[END] Deep kiss :: HUNHAN

ตอนที่ 7 : CHAPTER 6 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,015
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    7 ม.ค. 61




CHAPTER 6

 

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

 

        วันนั้นท้องฟ้าเป็นสีชมพู

 

          ฤดูใบไม้ผลิที่ดอกเชอร์รี่พร้อมใจกันเบ่งบานต้อนรับ

 

          นักศึกษาใหม่ทุกคนกำลังวิ่งไปตามเสียงประกาศเรียกรวมของพวกรุ่นพี่ – ลู่หานเป็นหนึ่งในนั้น และกำลังจะเติบโตจากรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ในอีกสี่ปีข้างหน้า

 

          คนตัวเล็กรีบเข้าไปต่อหลังเพื่อน คล้องป้ายชื่อเพื่อรอรับคำสั่งในกิจกรรมต่อไป

 

          ใครคนหนึ่งที่ไม่ทันมองย่อตัวลงนั่งในแถวข้างเขา พร้อมเอ่ยทักทายโดยไม่ได้คาดคิดมาก่อน

 

        'อ้าว...มาจากโรงเรียนเดียวกันเหรอ ฉันโอเซฮุน ยินดีที่ได้รู้จัก'

 

          ใครคนนั้นบอกเขา...คนที่เหมือนอยู่ไกลกันคนละโลกและไม่สามารถจับต้องได้

 

          แต่วันนี้กลับอยู่ตรงหน้า...ใกล้กันจนเห็นสีน้ำตาลเข้มในดวงตาคมคู่นั้น

 

          ใกล้กัน...จนเห็นรอยยิ้มที่อบอุ่นใจดีชัดเจน

 

          ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแสงจากดวงอาทิตย์หรือเปล่าที่ทำให้ดวงตาของลู่หานพร่ามัว ท้องฟ้าที่ไร้เมฆเจิดจ้า ทอประกายจนต้องหยีตา

 

          จำไม่ได้เลยว่าตอนนั้นเขาเอ่ยตอบไปว่ายังไงบ้าง - แนะนำตัวหรือว่าแค่ยิ้มตอบเพราะไม่มีคำพูดที่ดีกว่านั้น

 

          คนโง่อย่างลู่หานทำอะไรได้บ้างเมื่อคนที่แอบชอบมาตลอดปรากฏตัวตรงหน้า

 

          ใช่...เขาชอบโอเซฮุนมาตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนไฮสคูล

 

          แต่กลับจำเรื่องราวในวันนั้นไม่ได้เลย ความทรงจำนี้ผ่านมานานมากแล้วจริงๆ

 

          ผ่านมาเนิ่นนาน...จนเขานึกภาพรอยยิ้มอ่อนโยนนั้นไม่ออกอีกต่อไป

 

          ภาพเหล่านั้นค่อยๆ เคลื่อนผ่าน ไกลออกไป และอาการโงกหลับทำให้รู้สึกตัวตื่น

 

          ความฝันถูกตัดขาด เหลือเพียงการลืมตาขึ้นมาในโลกของความเป็นจริง

 

          อีกนิดเดียวเขาคงจะตกลงไป แค่ประตูรถเปิดออกลู่หานก็พร้อมจะหล่นแหมะแล้วกลิ้งไปกลางถนน

 

          ร่างเล็กนอนซุกอยู่ตรงเบาะนั่งข้างคนขับ เบียดชิดขดตัวจนดูเหมือนก้อนอะไรสักอย่าง และมันไม่สบายตัวเลยสักนิด – แค่ลองขยับก็เมื่อยไปหมด ทั้งเพลียและเหนื่อยจนอย่างจะงีบต่ออีกสักหน่อย แต่ก็รู้ว่าไม่ได้

 

          ลู่หานขยี้ตาที่รู้สึกแสบกึ่งปวด จนมองเห็นอะไรไม่ชัดเลยสักอย่างในตอนนี้

 

          เขาคงร้องไห้มากเกินไป...

 

          สมองโง่ๆ บอกเขาอย่างนั้น และมันยังจดจำเรื่องเมื่อคืนที่ผ่านมาได้อย่างดี

 

          ไม่รู้ว่าเขางี่เง่าหรือมันไร้ประโยชน์

 

          ผ่อนลมหายใจออกเชื่องช้า ปวดหัวหน่อยๆ และร่างกายก็ยังดื้อดึงจะให้หลับต่อ เจ้าลูกกวางคิดถึงเตียงนอนของตัวเอง คิดถึงผ้าห่มลายแบมบี้ที่คยองซูกับแบคฮยอนซื้อให้ตอนวันเกิด

 

          คิดถึงห้อง...ที่มีรูปของโอเซฮุนแอบไว้ใต้หมอน

 

          เห็นไหม...เขาโง่และก้อนเนื้อในหัวก็ไร้ค่าจริงๆ ด้วย

 

          ลองขยับตัวอีกครั้ง เสื้อผ้ายังคงหลุดลุ่ย แต่อย่างน้อยกางเกงก็ใส่กลับเข้าที่แล้ว - ไม่ได้หันกลับไป เพราะอีกคนกำลังมองอยู่และคงรู้ว่าเขาตื่นได้สักพักแล้ว

 

          มันไม่ใช่ความเขินอาย แค่...ไม่รู้ว่าต้องทำหน้ายังไง

 

          เขาร้องไห้แต่กลับเรียกหาเซฮุน ปากร้องห้ามแต่ร่างกายตอบสนองเรียกร้องอย่างหน้าไม่อาย

 

          ถ้าหายตัวไปจากตรงนี้ได้ลู่หานก็อยากทำ ติดแค่...มันเป็นไปไม่ได้ และเขาต้องกลั้นใจที่จะเผชิญหน้ากับอะไรก็ตามที่รออยู่ต่อจากนี้

 

          พยายามก้มมองให้ต่ำที่สุด หยุดสายตาไว้ตรงหน้าขากับปลายเท้าของตัวเอง เซฮุนเองก็ยังอยู่ในสภาพที่ไม่น่าดูนัก ชายหนุ่มไม่ได้ใส่เสื้อ หรือรูดซิปกางเกงให้เรียบร้อย

 

          เจ้าลูกกวางมองเห็นแค่นั้น ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปมอง แล้วก็ไม่กล้ากวาดสายตาไปมากกว่านี้ – สภาพภายในรถเองก็คงเละเทะพอๆ กัน

 

          ได้แต่เร่งจัดการความเรียบร้อยของตัวเอง นึกโมโหมือที่ยังไม่ยอมหยุดสั่นเสียทีจนต้องเม้มริมฝีปาก และพอลองมองออกไปข้างนอกท้องฟ้ายังคงมืดสนิท

 

          หอพักของเขาอยู่ตรงหน้าแล้ว...

