[Fic Magi]Truth of Destiny {NL}

ตอนที่ 11 : 8 : ดวงดาวแห่งโชคชะตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    20 มี.ค. 57

APPLE PIE★


8

ดวงดาวแห่งโชคชะตา

จักรวรรดิเรม (Ream Empire) จักรวรรดิผู้เป็นใหญ่รองลงมาจักรวรรดิเจิดจรัส ประเทศที่มีแต่ความสงบสุข ประชาชนสามารถยืนหยัดด้วยลำแข้งของตนเอง อีกทั้งยังถูกปกครองด้วย 1 ใน 4 เมไจอย่างเซเฮราซาดมายาวนานถึง 200 ปี ...ถ้าหากพูดถึงนักรบของจักรวรรดิเรมแล้วบางคงอาจจะนึกถึงกลาดิเอเตอร์ ที่ต่อสู้กันในเรมโคลอสเซียมเพื่อสร้างความสนุกสนานแก่ประชาชน โดยกลาดิเอเตอร์กว่าครึ่งจะเป็นพวกทาสที่ต่อสู้เพื่อเจ้านายของตนเองจนถึงแก่ความตาย

ยกเว้นหญิงสาวผู้นี้...

“ในที่สุดก็ตื่นแล้วรึครับ” ชายหนุ่มผมทอง ตาสีฟ้าในชุดผู้ชายปกติของเรมบอกกับเด็กสาวผมสีแดงเพลิงซึ่งกำลังเดินมาที่ประตูทางเข้าไปภายในโคลอสเซียม “ต่อไปตาท่านลงแข่งแล้วนะครับ...”

“ฮ้าวว... ขอบใจนะฟอส” เธอหาวเล็กน้อย มือเรียวหยิบดาบของตนมาผูกที่เอว “จะไปเดี๋ยวนี้แหล่ะ”

เท้าทั้งสองก้าวเดินไปข้างหน้าเข้าสู่การต่อสู้ในเรมโคลอสเซียมก็เป็นเหมือนทุกที เชียร์พวกกลาดิเอเตอร์ฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย บ้างก็เชียร์เพื่อให้ได้เงินพนันมาแต่ในคราวนี้เป็นการแข่งที่น่าจับตามองมากกว่าการต่อสู้อื่นๆมากนัก เมื่อผู้ที่ลงแข่งวันนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหญิงสาวซึ่งเป็นกลาดิเอเตอร์ที่แข็งแกร่งที่สุดของเรม...

“โอ้!!!!!นางมาแล้ว!!!!!!

 “วันนี้ก็คงสนุกอีกเช่นเคยเป็นแน่!!!!!

“เซลีนี!!เซลีนี!!!

เสียงตะโกนชื่อของเธอดังก้องไปทั่วทั้งเรมโครอสเซียม ใช่แล้ว... นามของเธอคือเซลีนี กลาดิเอเตอร์สาวอันดับ 1 ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าใคร จนกลายเป็นที่จับตามอง

หญิงสาวมีผิวขาวอมชมพูต่างกับพวกกลาดิเอเตอร์ทั่วไป ผมทรงฮิเมะคัทสีแดงเพลิงยาวสยายจนถึงบั้นท้าย ดวงตาเรียวกลมสีทอง ผมทั้ง 2 ข้างถักเป็นเปียยาวธรรมดาๆ ใส่ชุดเกาะอกสีแดงยาว แหวกทั้ง 2 ข้างโชว์ขาอ่อน ทับด้วยเกราะอกสีทองและเกราะที่เอวติดผ้าสีขาวยาว ตัวรองเท้าเป็นเกราะสีทองอร่ามจนถึงหัวเขา และที่แขนขวาของเธอพันผ้าพันแผลสีขาวไว้

ตึง!!!  ยิ่งเมื่อร่างของคู่ต่อสู้ของเธอปรากฏตัวขึ้น เสียงก็ยิ่งดังสนั่นลั่นไปทั่วมากยิ่งกว่าเดิม... เบื้องหน้าของเธอคือ สิงโตที่มีตัวสีเขียว เขาใหญ่ แววตาที่ดูดุดันทั้ง 3 ตา อีกทั้งร่างใหญ่ยักษ์ของมันเต็มไปด้วยรอยแผลที่บ่งบอกว่ามันผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน มันก้าวเท้าออกมาจากกรงขังขู่คำรามเสียงดังเหมือนเป็นการประกาศศักดิ์ดานุภาพของสัตว์ผู้ซึ่งเป็นเจ้าป่า

“กรรรรรรรรรรรรรรร!!!!!!!!!!!!!!!!!!

