[Perfect Life]

ตอนที่ 13 : DAY 12 - ห้องครัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 209 ครั้ง
    28 พ.ย. 60

    。SYDNEY♔



DAY 12 - ห้องครัว

 

โครกกกก...

พลาดซะแล้ว... นั่งกินปลาย่างทั้งน้ำตา ต้องตื่นมากลางดึกเพื่อกินแก้หิวกับเจ้าท้องที่ร้องไม่หยุด เนื่องมาจากเมื่อวันก่อนเธอเผลอตื่นเต้นไปกับบ้านใหม่เตียงใหม่จนลืมกินข้าวกินน้ำ ไม่แน่เธออาจจะมีแววจะได้เป็นโรคกระเพาะเข้าซักวัน

ดูท่าพรุ่งนี้เธอคงต้องไปดูบ้านคนอื่นๆว่าครัวเป็นยังไงจะได้เริ่มทำอาหารที่ตนชอบเสียที!

 

**********************

 

ถึงจะพูดว่าไปขอดูครัวของบ้านอื่นๆ แต่ครั้นจะเข้าไปโดยไม่ได้ขออนุญาตก็คงเป็นไปไม่ได้ แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบ้านใครเป็นบ้านใคร เธอจึงตั้งใจเรียงตั้งแต่บ้านหลังใหญ่ของฟีเรกับโอลีเซียด้านหลังบ้านตนเอง และถือโอกาสนำเนื้อแจ็กกาโลปส่วนหนึ่งที่เดฟนำมาวางไว้หน้าบ้านแต่เช้า สาเหตุที่รู้คงไม่พ้นขนของไลแคนสีครามที่แนบมา แต่ด้วยเหตุผลอะไรไม่สามารถทราบได้เมื่อเธอจับขนนั่น มันกลับสลายกลายเป็นผงไป อาจจะเพื่อป้องกันไม่ให้ขนไลแคนตกไปอยู่ในกำมือของคนอื่นที่เดฟไกส์ไม่ได้มอบให้กระมัง พริสทีนถือโอกาสแบ่งเนื้อส่วนหนึ่งหวังไปตีสนิทกับทุกคน

พอลองคิดดู ในสมัยก่อนตอนแม่ของเธอยังมีชีวิต แม่มักจะนำอาหารหรือขนมที่ทำไปแจกให้บ้านใกล้เรือนเคียงหรือแม่ค้าร้านข้างๆเสมอเวลาทำเสร็จใหม่ๆ กลิ่นหอมกรุ่นชวนหิวจนเธอต้องแอบกินทุกครั้ง ต่อหน้าพวกเขารับไปด้วยรอยยิ้ม ต่างพร่ำว่าอาหารหรือขนมอร่อยให้แม่มีความสุข

เธอรู้ดี...ว่าทุกคนจะแอบเอาทิ้งหรือไม่ก็เอาไปให้สัตว์เลี้ยงทานลับหลังสายตาของแม่ มีแค่เธอเท่านั้นที่รู้ แต่ไม่กล้าบอกเพื่อไม่ให้แม่เสียใจ

“......!! ไม่ๆ เราควรลืมเรื่องพวกนั้นไปซะ จะได้เริ่มต้นใหม่เสียที!!!”

ส่ายหัวไปมา พยายามให้ภาพพวกนั้นหลุดออกจากหัว จนสายตาเหลือบไปเห็นป้ายมีกระดาษแปะเต็มไปหมดจนต้องเดินไปดู คาดว่าเป็นภารกิจต่างๆที่มีคนจ้างวานมา มีทั้งฆ่าก็อบลิน โอเกอร์ ตามหาสมุนไพร แม้กระทั่งตามหาสัตว์หายก็มี แต่ก็แอบสงสัยไม่น้อยว่าในเมื่อหมู่บ้านนี้ไม่ค่อยมีคนแวะเวียนมากลับเอาภารกิจพวกนี้มาจากไหนกันนะ? 

ก๊อกๆ...

“เชิญค่ะ”

เมื่อได้ยินคำอนุญาตจึงเข้าไปข้างในและพบกับเด็กหญิงหูแมวสีขาวนั่งอยู่บนเบาะฟาง “ท่านพริสทีนนี่เอง มีธุระอะไรรึเปล่าคะ?”