 

          คงเป็นเรื่องเดียวที่พอให้ดีใจได้ในตอนนี้

 

          อยากรีบเปิดประตูแต่ก็ต้องชะงักเล็กน้อย

 

          เขา...ต้องพูดอะไรกับเซฮุนไหม?

 

          คนที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ได้อาละวาดหรือด่าทออะไรกันอีก แต่...จะอะไรล่ะ – คำอำลา ขอบคุณ หรือว่าอะไรดี

 

          ลู่หานลังเลและเผลอกัดริมฝีปากอย่างที่ชอบทำ

 

          บางทีอีกฝ่ายอาจไม่อยากได้ยินเสียงของเขา

 

          ไม่ล่ะ...เซฮุนไม่อยากได้ยินหรอก

 

          คิดแล้วก็ค่อยๆ ผลักประตูออกไป แต่ว่านะ...สูดหายใจเข้าลึกยาว กลืนก้อนความลังเลลงท้องและ...

 

          “...ขอบคุณ...ที่มาส่ง...” พึมพำแผ่วเบา แล้วก็รีบลงจากรถไป ไม่กล้าหันไปมอง และเอาแต่รีบเดินทั้งที่ขาทั้งสองข้างยังอ่อนแรงไม่มั่นคง

 

          ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนๆ นั้นยังอยู่หรือกระชากรถกลับไปแล้ว พอขึ้นมาถึงห้องคนตัวเล็กก็หายเข้าไปในห้องน้ำทันที

 

          — นาฬิกาบนผนังเพิ่งบอกเวลาตีห้าครึ่ง ยังมีเวลาก่อนที่แบคฮยอนจะตื่น และเขาไม่อยากให้ใครรับรู้ถึงการหายตัวไปเมื่อคืนนี้

 

          จัดแจงถอดเสื้อที่แล้วยัดมันกลับลงไปในเป้ สภาพยับเยินขนาดนั้น ต่อให้ซ่อมก็คงมีคำถามตามมา – รอให้ออกไปเรียนลู่หานจะแอบเอามันไปทิ้ง

 

          และอันที่จริง...ตอนนี้คนที่ควรลงไปนอนในถังขยะเหมือนกันก็คงเป็นเขา

 

          สภาพดูไม่ได้เลย...

 

          มองเงาสะท้อนที่ไม่สดใส ตาแดงบวมเป่งน่าเกลียด ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนลูกสุนัขข้างถนน ผิวขาวซีดมีแต่รอยแดงและรอยฟัน โดยเฉพาะช่วงอกที่เจ็บระบมไปหมด

 

          มากกว่านั้น...ยกมือขึ้นแตะรอยคิสมาร์กตรงลำคอ

 

          เจ็บจนสะดุ้ง มันแดงช้ำและเป็นสีคล้ำมากขึ้นกว่าเดิม

 

          คนใจร้ายนั่นกัดจมเขี้ยวเลยสินะ...ถอนหายใจแล้วก็ถอยออกมาจัดการกับตัวเอง

 

          เขาอาบน้ำทั้งๆ ที่ร่างกายหนาวสั่น ทำความสะอาดสัมผัสและร่องรอยของเซฮุนที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกายของตัวเอง

 

          — ไม่ใช่ครั้งแรกแต่ก็ยังร้าวระบม ต่อให้เซฮุนไม่ได้รุนแรง แต่ลู่หานไม่ได้คุ้นชินกับการล่วงล้ำที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองแบบนี้

 

          คงมีแต่ร่างกายของเขาที่จำได้...ทั้งความสุขและความเจ็บปวดที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก

 

          ตอนถูกกอดไว้นั่นคือความสุข ตอนถูกเติมเต็มนั่นคือความอบอุ่นที่เต็มตื้น ก่อนที่ทุกอย่างจะพลันสลายเหลือเพียงความอ้างว้างที่ว่างเปล่า

 

          ไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่ความผูกพัน ก็แค่เซ็กส์จากห้วงอารมณ์และแรงขับดันตามสัญชาตญาณ

 

          ย้ำกับตัวเองอีกครั้ง...

 

          เช็ดตัวและจัดแจงสวมชุดนอนก่อนจะกลับออกมา ร่างบางหย่อนกายลงนั่งบนโซฟา ไม่กล้าเปิดประตูห้องนอนเพราะกลัวเพื่อนจะตื่น และเขาเองก็ยังไม่พร้อมจะตอบคำถามอะไรในตอนนี้

 

          ทั้งหมดจะทำให้เขายิ่งนึกถึงโอเซฮุน

 

          ชันเข่าขึ้นมากอดไว้พร้อมซุกหน้าลงไป จนถึงตอนนี้ก็ยังได้กลิ่นหอมจากร่างกายนั้น...ร่างกายร้อนแรงที่ลู่หานคนโง่สมยอมอยากตายในอ้อมแขนของเขา

 

          อีกแล้วเหรอ...หยุดความคิดนั้นไว้ ส่ายหัวแล้วก็ทิ้งตัวลงนอน ดึงหมอนอิงเน่าตรงหัวมาปิดหน้าไว้ แล้วร่างกายที่เหนื่อยล้าก็ประท้วงขึ้นมาอีกครั้ง

 

          อา...ปวดหัวแล้วก็ปวดตาด้วย

 

          บอกตัวเองให้หยุดดีดดิ้นแล้วสงบลงเสียที

 

          เขาควรฟังเพลงบรรเลงช้าๆ ไม่ก็เปียโนของยูริมะให้สมองได้พักผ่อนบ้าง ยกมือถือขึ้นดู และมันก็แบตหมดจนตายสนิทไปเรียบร้อย

 

          เรื่องแค่นี้ก็ยังไม่เป็นใจเหรอ...ขมวดคิ้วทำตัวเป็นกวางฉุนเฉียว พร้อมโยนมันลงบนพรมเบาๆ อย่างไม่ใส่ใจ

 

          อื้อ...ก็บอกว่าปวดหัว พลิกตัวกลับมาพร้อมยกมือก่ายหน้าผาก จ้องมองเพดานที่เปลี่ยนเป็นสีเทาในความเงียบ ลมหายใจของเขาร้อนผ่าวและลู่หานรู้ว่าตัวเองอาจจะกำลังเป็นไข้อ่อนๆ

 

          อีกเดี๋ยวค่อยลุกไปกินยา...วันนี้เขาพูดกับตัวเองไปกี่หนแล้วนะ เหม่อลอยมองความว่างเปล่าอยู่แบบนั้น

 

          เดี๋ยวจะลุกไปกินยานะ...

