[Fic Akatsuki no Yona] Endless Love

ตอนที่ 2 : 1) เด็กสาวลึกลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    4 พ.ค. 58

。SYDNEY♔

1) เด็กสาวลึกลับ

 

นับตั้งแต่สงครามในคราวก่อนทำให้พลังของมังกรเหลืองและเรื่องราวที่ปกปิดมานานเปิดเผย ในตอนนี้เวลาได้ผ่านมา 2 วันแล้ว พวกองค์หญิงโยนะได้เดินทางออกมาจากหมู่บ้านในจักรวรรดิไคนั้น ผ่านชนเผ่าดินมาเรื่อยๆจนหยุดพักที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ห่างออกมาแถวนั้น หมู่บ้านที่ถูกทอดทิ้งเพราะโรคระบาด ผู้คนส่วนใหญ่ก็หนีไปอยู่ในเมือง ถึงจะมีคนไม่ได้ป่วยอาศัยอยู่ที่นี่ก็ต้องลำบากเพราะความยากจน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่องค์หญิงโยนะจะหยุดการเดินทางเพื่อมาดูแลคนพวกนี้

“โยนะ มาช่วยตรงนี้หน่อย” เด็กหนุ่มหน้าหวานผมสีออกชมพูซีด ตาสีฟ้าใส ยุน ที่เป็นทั้งหมอทั้งคนทำอาหารประจำกลุ่มตะโกนเรียกอีกฝ่าย

“จ้า!” เสียงหวานของเจ้าของชื่อตะโกนตอบกลับ เด็กสาวผมลอนสีแดงเพลิง ดวงตากลมโตสีม่วง สวมต่างหูและคลุมฮู้ดปิดบังผมเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว เธอก็คือ องค์หญิงโยนะ ธิดาของราชาอิลแห่งอาณาจักรโคกะที่ตอนนี้ตกอยู่ในมือของ ซูวอน อดีตเพื่อนสนิทของตนกับอสูรสายฟ้า ฮัค

แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงสู้ในแบบของเธอ...

“อย่าขวางทางได้ไหมครับองค์หญิง” ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินออกดำ ตาเรียวคมสีน้ำเงิน เจ้าของสมญานามอสูรสายฟ้าที่กล่าวไปเมื่อครู่นี้กำลังขนกองฟางไปทำหลังคาบ้านและดันไปชนองค์หญิงของตน

“ฮัค!!ซึ่งจริงๆแล้วก็หลบได้แต่ไม่ยอมหลบเพราะอยากแกล้งองค์หญิงโยนะนั่นแหล่ะ...

“อ๊า! นายแกล้งองค์หญิงอีกแล้วนะ!!” งูขาว เอ๊ย! ชายผู้สืบทอดสายเลือดมังกรขาว ผมสีเงิน ตาสีฟ้าสวย ครอบครองกรงเล็บมังกรด้านขวาสัญลักษณ์ของนักรบมังกร คิจา

“เอาน่าคิจาคุง มันเรื่องปกติของทั้งคู่อยู่แล้วนี่ เนอะชินอาคุง” ผู้สืบทอดสายเลือดมังกรเขียว ผมสีเขียวยาวมัดรวบ ตาสีน้ำเงิน ครอบครองขาขวาของมังกร เจฮา หัวเราะขึ้นมาเหมือนปกติขณะกำลังแบกร่างของคนแก่แถวนั้นกับผู้สืบทอดสายเลือดมังกรน้ำเงิน ผมสีฟ้าที่ซ่อนอยู่ใต้ขนเฟอร์สีขาวและดวงตาของมังกรที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากาก ชินอา

“ฮะๆๆ คิจาร่าเริงขึ้นก็ดีแล้วล่ะนะ” ผู้สืบทอดสายเลือดมังกรคนสุดท้าย หรืออีกนัยหนึ่งก็คือผู้ได้รับเลือดจากมังกรเหลืองรุ่นแรก ผู้รับใช้ราชาฮิริวผู้ซึ่งมีชีวิตไม่แก่ไม่ตาย เซโน่ หัวเราะชอบใจขณะยกกองฟืน

