บันทึกการสปอยภรรยาของทรราชหนุ่ม (นิยายแปล)

ตอนที่ 6 : 05 เดินเล่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,732
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,025 ครั้ง
    6 ก.ย. 63


 

 

บทที่ 5

เดินเล่น

 

 

หลังจากทานข้าวเสร็จ ซ่งซ่งก็ลุกไปเดินเล่น เขาไม่ได้ไปไหนไกลเพียงแค่เดินไปรอบๆ สวนด้านหลังเรือนเท่านั้น

 

ลานกว้างภายในที่ประทับอ๋องมีขนาดใหญ่มาก มีภูเขาจำลองและน้ำตก ทางเดินคดเคี้ยวและสระน้ำขนาดใหญ่ ข้ารับใช้มากมายกำลังยุ่งอยู่ แม้ว่าเขาจะเป็นผู้มาใหม่และข้ารับใช้หลายคนไม่รู้จักเขา แต่เมื่อเห็นเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ พวกเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเขาไม่ใช่ข้ารับใช้ ถ้าไม่ใช่ข้ารับใช้ก็ต้องเป็นแขก พวกเขาจึงทักทายซ่งซ่งอย่างสุภาพเมื่อเดินสวนกัน

 

ซ่งซ่งทักทายกลับอย่างสุภาพ เขาเดินทอดน่องไปที่ริมสระ มองดูปลาแหวกว่ายไปมาในน้ำ เขาเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ทันใดนั้นข้ารับใช้ผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหัวมุมก็วิ่งเข้ามา "คุณชาย ท่านต้องการให้อาหารปลาหรือไม่ขอรับ? "

 

ผู้คนในวังอ๋องนี้ช่างเฉลียวฉลาดนัก ซ่งซ่งมองดูข้ารับใช้ผู้นั้นหยิบอาหารปลาออกมาจากกระเป๋า เขากล่าวขอบคุณและโปรยมันลงไปในสระ เหล่าฝูงปลาก็รีบแหวกว่ายมายื้อแย่งอาหารกันในทันที

 

ซงซงอดหัวเราะขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 

เป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะผ่อนคลายและอารมณ์ดีเช่นนี้ ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นข้างๆ ซ่งซ่งหันไปทางต้นเสียง เห็นสาวใช้นางหนึ่งล้มลงต่อหน้าเขา น้ำแกงบนถาดกระเด็นเลอะตัวเขาทันที สาวใช้ผู้นั้นรีบขอโทษขอโพยแล้วยื่นมือมาหมายจะช่วยเช็ดทำความสะอาด ซ่งซ่งก็ถอยหลังไปหลายก้าวเพื่อหลบเลี่ยงนาง

 

สาวใช้ผู้นั้นคุกเข่าโขกศีรษะอย่างเร่งรีบ "คุณชายยกโทษให้บ่าวด้วย คุณชายยกโทษให้บ่าวด้วย! "

 

ซ่งซ่งกล่าวเบาๆ “ลุกขึ้นเถอะ”

 

สาวใช้ไม่เพียงแต่ไม่ลุกขึ้นเท่านั้น แต่นางยังคงโขกศีรษะอย่างหวาดกลัว "บ่าวขออภัย คุณชายโปรดอย่าทูลเรื่องนี้กับหวางเย่"

 

นางโขกศีรษะเสียจนเลือดออก ซ่งซ่งก็มองดูโดยไม่พูดอะไรและสั่นขาอย่างรอคอย ทันใดนั้นสตรีในชุดสีชมพูก็เดินออกมาจากมุมหนึ่ง นางดูประหลาดใจ "เกิดอะไรขึ้น? "

 

สาวใช้ตอบรับขณะร่ำไห้ "อนุฉิน"

 

อนุฉินสาวเท้าอย่างรวดเร็วโดยประเมินซ่งซ่งอย่างละเอียดด้วยสายตา ขณะเดียวกันก็ถามว่า "เกิดอะไรขึ้น? "

 

บ่าวชายที่เคยมอบอาหารปลาให้ซ่งซ่งโค้งคำนับและตอบว่า "บ่าวผู้นั้นไม่ทันระวังทำถาดน้ำแกงหกใส่คุณชายท่านนี้ขอรับ ดังนั้น ... "