 

          เอาแต่คิดวนไปวนมา ไม่รู้เลยว่าสุดท้ายเปลือกตาที่หนักอึ้งนี้ปิดสนิทไปเมื่อไหร่

 

          เขาหลับลึกและในความฝันก็ยังคงเป็นสีดำอึมครึมจนอยากร้องไห้ - หนาวและเหงาเกินไป เหนื่อยแล้วด้วย วิ่งไม่ไหวอีกแล้ว

 

          ได้ยินเสียงกรีดร้องของตัวเองอยู่ข้างใน เสียงที่เขาไม่เคยพูดและไม่มีใครรับฟัง

 

          ลู่หานยืนอยู่ตรงนั้น มองตัวเองค่อยๆ นั่งลงแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น

 

          มอง...แล้วน้ำตาก็ไหลตามออกมา

 

          เขาร้องไห้ไปพร้อมๆ กับตัวตนที่ไม่มีใครมองเห็น

 

          เสียใจอยู่ในมุมมืดที่แสงสว่างสาดส่องเข้ามาไม่ถึง

 

          และมันเป็นแบบนี้มานานมากแล้ว...

 

          สิ่งเดียวที่ส่งผ่านมาถึงคงเป็นเสียงเรียกแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากที่ไกลๆ

 

          มีใครกำลังเรียกเขา ไหล่ที่ปวดเมื่อยถูกเขย่า พร้อมกับแสงสว่างเจิดจาดที่สาดเข้ามาก่อนจะได้ตั้งตัว

 

          แบคฮยอนกับยามเช้าที่มาถึงเร็วเกินไป และการปวดกระบอกตานี้ทำให้ต้องทิ้งตัวลงอีกรอบ

 

          “ฝันร้ายเหรอ” – อา...น้ำตาในฝันยังไหลออกมา และอันที่จริงก็จำไม่ค่อยได้แล้วล่ะ

 

          ลู่หานเช็ดน้ำตาทิ้ง มองเพื่อนอย่างงุนงง ก่อนจะถูกโจมตีด้วยพลาสเตอร์ยาที่แปะป้าบลงมาบนหน้าผากแรงๆ

 

          “...เจ็บ...”

 

          “ก็เจ็บน่ะสิ หัวโนขนาดนี้ไปซุ่มซ่ามเดินชนอะไรมาอีกเจ้ากวางเอ๋อ” พอได้ยินคำบ่นงุ้งงิ้งก็ดุเข้าให้

 

          ลู่หานลูบตรงรอยนูนนิดๆ สงสัยคงเป็นตอนหน้าคะมำในรถ...หรือเปล่านะ

 

          ไม่ได้ตอบกลับ และอีกฝ่ายถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะค่อยๆ แปะแผ่นเจลลดไข้ตามลงมาให้เขา

 

          “เถลไถลจนไม่สบาย เดี๋ยวจะโดน” ดุอีก แล้วก็หยิกแก้มของเขานี้แรงๆ และเจ้าลูกกวางได้แต่หัวเราะเจื่อนๆ ก่อนจะถูกไล่ให้เข้าไปนอนในห้อง

 

          “จะทำมื้อเช้าไว้ให้ รีบกินยาด้วยนะ”

 

          “อื้อ” ลากเสียงอย่างเกียจคร้าน แต่ก็ยังไม่ยอมขยับไปไหน – เจ้าตัวเล็กนั่งกอดเข่า วางคางบนแขนมองตามคนขี้บ่นไปมา รู้สึกร้อนไปจนถึงปลายเท้า เขาป่วยแล้วจริงๆ ด้วยล่ะ

 

          “หยุดวันหนึ่งก็แล้วกันนะ ถึงจะแค่ตัวรุมๆ แต่เอ๋อๆ แบบนี้เดียวก็เหม่อลอยชนโน่นชนนี่อีก”

 

          “ไม่ได้เหม่อสักหน่อย” เถียงและคราวนี้ก็โดนคนที่เดินผ่านไปแล้วถอยกลับมาบีบจมูก

 

          “หัดพกแบตสำรองบ้าง แล้วก็โทร.กลับมาบอกด้วยว่าจะกลับกี่โมง เห็นความห่วงใยเพื่อนเป็นเรื่องเล่นๆ เหรอเจ้าเสี่ยวลู่”

 

          ไม่อ่อนโยนเลยสักนิด แถมยังดึงยืดแก้มของเขาอย่างเอาแต่ใจ ลู่หานหัวเราะ แบคฮยอนในชุกผ้ากันเปื้อนสีเหลืองสดใสนี้ เหมือนคุณแม่ที่ต้องคอยดูแลเด็กโง่แบบเขา

 

          พอใจแล้วก็เดินกลับไปยังหม้อข้าวต้มที่ส่งกลิ่นหอมฉุย ปล่อยให้ลู่หานนั่งเขี่ยโทรศัพท์ของตัวเองไปมา – มันยังคงปิดสนิท แต่ได้รับการต่อชีวิตด้วยสายชาร์จที่เพื่อนต่อมาให้

 

          เขายังไม่ได้เข้าไปในห้อง แต่รอจนคยองซูมารับแบคฮยอนไปเรียน กับคำบ่นอีกชุดใหญ่ที่มาพร้อมกับความอยากเอาสารานุกรมประจำตัวฟาดเขาพอเห็นแผลที่กลางหน้าผาก

 

          เพื่อนมักหัวเสียเวลาเขาเจ็บตัว แต่ลู่หานก็โง่เกินกว่าจะปกป้องความรู้สึกห่วงใยเหล่านั้นได้

 

          ถูกย้ำให้รีบกินข้าวแล้วพักผ่อนให้มากๆ และต้องรีบทุกสายที่พวกเขาจะติดต่อเข้ามา

 

          เจ้าลูกกวางได้แต่ยิ้มส่ง พร้อมโบกมือลาเพื่อนทั้งสอง ก่อนที่ประตูตรงหน้าจะปิดลง

 

          ยามเช้าที่ได้เจอคนที่รักมันทำให้ลู่หานรู้สึกสดใสขึ้น ร่างเล็กบิดขี้เกียจขับไล่ความเมื่อยขบ ก่อนจะลุกขึ้นค่อยๆ เดินมายังโต๊ะอาหาร ขาของเขายังล้าไม่หาย แต่ตอนนี้มื้อเช้าตรงหน้าน่าสนใจกว่า

 

          — ข้าวต้มกับไข่นึ่งสีอ่อนที่ปราศจากเนื้อสัตว์ย่อยยาก

 

          มือเล็กคว้าช้อนตักมันขึ้นมาชิม รสสัมผัสแรกที่ได้รับรู้ คือความอุ่นวาบในช่องท้อง

 

          อบอุ่น...จนน้ำตาไหลออกมา

 

          อา...อร่อยจนน้ำตาไหลเลยนะ หัวเราะเบาๆ พลางเช็ดมันออกจากใบหน้า ก่อนจะกินมันเข้าไปคำโต

 

          น้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง...