“อ่า... ! ใช่! คือตั้งใจจะนำเนื้อมาแบ่งให้น่ะ จะได้สนิทๆกันไว้ไง” หยิบเนื้อที่เอาผ้าห่อไว้ในกระเป๋าออกมาให้

“ขอบคุณค่ะ จะว่าไป นี่เนื้ออะไรเหรอคะ...?”

“แจ็กกาโลปน่ะจ้ะ”

“!!!! จะ...แจ็กกาโลป!!!? เนื้อของแจ็กกาโลปสุดโหดจริงๆเหรอคะ!!”

“อ่ะ อื้ม...” แอบผงะไปเล็กน้อยกับท่าทีนั่น “มันแปลกมากขนาดนั้นเลยเหรอ...”

“แน่นอนสิคะ ถึงเนื้อของมันจะอร่อยมาก แต่แจ็กกาโลปขึ้นชื่อเรื่องความว่องไวเป็นอย่างมาก ขนาดท่านพี่แปลงเป็นหมาป่ายังแทบไล่จับไม่ทันเลยล่ะค่ะ บางครั้งก็หาตัวมันไม่เจอเลยด้วยซ้ำไป”

....โชคดีจังแฮะที่มีเดฟจับมาให้... แอบซาบซึ้งในพระคุณของเพื่อนคนนี้ยิ่งนัก

“งั้นก็ทานให้เต็มอิ่มไปเลยนะ ให้สมกับที่มันจับยากไง”

“ค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ!” คลี่ยิ้มกว้างกอดห่อเนื้อนั่นหมุนไปมา

“จริงสิ ฉันตั้งใจจะมาดูห้องครัวหน่อยน่ะ ได้รึเปล่า...?”

“ได้แน่นอนค่ะ เดี๋ยวจะพาไปชมนะคะ” ลุกขึ้นเดินนำทางไปยังห้องครัวทันที ไม่รู้ว่าพริสทีนคิดไปเองหรือเปล่าที่เห็นปลายหางงอนิดหน่อย

แต่ด้วยความที่ไม่เคยเลี้ยงสัตว์จึงไม่รู้ว่าการแสดงออกแบบนั้นคืออะไร

“แล้วนี่ฟีเรไม่อยู่เหรอ?”

“ออกไปล่ากับท่านไลรอนและพวกท่านลีลีน่าน่ะค่ะ เพราะงั้นไม่ต้องห่วงว่าท่านพี่จะออกมาไล่หรอกนะคะ”

“ฮิๆ นั่นสินะ”

แอบนินทาจนเจ้าของชื่อแอบจามระหว่างออกล่าโดยไม่รู้สาเหตุ สภาพห้องครัวของฟีเรกับโอลีเซียเหมือนแบบชาวญี่ปุ่นสมัยก่อนที่ตนเคยดูในโทรทัศน์ ส่วนของเตาทำอาหารแบบโบราณ ที่เก็บน้ำ อีกทั้งใจกลางเสื่อทาทามิเป็นช่องสีเหลี่ยมขนาดปานกลางมีขาตั้งเหล็กตั้งอยู่ท่ามกลางกองขี้เถ้า เหนือหัวมีตะขอห้อยลงมา

“ว้าว... สุดยอดไปเลย!”

“จริงเหรอคะ? ดีจังที่ไปปรึกษาท่านชิอินะมา” ยิ้มน้อยๆระหว่างยกน้ำชามาให้ “เชิญค่ะ”

“ขอบคุณนะ ...ชิอินะเหรอ?”

“ค่ะ ทั้งเรื่องครัวกับเสื้อผ้าที่ข้าแต่งอยู่นี่ท่านชิอินะเป็นคนทำและแนะนำให้พวกเราทั้งหมดเลย”

“เห... แล้วบ้านของชิอินะอยู่ไหนเหรอ? อยากลองไปคุยกับเขาดูน่ะ”

“บ้านของท่านชิอินะอยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านน่ะค่ะ แล้วก็....”