หากแต่มันไม่ได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย และมองไปรอบๆโคลอสเซียม “วันนี้ดูเหมือนว่าวันนี้คนจะเยอะขึ้นนะ...”

เธอจัดแจงสภาพให้เรียบร้อยที่สุด จนสายตาของเธอไปเห็นใครบางคนเข้า หญิงสาวยิ้มบาง พลางยกมือขึ้นโบกไปมาเบาๆให้แก่ใครบางคนที่นั่งอยู่ชั้นพิเศษของโคลอสเซียมเล็กน้อย

“โอ๊ะ”

เธออุทานเบาๆเมื่อสิงโตตัวนั้นพุ่งเข้ามาตะครุบเธอ ไม่จำเป็นต้องกระโดดหลบหรือวิ่งหนีตัวสิงโตยักษ์นั้น เธอแค่เบี่ยงตัวหลบเท้านั้นก็พ้นวิถีกรงเล็บของมันอย่างง่ายดาย การต่อสู้ดำเนินไปเรื่อยๆเธอก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะต่อสู้กลับนอกจากหลบวิถีกรงเล็บ หากเป็นกลาดิเอเตอร์คนอื่นคงจะตายไปแล้วเป็นแน่แท้

ที่น่าแปลกสำหรับคนดูบางคนที่ไม่เคยมาดูไม่ใช่อะไรอื่นนอกจาก... เหตุใดหญิงสาวถึงไม่ดึงดาบออกจากฝักมาเพื่อต่อสู้

สำหรับผู้ที่มาดูเธอต่อสู้บ่อยอย่างผู้ที่เธอโบกมือให้นั้นเข้าใจดีว่ามันไม่จำเป็นว่าครั้งนี้ต้องใช้ดาบเข้าต่อสู้ ถึงอีกฝ่ายเป็นสัตว์แต่ก็ใช่ว่าจะแข็งแกร่งนักสำหรับตัวเธอ

ซึ่งตอนนี้เขาก็ยังคงจ้องมองเธออยู่ตลอด...

ชายหนุ่มคนนั้นผมสีแดงยาวจนถึงกลางหลัง ดวงตาเรียวคมสีแดงหางตาชี้ขึ้น เจาะริมฝีปากล่าง ในชุดเกราะสีทอง พกดาบเล่มใหญ่คาดไว้ที่ด้านขวาซึ่งเป็นภาชนะโลหะของเขา เขาคือหัวหน้าของกองกำลังเฟอร์น่าลิสแห่งเรม ชายหนุ่มลูกครึ่งเฟอร์นาลิส มู อเลเซียส

หากนับตามปกติแล้วเวลานี้จะไปอยู่กับพวกเฟอร์นาลิสคนอื่นๆ แต่ตอนนี้เขากลับมาที่นี่เพื่อยืนดูการต่อสู้ครั้งนี้ เดิมทีร่างสูงเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่นัก ที่เขากำลังสนอยู่คือเซลีนีเพียงคนเดียวเท่านั้น ทั้งๆที่การต่อสู้ข้างล่างเป็นอะไรที่ต้องเสี่ยงชีวิตแต่ร่างสูงกลับยิ้มร่าอย่างมีความสุขอยู่คนเดียว

เหมือนกำลังดูอะไรบางอย่างที่น่ารักๆอยู่...

ใช่ ในสายตาเขาที่ความรักบังตานั้น เซลีนีเหมือนแมวสีแดงตัวเล็กที่กำลังวิ่งหนีหลอกล่อสิงโตตัวยักษ์อยู่

อา...น่ารักจริงๆนั่นแหล่ะ  เขาคิดในใจ

ถ้าอยากรู้สาเหตุที่เขาแอบหนีน้องสาวอย่างมูรอนและคนสนิทอย่างโรโร่มาแอบดูเธอต่อสู้ตลอดนั้น ก็เพราะว่า...

เขาหลงเสน่ห์เซลีนีอยู่น่ะสิ!!!