 

          คงร้อนเกินไป...บอกกับตัวเอง ริมฝีปากสีชมพูแดงเจ่อ แสบไปหมดแต่เจ้าลูกกวางก็ยังฝืนตัวเอง

 

          คำที่สาม คำที่สี่ น้ำตาก็ยังไม่หยุดไหล พอถึงคำที่ห้า...ลู่หานก็หมดแรงที่กลั้นเสียงสะอื้น

 

          ช้อนในมือถูกวางลงช้าๆ พร้อมกับเสียงร้องไห้โฮที่ถูกปล่อยออกมาดังลั่น

 

          ร้องออกมาให้เท่ากับความเจ็บปวดที่เอ่อล้นจนไม่สามารถเก็บกลั้น และไร้ทางระบายนี้

 

          เสียงร้องไห้ที่เขาคิดว่าตัวเองลืมมันไปแล้ว

 

          ความเสียใจที่ไม่มีใครเคยรับฟัง

 

          จมูกเล็กๆ แดงก่ำ ดวงตาบวมเป่งยิ่งปวดจนมองแทบไม่เห็น แต่น้ำตาของเขาก็ยังไม่หยุดไหล

 

          ยาพิษของแอปเปิ้ลผลนั้นทำให้หัวใจทรมานได้มากจริงๆ

 

          สุดท้ายเขากินข้าวที่แบคฮยอนทำไว้ไม่หมด ลืมกินยา และได้แต่นอนหายใจเอาความร้อนออกมาอยู่บนเตียงของตัวเอง

 

          ต้องถูกดุอีกแน่เลย คยองซูอาจจะตีเขาจริงๆ ก็ได้คราวนี้

 

          ข้างในหัวปวดตุบๆ จากอาการไข้ที่ยังไม่ลดลง เหนื่อยแล้ว...ไม่อยากสู้แล้ว บอกกับตัวเองพลางปิดเปลือกตาที่ร้อนผ่าวลงเป็นการยุติทุกอย่างลง

 

          คราวนี้ในความฝันเหลือเพียงความว่างเปล่ากับความเหงาเล็กๆ

 

 

          และลู่หานก็รู้ตัวว่าเขาควรออกห่างจากเซฮุนให้มากที่สุด

 

 

          คงจะจริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า ถ้าเขาไม่พยายามพาตัวเองเข้าไปใกล้ ก็ไม่มีทางจะได้เจอกันง่ายๆ เลยในรั้วมหาวิทยาลัยที่กว้างใหญ่นี้

 

          ต่อให้ไม่ต้องพยายามหลบหน้า หรือพยายามอยู่ที่คณะและอยู่แต่ที่ห้องสมุดก็ตาม

 

          มันควรเป็นแบบนั้น...แบบตลอดปีกว่าที่ผ่านมา และชีวิตธรรมดาที่ไม่เคยมีเขาคนนั้น

 

          “ซีรอกส์สามชุดครับ” เขาบอกกับอาจุมม่าเจ้าของร้านถ่ายเอกสาร ที่มักยิ้มแย้มต้อนรับนักศึกษาทุกคนอย่างใจดี

 

          เพิ่งเปิดเทอมได้ไม่นานลูกค้าหรือคิวงานเลยยังไม่มาก ผิดกับช่วงสอบที่บางครั้งก็ต้องส่งล่วงหน้าถึงสามวัน

 

          — มหาวิทยาลัยของลู่หานติดหนึ่งในสามของสถานศึกษาคุณภาพของประเทศ ทั้งยังติดอยู่ร้อยอันดับของโลก คงไม่ต้องอธิบายว่าทุกคนต้องขยันและกระตือรือร้นเรื่องการเรียนมากแค่ไหน

 

          แข่งขันกันเองเพื่อจะออกไปแข่งขันกับคนอื่นๆ ในโลกภายนอก อ่านหนังสือให้หนักแม้จะเป็นวันหยุดพักผ่อนที่เพิ่งผ่านพ้นการสอบไป - คติพจน์ของทุกคนที่นี่ ฟังดูเป็นนามธรรมเหลือเชื่อ แต่มันกลับเป็นรูปธรรมที่มีให้เห็นจนชินตา

 

          และบางครั้งลู่หานก็ไม่อยากเชื่อว่าคนอย่างเข้าจะได้เข้ามาเรียนในที่แบบนี้ ตอนนั้นหม่าม้าถึงขั้นล้มวัวทำเนื้อตุ๋นเลี้ยงคนในละแวกบ้านจนเกือบเป็นงานเลี้ยงใหญ่โตเลยล่ะ

 

          มือเล็กๆ ใต้แขนเสื้อสเวตเตอร์สีครีมซุกซนเปิดเอกสารที่รอคนมารับไปมาอย่างไม่มีอะไรจะทำ ก่อนที่มันจะถูกดึงไปพร้อมกับคำถามจากเสียงที่คุ้นหู

 

          “มารับแล้ว เท่าไหร่ครับ”

 

          เงยกลับขึ้นมองและดวงตากว้างเบิกโตนิดๆ “...จงอิน”

 

          “ไง...ไม่เจอกันนานเลยนะ” – เกือบครบอาทิตย์ ถ้าไม่นับคลาสเรียนร่วมของพวกเขา ซึ่งคนถูกทักก็ได้ยิ้มนิดๆ กลับไป

 

          ร่างสูงจ่ายเงินพร้อมๆ กับเอกสารตั้งใหญ่ของเขาที่เสร็จพอดี

 

