บันทึกการสปอยภรรยาของทรราชหนุ่ม (นิยายแปล)

ตอนที่ 2 : 01 เกิดใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,103 ครั้ง
    3 ก.ย. 63


 

 

 

บทที่ 1

การเกิดใหม่

 

 

 

ซ่งซ่งรู้สึกได้ว่าเขาโดนถีบ

 

น่าแปลก ซ่งซ่งคิด เขาล่องลอยไปทั่วในฐานะดวงวิญญาณตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ที่ลูกของเขาถูกพรากไป เขาก็พยายามพุ่งชนศัตรูอย่างนับครั้งไม่ถ้วน ความคิดที่จะบีบคอพวกมันรุนแรงขึ้นทุกขณะ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่แม้แต่จะจับคอของพวกมันได้ สติสัมปชัญญะของเขาสลายไปแล้ว แต่ทำไมจู่ๆถึงรู้สึกเหมือนมีร่างกายขึ้นมาได้กัน?

 

หลังจากคิดได้เช่นนั้น ผมของเขาก็ถูกกระชาก ใบหน้ามุ่งร้ายโผล่เข้ามาในทัศนวิสัย มันทำให้เขาตกตะลึงไปชั่วขณะ

 

“เลิกแกล้งทำเป็นตายได้แล้ว” เด็กหนุ่มคนนั้นข่มขู่ “ท่านอ๋องคลั่งเข้ามาในจวนของเราแล้ว นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งในช่วงชีวิตของตระกูลซ่ง ความพยายามที่จะปรุงโอสถศักดิ์สิทธิ์จะต้องไม่ล้มเหลวเพราะเจ้าได้กินมันเข้าไป คืนนี้ เจ้าต้องปรนนิบัติพระองค์ให้ดี หากเจ้าแอบอู้หรือหย่อนยาน ข้าจะถลกหนังเจ้าออกซะ"

 

ซ่งซ่งมองเขาอย่างตกตะลึง แต่ยังคงไม่อาจตอบสนองได้

 

“อาซี” ในขณะนั้น จู่ๆ เสียงอันอบอุ่นก็ดังขึ้น “รีบปล่อยพี่ใหญ่ของเราได้แล้ว”

 

เด็กหนุ่มนาม ‘อาซี’ ปล่อยมือที่กระชากผมซ่งซ่งอยู่ทันทีและเหวี่ยงเขาไปอีกทาง ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป แม้จะถูกเหวี่ยงอย่างไม่ใคร่จะใส่ใจ แต่ก็ทำให้ซ่งซ่งรู้สึกเวียนหัวและสายตาพร่ามัวได้ เขากระพริบตาถี่ เห็นปอยผมหนึ่งกระจุกตกอยู่ต่อหน้าเขา มันคงขาดเพราะแรงกระชากของเด็กหนุ่มคนนั้น ช่างแข็งแรงดีจริง

 

เขาได้ยินน้ำเสียงดูถูกจากซ่งซีดังอยู่ข้างหู “ก็แค่เมล็ดพันธ์จากสตรีชั้นต่ำ มีค่าพอให้เราเรียกว่าพี่ใหญ่เชียวหรือ พี่ชาย ท่านใจดีเกินไปแล้ว”

 

ซ่งเกอส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ก้าวเดินอย่างช้าๆ ไปหาซ่งซ่งแล้วก้มลงจับไหล่ผอมบางของเขาเบาๆ เพื่อช่วยพยุงเขาขึ้น “อาซีซุกซนนัก พี่ใหญ่อย่าใส่ใจเขาเลย”

 

ซ่งซ่งเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างช้าๆ

 

ใบหน้าของเขาอบอุ่นราวกับหยก หัวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างเป็นกังวลว่าความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องนี้จะมีเรื่องให้ขุ่นข้องหมองใจ ใบหน้านี้ช่างคล้ายกับใบหน้าที่ซ่งซ่งแสนจะเกียจชังยิ่งนัก แม้ว่ามันจะผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขาก็ยังคงจดจำใบหน้านี้ได้อย่างชัดเจน เขารอเวลาตายของซ่งเกอมาตลอด แต่น่าเสียดายที่ช่วงเวลานั้นไม่เคยมาถึง

 

ซ่งซ่งมักจะคิดว่า ถ้าให้บัญญัติชีวิตของซ่งเกอลงในกระดาษด้วยคำเพียง 5 คำ คำนั้นคือ ภัย-พิ-บัติ-พัน-ปี