“แต่ว่า!!” “ไม่เป็นไรหรอกคิจา เรื่องแค่นี้เอง” โยนะยิ้มเหมือนเป็นเรื่องปกติแล้วเดินไปช่วยยุน

ในเมื่อโยนะไม่เอาความอะไรคิจาจึงรีบไปช่วยเซโน่ยกกองฟืน เพราะพลังมังกรเหลืองจะใช้ได้ตอนต่อสู้เท่านั้น เพราะงั้นตอนนี้เลยมีแรงเหมือนคนปกติทั่วไปจึงยกกองฟืนได้เล็กน้อยขณะที่คิจาใช้แขนมังกรยกกองฟืนกองโตได้อย่างง่าย ถือได้ว่ามีประโยชน์นอกจากต่อสู้ ส่วนฮัคที่กำลังซ่อมหลังคาก็ได้เจฮามาช่วยอีกแรง แต่เจฮาดันเอาแต่แซวเรื่องฮัคกับโยนะจนพ่ออสูรสายฟ้าต่อยไ-อโรคจิตมังกรเขียวกลิ้งตกหลังคากำเดาไหล

“ไปแซวอะไรอสูรสายฟ้าอีกล่ะ?” ยุนคนสตูว์ในหม้อพลางมองเจฮาที่หัวโหม่งพื้นขาชี้ฟ้า

“ก็แค่แซวอะไรเล่นๆสนุกๆเท่านั้นเอง” ลุกขึ้นมาจากพื้นหน้ายิ้มแป้น (จนดูน่ากลัว)

คิจากับเซโน่ที่ยกกองฟืนไปวางที่โรงเก็บฟืนที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อวานโดยฝีมือฮัคเรียบร้อยแล้วก็เดินกลับมาหาพวกยุน แต่พอมองหาโยนะแล้วไม่พบเลยลนลานเล็กๆ “ละ...แล้วองค์หญิงไปไหนน่ะยุน”

“เห็นบอกว่าจะออกไปเดินดูรอบๆกับชินอาน่ะ”

 

[ทางด้านโยนะกับชินอา]

“พอจะมองเห็นแหล่งน้ำบ้างมั๊ยชินอา?” โยนะที่ยืนรออยู่ข้างล่างในขณะที่ชินอาขึ้นไปบนยอดต้นไม้เพื่อส่องหาแหล่งน้ำ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีคำตอบจากชินอา จนเวลาผ่านไปสักพักใหญ่เจ้าตัวก็ยอมลงมา

“มีแต่ไกล... ใกล้ๆไม่มี... ถ้าไปคงต้องใช้เวลานาน...” พูดคำต่อคำตามประสาคนไม่ค่อยพูด

โยนะครุ่นคิดเล็กน้อย “อืม... ถ้าแบบนี้คงต้องพึ่งเจฮาซะแล้วสิ...”

“แต่...มีหมู่บ้านเล็กๆอยู่”

ว่าแล้วก็เดินไปที่หมู่บ้านตามที่ชินอาว่ามา โยนะเชื่อว่าพวกชาวบ้านอาจจะแบ่งน้ำให้บ้างก็เป็นไปได้ จากการมองเห็นของมังกรน้ำเงินเมื่อครู่นี้พบว่ามีหมู่บ้านเล็กๆในป่า คาดว่าคงเป็นพวกที่เคยหลีกเลี่ยงสงครามและตัดขาดจากโลกภายนอกเพื่อป้องกันตน สำหรับชินอาในทีแรกที่มองดูแล้วพวกชาวบ้านดูเหมือนจะเป็นโจรแต่กลับไม่ใช่ ดูแล้วเหมือนจะเป็นชาวบ้านธรรมดา ทั้งสองเดินไปเรื่อยๆจนใกล้ถึงตัวหมู่บ้านแต่ตอนนั้นเองพวกเขาได้ยินเสียงใครบางคน

 

กาลครั้งหนึ่งเมื่อยามอาทิตย์สีแดงดวงโตถูกกลืนกิน

โลกถูกฉาบย้อนด้วยสีดำทมิฬ

 

“เพลงนี้มันเพลงของเทพเจ้าแห่งไฟนี่!” โยนะรีบวิ่งไปตามเสียงเพลง ชินอาเองก็รีบวิ่งตามไปเช่นกัน

 

พวกเราจงเรียกขานมังกรทั้ง 4...