          “เรียนหนักเหมือนกันนะ” ยังคงชวนคุยและยกกองชีทนั้นไปถือรวมกับของตัวเอง “อยู่ที่คณะกันใช่ไหม เดี๋ยวไปส่ง”

 

          บอกแล้วก็ยิ้มนิดๆ ที่คนมองไม่กล้าค้นหาความหมายไปมากกว่านั้น ไม่ได้ปฏิเสธและได้โค้งตัวขอบคุณให้อย่างมีมารยาท

 

          คิมจงอินหลุดหัวเราะ และก้าวเดินไปพร้อมกับเขา

 

          เหมือนว่าทั้งหมดจะอยู่ในสายตาของใครหลายๆ คน แน่ล่ะ...ก็คุณเขาเป็นคนดัง ส่วนตรงนี้ใครๆ ก็รู้จักแค่ในนามเพื่อนของพยอนแบคฮยอน

 

          ไม่มีใครจำชื่อเขาหรือรับรู้ถึงตัวตน แต่นั่นก็เรื่องปกติของชนชั้นธรรมดาอย่างเขา ที่แปลกมากกว่าคือ...พวกฐานันดรที่หนึ่งอย่างจงอินมาเดินข้างเขาได้ยัง

 

          มองเห็นการซุบซิบและขมวดคิ้วยุ่งเหยิงเหล่านั้นชัดเจน ตลกดีเนอะ...บอกกับตัวเองแล้วก็แอบยิ้มขำ

 

          “อารมณ์ดีแบบนี้ค่อยหายห่วงหน่อย” เสียงทุ้มลึกในลำคออู้อี้ดังขึ้น หยุดโลกในความคิดของเจ้าลูกกวาง

 

          ใบหน้าหวานลืมตัวเลยขึ้นมอง ปลายนิ้วดันกรอบแว่นเฉิ่มเชยของตัวเองตามความเคยชินยามประหม่า ลู่หานไม่มั่นใจว่าสายลมที่พัดเอื่อยๆ อยู่นี้ทำให้เขาหูแว่วไปเองหรือเปล่า

 

          แต่ดวงตาของอีกฝ่ายไม่ได้สื่อไปในทิศทางนั้น

 

          “โอเคขึ้นแล้วใช่ไหม เรื่องจื่อเทาวันนั้น”

 

          ถูกถามและดวงกวางไหววูบไปเล็กน้อย แต่...

 

          “อือ...เราโอเคแล้ว” เลือกที่จะตอบออกไปแบบนั้น ไม่อยากรื้อฟื้นและอยากจะลืมๆ มันไปมากกว่า

 

          จงอินรู้แค่ไหนก็ควรปล่อยให้รู้แค่นั้น...ดีแล้ว

 

          “ขอโทษนะ” จู่ๆ คำพูดที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินก็ดังขึ้น ลู่หานชะงักไปอีกครั้ง แต่สีหน้าของอีกฝ่ายสื่อชัดว่าจริงจังมากแค่ไหน “ถ้าฉันยอมเล่าแต่แรกก็คงไม่คาใจขนาดนี้สินะ เรื่องของเซฮุนน่ะ”

 

          แล้วชายหนุ่มก็หยุดเดินไปเฉยๆ ร่างสูงหันกลับมามองกันตรงๆ และนั่นทำให้คนตัวเล็กไม่กล้าหายใจต่อ

 

          “...ไม่หรอก...เราผิดเองที่...”

 

          “จื่อเทามันว่าไงบ้างล่ะ ที่มันเล่าไว้ฎ ไม่ได้รอฟังจนจบ ชายหนุ่มถามแทรกขึ้นมา ดวงตาสีเข้มคู่นั้นทำให้ไม่รู้เลยว่าจะต้องบอกอะไรไปก่อน

 

          มือใต้แขนเสื้อของลู่หานบีบเข้าหากันแน่น ท่าทางของจงอิน น้ำเสียง และความหมายในแววตา ทั้งหมดแสดงออกเหมือนเรื่องราวต่อไปนี้เป็นอะไรที่เคร่งเครียดน่ากลัว จนเจ้าลูกกวางไม่รู้เลยว่าเขาพร้อมจะรับฟังมันจริงๆ หรือเปล่า

 

          เม้มริมฝีปาก สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตอบกลับไปเชื่องช้า “คุณจื่อเทาบอกว่าเซฮุนเคยมีแฟน...แล้วก็ถูกเธอคนนั้นทิ้งไป”

 

          เสียงใสพูดออกแค่นี้ ตรงกันข้ามกับหัวคิ้วของคนฟังที่ย่นหากันทันที นัยน์ตาคู่นั้นมีเส้นสายวาววับพาดผ่าน เครียดขรึม และอีกสองสามอย่างที่ดูกดดัน

 

          จงอินเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วก็ผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ

 

          “อา...หมอนั่นไม่โกหกหรอก เธอทิ้งเซฮุนไปจริงๆ แต่ว่านะ...” หยุดยั้งคำพูดของตัวเองไว้ แล้วจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา

 

          ดวงตากวางที่ใสสะอาด และซื่อตรงกับความรู้สึกเสมอ

 

          ชายหนุ่มดูกังวล เหมือนในประโยคต่อๆ ไปจะทำร้ายเขาให้เสียใจ และมันเป็นความรู้สึกที่ทางอยากรู้และไม่อยากรู้

 

          “เพราะมันไม่ใช่แค่การลาจาก แต่เป็นการทรยศที่ทำให้เจ็บปวดยิ่งกว่าตายทั้งเป็น เธอคนนั้นน่ะ...”

 

          “นี่ๆ ฉันถ่ายรูปโอเซฮุนมากได้แล้วนะ”

 

          เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา พอหันกลับไปก็เห็นพวกสาวๆ ที่จับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ตรงโต๊ะม้าหินรุมดูโทรศัพท์บนโต๊ะกันอย่างตื่นเต้น

 

          “ตายแล้ว...หล่อกว่าเมื่อก่อนอีกนะ” หนึ่งในนั้นวิจารณ์และทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

 

          “อ๊ะๆ...ฉันได้ยินว่าหายหน้าไปเพราะติดยาไม่ใช่หรอ ไม่น่าเข้าใกล้เท่าไหร่หรอก”

 

          “โนค่า... ผู้ชายที่ดีก็ต้องมีอดีตที่มืดมนนิดๆ นะคะคุณขา ถึงจะน่าค้นหา”

 

