[END] Deep kiss :: HUNHAN

ตอนที่ 6 : CHAPTER 5 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,565
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 143 ครั้ง
    3 ม.ค. 61




CHAPTER 5

 

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

 

        ห้องสี่เหลี่ยมดูคับแคบไปสำหรับความอึดอัดในตอนนี้

 

          — มืดสลัว มีเสียงเพลงดังกระหึ่ม และจังหวะตนตรีที่ทำให้ใจเต้นรัว

 

          อันที่จริงลู่หานคิดว่าจะเป็นการพูดคุยปกติในห้องสมุด หรือคาเฟ่เล็กๆ ที่เรียบง่าย ไม่ได้คิดเผื่อว่าคนอย่างฮวังจื่อเทาจะเลือกผับที่อึกทึกเป็นจุดหมายของการพูดคุย

 

          ชายหนุ่มโทรศัพท์ขอเปิดห้องวีไอพี พร้อมสั่งเครื่องดื่มและของว่างมากมายมารอไว้ แต่จากมาเซราติสีดำคันหรูที่นั่งมานั้น เจ้าลูกกวางก็พอรู้ว่าคนๆ นี้สามารถสั่งปิดทั้งร้านเพื่อเรื่องเล็กนี้ได้เช่นกันหากเขาพอใจ

 

          ร่างสูงทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังสีดำตัวยาว ต่างจากคนตัวเล็กที่ค่อยๆ ย่อลง ทิ้งระยะห่างและยังมึนงงกับแสงสีวิบวับไม่หาย เห็นแบบนั้นอีกฝ่ายก็เลิกคิ้วขึ้นนิดๆ ก่อนจะหัวเราะพร้อมใช้มือตบที่ว่างข้างตัวเบาๆ

 

          “ไกลขนาดนั้นจะคุยกันรู้เรื่องเหรอ มานั่งตรงนี้สิไม่ต้องกลัว” แล้วริมฝีปากนั้นก็ขยับยิ้มนิดๆ ที่ไม่บ่งบอกความรู้สึกอะไร

 

          ครู่หนึ่งที่เหมือนชั่งใจร่างเล็กก็ค่อยๆ ขยับเข้ามาหา

 

          “อยากกินหรือว่าชอบอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าจะสั่งเพิ่มให้” อีกฝ่ายยกเมนูขึ้นมากวาดสายตาไล่มองอย่างสบายๆ ส่วนลู่หานกอดเป้ลาแบมบี้ของตัวเองบนตักแน่น “ไวน์หรืออะไรเบาๆ ไหม”

 

          “ไม่เป็นไร ขอบคุณ” ส่ายหน้าไปมาจนกลุ่มผมขยับไหว ปกติเขาไม่ดื่มของมึนเมาพวกนั้น หรือควรจะบอกว่าอยู่ฝั่งตรงข้ามกับพวกมัน มันทำให้เวียนหัว โลกหมุน และหลับไปได้ง่ายๆ แค่คำแรกที่ลิ้มลอง

 

          — คยองซูสั่งห้ามเด็ดขาด และแบคฮยอนจะตีแรงๆ ถ้าดื้อดึงจะชิมมัน คนคออ่อนแบบเขาไม่สมควรแตะต้องเครื่องดื่มพวกนี้

 

          สิ่งที่ได้มาจึงเป็นน้ำเปล่ากับสแน็คง่ายๆ ที่ใสสะอาดปลอดภัย

 

          ลู่หานจิบมันและคนข้างๆ ก็กระดกเครื่องดื่มอะไรสักอย่างที่เขาไม่รู้จักลงคออย่างใจเย็น

 

          “เตกิล่าสักหน่อยไหม ถ้าเมาแล้วเดี๋ยวฉันส่งถึงห้องเอง” ยกแก้วในมือเชิญชวนแต่คนมองกลับยิ่งส่ายหน้า

 

          อันที่จริงตั้งแต่เริ่มต้นเดินทาง ฮวังจื่อเทาคนนี้ก็พยายามชวนเขาคุยมาตลอด ท่าทีทุกอย่างและน้ำเสียงก็ดูเป็นมิตร ติดแค่...ดวงตาเรียวรีของเขาที่มักทำให้หายใจลำบาก และมันมีประกายบางอย่างที่ลู่หานยังแอบกลัว

 

          มือเล็กวางแก้วคืนลงบนโต๊ะ พร้อมหันกลับไปเผชิญอีกฝ่ายที่ยินดีจะปล่อยเวลาให้ผ่านไปเรื่อยๆ

 

          “เรื่องที่จะคุยน่ะ” เสียงใสเริ่มต้นช้าๆ อยากรีบจบทุกอย่างและกลับหอของตัวเอง วันนี้แบคฮยอนไม่ได้กลับบ้าน เขาไม่อยากให้เพื่อนเป็นห่วง

 

          “อา...ใช่ๆ เรื่องที่เราพูดค้างกันไว้” พอเห็นท่าทีกระตือรือร้นแบบนั้นคนมองก็เริ่มเบาใจขึ้นมา เขาคงไม่ผิดสัญญาที่ให้ไว้

 

          “แล้ว...ลู่หานอยากรู้เรื่องอะไรก่อนดีล่ะ ข่าวลือหรือว่าความจริง” ใบหน้าหล่อคมหันกลับมา เขายกแขนฟาดกับพนักพิง ขยับปลายเท้าที่ไขว่ห้างไว้ไปมาสบายๆ แต่ต่อให้ใจเย็นรอมากกว่านี้ คนถูกถามก็ไม่มีคำตอบให้

 

          เจ้าลูกกวางไม่รู้จะเริ่มต้นที่อะไรก่อน มันก็แค่ความอยากรู้อยากเห็นที่ถูกเรียกให้สุภาพว่าเป็นห่วง และคิดว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์เลือกได้ขนาดนั้น

 

          ใบหน้าหวานก้มลงมองปลายนิ้วที่เขี่ยกันไปมา และต้องสะดุ้งตกใจเมื่อถูกปลายนิ้วเย็นชืดแตะสัมผัสลงมาบนแก้ม

 

          ร่างเล็กผงะขยับถอยไปข้างหลัง แต่อีกคนกลับหัวเราะออกมาเบาๆ

 

          “ทำให้ตกใจเหรอ ขอโทษทีๆ” จื่อเทายกมือขึ้นยอมแพ้ - คำพูดคล้ายกับจงอิน แต่กลับให้ความรู้สึกสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

 

