[END] Deep kiss :: HUNHAN

ตอนที่ 8 : CHAPTER 7 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,245
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 133 ครั้ง
    11 ม.ค. 61




CHAPTER 7

 

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

 

        เสียงฝีเท้าที่ดังตามหลังมาน่ารำคาญ

 

          แต่เซฮุนไม่หยุด และไม่ต้องหันไปมองก็รู้ดีว่าเป็นใคร

 

          — สงบเย็น แต่ก็หนักแน่นเคร่งเครียดอย่างเป็นเอกลักษณ์

 

          ร่างสูงยังคงก้าวต่อไปช้าๆ บูกัตติ เวย์รอนของเขาอยู่ถัดไปไม่ไกล ทว่าก่อนจะไปถึงมันร่างสูงก็ยอมชะงักฝีเท้าของตัวเอง และหันกลับไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายที่รู้จักดี

 

          “จะตามกูกลับคอนโดเลยไหม?” ริมฝีปากได้รูปขยับยิ้มนิดๆ ต่างจากคนตรงหน้าที่นิ่งเฉย ไม่รู้สึกขบขันไปกับมุกของเขา

 

          “มึงตั้งใจจะทำอะไร” – อีกครั้งกับคำถามเดิมๆ ของคิมจงอิน และชายหนุ่มไม่ได้ยินดีกับความอยากรู้อยากเห็นซ้ำซากแบบนั้น

 

          โอเซฮุนหัวเราะในลำคอ ก่อนจะ เลิกคิ้วขึ้นนิดๆ พร้อมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย “หมายถึงเรื่องอะไรอีก”

 

          “เรื่องที่ขอแบคฮยอนคบ วางแผนอะไรไว้อีก” ตอบกลับแทบจะทันที ไม่บ่อยนักหรอกที่คนรักสันโดษแบบมันจะสนใจก้าวก่ายเรื่องของคนอื่น

 

          และเซฮุนรู้ดีว่าเพราะอะไร...

 

          “กูดูแย่ในสายตามึงขนาดนั้น?” ดวงตาคมล้ำลึกวาววับ พลางยกมือขึ้นกอดอก ทิ้งสะโพกพิงสปอร์ตคาร์คันหรูของตัวเองด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ทุกข์ร้อนกับท่าทีเยือกเย็นของคู่สนทนา – ก็ไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้นหรอ แต่นานๆ ทีรอยยิ้มจะหายไปจากริมฝีปากหนาตรงหนา

 

          “ก็หวังว่ากูจะคิดมากไปเองคนเดียว” คำตอบนั้นไม่ทำให้คนฟังสะทกสะท้านรู้สึกอะไร ตรงกันข้ามคือการไหวไหล่ไม่ใส่ใจ

 

          “พูดกันตามตรงนะ กูเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่ามึงแค่หวังดี หรืออยากทำอะไรกันแน่” เสียงทุ้มลึกกลั้วหัวเราะ ต่างจากดวงตาง่วงงุนที่แอบซ่อนประกายวาววับไว้ไม่มิด “ถ้าเปลี่ยนเป็นอีกคนมึงคงไม่ตามมาถามกูแบบนี้จริงไหม”

 

          “เขาชื่อลู่หาน ฝึกให้ชินปากบ้างก็ดี เผื่ออีกหน่อยมึงต้องเรียกเขาบ่อยกว่าที่คิด”

 

          คำบอกนั้นทำให้ความบันเทิงอันน้อยนิดระหว่างกันหมดลงไป เหลือทิ้งไว้แต่ความกดดันเล็กๆ ที่กำลังขยายตัวและการประสานสายตาท้าทายที่น่ากลัว

 

          — เพราะต่างรู้จักกันดี รู้ทันความคิดและข้อเสียเฮงซวยมากกว่าใคร เวลานี้คนทั้งคู่จึงไม่น่าเข้าใกล้และไม่น่าตอแยด้วยประการทั้งปวง

 

          ครู่ใหญ่ที่นิ่งไป สุดท้ายแล้วโอเซฮุนก็หัวเราะเย้ยหยันออกมาก่อน

 

          “อย่านึกว่าไม่รู้ เหตุผลที่คนเห็นแก่ตัวแบบมึงพยายามยัดเยียดลู่หานมาให้กู”

 

          “อาฮะ...ดีใจจังที่มึงฉลาดพอ กูจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะควรยังไงบ้าง” เดี๋ยวเดียวรอยยิ้มยียวนที่หายไปก็กลับมา จงอินหัวเราะบ้าง พร้อมล้วงมือลงกระเป๋ากางเกง ความอึมครึมระหว่างกันหายไปทันที

 

          หรือไม่อย่างนั้น...มันก็กำลังอัดแน่นอยู่ในดวงตาสีเข้มล้ำลึกที่โชนแสงคู่นี้

 

          “ถูกต้องหรือแค่ผลักความรู้สึกผิดออกไปจากตัวเอง?” ย้อนถามแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก “ก็แค่คนมักง่ายที่ยอมอ้าขาให้คนอื่น คิดแบบนี้ซะแล้วมึงจะได้ต้องแบกรับอะไรอีก”

 

          — ถ้าชกหน้าเขาได้ เชื่อเถอะว่ามันคงไม่ลังเล

 

