บันทึกการสปอยภรรยาของทรราชหนุ่ม (นิยายแปล)

ตอนที่ 3 : 02 พาไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,091
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,154 ครั้ง
    3 ก.ย. 63



 

บทที่ 02

พาไป

 

 

 

ซ่งซ่งก้มหน้ามองฟูกนุ่มบนเตียง ถึงแม้จะรู้ว่าในคืนนี้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เขาก็ยังประหม่า

 

“เงยหน้าให้เราดู”

 

สิ่งที่อีกฝ่ายพูดยังคงเหมือนกันกับในชีวิตก่อนหน้า แต่ครานั้นซ่งซ่งหวาดกลัวเกินกว่าจะเงยหน้าขึ้นมอง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคืนนั้นท่านอ๋องหนุ่มจะจดจำใบหน้าในความมืดของเขาได้หรือไม่

 

แต่ครานี้เขาเงยหน้าขึ้น จ้องมองไปที่หลี่เซียวที่จ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว ซ่งซ่งรู้สึกราวกับกำลังถูกลวนลามด้วยสายตาที่จ้องมองมา เหมือนว่าสายตานั้นกำลังลูบไล้ใบหน้าของเขาทีละน้อยอย่างระมัดระวัง เขาไม่รู้ว่าหลี่เซียวคิดอะไรอยู่ เขาจึงค้อมหัวลงอีกครั้ง

 

หลี่เซียวพูดขึ้น เสียงนั้นแผ่วเบาราวกับกลัวว่าจะทำให้เขาตกใจ "เจ้าชื่ออะไร"

 

“ซ่งซ่งพะยะค่ะ”

 

"ซ่งเอ๋อร์... " ชายคนนั้นรำพึงชื่อของเขาออกมา มันทำให้หูของซ่งซ่งอื้ออึงด้วยความคาดไม่ถึง

 

อาจจะเป็นเพราะความสัมพันธ์ทางสายเลือด เมื่อครั้งที่ซ่งซ่งเป็นเพียงวิญญาณ เขาได้ติดตามลูกน้อยที่ซ่งเกอขโมยไป หลี่เซียวชอบเจ้าชายน้อยมากและมักจะแวะเวียนมาหาเด็กชายบ่อยๆ ขณะที่มองดูบุตรชาย เขามักจะงุนงงเสมอ ตอนนั้นซ่งซ่งก็มักจะแอบเข้าไปใกล้ๆเขา เมื่อใดก็ตามที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ดูเหมือนว่าหลี่เซียวจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง และราวกับมีตาทิพย์ เขาจะหันหน้าไปมองวิญญาณซ่งซ่งและร้องว่า ‘ซ่งเอ๋อร์?’

 

แต่ประกายที่ลุกโชนในดวงตาของเขาก็จะจางหายไปในไม่ช้า และมันก็กลับมามืดมิดอีกครั้ง

 

ถึงแม้ว่าตอนนั้นซ่งซ่งจะยังยืนอยู่ต่อหน้าเขา แต่เขาก็มองไม่เห็นสิ่งใด

 

ใบหน้าของซ่งซ่งถูกเชยขึ้น ดึงเขาให้กลับจากห้วงความคิด เขาสบกับสายตาที่จ้องมองมาอย่างกดดัน พลันน้ำเสียงทุ้มนั้นก็ดังขึ้น "ถือดีอย่างไรจึงจ้องมองเราเช่นนี้"

 

ซ่งซ่งขมวดคิ้วและรีบค้อมกายลงต่ำ "ฝ่าบาท กระหม่อมผิดไปแล้ว โปรดอภัยด้วยพะยะค่ะ"

 

อ๋องหนุ่มหัวเราะเบา ๆ เขาเอื้อมจับข้อมือของซ่งซ่ง ช่วยพยุงเขาขึ้นอย่างระมัดระวังและพูดว่า "เราทำให้ซ่งเอ๋อร์ต้องตกใจหรือ? "

 

ซ่งซ่งส่ายหัวทันที “หามิได้ ฝ่าบาท”

 

หลี่เซียวนั่งลงข้างๆ เขาเอื้อมมือไปสัมผัสผมยาวนุ่มลื่นของซ่งซ่ง สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่ไหล่และลำคอ ผอมเกินไป.. ผอมจนเห็นรอยกระดูกที่หลังคอ ซ่งซ่งเพิ่งได้รับอาหารที่ดีเมื่อไม่นานมานี้ เพราะตระกูลซ่งวางแผนที่จะใช้เขาเป็นของบรรณาการเพื่อเอาใจอ๋องคลั่ง แต่สำหรับร่างกายที่ขาดสารอาหารอย่างเรื้อรังเช่นนี้ เป็นเรื่องยากที่จะฟื้นตัวได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ

 

ดวงตาของหลี่เซียวเคลื่อนลง เขามองเห็นกระดูกสันหลังที่ยื่นออกมาผ่านเสื้อผ้าของซ่งซ่งอย่างชัดเจน ร่างกายเช่นนี้หากโดนกอดคงจะทำให้รู้สึกอึดอัดมากทีเดียว เพราะมีขอบคมของกระดูกมากเกินไป

 

ซ่งซ่งสังเกตเห็น นั่นทำให้เขาขุ่นเคือง

 

ในชีวิตก่อน เขาต้องขดตัวด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวตลอดเวลาเพราะโอสถวิเศษบ้าบอนั่น และในชีวิตนี้เขาไม่อาจรู้ได้เลยว่าอ๋องคลั่งจะรู้สึกเช่นไรหลังจากได้เห็นร่างกายผอมแห้งนี้

 

เขาขมวดคิ้ว

 

ทิ้งประเด็นที่ว่าหลี่เซียวจะพาเขาไปหรือไม่ออกไป ซ่งซ่งยังจำใบหน้าเล็กๆที่แสนอ่อนโยนของลูกน้อยได้ ภาพของมือและเท้าค่อยๆแผ่ออก แม้ว่าเด็กคนนั้นจะถูกซ่งเกอขโมยไปในภายหลังแต่ซ่งซ่งก็จะคว้าโอกาสนี้ไว้ แต่ถ้าหลี่เซียวไม่แตะต้องเขา ย่อมหมายความว่าเขาจะไม่ได้พบลูกน้อยอีก

 

เขาเงยหน้าขึ้นทันทีและพูดว่า "ฝ่าบาท ไปที่เตียงเถอะพะยะค่ะ"

 

ซ่งซ่งยื่นมือไปหมายจะช่วยหลี่เซียวเปลื้องผ้า ใกล้พอที่จะได้กลิ่นหอมสดชื่นจากอีกฝ่าย หลี่เซียวถือโอกาสนี้ดึงเขาเข้าสู่อ้อมแขน ซ่งซ่งตัวแข็งทื่อและรู้สึกได้ถึงฝ่ามือที่กำลังลูบไล้ใบหน้าของเขา หลี่เซียวถามว่า "อยากไปอยู่ที่วังของเราหรือไม่"

 

ซ่งซ่งตื่นตะลึง “!!!”

 

แม้จะโดนรู้ทันแต่เขาก็ยินดีรับข้อเสนอไว้ ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นทันที แต่ก็ต้องแสร้งทำเป็นสงวนท่าทีไว้ เม้มริมฝีปากเข้าหากันเบา ๆ ก่อนตอบว่า "หากฝ่าบาทต้องการเช่นนั้น.."

 

หลี่เซียวคงไม่คิดมาก่อนว่าเขาจะตอบรับอย่างรวดเร็ว แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย แต่แล้วเขาก็หลุดหัวเราะออกมา “เช่นนั้นก็กลับตอนนี้เลย ดีหรือไม่?”

 

ซ่งซ่งกลั้นยิ้ม จ้องมองเขาโดยไม่กระพริบตาและพยักหน้า “พะยะค่ะ”

 

หลังจากที่อ๋องคลั่งเข้าไปในห้องของซ่งซ่ง ซ่งกั๋วกงและซ่งเกอยังอยู่ไม่ไกลนักเพื่อรอตรวจสอบความคืบหน้า แต่แสงไฟในห้องไม่ได้หรี่ลงจึงอดไม่ได้ที่จะกังวล "ซ่งซ่งจะทำได้หรือไม่”

 

ถ้าเขาไม่อาจทำให้อ๋องคลั่งผู้นั้นอยู่ต่ออีกสักคืนได้ ก็ไม่มีเหตุผลใดให้ต้องเก็บชีวิตด้อยค่านั้นไว้

 

เมื่อพิจารณาเรื่องนี้แล้วเสร็จ พวกเขาก็เห็นข้ารับใช้เปิดประตูและยืนเรียงรายแสดงความเคารพอยู่ด้านข้าง พวกเขาตกตะลึงเมื่อเห็นอ๋องคลั่งเดินออกจากห้องพร้อมกับอุ้มอีกร่างที่ถูกห่อด้วยเสื้อคลุมไว้ในอ้อมแขน

 

"ท่านพ่อ! " ซ่งเกอตะโกนขึ้นอย่างตกใจ พวกเขาก็รีบเข้าไปขวางหลี่เซียวไว้ ก่อนที่เขาจะเดินออกไปที่ลานกว้าง "หวางเย่ พระองค์...? "