          ลู่หานไม่กล้าละสายตาไปไหนอีก และอีกฝ่ายก็ไม่ได้ยืดเยื้อเล่นแง่อะไรกับเขา

 

          “ที่เซฮุนหายไปมันไม่ได้ติดยาหรอกสบายใจได้ มันก็แค่เด็กติดแฟนน่ะ”

 

          คำตอบนั้นตรงไปตรงมาไม่มีอ้อมค้อม แต่ก็หนักแน่น และฟาดลงมาในความรู้สึกของคนฟังจนนิ่งอึ้ง หัวใจชาหนึบ

 

          “...แฟน?” ทวนซ้ำ และคู่สนทนาพยักหน้ารับ

 

          “ไม่รู้มาก่อนเหรอว่ามันมีแฟนน่ะ” ถูกถาม ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าลูกกวางก็พยักหน้าหงึกหงัก

 

          “อา...” ขานรับคล้ายลำบากใจนิดๆ “เซฮุนมันมีแฟนที่คบกันมาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ ม.ปลายแล้ว เป็นผู้หญิงที่อายุมากกว่าเกือบเจ็ดปีเลยล่ะ แต่ก็รักกันดีนะ”

 

          “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้...” ลืมตัวถามออกมาแทบจะทันที ดวงตากวางระริกไหว ฉาบทับไปด้วยประกายสงสัยกังวล ความรู้สึก...ที่ก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าคืออะไร

 

          เขากำลังคาดหวังอะไรอยู่ก็ไม่กล้าค้นหามัน...

 

          “โว้ว...ใจเย็นๆ คุณหนู ฉันไม่ได้กำลังเล่าเทพนิยายที่ต้องจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งหรอก”

 

          “...หมายความว่ายังไง...” เสียงใสแผ่วเบา คนตัวเล็กเผลอห่อไหล่อีกครั้ง ดวงตาที่วาววับเข้มสีของฮวังจื่อเทาทำให้เขารู้สึกกลัวอีกครั้ง

 

          “ก็หมายความว่า...ตอนจบของเรื่องมันไม่สมหวังยังไงล่ะ เธอทิ้งเซฮุนไปและหมอนั่นเสียศูนย์ไปเลยตอนนั้น” คำบอกนั้นมาพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มที่เห็นดูเยือกเย็นจนไม่กล้าหายใจ

 

          ลู่หานเม้มริมฝีปาก ก่อนจะหลบสายตากลับมา

 

          เขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ไม่สิ...ไม่เคยรู้น่ะถูกแล้ว เขาไม่ได้เป็นอะไรกับเซฮุน ตรงกันข้ามคนๆ นั้นเกลียดเขายิ่งกว่าอะไรดี

 

          ไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอก แต่ว่า...เพราะแบบนี้สินะถึงได้เกลียดเขา ปฏิเสธในการกระทำที่น่ารังเกียจแบบนั้น

 

          เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันความเจ็บปวดที่เคยหลงลืมไปก็กลับมาอีกครั้ง

 

          รู้ว่ามันคือความฝันที่ไม่เป็นจริงก็ยังเดินไปหา

 

          รู้ว่าปลายทางของความรู้สึกนี้คงมีแต่น้ำตา ก็ยังไม่ยอมหยุดตัวเอง

 

          ลู่หานนี่มัน...โง่จริงๆ นั่นล่ะ

 

          ยิ้มกับตัวเองนิดๆ แต่น้ำตาไม่ได้ไหลออกมา เขาลืมวิธีร้องไห้ไปนานแล้วเหมือนกัน

 

          “ถ้าหายไปตั้งปีกว่าเพราะเรื่องนี้ เซฮุน...คงรักเธอคนนั้นมากเลยสินะ” พึมพำแผ่วเบา ทว่า...

 

          “รักมากสิ แต่เรื่องราวมันมีมากกว่านั้นอีกนะ”

 

          คำบอกนั้นทำให้คนตัวเล็กหลุดออกจากความคิดของตัวเอง นัยน์ตากวางเบิกโตขึ้น ก่อนจะหันกลับไปมองคู่สนทนาอย่างรวดเร็ว และ...

 

          “...คุณจื่อเทา...” ลู่หานตัวแข็งทื่อ เมื่อมองเห็นใบหน้าหล่อเหลานี้ในระยะประชิด ระหว่างกันแทบไม่เหลือช่องว่างใดๆ และเขาไม่รู้ตัวเลยว่าคนๆ นี้เข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

          “อยากรู้ตอนต่อไปใช่ไหมล่ะ”

 

          มือซึ่งอยู่ผิดที่ถูกยกขึ้นมาอีกครั้ง และคราวนี้ชายหนุ่มจงใจไล้สัมผัสไปทั่วแก้มอย่างจงใจ

 

          นั่นคือสัญญาณอันตราย!

 

          ทั้งดวงตาเรียวรีสีเข้ม รอยยิ้มเย็นตรงมุมปาก ทั้งหมดร้องเตือนให้เขาถอยหนี ขยับออกห่างทีละนิด แต่กลับถูกมือที่วางพาดไว้คว้าเข้าที่ตรงหัวไหล่

 

          ใบหน้าหล่อคมโน้มลงมาใกล้ พร้อมด้วยเสียงกระซิบพร่าที่เป่ารดลงใบหู

 

          “จะเล่าให้ฟังอย่างละเอียด แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนตกลงไหม ลู่หาน”

 

          ไม่มีโอกาสให้ตอบ

 

          ไม่ยอมให้เวลาตั้งตัว

 

          ร่างสูงใหญ่เหวี่ยงลู่หานลงบนเบาะอย่างรวดเร็วทันที!

 

          “...ไม่...เราไม่อยากรู้แล้ว!!”