          ความรู้สึกในแววตาของคิมจงอินบอกเขาแบบนั้น

 

          แต่เพื่อนกลับยังยืนนิ่ง และจ้องกลับมาด้วยสีหน้าที่บางครั้งเขาก็อ่านไม่ออก

 

          “ถ้ากูมีความคิดมักง่ายแบบมึงบ้างก็คงดีนะ” คำสรรเสริญนี้ทำเอาหน้าตึงไปในทันที แน่นอนว่ามันไม่มีทางจบลงเท่านี้

 

          “จะความถูกต้องหรือตะเกียกตะกายโยนความผิดกูไม่สนใจหรอก กูรู้แค่กูมีส่วนผลักให้ลู่หานต้องมาเจอกับเรื่องแย่ๆ แบบนี้ และถ้ากูยังพอมีมนุษยธรรมอยู่บ้าง อย่างน้อย...กูก็ไม่ควรดูดายเวลาเขาถูกมึงทำให้เสียใจ”

 

          “ทำไมอะไรๆ ของมึงต้องเป็นลู่หาน เลิกยัดเยียดมาให้กูซะที” โพล่งออกมาอย่างหัวเสีย ทั้งชื่อกับใบหน้า ทั้งดวงตาแล้วก็ทั้งหมดของเด็กคนนั้นเซฮุนเกลียดที่สุด

 

          เกลียดในความเสแสร้งตาใส เกลียดในความหน้าด้านที่แอบซ่อนอยู่ภายใต้หน้าตาโง่เง่าใสซื่อแบบนั้น

 

          แค่นึกถึงก็โมโหขึ้นมาแล้ว เรื่องเมื่อหลายคืนก่อนจงอินยังไม่รู้ แต่ไม่ใช่เขา ที่สุดท้ายเด็กคนนั้นก็เอาแต่ร้องครางหาซ้ำๆ

 

          ไร้ค่า...ไม่มีราคาให้ต้องสนใจทั้งนั้น!

 

          ประสานสายตา แต่เพื่อนยังคงใจเย็นไม่มีทางทีขุ่นมัวกลับมา

 

          “เพราะเขาเป็นคนเดียวหรือเปล่าที่ไม่เคยเปลี่ยนไปจนมึงกลับมา”

 

          “ใจคนมันเปลี่ยนกันง่าย มึงรู้ดี” ย้ำชัด แต่...

 

          “ใช่...แต่คนที่ถูกมึงพูดจาแย่ๆ ทิ้งไว้ก่อนจะหายหัวไป แล้วยังเหมือนเดิมจนถึงตอนนี้ จะไม่ได้รับโอกาสอะไรเลยมันไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอวะ”

 

          คำถามที่คาใจดังขึ้น แต่กลับไม่มีคำตอบอะไรกลับมา

 

          เซฮุนมองเมินไปทางอื่น ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ วันนี้เขาได้ปล่อยให้ชื่อของลู่หานเข้ามาวุ่นวายมากเกินไปแล้ว

 

          มากเกินไป...จนหงุดหงิดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

          ให้มันจบลงเท่านี้เถอะนะ...บอกกับตัวเองพร้อมหันกลับมาสานต่อบทสนทนาที่ถูกตัดขาดเป็นครั้งสุดท้าย

 

          “กูไม่เคยมีความคิดจะคบกับคนแบบนั้น จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่คิดและจะไม่มีวันคิด อีกอย่าง...แทนที่จะเอาแต่ตั้งคำถามก่อกวน มึงควรดีใจที่กูกำลังจะเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนอย่างที่มึงหวัง คิมจงอิน”

 

          เสียงทุ้มลึกย้ำชัดในความคิดของตัวเอง หนักแน่นและไม่มีล้อเล่นหลอกลวง

 

          ในดวงตาคู่นี้ไม่ภาพของเจ้าตัวเล็กนัยน์ตากวาง

 

          ไม่มีความรักไว้สำหรับลู่หาน

 

          ไม่มีอะไรให้หวังอีกต่อไป...

 

          ครู่หนึ่งที่หยุดนิ่งเจ้าของชื่อก็ถอนหายใจเชื่องช้าออกมา

 

          “งั้นก็ทำตามใจตัวเองไป แต่คิดให้ดีก่อนตัดสินใจ อย่าให้คำพูดมึงทำร้ายตัวเองหรือใครๆ เหมือนที่ผ่านมาอีก”

 

          เสียงที่เอ่ยบอกจบลงไปก่อนที่สายลมจะพัดผ่านไปวูบใหญ่

 

          รวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวทัน ไวเกินกว่ากาลเวลาจะเคลื่อนไหว

 

          เซฮุนเอื้อมมือออกไปข้างหน้าพร้อมกระชากคอเสื้อของคู่สนทนาเอาไว้แน่น!

 

          ดวงตาคู่คมเรืองรองเป็นประกายโกรธเกรี้ยว เหมือนพร้อมจะฆ่าทุกคนที่กล้าเอ่ยถึงอดีตของเขา!!