ว่าจบก็เธอก็ขอตัวตรงไปยังบ้านของชิอินะ แถมยังได้รู้จากโอลีเซียอีกว่าสาเหตุที่ชิอินะรู้เรื่องเยอะแยะเต็มไปหมดเป็นเพราะในอดีตเขามักจะเดินทางไปไหนมาไหนกับย่าของตนเสมอในฐานะช่างทำเสื้อผ้าบ้างก็ทำขนมง่ายๆขาย ทั้งที่คนโดนขับไล่คือชิอินะไม่ใช่ย่าของเขา โดนขับไล่ในฐานะเด็กที่เกิดในวันอัปมงคลและจะนำความโชคร้ายมาแก่หมู่บ้านภูติ ทว่าระหว่างเดินทางย่าของชิอินะกลับป่วยจึงมาพักที่นี่เข้า ไม่นานย่าของเขาก็จากไป หลังจากวันนั้นชิอินะจึงอาศัยอยู่ที่นี่และเอาแต่อยู่ในบ้านไม่ค่อยโผล่ออกมาเท่าไหร่นัก

คำขอสุดท้ายของย่าชิอินะที่ฝากถึงโอลีเซียกับทุกคนคืออยากให้สนิทกับเขา ไม่อยากปล่อยให้เขาโดดเดี่ยว

ความอ่อนโยน ความเป็นห่วงเป็นใยเสียยิ่งกว่าใครนั่นยิ่งทำเอาเธอนึกถึงแม่

ทั้งที่ป่วยหนักใกล้ตายก็ยังคงเป็นห่วงเธอ ไม่อยากให้เธอโดดเดี่ยว

แม้ว่าสุดท้ายจะโดดเดี่ยวจนวันตายก็ตามที...

ก๊อกๆ... แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้ไม่มีเสียงอะไรตอบรับกลับมา แถมยังต้องยืนอยู่นานหลายชั่วโมงกว่าอีกฝ่ายจะเปิดประตูออกมาในสภาพผมเผ้ากระเซอะกระเซิงแถมยังหาววอดๆเหมือนคนพึ่งตื่นนอน

“ฉันมารบกวนเวลานอนรึเปล่าเนี่ย...?”

“ไม่เป็นไร... ดีแล้วที่มีคนมาปลุก...” ขยี้ตา “เจ้ามีธุระอะไร...?”

“อยากมาปรึกษาเรื่องห้องครัวน่ะ แล้วก็มีเนื้อมาฝากด้วย ได้รึเปล่า?” หยิบห่อเนื้อออกมาให้

“อือ... เข้ามาดูเลยสิ” รับห่อเนื้อแล้วหลบให้พริสทีนเข้ามา

ดูเหมือนว่าทางเข้าบ้านมาของชิอินะจะเหมือนกับของเธอไม่มีผิด แต่ต่างกันตรงที่พื้นเป็นทรายไม่ใช้พื้นหิน มีทั้งเตาทำอาหารโบราณและที่เก็บน้ำ บนกำแพงมีชั้นวางพวกเครื่องปรุงไว้ เป็นห้องครัวแบบดั้งเดิมเลยก็ว่าได้

“แล้วปรึกษาเรื่องห้องครัวนี่... คือจะปรึกษาเกี่ยวกับอะไรล่ะ...?”

“คือว่าฉันอยากทำอาหารน่ะ อยากทำทั้งขนมและก็ของคาวด้วย แต่ไม่รู้จะทำห้องครัวให้เป็นแบบไหนดี หรือทำแบบนายดีน่ะสิ”

“...บ้านของเจ้าน่าจะเหมือนกับข้า แต่ครัวน่าจะเป็นแบบบ้านของสเตลล่ามากกว่า...” หาวนิดหน่อยระหว่างวางห่อเนื้อบนโต๊ะ

“แบบบ้านของสเตลล่าเหรอ?”

“ก็...คล้ายเตาผิงไง ที่มีหม้อแขวนไว้ เหมาะสำหรับต้มหรือพวกไม่กินเนื้ออย่างเผ่าเอลฟ์ที่จะทำซุปผักตลอดเวลา... หรือถ้าอยากได้แบบของข้าก็มาบอกได้เสมอ...”

“อืมมม...” ครุ่นคิดหนักพอสมควร ถึงชิอินะจะพูดง่ายแบบนั้นตนก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีลักษณะอย่างไร คงต้องแวะไปที่บ้านของสเตลล่าไม่ก็บ้านของไลรอนก่อนกลับบ้านตนเข้าจริงๆ

“อ่อใช่... ถ้าอยากดูครัว ไม่ต้องแวะไปบ้านไลรอนหรอก... หมอนั่นกับลาพิสไม่มีครัวเพราะไปทานที่บ้านของฟีเรน่... บ้านของสเตลล่าอยู่ด้านซ้าย มีบ่อน้ำอยู่หลังบ้านน่ะ...”

