต่มัสรูลก็ช่วยเธออีกแรงหนึ่ง

และขณะที่ชาร์รูคันกำลังประมือกับจินอยู่นั้น...

“กรี๊ดดดด!!!!” เสียงกรีดร้องที่แสนคุ้นเคยดังขึ้น เขาผละออกจากมันหันไปมองบนท้องฟ้า ภาพที่สะท้อนในดวงตาคือยามูไรฮะที่เสียท่าจนทำให้ตกลงมาจากท้องฟ้า

“ยามูไรฮะ!!!!” สองฝีเท้าวิ่งออกไปรับร่างที่ตกลงมา ร่างบางเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดจากบาดแผลทั่วร่าง ลมหายใจเริ่มแผ่วเบาลงจนน่ากลัว...

“ชาร์รูคัน!สปาโทส!รีบพายามูไรฮะและพีสตี้ไปรักษาเดี๋ยวนี้!!” ไม่รีรอฟังคำสั่งจากราชาของตน รีบพาหญิงสาวทั้งสองไปรักษาในทันที

“อาลีบาบาคุงระวัง!” อาลาดินวิ่งไปใช้บอร์กป้องกันอีกฝ่ายและอาลีบาบาก็ใช้โอกาสนั้นโต้ตอบกลับเช่นกัน

“ขอบใจนะอาลาดิน!!!... ! คุณซินแบดระวังหลังครับ!!

!!!” ชายหนุ่มหันกลับไปมอง แต่ก็สายเกินไป ฝ่ามือขนาดใหญ่ของมันก็พุ่งตรงลงมาปัดร่างของซินแบดจนตกลงไปกระแทกกับปราสาทจนฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

ไม่พอมันยังยกเท้าเหยียบซ้ำลงไปอีกครั้ง!

“ราชาซินแบด!!!!” ทหารแห่งซินเดรียและเหล่าขุนพลทั้งแปดตะโกนเสียงดังมองไปยังจุดที่ราชาตนตกลงมา

เมื่อลืมตาขึ้น สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่ฝ่าเท้าของจินสีดำตัวนั้น แต่เป็นเด็กสาวที่แสนคุ้นเคย มือกำคฑาแน่นสร้างบอร์กจากเหล่าลูฟขาว ภาพนั้นจนทำให้ดวงตาเรียวคมเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่ออีกฝ่ายคือ...

“ฮัลวา!!!

“ไงเจ้าราชาบ๊อง!จะมาตายอย่างนี้คงไม่ไหวมั๊ง!” คลี่ยิ้มให้กับร่างสูง

“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!

“ข้ามาช่วยเจ้าไงล่ะ ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่าครั้งนี้เกิดอะไรขึ้นเพราะเซลีนีไม่ยอมบอกน่ะสิ แต่ว่านะ...” มือเล็กยื่นไปหาอีกฝ่าย “พวกเรามาสู้ด้วยกันเถอะ!

ชายหนุ่มนิ่งไปก่อนจะยิ้มตอบ “อย่าร้องไห้ระหว่างสู้ละกัน!

“ข้าไม่ยอมร้องไห้ให้เห็นหรอก เห็นแบบนี้ข้าน่ะร้องให้เฉพาะคนสำคัญเท่านั้นแหล่ะ!

“ถ้างั้น...” มือหนายื่นไปจับมือเล็กๆนั้น ลุกขึ้นมองอีกฝ่าย “ไปกันเลย!!

“โอ้!!!

การต่อสู้ที่ควบคู่ไปด้วยกันของทั้งคู่ลงตัวอย่างน่าประหลาด เวทย์น้ำแข็งและเปลวเพลิงของเธอกลับประสานได้ดีกับสายฟ้าของเขาจนใช้เวลาเพียงไม่นานก็กำจัดมันได้

เมื่อสายตาของชายคนหนึ่งจ้องมองการต่อสู้ของทั้งสองคนนั้นอย่างนิ่งๆ

เขาคืออุปสรรคต่อไปที่รอคอยเวลาต่อสู้...