 

แซ่ก... พงหญ้าถูกแหวกออก สิ่งที่ทั้งสองพบคือใครบางคนที่กำลังนั่งร้องเพลงอยู่บนโขดหินแถวนั้น ทั้งสีผมและดวงตาก็ดูคล้ายคลึงกับฮัค ต่างตรงที่ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง เธอถักผมเปียรวบมาด้านซ้ายประดับด้วยดอกไม้ดอกเล็กๆ ชุดที่ดูคล้ายโยนะ แต่ตัวเสื้อคลุมเป็นสีน้ำเงิน 2 ชั้นตรงผ้าคลุมชั้นนอกมีรูปผีเสื้อขนาดใหญ่ ชุดภายในเป็นสีขาวส่วนแขนเสื้อพอง ส่วนกระโปรงสั้น ส่วนรองเท้าเป็นรองเท้าส้นเตี้ยสีดำมีผ้าสีขาวพันสูงจนเหมือนรองเท้าบู๊ตและมัดด้วยเชือกสีน้ำเงินโทนดำเป็นรูปกากบาท มีกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลวางพิงก้อนหินไว้

“อ๊ะ?” สาวน้อยลึกลับหยุดร้องเพลงเมื่อรู้ว่ามีคนแอบฟัง “ขะ..ขอโทษค่ะ ข้าร้องเสียงดังรบกวนพวกท่านเหรอคะ?”

“เปล่าหรอก พวกเราก็แค่ผ่านมาเหมือนกันน่ะ เสียงเจ้าเพราะมากเลยล่ะ จริงสิยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ข้าชื่อโยนะส่วนนี่ชินอา... อ่ะ!” หลังจากแนะนำตัวก็พึ่งนึกได้ว่าเผลอใช้ชื่อจริงตัวเอง!

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะท่านโยนะ ข้าชื่อนาบีเป็นนักเดินทาง ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” สาวน้อยนามนาบีคลี่ยิ้มหวานให้อีกฝ่ายและหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย “ท่านจะไปขอน้ำจากหมู่บ้านที่จะถึงนี่ใช่ไหมคะ? ข้าพึ่งไปขอแบ่งมานิดหน่อยเหมือนกัน ถ้าเอาพวกสมุนไพรหรือว่าพวกนกไปให้เขาจะยอมแบ่งให้ค่ะ”

“เห... แต่ข้าไม่มีสมุนไพรซะด้วยสิ ธนูก็ไม่ได้เอาม...” “นี่ค่ะ” นาบีที่เอื้อมไปหยิบของบางอย่างด้านหลังโขดหินออกมาให้ มันก็คือนกประมาณ 6 ตัวที่มัดแขวนกับไม้ไว้

“จะดีเหรอให้พวกเราแบบนี้น่ะ?”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ! น้ำสำคัญกว่าอาหารอยู่แล้ว ข้าทานมาแล้....” โครกกกก~

เสียงร้องลึกลับดังขึ้นขณะที่นาบีกำลังอธิบายอยู่ และมันไม่ใช่เสียงอื่นนอกจากเสียงท้องร้องของคนที่พูดจนทำเอาสาวเจ้าถึงกับหน้าแดงแปร๊ด ส่วนโยนะเองก็อดขำไม่ได้ ส่วนมังกรน้ำเงินก็ยังคงนิ่งเงียบเหมือนเมื่อครู่นี้ไม่มีอะไรเกิดอะไรขึ้น

“ถ้าไม่รังเกียจเจ้ามาทานข้าวกับพวกเราก็ได้นะ ยุนน่ะทำอาหารอร่อยมากๆเลยล่ะ”

“ได้เหรอคะ!? ขอบคุณค่ะ!