 

ใบหน้าของอนุฉินเปลี่ยนเป็นเย็นชา นางก้มลงช่วยบ่าวเคราะห์ร้ายอย่างโกรธเกรี้ยว "คนบางคนคงเพิ่งจะเคยได้รับความโปรดปรานจากหวางเย่ คงคิดกระมังว่าจะเปลี่ยนทองคำเปลวให้เป็นทองคำแท้ได้ เจ้าเพียงแค่ถูกน้ำแกงสาด หรือเจ้าต้องการให้บ่าวนางนี้ใช้คืนให้ด้วยชีวิต">?”

 

ซงซ่งเหลือบมองสตรีนางนั้น ก่อนจะอธิบายว่า "เราอนุญาตให้นางลุกขึ้นแล้ว"

 

"แล้วเหตุใดนางจึงยังโขกศีรษะอยู่เล่า? "

 

“ท่านคงต้องสอบถามนางเอง”

 

บ่าวสาวผู้นั้นตะลึงงัน จากนั้นก็ก้มหน้าลงแต่กลับสั่นไปทั้งตัว "บ่าว บ่าวกลัวว่าคุณชายจะทูลเรื่องนี้แก่หวางเย่"

 

อนุฉินยิ้มเยาะในทันที "อย่างน้อยเจ้าก็มาจากตระกูลซ่ง การข่มขู่บ่าวไพร่โดยเจตนาเช่นนี้ ผู้ใดมองก็เห็นว่าไม่สมควร"

 

ซ่งซ่งเงยหน้ามองอนุฉินอย่างเฉยเมย นางตัวสั่นเล็กน้อยด้วยความหวั่นเกรง

 

“เราบอกให้นางลุกขึ้นแล้ว แต่นางยืนยันที่จะโขกศีรษะต่อไป นี่เรากลั่นแกล้งหรือนางสร้างเรื่องลำบากแก่เรากันแน่? หากอนุฉินไม่อาจแยกแยะสิ่งนี้ได้ เราเกรงว่าคงต้องทูลขอหวางเย่ให้มาที่นี่เพื่อตัดสินความอย่างถูกต้อง”

 

ดวงตาของอนุฉินวาวขึ้นชั่วขณะ นางรู้สึกราวกับว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าล่วงรู้ความตั้งใจของนาง แม้จะลังเลแต่นางก็ยังคงยืนกรานว่า "เพิ่งจะเข้ามาในวังอ๋องเมื่อวาน วันนี้ก็อวดดีเสียแล้ว หากหวางเย่รู้เข้า... "

 

ซ่งซ่งระเบิดเสียงหัวเราะออกมา นั่นทำให้อนุฉินมีสีหน้าแข็งกระด้าง "เจ้ามันกาฝาก! หน้าด้าน ไร้ยางอาย ซงกั๋วกงช่างไร้ศักดิ์ศรีอะไรเช่นนี้! "

 

ซ่งซ่งมองไปที่อีกฝ่ายด้วยใบหน้าแต้มรอยยิ้ม น้ำเสียงยังคงอ่อนโยนและสุภาพ

 

"เราได้ยินมาว่า ก่อนที่อนุฉินจะเข้ามาในวังอ๋อง ท่านเคยมีสัมพันธ์กับซ่งเกอมาก่อน"

 

อนุฉินตกตะลึง นางเคยมีใจให้ซ่งเกอมาก่อน แต่นั่นมันเรื่องตั้งแต่สองปีที่แล้ว ซ่งซ่งพูดถึงเรื่องอะไรอีกกัน นางมีเวลาพิจารณาเรื่องในอดีตเพียงชั่วครู่ก่อนที่ซ่งซ่งจะพูดขึ้นอีก

 

“พูดกันตามตรง เมื่อเราได้เห็นอนุฉินในทีแรกเราก็อยากจะย้อนความหลังกับท่าน แต่เมื่อคิดดูอีกที เราคิดว่าในเมื่อท่านแต่งเข้าจวนอ๋องเช่นนี้แล้ว ท่านก็คงตัดสัมพันธ์เก่าก่อนไปจนหมดสิ้น แต่เมื่อเห็นท่านเป็นเช่นนี้… กล่าวถึงตระกูลซ่งอย่างมีใจเช่นนี้ บางทีเราคงจะยังสามารถพูดคุยกันได้”

 

ความสับสนในถ้อยคำช่วงแรกช่างน่าสนใจ แต่เมื่ออนุฉินได้ยินถ้อยคำส่วนหลัง สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป “เจ้ากำลังพูดถึงเรื่องบ้าอะไร!”