 

ซ่งซ่งเคยคิดว่าตระกูลซ่งแห่งนี้ล้วนมีแต่คนเลวร้ายเว้นเสียแต่ซ่งเกอ เขาเพิ่งจะค้นพบในภายหลังว่าจริงๆแล้วซ่งเกอนั้นคือปีศาจร้ายอย่างแท้จริง ซ่งเกอคอยควบคุมตระกูลซ่งในที่ลับให้คอยฉีกหน้าและกลั่นแกล้งเขา ส่วนตนเองก็แสดงเป็นผู้ที่คอยปกป้องเขา ทั้งที่ในความเป็นจริง ยิ่งซ่งซ่งได้รับการปกป้องมากเท่าใด สถานการณ์ของเขามันยิ่งแย่ลงมากเท่านั้น

 

เขาจำเรื่องทั้งหมดได้อย่างชัดเจน วันนี้ หลังจากที่ร่างกายของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงที่แสนเจ็บปวด เขาจะถูกส่งมอบให้ท่านอ๋องคลั่งในฐานะของบรรณาการจากตระกูลซ่ง

 

นามที่แท้จริงของท่านอ๋องคลั่งคือ ‘หลี่เซียว’ หรือ ‘ฉางจื่อ’ ซึ่งมีไว้สำหรับคนสนิท สมญานามอย่างเป็นทางการของเขาคือ ‘ผิงหวาง’ อ๋องแห่งสันติภาพ แต่สมญานามอ๋องคลั่งนั้นเป็นที่รู้จักมากกว่า และเขาเองก็เห็นดีเห็นงามด้วย

 

หลี่เซียวเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ตั้งแต่ยังเด็ก ฮ่องเต้ทรงตั้งความหวังไว้ที่เขาสูงมากทีเดียว ทั้งยังยกย่องเขาเป็นการส่วนตัวด้วยว่า ‘ทักษะทางวรรณกรรมก่อตั้งแคว้น ความแข็งแกร่งไม่อาจพรรณนา โลกจะต้องตกอยู่ในกำมือของบุตรข้า’ และเพราะการยกย่องนี้ที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นในชีวิตของเขา เมื่อ 11 หนาว เขาได้รับยาพิษบางอย่างและต้องใช้ชีวิตอย่างคนคลั่งตลอด 5 ปี แม้ยาพิษนั้นจะถูกชำระล้างไปในภายหลัง แต่สภาพจิตใจของเขาก็ไม่มั่นคงอีกต่อไป และด้วยความแข็งแกร่งที่ไม่มีใครเทียบได้นั้น เมื่อเขาสูญเสียการควบคุมจึงไม่มีใครหยุดเขาได้ และนั่นนำมาซึ่งการฆาตกรรมที่นับครั้งไม่ถ้วน

 

เดิมที บุคคลเช่นนี้ควรจะหลีกเลี่ยงดั่งโรคระบาด แต่หลังจากล้างพิษได้แล้วนั้น หลี่เซียวก็ถูกส่งเข้าสู้สนามรบและเป็นแม่ทัพในสงคราม 1 ต่อ 100 สำหรับศัตรูแล้วเขาเป็นดั่งเทพแห่งความตาย ถึงแม้สภาพจิตใจของเขาจะลุ่มๆ ดอนๆ แต่เมื่อดีขึ้น เขาสามารถวางกลยุทธ์และแผนการรบได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เขาจึงสามารถควบคุมกองทัพและรักษาอำนาจในราชสำนักได้ต่อไป

 

เมื่อสุขภาพขององค์ฮ่องเต้ทรุดโทรมลงอย่างต่อเนื่อง ราชสำนักได้แบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งให้การสนับสนุนองค์รัชทายาท และอีกฝ่ายหนึ่งให้การสนับสนุนอ๋องคลั่ง แม้อำนาจขององค์รัชทายาทจะมั่นคงแต่กลับไม่มีอำนาจอย่างแท้จริง และอ๋องคลั่งนั้นไม่เพียงคลั่งเป็นครั้งคราวเท่านั้น แม้แต่ยามอารมณ์คงที่เขาก็สามารถคลั่งขึ้นมาได้ ราวกับว่าความบ้าคลั่งของเขามันซึมลึกลงไปถึงแก่นกระดูก ผู้คนต่างร่ำลือกันไปว่า เมื่อฮ่องเต้สิ้นพระชนม์แล้ว องค์รัชทายาทจะหมดสิ้นหนทางดั่งกระต่ายน้อยกับหมาป่าคลั่ง เมื่อไม่ได้รับการสนับสนุนจากราชสำนักและไม่อาจรอราชโองการจากฮ่องเต้ อ๋องคลั่งอาจก่อกบฏขึ้นมาก็เป็นได้ ซึ่งก็ไม่มีผู้ใดแน่ใจได้ว่าอ๋องคลั่งผู้นั้นมีความคิดเห็นอย่างไรกับข่าวลือนี้