 

******************

 

[ณ ถ้ำพิธี]

“หืม?” หมุนไปมองลูกแก้วลูกใหญ่ สายตาจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวที่อยู่ภายในนั้น ความสงสัยเริ่มก่อตัว ความรู้สึกที่รับรู้ได้เมื่อครู่นี้แปลกไปเหมือนกับอีกฝ่ายเริ่มได้สติ

“เป็นอะไรไป หันกลับมาทำพิธีต่อซะ”

“ข้ารู้สึกว่านางกำลังได้สติ”

“เป็นไปไม่ได้ จิตวิญญาณของนางดับสูญด้วยพลังของจักรพรรดินีเกียคุเอ็น จนไม่มีทางกลับมาได้อีกเป็นครั้งที่สอง หากกลับมาได้จริงแสดงว่านางก็ไม่ใช่มนุษย์หรือจอมเวทย์ทั้งนั้น”

“ใช่ นางไม่มีโอกาสกลับมาแล้ว”

“จริงด้วยสินะ.....” ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะนิ่งไปเมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ... เสียงของคนแปลกหน้า จนต้องหันไปมอง “เจ้าเป็นใคร!!!....!!

ฉัวะ!!!!

ร่างถูกผ่าครึ่งเป็นสองส่วนนายธนาคารคนนั้นกลายเป็นตุ๊กตา เพียงแค่การลงดาบครั้งเดียวตัวจริงของมันที่อยู่ที่อีกที่หายไปสร้างความประหลาดใจไม่น้อยแก่คนอื่น ผู้บุกรุกหันไปมองอัลซาเมนคนอื่นๆที่ยืนมองตนอยู่ ริมฝีปากคลี่ยิ้มออกมาช้าๆ

พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ตามออกมา...

 

 

 

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่มีผู้ใดรู้ เหล่าจินสีดำถูกดึงกลับไปยังก้อนสีดำนั่น ความตกใจและความดีใจเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน เหล่าทหารจากเรมและเจิดจรัสนั้นล้มตายจนเกือบหมดสิ้น กองกำลังเฟอร์นาลิสก็ทรุดลงไปกองที่พื้นด้วยความเหนื่อยล้า เหล่าเชื้อพระวงศ์แห่งเจิดจรัสก็เช่นกัน

แต่ผู้เดียวที่ไม่ยอมทรุดลงไปกองที่พื้นคือโคเอน คนเดียวที่ยังมีมะโก่ยเล็กน้อย...

“พ...พวกมันถอยกลับไปแล้ว...” มูรอนมองบนท้องฟ้า

“เราชนะ...รึยัง”

ยังหรอกมู มันยังไม่จบ...เสียงของเซเฮราซาดพูดขึ้น มีเพียงแค่คนของเรมเท่านั้นที่ได้ยิน พวกมันแค่กลับไปแหล่งของมันเท่านั้น...

“ท่านพี่...” องค์ชายลำดับสองพยุงตัวให้ลุกขึ้นเดินมาหาพี่ชายตน “ทิศที่พวกมันออกมา มันอยู่บนภูเขาลูกที่มีถ้ำขนาดใหญ่ปิดตายอยู่ครับ ไม่แน่ว่า... อาจจะเป็นที่นั่นก็เป็นได้”

“งั้นรึ... ถ้างั้นก็ไปที่นั่นกันได้แล้ว” ไม่ฟังคำทัดทานจากคนอื่น เดินไปขึ้นหลังม้าอย่างยากลำบากและควบตรงไปที่นั่น

ทั้งโคเมย์ โคฮา ฮาคุเอย์และโคเกียคุเองก็คงไม่ยอมปล่อยให้เขาไปเพียงลำพังจึงรีบไปขึ้นพวกม้าที่รอดชีวิตไปที่นั่นเช่นกัน ถึงฮาคุริวจะไม่สนว่าโคเอ็นจะเป็นตายร้ายดียังไง แต่ก็คงไม่ยอมให้พี่สาวเสี่ยงตายเพราะบาดเจ็บหนักจึงยอมตามไปด้วย

“หัวหน้ามูครับ!