 

หลี่เซียวเหลือบมองและพูดด้วยน้ำเสียงเฉยเมย "เราชอบเจ้าตัวน้อยนี่ ซ่งกั๋วกงมีปัญหาหรือหากจะต้องยกเขาให้เรา"

 

เมื่อได้ยินถ้อยคำของราชาผู้บ้าคลั่ง ทั้งซ่งกั๋วกงและซ่งเกอพลันสีหน้าเปลี่ยนไป พวกเขาไม่ต้องการส่งมอบซ่งซ่งเร็วเพียงนี้ พวกเขายังไม่ทราบผลข้างเคียงของโอสถวิเศษ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าวันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นกับร่างกายของซ่งซ่งและราชาคลั่งกลับมาต่อว่าพวกเขาโทษฐานที่มอบของมีตำหนิแก่พระองค์ ตระกูลซ่งจะอยู่รอดได้อย่างไร

 

"นี่ นี่ คือ... เด็กคนนี้ ซ่งเอ๋อร์เป็นลูกของกระหม่อมผู้ต้อยต่ำ หากหวางเย่ต้องการพาเขาไป... "

 

“แล้วอย่างไร?” น้ำเสียงของอ๋องคลั่งนั้นแฝงแววขบขัน แต่ก็อันตราย “ไม่อยากพรากจากรึ?”

 

'ไม่อยากพรากจาก?' ประโยคนี้อื้ออึงอยู่ในหูของซ่งกั๋วกงและจากนั้นก็กลายเป็น 'เจ้ากล้าขวางข้า?' ทุกคนรู้ดีว่าหลี่เซียวต้องทนทุกข์ทรมานเพราะความโกรธที่ไม่อาจควบคุมได้  หากเขาบังเอิญฆ่าขุนนางสักคนก็จะถือได้ว่านั่นเป็นเรื่องที่ ‘ไม่ได้ตั้งใจ’ ซ่งกั๋วกงค้อมศีรษะลงทันที

 

ซ่งเกอก้าวไปข้างหน้าและกล่าวด้วยความเคารพว่า “พี่ใหญ่ ช่างโชคดีนักที่หวางเย่โปรดปรานท่าน แต่อย่างไรพี่ใหญ่ก็เป็นเพียงคนขี้อายและอ่อนแอนัก พวกเราแค่กลัวว่าเขาจะไม่รองรับความโปรดปรานอันหนักอึ้งของหวางเย่ได้ เหตุใดหวางเย่ไม่ลองถามความสมัครใจของเขาดูก่อนเล่า อย่างไรเขาก็ไม่ใช่ทาสที่จะซื้อขายได้”

 

ในขณะที่ซ่งซ่งแสดงท่าทีต่างออกไปจากก่อนหน้า ซ่งเกอกลับคิดเพียงว่าซ่งซ่งเป็นดังกระต่ายที่ถูกต้อนเข้ามุมและกัดฟันเมื่อยามเผชิญกับอันตราย ซ่งเกอสันนิษฐานว่าเขายังเป็นคนขี้อายอยู่ และแม้ว่าสถานะของเขาในจวนจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็ยังคงเป็นที่ที่ซ่งซ่งคุ้นเคย การบังคับให้เขาเผชิญหน้ากับอ๋องคลั่งคงไม่ต่างอะไรกับการบังคับให้เขาเดินไต่เชือก

 

และประโยคสุดท้ายนั้นก็จงใจพูดให้ซ่งซ่งได้ยินอีกด้วย

 

ถ้าเป็นชีวิตก่อนหน้านี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าซ่งซ่งจะรู้สึกสะเทือนใจกับประโยคนั้นของซ่งเกอมากเพียงใด และคงตั้งมั่นว่าจะอยู่ที่จวนแห่งนี้ต่อไป ผู้คนมักจะมองว่าเขาต้อยต่ำ มีเพียงแค่ซ่งเกอเท่านั้นที่จะมองว่าเขาเป็นคนๆหนึ่ง และในตอนนั้นหลังจากค่ำคืนบรรณาการผ่านพ้น ซ่งเกอก็เป็นคนที่ช่วยเขาหนีไป เขาบอกซ่งซ่งว่าหากอ๋องคลั่งผู้นั้นคิดจะโปรดปรานเขาจริงๆ เขาจะถูกจับตัวไป เมื่อคิดย้อนกลับไปตอนนั้น ซ่งซ่งช่างขี้อายเหมือนหนูและไม่รู้อะไรเลย ซ่งเกอบอกว่าอ๋องคลั่งจะทรมานแล้วก็ฆ่าเขา เขาก็เชื่อทุกอย่างอย่างง่ายดาย

