[Perfect Life]

ตอนที่ 76 : 52 – ดินแดนของเอลฟ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 390
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    31 ม.ค. 62

B
E
R
L
I
N

52 – ดินแดนของเอลฟ์

 

เช้าวันใหม่มาถึงพร้อมความเครียด เนื่องจากเมืองนี้เฝ้าเขตแดนของทั้งสี่อาณาจักร โดยอาณาจักรที่ตั้งใจกลางเขตแดนคืออาณาจักรของไลท์เอลฟ์และดาร์คเอลฟ์ซึ่งมีปัญหาถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน

และดูเหมือนตอนนี้จะรุนแรงหนักกว่าเดิม

“เห็นว่าข่าวลือขององค์หญิงไลท์เอลฟ์ยังมีชีวิตอยู่พวกดาร์คเอลฟ์ก็เลยต้องการตัวหนักกว่าเดิมน่ะค่ะ”

อายาโกะเล่าให้ทั้งคู่ฟังขณะนั่งทานอาหารเช้ากันในห้องพักอยู่ เจ้าหล่อนเลยไปถามเจ้าของโรงเตี๊ยมแทนพริสทีน

เพราะเพื่อนสาวดันทำเขากลัวตัวสั่นงันงกไปเป็นที่เรียบร้อย

“เจ้าหญิงที่ว่านั่นยัยสเตลล่าใช่มะ?” เดฟพูดขณะยัดซาลาเปาไส้หมูทำมือของพริสทีนเข้าปากคำเดียวหมด

“อื้อ แต่มีเจ้าลูเธียนกับคนอื่นๆอยู่ด้วยคงไม่เป็นปัญหาอะไร สถานะของหมู่บ้านตอนนี้ก็ยังปกติอยู่น่ะ”

ว่าพลางใช้ [แผนที่] ตรวจสอบหมู่บ้านเคตลินน์

ชื่อของสเตลล่ายังอยู่ปลอดภัยดี

“ทั้งสองคนรู้จักองค์หญิงที่ว่าเหรอคะ?”

“จ้ะ เพื่อนผู้หญิงคนแรกของฉันน่ะ”

นึกแล้วอดยิ้มไม่ได้ อายาโกะแอบแก้มป่องนิดหน่อย

“บู่ว นึกว่าฉันจะได้เป็นเพื่อนสาวคนแรกซะอีก...”

“งอนเหรอเนี่ย” ขำนิดๆ

“นิดหน่อยค่า— อ่ะ ล้อเล่นน่า” หยอกล้อกันนิดหน่อยพอเป็นประมาณก่อนยกชาจิบ

“แล้วนอกจากทะเลาะกันเรื่ององค์หญิงนั่นมีอะไรอีกรึเปล่า?”

“อ๊ะ ใช่ พอจะมีอยู่อีกเรื่องค่ะ เห็นว่าเป็นเรื่องของพื้นที่ส่วนกลางระหว่างทั้งสองอาณาจักรค่ะ”

“พื้นที่ส่วนกลาง?” ทั้งคู่ทำหน้างงๆ

“เห็นว่าเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครสามารถเข้าไปเหยียบย่ำได้ พยายามแค่ไหนก็เข้าไปไม่ได้ จึงเป็นที่ถกเถียงว่าใครกันจะได้พื้นที่นั้นไปครองเพราะมันเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ และซากอารยธรรมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ว่าใครก็อยากจะเข้าไปตรวจสอบ”

“เดี๋ยวนะ... พื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าไปได้”

“ซากอารยธรรมที่ไม่เคยเห็น...”

“ฉันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ”

อาณาเขตต้องห้าม!!!

ประสานเสียงพร้อมกัน

ถึงจะเป็นการคาดเดาแต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ว่าพื้นที่ส่วนกลางนั่นเป็น 1 ในสามเขตต้องห้ามที่พวกเธอต้องลงไปเพื่อค้นหาความจริงและต้องทำลายทิ้งเสีย

“จะว่าไปผู้นำของพวกไลท์เอลฟ์ก็เคยเสนอให้เจ้าไปหาไม่ใช่รึไงพริสทีน?”

“อื้อ แต่มันนานมากแล้ว เขาจะยังจำได้รึเปล่านี่สิ...”

“หมอนั่นจำได้อยู่แล้วล่ะน่า รีบไปเหอะ!”