 

ในฉากการเมืองครั้งใหญ่นี้ มีผู้คนมากมายที่สนับสนุนทั้งสองฝ่าย ตระกูลซ่งก็เช่นกัน ตระกูลซ่งถวายสาวงามแด่องค์รัชทายาท แต่อ๋องคลั่งนั้นไม่ชมชอบสตรี นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมซ่งซ่งจึงต้องเป็นเครื่องบรรณาการ

 

ตระกูลซ่งเชื่อว่าถ้าซ่งซ่งได้รับโอสถวิเศษ ก็จะสามารถตั้งครรภ์ให้ท่านอ๋องคลั่งผู้นั้นได้ จากนั้นเขาย่อมต้องกลายเป็นสิ่งล้ำค่าต่ออีกฝ่ายเป็นแน่ อย่างไรนี่ก็เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น ไม่อาจแน่ใจได้ อีกทั้งพวกเขาก็ไม่อาจทราบได้ว่าโอสถวิเศษที่ซ่งซ่งได้กินเข้าไปนั้นมีผลข้างเคียงใดหรือไม่ พวกเขาจึงไม่อาจเสี่ยงให้บุตรคนอื่นๆของพวกเขาทดสอบได้ ดังนั้น ลูกนอกสมรสที่แสนอ่อนแอและน่าเวทนาอย่างซ่งซ่งจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าซ่งซ่งประสบความสำเร็จ ตระกูลซ่งจะโดดเด่นขึ้นมา ซ่งเกอก็จะเข้ายึดครองบุตรและตำแหน่งของซ่งซ่งแทน แต่ถ้าซ่งซ่งล้มเหลวและตายไป พวกเขาก็จะไม่ขาดทุน

 

“พี่ใหญ่?” เพราะซ่งซ่งไม่ได้ตอบสนองเป็นเวลานาน ความร้อนรนฉายพาดผ่านดวงตาของซ่งเกอ ในที่สุดซ่งซ่งก็ตื่นจากภวังค์ เขามองไปยังเด็กหนุ่มตรงหน้าเขา ผู้ที่ในชีวิตที่แล้วขโมยตัวตนและบุตรไปจากเขา ซ้ำยังใช้ชื่อของเขาจนกลายมาเป็นฮองเฮาเคียงข้างอ๋องคลั่งผู้นั้นขึ้นครองราชย์ได้สำเร็จ

 

ซ่งซ่งรู้สึกได้ถึงกริชในแขนเสื้อ เขาจำแทบไม่ได้แล้วว่ากริชเล่มนี้เป็นสิ่งที่เขาเตรียมจะใช้มันเพื่อฆ่าตัวตายในยามอดีต ต่อมาเขาจะถูกซ่งเกอขวางไว้ เขารู้สึกขอบคุณและรู้สึกเหมือนว่าอย่างน้อยๆเขายังมีซ่งเกอคนหนึ่งที่ห่วงใยเขาในโลกที่โหดร้ายใบนี้ เขาจึงตัดสินใจที่จะมีชีวิตต่อไป

 

เขากำกริชแน่นและค่อยๆ ยิ้มอย่างช้าๆ "ไม่ต้องกังวลไป"

 

รอยยิ้มของเขานุ่มนวลและอ่อนโยน เต็มไปด้วยความเชื่องดั่งที่เคยเป็น แต่สำหรับซ่งเกอนั้นเขารู้สึกว่ามันแปลกไป และซ่งซ่งก็พูดขึ้นอีก "ข้าจะต่อล้อต่อเถียงกับคนตายไปเพื่ออะไรกัน "

 

ความประหลาดใจฉายชัดในแววตาของเขา เมื่อการแสดงออกของซ่งซ่งไร้ซึ่งความต้องการที่พึ่งหรือความกลัวที่เคยเห็นเป็นปกติ ไม่ทันได้ตอบโต้ ซ่งซีที่อยู่ด้านหลังของเขาก็ตะคอกขึ้น “พล่ามเรื่องไร้สาระอะไรของเจ้า ไม่อยากชีวิตอยู่แล้วอย่างนั้นสิ!?”