 

          — ตอกย้ำด้วยคำพูด กึ่งเยาะด้วยแววตาอย่างที่คนตรงหน้ากำลังทำ

 

          “ถ้ามึงไม่ใช่เพื่อน กูจะกระทืบมึงให้ตายตรงนี้ จงอิน”

 

          เค้นเสียงขณะพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ สาบานว่าเขาลงมือแน่ แต่โชคดีที่อีกฝ่ายไม่ได้โต้ตอบต่อความ คนผิวแทนเพียงแค่รับฟัง และครู่หนึ่งก็ยกมือของตัวเองขึ้นมาบีบข้อมือนั้นตอบ

 

          “ถ้ามึงไม่ใช่เพื่อน...กูจะไม่ยอมเสียกับคนโง่เง่าแบบนี้แน่ เอาบทเรียนที่ผ่านมาสอนตัวเองให้มากๆ โอเซฮุน”

 

          ประสานสายตาท้าทาย และ...

 

          “กูขอให้มันเป็นการเริ่มต้นใหม่ที่ดีอย่างมึงหวังไว้ก็แล้วกัน ให้มันเป็นการเริ่มต้นใหม่จริงๆ ไม่ใช่แค่การวิ่งหนีอย่างที่ผ่านมา”

 

          แล้วก็กระชากมือของเพื่อนออกไป จงอินผลักร่างสูงกว่าให้ออกห่าง มองผ่านแล้วหันหลังกลับเดินจากไปจากตรงนั้น ทิ้งคนให้อีกคนจมอยู่กับคำพูดสุดท้ายของตนอย่างไม่ใยดี

 

          เสียงฝีเท้าดังห่างออกไป แต่ไฟที่คุกกรุ่นอยู่ภายในไม่ได้ดับมอดไปด้วย

 

          เซฮุนสูดหายใจเข้าลึกกดโทสะของตัวเองลงไปให้ลึกที่สุด น่าเสียดาย...เขาน่าจะต่อยหมัดออกไปสักเปรี้ยง ให้สาสมกับที่มันกล้ากวนอารมณ์ของเขาให้ขุ่นมัวขนาดนี้ – ระหว่างเขากับคิมจงอินมันมักก้ำกึ่งระหว่าเพื่อนกับศัตรูที่รู้จักกันดีเสมอ

 

          แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ยอมรับ...แม้จะชอบเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นไปบ้าง แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งมันก็เป็นคนที่ใส่ใจคนรอบข้างไม่น้อยเช่นกัน

 

          — ไม่อย่างนั้นคงไม่พยายามแก้ไขความประมาทของตัวเอง ที่ทำให้เขากับลู่หานได้ใกล้ชิดกันอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นจนน่ารำคาญอยู่แบบนี้หรอก

 

          และเขาก็รู้อีก...ว่าจงอินหวังให้เด็กคนนั้นช่วยเยียวยารักษาความเจ็บปวด ที่ไม่เคยหายไปในความรู้สึกนี้

 

          ต่างจากเซฮุนที่ไม่เคยหวังให้เป็นแบบนั้น...

 

        ‘บนโลกนี้ไม่มีใครใจดีพอจะให้โอกาส คนที่เคยทำผิดมาแล้วครั้งหนึ่งหรอก อย่าโลกสวยไปหน่อยเลย

 

          ได้ยินเสียงของตัวเองดังขึ้นในความเงียบงัน ทางข้างหน้ามืดมิด และมีเพียงใบหน้าของใครคนหนึ่งที่กระจ่างชัดอยู่ในความทรงจำเสมอ

 

          คนที่มักมีรอยยิ้มสดใสและเคยเป็นทั้งชีวิตของเขา...

 

        ‘มีแต่เด็กโง่เท่านั้นที่จะคิดแบบนี้ คนที่มีอดีตผิดพลาดไม่ใช่คนเลวร้ายสักหน่อย ที่แย่จริงๆ คือพวกไม่รู้จักให้โอกาสคนต่างหาก แล้วโลกใบนี้ก็ไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ

 

          แล้วมือบอบบางข้างนั้นก็ตบลงมาบนหลังเขาดังพลั่ก แต่ในความรู้สึกของเซฮุนมันช่างเบาหวิว และน่าทะนุถนอมปกป้อง เหมือนรอยยิ้มที่สว่างไสวบนริมฝีปากสีชมพูหวานน่ารักนี้

 

          ริมฝีปาก...ที่ขยับเอ่ยถ้อยคำเปลี่ยนชีวิตของเขา

 

          มือใหญ่ข้างลำตัวกำแน่น เขาเคยได้ยินประโยคแบบนั้นเมื่อนานมากแล้ว นานจนมันมันหายไปจากความทรงจำพักใหญ่

 

          นาน...จนไม่เคยคิดว่าวันนี้จะได้ยินมันอีกครั้ง

 

          — ได้ยินทั้งที่ไม่อยากได้ยิน ไม่อยากรับรู้แต่กลับคิดถึงมันเหลือเกิน

 

          เซฮุนหลับตาลงเชื่องช้า สงบสติอารมณ์ก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถพร้อมขึ้นนั่ง ไม่อยากใส่ใจกับคำพูดของคิมจงอินมากนัก มันก็แค่การเริ่มต้นใหม่...ถ้าไม่ดีหรือแย่กว่าที่คิดก็แค่ถอยกลับมาที่เดิมเท่านั้น

 

          มือใหญ่เข้าเกียร์แล้วขับรถกระชากออกไป เหลือไว้เพียงมวลอาการที่ปลิวว่อน กับกลุ่มก้อนความสับสนที่เขาเลือกจะโยนมันทิ้งไป

 

          ก็แค่การทดลองที่ไม่จำเป็นต้องจริงจัง

 

          หวังว่าพยอนแบคฮยอนจะคิดแบบนั้นเหมือนกัน...