“ขอบคุณจ้ะ” ยิ้มระรื่น รีบขอตัวไปบ้านของสเตลล่าโดยไว

“เดี๋ยวก่อน...”

“อื๋อ?” หันกลับไปมองตามเสียงเรียก

“รอหน่อย... มีของจะให้” ชิอินะเดินไปหลังผ้าม่านสักพักก่อนจะกลับมาพร้อมหม้อขนาดกลาง “นี่... ข้าให้... มันน่าจะจำเป็นสำหรับเจ้ามากกว่า....”

“จะดีเหรอ ฉันเกรงใจน่ะ”

“ดีแล้วล่ะ... เพราะข้าก็ไม่ค่อยได้ทำอาหารซะเท่าไหร่.... น่าจะเหมาะสมกับเจ้ามากกว่า” พูดจบก็หาววอดๆ

“งั้นเอางี้ ถ้าเกิดฉันทำอาหาร นายช่วยมาเป็นคนชิมให้ได้มั๊ย?”

“หา...?”

“ก็นายเป็นคนช่วยให้คำปรึกษาแถมยังให้หม้อมาอีก ถือว่ามีบุญคุณกับฉันมากๆเลย ขอล่ะชิอินะ...”

“แต่...” พอจะปฏิเสธก็เจอรอยยิ้มของพริสทีน แทนที่จะรู้สึกดีแต่กลับรู้สึกเหมือนถูกกดดันเสียมากกว่าจนอดถอนหายใจไม่ได้ ถ้าปฏิเสธคงได้มีปัญหากันแน่นอน “ก็ได้... ถ้าไม่ขี้เกียจล่ะนะ”

เมื่อตกลงกันเรียบร้อยก็ออกจากบ้านของชิอินะมา แต่เมื่อออกจากบ้านมาได้ไม่นานก็นึกสงสัยว่าชิอินะเป็นภูติอะไรกัน? ก่อนหน้านี้โอลีเซียบอกว่าพวกลีลีน่าออกไปล่ากับไลรอนและฟีเร แต่ในเมื่อทั้ง 3 คนนั้นเป็นเอลฟ์ คงไปแค่ดูแลเด็กแล้วระหว่างนั้นเก็บพวกสมุนไพรหรือพืชผักแน่นอน รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่หน้าบ้านแล้ว ก๊อกๆ... แอ๊ดด... เอลฟ์ตัวน้อยเปิดประตูออกมาด้วยรอยยิ้มสดใส

ถ้าเกิดในอดีตเธอมีลูก เธอก็อยากจะให้มีรอยยิ้มแบบนี้...

“พริสทีนมาเยี่ยมเหรอคะ?”

“จ้ะ จริงๆตั้งใจจะนำเนื้อมาแบ่ง แต่ดันลืมว่าเอลฟ์ไม่กินเนื้อน่ะ ไว้คราวหน้าชดเชยให้นะ”

“อ๊ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ รบกวนซะเปล่าๆ”

“ไม่หรอก งั้นเอางี้ ไว้ห้องครัวเสร็จแล้วจะทำอาหารแบ่งมาให้นะ คิดเมนูที่น่าจะเหมาะกับพวกเอลฟ์อยู่ล่ะ”

“พริสทีนชอบทำอาหารสินะคะ! ตื่นเต้นจังเลย... จะเป็นอาหารแบบไหนกันนะ~” ท่าทางตื่นเต้นนั่นดูน่ารักน่าเอ็นดูจนอดไม่ได้ที่จะลูบหัวสเตลล่า จนเหลือบเห็นครัวของสเตลล่าอยู่มุมห้องขวา เป็นเตาหินอย่างที่ชิอินะว่าไว้เหมาะแก่การทำซุป การตกแต่งบ้านก็สมกับเป็นเอลฟ์ที่รักธรรมชาติ ทั้งห้องเต็มไปด้วยกระถางต้นไม้สีเขียว

“รอชิมได้เลยล่ะ เธอต้องชอบแน่ๆ”