 

เขารีบวิ่งไปกระชากคอของซ่งซ่งแล้วชกเข้าที่ท้อง "เจ้าชั้นตะ...! "

 

ซ่งเกอยังคงคุกเข่าอยู่ตรงหน้าพวกเขา มองดูกริชของซ่งซ่งแทงเข้าที่หน้าอกของซ่งซีอย่างตื่นตระหนกและไม่คาดคิด เขาแทบพูดไม่ออก “ซ่งซ่ง! เจ้าเป็นบ้าไปแล้วรึ!?"

 

เขาประคองซ่งซีที่ทรุดลงและกรีดร้อง “ช่วยด้วย ช่วยด้วย! ใครก็ได้ตามหมอที!”

 

เสียงตะโกนของเขาดึงดูดความสนใจของผู้คนได้อย่างรวดเร็ว และฮูหยินซ่งแทบจะสิ้นสติทันทีที่นางเปิดประตูเข้ามา นางร้องเสียงแหลม "เกิดอะไรขึ้น?! "

 

ซ่งซีถูกข้ารับใช้อุ้มออกไปแต่ยังคงชี้นิ้วไปที่ซ่งซ่ง เขาพูดไม่ออก ลำคอของเขาเต็มไปด้วยเลือด

 

ฮูหยินซ่งกรีดร้องทันทีและถลาเข้าใส่ซ่งซ่ง ซ่งซ่งไม่ได้พยายามหลบหลีก เขารู้ว่าร่างกายของตนนั้นอ่อนแอเพียงใดเพราะขาดสารอาหารมานานมาก นอกจากนี้เขายังอ่อนแอลงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เขาไม่คิดว่าตนจะต่อกรกับสตรีตรงหน้าได้และเขาก็รู้ด้วยว่าซ่งเกอไม่มีทางปล่อยให้เขาตาย

 

ซ่งเกอผลักฮูหยินซ่งออกไปและกางแขนบังด้านหน้าซ่งซ่งพร้อมกับตะโกนว่า "ท่านแม่! ท่านอ๋องคลั่งผู้นั้นยังอยู่ในเรือนรับรอง เราตกลงกันแล้วว่าจะส่งซ่งซ่งไปรับรองพระองค์ในคืนนี้ หากเราส่งของตายไปให้พระองค์ เราจะอธิบายให้พระองค์ฟังอย่างไร?! "

 

ฮูหยินมีสีหน้าไม่พอใจ “เช่นนั้นก็ส่งผู้อื่นไปซะ!"

 

“เพื่อแสดงความจริงใจ ท่านพ่อได้เอ่ยไปแล้วว่าจะส่งสายเลือดของท่านพ่อไป” ซ่งเกอก้าวไปข้างหน้า ดวงตาของเขาเปล่งประกาย "บุตรชายคนใดเล่าที่ท่านแม่จะส่งไปให้อ๋องคลั่งผู้นั้นเสพสม?"

 

ฮูหยินซ่งริมฝีปากสั่นระริก นางเป็นสตรีขี้หึงยิ่งนัก นับตั้งแต่สามีของนางแต่งงานกับนาง นางไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้ามา เหล่าอนุภรรยาที่ไม่สามารถเฉดหัวออกไปได้ทั้งหมดจะต้องดื่มยาป้องกันการตั้งครรภ์และต้องว่าง่าย ตัวนางเองก็พยายามอย่างหนักจนได้ให้กำเนิดบุตรธิดาถึง 7 คนด้วยเกรงว่าสามีของนางจะถูกสตรีอื่นยั่วยวน ลูกๆ ของสามี… มีเพียงซ่งซ่งเท่านั้นที่ช่างเสียเปล่า

 

แต่เมื่อคิดถึงเรื่องบุตรที่เพิ่งถูกอุ้มออกไปนางก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความเกลียดชัง ซ่งเกอก้าวเข้าไปหา เอื้อมมือไปพยุงนางแล้วพูดเบาๆ “อาซีจะต้องไม่เป็นอะไร...”