 

นางไม่คาดคิดว่าแค่คำพูดไม่กี่คำของซ่งซ่งอาจเป็นชนวนพานางไปสู่ความตายได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนี่เป็นเพียงการพบกันครั้งแรกของพวกเขาทั้งคู่ มันจะมีอะไรให้พูดคุยกันได้อีก ไม่ใช่แค่เรื่องของซ่งเกอเท่านั้น แต่เขาพูดราวกับจะสื่อว่านางยังคงมีใจให้ซ่งเกออยู่ หากข่าวลือนี้แพร่สะพัดไป แม้ว่าหวางเย่จะไม่เข่นฆ่านาง แต่ไทเฮาคงจะเสด็จมาประทานสุราพิษแก่นางภายในชั่วข้ามคืนเป็นแน่

 

ซ่งซ่งหันหลังหมายจะจากไป แต่อนุฉินมีโทสะมากเสียจนสั่นไปทั้งตัว นางเดินตามเขาที่ห่างไปสองก้าว "หยุดอยู่ตรงนั้น! "

 

ซ่งซ่งหยุดและกล่าวกับนางโดยไม่หันไปมอง “อนุฉินต้องการระลึกความหลังกับเราหรือ?”

 

ขาที่กำลังจะก้าวต่อของอนุฉินหดกลับทันที หากวันนี้นางไล่ซ่งซ่งไป เขาคงจะหาทางแพร่งพรายข่าวลือที่ว่านางไล่ตามเขาไปเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับซ่งเกอเป็นแน่ ถึงตอนนั้นแม้ว่านางจะกระโดดลงแม่น้ำฮวงโห แต่นางก็คงไม่อาจสยบข่าวลือนั้นได้

 

ในที่สุด ซ่งซ่งก็เดินจากไป

 

อนุฉินเครียดขึง นางรู้เรื่องราวของซ่งซ่งน้อยมาก เมื่อครั้งที่นางติดตามพี่ชายไปยังจวนตระกูลซ่ง นางจำได้ว่าเขาเป็นคนขี้อาย อ่อนแอและหวาดกลัวทุกสิ่งอย่าง แต่ตอนนี้ ... ดูเหมือนเขาจะแตกต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เบื้องหลังคำพูดแผ่วเบาเหล่านั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ซ่อนอยู่ อนุฉินรู้สึกหนาวลึกไปถึงกระดูก

 

หากซ่งซ่งแพร่งพรายเรื่องที่นางยังมีใจให้ซ่งเกอออกไป ชื่อเสียงและชีวิตของนางคงจะพังพินาศลงเป็นแน่

 

นางหมุนตัวไปอีกทาง ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าสาวรับใช้ที่กำลังหมอบคลานอยู่แนบเท้า แรงฟาดนั้นมากพอที่บ่าวสาวจะลงไปกองกับพื้น นางกัดฟันกล่าวอย่างอาฆาต "เศษสวะไร้ประโยชน์"

 

ซ่งซ่งเพิ่งจะเดินออกมาจากลานก็ได้พบกับหลี่เซียวที่เพิ่งกลับมาจากการประชุมรอบเช้าในท้องพระโรง ฉับพลัน ท่าทางเย็นชาของเขาก็เปลี่ยนเป็นอบอุ่นขึ้นมาทันที เขาแย้มรอยยิ้มแล้วเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย “หวางเย่กลับมาแล้ว”

 

เขารีบเข้าไปช่วยหลี่เซียวถอดชุดขุนนางออกด้วยตนเองอย่างรวดเร็ว หลี่เซียวพินิจซ่งซ่งครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้น "ผู้ใดทำให้ซ่งเอ๋อร์ไม่พอใจหรือ"

 