“ค่ะ! จริงสิ ให้บอกจินดีไหมคะว่าจะทำห้องครัว จะได้ขออนุญาตจากท่านไลแคนกับเหล่าดรายแอด”

“ขออนุญาตเหรอ ทำไมล่ะ?” แอบสนใจไม่น้อยเพราะได้ยินคำว่าไลแคน

“เพราะพวกเราเหล่าเอลฟ์เป็นผู้ศรัทธาในการปกปักษ์รักษาต้นไม้ทุกต้นและทุกชีวิตในมหาพงไพรค่ะ การจะขออนุญาตตัดไม้หรือว่าออกล่าก็จะขออนุญาตท่านไลแคนกับเหล่าดรายแอดก่อนเสมอเพื่อให้พวกเขารู้น่ะค่ะ”

“อ่อ... ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวฉันจัดการเอง อยากลองฝึกเวทย์ด้วยน่ะ”

“เข้าใจแล้วค่ะ ....อ๊ะ พวกลีลีน่ากลับมาจากการล่าแล้วล่ะค่ะ” โบกไม้โบกมือให้พวกลีลีน่าที่เดินเข้าหมู่บ้านมากับไลรอนและฟีเร

“อ้าวพริสทีน เมื่อคืนเป็นไงบ้างล่ะ นอนสบายดีไหม?”

“สบายดีค่ะ ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักนิดเดียว”

“ดีแล้วล่ะ นึกว่าเจ้าจะหนีออกจากหมู่บ้านไปซะแล้ว~” ไลรอนเดินมาหา ในมือถือปลาเต็มมือไปหมด แถมตะกร้าสะพายก็เต็มไปด้วยพวกผักป่า ส่วนฟีเรแบกหมูป่าอยู่ สายตานั่นดูยังไงก็ไม่ชอบขี้หน้าเธออยู่ดี

“ไม่ยอมไปง่ายๆหรอกน่า ไหนๆก็เจอกันแล้วก็ถือโอกาสแบ่งให้เลยดีกว่า” เอาห่อเนื้อใส่มือของไลรอนกับฟีเร “พวกคุณลีลีน่าทานเนื้อไม่ได้ งั้นยกให้ทั้งหมดเลยละกันนะ”

“เนื้อเหรอ! เนื้ออะไรอ่ะ!?” ตาไลรอนงี้เป็นประกายเลยทีเดียว

“แจ็กกาโลปน่ะ...” ตอบไปตามความจริงแต่ก็ต้องเผลอชะงักไป เพราะพึ่งนึกขึ้นได้ว่าถ้าพูดออกไปปฏิกิริยาของทุกคนคงไม่พ้น...

เนื้อแจ็กกาโลป!!!!?

ตกใจตามที่คาดไว้ไม่มีผิด...

“เอาเป็นว่าทานให้อร่อยนะ ข ขอตัวล่---” “เดี๋ยวก่อนพริสทีน!” ชั่วขณะที่คิดจะอาศัยความชุลมุนวิ่งกลับบ้านไปกลับถูกเรียกเอาไว้ก่อน ไลรอนเอาผักป่าจากในตะกร้าสะพายหลังจำนวนหนึ่งใส่ถาดสานยื่นให้เธอ “ผักส่วนนี้ข้าเก็บมาเผื่อ ถือว่าเป็นการสานสัมพันธ์เพื่อนบ้านไง~”

“แต่...”

“เจ้าเด็กนี่อุตส่าห์ให้แล้วอย่าปฏิเสธให้เสียใจดีกว่า” ลีลีน่าช่วยอีกแรงหนึ่ง ระหว่างนั้นก็ลูบหัวพริสทีนไปด้วย

แอบรู้สึกแปลกไม่น้อยที่โดนลูบหัวแบบนี้หลังจากไม่ได้ถูกลูบมานาน ในแง่มุมของหญิงวัยเกือบ 90 อาจมีแอบไม่พอใจนิดหน่อย แต่ตอนนี้เป็นเด็ก 10 ขวบกลับรู้สึกดีที่ถูกลูบหัว

“....งั้นก็ขอรับไปด้วยความเต็มใจ ขอบคุณจ้ะไลรอน” ยิ้มให้เด็กหนุ่มตรงหน้า เจ้าตัวก็แค่หัวเราะเกาแก้มแค่นั้น ก่อนจะรีบลากฟีเรไปอีกทาง พวกลีลีน่าก็ขอตัวกลับเข้าบ้านไปทำอาหารให้สเตลล่า