หลังจากพยายามหลบหนี เขาก็ได้ยินว่าอ๋องคลั่งกำลังตามหาเขาไปทุกหนทุกแห่ง เขาเกิดความหวาดกลัวที่จะออกไปข้างนอก ซ่งเกอเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างเขาในทุกๆ วัน เขามักมองว่าซ่งเกอเป็นครอบครัวที่ใกล้ชิด แต่ทุกอย่างก็จบลงเมื่ออีกฝ่ายพรากชีวิตเขาไปหลังจากคลอดบุตรชาย

 

ซ่งเกอยิ้มและมองไปที่ซ่งซ่งที่มีเสื้อคลุมปกปิดใบหน้า รอดูใบหน้าขาวซีดและขี้ขลาดที่แสนคุ้นเคย แต่โดยไม่คาดคิด ซ่งซ่งดันเสื้อคลุมออกอย่างใจเย็น เผยให้เห็นใบหน้าของเขา เขาโอบแขนรอบคอของหลี่เซียวและกระซิบ “หวางเย่จะไปที่ใด กระหม่อมก็จะไปด้วย”

 

คำตอบนี้แทบจะทำให้ซ่งเกอหน้ากระตุก ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว แต่แววตาของหลี่เซียวกลับสดใสขึ้น เขาไม่อยากสนทนาอีกต่อไปจึงอุ้มซ่งซ่งตรงไปยังรถม้า

 

ซ่งเกอตามพวกเขาออกไปนอกบ้านด้วยความรู้สึกขุ่นมัว

 

ซ่งซ่งเป็นเหมือนลูกไก่ในกำมือของเขาที่จะบีบจะคั้นอย่างไรก็ได้ แต่จู่ๆลูกไก่ตัวนี้ก็หลุดลอยไปอยู่ในมือของคนอื่น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้ซ่งเกอไม่พอใจอย่างมาก

 

เขายืนอยู่นานก่อนที่จะกลับเข้าเรือน ทันใดนั้นฮูหยินซ่งก็วิ่งออกมาจากด้านใน นางคว้าซ่งเกอไว้ "แม่บอกเจ้าแล้วว่าเราควรจะฆ่ามัน! ตอนนี้มันอยู่กับท่านอ๋องคลั่งแล้วแม่จะแก้แค้นให้น้องเจ้าอย่างไร? อาฉียังไม่ได้สติเลย! เขายังเด็กนัก ถูกแทงแบบนั้น เขาคงจะกลัวมากสินะ...”

 

ซ่งเกอมองเธออย่างรังเกียจ พยายามระงับความรู้สึกโกรธแค้นไว้ในใจและเอ่ยปลอบโยนเบาๆว่า "ข้าจะช่วยเขาแก้แค้นเอง"

 

เขากล่าวอีกว่า “ซ่งซ่งจะต้องกลับมาแต่โดยดี”

 

ทันทีที่ซ่งซ่งถูกอุ้มเข้ามาในรถม้า เขาก็เตรียมผละออกจากอ้อมแขนของท่านอ๋องคลั่งทันที การอยู่ในท่าทางเช่นนั้น... มันค่อนข้างจะน่าอับอายเกินไปเสียหน่อย

 

อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายไม่มีความคิดที่จะปล่อยมือ เมื่อสังเกตเห็นอาการดิ้นรนของซ่งซ่งเขายิ่งกระชับอ้อมแขนขึ้น เขาหัวเราะเบาๆข้างหูของซ่งซ่งและพูดว่า "ซ่งเอ๋อร์ช่างปากหวานเสียจริงๆ”

 

ลมหายใจที่เป่ารดหูของซ่งซ่งทำให้เขารู้สึกขนลุก แต่อย่างไรก็ตาม เพราะเขายังคงอยากได้บุตรชายกลับคืนมา เขาจึงตอบอย่างเรียบง่ายว่า "หวางเย่ต้องการชิมดูหรือไม่? "

 

 

---------------------------

 

 

เพิ่มเติมจากผู้แปลภาษาอังกฤษ

- หวางเย่ เป็นคำเรียกองค์ชายค่ะ

 

 

แปลไปเหม็นความรักไปค่ะ ไม่รู้ว่าอ๋องคลั่งนี่ใช่คลั่งรักหรือเปล่านะคะ(555555) แสดงความคิดเห็นกันได้เลยนะคะ เราจะพยายามอัพให้ได้วันละตอนนะคะ แล้วพบกันวันพรุ่งนี้ค่ะ เลิ้บๆ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.154K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,491 ความคิดเห็น