 

          กวางน้อยร้องบอกพลางผลักคนตรงหน้าให้ออกห่าง ขัดขืนสุดกำลังแต่กลับถูกรวบข้อมือทั้งสองข้างเอาไว้

 

          “งั้นฉันจะไม่เล่าต่อ แค่จ่ายค่าส่วนที่เล่าไปมาก็แล้วกัน”

 

          บอกแล้วก็โถมน้ำหนักลงมา ร่างกายเล็กๆ ถูกกดเอาไว้ไม่ให้ต่อต้านจนเจ็บไปหมด ลู่หานดิ้นหนีและทำทุกวิถีทางอย่างไม่ยินยอม แต่ตัวเล็กเท่านี้ไม่มีทางสู้กำลังของคนด้านบนได้เลย

 

          “อย่าเล่นตัวน่า อุตส่าห์เห็นว่าน่ารักเลยยอมเสียเวลาคุยด้วย แค่นอนนิ่งๆ อ้าขาก็จบแล้ว”

 

          “...ไม่...เราไม่ได้อยากทำเรื่องแบบนี้” เสียงที่พยายามเถียงออกมาสั่นเครือ ใบหน้าหวานซีดเผือด ดวงตากวางสั่นไหวรุนแรงเพราะหวาดกลัวคนตรงหน้าจริงๆ

 

          แต่แน่นอนว่าเขาไม่มีทางสงสาร ฮวังจื่อเทาใช้มือบีบคางของลู่หานเอาไว้ ทุ่มแรงทั้งหมดลงมาบังคับให้เขายอมรับจูบที่ไม่เต็มใจ

 

          “...อย่า...” พึมพำพลางหันหนี แต่ยิ่งต่อต้านแรงบีบนั้นก็ยิ่งทำให้เขาเจ็บ

 

          เหมือนแรงนั้นจะเบาบางลงไปครู่หนึ่ง แต่กลับแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะในลำคอเย้ยหยันแทน

 

          “ไม่ใสแล้วนี่หว่า” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสจากปลายนิ้วตรงต้นคอ และนั่นยิ่งทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ

 

          ตรงนั้น...ที่จื่อเทาลูบผ่านไป คือตำแหน่งเดียวกับรอยคิสมาร์กที่เซฮุนเคยทำไว้ และมันยังไม่หายไป

 

          นัยน์ตากวางเบิกโต หัวเล็กสั่นไปมา อยากปฏิเสธแต่อีกฝ่ายกลับไม่ให้โอกาสเขาได้เปิดปาก

 

          “อุตส่าห์คิดว่าเป็นครั้งแรก แต่แบบนี้คงไม่ต้องถนอมแล้วล่ะนะ” พูดพลางปลดกระดุมชุดนักศึกษาของตัวเองออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างกายแข็งแรง และมัดกล้ามร้อนแรงที่ชวนให้ใจสั่น ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเป็นประกายยามโน้มกลับลงมาหา พร้อมกระซิบบอกเป็นครั้งสุดท้าย

 

          “มาสนุกกันดีกว่า ฉันจะทำให้นายลืมโอเซฮุนมันเอง”

 

          แล้วเสื้อเชิ้ตสีขาวของลู่หานก็ถูกฉีกกระชากให้แยกจากกันทันที!

 

          “อย่า!” เจ้าลูกกวางร้องห้าม ทั้งดิ้นและผลักคนตรงหน้ากลับไปแรงๆ แต่นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ตะขอกางเกงของเขาก็ถูกปลดออกไปด้วยเช่นกัน

 

          — สีหน้าฮวังจื่อเทามีรอยยิ้มยินดีที่ดูหื่นกระหาย ยามไล่สายตาไปตามผิวขาวนวลเนียนนี้ แม้ไม่ได้เปิดเปลือยทั้งหมดก็ยังท้าทายสายตาขนาดนี้ ถ้าไม่หลงเหลืออะไรร่างกายนี่คงช่วยขับดันไฟปรารถนาให้โหมกระพือไม่ยอมดับแน่ๆ

 

          มือใหญ่ไล้ลากไปตามแผ่นอกขาวบางที่สะท้อนขึ้นลงถี่กระชั้นเพราะความกลัว ปัดผ่านหน้าท้องสร้างความปั่นป่วนจนมันหดเกร็ง และเปลี่ยนเป็นกระชับเอวคอดเกินเอาไว้ แกล้งนวดเคล้นปลุกปั่นอย่างชำนาญ

 

          ลู่หานขืนตัวออกห่างตลอดเวลา สัมผัสจากริมฝีปาก และเสียงสูดดมชกชิมร่างกายที่ดังอยู่ข้างหูนี้ ไม่ได้ทำให้รู้สึกอะไรไปมากกว่าขยะแขยง

 

          ไม่เหมือนตอนที่เคยถูกเซฮุนสัมผัสเลยสักนิด

 

          แม้แต่ในตอนนี้ในหัวของลู่หานก็ยังคงมีแต่ชื่อคนๆ นั้น

 

          ในภาพที่พร่ามัวเพราะน้ำตาจวนเจียนจะไหลเขาก็ยังมองเห็นแต่ใบหน้าของเซฮุน

 

          — ท่าทีเฉยชา หัวคิ้วเข้มที่ชอบขมวดมุ่นยามอยู่ต่อหน้ากัน แม้แต่ดวงตาที่มีเพียงความเกลียดชังและปฏิเสธกันเสมอมา ทั้งหมดก็ยังคงเป็นโอเซฮุนที่ลู่หานคิดถึง

 

          รู้ดีว่ามันไม่มีประโยชน์ รู้ดีว่าไม่มีทางที่เขาจะตามมาช่วยเหลือได้ คนๆ นั้นไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ตรงไหนบนโลกใบนี้

 

          ให้โง่แค่ไหนลู่หานก็รู้ว่าเจ้าชายขี่ม้าขาวมีแค่ในเทพนิยาย

 

          กลืนก้อนสะอื้นลงคอช้าๆ แรงต่อต้านกำลังจะหมดลง เขาแค่อยากให้คนในตอนนี้เป็นเซฮุน ให้รุนแรงโหดร้ายแค่ไหนก็ขอแค่เป็นเซฮุน

 

          แค่โอเซฮุนที่อยากให้อยู่ตรงนี้...

 

          ถ้านางฟ้าแม่ทูนหัวพอจะได้ยินเขา ถ้าความผิดของการอยากรู้ไม่เข้าท่านี้ยังพอมีทางอภัย ลู่หานยอมแลกทุกอย่าง แม้แต่ความสุขอันน้อยนิดของตัวเอง

 

          แลกกับปาฏิหาริย์ที่ไม่เคยเชื่อว่ามีอยู่จริง...

 

          หลับตาแน่นปี๋ พร้อมกับประตูห้องที่ถูกเปิดออก!

 

          “...ขะ...ขออภัยครับท่าน” บริกรที่พรวดพราดเข้ามาพร้อมถาดเครื่องดื่มผงะถอยหลังกับภาพตรงหน้า

 

          ฮวังจื่อเทาหยุดชะงัก และคนตัวเล็กอาศัยจังหวะนี้ผลักอีกฝ่ายให้ออกห่าง คว้ากระเป๋าแล้วรีบวิ่งออกไปทันที!!

 

          “...มึง...โธ่เว้ย!!”