 (ต่อ) 


          “สั่งของคาวก่อนนะครับ"

 

          เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น เรียกให้ใบหน้าหวานที่กำลังก้มงุดจมอยู่กับเมนูเงยกลับขึ้นมา

 

          ความดูดีของชานยอลคือคำตอบอย่างแรกที่เห็น ตามมาด้วยรอยยิ้มเอ็นดูอ่อนโยนตามนิสัย แต่ทั้งหมดนั่นคือการรู้ใจ รู้ทัน และ...คนมองแอบคว่ำปากนิดๆ

 

          ลู่หานไม่ค่อยชอบกินอาหาร มื้อละนิดเดียวของคนอื่นคือมากแล้วสำหรับเขา หรือไม่อย่างนั้นบางทีลืมนึกถึงมันไปทั้งวัน

 

          ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแบคฮยอนกับคยองซูจะเหนื่อยหน่ายกับเรื่องนี้แค่ไหน – บ่นทีเจ้าลูกกวางค่อยแก้ไขที แต่สุดท้ายก็กลับมาเป็นแบบเดิมอยู่ดี

 

          ก็เท่านั้น...แต่เขายังกินขนมอยู่บ้างนะ ไม่อย่างนั้นเพื่อนๆ คงประสาทเสียมากกว่านี้

 

          และใช่...เจ้าตัวเล็กชอบกินของหวานมากกว่าอะไรทั้งหมด

 

          — ใส่เสื้อผ้าไซส์เล็กที่สุดแต่สามารถกินเค้กคนเดียวได้ทั้งปอนด์ ผอมแห้งจนเหมือนแค่ลมพัดก็จะปลิวหายไป แต่กลับสามารถจัดการกับไอศกรีมคนเดียวได้เป็นสิบๆ ลูก

 

          ไม่เคยอ้วนไปมากกว่านี้ แต่กระเพาะของลู่หานก็จริงจังกับเรื่องแบบนี้เสมอ

 

          และทุกๆ กลางสัปดาห์จะเป็นวันที่น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ

 

          “เท่านี้ก่อนนะครับ ของหวานค่อยสั่งเพิ่มทีหลัง” คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามบอกกลับไป พร้อมส่งเล่มรายการอาหารคืนให้

 

          พวกเขาตกลงกันไว้ หนึ่งในสัญญาหลายๆ ข้อ ที่ว่าขอให้มีวันหนึ่งซึ่งไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหนก็ต้องได้เจอกัน – ชีวิตคู่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แน่นอนว่ายังมีเรื่องต้องทำความรู้จักและเรียนรู้กันไปทั้งชีวิตไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด เพราะแบบนั้นชานยอลจึงคิดว่าเขาสองคนไม่ควรหายหน้าหายตาไปจากกัน

 

          แต่ถึงจะพูดแบบนั้น...แทบทุกพักเที่ยงลู่หานก็จะได้เห็นหน้าชายหนุ่มเสมอ ถ้าเขาไม่ติดเรียนหรือกิจกรรมคณะ แทบทุกเย็นปาร์คชานยอลคนนี้จะต้องแวะมารับ ไม่ได้มาส่งที่หอพักก็ขอให้ได้ซื้อน้ำหวานมาส่งก็ยังดี

 

          ชายหนุ่มตามใจลู่หานเสมอ ตามใจ...จนกลัวตัวเองจะเสียคน

 

          ชานยอลใจดีกับทุกคน แต่เขาก็รู้ว่าตัวเองได้ทุกอย่างมากกว่าใครคนอื่นทั้งหมด

 

          ได้มากกว่า...จนไม่รู้จะตอบแทนยังไง

 

          ดวงตากวางคู่ใสสะท้อนภาพของคนตรงหน้า หัวคิ้วนั้นย่นเข้าหากันนิดๆ ตอนกำลังระรัวนิ้วบนแป้นพิมพ์ตอบข้อความกลับไป สองสามนาที...เดี๋ยวเดียวก็เงยกลับขึ้นมา

 

          “ครับ...มีอะไรหรือเปล่า ถามได้นะ” – เพิ่งรู้ตัวว่าเสียมารยาท เจ้าลูกกวางรีบส่ายหน้าแล้วหลบตาทันที

 

          ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ แล้วร่างสูงก็โน้มตัวเข้ามาใกล้เขาอีกนิด

 

          “แต่ผมอยากให้เสี่ยวลู่ถามนะ อย่างน้อยก็แสดงว่าเราสนิทกัน หรือรู้สึกหวงผมขึ้นมานิดๆ แบบนั้นผมคงดีใจมาก”

 

          สุภาพ ใจดี สุภาพบุรุษ แต่ก็ตรงไปตรงมาและชอบแอทแทคหัวใจลู่หานให้เต้นแรงอยู่เรื่อยเลย

 

          คนฟังห่อไหล่ แล้วก็ช้อนตาขึ้นมอง แก้มยุ้ยๆ น่าหยิกนั้นแดงก่ำจนปิดไม่มิด – ชานยอลมักชมกันว่าน่ารักอยู่บ่อยๆ แต่ลู่หานไม่คิดว่ากวางตัวขาวซีดอย่างเขาเป็นแบบนั้น