 

ออกเดินทางจากโรงเตี๊ยมของเมืองอวี้หลาน มุ่งหน้าไปยังอาณาจักรของไลท์เอลฟ์ ข้ามผ่านหุบเขาทางลาดชัน แม้จะใช้พีฮอร์สก็ยังใช้เวลาไปถึงครึ่งวันจนถึงป่ารกทึบต้นไม้สูงจนแทบมองไม่เห็นท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นยามราตรีเสียแล้ว

รถม้ายังคงเดินทางต่อไปโดยไร้กังวล

แสงจากตะเกียงยังส่องสว่างราวกับว่ารอบตัวยังเป็นกลางวัน

ขณะนี้อายาโกะเป็นสารถี

เดฟไกส์นั่งพักหลังจากควบคุมม้าและติดต่อกับเทียร่า

พริสทีนก็นั่งทำอาหารเย็นอยู่ในรถม้า

หยิบไข่ต้มหนึ่งก้อนโปะด้วยเนื้อและปั้นก้อนใหญ่ๆ ใส่ลงในกระทะร้อนๆ และหม้อกำลังต้มซุปเห็ดร้อนๆ กำลังลอยเหนือลูกไฟด้วย [เวทย์ควบคุม]

ระหว่างนั่นทำก็พลางคิดวิธีรับมือของทั้งสองเผ่า

“นี่เดฟ ว่างคุยมั้ย?”

“......อ่าห๊ะ ได้อยู่” ลืมตามองเจ้าหล่อน “ถามได้จังหวะพอดีเลยนะ ข้าคุยกับยัยนั่นเสร็จพอดี”

“ก็คนมันเก่ง~ ฮิๆ ล้อเล่นน่า อย่าทำหน้างั้นสิ”

“เจ้าไปติดนิสัยนั่นมาจากยัยมิโกะแล้วรึไงหา!”

อายาโกะได้ยินแบบนั้นก็แอบขำ

“เอาน่า อย่าเสียงดังสิ”

“เหอะ เอาเป็นว่าจะคุยอะไร?”

“....คือ เรื่องของสเตลล่าน่ะ เห็นว่าได้รับคำอวยพรจากไลแคนสีครามและราชินีของเหล่าดรายแอด... ไลแคนที่ว่าพ่อนายใช่มั้ย?”

“เท่าที่เทียร่าบอก ก็ใช่ ตอนที่คุยกันเมื่อกี้เห็นว่าหลังจากให้พร พวกดาร์คเอลฟ์ก็หวังจะได้ตัวนางเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนนั่นแหล่ะ เจ้าคิดว่าเพื่ออะไรล่ะ?”

“เพื่อเข้าอาณาเขตนั่นเหรอ...?”

“ถูกต้อง แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าไม่ว่ายังไงก็เข้าไม่ได้ ถึงจะได้รับตั้งสองพรก็ไม่ได้ เพราะไม่ใช่คนของที่นั่น ตอนเจ้าพ่อบ้านั่นอยู่ก็ไม่เคยไปเหยียบเขตต้องห้ามเพราะปู่ก็สั่งห้ามเหมือนกัน”

“แล้วทำไมนายถึงไปที่นั่นล่ะ?”

“ก็ข้ามันไลแคนนอกคอก ที่ไหนห้าม ที่นั่นข้าไปหมดนั่นแหล่ะ!” ยิ้มแยกเขี้ยวดูภูมิใจ

“นั่นใช่เรื่องน่าภูมิใจเหรอนั่น...” หัวเราะแห้งๆ

“ก็ดีแล้วนี่ เพราะถ้าข้าไม่ไปที่นั่นจะได้เจอเจ้ารึไง?”

“......นั่นสินะ”

“วี๊ดวิ้ว~”

อดไม่ได้ที่จะแซวคู่รัก(?)ด้านหลังตน

“เงียบไปเลยยัยมิโกะ!!! ไม่เข็ดใช่มั้ยห๊ะ!!!!!”

และเหมือนอย่างเคยที่เดฟไกส์ต้องตะคอกใส่อายาโกะ บางครั้งทามาโมะเองก็แอบเหนื่อยใจกับนิสัยชอบแซวของคนรักตนเช่นกัน

รถม้าหยุดจอดพักหลังอาหารมื้อเย็นเสร็จ ทั้งสองลงมือทานเจ้าหมูห่อไข่ทอดร้อนๆ เมื่อกัด ไข่แดงที่ยังเป็นลาวาอยู่ก็ไหลทะลักออกมาทำให้อาหารอร่อยขึ้น เหมาะกับอากาศเย็นๆเช่นนี้

ระหว่างเพื่อนทานอาหารพริสทีนก็ช่วยแปรงขนพีฮอร์สขณะมันทานอาหารและน้ำ

> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ท่านพริสทีน ทาง 10 นาฬิกามีคนแอบมองอยู่ค่ะ

.....พอจะรู้ไหมว่ามาดีหรือร้าย...

> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: จากการวิเคราะห์รูปร่างแล้วนั้นเป็นเอลฟ์ค่ะ คาดการณ์ว่าเป็นเผ่าไลท์เอลฟ์เนื่องจากบริเวณนี้เป็นเขตของพวกเขา สาเหตุที่เฝ้ามองจากการคำนวณเขาคงเป็นยามเฝ้า

....ถ้างั้นก็ดีไป...

“พริสทีนคะ...”

อายาโกะขวักมือเรียกขณะอยู่บนรถม้า เธอเองก็กลับขึ้นไปหาเพื่อนสาว

“ข้างนอกเป็นไงบ้าง?” มิโกะสาวถาม

“ปกติดีจ้ะ แต่ทั้งคู่รู้ตัวสินะ?”

“พวกเอลฟ์เฝ้ายามนั่นแหล่ะ ป่านนี้คงส่งข่าวไปให้อาณาจักรแล้วล่ะ” ชายหนุ่มพูดเสียงเบาขณะยังกินข้าวเย็นอยู่

“งั้นก็ดีแล้วล่ะ” เหมือนตามที่ไนกีคาดการณ์เลยแฮะ เก่งจัง

> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ขอบพระคุณสำหรับคำชมค่ะ

“จะว่าไป....พวกเราพึ่งมาที่นี่ครั้งแรกด้วยจะได้เข้าอาณาจักรไหมนะ?”

จากเจ้าของโรงเตี๊ยมของเมืองอวี้หลานเล่า ดูเหมือนพวกเอลฟ์ไม่ค่อยสนใจติดต่อค้าขายกับมนุษย์ นอกจากนี้ยังไม่อนุญาตให้เข้าไปยังอาณาจักรเลยสักครั้งเดียว

“ไม่รู้สิ ก็คงต้องรอดูผลกันพรุ่งนี้แหล่ะเนอะ นอนกันดีกว่านะ”

“เห็นด้วย”

“ถ้างั้นเดี๋ยวข้าเฝ้าให้ ยังไงเจ้ายามพวกนี้ก็ไม่น่าไว้ใจอยู่ดี”

ว่าจบเขาก็ออกมานั่งก่อไฟข้างนอกรอเวลาจนหญิงสาวทั้งสองผลอยหลับด้วยความง่วง เขาเองก็นั่งอยู่ข้างพวกพีฮอร์สที่กำลังหลับ

ไม่นานก็ลุกขึ้น...

บิดร่างกายไปมา และหันไปมองต้นไม้ต้นหนึ่งแถวนั้น

ก่อนจะแสยะยิ้มจนเห็นเขี้ยว...

.

.

.

.

เมื่อตื่นทั้งสามคนก็มุ่งหน้าไปยังอาณาจักรไลท์เอลฟ์โดยวันนี้เดฟไกส์อาสาเป็นสารถีแทนอายาโกะซึ่งเดิมทีต้องรับหน้าที่ช่วงเช้า

สองสาวแอบงงเล็กน้อยก่อนออกเดินทาง

ปฏิกิริยาของเอลฟ์คนเมื่อคืนหายไป

“เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นรึเปล่าเดฟ?”

ไม่นี่

เขาตอบโดยไม่หันมามองทาง

“เขาคงไปรายงานอาณาจักรล่ะมั้งคะ” อายาโกะคาดเดา

ทามาโมะกับเหล่าวิญญาณคนสนิทของเธอเองก็ไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเมื่อคืนจึงคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร

รถม้าขับเคลื่อนตามแรงของพีฮอร์สจนผ่านเขตป่ารถทึบมาได้อย่างปลอดภัย

เบื้องหน้าทั้งสามคือต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งลำตัวของมันเหมือนเป็นประตูทางโค้งให้ผ่านเข้าไปยังภายใน เหล่าไลท์เอลฟ์ต่างก็ยืนรออยู่กันเต็มไปหมด จนพริสทีนต้องยกฮู้ดขึ้นมาปิดผมก่อน

> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: 1 ในกลุ่มคนพวกนั้นมีคนลักษณะคล้ายเอลฟ์ตนเมื่อวาน คนที่ 5 จากทางขวามือค่ะ

“เห....” ลองมองตามที่ไนกีบอก

“หวา... มากันเต็มไปหมดเลยนะเนี่ย” อายาโกะแอบประหลาดใจเล็กน้อย และแอบกังวลพอควรว่าจะโดนขับไล่

“ไม่ต้องเครียดน่า” เดฟไกส์ควบคุมบังเหียนให้พวกม้าวิ่งช้าลง

“.....พูดแบบนี้แสดงว่าเมื่อคืนไปทำอะไรไว้ใช่ไหม...?”

“ก็ไม่รู้สินะ~”

น้ำเสียงระรื่นแบบนี้เธอรู้ได้ทันที

ระหว่างพวกเธอหลับเมื่อคืนเขาต้องไปจัดการเอลฟ์คนที่แอบดูอยู่แน่ๆ!!!!!

กึก!! รถม้าหยุดตัวลง เอลฟ์หนุ่มคนหนึ่งก้าวออกมาตรงหน้าและก้มโค้งให้กับพวกเขา ตามด้วยไลท์เอลฟ์คนอื่นๆ!

“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านมายังอาณาจักรของพวกเราครับท่านเทพธิดาสีเงิน!!”

“!!! เดี๋ยวๆๆ ไม่ต้องก้มหัวให้หรอกค่ะ!!” หันไปมองเดฟแบบคาดโทษนิดหน่อย “นายไปบอกอะไรพวกเขาเนี่ย...!” กระซิบถาม

“ก็แค่บอกว่าเจ้าเป็นใครเท่านั้นแหล่ะ”

“เอาอีกแล้วนะเดฟ...”

“จะได้จบๆไปไง ให้พวกเขาเตรียมใจก่อนด้วย”

“ให้ตายสินายเนี่ยนะ... เอาเป็นว่าถ้ายังไงช่วยเปิดทางให้พวกเราเข้าไปได้รึเปล่าคะ?”

“แน่นอนครับ หัวหน้าของพวกเรารอการมาถึงของพวกท่านเช่นกัน เราจะนำทางท่านไปครับ”

เดฟไกส์จึงหลีกทางให้เอลฟ์หนุ่มตนนั้นขึ้นมาคุมบังเหียนแทนตน รถม้าเคลื่อนที่ผ่านอุโมงค์ต้นไม้ใหญ่มาถึงอาณาจักรของเหล่าไลท์เอลฟ์ซึ่งที่พักอาศัยคล้ายกับเมืองลับแล

ทุกคนต่างอยู่บนต้นไม้หรืออยู่ในตัวต้นไม้กันทั้งสิ้น ไร้ซึ่งกลิ่นเนื้อ ทานเพียงผัก

“เข้าใจแล้วว่าทำไมในนิยายหรือนิทานพวกเอลฟ์ถึงได้งดงามนัก~” อายาโกะดูสนุกสนานกับการมองผู้คนโดยรอบ

พวกเด็กๆต่างก็มองรถม้าและโบกมือทักทายผู้มาเยือนด้วยความไร้เดียงสา ต่างกับผู้ใหญ่บางคนมองพวกตนราวกับว่าเป็นตัวประหลาดหรือแสดงท่าทีรังเกียจ

รถม้ามุ่งหน้าตรงไปยังต้นไม้ขนาดใหญ่อีกต้นที่พักบนต้นไม้นั่นดูคล้ายกับคฤหาสน์หลังใหญ่ รถม้าถูกส่งไปยังคอก

“ซุบซิบนินทากันอยู่ได้ น่ารำคาญ!!”

เดฟตะคอกจนพวกเอลฟ์ตนอื่นสะดุ้งโหยง ครั้งนี้พริสทีนไม่ขัด

เพราะบางประโยคมันก็ไม่ค่อยจะน่าให้อภัยซะเท่าไหร่

“พริสทีน!!”

เสียงคุ้นเคยทำเอาต้องหันไปมอง “คุณลีลีน่า!!!”

“พริสทีนจริงๆด้วย!!” เอลฟ์สาวพุ่งมากอดไม่สนใจสายตาใคร

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ สบายดีรึเปล่า?”