เรื่องมีอยู่ว่าตั้งแต่เด็กเขามักจะเจอเซลีนีอยู่กับเซเฮราซาดมาโดยตลอด มูไม่สนใจว่าเธออายุเท่าไหร่รู้แค่ว่าเป็นผู้ใหญ่กว่าตนและมีความสามารถมากมาย ทั้งการใช้ดาบและการต่อสู้ก็ได้รับการฝึกสอนมาจากอีกฝ่าย ถึงจะไม่มากมายนัก เพราะความโหดในการสอนเลยทำให้ฝีมือกระเตื้องขึ้นอย่างรวดเร็ว

ไม่รู้ทำไมหลังจากตนกลับจากทวีปดำนั้นก็ไม่สอนตนอีก ตัวเขาก็สงสัยแต่ไม่ถามอีกฝ่ายจนกระทั่งถึงตอนนี้...

อย่างไรก็ตามยิ่งนับวันก็ยิ่งหลงใหลเธอมากขึ้น ถึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดยังไงกับตัวเขา อาจจะคิดแค่เป็นเพื่อนสนิท หรือเขาอาจจะยังเป็นแค่เด็กในสายตาอีกฝ่ายเหมือนอย่างเคย...

บางครั้งเขาก็อยากคิดเข้าข้างตัวเอง... ว่าอีกฝ่ายคิดเหมือนตน

 

การต่อสู้ยังคงเป็นไปอย่างเรื่อยเปื่อยเพราะเซลีนีไม่ยอมเป็นฝ่ายรุก แต่การหลบของเธอนั้นเหมือนกับกำลังหยอกล้อแมวตัวเล็กมากกว่าจะเป็นเจ้าแห่งสัตว์ป่าอย่างสิงโต อีกทั้งหากสังเกตดีๆจะเห็นว่าตัวเธอนั้นไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนจากที่เดิมที่เคยยืนอยู่เลย

ตาสีทองทอประกายจ้องดวงตาทั้งสามของสิงโตและยิ้มออก “นี่...เต็มที่แล้วเหรอ...”

“กรรร!!

มันคำรามเสียงดังลั่นและพุ่งมาใส่เธออีกครั้ง หญิงสาวส่ายหัวเล็กน้อย อาศัยจังหวะที่มันพุ่งเข้ามายกมือซ้ายขึ้นมาจับหัวของมันเป็นตัวนำในการตีลังกาข้ามตัวมัน

ตอนนั้นเอง...เธอรู้สึกถึงเสียงของใครบางที่เอ่ยถึงตน และเสียงเหล่านั้นมาจากอีกที่ ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกขึ้น เสียงที่เธอยินและได้รับนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น ใบหน้าแดงก่ำ... จากสีหน้าตกใจแปรเปลี่ยนเป็นความดีใจ

ชั่ววินาทีที่ลอยอยู่เหนือหัวของสิงโตตัว สายตาจับจ้องเข้าที่กลางหลังของมัน...

ตุบ! ตึง!!!!  เท้าทั้งสองลงสู่พื้นอย่างสง่างามพร้อมร่างของสิงโตที่ล้มลงสู่พื้น มันพยายามลุกขึ้นอย่างโซซัดโซเซเลือดไหลจากด้านหลังลงมาตามตัวและหยดลงสู่พื้น ทำให้เหล่าคนดูประหลาดใจกับท่าทางของมัน เซลีนียืนนิ่งก่อนจะหันไปมองสิงโต

 !! ดูนั่น!!!

“ที่มือของนางนั่นมันอะไรกัน!

มือเรียวของเธอตอนนี้ถือสิ่งที่ไม่น่าจะมีและนั่นทำให้เจ้าสิงโต... มันคือสิ่งที่มีรูปร่างเหมือนหัวใจของมนุษย์แต่มันกลับมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย ทังยังมีสีดำไร้สีอื่นเจือปน หญิงสาวยืนยิ้มเหี้ยม...

“กรรรรรรรร....” มันคำรามในคอเบาๆด้วยความเหนื่อยอ่อน...

“อา...วันนี้เป็นวันที่น่าดีใจอะไรเช่นนี้...” เธอยกมือขึ้นมา ดวงตาจับจ้องที่หัวใจที่เต้นตุบๆนั้นอย่างอารมณ์ดี

โพล๊ะ!!! “กร๊าซซซซซซซซซซซซ!!!!!