 

          ได้ยินเสียงคำรามพร้อมกับการคว้างปาข้าวของดังลั่น แต่ลู่หานไม่มีเวลาสนใจ

 

          ร่างเล็กรีบวิ่งไปข้างหน้า วิ่งฝ่าผู้คนไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

          ไม่กล้าหันกลับไปมอง เจ้าลูกกวางว่าอีกฝ่ายจะวิ่งตามมาทัน และเขาจะหนีไม่พ้น

 

          พยายามแทรกตัวไปตามกลุ่มคนที่แออัด จังหวะดนตรีที่สนุกสนานและบีทหนักๆ ที่ดังสนั่นจนหัวใจเต้นตามนี้ เหมือนกำลังช่วยลุ้นระทึกไปกับเขา

 

          ลู่หานยังคงวิ่งไป และชนกับใครคนหนึ่งที่หลบไม่พ้นเข้าเต็มแรง

 

          “...ขอโทษครับ...ผมไม่ทัน...” แล้วเสียงสั่นเครือที่พยายามเปล่งออกมาก็ถูกกลืนหาย กลับกลายเป็นความเงียบงันที่ตื่นตระหนก

 

          ดวงตากวางเบิกกว้างเมื่อมองเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใคร

 

          บางทีนางฟ้าแม่ทูนหัวอาจมีตัวตนจริงๆ และคำอธิษฐานที่ได้แต่พูดอยู่ในใจซ้ำๆ โดยไม่มีใครรับฟังนี้ก็อาจเป็นจริงขึ้นมา

 

          เขาไม่ได้อยากเปลี่ยนฟักทองให้เป็นรถเทียมมา ไม่ต้องมีรองเท้าแก้ว หรือจุมพิตจากรักแท้ปลุกให้ตื่นจากความฝันก็ได้

 

          แต่ลู่หาน...จะยอมกัดแอปเปิ้ลเคลือบยาพิษเพื่อให้ได้เจอเพียงคนเดียวเท่านั้น

 

          พ่อมดใจร้ายที่หยิบยื่นความเจ็บปวดยิ่งกว่าตายทั้งเป็นมาให้

 

          “...เซ...เซฮุน....”


 (ต่อ) 


          เขายืนอยู่ตรงหน้า

 

          ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้

 

          แสงไฟวิบวับเพียงน้อยนิดทำให้ลู่หานคิดว่าตัวเองตาฝาด คนตัวเล็กก้าวถอยหลังอย่างไม่มั่นใจ แต่ว่า...

 

          — ใบหน้าที่เฉยชา และดวงตาที่ไม่เคยมีความยินดีตอนที่ได้เจอกันแบบนี้ ถ้ามันเป็นเพียงภาพหลอน ความกลัวของเขาก็ทำหน้าที่ได้ดีเกินไป

 

          กลั้นหายใจ ก่อนจะถูกคว้าแขนจากทางด้านหลัง

 

          “จับตัวได้แล้ว”

 

          เสียงที่ดังขึ้นทำให้ลู่หานตัวสั่น ขนลุกซู่เมื่อถูกลากกลับไปกับกลิ่นน้ำหอมคุณชายชวนเวียนหัวนั่น เขารีบขืนตัวและแรงบังคับนั้นหยุดลงอีกครั้ง

 

          “อ่าว...มึงมาด้วยเหรอวันนี้” ฮวังจื่อเทาเอ่ยทักเพื่อนตัวเอง แต่นั่นยิ่งทำให้หัวคิ้วเข้มย่นเข้ากัน

 

          เจ้าลูกกวางสะบัดหลุด และรีบวิ่งเข้าไปหลบข้างหลังชายหนุ่ม

 

          “...เซฮุน...ช่วยด้วย” อ้อนวอนอย่างที่ไม่เคยทำ ใบหน้าก้มต่ำ แขนที่เอาแต่กอดกระเป๋าเป้ของตัวเองเอาไว้สั่นเทา ไม่ต่างมือเล็กๆ ที่ขยุ้มแขนเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้

 

          ลู่หานกัดริมฝีปากแน่น ตอนนี้ไม่รู้เลยว่าความเกลียดชังของโอเซฮุน หรือความกระหายอยากของฮวังจื่อเทาอะไรที่น่ากลัวกว่ากัน

 

          ครู่ใหญ่ที่ไม่มีคำพูดอะไร คิมจงอินก็เดินเข้ามา ชายหนุ่มผิวแทนมองทั้งสามคนสลับไปมาอย่างตามไม่ทัน แต่เขาไม่ทันได้อ้าปากถาม เสียงทุ้มลึกก็ดังขึ้นก่อน

 

          “มึงเล่นอะไรกันอยู่” เอ่ยถามและดวงตาคมดุจ้องมองเพื่อนของตัวเองนิ่ง

 

          “ก็แค่กินข้าวฟังเพลง แล้วก็...ชิลๆ อยากที่มึงรู้ แปลกตรงไหน” คนฟังยักไหล่ ยิ้มมุมปากด้วยท่าทีสบายๆ

 

          “แต่ท่าทางลู่หานไม่ชิลกับมึงเท่าไหร่เลยนะ” จงอินเลิกคิ้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังคงหัวเราะกลับมา

 

          “แรกๆ ก็แบบนี้ล่ะ มาเถอะลู่หาน ไปสนุกต่อด้วยกันเถอะน่า” ยื่นมืออกมาหา และเจ้าของชื่อยิ่งหลบหน้าหายเข้าไปทางด้านหลัง “เฮ้ๆ คิดจะเบี้ยวกันแบบนี้ฉันก็ขาดทุนหมดสิ”

 

          ใบหน้าหล่อเหลานั่นเริ่มบึ้งตึงนิดๆ เห็นแบบนั้นลู่หานยิ่งซุกตัวเข้าหาแผ่นหลังกว้างของเซฮุนมากขึ้น ดวงตากวางหลับแน่นปี๋ ร่างเล็กยิ่งสั่นเกร็งเพราะความหวาดกลัว จนแม้แต่คนที่ระอาไม่อยากสนใจก็ยังรับรู้ได้

 

          ดวงตาสีเข้มล้ำลึกคู่นั้นจ้องมองเพื่อนตัวเองอีกครั้ง ไม่จำเป็นต้องมีคำพูด ทุกอย่างของชายหนุ่มชัดเจนในตัวของมันอยู่แล้ว

 