“แน่นอน ข้าต้องสบายดีอยู่แล้วล่ะ เดฟไกส์เองก็สบายดีสินะคะ” ลีลีน่ายิ้มกว้าง ชายหนุ่มก็แค่พยักหน้า “แหม...ไม่ได้เจอแค่ปีเดียวเจ้าดูเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ ได้เพื่อนเพิ่มแล้วเหรอ?”

“อายาโกะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณลีลีน่า” ก้มโค้งให้

“ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ”

 “แล้วคุณลีลีน่ามาทำอะไรที่นี่เหรอคะ?”

“มารายงานภารกิจน่ะ ภารกิจที่เจ้ารู้ไงว่าคืออะไร”

“....อ้อ! เข้าใจแล้วล่ะค่ะ”

ภารกิจนั้นคงไม่พ้นเรื่องของสเตลล่านั่นเอง

“จริงๆข้าต้องกลับวันนี้ แต่ท่านหัวหน้าสั่งให้อยู่ก่อนน่ะ แถมเมื่อกี้พึ่งสั่งให้ลงมารับแขก คงเป็นพวกเจ้าสินะ”

“ตามนั้นแหล่ะ รีบพาไปเถอะ รำคาญเสียงนินทาพวกนี้จะแย่”

“นินทาเหรอ?” ลีลีน่ามองทั้งสามก่อนหันไปมองพวกเอลฟ์คนอื่นๆ จากหน้ายิ้มกลายเป็นหน้าที่ทำเอาพวกเอลฟ์ทุกคนสะดุ้งโหยง “นินทาคนอื่นเช่นนี้ไม่รู้จักคำว่ามารยาทรึไงห๊ะพวกเจ้า!!!!!!!

“!!! ข ขออภัยด้วยครับ/ค่ะ!!!”

“ไปคัดลายมือแสดงพฤติกรรมแสดงความน่าเกลียดนี่ทั้งหมด 200 หน้าและฝึกนรก 10 ชั่วโมงเต็ม นี่คือคำสั่ง!!”

“ระ...รับค่ำสั่งครับ/ค่ะ!”

“เสียงเบาเกินไป!!”

รับคำสั่งครับ/ค่ะ!!!!!!!!

สิ้นคำพวกเขาก็ถูกเอลฟ์ตนอื่นลากไปไปฝึกนรกตามที่เธอสั่ง

หน้ายิ้มกลับมาเหมือนเคย

“เอาล่ะ ไปกันเลยดีกว่าเนอะ~”

“ค ค่ะ....”

....ไม่เคยเห็นคุณลีลีน่าเสียงดังขนาดนี้เลยแฮะ... น่ากลัวสุดๆ...

ลีลีน่าพาทั้งสามตรงไปยังห้องรับรองซึ่งมีเอลฟ์หนุ่มคนหนึ่งนั่งรออยู่ ดูมีสง่าราศีกว่าเอลฟ์คนอื่นๆทั่วไป

“ข้าพาแขกมาแล้วค่ะท่านหัวหน้า”

“ขอบคุณมากลีลีน่า” เขาเอ่ยก่อนจะมองพริสทีนและ...ก้มโค้งให้ “ถือเป็นเกียรติที่ท่านมายังอาณาจักรของเราครับท่านเทพธิดาสีเงิน ข้าเป็นหัวหน้าของไลท์เอลฟ์ชื่อ เอลรอนด์ ครับ ข้าต้องการขอบคุณท่านมาตลอดตั้งแต่ช่วยจัดการปัญหาของราชันย์มังกรสีดำเมื่อหลายปีก่อนนั่น”

“ด้วยความยินดีค่ะ... แต่ขอร้องล่ะค่ะ เลิกโค้งเถอะนะคะ!”

“ถ้าท่านว่าเช่นนั้น... อื๋อ?” เงียบไปนิดหน่อย จ้องหน้าเดฟไกส์ด้วยความสงสัย “เจ้าดูคุ้นๆ...”

“ไม่อ่ะ เจ้าคิดไปเอง”

“แต่ข้าคิดว่าข้าเคยเจอเจ้ามาก่อน... อืมมม”

“ใช่ค่ะฉันก็คิดแบบนั้น”

“!!!” ทำเอาชายหนุ่มหันไปมองพริสทีนอย่างไว!

เจ้าคิดจะทำบ้าอะไรห๊ะ!!!

