[Fic Akatsuki no Yona] Endless Love

ตอนที่ 3 : 2) แรกพบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 ก.ค. 58

。SYDNEY♔


2) แรกพบ

 

เหตุการณ์ในวันนั้นเกิดขึ้นและจบลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครรู้ว่าเด็กสาวที่ชื่อนาบีนั้นเป็นใคร แม้จะได้รับการยอมรับจากมังกรเหลืองเซโน่แล้วก็ตามว่าตำนานมังกรดำนั้นมีจริงแต่ตัวตนของอีกฝ่ายไม่เป็นที่รู้จักเท่ากับราชาฮิริวและเหล่านักรบมังกรทั้ง 4

เมื่อลองไต่ถามดูเรื่องของมังกรดำจากเซโน่สิ่งที่ได้ตอบกลับมา...

“มังกรดำมีความสามารถอย่างที่เด็กผู้หญิงคนนั้นบอก เลือดเหล่านั้นสามารถที่จะสร้างนักรบขึ้นมาได้ตามนั้นเลยล่ะ แต่ไม่เคยมีใครได้รับพลังนั้นมาก่อนเลยนะตอนที่ข้ายังอยู่ที่วังกับอีกฝ่าย ที่สำคัญมังกรดำออกจากวังไปก่อนข้าซัก 3 ปีได้ เพราะงั้นข้าคิดว่าช่วงนั้นอาจจะเริ่มมอบเลือดให้คนอื่นแล้วล่ะนะ”

“ไม่น่าเชื่อว่ามังกรดำจะมีอยู่จริงนะเนี่ย...” โยนะดูตกใจปนดีใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงได้รู้สึกโหยหาและปรารถนาที่จะพบมังกรดำมากขนาดนี้...

“แล้วพอจะรู้รึเปล่าว่าพอรายนั้นออกจากวังมาแล้วไปไหนน่ะ”

เซโน่ส่ายหัวปฏิเสธคำตอบของยุน “หลังจากวันนั้นข้าก็ไม่ได้ยินข่าวคราวหรือเรื่องราวของมังกรดำอีก ตลอดเวลาที่ข้าออกเดินทางก็ไม่พบร่องรอยเลยแม้แต่น้อย บางที...อาจจะไปอยู่ที่ดินแดนอื่นก็เป็นไปได้”

“นึกว่าจะพูดว่าฮัคเป็นลูกหลานของมังกรดำซะอีกนะเนี่ย” เจฮาพูดติดตลก

“อา จริงๆแล้วข้าคือลูกหลานของมังกรดำ” “เงียบไปเลย!!! เจ้ามันอสูรชั่วร้ายต่างหาก!!” คิจาค้านอย่างไว

“นี่ยุน ตอนนี้พวกชาวบ้านเป็นไงแล้วบ้าง” องค์หญิงผมแดงหันไปถามแพทย์ประจำกลุ่มของตัวเอง ไม่รู้ว่าอยากจะเมินเสียงทะเลาะหรือเพราะว่าไม่สนใจทั้งคู่อยู่แล้วกันแน่?

“อ้อ น่าจะเริ่มดีแล้วล่ะ” ยุนพูดขึ้นขณะกำลังทำอาหารเพื่อแจกพวกชาวบ้าน

“....ม้า...” ชินอาพูดขึ้น มือถกหน้ากากขึ้นเล็กๆ ปุกกิ้ว(อาโอ)ไต่ขึ้นไปอยู่บนไหล่ “มีคน...กำลังมาที่นี่...”