          “ไม่เอาน่า...อย่าทำเหมือนฉันจะข่มขืนเด็กคนนั้นสิ ก็แค่ตกลงแลกเปลี่ยนอะไรกันนิดหน่อย แล้วฉันก็ถูกเบี้ยวอย่างที่เห็น”

 

          “มึงตกลงอะไรกันไว้”

 

          คำถามนั้นทำให้ดวงเรียวรีเจ้าเล่ห์วาววับ จื่อเทาหยุดมองกลับมาไม่ได้ตอบออกไปในทันที คล้ายกำลังดูปฏิกิริยาของคู่กรณี แต่ในเมื่อลู่หานไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนใจ ทางนั้นก็คงไม่จำเป็นต้องช่วยเก็บทุกอย่างไว้เป็นความลับ

 

          “ก็แค่เรื่องที่คนอื่นให้คำตอบไม่ได้ แต่กูให้ได้” ล้วงมือลงกระเป๋า ท่ามกลางแสงไฟกะพริบสลับสีไปมา คนๆ นี้ดูชั่วร้ายเกินไป รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้น พร้อมๆ กับคำบอกที่ทำให้ลู่หานต้องหยุดหายใจ “เรื่องของมึง...กับสาเหตุที่ทำให้ต้องหายหน้าไปตั้งปีกว่า ลู่หานขอให้กูเล่าให้ฟัง แล้วจะยอมสนุกกับกูเป็นการแลกเปลี่ยนน่ะ”

 

          “...เราไม่เคยตกลงแบบนั้นนะ...” เสียงที่สั่นเครือร้องขาน และคนฟังได้แต่ขมวดคิ้วเกาท้ายทอยอย่างจนใจ

 

          “นี่คิดว่าฉันจะยอมบอกทุกอย่างฟรีๆ จริงดิ ขนาดพามาที่แบบนี้ก็ยังไม่รู้อีกเหรอ โง่อย่างที่เซฮุนเคยบอกจริงๆ ด้วยนะ”

 

          แล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนที่คู่สนทนาของตนจะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนแทนที่

 

          “แล้วมึงได้บอกไปหรือเปล่า” แววตาและน้ำเสียงของเซฮุนมีเค้าแววความคุกกรุ่นที่เพิ่งเริ่มต้น และคำตอบที่ได้ฟังต่อจากนี้จะเป็นตัวตัดสินแรงอารมณ์ของชายหนุ่ม

 

          “ไฮไลท์สำคัญยังไม่ได้ออกโรงเลย”

 

          “งั้นนิทานของมึงก็จบเท่านี้พอ แยกย้ายกลับบ้านไปได้แล้ว” เป็นการตัดจบที่ปรานีมากทีเดียว แต่คนที่ยังขาดทุนไม่อยากทำแบบนั้น

 

          “ส่งลู่หานมาให้กูสิ แล้วพวกมึงจะไม่เห็นกูมากวนใจอีก” ยื่นข้อเสนอ แต่...

 

          “กูว่ามึงกลับบ้านดีๆ จะแฮปปี้กว่านะจื่อเทา” คิมจงอินที่ยืนนิ่งมานานเอ่ยบ้าง ด้วยรู้ดีว่าเพื่อนทั้งสองของตนเป็นคนประเภทไหน “แต่ถ้ายังไม่อยากก็มากับพวกกู เดี๋ยวกูเลี้ยงเหล้ามึงจนคุ้มทุนเอง”

 

          ยื่นข้อเสนอง่ายๆ แต่ระหว่างคนจืดชืดแบบลู่หาน กับเหล้าดีๆ และอาจเป็นสาวสวยเร่าร้อนสักคนสองคน ฮวังจื่อเทาผู้ชาญฉลาดตัดสินใจได้ง่ายๆ อยู่แล้ว

 

          ถึงจะเสียดายแต่ร่างสูงก็ยอมรามือ และเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อปาร์ตี้กับกลุ่มเพื่อน

 

          มากกว่าการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว ก็คือการละแรงปะทะกับโอเซฮุน บุคคลที่ไม่ควรตอแยหรือว่าเสี่ยงด้วย

 

          รอจนคนต้นเรื่องเดินหายไปลู่หานถึงค่อยๆ ขยับออกมา

 

          “โอเคนะ” จงอินย่อลงมามองหน้าเขา และเจ้าลูกกวางรีบพยักหน้ารับ

 

          แต่ไม่หรอก...ร่างกายที่ยังไม่หยุดเกร็งกับใบหน้าหวานที่ซีดเซียวแบบนี้ ดูแค่ตาก็ยังรู้เลยว่าไม่โอเคขนาดไหน

 

          มองมือสั่นเทาที่พยายามกำสาบเสื้อของตัวเองเอาไว้แล้วได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะยืดตัวขึ้นเพื่อมองหน้าเพื่อนอีกคนของตัวเอง

 

          “ถ้ารู้ว่าไม่มีปัญญาดูแลตัวเองวันหลังก็อย่ามา”

 

          “น่าๆ” รีบเอ่ยห้ามคนปากร้ายไม่ให้มันจิกกัดคนอื่นไปมากกว่านี้ ก็อยากจะปล่อยผ่าน แต่ดูจากสภาพแล้วเขาคงไม่มีทางเลือก “มึงไปส่งลู่หานทีสิ”

 

          “ทำไมต้องเป็นกู” – กะแล้วว่าต้องพูดแบบนี้ แต่คนอย่างคิมจงอินน่ะนะ...

 

          “ก็มึงว่างแต่กูไม่ หรือมึงจะเลี้ยงเหล้าจื่อเทามันแทน กูไม่เกี่ยงนะ แต่ขอยืมรถหน่อยละกันวันนี้กูไม่ได้ขับมา”

 

          เรื่องจี้ใจคนอื่นถือเป็นความสามารถพิเศษที่ชายหนุ่มถนัด ไม่เว้นแม้แต่คนอย่างโอเซฮุน

 

          ภายใต้ท่าทีง่วงงุนนี้ ดวงตาคู่นั้นกำลังโชนแสงขึ้นอย่างเงียบเชียบ แม้จะค่อนข้างมั่นใจว่าเพื่อนต้องจำใจเลือกอะไร

 

          ไม่มีคำตอบ แต่อาการพ่นลมหายใจแรงๆ เพื่อระบายความหงุดหงิดนี้ก็ทดแทนคำพูดทั้งหมดได้

 

          เซฮุนจ้องตาเขาอย่างเอาเรื่อง กรุ่นโกรธขุ่นมัวอย่างไร้ทางระบาย และท้ายที่สุดเพื่อนก็หันหนี

 

          “ไปสิ” เอ่ยบอกพลางผลักหลังลู่หานให้เดินไปข้างหน้าแรงๆ “ตัวปัญหา”

 

          ก็ยังไม่วายหาเรื่องคนอื่น...