ตกลงกันเสร็จโยนะก็นำนกที่ได้มาจากนาบีไปแลกเปลี่ยนเป็นน้ำกับหมู่บ้านในป่า และอย่างที่คิดไว้หมู่บ้านนี้หลบหนีจากโรคระบาดและสงครามมาอาศัยอยู่ในป่าแทน แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนที่อยู่ในหมู่บ้านที่พวกโยนะอยู่ตอนนี้ ขุดแหล่งน้ำขึ้นมาใช้เอง ปลูกพืชผักสมุนไพรเพื่อเป็นอาหารจนเหมือนกับพวกทานมังสวิรัติแต่จริงๆแล้วไม่ใช่ อาหารจำพวกเนื้อนานๆทีจะได้กินเพราะชาวบ้านที่นี่ไม่มีความสามารถในการล่าสัตว์เท่าไหร่นัก

ด้วยสาเหตุนั้นเองหากนำเนื้อสัตว์มาแลกกับน้ำจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดี และยินดีแบ่งน้ำสะอาดให้โดยไม่เสียดายเลยแม้แต่น้อย พวกชาวบ้านเองก็ใจดีเพราะเห็นว่าเป็นเด็กผู้หญิงเลยแถมสมุนไพรรักษาโรคกับขนมให้

เมื่อแลกเปลี่ยนเสร็จก็ได้เวลาแบกน้ำที่ได้มากลับไปยังหมู่บ้านก่อนที่จะมืด

“กลับมาแล้วจ้า!” โยนะโบกมือให้พวกยุนที่กำลังก่อกองไฟกองโตให้พวกชาวบ้านอิงไฟในตอนกลางคืน

ฮัคเองก็ไม่วายที่จะแซวโยนะทันทีที่เห็นหน้า “ถ้ายกไม่ไหวก็ไม่น่าจะไปบังคับคนอื่นมาช่วยนะองค์หญิง”

“ไม่ได้บังคับมาซะหน่อยแค่ชวนมาทานข้าวด้วยต่างหากล่ะ! ฮัคบ้า!” แทบจะปาถังไม้ที่ใส่น้ำใส่ถ้าไม่ถูกชินอาห้ามไว้ก่อน

“องค์หญิงข้าช่วยนะครับ” คิจารีบวิ่งมาช่วยทันทีเพื่อทำคะแนน(โดยไม่รู้ตัว)

“สาวน้อยคนนี้คงเป็นคนช่วยโยนะจังสินะ ช่างเป็นเด็กดีจริงๆเลย ...แต่จะว่าไปดูไปดูมาแล้วคล้ายใครอยู่นะเนี่ย” เจฮาที่เจอสาวๆเป็นไม่ได้ต้องเข้ามาคุยด้วยตรงมาหานาบีที่ยืนอยู่ข้างๆชินอา พอแซวไปซักพักกลับหยุดและจ้องหน้าอีกฝ่ายแทน

“ข้าชื่อนาบีค่ะ นาบีที่แปลว่าผีเสื้อ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” สาวน้อยยิ้มหวานให้อีกฝ่าย

“คล้ายๆ...อสูรสายฟ้า...” ชินอาเป็นคนตอบแทน

เจฮาถึงบางอ้อทันที “เออใช่ คล้ายมากเลยล่ะ”

“เซโน่เห็นด้วย สีผมก็ใช่ สีตาก็ใช่ ต่างแค่ว่าเป็นผู้หญิงเท่านั้นเอง” มังกรเหลืองเข้ามาแจมด้วย

“ตรงไหนฟะ” ฮัคที่ทนไม่ไหวต้องเดินมาดูหน้านาบี ทั้งคู่ต่างจ้องตากันโดยไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจ ทั้งเด็กสาวนักเดินทางและอสูรสายฟ้าต่างรู้สึกผูกพันธ์กันอย่างแปลกประหลาดทั้งๆที่พึ่งเคยเจอหน้าคนตรงหน้าเป็นครั้งแรก