“แค่สาวใช้ตัวเล็กๆ เท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” ซ่งซ่งรู้ว่าหากหลี่เซียวต้องการทราบสิ่งใด เขาก็คงสามารถสืบหาได้ไม่ยาก ซ่งซ่งหันไปส่งมอบชุดขุนนางของหลี่เซียวให้กับบ่าวรับใช้และหยิบเสื้อคลุมลำลองมาให้เขาสวม แต่ทันใดนั้นก็มีอ้อมแขนโอบล้อมรอบเอวบาง หลี่เซียวจ้องมองเขา “เกิดอะไรขึ้นหรือ? เราอยากฟังเรื่องราวจากซ่งเอ๋อร์”

 

ซ่งซ่งไล่สายตามองไปที่เสื้อคลุมของหลี่เซียวและกล่าวขึ้นขณะจัดการกับรอยยับบนเสื้อ "สาวใช้นางหนึ่งซุ่มซ่ามทำถาดน้ำแกงหกใส่กระหม่อมโดยไม่ตั้งใจ นางตกใจมากจึงโขกศีรษะไม่หยุดแม้หน้าผากของนางจะเลือดไหลก็ตาม ...กระหม่อมเพิ่งจะมาถึงเมื่อวาน ไม่มีแม้แต่ยศฐาบรรดาศักดิ์หรือภูมิหลัง ยังไม่ทันได้ทำอะไร นางก็หวาดกลัวเสียจนลุกไม่ขึ้น...”

 

เขาคลี่รอยยับสุดท้ายออกแล้วเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับกลั้นยิ้ม กล่าวด้วยเสียงอันแผ่วเบาว่า "หวางเย่ไม่คิดว่ามันแปลกสักหน่อยหรือ? "

 

หลี่เซี่ยวดูจะชื่นชอบการแสดงของเขาเป็นพิเศษจึงร่วมแสดงด้วยเสียเลย "บางทีอาจเป็นเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราพาผู้อื่นกลับจวนมาด้วย นางคงจะรู้ว่าซ่งเอ๋อร์เป็นที่โปรดปรานของเรา"

 

"คงจะเป็นเช่นนั้น" ซ่งซ่งช้อนสายตาขึ้นสบกับเขา ท่าทางไร้พิษภัยราวกับว่าเขาไม่แม้แต่จะทำร้ายสัตว์ใดได้ “แต่หากมีคนเอาไปลือกันว่ากระหม่อมใช้ตำแหน่งกลั่นแกล้งสาวใช้ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง หวางเย่จะยังอยากเอาใจกระหม่อมอยู่อีกหรือ”

 

หลี่เสี่ยวสัมผัสใบหน้าของเขา “อืม เราก็ไม่แน่ใจเสียด้วยสิ”

 

ซ่งซ่งคิดว่าคำพูดของอีกฝ่ายมีอะไรที่มากกว่านั้น หลี่เซียวกล่าวกับข้ารับใช้ที่อยู่ใกล้ๆ โดยไม่ละสายตาไปจากซ่งซ่ง “ตามหาสาวใช้ผู้นั้น เราจะสอบถามนางด้วยตัวเอง ใครกันที่อาจหาญมาสร้างปัญหาให้ซ่งเอ๋อร์ของเรา”

 

"เจ้าลืมเสียเถอะ" ซ่งซ่งรั้งบ่าวผู้นั้นไว้ ก่อนจะหันไปกล่าวกับกับหลี่เซียว "กระหม่อมทราบว่าหวางเย่ต้องการดูแลกระหม่อมให้ดี แต่หากไม่มีผู้ใดนำเรื่องนี้มาทูล หวางเย่ก็ทำเป็นไม่ทราบเรื่องนี้เถอะนะพ่ะย่ะค่ะ"

 

เขาเพิ่งจะเข้ามาในจวนและหลี่เซียวก็ทำราวกับวางแผนไว้ว่าจะเอาใจเขาให้เสียผู้เสียคน ซ่งซ่งไม่ค่อยสบายใจกับเรื่องนี้นัก เขาไม่คุ้นเคยกับหลี่เซียวที่เป็นเช่นนี้ ไม่แน่ว่าเขาอาจมีเหตุผลอื่นแอบซ่อนอยู่

 