 

          ร่างสูงเดินนำไป และอีกคนวางมือลงมาบนไหล่เล็กๆ นั่น พลางส่งสัญญาณให้เจ้าลูกกวางรีบตามไป

 

          หวังว่าจะไม่ทำอะไรให้ลู่หานเสียใจอีกนะ

 

          คนที่มองตามไปได้แต่คาดหวัง

 

          และอยากให้อะไรๆ นับจากนี้ค่อยๆ ดีขึ้นทีละนิด

 

          หวังว่านะ...

 

          แต่คนที่จะตอบคำเขาได้นั้นคงมีแต่นางฟ้าแม่ทูนหัว ซึ่งอาจมาในรูปของสิ่งมากอารมณ์ขันอย่างโชคชะตา ที่ชื่นชอบการเล่นตลกกับชีวิตของมนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียม

 

          ร่างเล็กเดินเตาะแตะตามออกไปยังด้านนอก บูกัตติ เวย์รอน สีขาวดำของเซฮุนยังคงโดดเด่นกว่าเสมอ ชายหนุ่มกดรีโมทในมือ ไฟด้านหน้าสว่างวาบและประตูทุกบานถูกปลดล็อคเตรียมต้อนรับ

 

          แต่ไม่หรอก...สีหน้าของคนขับจำเป็นไม่ยินดีเลยสักนิด

 

          ลู่หานก้าวช้าลงกว่าเดิม ชั่งใจลังเล และในจังหวะที่เซฮุนเปิดประตูรถนั้น

 

          “...เรากลับเอง...”

 

          “ขึ้นมา” ห้วนสั้น และไม่คิดแม้แต่จะมองหน้ากัน

 

          ร่างสูงสตาร์ทรถ แต่เจ้าลูกกวางยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม – สูดหายใจเข้าลึกยาว และก้มลงไปหาบอกเขาอีกครั้ง

 

          “...แต่เราว่าเรากลับเอง...”

 

          “บอกให้ขึ้นมา!” ถูกตวาดใส่ดังลั่นจนสะดุ้งตกใจ และดูเหมือนจะไม่มีทางอื่นให้เลือกอีกต่อไป

 

          ก้าวขึ้นมาตามคำสั่ง แล้วรถยนต์คันหรูก็ถูกขับกระชากออกไปจากตรงนั้น

 

          รอบกายมีแต่ความเงียบงันที่กดดันจนหายใจลำบาก ลู่หานนั่งขดตัวซุกอยู่ตรงบานประตู พยายามใช้พื้นที่ภายในให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ สองแขนกอดกระเป๋าเอาไว้แน่นๆ พร้อมซุกหน้าลงไป

 

          ที่อยู่หอพักของตัวเองเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขากล้าจะเอ่ยปากออกไป

 

          เคยคิดเล่นๆ ว่าสักวันหนึ่งถ้าเขาได้เข้าใกล้เซฮุนขึ้นอีกนิด ได้อยู่ข้างๆ และดูแลมากกว่าที่แล้วมาจะเป็นยัง

 

          วันนี้และตอนนี้ลู่หานรู้แล้ว...ว่ามันน่ากลัวและเจ็บปวดมากเพียงใด

 

          “อยากรู้เรื่องของฉันจนต้องวิ่งไปเสนอตัวให้จื่อเทา นายนี่มันน่าสงสารจริงๆ นะ”

 

          คำพูดร้ายกาจเริ่มต้นขึ้น และมันคงไม่หยุดตราบใดที่เขายังอยู่ในรถคันนี้

 

          “ไหนๆ ตอนนี้ก็มีโอกาสแล้วไม่ลองถามดูล่ะ เผื่อฉันจะเมตตายอมตอบ”

 

          เสียงทุ้มต่ำหยามเหยียด และคนฟังได้แต่นั่งก้มหน้าเงียบๆ ลู่หานห่อไหล่ เม้มริมฝีปากแน่นครู่ใหญ่ก็ยอมเอ่ยออกมาช้าๆ

 

          “...เราขอโทษนะที่ก้าวก่ายเรื่องของเซฮุน...” เสียงใสแผ่วเบาอย่างยอมรับ และ...

 

          “ประหลาดใจนิดๆ นะที่คนหน้าด้านอย่างนายยอมรับผิดง่ายๆ” – ความจริงใจของเขาส่งไปไม่เคยถึง ไม่เพียงไม่รับ เซฮุนฉีกกระชากและเหยียบย่ำมันเสมอ

 

          ไม่มีคำตอบและเขาเหนื่อยเกินกว่าจะโต้ตอบ

 

          แต่โอเซฮุนก็ยังคงเป็นโอเซฮุนที่ไม่มีใครเปลี่ยนได้

 

          “ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงที่เอาแต่วิ่งตามฉันแบบนี้” คำถามนั้นแม้ไม่อ่อนโยน แต่ก็คล้ายกับว่าคนพูดกำลังห่วงใย ใบหน้าหวานเงยกลับขึ้นมาช้าๆ ทว่า...

 

          “ไม่อายบ้างเหรอที่ต้องคอยเสนอหน้า เสนอตัวให้ทั้งที่ถูกฉันปฏิเสธจนไม่เหลือค่าอะไรแล้ว”

 

          โลกที่สวยงามในความหวังพังครืนลงอีกครั้ง

 

          กี่ครั้งแล้วที่ท้ายที่สุดทุกอย่างจะลงเอยแบบนี้ กี่ครั้งแล้วที่สิ่งตอบแทนเป็นเพียงความเสียใจกับน้ำตาที่ไม่เคยไหลออกมา

 

          จะกี่ครั้ง...ลู่หานคนโง่ก็ไม่เคยจำ

 

          มือเล็กๆ กำแน่น ไม่ว่าเมื่อไหร่เขาก็ไม่เคยเปลี่ยนไปในสายตาคู่นี้เลยสินะ

 

          “...เราไม่ได้ทำแบบนั้น” เถียงกลับ เป็นครั้งแรกที่เจ้าลูกกวางเลือกจะทำแบบนั้น

 

          เถียงออกไป...ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากทำให้ตัวเองเสียใจมากขึ้น

 

          มีเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังตามมา เซฮุนดูขบขันและไม่ได้สนใจความรู้สึกของเขาเลยสักนิด