เฮ้ย...พวกสัตว์อสูรหายากทั้งหลาย ช่วยหยุดสำรวจคนอื่นแล้วมาทำหน้าที่ตัวเองซะ โยนะรออยู่

สุดท้ายก็ต้องหยุดจ้องหน้าจ้องตากลับมาประจำตำแหน่งหน้าที่ของตนเพราะยุนเริ่มมีน้ำโห เซโน่โยนบอลสร้างความสนุกสนาน ให้แก่ผู้เฒ่าผู้แก่ ยุนแจกจ่ายอาหาร ฮัคนวดไหล่ให้หญิงแก่ เจฮาเปล่าขลุ่ย คิจาช่วยโยนะแจกจ่ายน้ำและขนมที่ได้มาจากหมู่บ้านเล็กในป่าให้แก่เด็กๆ ส่วนชินอากับปุกกิ้ว (หรือก็คืออาโอกระรอก) นั่งเป็นเพื่อนนาบี ช้อนในถ้วยใส่สตูเนื้อนกหอมกรุ่นที่ยุนเป็นคนทำถูกตักขึ้นเข้าปากตน

“อร่อยจัง รู้สึกอุ่นดีด้วย...”

“ดีใจที่ชอบนะ” โยนะเดินมาหาและยื่นแก้วน้ำให้อีกฝ่าย “อาหารฝีมือของยุนน่ะอร่อยมากๆเลยล่ะ”

เด็กสาวนักเดินทางรับน้ำมา สายตาสอดส่องมองภาพรอบตัวแล้วอมยิ้ม “คืนนี้เป็นค่ำคืนที่สนุกสนานจริงๆนะคะ ทำเอาข้าคิดถึงบ้านเลย”

“จะว่าไปเธอเดินทางมาจากไหนเหรอ?” ยุนที่แจกอาหารเสร็จเดินมานั่งข้างๆโยนะ

“ข้าเดินทางมาจากลึกสุดของบริเวณเทือกเขาใกล้ๆทะเลค่ะ อืม...แถวๆฟูงะรึเปล่าก็ไม่แน่ใจ ข้าเดินทางไปเรื่อยเปื่อยน่ะค่ะ จริงๆก็มากับคนสนิท แต่ดันคลาดกัน” หัวเราะแห้งๆ

“ไม่มีจุดมุ่งหมายอะไรเลยรึไง...”

พอยุนพูดแบบนี้ทำเอานาบีนึกถึงอะไรบางอย่าง “จะว่ามีก็มีนะคะ...  ข้าอยากไปหมู่บ้านที่ท่านแม่เคยอยู่ที่ตอนนี้เป็นหมู่บ้านร้าง และอีกสาเหตุ... เพื่อเล่านิทานค่ะ”

“นิทานอะไรเหรอ!? ไหนๆก็ไหนๆแล้วมาเล่าให้พวกเราทุกคนฟังสิ!” ดูเหมือนโยนะจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ

“ตะ..แต่ว่ามันไม่ใช่นิทานที่คนทั่วไปเขารู้จักนะคะ!

“ไม่เห็นเป็นไรเลย จะได้ฟังเรื่องใหม่ๆไงล่ะ เล่าให้ฟังหน่อยสิ” พอเห็นรอยยิ้มของโยนะที่ยิ้มให้แล้วนาบีก็เงียบไปสักพัก พอมองรอบๆแล้วตอนนี้มีแค่เธอ โยนะ ยุนและชินอาเท่านั้น

“ก็ได้ค่ะ” วางชามเปล่าที่ทานจนหมดแล้วข้างๆก่อนจะเริ่มเล่า

ซึ่งเรื่องที่เธอเล่าเริ่มต้นคือเรื่องการสถาปนาของอาณาจักรโคกะที่ทั้ง 3 คนนั้นต่างก็รู้ดีอยู่แล้ว เลยมีแอบคิดเล็กๆว่าพวกเขาทั้ง 3 คงไม่รู้เรื่องนี้ แต่พวกเขาคิดผิดเมื่อได้ฟังต่อไป