สิ้นประโยค เซลีนีจิกนิ้วเข้าที่หัวใจของมันเพิ่มแรงเข้าไปจนหัวใจนั้นแตก เลือดกระเซ็นไปทั่วทั้งพื้นที่ ใบหน้าหวานเปรอะเลือดนั้นยังคงยืนยิ้มด้วยความดีใจ หญิงสาวเงยหน้ามองขึ้นท้องฟ้าและพึมพำอะไรบางอย่างก่อนจะเดินไปจากตรงนั้น

“.....อีกไม่นาน... ก็จะได้พบกันแล้วสินะ”

เหล่าทหารแห่งเรมวิ่งมาสำรวจร่างของสิงโตนั่น ก่อนจะส่งสัญญาณแก่ทหารอีกคน

 

“ผู้ชนะศึกครั้งนี้ เซลีนี!!!!!!” ประกาศชัยชนะดังกึกก้องไปทั่ว เหล่าผู้คนต่างชื่นชมในความสามารถยิ่งรู้ว่าเธอควักหัวใจของมันออกมาได้ด้วยมือเปล่าภายในพริบตาเดียวที่กระโดดหลบสิงโตพุ่งเข้าใส่ หญิงสาวยกมือโบกให้แก่เหล่าคนดูและรีบเดินออกไปจากที่นั่น

ฟอสเดินมายื่นผ้าขนหนูให้เซลีนี “ท่านเซลีนี... วันนี้ดูแปลกไปนะครับ” เมื่อได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็ยืนยิ้มและรับผ้ามา

“ข้ากำลังมีความสุข... ในที่สุดก็มีคนพบดวงดาวแห่งโชคชะตาที่ข้าเฝ้ารอคอยมาตลอดหลายปี ดาวดวงนั้นกำลังกลับมาสาดส่องให้ข้าอีกครั้ง....”

หญิงสาวนึกถึงเสียงที่พูดถึงเธอ...

 

คนที่สอนกระบวนท่าเมื่อวาน.....นางเป็นกลาดิเอเตอร์ผู้หญิงอันดับ 1 ของเรม เซลีนี

 

เธอยกยิ้มมุมปาก “คิก...”

การกระทำที่แปลกประหลาดไม่เหมือนอย่างเคยสร้างความประหลาดใจให้คนสนิทอย่างฟอสมาก และแน่นอนว่ามูเองก็คงรู้เหมือนกันว่าเธอแปลกไปจากเดิมเลยทำให้เป็นกังวลเช่นกัน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ในเมื่อหลังจากนี้เขาต้องไปคุยเรื่องการรบกับกลุ่มเฟอร์นาลิส

ได้แต่รอเวลาคืนนี้ที่มีงานเลี้ยง เขาจะได้ไต่ถามอีกฝ่ายให้รู้เรื่อง...

 

 

*******************

 

ตกค่ำที่พระราชวังแห่งจักรวรรดิเรม ในค่ำคืนนี้เหล่าผู้ดีมีเงินและพวกเชื้อพระวงศ์ในวังทั้งหลายต่างมาสังสรรค์กัน ซึ่ง 1 ในนั้นมี 2 พี่น้องเฟอร์นาลิสอย่างมูและมูรอน เหล่าสาวงามและองค์หญิงต่างก็พากันหลงใหลในตัวมู เช่นเดียวกับพวกองค์ชายที่สนใจในตัวมูรอน แต่มูรอนหาได้สนใจพวกนั้นนอกจากพี่ชายสุดหล่อของตน

ถือได้ว่าเป็นบราค่อนขั้นหนักเลยทีเดียว...

เช่นเดียวกับร่างสูงในตอนนี้ เขาแค่ทำตามหน้าที่ในการเทคแคร์สาวๆและพูดคุยอย่างสุภาพนอบน้อมถ่อมตน ในใจของเขานึกถึงแต่กลาดิเอเตอร์สาว เซลีนีเท่านั้น หากตามปกติแล้วนั้นในเวลานี้เขาต้องเห็นอีกฝ่ายเดินอยู่ในงาน

แต่ทว่ากลับไม่พบตัวเธอเลย...