          “แต่ฉันเพิ่งได้ยินข่าวลือใหม่มานะ เขาบอกว่าที่โอเซฮุนหายไป เพราะไปรับผิดชอบแฟนที่ท้องก่อนแต่งต่างหาก”

 

          แล้วเสียงฮือฮาก็ดังขึ้น พวกหล่อนพาการแสดงความคิดเห็นไปต่างๆ นานา

 

          ซึ่งทั้งหมดนั้น...ล้วนอยู่ในการได้ยินของจงอินและลู่หานทั้งสิ้น

 

          มือเล็กข้างลำตัวกันแน่น ในขณะที่คนข้างกันก้าวเดินไปข้างหน้าช้าๆ

 

          สีหน้าของชายหนุ่มอย่างเรียบเฉย แต่นัยน์ตาที่โชนแสงนั้นเข้มสีขึ้น ดูกรุ่นโกรธไม่พอใจ

 

          คนเข้าใจผิดสมควรได้รับการแก้ไขเสียใหม่

 

          ตรงเข้าไปหา แต่ก่อนที่จะถึงตัวพวกคนเหล่านั้น...

 

          บางอย่างถูกฟาดลงมาแรงๆ ตรงกึ่งกลางทำให้วงสนทนาแตกกระจาย!

 

          ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบงันรวดเร็ว

 

          ท่ามกลางความมึนงงและสายตาทุกคู่ ใครคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้ากับดวงตาน่ารักคู่นั้นแสดงออกถึงห้วงอารมณ์ที่หลากหลาย

 

          ไม่มีใครพูดอะไร และใครคนนั้นคือคนที่ลู่หานรู้จักดีที่สุด

 

          “...แบคฮยอน...”


 (ต่อ) 


          ไม่ง่ายเลยที่จะเห็นคนร่าเริงอย่างแบคฮยอนโกรธใครสักคน...

 

          ครั้งแรกคือตอนที่มีคนยืมสมุดเลคเชอร์ของลู่หานไปแล้วทำหาย แถมยังปัดความรับผิดชอบแบบน่าเกลียดใส่กันด้วย

 

          คงเห็นว่าเขาเป็นไม่เป็นไรยังไงก็ได้ แต่ไม่ใช่กับเพื่อน ที่ทั้งไม่ใจดีและไม่ยอมปล่อยผ่าน โวยวายเอาเรื่องจนคนต้นเหตุต้องรีบไปตามหากลับมาคืนให้ ถ้าไม่อยากหูชาหรือเจอมหัศจรรย์เจ้าลูกหมาอาละวาด

 

          อีกครั้งคือตอนที่มีพวกผู้ชายนิสัยไม่ดีต่างคณะแกล้งล้อเลียนคยองซู แล้วขโมยเอาสารานุกรมคู่ใจของเพื่อนไปทิ้ง

 

          นั่นเป็นครั้งที่ระเบิดลงกลางมหาวิทยาลัย และทำให้ทุกคนรู้ว่านอกจากเป็นเด็กเนิร์ดเต็มขั้นแล้ว หัวกะทิของคณะก็เป็นคนที่ไม่ควรลองดีมากที่สุดด้วย

 

          ตั้งแต่รู้จักกันมาลู่หานเคยเห็นเพียงเท่านั้น

 

          และมันก็นานมากแล้วเช่นกัน

 

          นานมาก...จนมาถึงตอนนี้

 

          ใบหน้าที่เห็นเรียบนิ่ง แต่ดวงตาที่เคยสดใสกลับขุ่นมัว ไม่มีรอยยิ้มร่าเริงหรือคำพูดคุยสนุกสนานเป็นมิตรอย่างเดิม

 

          นี่คือครั้งที่สาม...ตอนที่มีคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์อดีตของโอเซฮุน...

 

          “...โมโหอะไรมาล่ะแบคฮยอน...ทำหน้าตาน่ากลัวเชียว” หนึ่งในนั้นทำใจกล้าทักทายด้วยใบหน้าที่ฝืนยิ้ม จะว่าเพิ่งสำนึกได้ก็คงไม่ใช่ทีเดียว เพราะอีกหลายคนในกลุ่มยังทำหน้าประหลาดใจกึ่งไม่พอใจกับการแทรกกลางที่เสียงดังตึงตังแบบนั้น

 

          เจ้าของชื่อมองพวกหล่อน มองทีละคนให้เห็นห้วงอารมณ์ที่หลากหลายเหล่านั้น ครู่หนึ่งริมฝีปากน่ารักก็ค่อยๆ ขยับเอ่ยช้าๆ

 

          “กำลังคุยอะไรกันอยู่เหรอ” เสียงนั้นราบเรียบ ไม่ได้กรุ่นโกรธฉุนเฉียวอย่างที่ใครๆ นึกกลัว เหมือนเป็นแค่การถามกลับที่คาดเดาความคิดไม่ได้เท่านั้น

 

          พวกผู้หญิงมองหน้ากัน และอีกคนที่นั่งอยู่ใกล้ที่สุดเป็นคนเอ่ยขึ้น

 

          “ก็เรื่อยๆ นั่นล่ะ แต่ก็...อาจจะมีคุณเซฮุนของนายด้วยนิดหน่อยไม่ว่ากันนะ” บอกแล้วก็หันไปหัวเราะคิกคักกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนเกิดเรื่องจดหมายนั่น พวกหล่อนจะสนุกกับการมีส่วนร่วมมากแค่ไหน

 

          ลู่หานที่ยืนมองอยู่เม้มริมฝีปากเมื่อได้ยิน แต่ตอนนี้มันกลับทำอะไรเพื่อนไม่ได้

 

          “ไม่ว่าหรอก...ถ้าสิ่งที่ทุกคนรู้มาหรือกำลังพูดถึงน่ะเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่แค่ความสนุกสนานที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ”

 

          เวลายิ้มแบคฮยอนน่ารักที่สุด น่ารักกว่าใครๆ แต่ในทางตรงกันข้าม...ก็ตรงไปตรงมาเพื่อความถูกต้องได้เสมอ

 

          เหมือนเหล่าคนฟังหน้าชาไปครึ่งซีก และยังหรอก แค่นี้คนพวกนั้นไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่นอน

 

          “อา...ที่พูดก็จริงนะ แต่นายเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ ก็แค่คนที่ถูกเมินตั้งใจจะทำคะแนนงั้นเหรอ ตลกจังนะ”

 

          แล้วเสียงหัวเราะเยาะก็ดังขึ้น สายตาที่มองกลับเหมือนเห็นอีกฝ่ายเป็นตัวตลก น่าสงสาร และกำลังยุ่งไม่เข้าเรื่อง