“กี่คนเหรอชินอา? กองทัพรึเปล่า?” เจฮามองตามทิศที่ชินอามอง

มังกรน้ำเงินส่ายหัวน้อยๆปฏิเสธมังกรเขียว “ม้า 5 ตัว... มีคนขี่คนเดียว...เป็นผู้ชาย”

“ผู้ชาย? ” มาทำอะไรแถวนี้กันนะ? ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ

กุบกับๆๆ... ทันทีที่พูดจบม้าสีดำตัวใหญ่ติดเกราะแบกสัมภาระและเหล่าม้าตัวอื่นๆวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าหมู่บ้านพร้อมกับร่างของชายหนุ่มคนหนึ่ง เมื่อมองใกล้ๆเขามีรูปร่างสูงใหญ่ ผมสีน้ำเงินโทนดำชี้ฟูมัดรวบสูง สวมเสื้อผ้ากับเกราะสีดำตัดกับสีเงินดูองอาจสง่าผ่าเผยราวกับนักรบ บรรยากาศรอบข้างกดดันถึงขั้นส่งผลให้นักรบมังกรกับฮัคจับอาวุธและตั้งการ์ดของตนขึ้นมากันไว้ก่อนจะเกิดปัญหา...

“....พวกเจ้าเป็นนักเดินทางที่มาช่วยชาวบ้านพวกนี้สินะ” ชายคนนั้นกล่าวเสียงเบาโดยยังไม่ลงจากหลังม้า

“ค่ะ พวกเราเองค่ะ” โยนะตอบอีกฝ่าย เธอเองก็อดกลัวเขาไม่ได้

“ข้านำพวกยากับอาหารและเครื่องนุ่งห่มมาให้...”

“เห ถ้าเป็นงั้นก็ดีน่ะสิคะ! ไปช่วยกันขนของเถอะทุกคน!” โยนะกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ดี ขอบคุณ...” ชายหนุ่มแปลกหน้าลงมาจากหลังม้า ไปปลดสัมภาระที่อยู่ด้านหลังและแบกพาดไหล่เดินมาวางไว้ตรงหน้ายุน พวกฮัคก็เดินไปปลดของมาจากหลังม้าตัวอื่นๆลงมาบ้าง

ยุนเดินเช็กพวกของในย่ามพวกนั้น “โห ของดีๆทั้งนั้นเลย!” ในย่ามมีพวกสมุนไพรที่ไม่รู้จักหรือสมุนไพรราคาแพงที่มีแต่พวกชั้นสูงมี พวกอาหารอย่างดีทั้งเนื้อหมู เนื้อวัว ข้าวสาร พืชผักต่างๆ  และเครื่องนุ่งห่มจำนวนมากเพียงพอกับคนในหมู่บ้าน

“แล้วทำไมท่านถึงได้รู้ว่าที่นี่มีกำลังลำบากอยู่ล่ะ?” คิจาเปิดประเด็นถามอีกฝ่ายก่อน

“นายหญิงของพวกเราได้ยินเกี่ยวกับหมู่บ้านนี้จากลูกสาวของข้า จึงมีคำสั่งให้นำของมาแจกจ่ายให้ชาวบ้าน... จริงสิ ขออภัยที่ลูกสาวของข้าสร้างปัญหาให้พวกเจ้าเมื่อวานนี้ด้วย...”

“ลูกสาว?” เซโน่เอียงคอสงสัยนิดๆ

“หรือท่านจะหมายถึงเด็กที่ชื่อนาบี?” ยุนลองใจกล้าถามอีกฝ่ายดู และผลคือ...

“ใช่...”

“เห ท่านเป็นพ่อของนาบีเหรอคะเนี่ย จริงด้วยสิ ข้าชื่อ โยนะ นี่ก็ฮัค ยุน คิจา ชินอา เจฮา และเซโน่ค่ะ (กิ้วว~) อ๊ะ ส่วนกระรอกนั่นอาโอค่ะ หรือจะเรียกปุ้กกิ้วก็ได้ค่ะ” องค์หญิงผมแดงแนะนำคนของตัวเอง

ชายหนุ่มก้มโค้งเล็กๆ “ข้า มุย ยินดีที่ได้รู้จัก...องค์หญิงโยนะ

!!!” ดวงตาของโยนะถึงกับเบิกกว้างทันทีที่ได้ยิน ฮัคที่อยู่ข้างกายรีบคว้าอาวุธของตนขึ้นมาในทันที พวกนักรบมังกรเองก็ผงะไปเล็กๆ “ทะ...ท่าน.....รู้”

“ใช่... ข้าเคยพบท่านมาก่อน ตอนนั้นท่านยังประมาณ 2 ขวบได้... และข้าก็รู้จักพ่อของท่านเช่นกัน”