“.......ข้าขอตัวก่อนนะครับ”

เฟอร์นาลิสหนุ่มยิ้มบางให้หญิงสาวและขอตัวออกมาจากงาน โดยตลอดทางเดินในตัววังหรือวิหารนั้นมูพยายามเงี่ยหูฟังจากเสียงที่ได้ยิน เพราะตนเองไม่ใช่เฟอร์นาลิสเลือดแท้จึงมีความสามารถด้อยกว่า

แต่การพยายามฟังของเขา ในที่สุดก็ได้ยินเสียงที่แผ่วเบานั้นชัดขึ้น จนรู้ได้ว่าเสียงนั้นไม่ใช่แค่ของเซลีนีเพียงคนเดียว

เสียงเล็กๆที่เหมือเด็กแต่ฟังดูทรงพลังนั้นก็คือ เซเฮราซาด เมไจแห่งเรม หญิงสาวผมสีทองเป็นลอนยาวหากสังเกตดีๆผมเปียทั้งสองข้างของเธอนั้นดูเหมือนเป็นผมลอน ตัวเธอมักจะหลับตาตลอดเวลาแต่ดวงตาของเธอนั้นมีสีเขียวสวยดูน่าหลงใหล มือเล็กๆถือคฑาประจำตัวที่สูงกว่าตนเดินมากับเซลีนีตรงไปยังระเบียง

ยิ่งพอเห็นว่าอยู่กับเซลีนี และไม่แน่ว่าอาจจะคุยเรื่องสำคัญด้วย ชายหนุ่มเลยต้องแอบมองทั้งคู่อยู่ห่างๆ

แต่ก็มีแอบฟังบ้าง...

“งั้นเหรอ... ในที่สุดเจ้าก็รู้ว่านางอยู่ที่ไหนแล้วสินะ”

เซเฮราซาดนั่งลงบนเก้าอี้ประจำที่มีพวกทหารนำมาตั้งไว้เพื่อให้ตนมานั่งได้ตลอดเวลา ทั้งยังจุดระเบียงตรงนี้จะมองเห็นพระจันทร์ได้อย่างชัดเจนเป็นจุดพักชมวิวที่สวยงามทั้งยังรู้สึกสงบ

“ใช่แล้วล่ะ ข้าเลยรีบมาบอกเจ้าเป็นคนแรกไง”

แปะๆๆ... “ยินดีด้วยนะเซลีนี ในที่สุดการรอคอยของเจ้าตลอดหลายปีก็เห็นผลแล้ว...”

หญิงสาวยิ้มบางให้เซเฮราซาด ส่วนตัวแล้วทั้งคู่มักจะพบกันบ่อยจนหลายๆคนรู้กันดีว่าคนที่เมไจแห่งเรมนั้นสนิทสนมมากที่สุดหาได้ใช่มู อเลเซียส แต่เป็นเธอคนนี้

มูที่แอบฟังอยู่นั้นไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดอะไรแต่เท่าที่จับใจความได้นั้นคือท่านเซเฮราซาดกำลังแสดงความยินดี...

 

อะไรกัน ท่านเซเฮราซาดกำลังแสดงความยินดีงั้นเหรอ....ระ ..หรือว่าท่านเซลีนีกำลังจะแต่งงานงั้นเหรอ!?  จินตนาการไปไกลเรียบร้อย...

 

 “จะว่าไปเจ้ารู้ได้ยังไงกันน่ะเซลีนี?” หญิงสาวเอียงคอมองเพื่อนสนิท “ในเมื่อเจ้าอยู่ที่นี่ตลอดเวลา...”

นั่นทำให้เซลีนียกยิ้มมุมปาก “มันอาจจะฟังดูแย่หน่อยนะ ไม่สิ ฟังดูเหมือนคนนิสัยไม่ดีเลยล่ะ...... คิก”

“สารภาพมาเดี๋ยวนี้เลยนะเซลีนี”

“ข้าใช้พลังของข้าควบคุมเด็กคนหนึ่งที่ขอให้ข้าสอนวิชาดาบให้น่ะ ข้าอาศัยช่วงที่นางสลบ คือเมื่อใดที่เด็กคนนั้นเอ่ยชื่อข้าให้ใครฟัง ก็แสดงว่านางต้องพบกับใครบางคนที่รู้จักข้าและกระบวนท่าที่ข้าสอนนาง... โดยข้าจะเห็นภาพในความทรงจำของนางทั้งหมดที่เกี่ยวกับคนคนนั้น ก็เหมือนกับการสะกดจิตนั่นแหล่ะ ..........ฟังดูแย่นะว่าไหม... เหมือนข้าเป็นคนนิสัยไม่ดีเลย....”