แน่นอนว่าเหตุผลที่สำคัญที่สุดคือ ในตอนนี้ตำแหน่งของเขายังไม่มั่นคง หากเขาทำตัวเป็นนายหญิงที่เจ้ากี้เจ้าการและสร้างศัตรูไปทั่ว คงจะไม่เป็นการดีนัก

 

หลี่เซียวครุ่นคิดครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้อีก "เราได้ยินมาว่าเหลาอาหารฟู่เซียงได้ออกอาหารจานใหม่ ผู้คนร่ำลือกันว่ารสชาติดีมาก ซ่งเอ๋อร์อยากไปชิมดูหรือไม่? "

 

เหลาอาหารฟู่เซียงถือเป็นเหลาอาหารชั้นเลิศและมีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวง ไม่ว่าพวกเขาจะออกอาหารจานใหม่แบบใด เหลาอาหารขนาดเล็กอื่นๆ ก็จะทำตามอย่างรวดเร็ว เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสไปใช้บริการเหลาอาหารหรูๆ เช่นเหลาอาหารฟู่เซียงได้ การไปเหลาอาหารเล็กๆ เพื่อชิมของเลียนแบบจึงพอจะทดแทนได้ในระดับหนึ่ง

 

มารดาของซ่งซ่งมาจากตระกูลพ่อค้า ชื่อของนางคือฝูเซียง ซึ่งออกเสียงคล้ายกันกับเหลาอาหารชื่อดังแห่งนั้น เหลาอาหารฟู่เซียงก่อตั้งขึ้นโดยท่านตาของซ่งซ่ง เขาเป็นอัจฉริยะด้านอาหารผู้มีความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่มีสิ้นสุด อาหารทุกจานของเขาได้รับคำชมเป็นอย่างมากจึงทำให้มีสาขาจำนวนมากตั้งแต่เมืองเหนือจรดเมืองใต้ นอกจากนี้ยังได้รับการยอมรับจากองค์ฮ่องเต้อีกด้วย

 

เมื่อตอนซ่งซ่งยังเด็ก เขามักจะแวะเวียนไปที่เหลาอาหารฟู่เซียงบ่อยๆ ทุกครั้งที่เขาแวะไปหา ท่านตามักจะทำอาหารให้เป็นการส่วนตัวและเปิดใช้ห้องที่ดีที่สุดเพื่อมารดาและเขา ต่อมาตระกูลฟู่ก็ทยอยเสียชีวิตกันจนหมด เหลาอาหารฟู่เซียงและทรัพย์สินทั้งหมดจึงตกเป็นของตระกูลซ่ง จากนั้นซ่งซ่งก็ไม่เคยไปเหยียบที่นั่นอีกเลย

 

ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากไป แต่เป็นเพราะเขาไม่อาจไปได้ต่างหาก

 

ซ่งซ่งขึ้นมานั่งเคียงข้างหลี่เซียวบนรถม้า ถามขึ้นว่า “เหลาอาหารฟู่เซียงเปลี่ยนไปบ้างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

 

"มันถูกปรับปรุงใหม่แล้ว"

 

รถม้าจอดลงด้านหน้าเหลาอาหาร หลงจู๊มองเห็นได้ทันที เขาเป็นชายที่ช่างสังเกตและจำเก่ง ขุนนางตระกูลใดขี่รถม้าแบบใดล้วนจดจำได้ทั้งสิ้น เมื่อเห็นเสี่ยวเอ้อสาวเท้าไปรับแขก เขาก็วางลูกคิดลงอย่างรีบร้อน ก้าวออกมาจากหลังโต๊ะทำงานแล้วสั่งห้ามเสี่ยวเอ้อผู้นั้น “นั่นคือรถม้าของท่านอ๋องวิปลาส กลับไปทำหน้าที่ของเจ้าซะ”

 

สีหน้าของเสี่ยวเอ้อผู้นั้นซีดเซียวลงในทันที

 

เขาตีมือตัวเองอย่างรวดเร็ว พระเจ้าช่วย ในสถานการณ์เช่นนี้ หากรอยยิ้มของเขาไม่เหมาะสม คำพูดไม่เป็นที่พอใจ หรือเส้นผมไม่เป็นระเบียบพอ… กล่าวอีกนัยหนึ่งคือหากมีอะไรที่ทำให้ท่านอ๋องวิปลาสผู้นั้นไม่พอใจโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาคงถึงคราวตายเสียแล้ว

 

ผู้จัดการค่อนข้างมีอายุ เขามีทักษะที่ดี มีรอยยิ้มประจบประแจงและอดกลั้นได้ เขาเห็นประตูรถม้าเปิดออก อ๋องวิปลาสปรากฏตัวเป็นคนแรก ในขณะที่เขากำลังจะกล่าวสิ่งใด มือของพระองค์ก็ยื่นออกมา

 

ซ่งซ่งค่อนข้างประหลาดใจที่อีกฝ่ายอยากอุ้มเขาอีกแล้ว ตอนนี้สถานะสัตว์เลี้ยงท่านอ๋องของเขาคงจะแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงแล้วเป็นแน่ เขาคงทำได้เพียงหน้าด้านเข้าไว้และเชื่อฟังแต่โดยดีเท่านั้น

 

ในขณะที่หลี่เซียวอุ้มซ่งซ่งลงจากรถม้า หลงจู๊ก็รู้สึกราวกับลิ้นถูกมัดไว้ ไม่อาจพูดได้แม้แต่คำเดียว

 

เมื่ออ๋องวิปลาสเดินตามหลงจู๊เข้าไปในเหลาอาหาร คนนอกอย่างหลงจู๊เฒ่าก็ได้ยินท่านอ๋องหนุ่มเอ่ยถามคนในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นอย่างยิ่ง "ซ่งเอ๋อร์อยากนั่งที่ใด? "

 

ถัดไปไม่ไกล เสี่ยวเอ้อตกตะลึงกับภาพที่หาดูได้ยากนี้ ผู้ใดจะรู้ว่าท่านอ๋องผู้บ้าคลั่งนั้นจะมีอีกด้านที่เป็นเช่นนี้ หากภาพตรงหน้านี้ถูกวาดลงบนม้วนผ้าเนื้อดี คงจะถือได้ว่าเป็นสมบัติที่แปลกและหาได้ยากยิ่งอีกชิ้นหนึ่ง

 

ในห้องโถงใหญ่ของเหลาอาหารชื่อดัง จู่ๆ ก็มีเสียงคนเลื่อนเก้าอี้ ผู้คนที่เพิ่งทานอาหารเสร็จต่างก็เตรียมพร้อมจะวิ่งไปออกประตูไปได้ทุกเมื่อ คนที่อาหารเพิ่งจะวางลงบนโต๊ะก็พร้อมที่จะเรียกหาเสี่ยวเอ้อเพื่อเปลี่ยนรูปแบบอาหารเป็นการซื้อกลับจวน ภายในไม่กี่ช่วงลมหายใจ ขุนนางกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหน้าประตูและกล่าวทักทายหลี่เซียวด้วยความเคารพ “หวางเย่”

 

ไม่ว่าจะเป็นคนงานหรือลูกค้า ในขณะนี้ทุกคนล้วนคิดในสิ่งเดียวกัน

 

ได้โปรดส่งสัญญาณเตือนอะไรสักอย่างให้กับพวกเราก่อนที่ท่านอ๋องจะคลั่งขึ้นมาทีเถอะ ขอให้ให้พวกเราผู้บริสุทธ์หาทางหนีรอดออกไปได้ด้วยเถอะ!!

 

 

--------------------------

 

 

หลังจากนี้เราจะเปลี่ยนจาก 'อ๋องคลั่ง' เป็น 'อ๋องวิปลาส' ตามคำแนะนำของคุณ jazzzero นะคะ เพื่อความสมูทในการอ่าน และจะมีการแก้ไขย้อนหลังในภายหลังอีกครั้ง หากใครมีคำแนะนำหรือติชมอะไรเพิ่มเติม สามารถคอนเม้นต์ไว้ได้เลยค่ะ ขอบคุณทุกการสนับสนุนและทุกกำลังใจด้วยนะคะ พวกคุณเป็นแรงบันดาลใจที่น่ารักมากเลย! ❤️ แล้วพบกันตอนต่อไปนะคะ เลิ้บๆ ค่ะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.025K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,490 ความคิดเห็น