“รู้จักท่านพ่อด้วยงั้นเหรอคะ...” กำมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ด้านหลังใต้ผ้าคลุมโดยไม่ให้รู้ตัว

แต่สำหรับชายนามว่า มุย ที่ผ่านสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน สามารถสังเกตเห็นได้อย่างง่ายดาย

“ข้าไม่คิดจะนำเรื่องของท่านไปบอกใคร และข้าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของท่าน... ลดดาบลงซะองค์หญิง

โยนะถึงกับชะงักที่ชายหนุ่มรู้ตัวว่าตนกำลังกำมีดสั้น แต่สุดท้ายเธอก็ยอมลดมีดสั้นลง แต่ไม่ใช่เพียงแค่โยนะเพียงคนเดียว...ทุกคนต่างลดการ์ดและอาวุธลง  ไม่ใช่เพราะประโยคคำสั่ง แต่เป็นเพราะแรงกดดันที่รุนแรงมหาศาล ขนาดแม่ทัพอย่างฮัคเองก็หน้าซีดไม่แพ้กัน...

“อะ...เอ่อ ฉันว่าพวกเราไปทำงานกันต่อดีกว่านะ” ยุนหาวิธีสงบศึกให้

ซึ่งหลังจากนั้นมุยก็มาร่วมช่วยแจกจ่ายเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มให้ชาวบ้าน และไปทำไร่กับเจฮากับฮัคต่อ...

 

****************

 

ในขณะที่คุณพ่อของนาบีอยู่กับโยนะ ทางด้านลูกสาวในตอนนี้กำลังอยู่ที่คูโต เหมืองหลวงของอาณาจักรโคกะกับผู้ติดตามทั้งสองคน เดินร่อนไปมาอย่างมีความสุขโดยไม่ได้สนใจเหล่าคนสนิทที่พาตนเองมาเลยสักนิด และดูเหมือนว่าตอนนี้เจ้าหล่อนก็คลาดกับ  2 คนนั้นอีกแล้ว

“สนใจเนื้อย่างไหมสาวน้อย!"

“ว้าว!

นาบีรีบหันไปสนใจของตามเสียงเรียกของพ่อค้า เธอรับเนื้อย่างมาพร้อมจ่ายเงินให้ เนื้อย่างควันหอมฉุยจนชวนหิว เธอไม่รอช้ารีบงับเข้าปากทันที สีหน้าบ่งบอกถึงความพอใจมาก

“อร่อยจังเลย” พูดไปเดินทานไปอย่างสบายใจลืมไปเลยว่ามากับคนสนิทอีก 2 คน

ปึก!

“อ๊ะ ขอโทษค่ะ” หันไปขอโทษ เพราะเธอดันเดินกินเนื้อย่างอย่างสบายใจจนไปชนไหล่ของคนคนหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผมสีบลอนด์เข้มมัดรวบข้างด้วยเครื่องประดับสีทอง ดวงตาสีเขียวน้ำทะเล ดูสูงส่งและงดงามกว่าหญิงสาว นาบีถึงกับนิ่งค้างไปทันที

ไม่ใช่เพราะหลงไปกับรูปลักษณ์ของอีกฝ่าย แต่เพราะเธอรู้ว่าเขาเป็นใคร!

“จะ...จะ..จักรพรรดิซูว--!!!” “ชู่ว!!” ฝ่ามือหน้ารีบยกขึ้นปิดปากเด็กสาวอย่างไว หากปล่อยให้พูดต่อไปคงได้เกิดปัญหาไปถึงหูทหารคนสนิทว่าเป็นถึงจักรพรรดิแต่ดันแอบออกมาเที่ยวข้างนอก...

“ถ้าสัญญาว่าจะไม่พูดว่าข้าเป็นใครจะยอมปล่อยมือ ตกลงไหม?” ซูวอนเสนอข้อตกลงให้

เด็กสาวนิ่งคิดไปก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ ชายหนุ่มจึงยอมถอยออกมา “ทำไมท่านถึงมาอยู่ในเมืองหลวงแทนที่จะอยู่ในพระราชวังฮิริวล่ะ?”