 

          เม้มริมฝีปาก แล้วก็มองเลี่ยงไปทางอื่น “...ก็...หวงนิดหน่อย”

 

          เสียงใสแผ่วเบา ต่างจากคู่สนทนาที่ทำท่าเสียดายใหญ่โต

 

          “ว้า...นิดเดียวเองเหรอ สงสัยผมยังหล่อไม่พอ”

 

          เสยผมทำหน้าเศร้าเสียใจ และเหมือนว่าจะมีเสียงออกมาจากดวงตาใสๆ ภายใต้กรอบแว่นเชยๆ นั่นด้วย

 

          ยี๋...คนหลงตัวเอง!

 

          ลู่หานเบ้ปาก ส่วนอีกคนเท้าคางส่งสายตาออดอ้อนกลับมาให้ – เสียใจจังเลย...

 

          เงียบครู่เดียวพวกเขาก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน

 

          “ร่าเริงแบบนี้คอยหายห่วงหน่อย ดีแล้วล่ะ”

 

          คำบอกนั้นทำให้คนฟังชะงัก พร้อมๆ กับอาหารที่ยกมาเสิร์ฟตรงหน้าอย่างรู้เวลา ลู่หานยังไม่ขยับ มีแต่ชายหนุ่มที่หันไปยิ้มขอบคุณพนักงาน และแน่นอนว่าหล่อนก็เขินอายไปกับเสน่ห์และความอบอุ่นของเขา

 

          อา...ไม่ยุติธรรมเลย ตรงนี้ก็ผู้ชายนะ ผู้ชายอีกคนไง

 

          เจ้าลูกกวางทำหน้าหงิก และไม่ได้ถามถึงความหมายที่มาพร้อมกับประโยคก่อนหน้า ชานยอลดูมีความสุขกับเมนูของตัวเองเกินกว่าที่เขาจะเสียมารยาทรบกวน

 

          รสชาติของมันดีเหมือนการรีวิวจากอินเทอร์เนต และแน่นอนเมื่อเป็นแบบนั้น...อาหารของอีกฝ่ายก็จะย้ายมาในจานของลู่หานทันที

 

          — สปาเกตตี้รสชาติน้ำมันมะกอก กับลูกวอลนัท และมะเขือเทศชิ้นเล็กๆ ที่ปราศจากเนื้อสัตว์ สาบานได้...ไม่ว่ามันจะอร่อยมาจากไหน เขาไม่มีวันเข้าใจความชอบแบบนี้ได้แน่ๆ

 

          ชิมมันและย่นจมูกใส่ทันที “รสชาติผัก”

 

          “ผักมีประโยชน์ครับ”

 

          คำโต้เถียงสั้นๆ ระหว่างกันจบลงไป ทัศนคติเรื่องปากท้องของเขาไม่ตรงกันเท่าไหร่ และนี่คงเป็นเรื่องเดียวที่ปาร์คชานยอลไม่ตามใจลู่หานคนนี้

 

          ปล่อยให้อีกฝ่ายเริงร่าในโลกสีเขียวและสุขภาพดีต่อไป ในขณะที่เขาใช้ส้อมม้วนสปาเก็ตตี้ซีฟู้ดซอสครีมของตัวเองไปเรื่อยเปื่อย มีเสียงพูดคุยถามไถ่ประปราย แต่ไม่มีหัวข้อสนทนาไหนจะทำให้รอยยิ้มจางหายไป

 

        ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?

 

        เหนื่อยไหม?

 

        อยากให้ช่วยอะไรบอกได้เสมอเลยนะ?

 

        กลางคืนอยากวางโทรศัพท์ดึกกว่านี้อีกนิดไหม เผื่อเราจะได้รู้จักกันมากขึ้น?

 

          คำถามเหล่านี้เรียบง่าย แต่กลับทำให้ลู่หานอบอุ่นหัวใจ

 

          ชานยอลใช้กระดาษทิชชู่ซับมุมปากที่เปรอะเปื้อนให้เขา และดวงตาคู่คมตรงหน้ายังคงอ่อนโยนเสมอ

 

          อ่อนโยน...จนบางครั้งเจ้าลูกกวางก็มักถามตัวเองซ้ำๆ ว่า เขาคู่ควรกับความใจดีนี้จริงๆ หรือเปล่า

 

          ถ้าทำได้ลู่หานอยากรักชานยอลให้มากกว่านี้ ถ้าเลือกได้เขาอยากเลือกคนตรงหน้า

 

          “เห็นคนเขาพูดกันน่ะ แบคฮยอนคบกับหมอนั่นแล้วเหรอ”

 

          อีกครั้งที่มือเล็กๆ หยุดนิ่งไป คนตัวเล็กยิ้มนิดๆ เหมือนเขาทำเสียงของตัวเองหล่นหายไป อันที่จริงชายหนุ่มไม่ได้คาดคั้น แต่ลู่หานก็อยากจะบอกออกไป

 

          “ไม่เชิงหรอก แค่เริ่มคุยกันมากกว่าน่ะ”

 

          เพื่อนบอกเขาแบบนั้น ในตอนเย็นที่วิ่งปึงปังเข้ามาในหอแล้วเร่งเร้าขอคำปรึกษา

 

        'ชอบเขาไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ตอบตกลงไปล่ะ'

 

          เสียงของตัวเองยังคงดังชัดในความทรงจำ แต่รอยยิ้มที่ได้กลับมาไม่สดใสเหมือนอย่างเคย

 

        'อื้อ...ก็ชอบล่ะ แต่ไม่เคยคิดถึงขั้นนั้น มันดูเหมือนแฟนคลับของพวกไอดอล ไม่ก็เด็กน้อยที่คลั่งไคล้รุ่นพี่ตัวเองมากกว่าอีก'

 

          คำตอบที่บอกออกมาคลุมเครือไม่แน่ชัด และลู่หานได้แต่จ้องมองใบหน้าน่ารักที่ดูหนักใจอยู่แบบนั้น

 

          แบคฮยอนเป็นคน เซฮุนต้องมีความสุขมากแน่ๆ

 

          อย่างน้อยก็มากกว่าตอนเห็นเขาอยู่ใกล้ๆ

 

          ลอบยิ้มกับตัวเองและกลืนความรู้สึกทั้งหมดลงไปในช่องท้อง ลู่หานไม่เป็นไรหรอก แค่ได้แอบมองจากที่ไกลๆ เขาก็พอใจแล้ว

 

          มองจากตรงนี้และคอยระวังไม่ให้ตัวเองเข้าไปรบกวนเซฮุน

 

          เหมือนอย่างเมื่อก่อนที่ผ่านมา นั่นน่ะ...ดีที่สุดแล้ว

 

        ‘แค่ยืนอยู่ต่อหน้าก็รู้สึกอึดอัดแล้ว...แปลกจังเลยนะ

 

          การสนทนาถูกทิ้งท้ายไว้เท่านี้ เพื่อนไม่ได้อธิบายเพิ่มเติม และเขาเองก็ไม่อยากเซ้าซี้ถาม ไม่ว่าจะตัดสินใจยังไง สองคนนั้นก็ยังเป็นหนึ่งในคนที่ลู่หานรักมากที่สุด

 

          ไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงได้หรอก...

 

          ลอบถอนหายใจ พลางหันมองออกไปยังภายนอกอย่างไร้จุดหมาย

 

          ผนังกรุกระจกด้านข้างเป็นแม่น้ำฮันที่ทอดยาวขนานไปกับท้องฟ้า มีปุยเมฆสีลาเวนเดอร์ และพระอาทิตย์สีส้มค่อยๆ จมหายลงไปในเส้นขอบฟ้า ดวงตากวางดูไหววูบอย่างคาดเดาไม่ได้ต่อความมืดที่กำลังมาเยือน ห้วงอารมณ์เหล่านั้นไม่เคยมีคำตอบ หรือมีใครสามารถเข้าไปสัมผัสจริง

 

          ผนังสีโอลด์โรสกับแสงยามเย็นที่เป็นประกาย ลู่หานกลายเป็นเด็กน้อยสีชมพู

 

          และ...ชายหนุ่มไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้

 

          มือใหญ่ยกกล้องคู่ใจในมือขึ้นมา พร้อมกดชัตเตอร์เก็บภาพทุกอย่างเอาไว้

 

          ปลายนิ้วยาวชะงัก ละสายตาจากเลนส์กล้อง เมื่อเจ้าใบหน้าหันกลับมาทำตาปริบๆ ใส่กัน

 

          “แอบถ่ายเหรอ” แกล้งนิ่วหน้านิดๆ และอีกฝ่ายไหวไหล่ไม่แยแส

 

          “ถึงไม่ยอมก็ไม่ทันแล้วครับ” เสียงทุ้มต่ำกลั้วหัวเราะ แล้วก็กดถ่ายเจ้ากวางหน้ายุ่งอีกครั้งและอีกครั้ง

 

          “ถ้าออกมาแย่เราจะโกรธ” คาดโทษเอาไว้ แต่...

 

          “คนเป็นแบบน่ารัก ผมไม่พลาดหรอก”

 

          อา...ไม่น่าหาเรื่องให้ตัวเองเลย หัวใจของเขายิ่งโง่เง่าอยู่ด้วย มันชอบเต้นตึกตักแรงๆ อย่างไม่ถามความเห็นของเขาเลยสักนิด

 

          ต่อว่าเจ้าก้อนเนื้อในอกข้างซ้าย แล้วได้แต่จ้องตากลับไป พักใหญ่ที่ต่างคนต่างไม่มีคำพูด ริมฝีปากปิดสนิท แม้แต่ในตอนที่ขนมหวานที่ถูกยกมาเสิร์ฟอีกครั้ง

 

          ชานยอลแอบสั่งไว้ให้เขา แพนเค้กแผ่นโตพองฟูส่งกลิ่นหอม ชุ่มไปด้วยน้ำเชื่อม กับวิปครีมสีขาว และผลไม้รสเปรี้ยวสดๆ นานาชนิดที่เข้ากับฤดูกาล

 

          คนตัวสูงยิ้มให้เขา พลางเอื้อมมาจับมือข้างหนึ่งเอาไว้

 

          “ถ้าไม่อยากกินข้าวแล้ว กินขนมหวานที่เสี่ยวลู่ชอบเถอะครับ”

 

          อาหารในจานพร่องไปครึ่งเดียวเท่านั้น และก็ยังเป็นคนที่รู้ใจเขาดีที่สุดเสมอ

 

        เหนื่อยไหมที่ต้องดูแลเขา?