 “นั่นคือเทพนิยายที่ผู้คนทั่วไปในอาณาจักรโคกะต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี ทว่าสำหรับสถานที่แห่งหนึ่งกลับมีเทพนิยายเกี่ยวกับมังกรทั้ง 4 ที่แตกต่างออกไป อีกทั้งสถานที่แห่งนั้นกลับไม่มีอยู่ในแผนที่และไม่มีผู้ใดรู้จัก เช่นเดียวกับเรื่องราวที่กำลังจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้... เรื่องราวของมังกรผู้ที่ไม่มีใครรู้จัก มังกรที่แม้แต่มังกรยังไม่ยอมรับด้วยกันเอง...”

“มังกร...ที่แม้แต่มังกรยังไม่ยอมรับด้วยกันเอง...” องค์หญิงผมแดงย้ำประโยคนั้นอีกครั้ง

นาบีนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ “มังกรตนนั้นก็คือ... มังกรดำ หากว่าเลือดของมังกรทั้ง 4 สามารถจำแนกได้เพียงคนละ 1สัญลักษณ์ของมังกร หากแต่มังกรดำด้วยเลือดเพียงหยดเดียวสามารถมอบพลังที่แตกต่างไปให้แก่เหล่านักรบ...

เลือด 1 หยด ได้รับร่างกายที่แข็งแกร่งราวกับเพชรกล้าไม่สิ่งใดสามารถสร้างบาดแผลได้

เลือด 2 หยด ได้รับขาที่สามารถกระโดดและเคลื่อนไหวไปมาได้อย่างรวดเร็วราวกับสายลมพัดผ่าน

เลือด 3 หยด ได้รับมือที่สามารถควบคุมคนตายให้กลับมามีชีวิตได้อีกครั้งเป็นดั่งตุ๊กตา

และเลือด 4 หยด ได้รับเสียงคำรามแห่งมังกรที่สามารถทำลายทุกโสตประสาทได้อย่างง่ายดาย...

ด้วยเหตุนี้มังกรดำจึงถูกปฏิเสธจากเหล่ามังกรทั้ง 4 เพราะมีพลังที่แตกต่างกัน แต่มีเพียงผู้เดียวที่เปิดใจยอมรับซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากมังกรแดง ไม่เพียงแค่นั้น มังกรดำที่ถูกขับไล่จากสวรรค์ได้แปลงมาเป็นมนุษย์ หากแต่ไม่ได้กลายเป็นมนุษย์เต็มตัว มังกรดำได้อาศัยอยู่บนโลกมนุษย์แห่งนี้จนกระทั่งมังกรแดงกลายเป็นมนุษย์ มังกรดำคือผู้สั่งสอนมังกรแดงถึงการเป็นมนุษย์ทั้งการเดินและการกระทำต่าง อีกทั้งยังช่วยสร้างอาณาจักร ทว่า...ในตอนที่ราชามังกรแดงถูกจับนั้นมังกรดำตั้งใจที่จะช่วย หากแต่มังกรทั้ง 4 กลับลงมาช่วยซะก่อน... หลังจากนักรบมังกรถือกำเนิด มังกรดำตั้งใจจะไปจากโคกะ แต่ราชาฮิริวได้ขอให้อีกฝ่ายอยู่ต่อ โดยมังกรดำมีข้อแลกเปลี่ยนคือห้ามให้ผู้ใดล่วงรู้ตัวตนของมังกรดำ ทำให้มังกรดำอาศัยอยู่ในวังโดยไม่มีผู้ใดรู้นอกจากราชาฮิริวและ 4 นักรบมังกรรุ่นแรก ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อราชาฮิริวจากไป.... มังกรดำก็จากที่นั่นมาเช่นกัน ........จบแล้วค่ะ

เมื่อเล่าถึงตรงนี้ทั้ง 3 ต่างก็เงียบกริบไม่มีใครเอ่ยสิ่งใดออกมา โยนะกับยุนต่างทำหน้าเครียดเล็กๆไม่เว้นแม้แต่ชินอาที่เงียบชนิดปุกกิ้วร้องเรียกก็ยังไม่ขานตอบเหมือนทุกที ในขณะที่นาบียังคงนั่งยิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“ที่เจ้าเล่าน่ะ...เป็นความจริงงั้นเหรอ?”