 

          แบคฮยอนไม่ได้วิ่งหนีเหมือนครั้งที่แล้ว แค่ยืนนิ่งๆ ท่ามกลางการเย้ยหยันที่พุ่งตรงเข้ามาทำร้าย

 

          แค่ยืนไว้ แล้วก็ยิ้มออกมานิดๆ

 

          “มีแต่คนที่คิดแบบนั้นเท่านั้นล่ะ ถึงจะพูดออกมาได้ และใช่...ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเซฮุน แต่ก็มีสิทธิ์ยุ่งไม่ใช่เหรอ ในเมื่อพวกเธอเองไม่ได้เป็นอะไรยังวุ่นวายกับเรื่องของเขาได้เลย ถือว่าเจ๊ากันนะ”

 

          “พยอนแบคฮยอน” หนึ่งในนั้นลุกขึ้นเผชิญหน้า ดวงตาที่ตกแต่งไว้โฉบเฉี่ยวถลึงมอง ดูเอาเรื่อง แต่เจ้าของชื่อก็ไม่ได้นึกกลัว

 

          ยิ้มให้กว้างขึ้น และเดินเข้าไปใกล้อีกนิด

 

          “คนที่แย่จริงๆ น่ะ ไม่ใช่คนที่มีอดีตเลวร้ายหรอก แต่เป็นพวกที่ไม่ยอมให้โอกาสคนอื่น ดีแต่จะขุดคุ้ยเหยียบย่ำกันอีกครั้งต่างหาก” ดวงตาน่ารักวาววับ ทอประกายกับแสงแดดสวยงาม และอีกความหมายหนึ่งคือความน่ากลัวที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยนัก

 

          “อันที่จริงฉันเองก็เคยได้ยินเรื่องของพวกเธอมาบ้างเหมือนกัน เอาไว้...ถ้าอยากสนุกเหมือนกันเมื่อไหร่จะลองจับกลุ่มคุยแบบนี้บ้างก็แล้วกันนะ” ยิ้มหวานและก็ขยับถอยโบกมือลา ไม่สนใจว่าคนกลุ่มใหญ่ข้างหลังจะโมโหด่าทอด้วยเสียงอันดังขนาดไหน

 

          — พวกหล่อนโกรธจนหลุดคำพูดไม่น่าฟังออกมามากมาย แต่เพื่อนก็ไม่สนใจมัน

 

          เป็นลู่หานมากกว่าที่อดเป็นห่วงไม่ได้

 

          อย่างยอมรับ...นอกจากโง่แล้ว เขาก็ยังอ่อนแอและขี้กลัว อย่าว่าแต่ปกป้องใครเลย เซฟโซนของเขามีแค่ม้าหินรอบๆ คณะ ไม่ก็มุมอับในห้องสมุดเท่านั้น – การกอดกระเป๋าเป้คุณแบมบี้เดินก้มหน้าก้มตาเพื่อไม่ต้องรับรู้อะไรคือทางออกที่ดีที่สุด

 

          ไม่ได้ฉลาดเหมือนคยองซู หรือเข้มแข็งสง่างามแบบแบคฮยอน

 

          นิ่งมองทุกอย่างอยู่พักหนึ่งก็ผละออกจากตรงนั้น

 

          ถึงจะไม่ได้เรื่องสักอย่างแต่เขาก็ไม่สามารถดูดายเรื่องที่เกิดขึ้นได้

 

          ลู่หานรักแบคฮยอนนะ...

 

          ถึงจะไม่กล้าเดินเข้าไปปกป้อง แต่ตรงนี้ก็ยังมีอ้อมกอดของเขาเสมอ

 

          สักวันหนึ่งเจ้าลูกกวางอยากเก่งขึ้น และมีความกล้าที่จะดูแลทุกคนจากทุกการทำร้ายให้เสียใจ – ทั้งคยองซู ชานยอล จงอิน หรือแม้แต่...โอเซฮุนคนนั้น

 

          สักวันหนึ่งนะ...

 

          ความปรารถนาของคนไม่เอาไหนแบบเขา

 

          รีบวิ่งตามไป แบคฮยอนเป็นพวกทำอะไรรวดเร็วผิดกับคนเฉื่อยชาเชื่องช้าแบบเขา เผลอเดี๋ยวเดียวเพื่อนก็คลาดสายตา แต่ลู่หานก็ยังคงไม่หยุดตามหา

 

          ต้องมีสักที่ที่เจ้าตัวยุ่งจะไป ต้องมีสักที และ...

 

          ด้านหลังคณะที่ห่างไกลจากสายตาอยากรู้อยากเห็นทุกคู่ ร่างเล็กหยุดยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางความว่างเปล่ากับใครอีกคนซึ่งทำให้ต้องชะงัก

 

          โอเซฮุน...ที่ไม่รู้ว่าพวกเขาเจอกันตั้งแต่เมื่อไหร่

 

          ลู่หานไม่กล้าก้าวต่อไป ได้แต่แอบมองอยู่ในมุมของตัวเองอย่างไม่มั่นใจ สองคนนั้นอาจจะกำลังพูดคุยธุระสำคัญกันอยู่ก็ได้ เรื่องสำคัญที่...

 

          “ได้ยินหมดแล้วนะที่พูดไปเมื่อกี้” คำบอกนั้นทำให้เจ้าลูกกวางชะงักงัน ไม่กล้าหายใจตอนจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าหล่อจัดเรียบนิ่งนั้น

 

          สีหน้าของร่างสูงมักไม่บ่งบอกความคิด เฉยชาและมองเมินทุกสิ่งบนโลกใบนี้เสมอ ไม่เคยมีสิ่งใดได้รับอนุญาตสะท้อนอยู่ในดวงตาคมดุคู่นั้น

 

          นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมลู่หานถึงอ่านเซฮุนไม่เคยออก

 

          แต่ไม่หรอก...เขามองเห็นอยู่นะ ความเกลียดชังที่ส่งตรงถึงกันน่ะ

 

          เม้มริมฝีปาก อึดใจหนึ่งก็ก้าวออกจากที่กำบัง ก้าวเข้าไปหาเพื่อเอ่ยบอกในสิ่งที่ตั้งใจ

 

          ไม่ต้องเชื่อเขาหรอก จะหันหนีหรือด่าทอเขาลู่หานก็จะยืนนิ่งๆ รับฟัง แต่ว่า...อย่าว่าแบคฮยอนเลยนะ อย่าโกรธที่เพื่อนพูดออกไปแบบนั้น มันไม่ใช่เจตนาร้าย แค่คือการปกป้องอย่างจริงใจ