“ตามไป!อย่าให้คลาดสายตา!

พวกคนจากเรมเองก็พยายามไปขึ้นเรือบินที่ใช้บอลลูนขับเคลื่อนตามพวกโคเอ็นไป แม้จะได้พักเล็กน้อยก็ถือว่าโชคดีสำหรับพวกเขาในตอนนี้มากนัก...

 

 

[ณ วังต้องห้าม]

“แปลก”

“มีอะไรรึครับจักรพรรดินีเกียคุเอ็น”

“ข้ามองไม่เห็นภาพที่ถ้ำ มันเกิดอะไรขึ้น”

พวกอัลซาเมนนิ่งไป “ช่างน่าแปลกจริงๆ ข้าเองก็สัมผัสไม่ได้เช่นกัน... ทั้งที่อยู่ในเขตของพวกเรา หรือว่ามีผู้บุกรุก”

“รีบไปดูแล้วจัดการซะ!” ออกคำสั่งใส่พวกอัลซาเมนที่ยืนอยู่รอบข้าง จนพวกนั้นหายไปจากที่นั่น เธอรีบลุกยังระเบียงมองบนท้องฟ้า “ศัตรูอันดับหนึ่งของพวกเราเจ้าซินแบดยังคงอยู่ซินเดรีย ใครหน้าไหนกันบังอาจมาขัดขวางความปรารถนาที่แสนยาวนานของพวกเรากัน....!!

ชั่ววินาทีนั้นเองเหล่าลูฟแห่งความมืดบินออกไปจากในห้องของเกียคุเอ็น ไม่เพียงแค่นั้นมะโก่ยของเธอก็เริ่มโดนดูดไปจนต้องสร้างบอร์กขึ้นมาป้องกัน ไม่เช่นนั้นเธอคงได้ตายเป็นแน่

เกียคุเอ็นเดินไปที่ห้องรับรองที่จูดัลกำลังนอนหลับพักฟื้นสภาพร่างกาย ใบหน้าเริ่มซีดลงจากการดึงพลังไปจนเธอต้องสร้างบอร์กขึ้นมาให้เขา

“มะโก่ยของข้ากับจูดัลโดนดึงไปรึเนี่ย .....ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ช่างดูคุ้นนัก......” พึมพำเบาๆ เงยหน้าจ้องมองทิศทางที่ลูฟบินไป “เหมือนกับเคยเห็นที่อัลม่าทรันมาก่อน...”

 

 

ถ้ำที่เคยปิดตายด้วยก้อนหินมาตลอด 100 ปีในครั้งนี้กลับถูกเปิดออก ก้อนหินขนาดใหญ่หายไปจากหน้าปากถ้ำอย่างลึกลับ โดยรอบๆนั้นไม่มีแม้แต่เศษซากของก้อนหินแม้แต่น้อย

“หินหายไปไหนกัน...” โคเมย์มองไปรอบๆด้วยความสงสัย เมื่อก่อนเขาเคยมาที่นี่กับพี่ชายตนและอดีตองค์ชายทั้งสองที่เสียชีวิต หรือก็คือพี่ชายของฮาคุเอย์และฮาคุริว มันเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ที่ไม่คิดว่าจะมีใครสามารถขยับได้

ขนาดพวกเหล่าภาชนะบริวารของโคเอนอย่างเอ็นโชยังขยับไม่ได้

ใช้เวทย์มนตร์หรืออาวุธภูษาเวทย์แล้วก็ไม่มีผล

แล้วใครกันที่เป็นคนขยับมันออก...