“แหม... ถ้าเด็กคนนั้นรู้จะไม่โกรธเจ้าแย่รึ”

“คงโกรธนั่นแหล่ะที่ไปควบคุมนางเข้า” เธอหัวเราะร่า “แถมรู้ตอนที่อยู่ในเรมโคลอสเซียมด้วยเลยเผลอตัวไปหน่อยน่ะ”

“อื้ม ข้าพอได้ยินเรื่องนี้มาจากทหารแล้ว โหดมากเลยนะ”

“ก็นะ”

ทั้งสองคนหัวเราะคิกคักสนุกสนาน เซเฮราซาดก็แซวเซลีนีเป็นบางครั้ง เซลีนีก็แกล้งอีกฝ่ายตอบกลับเช่นกันทั้งคู่ยืนคุยกันได้เพียงครู่หนึ่ง เมไจสาวจึงต้องขอตัวลาไปพักก่อน เพราะช่วงนี้พลังของเธอเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ

“มู เลิกแอบแล้วโผล่ออกมาเถอะ”

เฮือก!!  มูถึงกับสะดุ้งเฮือกใหญ่เมื่ออีกฝ่ายตะโกนเรียกเขาเสียงดัง มูคิดอยู่ครู่ใหญ่แต่สุดท้ายก็ต้องออกมาจากหลังเสาแถวนั้นเดินตรงมาหาหญิงสาวที่ยืนยิ้มหน้าระรื่นที่ระเบียงเมื่อครู่นี้

“รู้ได้ไงครับเนี่ยท่านเซลีนี”

“ความลับจ้ะ...” เธอยิ้มบางให้เฟอร์นาลิสหนุ่ม “นี่มู....เจ้าพอจะรู้เรื่องเซเฮราซาดตอนนี้แล้วใช่ไหม”

“......ครับ ข้าทราบแล้ว”

“หากข้าไม่อยู่แล้ว.... ฝากดูแลนางด้วยนะ”

!!” มูจับไหล่ของอีกฝ่ายแน่น “ท่านเซลีนีทำไมถึงพูดเช่นนั้น ท่านคิดจะไปไหนรึครับ!?”

“เจ็บนะ...”

“ขะ...ขอโทษครับ” ชายหนุ่มผละออกมาจากอีกฝ่าย

“ไม่เป็นไร ข้าล้อเล่นน่ะ ไม่เจ็บหรอก” เธอหัวเราะเล็กน้อย “คือ...พรุ่งนี้ข้าจะเดินทางไปซินเดรียน่ะจ้ะ”

“ซินเดรีย?”

“อื้ม ข้าต้องพาใครบางคนไปที่นั่น” เธอยิ้มบางให้มู “มู... เจ้ารู้ไหมสาเหตุที่ข้ามาอยู่ที่เรมคืออะไร?”

ยิ่งเธอเห็นใบหน้าอีกฝ่ายงงก็ยิ่งชวนให้ยิ้ม มือเรียวยาวชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว

“ข้ากำลัง...รอดวงดาวแห่งโชคชะตาของข้ายังไงล่ะ”

“ดวงดาวแห่งโชคชะตาเหรอครับ?”

เซลีนีพยักหน้า “ใช่แล้ว... ดวงดาวที่ข้าเฝ้ารอมาตลอดหลายปี ในที่สุดก็เริ่มส่องประกายอีกครั้งหนึ่งแล้ว..... แรกเริ่มเดิมทีนั้นดาวดวงเล็กที่เคยเห็นว่าริบหรี่จนแสงเริ่มหายไปนั้น ในตอนนี้มันกำลังถูกเติมเต็มจากหมู่ดาวน้อยใหญ่รอบข้างให้กลับมาทอแสงอีกครั้งหนึ่ง...”

ร่างบางเงยหน้ามองบนท้องฟ้า ยกมือซ้ายขึ้นเหนือหัว... และแบมือออกช้าๆตรงดาวที่เธอพูดถึง....