“ช่วงนี้ว่างน่ะ เลยออกมาเที่ยว ...อยู่แต่ในนั้นมันน่าเบื่อจะตายไป” ตอบน้ำเสียงระรื่น

นาบีจ้องอีกฝ่าย ยกมือกอดอกมองหน้า “ว่าไปนั่นที่จริงท่านแค่อยากออกมารำลึกความหลังล่ะสิ...”

เพียงประโยคเดียวชายหนุ่มถึงกับยืนนิ่งไปอยู่สักพักใหญ่ ในเมื่อมันเป็นอย่างที่เธอพูด ภาพแห่งความทรงจำของเด็กทั้งสามกำลังเดินเล่นภายในตัวเมืองด้วยความตื่นเต้นหลังจากหนีออกจากพระราชวังฮิริว

วันเวลาที่ใช้ร่วมกันในวัยเยาว์ตอนนี้เป็นได้แค่อดีตที่ไม่อาจย้อนกลับคืนมาได้อีก

“ครับ...ก็ประมาณนั้น”

“...ท่านเนี่ยการกระทำกับสมองไม่ซื่อตรงต่อหัวใจตัวเองเอาซะเลย” คลายมือที่กอดอกมอง เดินเข้าไปใกล้ๆซูวอนและยิ้มให้อีกฝ่ายบางๆ “แต่นั่นแหล่ะที่น่ารักล่ะ ข้าชอบนะ!

“น่ารักอะไรกันครับ คำๆนั้นน่าจะเป็นของคุณมากกว่าด้วยซ้ำไป” ยังคงยิ้มตอบกลับหน้าระรื่น

นาบีหลุดขำ “ฮะๆๆๆ  จริงสิ! ข้าชื่อ นาบี ยินดีที่ได้รู้จัก ไหนๆตอนนี้ท่านก็ออกมาเดินเล่นคนเดียวแบบนี้พาข้าเที่ยวหน่อยสิ ข้าพึ่งมาถึงคูโตเมื่อวานนี้เอง ถือว่าเป็นค่าปิดปากละกัน”

“ตกลงครับ”

ยิ้มตอบรับกับข้อตกลงและเดินไปจากบริเวณนั้นด้วยกัน โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในสายตาของคนสองคนที่มองมาจากบนหลังคาบ้านแถวนั้นอยู่ลับๆ ผู้ติดตามหญิงของนาบีแอบลอบยิ้มใต้หน้ากากที่ปิดซ่อนใบหน้าช่วงล่างไว้ หันไปมองเพื่อนพยักหน้าให้กัน ผิวปากเรียกเหยี่ยวสีทองอร่ามที่บินอยู่บนท้องฟ้ากว้างให้ลงมาเกาะแขน ชายร่างยักษ์นำกระดาษมาผูกที่ขานกให้เรียบร้อยก่อนที่หญิงสาวจะปล่อยให้มันกลับคืนสู่ท้องฟ้าสีใสให้มุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ทั้งคู่กระโดดลงจากหลังคาบ้านแอบตามติดสองคนนั้นไปอย่างลับๆ...

 

****************

 

เสียงขลุ่ยสีเงินยังคงบรรเลงอย่างต่อเนื่องฟังดูแล้วชวนสบายใจจากมุยประสานเข้ากับเสียงซอของเจฮาทำให้พวกชาวบ้านและโยนะนั่งฟังกันอย่าง เคลิบเคลิ้มไปกับท่วงทำนองราวกับเพลงกล่อม ฉับพลันดวงตาเรียวคมสีน้ำเงินเหลือบเห็นเหยี่ยวสีทองอยู่บนท้องฟ้า

“เหยี่ยวสีทอง...” ชินอาเอ่ยเรียกสติทุกคน

“ขออนุญาตสักครู่...” มุยหยุดเป่าขลุ่ย เดินตรงไปยืนพื้นที่ว่างและยกแขนขึ้นเหนือหัวไม่นานเหยี่ยวสีทองบินมาเกาะแขน แกะกระดาษที่ขามันก่อนจะปล่อยมันกลับคืนสู่ท้องฟ้าและหันไปสนใจกระดาษในมือตนต่อ เมื่ออ่านจบจึงเดินไปหาองค์หญิงโยนะ “ข้าคงต้องไปแล้ว...”