 

“หากน้องตายเล่า?” น้ำตาของฮูหยินซ่งไหลออกมาทันทีและร่างกายของนางก็สั่นเล็กน้อย ซ่งเกอจับมือนางและช่วยพยุงนางไปที่ประตูและพูดว่า "ไม่ว่าอาซีจะอยู่ในสภาพใด บุตรชายของท่านผู้นี้จะทำให้มันต้องจ่ายคืนเลือดด้วยเลือด ... ทิ้งมันไว้ที่นี่ หลังจากคืนนี้ข้าจะให้ท่านแม่ได้ลงโทษมันอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้เราไม่อาจชดเชยความโกรธของอ๋องคลั่งผู้นั้นได้ "

 

ฮูหยินซ่งปิดหน้าร่ำไห้ ซ่งเกอพยายามเกลี่ยกล่อมนางอีกครั้ง “รีบไปดูอาซีเถิดท่านแม่ น้องคงเจ็บปวดนัก”

 

ฮูหยินซ่งรีบจากไป ซ่งเกอจึงหันกลับไปหาซ่งซ่งแล้วกล่าวว่า “ท่านทำแบบนั้นทำไมพี่ใหญ่ ท่านเป็นบ้าไปแล้วหรือ?”

 

ซ่งซ่งขยี้ตาอย่างง่วงงุนแล้วกล่าว “ข้าเหนื่อยแล้ว"

 

เดิมที เขาตกเป็นเป้าของซ่งซีเพราะต้องการแอบหนีไป ในชีวิตก่อนหน้านี้เขาถูกวางยาและโยนลงบนเตียงของท่านอ๋องผู้บ้าคลั่งคนนั้น ซ่งเกออธิบายเพียงว่าด้วยวิธีนี้มันจะไม่โหดร้ายกับเขาเกินไปนัก แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป ซ่งซ่งไม่มีแผนที่จะหนี เขาปีนขึ้นไปบนเตียงโดยตรงและนอนในห้องหรูหราที่เขาไม่เคยได้รับอนุญาต ทุกๆ วันเขาจะนอนในห้องเก็บของที่ไม่มีแม้แต่แผ่นไม้ให้ปู เขาจะได้นอนบนเตียงนุ่มๆและได้รับความรักจากท่านพ่อก็เมื่อตอนที่ท่านแม่ของเขายังมีชีวิตอยู่ ซึ่งนั่นก็นานมาแล้ว

 

ซ่งซ่งนอนอยู่บนเตียงแต่ไม่อาจหลับได้ เขารู้ว่าเมื่อท่านอ๋องคลั่งจากไปในวันรุ่งขึ้น สถานการณ์ของเขาจะน่าเศร้ากว่าในชีวิตก่อนหน้านี้ แต่มันก็ไม่สำคัญ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร..

 

เขาไม่มีทางยอมให้ซ่งเกอใช้เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเพื่อหาประโยชน์อีกเป็นครั้งที่สอง

 

แต่นั่นคงเป็นในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ถ้าจะให้ดี ท่านอ๋องคลั่งผู้นั้นจะต้องพาเขาไปด้วย

 

เขาจำได้ในชาติก่อน เมื่อคนๆ นั้นมีอาการวูบ ถ้ามีคนเรียกชื่อ เขาคนนั้นก็จะสงบลงทันที… แต่ซ่งซ่งยังไม่แน่ใจนักว่าคนที่ปลุกเขาเมื่อตอนนั้นคือเขาจริงๆ หรือเป็นซ่งเกอที่ใช้ชื่อของเขากันแน่

 

ตัวตนของเขามีความหมายต่อคนผู้นั้นหรือไม่นะ?

 

แม้ว่าวิญญาณของเขาจะไม่เหนื่อย แต่ร่างกายของเขาก็อ่อนล้าจริงๆ ความเจ็บปวดจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายก่อนหน้านี้ยังคงฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของเขา ซ่งซ่งเริ่มโซเซ

 

เวลาผ่านไปเท่าใดไม่อาจทราบ เขาได้ยินเสียงของซ่งกั๋วกงบิดาของเขาจากภายนอก “ขุนนางผู้ต้อยต่ำเช่นกระหม่อมมิบังอาจรบกวนพระองค์ โปรดอภัยด้วยพะยะค่ะ”

 

ซ่งซ่งตื่นขึ้นมาทันที

 