 “ท่านเชื่อว่ามันคือความจริงรึเปล่าล่ะคะ? ถ้าท่านเชื่อว่ามันจริงก็คือจริง ถ้าไม่จริงก็คือไม่จริง มันก็เท่านั้นเองล่ะค่ะ” นาบีหยิบกระเป๋าที่วางอยู่แถวนั้นสะพายบ่า และชี้ไปที่ใครบางคน “แต่ถ้าท่านเชื่อจริงก็ลองถามเขาสิคะ”

“เขา?” ทั้ง 3 มองตามไปที่อีกฝ่ายชี้ ซึ่งคนคนนั้นที่เด็กสาวหมายถึงก็คือ...

“ใช่ค่ะเขา มังกรเหลือง เซโน่ ไงคะองค์หญิงโยนะ

!!! นาบีนี่เจ้ารู้....!!” พอหันกลับมามอง พบเพียงแต่ความว่างเปล่า...

“หายไปแล้ว!!” ยุนถึงกับลุกพรวดมองไปรอบๆ “มังกรน้ำเงินเมื่อกี้นายมองเห็นว่าเธอไปไหนรึเปล่า!?”

ชินอามองห่างออกไปในทุกๆมุมที่เป็นป่า แต่น่าแปลก... ถ้าเป็นเหมือนทุกครั้งดวงตาของเขาจะสามารจับได้ว่าหายไปไหนภายในทันที ทว่าในคราวนี้พอมองไปโดยรอบกลับไม่พบร่องรอยใดๆทั้งสิ้น มองแล้วมองอีกแต่ก็ยังคงไม่พบ จนกระทั่งตอนหมุนตัวมองไปรอบๆกลับหยุดชะงักที่มังกรเขียว เรื่องที่นาบีเล่าดังก้องเข้ามาในหัว...

 

เลือด 2 หยด ได้รับขาที่สามารถกระโดดและเคลื่อนไหวไปมาได้อย่างรวดเร็วราวกับสายลมพัดผ่าน

นักรบผู้ได้เลือดมังกรเขียวได้ขาที่สามารถกระโดดได้สูงลิบลิ่ว

 

ชายในหน้ากากจึงตัดสินใจกระโดดขึ้นต้นไม้และถอดหน้ากากมองบนท้องฟ้า และเป็นดั่งที่คิด...เขาเจอแล้ว!

“ชินอา--- เจอรึเปล่า---“ โยนะตะโกนถามก่อนที่อีกฝ่ายจะกระโดดลงมา

“ห่างออกไป...มีใครบางคนกำลังอุ้มเด็กคนนั้นอยู่.... หากตามตอนนี้ไป....ไม่ทัน.....” ชี้ไปในทิศทางที่คนปกติไม่สามารถมองเห็นได้

“งั้นเหรอ....”องค์หญิงผมสีแดงเพลิงก้มหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย

“องค์หญิงสีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะครับ เป็นอะไรรึเปล่า” คิจาอดไม่ได้ที่จะถามออกมาด้วยความเป็นห่วง

ฮัคกับเจฮาที่เห็นว่าบริเวณที่โยนะนั่งอยู่มีบางอย่างเกิดขึ้นจึงเดินออกมาจากวงมาหาทั้ง 3 คนเหมือนกัน ตบท้ายด้วยเซโน่

“เกิดอะไรขึ้นรึไง?”