 

          “ปกติคิดก่อนพูด หรือขอแค่ให้ได้แก้ต่างให้ตัวเองเท่านั้น” เลิกคิ้วขึ้นพลางปรายสายตากลับมามอง

 

          “คิดให้ดีก่อนไหม ตั้งแต่วันแรกที่ฉันกลับมา นายก็พยายามมาป่วนเปี้ยนใกล้ๆ จากการอ้างว่าเอาจดหมายมาส่งให้เพื่อน วันต่อมาก็วิ่งเข้ามาหา ทวงความยุติธรรมให้พยอนแบคฮยอน แล้วหลังจากนั้นก็ยังวิ่งตามมาอีก เพราะเป็นห่วงเพื่อน มีแต่นายที่เป็นเข้าหาฉันก่อน ขาดตรงไหนไปบ้างไหมล่ะ จะได้ช่วยกันเติมให้ครบ”

 

          ไม่มีการโต้ตอบ นอกจากสองมือที่กำแน่นขึ้นเท่านั้น

 

          “เลิกยุ่งกับฉันสักทีเถอะลู่หาน ไม่ว่ายังไงความรู้สึกของฉันก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง ต่อให้ต้องคบใครสักคนนั่นก็ไม่มีทางเป็นนาย ฉันไม่ได้รักและจะไม่มีวันรัก อย่าทำให้รู้สึกเกลียดกันไปมากกว่านี้เลยนะ”

 

          นี่สินะ...ความรู้สึกของเซฮุนทั้งหมด

 

          เหมือนโลกที่บิดเบี้ยวผุพังแตกสลายลงซ้ำๆ

 

          อันที่จริงเขาเคยแอบหวังอยู่ในมุมมืดของหัวใจ หวังว่าสักวันความรู้สึกนี้จะส่งไปถึง และอาจจะได้รับความรู้สึกของเซฮุนตอบกลับมาบ้าง

 

          — แค่ไม่ชอบไม่ถึงกับเกลียดไม่ใช่เหรอ แค่นี้ลู่หานไม่ยอมแพ้หรอก

 

          เคยคิดแบบนั้น...แต่วันนี้เขาเข้าใจดีทุกอย่างแล้ว

 

          ก้มมองมือที่กำแน่นของตัวเอง...ต้องอดทนอีกเท่าไหร่นะ หรือต้องรับความเจ็บปวดมามากอีกแค่ไหน เพื่อสักวันหนึ่งทุกอย่างจะจางหาย และเขาจะไม่เสียใจอีกต่อไป

 

          อีกนานแค่ไหนกันนะ...

 

          กลืนก้อนสะอื้นลงคอ ความปั่นป่วนภายในกำลังตีรวนผลักดันคำพูดมากมายให้อยู่เหนือจิตสำนึก และความรู้สึกผิดชอบชั่วดี

 

          กัดริมฝีปากจนมันขึ้นรอยแดง นั่นสินะ...ไม่เคยสนใจความรู้สึกของลู่หานมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

 

          “...เรา...ไม่ได้อยากได้คุณเป็นแฟน...”

 

          พึมพำออกมา ครู่หนึ่งที่ไม่อาจสะกดกลั้นคำพูดที่เอ่อล้น ใบหน้าหวานก็เงยกลับขึ้นมาช้าๆ ประสานสายตาท้าทายอย่างที่ไม่เคยกล้าทำ

 

          “...คนอย่างคุณ...คนใจร้ายอย่างคุณ...ไม่มีใครอยากได้เป็นแฟนหรอก...ไม่มี”

 

          เสี้ยววินาทีที่บอกออกไปรถทั้งคันก็เสียการควบคุม

 

          หน้าผากของลู่หานกระแทกเข้ากับคอนโซนรถ ก่อนที่ทั้งร่างจะถูกกระชากให้กลับขึ้นมา

 

          “คนอย่างฉันมันเป็นยังไง” เสียงทุ้มลึกกดต่ำ ดวงตาสีเข้มวาววับ บิดเร่าไปด้วยเปลวไฟโทสะที่ลุกโชน ลู่หานกลืนน้ำลาย และเมื่อไม่ได้รับคำตอบมือข้างนั้นก็ยิ่งบีบแน่นขึ้น

 

          “คนอย่างฉันมันทำไม เป็นแฟนคนอย่างฉันแล้วมันทำไม! ตอบ!!”

 

          “...ปล่อย...เราเจ็บ...” พยายามดึงแขนกลับมา และเปิดประตูรถเพื่อจะหนีไปให้พ้น

 

          แต่เขาคิดผิด เซฮุนไม่ใจดีถึงขั้นนั้น

 

          ยิ่งเห็นอาการต่อต้านขัดขืน ความโกรธก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ชายหนุ่มกระชากลู่หานกลับมาแรงๆ ก่อนจะหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าไปในอาคารที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ

 

          เกือบสี่ทุ่มกว่าแล้วจึงไม่แปลกที่ลานจอดรถจะโล่งว่าง มีไม่กี่คันให้เห็นบางตาในความมืด เซฮุนหยุดรถและลู่หานไม่รู้เลยว่าพวกเขากำลังอยู่ที่ไหน

 

          ได้แต่พยายามผลักประตูที่ถูกล็อคเอาไว้อย่างแน่นหนาออกไป แม้จะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ก็ตาม

 

          “ดูเหมือนว่าวันนี้ฉันจะใจดีปล่อยให้นายพูดมากเกินไปแล้วสินะ”

 

          ร่างสูงพึมพำและขยับเข้ามาซ้อนทับเข้ามาทางด้านหลัง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดลงบนลำคอกลับให้รู้สึกเย็นยะเยือกจนเจ้าลูกกวางตัวสั่น

 

          ลู่หานขยับถอยหนี แต่มือใหญ่นั้นกลับกลั่นแกล้งลูบไล้ไปตามเอวและสะโพกของเขา

 

          นัยน์ตาคู่หวานระริกไหว ต่างจากอีกคู่ที่เข้มสีและโชนแสงจนน่ากลัว

 

          คนตัวเล็กส่ายหน้า แต่อีกคนกลับขยับยิ้มเย็นออกมา

 

          “มาทบทวนความทรงจำในคืนนั้นกันหน่อยไหม แล้วดูว่าฉันตอนที่มีสติแบบนี้ จะทำให้นายอ้าขาครางเรียกซ้ำๆ ได้เหมือนเดิมหรือเปล่า ลู่หาน”

 

          แล้วร่างเบาหวิวก็ถูกรวบเข้ามาบนตักทันที!