 

        รำคาญหรือเปล่าที่เขาโง่และอ่อนแอ?

 

        หรือว่า...เบื่อไหมที่ต้องรอเขาอยู่แบบนี้?

 

          บีบมือข้างนั้นตอบกลับไป แต่ลู่หานไม่ได้เอ่ยถามนอกจากยิ้มนิดๆ ให้อีกฝ่าย

 

          ทุกอย่างกลับคืนเป็นปกติ พวกเขาจัดการกับทุกอย่างตรงหน้า ก่อนจะลุกออกไปเถลไถลข้างนอกต่ออีกนิดหน่อย

 

          ลานกว้างแถวนั้นมีผู้คนมาออกร้านและของขายเยอะแยะ ทั้งสินค้าแฮนด์เมด โปสการ์ดสวยๆ หรือแม้แต่ฟู้คทรักส์กับเมนูแปลกๆ ซึ่งไม่มีขายที่ไหน

 

          พวกเขาชอบบรรยากาศแบบนี้ แสงไฟสีส้มตามต้นไม้ดูคลาสิกกว่า และทุกอย่างน่าสนใจกว่าของโรงงานที่แปะป้ายราคาไว้แพงแสนแพง

 

          สายลมริมแม่น้ำฮันสดชื่นเสมอ และตอนนี้ในมือของลู่หานก็ยังไม่ได้ห่างจากขนมเลย

 

          “ลองร้านนี้ไหมครับ” ชายหนุ่มชี้มือให้เจ้าลูกกวางที่เพิ่งกลืนแป้งเครปคำสุดท้ายลงคอ

 

          “อีกนิดก็อ้วนเป็นหมูแล้ว”

 

          “อาฮะ...เป็นการตัดคู่แข่งที่ไม่เลวเลย”

 

          “นอกจากชานยอลก็ไม่มีใครโชคร้ายแบบนี้อีกแล้ว” โต้ตอบท่าทางลูบคางหมั่นไส้นั่น สุดท้ายก็หัวเราะไปด้วยกัน

 

          ชายหนุ่มลูบหัวเขาและหันไปสั่งเมนูแนะนำจากเจ้าของร้าน

 

          เต็นท์ผ้าใบธรรมดาที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสีขาวแดงเหมือนคณะละครสัตว์ กลิ่นข้าวโพดคั่วหอมเนยที่ไม่เหมือนกับในโรงหนังอบอวลไปทั่ว น้ำดื่มหลายสีสันมากมายกำลังเต้นรำอยู่ในตู้ เชิญชวนเด็กๆ และผู้คนมากมายให้เข้ามาดูใกล้ มีลูกกวาดและมาร์ชเมลโล่สีขาวนุ่มนวลอยู่ทางด้านใน และพายเนื้อที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ ชวนให้ท้องร้องอีกครั้ง

 

          ลู่หานกำลังเพลิดเพลินกับความมหัศจรรย์ในโลกเล็กๆ ตรงหน้า ดวงตากวางทอประกาย และริมฝีปากสีชมพูหวานก็มีรอยยิ้มนิดๆ

 

          ทั้งหมดอยู่ในสายตาที่อ่อนโยนของชานยอลเสมอ

 

          — ลู่หานเป็นความบริสุทธิ์ที่ใสสะอาดและซื่อตรง ไม่มีคำว่าโกหก ท่ามกลางประกายแสงดวงเล็กๆ ที่รายล้อมนี้ กวางน้อยธรรมดาที่ไม่มีอะไรพิเศษคนนี้ กลับน่ารักและสวยงามได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

          เหมือนโลกในความฝันที่แสนสั้นและเปราะบาง

 

          ขนมชิ้นสวยถูกยื่นมาให้ และคนตัวเล็กหันกลับไปมองพอดี

 

          “ชอบหรือเปล่า”

 

          “อื้อ”

 

          “วันนี้มีความสุขไหม”

 

          “แน่นอน...ขอบคุณนะชานยอล”

 

          ยิ้มรับ แต่มือข้างนั้นกลับบีบมือของเขาเอาไว้แน่น ดวงตาที่เห็นสับสนและไม่คงที เหมือนเส้นกราฟที่วิ่งเร็วและเคลื่อนไหวเป็นคลื่นจนน่าเห็นใจ

 

          ชานยอลไม่เคยเป็นแบบนี้...ไม่อย่างนั้นก็นานแล้วที่ลู่หานไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึกนี้

 

          นานมากแล้ว...ตั้งแต่วันที่คนดังแปลกหน้าคนนี้เดินตรงเข้ามาแนะนำตัวกับเขาเป็นครั้งแรก

 

          คนตัวเล็กกลั้นหายใจ มือทำกำขนมเอาไว้สั่นเล็กน้อยโดยไม่มีใครสังเกต เมื่อต้องมองลึกเข้าไปในความรู้สึกเหล่านั้น

 

          “แล้วผมล่ะ...ดีพอหรือยัง” เสียงทุ้มต่ำแผ่วเบา “ผมดีพอที่จะเป็นคนดูแลความสุขทั้งหมดของเสี่ยวได้หรือยัง”