เธอรีบกลับบ้านเอาหม้อและตะกร้าผักวาง ก่อนจะรีบกระโดดออกไปนอกรั้วหมู่บ้านเพื่อไล่เก็บพวกก้อนหินนอกหมู่บ้านทั้งขนาดใหญ่และเล็ก ส่วนต้นไม้ไม่รู้ว่าจะตัดดีหรือไม่ สุดท้ายก็ยกมือไหว้แทนเพราะไม่รู้จะทำยังไงให้อีกฝ่ายรู้

วิ้ว... เหมือนมีสายลมพัดผ่านร่างกายและเสียงหัวเราะคิกคักชอบใจ พอลืมตามองกลับไม่เห็นอยู่แถวนั้น

“....น่าจะได้แล้วมั๊งนะ” ว่าจบก็ทำการตัดออกมาและทำให้มันเจริญเติบโตเหมือนเดิม และถ้าขนาดมันใหญ่เกินหรือขนไม่ไหวก็ใช้เวทย์ลมในการแบกกลับไป แต่การขนของหนักเกินกำลังนี่ถือเป็นครั้งแรกทำให้ต้องเพ่งจิตเพ่งสมาธิเป็นอย่างมาก

 “ถ้าไม่ได้ฝึกเลยมีหวังลืมคาถาแหงๆ ว่ามั๊ยไนกี...?”

> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ : ถ้าท่านกลัวลืมให้บันทึกป้องกันไว้ก่อนดีรึไม่?

“ถ้าทำได้ก็เยี่ยมไปเลย~”

ครึ่กๆๆๆ... เทกองก้อนหินลงบนพื้นเต็มไปหมดก่อนบิดขี้เกียจไปมาด้วยความเมื่อย ส่วนเจ้าหินก้อนใหญ่กับท่อนซุงกองไว้หน้าบ้านก่อน ก่อนจะเริ่มการสร้างก็ต้องทำการสำรวจกำแพงที่จะทำเสียก่อน ว่ากำแพงไม้มันหนาพอหรือไม่ในการเจาะ และต้องกะระยะความสูงให้เหมาะสม

มือเล็กๆแตะกำแพงทางซ้าย “สำรวจ” ฝ่ามือเรืองแสงเล็กน้อย ไม่นานข้อมูลทั้งหมดที่ต้องการก็ลอยขึ้นมา

• ทำการวิเคราะห์ • ไม้ดาบีล ระดับ S

> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ : ไม้ดาบีลเป็นไม้ที่หายากที่สุดในมหาพงไพรวีลิธ โดยต้นไม้ชนิดนี้จะถูกปกป้องด้วยเหล่าดรายแอด หากใครที่คิดจะขโมยต้นไม้โดยไม่ได้ขออนุญาตจะโดนเหล่าดรายแอดลงทัณฑ์

ซึ่งคาดได้ว่าหมู่บ้านแห่งนี้บ้านทุกหลังสร้างจากไม้ดาบีลเช่นกันเนื่องจากมีสี ความหนา และความทนทานคล้ายคลึงกัน

“เยี่ยม เอาล่ะ... เป้าหมายวันนี้ สร้างห้องครัวให้เสร็จ เริ่มได้!

พอเห็นอย่างนั้นจึงรวบรวมพลังไว้ที่มือ นึกถึงภาพความหนาของกำแพงที่โผล่ขึ้นมาในสมองเมื่อครู่ก่อนวาดเป็นกรอบสี่เหลี่ยมเท่ากับขนาดของกำแพง แบ่งออกมาครึ่งหนึ่งมากองบนพื้น ก่อนมุดเข้าไปข้างในสร้างช่องระบายอากาศ ก่อนควบคุมให้ก้อนหินลอยเข้าไปอุดให้เต็มกรอบกลายเป็นกำแพงหินพร้อมเตาหินโดยมีช่องระบายอากาศกันควันคลุ้งเรียบร้อย โดยมีช่องว่างเหลือเอาไว้เพื่อใช้ทำอาหาร