“ถึงแม้บางครั้งจะดาวดวงนั้นจะยังคงหวาดกลัว ลังเล และวิตกกับรอบข้างจนไม่สามารถยืนหยัดขึ้นมาได้.... แต่ดาวดวงนั้นก็ยังคงพยายามยอมรับสิ่งที่ดาวดวงอื่นมอบให้... เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้เพียงลำพัง หากไม่ได้รับความช่วยเหลือและน้ำพักน้ำแรงจากคนรอบข้าง...”

เธอกำมือของตนและเคลื่อนลงมาแนบที่อกข้างซ้ายของตน...

“ถึงแม้หลายๆคนจะบอกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสายสัมพันธ์ของคน 2 คน แต่.... มันก็ใช่ว่าจะใช่เสมอไป สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือจิตใจของตนเอง ว่าจะยังคงเชื่อมั่นในสายสัมพันธ์นั้นหรือ....ปล่อยมันทิ้งไปเมื่อไม่ต้องการมันแล้ว ซึ่งหนทางเหล่านั้นคือสิ่งที่เราต้องเลือกและยอมรับมัน และถึงเราจะเลือกผิดจนสร้างความเจ็บปวดและความทรมานต่อสิ่งที่หวังไว้ไม่เป็นจริง ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหยุดเป้าหมายของตนลง จงแปรเปลี่ยนความรู้สึกเหล่านั้นให้กลายเป็นพลัง... กลายเป็นแรงผลักดัน....”

“ให้ก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและสง่าผ่าเผย...”

เปลือกตาที่ปิดอยู่ลืมขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีทองที่สบตากับดวงตาสีแดงของร่างสูง ดวงตาสีทองของเซลีนีที่เปล่งประกายงดงามมากกว่าเดิมนัก สิ่งที่เธอกำลังแสดงให้ชายหนุ่มเห็นในตอนนี้คือความแข็งแกร่งของตัวเธอที่เชื่อมั่นในสิ่งที่ไม่มีใครรู้

ร่างสูงที่ยืนมองตัวหญิงสาวอยู่ถึงกับนิ่งเงียบไป... สิ่งที่เขาเห็นเธอในครั้งนี้เหมือนกับครั้งแรกที่ตนเห็นเมไจแห่งเรม เซเฮราซาด ตอนที่เธอกล่าวถึงความหมายของชีวิตและความต้องการในการคงอยู่ของเธอเพื่อปกป้องเรม ความยิ่งใหญ่ของเซลีนีในตอนนี้ช่างเหมือนกับเซเฮราซาดเสียเหลือเกิน...

และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาหลงใหลเธอมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม...

“นั่นล่ะคือจุดหมายของดาวดวงนั้นของข้า”

“ครับ ข้าพอจะเข้าใจความหมายของมันอยู่ครับ”

“คิก... ดีใจจังที่ฟังข้าเข้าใจ” เธอหันหลังให้เขาและเงยหน้ามองท้องฟ้า “คนที่เข้าใจข้าเดิมทีมีแค่เซเฮราซาดเพียงคนเดียว แต่ตอนนี้มีเจ้าเข้ามาด้วยแล้วนะมู”

เฟอร์นาลิสหนุ่มยิ้มตอบเซลีนี “ครับ”

“ถ้าเช่นนั้นข้าคงจะไว้ใจเจ้าปกป้องเซเฮราซาด.. เพื่อนรักของข้าในช่วงที่ข้าไม่อยู่ได้สินะมู”

“แน่นอนครับ ถึงท่านจะไม่สั่งข้าก็จะปกป้องท่านเซเฮราซาดแน่นอนครับ!

“ดีแล้วล่ะนะมู”

“แล้วก็.... ท่านเซลีนีครับ”

“หืม?”

“......ข้าจะเฝ้ารอวันที่จะได้เจอหน้ากันอีกครั้งนะครับ เมื่อใดที่เจอกันอีกครั้ง...ข้ามีเรื่องจะบอกท่านเยอะแยะแน่นอน”

 

หากเราได้พบกันอีกครั้ง.... ข้าจะบอกให้ท่านได้รู้ครับว่าข้าน่ะ.... รักท่านมากเหลือเกิน..... มูคิดในใจ...