 

          ไม่มีคำตอบนอกจากนัยน์ตาคู่สวยที่ระริกไหว

 

          เมนูแนะนำจากร้านละครสัตว์คือแอปเปิ้ลสีแดงวาวใส เคลือบด้วยคาราเมลที่หอมและหวานอย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

 

          หอมและหวาน...ต่างจากยาพิษที่เขาเคยลิ้มลอง

 

          ลู่หานเม้มริมฝีปาก และในหูของเขาได้ยินเพียงคำถามสุดท้ายระหว่างกันในค่ำคืนนี้

 

          “คบกับผมได้ไหม เสี่ยวลู่”



TBC*




เอ้า...พายยยย!!
5555555555555555555


หวานๆ พักใจกันเนาะ
ตอนหน้ามีแขกมาค่า
จะเป็นใครต้องรอลุ้นเอาน้า


หลายคนเปิดเทอมแล้วสู้ๆ นะคะ
เราเป็นกำลังใจให้ตรงนี้น้า
เหนื่อยก็กลับมาหาๆ


พูดคุยสรรเสริญคุณพระเอกไปพร้อมกันได้
ที่คอมเมนต์และแท็กนะคะ


ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ.



Hashtag
#ฟิคห้ามจูบ

 





 

 

 

 

 

 

 

 

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 133 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,559 ความคิดเห็น

  1. #3551 mamayongg (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 15:24
    น้องง คบเลย!!!
    #3,551
    0
  2. #3541 เสี่ยว ป๋าย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 13:16

    คบเลยยยย

    #3,541
    0
  3. #3536 Ppray_hss (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 23:24
    อื้อ คบกันนะชานยอล
    The end
    คือหมั่นไส้พระเอกไม่ใช่ไร อยากต่อย555555555 อิน
    #3,536
    0
  4. #3533 Paniin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 03:10
    ดีเกินไปแล้ววนะชานยอล;_;
    #3,533
    0
  5. #3524 Tangkwa Maneewan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:27
    เอออ เเม่หงุดหงิดเเล้ว คบไปเลยเสี่ยวลู่
    #3,524
    0
  6. #3517 เจ้าหญิง ซวานากิ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 23:36
    คบเลยลูกคบไปเลยกับชานน่ะ!!
    #3,517
    0
  7. #3477 prsh (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 05:48
    น้องจะตอบว่าไง แต่ตอนนี้เนี่ยชียร์ชานยอล
    #3,477
    0
  8. #3449 sunsweets (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 23:20
    คบเลยๆ กระโดดขึ้นเรือชานลู่ 555
    #3,449
    0
  9. #3437 Annonymus (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 22:47
    เชียร์ให้คบเลยหนู ใครจะใจดีเท่าชานยอลไม่มีอีกแล้วนะ
    #3,437
    0
  10. #3407 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 09:38
    คบเลยลูกกกก
    #3,407
    0
  11. #3402 Sehunnie94 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 12:04
    คบกับพี่ชานเลยลูกคบเลย
    #3,402
    0
  12. #3358 NLHH12 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 12:13
    คบเลยค่าาาา
    #3,358
    0
  13. #3124 tuntiiz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 22:39
    เว้ยยยยยยยยยยยย อิพี่ชาน ไปหาแบคนะ 555
    #3,124
    0
  14. #3042 tha_na_porn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 11:40
    #ทีมชานลู่55555
    #3,042
    0
  15. #2993 luhanbaekhyunkai (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 06:43
    คบเลย!!!
    #2,993
    0
  16. #2945 polypoll (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 20:24
    เปลี่ยนทีมทันทีค่ะ ชานลู่ต้องมา
    #2,945
    0
  17. #2829 I LoVe xs (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 18:14
    รักฮุนฮาน แต่ตอนนี้ทีมชานลู่ค่ะ!!!
    #2,829
    0
  18. #2828 MomayThesw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 17:47
    ชานยอลลลลลลลลลลลลลลลลลอ่อนโยนที่สุดเลย เสี่ยวลู่ลองคบดูนะ นะๆๆ
    #2,828
    0
  19. #2618 janenyhun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 02:42
    อยากได้แบบนี้
    #2,618
    0
  20. #1974 seyiyemoon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:31
    ชานยอลอบอุ่นเว่อ
    #1,974
    0
  21. #1829 Fuyuu (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:23
    เลือกไปเถอะหน่าาา อย่าทำพี่เขาเสียใจด้วยเสี่ยวลู่เลือกไปเลยยยย เขาทำให้เรามีความสุขนะเว่ยยยย เลือกเด้ เลือกกกกกกก
    #1,829
    0
  22. #1822 mssss (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:40
    ดีไปเค้าก็ไม่ชอบสงพี่ชาน
    #1,822
    0
  23. #1673 PareWaPkh (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:52
    ชานลู่ พลีสสส
    #1,673
    0
  24. #1595 JongjitSriyan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:36
    อยากให้ลู่รักชานจัง ไม่อยากให้คบตอนนี้เพราะลู่ยังรักเซ คบไปจะเสียใจและเสียเพื่อนที่ดีกันซะเปล่าๆ
    #1,595
    0
  25. #1587 bruinx_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:17
    คบเลยยยย ปล่อยเซฮุนไปซะะะะ
    #1,587
    0