 

          แบคฮยอน...ชอบเซฮุนมากจริงๆ นะ

 

          นั่นคือทั้งหมดที่อยากบอกออกไป แม้ว่า...หัวใจของเขาจะรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าลูกกวางก็ยังไม่หยุดเดิน

 

          ก้าวเข้าไป และเสียงทุ้มลึกดังขึ้นอีกครั้ง

 

          “ยังชอบฉันอยู่ใช่ไหม” อีกครั้งที่ขาเล็กๆ นี้ต้อหยุดชะงัก ไปต่อไม่ได้และหัวใจที่ควรเต้นถี่กระชั้นก็ค่อยๆ ทำงานช้าลงเรื่อยๆ

 

          แบคฮยอนมองไม่เห็นเขา เช่นเดียวกันกับเซฮุนที่ไม่เคยแยแสการมีตัวตนของลู่หาน

 

          พวกเขาจ้องตากัน นิ่งมองและสื่อสารด้วยถ้อยคำที่ไม่มีใครได้ยิน

 

          ครู่หนึ่งที่ในอากาศมีเพียงความเงียบงัน และสายลมเอาแต่ส่งเสียงหวีดหวิวบีบคั้น ทุกอย่างก็สงบลง

 

          ความว่างเปล่าถูกแปรเปลี่ยนเป็นคำถาม เมื่อริมฝีปากได้รูปนั้นขยับเอ่ยอีกครั้ง

 

          คำถาม...ที่ทำให้เสียงสุดท้ายจากจังหวะการเต้นของหัวใจหายไป และความข่มปร่ากระจายไปทั่วในความรู้สึก

 

          “จะลองคบกันดูไหมล่ะ พยอนแบคฮยอน”

 

 

          ลู่หานเผลอกัดแอปเปิ้ลเคลือบยาพิษในมือเข้าไปอีกคำหนึ่งแล้ว...




TBC*




พีคหน่อยๆ ไม่มาก
5555555555555555555


ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจนะคะ
ดีใจมากๆ เลยค่ะ
จะไม่ลืมความรู้สึกนี้เลยน้า


สำหรับสปอยล์ตอนหน้าน้าน...
ไม่ต้องกลัวนะคะ
คุณจงอินจะเตือนสติตาพี่เอง


พูดคุยสรรเสริญคุณพระเอกไปพร้อมกันได้
ที่คอมเมนต์และแท็กนะคะ


รักกกกก.



Hashtag
#ฟิคห้ามจูบ

 





 

 

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,559 ความคิดเห็น

  1. #3550 mamayongg (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 12:33
    สงสารน้องงงงง
    #3,550
    0
  2. #3547 Sssaiparnnn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 15:17
    เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบหัวใจอยู่ตลอดเลย เจ็บมาก
    #3,547
    0
  3. #3523 Tangkwa Maneewan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:14
    โอ้ยย อะไรกันนน ใจร้ายย
    #3,523
    0
  4. #3502 CeePee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 22:19
    ลู่หานก็ชอบแกนะเฟ้ยยย
    #3,502
    0
  5. #3476 prsh (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 05:22
    น้องงงงงงง เจ็บมากไหมฮือออ
    #3,476
    0
  6. #3448 sunsweets (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 23:08
    เซฮุนอย่างร้าย ทำร้ายจิตใจกันมากเลย
    #3,448
    0
  7. #3436 Annonymus (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 00:00
    ต้องการจะทำอะไรคะคุณเซฮุน???
    #3,436
    0
  8. #3346 กาตุ่ยสีชมพู (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 17:23
    มีถังขยะไหมคะแถวนี้ จะเอาเซฮุนไปทิ้ง
    #3,346
    0
  9. #3123 tuntiiz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 22:28
    ม่ายยยยยย แบคต้องพี่ชานซิ ออกมาาาา
    #3,123
    0
  10. #3041 tha_na_porn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 11:08
    อิเซมันจะมากเกินไปแล้วนะ
    #3,041
    0
  11. #2991 luhanbaekhyunkai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 06:30
    ลำไยอิพระเอกเฮงซวย พี่ชานยอลหายไปไหน
    #2,991
    0
  12. #2944 polypoll (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 20:13
    อิเซฮุนเมื่อไหร่จะพอ โอ๊ยไม่ไหวแล้ว โกรธๆๆๆๆๆๆ
    #2,944
    0
  13. #2827 I LoVe xs (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 08:28
    โอ้ยยยอยากด่าพระเอก!!!!
    #2,827
    0
  14. #2617 janenyhun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 02:25
    โอ้ยยยยยยยยยย
    #2,617
    0
  15. #2574 DevilRoman (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 23:18
    โอ๊ยยยลู่สงสารลู่อ่ะะะ
    #2,574
    0
  16. #2376 YUUUUY (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 12:25
    จุก โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยเยกสเส้วเวยดว้วลพย้วด่อาอาป
    #2,376
    0
  17. #2178 Byuncream chanbaek (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:10
    หมั่นไส้อิฮุน
    #2,178
    0
  18. #1973 seyiyemoon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:12
    ฮืออออ น้องงงง เจ็บจี้ดเลย
    #1,973
    0
  19. #1670 PareWaPkh (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:37
    ต้องอะไรรรรรโอเซฮุน
    #1,670
    0
  20. #1593 JongjitSriyan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:58
    โอ้ยยยยย ลูกฉันนนนน
    #1,593
    0
  21. #1586 bruinx_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:03
    สงสารลู่มากนี่ร้องไห้หนักกว่าลู่หานอี้กกกกกกก
    #1,586
    0
  22. #1571 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:18
    สงสารเสี่ยวลู่มากๆอ่ะ เลิกชอบคนใจร้ายแบบโอเซฮุนเถอะนะ!
    #1,571
    0
  23. #1548 Ammmp1246 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 15:03
    โอ๊ยยยยยย ไม่ไหวแล้ว สงสารน้อง จะเข้าไปต่อยหน้าคุณพระเอกแล้วนะคะ
    #1,548
    0
  24. #1316 hyunbam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 02:43
    โอ้ยยยยม่ายยยยยยโอเซฮุนว้อยย
    #1,316
    0
  25. #1141 Mint Sirilak (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 17:41
    เจ็บอ่ะแง้งงงงงง
    #1,141
    0