เขาเห็นเคยพบหลี่เซียวหลายครั้งเมื่อครั้งตามติดซ่งเกอราวกับวิญญาณตามติด ในความเป็นจริงพวกเขาเคยพบกันเพียงแค่คืนเดียวเท่านั้น เพียงแค่คิดถึงมือของคนผู้นั้นที่บางคราก็อ่อนโยนแต่บางคราก็รุนแรงนั้น ก็ทำให้เขาเสียวซ่านไปทั่วทั้งตัว

 

ซ่งซ่งดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าและกลั้นหายใจ คิดว่าจะทำอย่างไรให้เขาพึงพอใจได้กัน

 

ประตูห้องถูกผลักเปิดออกและปิดลง ซ่งซ่งได้ยินเสียงฝีเท้าที่มั่นคงของอีกฝ่ายใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ...

 

คนผู้นั้นเดินเข้ามาใกล้ แต่ก็หยุดลงข้างเตียงเสียก่อน นิ่งสงบ ไร้การขยับเขยื้อน

 

ซ่งซ่งบีบผ้าห่มในมือของเขาและหันหน้าไปมอง พลางยกผ้าห่มออกอย่างเงียบๆ เพื่อมองกลับไปที่ชายคนนั้น

 

เช่นเดียวกับในชีวิตก่อนหน้า ชายคนนั้นมองลงมาที่เขาอย่างเงียบ ๆ อย่างไรก็ตาม ซ่งซ่งไม่ได้กลัวจนตัวแข็งและสั่นระริกเหมือนครั้งก่อนอีกต่อไป เขาค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งคุกเข่าบนเตียง โน้มลำคอระหงลงแล้วทักทายอย่างเหมาะสม “ถวายพระพรพะยะค่ะฝ่าบาท”

 

 

---------------------------

 

 

 เพิ่มเติมจากผู้แปลภาษาอังกฤษ

- องค์รัชทายาทและท่านอ๋องคลั่งเป็นบุตรของฮ่องเต้ทั้งคู่ องค์รัชทายาทเป็นบุตรชายที่ฮ่องเต้แต่งตั้งให้สืบทอดบัลลังก์ต่อไป แต่พระองค์ก็อ่อนแอยิ่งนัก ประชาชนล้วนสนับสนุนท่านอ๋องคลั่งและคาดหวังให้ฮ่องเต้เปลี่ยนความคิดและแต่งตั้งท่านอ๋องคลั่งเป็นรัชทายาทแทน แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็หวาดกลัวท่านอ๋องคลั่งเช่นกัน ปัจจุบัน ประชาชนคิดว่าท่านอ๋องคลั่งจะก่อกบฏเพื่อกำจัดองค์รัชทายาทที่จะขึ้นครองราชย์หลังจากฮ่องเต้สิ้นพระชนม์

- แม่ของซ่งซ่งเป็นภรรยาคนแรกของบิดาของเขา แต่นางเป็นบุตรีจากตระกูลพ่อค้า ไม่ใช่ตระกูลขุนนาง สถานะของนางจึงถูกลดระดับลงเป็นเพียงนางบำเรอ ทำให้สถานะของซ่งซ่งกลายเป็นบุตรของนางบำเรอ ซึ่งต่ำศักดิ์กว่าบุตรของฮูหยินเอก ถึงจะใช้คำเรียกซ่งซ่งว่าลูกนอกสมรสแต่จริงๆแล้วพ่อแม่น้องแต่งงานกันแล้วนะคะ 

 

 

 

เป็นยังไงบ้างคะ อ่านไม่เข้าใจตรงไหนสามารถคอมเม้นต์สอบถามกันได้เลยนะคะ ฝากนิยายแปลเรื่องแรกของเราไว้ในดวงใจด้วยนะคะ เลิ้บๆค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.103K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,490 ความคิดเห็น

  1. #2376 Pazei derlau (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 20:43
    สงสารน้องอะ งั้นอิอ๋องคืออยู่กินกะซ่งเกออะดิ แล้วก้ไม่รุ้เลยว่าน้องเป็นแม่ของ
    ูกตัวจริงหรอ แงงง สงสารน้องอะ เปลี่ยนพระเอกก้ไม่ได้ T T
    #2,376
    0
  2. #2311 at2017 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:46
    ทำไมอ๋องคลั่งถึงได้ตามติดซ่งเกอ?
    #2,311
    0
  3. #2145 เบสท (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 17:48