__________________________________________
 

CUT* (◍•ᴗ•◍)


__________________________________________





TBC*




หวังว่าคูมแม่จะไม่โกรธตาพี่เกินไปนัก
5555555555555555


หนึ่งปีที่ผ่านมานี้
อยากขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนมากๆ เลย
ทั้งที่เคยพูดคุยหรือทำความรู้จักกันผ่านเรื่องราวในฟิค
ทุกคนคือกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ของเรามากจริงๆ ค่ะ


บอกตามตรงว่ามันยากมากเลย
กับการทำงานไปด้วยแล้วเขียนฟิคไปด้วย
ยอมรับว่าด้วยอะไรหลายๆ อย่าง
บางครั้งก็ท้อจนอยากจะเลิกไป
โดยเฉพาะเรื่องแนวนี้ที่เราไม่เคยเขียนและไม่ถนัดเลย
มันก็เลยรู้สึกกดดันอยู่นิดๆ

แต่ว่า...พอได้อ่านคอมเมนต์
ได้อ่านแท็กกำลังใจมันก็มานะ
ได้เห็นใครหลายๆ คนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เรื่องแรกๆ
แล้วก็อีกหลายๆ คนเลยที่เพิ่งได้ทำความรู้จักกัน
พวกคุณทุกคนคือวิตามิน คือแรงฮึดของเรามากๆ เลยค่ะ
และทุกอินเนอร์คูมแม่สำหรับเราคืออีกแง่มุมที่น่ารักของรี้ดนะ


ขอบคุณมากๆ อีกหลายๆ ครั้งเลยนะคะ
ที่ยังอยู่ด้วยกันตรงนี้
ยังอยู่ด้วยกันเสมอไม่ว่าจะมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้น
ที่มากกว่ากำลังใจ
พวกคุณยังเป็นหนึ่งในความโชคดีของเราด้วยนะคะ
เราโชคดีที่มีรี้ดน่ารักเยอะแยะแบบนี้
ปีใหม่นี้ไม่มีของขวัญอะไรเป็นพิเศษมาให้เลย
ขอบคุณด้วยการอัพฟิคเรื่องนี้แบบรัวๆ ละกันเนอะ


ปีหน้ามาพยายามด้วยกันอีกนะคะ


พูดคุยปลอบน้องหรือสรรเสริญคุณพระเอกไปพร้อมกัน
ได้ที่คอมเมนต์และแท็กนะคะ


Happy New Year 2018 ค่า.



Hashtag
#ฟิคห้ามจูบ

 





T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 143 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,559 ความคิดเห็น

  1. #3522 Tangkwa Maneewan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:06
    เซฮุนไม่มีวี่เเววจะรักเลยย
    #3,522
    0
  2. #3503 haneulkim (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 09:14
    ปวดหัวกะพระเอก ทำไมเป็นคนแบบนี้ ทำไมนิสัยไม่ดี อย่าทำยัยหนู!!!!!
    #3,503
    0
  3. #3501 CeePee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 22:01
    เซฮุนใจร้ายมากๆ
    #3,501
    0
  4. #3475 prsh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 04:37
    เข้าใจแต่ทำได้ไหมล่ะลู่หาน ต้อง ขนาดไหนถึงยอมให้เขาดูถูกตัวเองมาขนาดนี้ วิ่งตามเขาต้อยๆ มันน่าตีตูดให้หายดื้อจริงๆ
    #3,475
    0
  5. #3447 sunsweets (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 22:52
    เซฮุน!!!!!! อย่ากินลูกเรา
    #3,447
    0
  6. #3435 Annonymus (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 23:46
    โอ เซ ฮุน คน นิสัย ไม่ ดี เราจะจำไว้ นายรังแกเสี่ยวลู่
    #3,435
    0
  7. #3406 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 09:23
    ทำไมทำอย่างนี้เซฮุน!!เลววว
    #3,406
    0
  8. #3401 Sehunnie94 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 11:29
    เลวววววมากโอเซฮุน
    #3,401
    0
  9. #3355 NLHH12 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 00:57
    เซฮุนนายมันใจร้าย
    #3,355
    0
  10. #3345 กาตุ่ยสีชมพู (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 17:15
    น้องโดนกิน!!!
    #3,345
    0
  11. #3316 TM_HHSTYLE (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:22
    คนแบบเซฮุนนี่มั้น
    #3,316
    0
  12. #3121 tuntiiz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 22:11
    อยากให้ลู่เอาคืนบ้างอ่าาาา
    #3,121
    0
  13. #2990 luhanbaekhyunkai (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 06:17
    ใจร้ายอีกแล้ว
    #2,990
    0
  14. #2943 polypoll (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 20:04
    ชั่วมาก ทำไมทำกับลู่หานแบบนี้ㅠㅠ สารเลว!
    #2,943
    0
  15. #2935 เสี่ยวลู่ของโอเซ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 17:20
    เซฮู๊นนนน
    #2,935
    0
  16. #2616 janenyhun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 02:08
    โหดร้ายยย
    #2,616
    0
  17. #2177 Byuncream chanbaek (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:49
    เซฮู้นนนน มันร้ายยฮื่อ หักคะเเนนพระเอกเเป๊ปป
    #2,177
    0
  18. #2081 Liv_Yuthing (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:06
    ใจร้ายยยยย
    #2,081
    0
  19. #1828 Fuyuu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:12
    จิตจัยทำด้วยอัลไล...เขาเจ็บนะรู้มั้ย
    #1,828
    0
  20. #1669 PareWaPkh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:56
    อย่าทำน้องงงง
    #1,669
    0
  21. #1639 ปานวาดคนดีมีคนเดียว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:28
    ใจร้ายมากกกก ฮือ
    #1,639
    0
  22. #1592 JongjitSriyan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:38
    อยสกให้น้องเก่งกว่านี้จัง
    #1,592
    0
  23. #1585 bruinx_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:44
    เซฮุนใจร้ายกับรู้กกกกของเราเกินไปแล้วววววว
    #1,585
    0
  24. #1570 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:01
    เซฮุนใจร้ายชิบหายเลยอ่ะ แม่งสงสารเสี่ยวลู่!
    #1,570
    0
  25. #1436 เนเน่ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 16:25
    หัวร้อนอิหอย ทำไมต้องใจร้ายกัยลู่ขนาดนี้ฮ่ะ เป็นยักษ์หรอ !!!!
    #1,436
    0