“ยังไงก็ตามมารวมตัวกันซะ ข้าจะรักษาให้” โคเอนที่รักษาตัวเองด้วยพลังของเฟเนกซ์มองพวกน้องๆของตน

“พี่เอน รักษายัยนี่ได้ด้วยป่ะ ยังไงก็มาช่วยแล้วด้วย” โคฮาหันไปมองเฟอิซาที่ลงจากม้ามาพิงโขดหินแถวนั้นด้วยความเหนื่อย

“จะมาก็มา...”

“เป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะองค์ชายโคเอ็น”

แสงจากตัวดาบส่องสว่างออกมาพร้อมกับนกที่มีรูปร่างสง่างาม นกตัวนั้นเปล่งแสงออกมารักษาพวกองค์ชายองค์หญิงและเฟอิซา บาดแผลบนร่างเริ่มหายไป ข้อเท้าของฮาคุเอย์ก็กลับมาเป็นปกติ

พวกเรมเมื่อมาถึงแล้วก็เดินออกมาจากเรือบินนั้นด้วยท่าทางปกติ เนื่องจากตอนอยู่ข้างบนนั้นเซเฮราซาดได้ส่งจอมเวทย์มารักษาอาการให้พวกเขาและมีคำสั่งให้รักษาให้พวกเจิดจรัสเช่นกัน แต่พอมาถึงปรากฏว่าพวกเขารักษากันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ถึงแม้จะรักษาจนหายแล้วแต่มะโก่ยก็ยังคงไม่กลับมาทำให้ต้องนั่งพักเสียก่อน ในครั้งแรกโคเอนแทบจะไม่ฟังโคเมย์พูดแม้แต่น้อย สนแต่จะเข้าไปข้างในเพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่กำลังคิดอยู่ไม่เป็นจริง

“ข้าว่าท่านพี่ควรพักสักครู่ก่อน! หากมะโก่ยยังน้อยแบบนี้เข้าไปก็ไม่มีประโยชน์ ช่วยอะไรไม่ได้เลยนะครับ!

เพียงแค่นั้นก็ทำให้เขาเดินมานั่งพักอยู่กับคนของตน พวกเอ็นโชเห็นเช่นนั้นจึงพักตาม ต่างฝ่าย

ความเงียบเริ่มปกคลุม ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมาก่อน

จนกระทั่ง...

“ใครอยู่ตรงนั้น!!!!!!” มูรอนลุกขึ้นมองภายในถ้ำ สร้างความตกใจให้แก่พวกเจิดจรัสและทหารเรม กองกำลังเฟอร์นาลิสเองก็ลุกขึ้นเตรียมตั้งท่าต่อสู้ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเดินจากในถ้ำ

“มีอะไรเหรอโรโร่ มูรอน”

“หัวหน้า/ท่านพี่ ข้าได้ยินเสียงคนกำลังเดินออกมาจากถ้ำครับ/ค่ะ!” ทั้งคู่ตอบพร้อมกัน ทำให้ทุกคนหันไปมองตาม

“คิก... เฟอร์นาลิสนี่หูไวเหมือนเดิมเลยนะ” ขำเบาๆกับสิ่งที่ได้ยิน เสียงที่คุ้นเคยนั่นทำให้มูถึงกับนิ่งไป

เมื่อคนที่เดินออกมาคือ...

“ท่านเซลีนี!!” มูยิ้มกว้าง

“ไงมู ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” โบกไม้โบกมือให้อีกฝ่าย และทหารเรมที่ตนรู้จัก

“ท่านเซลีนีจริงๆด้วย!!

“จริงสิ!ท่านเซลีนีเป็นผู้ใช้ภาชนะโลหะนี่นา!

“แบบนี้ต้องชนะพวกศัตรูแน่ๆ!

เหล่าทหารแห่งเรมตะโกนด้วยความดีใจเมื่อมีความหวังเพิ่มขึ้น แต่ทว่า...