    สรุปก็คือลูกอนุธรรมดา ทำมาเรื่องเยอะเมียหลวงก็ระวังไว้เถอะทำไม่ดี คนเขาก็แค้น

    #2,145
    0
  4. #1052 trp1021 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 21:41
    ......อ่าว นั้นน้องก็เจอพี่ครั้งเดียว ที่เหลือทั้งชีวิตคู่ที่ใช้กับอ๋องคลั่งคือซ่งเกออะดิ..
    #1,052
    0
  5. #728 ลิสลา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 00:29
    น่าหนุก
    #728
    0
  6. #536 No10051 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 07:06
    นางบำเรอนี่คืออนุหรือเปล่าคะ หรือต่ำกว่าอนุไปอีก
    #536
    2
    • #536-1 ผ่านมาอ่าน (จากตอนที่ 2)
      6 พฤศจิกายน 2563 / 07:18
      น่าจะหมายถึงเป็นสาวใช้อุ่นเตียงหรืออะไรที่ใกล้เคียงประมาณนั้น เพราะมีเนื้อหากล่าวถึงอนุภรรยาที่ต้องกินยาห้ามครรภ์แต่คำอธิบายเพิ่มเติมท้ายตอนใช้คำว่านางบำเรอในการบอกสถานะของแม่นายเอกค่ะ ทั้งนี้ต้องอ่านบทต่อไปถ้ามีกล่าวถึงอีกนะคะ หรืออาจต้องรอให้ผู้แปลมาอธิบายเพิ่มเติมค่ะ
      #536-1
    • #536-2 ผ่านมาอ่าน (จากตอนที่ 2)
      6 พฤศจิกายน 2563 / 08:59
      ตกลงว่าเป็นอนุภรรยาค่ะ อ้างอิงจากเนื้อหาตอนที่7 บทที่6 ชื่อตอน"วันหยุด"
      #536-2
  7. #509 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2563 / 02:02

    เราอ่านแล้วเหมือนจะงงๆ แต่อ่านซ้ำๆก็เข้าใจค่ะ

    แอบสะใจเล็กๆ น้องพูดว่า "จะต่อล้อต่อเถียงกับคนตายไปเพื่ออะไร" ก็ว่าอยู่ใครตาย? อ้อที่แท้จะแทงเค้าให้ตายนี่เอง 5555

    #509
    0
  8. #491 แกรบค่ะเตง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 05:27
    สงสารน้องงงง อยากไปลูบหัวปลอบใจจัง
    #491
    0
  9. #403 Plankton J (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 19:33
    สงน้อง
    #403
    0
  10. #344 ฺBedroom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 03:04
    สงสารน้องอ่า ฮือ
    #344
    0
  11. #288 J☆ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2563 / 07:36
    ท่านอ๋องช่วยน้องด้วยยย
    #288
    0
  12. #265 PRF. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กันยายน 2563 / 15:26
    เกียจชัง >> เกลียดชัง
    #265
    0
  13. #257 54354e (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 20:37

    รออ่านตอนใหม่ค่า
    #257
    0
  14. #241 rainy_blue_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2563 / 17:34
    สงสารน้อง
    #241
    0
  15. #159 ๋J__N__T___ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 18:27

    แปลดีมสกเลยค่ะ อ่านแล้วลืมเลยว่าแปล นึกว่าเเต่งเอง
    #159
    0
  16. #144 PinkChocolate (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 22:49
    อ๋องนี่ย้อนเวลากลับมาด้วยรึปล่าวคะ ชอบตรงที่ไม่ด่าไม่เถึยงแต่แทงเลยมากค่ะ เราอ่านยังอึ้งไปนิดๆ เพราะเราก็ไม่อยากดูผู้ชายประชันน้ำลายตอแหลกันเหมือนเป็นผู้หญิงซะเท่าไหร่ ไม่ต้องพูดมากแทงเลยถูกใจเรามาก
    #144
    0
  17. #58 Nonona Nanano (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 08:41
    ซ่งเกอนี้ถ้าบ้านเราเรียก ตอ--ล
    #58
    0
  18. #36 PuiPui--r (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 07:58
    สะใจ ไม่เถียงไม่ด่าแทงเลย
    #36
    0
  19. #27 acr2001 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 16:13

    แม่ของซ่งซ่ง น่าจะใช้คำว่าอนุมากกว่านางบำเรอนะคะ

    #27
    0
  20. #2 gipom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 18:14

    แปลดีมากค่ะ

    #2
    0