สายตานั้นสาวผมเงินรับรู้ได้ แต่...ในเมื่อโดนแกล้งหลายรอบแล้ว ก็ต้องมีเอาคืนบ้าง

คำสาปของไลแคนสีครามน่ะทำอะไรเธอไม่ได้หรอก!!!

“เอ... เท่าที่จำได้ ดูเหมือนว่าเดฟเคยพูดไว้เมื่อนานมาแล้ว ว่าเวลาไปประชุมน่ะชอบใส่หน้ากากตลอดเลยนี่นา”

ใส่หน้ากากตลอดตอนประชุม...

คนที่ใส่หน้ากากมีคนเดียวที่แล่นเข้ามาในหัวเขาตอนนี้!!!

ไม่มีใครอื่นนอกจาก...ไลแคนสีคราม!!!

“!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! ท่าน...ท่านไ—...!!!”

ไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อเหมือนเสียงของเขาหายไป รอบคอรู้สึกร้อนไปหมด ดวงตาของเดฟไกส์วาวโรจน์จนหัวหน้าไลท์เอลฟ์รับรู้ได้ว่าไม่ควรที่จะพูดว่าเขาเป็นใครออกไป

ระหว่างนั้นสองสาวคือกลั้นขำ

“อย่าให้ข้าเอาคืนบ้างนะ...”

“มาเลย ฉันไม่กลัวซะหน่อย...” พริสทีนยิ้มหวาน...

“เหอะ!”

“ท่านหัวหน้าเป็นอะไรไปคะ!!?” ลีลีน่ารีบวิ่งเข้ามาดูอาการ

“!!!! ไม่.. ไม่เป็นอะไร ข ข้าแค่ตกใจเท่านั้น....” ก้มโค้งอีกครั้งจนลีลีน่างง “ขออภัยที่ข้าไม่ทันสังเกต ยินดีต้อนรับท่านสู่อาณาจักรของเราครับ”

“ช่างเรื่องนั้นเถอะน่า! รีบๆเข้าเรื่องได้แล้ว”

“อ่ะ ครับ....” กระแอมไอเล็กๆ “ข้าได้ยินมาจากลีลีน่าว่าท่านสนิทกับสเตลล่าสินะครับ?”

“ค่ะ เธอเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของฉันเลย ทำไมเหรอคะ...?”

“.....เรื่องของดาร์คเอลฟ์ที่มาตีสนิทกับสเตลล่านั่น...”

“....องค์ชายลูเธียนน่ะเหรอคะ? มีอะไรรึเปล่า?”

“ถ้าเป็นไปได้.... ข้าต้องการให้ท่านช่วยทำให้องค์ชายลูเธียนเลิกยุ่งกับสเตลล่าครับ....

“....เลิกยุ่งเหรอคะ”

“ครับ อย่างที่ท่านรู้ สเตลล่าได้รับพรของราชันย์ไลแคนสีครามคนก่อนและราชินีของเหล่าดรายแอด พวกดาร์คเอลฟ์จึงต้องการตัวนางเพื่อเข้าไปยังอาณาเขตต้องห้ามนั่น ข้าจึงไม่เชื่อว่าพวกนั้นคิดจะมาดีกับนาง... ถึงนางจะไม่รู้ว่าข้าเป็นพ่อ แต่... ข้าก็อยากจะปกป้องนางเท่าที่จะทำได้”

พริสทีนมองหน้าอายาโกะกับเดฟไกส์นิดหน่อย “ต้องขอโทษด้วยนะคะ เรื่องนี้คงไม่ได้จริงๆ”

“....งั้นเหรอครับ” สายตาดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด

“อีกอย่างที่ฉันมาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อรับคำขอบคุณจากคุณอย่างเดียวหรอกนะคะ”

“ครับ?”

พริสทีนยิ้มหวานให้

“ฉันมาเพื่อแก้ไขปัญหาระหว่างไลท์เอลฟ์กับดาร์คเอลฟ์ให้มันจบๆไปค่ะ ทั้งเพื่อสเตลล่า... และเพื่อฉันด้วยเช่นกัน”

 

 

***************

ในที่สุดก็เจออาณาเขตต้องห้ามแห่งแรกแล้ววววว—!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

287 ความคิดเห็น

  1. #181 jessica (@jessicasrikasem) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:28
    อยากอ่านอีกค่ะ ชอบมากค่ะ
    #181
    0
  2. #179 Meemiza (@NichaPes) (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 06:48
    ได้เวลาบุกเขตต้องห้ามแล้ว
    #179
    0