“แหม.... รู้สึกดีมากที่ทุกคนดีใจที่เจอข้า แต่....เสียใจด้วยนะที่ข้าไม่ได้มาช่วยน่ะ”

ประโยคนั้นทำให้ทุกคนเงียบลงไปในทันที เช่นเดียวกับมูที่นิ่งเงียบไป เพราะรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างและมันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่เมื่อเซลีนีพูดเช่นนี้ ทุกคนหันไปมองหญิงสาวที่ยืนอมยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่หน้าปากถ้ำ เฟอิซาลุกขึ้นเดินไปประจันหน้ากับเธอ

“ที่พูดมานั่นหมายความว่ายังไง!!ที่ว่าไม่ได้มาช่วยน่ะ!!

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเฟอิซา” เอียงคอมองอีกฝ่ายนิดๆ “หืม... ดูเก่งขึ้นนะเจ้าเนี่ย”

“รู้จักด้วยเหรอเฟอิซาจัง?”

เธอหันไปมองโคเกียคุ “นางคือคนที่สอนดาบข้าไงล่ะ” แล้วกลับมาจ้องหน้าเฟอิซา “อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ!!ตอบมาเดี๋ยวนี้!!

ใบหน้าของเฟอิซาทำให้เธอหัวเราะ เท้าก้าวถอยหลังไป 3 ก้าว

“ก็อย่างที่ได้ยินนั่นแหล่ะ ข้าไม่ได้มาช่วยและจะไม่ยอมให้ก้าวเข้าไปข้างในซักคนเดียว หากคิดจะเข้าไป....” มือเรียวจับดาบที่เหน็บอยู่ข้างกายขึ้นมา ดาบที่มีลักษณะคล้ายขนนกสีขาวขนาดใหญ่ที่ไม่คิดว่าผู้หญิงธรรมดาจะยกได้ขึ้นมาชี้ไปข้างข้างหน้า “ชนะข้าให้ได้แล้วผ่านเข้าไปซะ...”

ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้งกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด...

“จะ...เจ้าคิดจะทรยศท่านเซเฮราซาดงั้นเหรอเซลีนี!!!!

“ตายจริงมูรอนอย่าพูดแบบนั้นสิ... เดิมทีข้าไม่ใช่คนของเรมอยู่แล้ว เซเฮราซาดเองก็รู้ว่าต้องมีซักวันที่ต้องเผชิญหน้ากับข้าอยู่แล้วด้วย แต่นางคงไม่คิดว่าจะเป็นวันนี้สินะ”

เซเฮราซาดที่มองผ่านวงแหวนเวทย์นิ่งไป ใช่...ข้าไม่คิดว่าจะเป็นตอนนี้

“เห็นไหม นางยอมรับแล้วนะ”

โคเอ็นลุกขึ้นมองเซลีนีนิ่งๆ “แค่จัดการเธอได้ ก็เข้าไปข้างในได้สินะ”

“ใช่แล้วค่ะ องค์ชายเร็น โคเอน”

“พูดเหมือนมั่นใจนักนะ ถึงเจ้าจะเป็นผู้ใช้ภาชนะโลหะก็จริง แต่ถ้านับปริมาณจากคนแล้วให้ตายเจ้าก็แพ้!!

“คิดอย่างนั้นรึเฟอิซา....” ยังคงยืนยิ้ม

“ก็ใช่น่ะสิ!!!

“ถ้างั้นก็แสดงให้ข้าดู...” ตั้งดาบขึ้นประจันหน้า แสงสว่างจากดาวแปดแฉกบนตัวดาบส่องสว่างขึ้นเหล่าลูฟสีขาวและสีดำพุ่งเข้าไปหาเธอ

นั่นมันลูฟสีดำกับสีขาว! ซะ...เซลีนีนี่เจ้าคิดจะ....!’

เซลีนีคลี่ยิ้ม ก่อนจะหลับตาลงอ้าปากตะโกนเสียงดัง

“จิตวิญญาณแห่งความรักและราคะเอ๋ย จงมาสถิตในร่างข้า...ซิทรี!!!