เรียกได้ว่าเป็นเตาหินแบบยุคกลางก็ว่าได้ แต่ถ้าทำแบบนี้และมีที่ห้อยก็จะไม่สามารถทำอาหารพวกปิ้งย่าง ทอดหรือผัด จึงเปลี่ยนเป็นว่าสร้างตะแกรงเหล็กขึ้นมาตรงฐานรองแทนใช้ที่ห้อย

เพื่อทดสอบว่าใช้ได้หรือไม่จึงนำหม้อที่ชิอินะมอบให้มาตั้งไว้บนนั้น

“เปลี่ยนจากใช้ฟืนเป็นใช้เวทย์ไฟก็น่าจะได้ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องขี้เถ้าด้วยล่ะนะ”

เมื่อจัดการจุดนั้นเสร็จก็ใช้เวทย์ลมควบคุมให้หินก้อนใหญ่ทั้ง 2 ก้อนลอยเข้ามาในบ้านมาวางอยู่มุมซ้ายของห้อง ก่อนควบคุมตัดแต่งให้เป็นเคาท์เตอร์รูปตัวแอล แน่นอนว่าหากต้องมีห้องครัวก็ต้องมีที่ล้างจาน จึงพยายามตัด ขัด ถูจนสร้างซิงค์ล้างจานสำเร็จ โดยไม่ลืมทำสายเชื่อมท่อต่อออกไปนอกบ้าน

สิ่งสำคัญอีกอย่างของการมีห้องครัวคือตู้เย็นเพื่อป้องกันไม่ให้ผักหรือเนื้อเน่า จึงสร้างก้อนน้ำแข็งก้อนใหญ่ขึ้นมาตัดแต่งให้มีรูปร่างเหมือนกล่อง นำหินมาหลอมละลายดัดเปลี่ยนรูปให้เป็นที่จับ ตัวเชื่อมที่ปิดเปิด เมื่อเปิดแล้วเจอไอเย็นก็ลอยออกมาถือว่าประสบผลสำเร็จ โดยเลือกให้มันตั้งอยู่ข้างเคาท์เตอร์ก่อนนำผักที่ได้มาลงไปใส่

สุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือโต๊ะกับเก้าอี้ ใช้ลมเป็นตัวช่วยในการตัด ขัด ถูจนในที่สุดก็ได้โต๊ะแบบง่ายๆมา

> Skill : การคราฟ • อัพเกรดเป็น ระดับ A • เปลี่ยนสถานะเป็นการคราฟแบบพิเศษ

“คราฟแบบพิเศษ?” ถามขึ้นระหว่างบดหินเวทย์มนตร์

> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ : ท่านจะสามารถคราฟสิ่งที่ท่านต้องการได้ในทันทีเมื่อมีวัตถุดิบเพียงพอ

พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ นำหินเวทย์มนตร์ที่บดโรยให้ทั่วทั้งเคาท์เตอร์ เตาหิน และกล่องแช่เย็นจนมันเรืองแสงสีฟ้าสวย

“เอาล่ะ... เสร็จเรียบร้อยแล้ววว~!!” กู่ร้องด้วยความดีใจสุดขีด ในที่สุดเธอก็มีครัวสำหรับการทำอาหารเสียที ซึ้งใจจนเธอน้ำตาคลอ เสียเวลาทั้งกับการหาข้อมูลและการทำ กว่าจะเสร็จก็ปาไปดึกดื่น

“งั้นเริ่มทำอาหารเลยดีกว่.... ฮ้าววว” ไม่ทันไรก็ยกมือปิดปากหาว ความง่วงเริ่มเข้าแทนที่ความอยากทำอาหาร ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าไปหมด

เด็กสาวนิ่งเงียบไปสักพักใหญ่ มองครัวใหม่ที่พึ่งทำเสร็จด้วยความเสียดาย

“....คงต้องไว้พรุ่งนี้ซะแล้วสิ”

แม้ใจจะอยากทำมากแค่ไหน แต่ความเหนื่อยสะสมกับร่างกายของเด็กน้อยไม่ยอมให้ทำ ร่างกายเหมือนถูกบังคับให้กลับไปห้องนอน

ดูท่านอกจากจะต้องวางแผนสนิทกับคนในหมู่บ้านคงต้องฝึกร่างกายเพิ่มความอดทนขึ้นเสียแล้ว...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 209 ครั้ง

287 ความคิดเห็น

  1. #81 biwlove134 (@biwlove134) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 22:59
    ชอบบบ555
    #81
    0