 

ทั้งคู่ยืนยิ้มให้กัน และยืนคุยอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ทอลงมาที่ระเบียงนั้น แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่หญิงสาวจะอยู่ที่นี่ มูก็ยังคงเก็บเงียบความรู้สึกนั้นไม่บอกอีกฝ่ายให้รับรู้ว่าตนคิดเช่นไร

เฝ้ารอวันและเวลาที่จะได้เจอกับเธออีกครั้งหนึ่ง....

 

 

 

 

 

[Special]

เวลาผ่านไป มูก็จำเป็นต้องขอตัวกลับเข้าไปในงาน ส่วนเธอนั้นกลับมายังที่พักของตน และเห็นเด็กสาวคนหนึ่งนอนรออยู่บนเตียงในห้องนอนของเธอ เด็กสาวคนนั้นมีเรือนผมสีน้ำเงินโทนดำยาว ดวงตากลมโตสีแดง ในชุดสาวชาวกรีกที่น่าเหมาะสมกับวัย

หากมองดีๆ...เธอคล้ายกับใครบางคนในจักรวรรดิเจิดจรัสเสียเหลือเกิน

“ข้าเก็บของเรียบร้อยแล้วตามที่บอกแล้วนะเซลีนี ....แต่ยังไงข้าก็ไม่อยากไปที่นั่นอยู่ดี”

“ไม่ได้ค่ะ... เพราะโชคชะตาของท่านเป็นเช่นนั้นนะคะ หากท่านสามารถอดทนต่อชะตาได้ท่านจะต้องพบกับนางแน่นอน”

เด็กสาวนิ่งเงียบและพยักหน้าช้าๆ “ก็ได้ แต่ว่าเจ้าต้องรักษาสัญญาด้วยล่ะ”

เซลีนีคลี่ยิ้มให้เด็กสาว “ค่ะ ซักวันท่านจะได้พบนายท่านอย่างแน่นอน.. ข้าขอสัญญาด้วยเกียรติของกลาดิเอเตอร์อันดับ 1 ของเรม...ว่าจะพาท่านกลับไปหาพี่สาวของท่านอย่างปลอดภัยค่ะ...ท่านฮัลวา

ร่างเล็กนามฮัลวาที่นั่งบนเตียงพยักหน้าและล้มตัวลงนอนบนเตียงของเซลีนี หญิงสาวเดินมานั่งที่เตียงและลูบหัวนั้นอย่างแผ่วเบาพลางคิดในใจ...

 

เด็กน้อยผู้น่าสงสาร... หากเจ้าไม่ได้พบข้าที่เรมนี้... เจ้าอาจจะโดนโชคชะตารังเกียจเหมือนกับนายท่าน... ถึงแม้พลังของเจ้าจะทัดเทียมเหมือนเหล่าเมไจ แต่...ถ้าพลังเหล่านั้นโดนใช้ไปในทางที่ผิด เจ้าก็จะเลือกเดินทางผิดไปตลอดกาล...

ถึงอย่างไรก็ตามหลังจากวันนี้ไปโชคชะตาของเจ้าจะต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล...

 

หญิงสาวก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมนของฮัลวาพลางปรากฏแสงเล็กๆลอยขึ้นมาและหายวับไป...

“ขอให้เจ้าจงเจอชายหนุ่มแห่งปาฏิหาริย์คนนั้นและอยู่อย่างมีความสุขกับเขาด้วยเถอะ.....”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

346 ความคิดเห็น

  1. #222 โยนะ ฮิเมะ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 14:31
    คู่ของซินออกมาแบ๋ว
    #222
    0
  2. #23 双子座_みかん (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มีนาคม 2557 / 01:01
    มู..ลูฟรอบตัวนายเป็นสีชมพูไปแล้วนะ //ทำท่าปัดไปมาแบบอาลาดิน 555555 รอตอนต่อไปจ้าาา
    #23
    0
  3. #20 Pun Pun NaKab (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มีนาคม 2557 / 11:40
    ยิ่งอ่านยิ่งงเอง 55 แต่หนุดเหมือนเดิม

    คู่ใหม่น่ารักมุ้งมริ้ง >_< มูโดนความรักบังตาไปซะแว้วว

    ปอลิง. เซลีจางงงโหดปายยยย
    #20
    0