“ก็ไม่เชิงหรอก ...จริงสิเซโน่!” โยนะหันไปมองผู้อาวุโสที่สุด(?)ในกลุ่มอย่างเซโน่

“อะไรเหรอ~” ยังคงยิ้มแป้นแล้นเล่นโยนบอลสลับกับปุกกิ้วอย่างสบายอารมณ์อยู่

รู้จักตำนานมังกรดำรึเปล่า?ตุบ....ตุบๆๆๆ... บอลผ้าที่ถูกปาลอยอยู่ในอากาศตกลงสู่พื้นทันที สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มกับกลายเป็นสีหน้าช็อกปนตกใจของอีกฝ่าย ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างเมื่อได้ยินสิ่งที่โยนะเอ่ยออกมา เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่พูดไม่จาออกมาจนหลายคนงง “ซะ...เซโน่?”

“อะ...! ขอโทษทีนะโยนะ จะว่าไงดีล่ะ ข้าไม่ได้ยินชื่อนี้มานานเลย... แถมไม่มีใครรู้เรื่องตำนานของมังกรดำเลยซักคนเดียวนอกจากราชาฮิริวกับพวกนักรบมังกรรุ่นแรกด้วย ข้าก็เลย...ค่อนข้างตกใจนิดหน่อยน่ะ แล้วโยนะไปได้ยินเรื่องนี้มาจากไหนเหรอ?”

ทั้ง 3 คนที่ได้ฟังเรื่องราวโดยตรงถึงกับเงียบกริบและต่างพากันสงสัยว่าเด็กสาวที่ชื่อนาบีคือใครกันแน่? แล้วไปได้ยินเรื่องนี้มาจากไหนกัน?

 

[ณ สถานที่ห่างไกลออกไปจากหมู่บ้านแห่งนั้น]

ตุบ... ร่างของคนสองคนลอยลงมาสู่พื้นอย่างปลอดภัยท่ามกลางพื้นหญ้าที่เต็มไปด้วยแสงของหิ่งห้อย นาบีโดนเงาของชายร่างโตสวมหน้ากากที่ดูคล้ายยักษ์สวมผ้าคลุมสีน้ำตาลปิดบังตัว อุ้มจากผู้ที่พาเธอออกจากหมู่บ้านที่สวมหน้ากากคล้ายปีศาจปิดช่วงปาก ดวงตาสีเขียวมรกต ปกปิดเส้นผมและตัวด้วยผ้าคลุมสีน้ำตาลเช่นเดียวกัน ชายร่างโตคนนั้นวางนาบีลงบนโขดหินแถวนั้นให้เบาที่สุด

“จู่ๆก็พาออกมา ตกใจหมดเลย” นาบีบ่นนิดๆ

“คิก... ก็ช่วยไม่ได้นี่คะ หากท่านอยู่นานเกินไปมีหวังโดนท่านมังกรเหลืองซักไซ้ไต่ถามมากว่านี้เป็นแน่” ผู้สวมหน้ากากแค่ช่วงปากหัวเราะเล็กๆ น้ำเสียงบ่งบอกว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง

“พวกเราตามหาท่านกันให้วุ่น... ถ้าหากว่าท่านเป็นอะไรขึ้นมาคนที่แย่คือพวกเรานะครับ...” ชายสวมหน้ากากยักษ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“แหะๆขอโทษนะ อึ๊บ~!” ลุกขึ้นมาจากโขดหินและบิดขี้เกียจ

“เป้าหมายต่อไปของเราล่ะคะคุณหนูนาบี...”

เด็กสาวหยิบผ้าคลุมสีน้ำตาลขึ้นมาคลุมตัวเองและหันไปมองคนติดตามทั้งสองของตน “มุ่งหน้าสู่ราชวังฮิริว

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

เผื่อใครคิดภาพชุดของนาบีไม่ออก มีรูปมาให้ดูด้วยค่ะ ถึงจะรีบปั่นจนไหม้เพราะไม่ค่อยมีเวลาก็เถอะ
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามนะคะ

 

 

 

หน้ากากครึ่งหน้าจะเป็นด้านซ้าย ส่วนด้านขวาเป็นหน้ากากยักษ์นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

22 ความคิดเห็น

  1. #4 โยนะ ฮิเมะ (@0987611968) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2558 / 06:59
    ฮาคุโดยล้อนิดเดียวก็โมโหแล้วเขินละซี่ // คิคิคิ
    #4
    0