  1. #2411 Yคือชีวิต (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 13:12
    ท่านอ๋องจะได้สัมผัสครส.ตอนเป็นโบ้แล้ว555555
    #2,411
    0
  2. #2377 Pazei derlau (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 20:50
    หึ ถือเป็นการเอาคืนอ๋องตรงที่น้องไม่ได้รักอ๋องเลยแล้วกัน หุหุหุ. น้องรักลูกของน้องเท่านั้น!!!
    #2,377
    0
  3. #2146 เบสท (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 17:51

    ละครมากดราม่า

    ปกติมาขวางขันทีจับโบยละนะ นี่ท่านอ๋อง

    #2,146
    0
  4. #1053 trp1021 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 21:51
    น้องงงงง หนูจะหมดแรงนะลูก ให้พี่เขาขุนก่อน
    #1,053
    0
  5. #609 reposes (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 21:58

    น้อนนนนน

    #609
    0
  6. #435 huzz1a (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 15:35

    นยั่วนักระวังไม่ได้นอน

    #435
    0
  7. #431 hunnay (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 06:09
    คลั่งรักอะเนอะ555
    #431
    0
  8. #404 Plankton J (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 19:41
    หวางเย่ดูคุ้นชิ้น หรือนางรู้ว่านี้คือกลับชาติมาเกิด ยังไงกันนะ
    #404
    0
  9. #345 ฺBedroom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 03:09
    เราว่ามาจากคนคลั่งรักแน่นอนค่ะ ฟันธง555
    #345
    0
  10. #300 janeicelet (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 12:44
    ขอให้ชาตินี้ไม่มีอุปสรรคนะ ซ่งเกอคือตอแหลมากจ้า
    #300
    0
  11. #277 PPR-11 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 22:02
    มีอาหารหมามากเท่าไหนลองโปรยมาสิ!!! ผลสรุป....มิดหัว
    #277
    0
  12. #242 rainy_blue_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 17:42
    เอ่อออ 2คนนี้รักกันจริงไหมเนี่ย
    #242
    0
  13. #146 PinkChocolate (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 23:12
    ถ้าอ่องรักซ่งซ่งจริง ทุ่มเทกำลังตามหาตัวในชาติก่อน ขนาดที่นายเอกตายไปก็ยังละเมอเรียกชื่อซ่งเออร์ แล้วทำไมถึงมองไม่ออกว่ามีคนมาสวมรอยแทนคนรัก อีกเรื่องคือ สงสัยค่ะว่าอะไรที่ทำให้อ๋องมีความผูกพันกับนายเอกขนาดนั้น เพราะนายเอกก็เอาแต่หลบหนีตลอด ได้สะบาราเฮ้กันแค่คืนเดียว ยังไม่รู้ว่าท้องไหมเลยแต่ก็ตามหาพลิกแผ่นดิน ที่น่าอนาถกว่าคือคนโดนสวมรอยแทนแล้วก็ไม่รู้เรื่องอีก รักแบบไหนเนี่ย
    #146
    1
    • #146-1 อดีตรีดเงา(จากตอนที่ 3)
      1 ตุลาคม 2563 / 02:30
      เห็นด้วยกะเม้นนี้นะ คือที่ไม่รู้เพราะอิซ่งเกอหน้าคล้ายกับซ่งซ่งมากหรอ? ท่านอ๋องเห็นหน้าซ่งซ่งลางๆในความมืด คืนส่งมอบเลยจำผิด? งี้หรอ?
      #146-1
  14. #48 wadeenarak (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 09:24
    เรียกองค์ชายน้อยดีกว่าค่ะ
    #48
    0
  15. #37 PuiPui--r (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 09:59
    ต้องชั่วเบอร์ไหนที่ฆ่าแม่ชิงลูกแล้วสวมรอย
    #37
    0
  16. #7 pang_ya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 12:59
    ท่านอ๋องนี่ยังไงงงน้าาาา 🤔🤔🤔
    #7
    0
  17. #6 Lalilalia (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 00:02
    “พ่ะย่ะค่ะ” สะกดแบบนี้ค่าคนแปล^_^
    #6
    0
  18. #5 sryhwdt (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 23:45

    ติดตามแล้วมาบ่อยไนะคะวันละตอนก็จะดีมากเลยคะขอแค่อย่าทิ้งกันก็พอ
    #5
    0
  19. #4 sunita120841 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 18:17
    สู้ๆนะคะ:-ไรท์
    #4
    0
  20. #3 gipom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 18:15

    ท่านอ๋องคลั่งรักกกกกกกกกก แหละดูออก



    #3
    0