ซูมมม!!!!  สายลมพัดโหมกระหน่ำหมุนรอบร่างกาย เรือนผมสีแดงเพลิงกลายเป็นเหมือนกับขนนกมีสีขาวแซมสีดำแยกเป็น 2 ข้างเหมือนกับปีก กลางหน้าผากคือตาที่สามที่มีปีกสีดำข้างขวาและขาวข้างซ้าย ที่คอยังคงสวมปลอกคอที่ประดับอัญมณีไว้เช่นเคย มีเครื่องประดับสีทองที่ต้นแขนขวา ปลอกข้อมือ และข้อเท้า ตัวชุดกรระโปรงยาวแยกเป็นเกาะอกและส่วนกระโปรง ส่วนเกาะอกแยกเป็นขาวผสมดำ

แต่ส่วนกระโปรงยังเป็นสีดำสนิทมีสายเชื่อมระหว่างเกราะสีทองประจำกาย โดยตัวผ้าที่ติดเกราะกลายเป็นขนนกสีขาวดำยาวจนเลยขา และที่แขนกับขามีปีกสีขาวผสมดำกางออกมา ดาบประจำกายกลายเป็นตรีศูลประดับด้วยขนนกคล้ายฮาคุเอย์แต่มีปลายเป็นเคียวขนาดใหญ่

“มะ....มะโก่ยมหาศาลมากเหลือเกิน” จอมเวทย์ที่อยู่แถวนั้นหน้าซีดไปตามๆกันกับสิ่งที่เห็น

เมื่อลืมตาขึ้นมาดวงตากลับดูน่ากลัวราวกับดวงตาของปีศาจร้าย “แสดงให้ข้าดูสิ...ว่าเจ้าจะจัดการข้าได้อย่างที่พูดรึเปล่า ซึ่งข้าเองก็จะไม่ยอมแพ้และจะขัดขวางเจ้าอย่างถึงที่สุดด้วยเช่นกัน!

 





Special

เปิดให้ถามคำถามได้ตามสบายเลยค่ะ ห้ามเกิน 2 คำถามนะคะ มีให้เลือกทั้งหมด 5 คนค่ะ ได้แก่

-เลย์ลา

-เซลีนี

-มาเซน

-เฟอิซา

-ฮัลวา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

346 ความคิดเห็น

  1. #231 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 16:17
    ตอนนี้มันมากอลยขอบคุณนะคะ ^^
    #231
    0
  2. #60 Shadow♔Blood (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 เมษายน 2557 / 22:31
    -เลย์ลา
    1.) ตอนเสี่ยเอ็นสัมผัสไปทั่วร่างรู้สึกยังไงบ้างครับ? =.,=
    2.) รักเสี่ยเอ็นมากไหมครับ >., -เซลินี
    1.) สรุปแล้วคุณชอบมูบ้างรึเปล่าครับเนี่ย?!=[]=
    2.) รู้สึกยังไงที่มีลูกศิษย์(รึเปล่านะ?)แบบเฟอิซา
    -มาเซน
    1.) ถ้าให้เปรียบเทียบเลย์ลาจังแล้ว..สำหรับคุณมาเซนคิดว่าเหมือนกับอะไรครับ?
    2.) คุณเคยรักใครรึเปล่าครับ?
    -เฟอิซา
    1.) มีอาจารย์(รึเปล่านะ?)แบบเซลินีแล้วรู้สึกยังไงครับ? >__<
    2.) สำหรับคุณแล้วโคฮาคุงเป็นเหมือนกับอะไรครับ?
    -ฮัลวา
    1.) ทำไมสวยจังครับ?
    2.) คิดยังไงกับราชาบ๊องครับ?
    #60
    0
  3. วันที่ 2 เมษายน 2557 / 22:30
    สู้ๆนะค่ะไรต์ รู้สึกกำลังมันส์ [?] มาต่อเร็วๆนะค่ะ สู้ๆค่ะ
    #56
    0
  4. #54 Pun Pun NaKab (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 09:11
    เซอวิสเจ๊เซลินี!!!! กร๊าซซซซซ เจ๊จร้าาาา เท่มากกกกกกกกกก
    #54
    0