  1. #2378 Pazei derlau (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 21:10
    อิพี่ไม่ได้แกล้งโง่ใช่ไหม ลองเชิงน้องอยู่หรอถึงไม่ได้จัดการเรื่องในวังก่อน?
    #2,378
    0
  2. #2107 HappinessPinky (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 17:09

    ร้านเป็นของน้องนี่ ตระกูลซ่งยึดเฉย แงพี่ช่วยเอามาคืนน้องที



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 2 มกราคม 2564 / 17:10
    #2,107
    0
  3. #1653 Muay888 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 12:18
    สนุกมากน้องสู้คน ท่านอ๋องสปอยน้องไม่หยุดเลย🤭🤭
    #1,653
    0
  4. #1218 zezeuiaz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 13:35
    อ๋องคลั่งก็โออยู่นะ ชัดเจนดี ว่าแต่ทั้งสองช่างน่าสงสาร รอบตัวมีแต่งูพิษ ถ้ารักษาสติเอาไว้ได้ก็เก่งแล้ว
    #1,218
    0
  5. #1056 trp1021 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 23:19
    โอ้....เป๋นฉัน ฉันก็สั่นกลัว
    #1,056
    0
  6. #958 Maruko (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 09:02

    ชอบอ่ะ น้องเริ่มสู้คน

    #958
    0
  7. #407 Plankton J (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 20:05
    ละครปา-่มาก น้องไม่ใช่คนเดิม
    #407
    0
  8. #348 ฺBedroom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 03:25
    แง ยิ่งอ่านยิ่งสงสารน้อง คุณแม่เลือกคนผิดจริงๆ
    #348
    0
  9. #321 ซินเดอเรล✰. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 17:38
    พระนายใช้คำแทนตัวว่า 'ข้า' ดีกว่าไหมคะ โดยมากแล้วใช้แทนตัวว่า 'เรา' จะเห็นมีแต่ฮ่องเต้ที่ใช้ค่ะ พระเอกยังไม่ขึ้นเป็นฮ่องเต้ใช้แทนตัวว่า 'ข้า' น่าจะดีกว่า
    #321
    1
    • #321-1 yurayurisaki(จากตอนที่ 6)
      3 ตุลาคม 2563 / 08:53
      พระเอกน่าจะว่าด้วยนิสัยที่มั่นใจว่าตัวเองจะได้เป็นรึเปล่าคะนางเลยแทนตัวเองว่าเรา
      #321-1
  10. #303 janeicelet (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 12:56
    น้องเก่งมากกกก
    #303
    0
  11. #245 rainy_blue_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 18:08
    น้องไม่ได้อ่อนแออย่างชาติที่แล้ว ตระกูลเดิมท่านแม่จะหนุนหลังน้องไหมนะ
    #245
    0
  12. #59 Nonona Nanano (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 09:47
    ขอบคุณที่แปลให้อ่านค่ะ
    #59
    0
  13. #49 alisa1005 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 12:00
    ท่านตาของซ่งเอ๋อร์ เป็นถึงเจ้าของเหลาอาหารใหญ่โตที่มีสาขามากมายไม่นานถึงกับตายทั้งตระกูล ไม่ใช่พ่อน้องฆ่าเอาสมบัติเหรอ พอได้สมบัติทางตระกูลท่านตาน้องกลับตกต่ำยิ่งกว่าเดิมอีก
    #49
    0
  14. #39 PuiPui--r (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 12:06
    ท่านอ๋องต้องกำจัดพวกอนุน่ากลัวทั้งหลายที่คอยจ้องรังแกยัยน้องนะคะ
    #39
    0
  15. วันที่ 6 กันยายน 2563 / 17:21
    อยากเห็นท่านอ๋องชาติก่อนจริงๆอะ ทุกคนดูกลัวแบบกลัวมากกก55555 สู้ๆนะคะ แปลดีมากเลยค่ะ อ่านลื่นมาก🥺💖💖
    #28
    0
  16. วันที่ 6 กันยายน 2563 / 16:11
    ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ
    #26
    0
  17. #25 gipom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 15:12

    รอตอนต่อไปนะ

    #25
    0