“มีคนเรียกตัวหรือคะท่านมุย?”

“ไม่เชิง...”

ฮี้~!!! ม้าประจำตัวสีดำที่ตนขี่มาหมู่บ้านแห่งนี้วิ่งมาหยุดอยู่ข้างหลังของมุย น่าประหลาดใจไม่น้อยว่าเหตุใดม้าตัวนี้ถึงได้มาอยู่ที่นี่แบบพอดิบพอดีในขณะที่เจ้าของพึ่งได้ข้อความ

“ถ้าเป็นไปได้ผมขอถามอะไรท่านก่อนจะไปได้รึเปล่าครับ” คิจาพูดขึ้นมาตอนมุยกำลังลูบหัวม้าตนเอง

“ว่ามา...”

“....ท่านคือ 1 ในผู้ที่ได้รับเลือดของมังกรดำรึเปล่าครับ”

มุยนิ่งเงียบเหลือบมองหน้าคิจา “....เจ้าคิดว่าไงล่ะมังกรขาว”

“พูดแบบนี้ก็แสดงว่าใช่น่ะสิเนี่ย” เจฮาหัวเราะแห้งๆชินอาพยักหน้าเห็นด้วย

“ก่อนไปข้าขอบอกสิ่งที่นายหญิงของข้าฝากมาก่อน...องค์หญิงโยนะ ข้าขอให้ท่านเข้ามาใกล้ๆได้หรือไม่”

“แล้วทำไมถึงต้องเป็นองค์หญิงด้วย” ฮัคใช้มือมาขวางโยนะไม่ให้เดินไปหา

“......งั้นเจ้าเข้ามาใกล้ๆข้าแทนซอน ฮัค” ลังเลอยู่ชั่วครู่ ตัดสินใจเรียกให้เข้ามาหา อสูรสายฟ้าเดินเข้าไปใกล้ๆ มุยกระซิบเสียงเบา “เมื่อใดที่พวกเจ้าเดือดร้อนให้ตรงไปยังหุบเขาเขตแดนระหว่างโคกะกับชิน ในระหว่างทางเดินสังเกตให้ดีว่ามีทางแยกที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้ เมื่อตรงไปจะเจอโพรงถ้ำ ขอย้ำอีกครั้ง.... เจ้าต้องอยู่ในช่วงคับขันจนไม่สามารถทำอะไรได้และไม่หนทางเท่านั้นถึงจะไปที่นั่นได้

“....จะจำไว้ แต่ถ้าโกหกเจ้าได้เจอดีแน่”

“ข้าไม่คิดจะโกหกคนสำคัญ...” เอ่ยพลางขึ้นหลังม้าไป “อย่าได้ลืมซะล่ะ”

ว่าจบมุยควบม้าคู่ใจของตนออกไปจากหมู่บ้านโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง เช่นเดียวกับองค์หญิงผมแดงต้องเตรียมตัวออกจากหมู่บ้านที่เริ่มมีสภาพดีขึ้น ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่แห่งนี้อีก ในอีกด้านทางพระราชวังฮิริวหลังจากจักรพรรดิซูวอนกลับมาจากการเดินเล่นได้เข้าประชุมระหว่างเผ่า

ว่าด้วยเรื่อง... สงคราม

 

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ตอนนี้ไม่ได้วาดรูปคุณพ่อของนาบีมาค่ะ ยังไม่มีเวลาวาดเลย อีกอย่างวาดผู้ชายไม่หล่อ 55555
มุยจะคล้ายๆหนุ่มหล่อในรูปนี้ค่ะ


Cr. => Ibuki Satsuki

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #9 akachi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 20:35
    หล่อจุง ๆ แต่ต้องใจแข็งไม่เปลี่ยนใจจากฮัค
    #9
    0