[END] Deep kiss :: HUNHAN

ตอนที่ 5 : CHAPTER 4 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,376
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 134 ครั้ง
    31 ธ.ค. 60




CHAPTER 4

 

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

 

        หม้อไฟเป็นอาหารโปรดของทุกคน

 

          และควันของมันก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่กับเลนส์แว่นของคยองซู

 

          ฤดูใบไม้ผลิอากาศอุ่นขึ้นแล้ว แต่เหมือนว่ายังไม่เพียงพอกับผู้คนที่นั่งกันอยู่เต็มร้าน

 

          — รวมลู่หานเข้าไปด้วยก็ได้ เขาเกลียดฤดูหนาวและอากาศที่พร้อมจะแช่แข็งทุกอย่าง แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าลูกกวางก็ยังชอบหิมะอยู่ดี

 

          “เนื้อของเสี่ยวลู่สุกแล้ว รีบกินตอนร้อนๆ เลยนะ” คนที่นั่งข้างกันตักอาหารใส่ลงในถ้วยให้ ปาร์คชานยอลรู้ใจเขาเสมอ และผู้ชายคนนี้ก็ยังเผื่อแผ่ความใจดีไปยังเพื่อนคนอื่นๆ

 

          “ถ้านายสองคนแต่งงานกัน ฉันจะเป็นคนกล่าวคำอวยพรและสาธยายความดีงามของชานยอลเอง”

 

          แบคฮยอนขยับตะเกียบในมือไปมา โดยมีคยองซูที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจมถ้วยผงกหัวเห็นด้วย

 

          สองคนชอบพูดเรื่องแบบนี้ และมักเชียร์กันออกนอกหน้า แต่ก็อย่างที่รู้...มันคงเป็นเรื่องในอนาคตที่ลู่หานเองก็ไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่

 

          — พวกเขาพบกันในวันสุดท้ายของภาคเรียนตอนปีแรก ชานยอลมากับเพื่อน ตรงเข้ามาแนะนำตัวและประกาศตัวแบบแมนๆ ว่าจะขอจีบกัน

 

          หนึ่งในคนดังของมหาวิทยาลัย กับหนึ่งคนธรรมดาที่ไม่มีอะไรให้จดจำ ลู่หานเคยสงสัย...คนที่ใครๆ ก็จับตาแบบนี้ มองเห็นอะไรภายใต้กรอบแว่นหนาๆ ที่เขาใส่อยู่นะ

 

          แต่ก็ไม่เคยถาม และอีกฝ่ายยังคงแสดงความจริงใจของตัวเองมาโดยตลอด

 

          ใช่แล้ว...ปาร์คชานยอลเป็นสุภาพบุรุษ ใจดีซื่อสัตย์ เขาร่าเริงและทำให้คนรอบข้างหัวเราะอย่างมีความสุขได้เสมอ

 

          ซึ่งทั้งหมดนี้...บางครั้งก็รู้สึกว่าคนๆ นี้แสนดีเกินไป

 

          ลอบมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาด้านข้าง และดวงตามากเสน่ห์คู่นั้นกำลังจับจ้องอยู่ที่เพื่อนทางฝั่งตรงข้าม

 

          “กลับมาร่าเริงแบบนี้แสดงว่าดีขึ้นแล้วถูกไหม” เสียงทุ้มต่ำอ่อนโยน รอยยิ้มนั้นอบอุ่นชวนให้คิดถึงแสงแดดในวันที่ท้องฟ้าเป็นสีครามไร้เมฆ

 

          แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นจากอาหาร สีหน้าเหมือนงุนงงตามไม่ทัน แต่แวบเดียวก็พยักหน้าช้าๆ กลับมา วางตะเกียบในมือลงพร้อมยิ้มนิดๆ ยืนยันในคำพูดของตัวเอง

 

          “อา...เศร้าไปคนรอบข้างก็จะไม่สบายใจไปด้วย ฉันโอเคแล้ว”

 

          “ต่อยหน้าหมอนั่นซักเปรี้ยงยูจะยิ่งสดชื่น ทรัสต์มี” คยองซูที่กำลังตั้งใจเคี้ยวหมูสไลด์พริกไทยดำสนับสนุน

 

          มีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นคลอไปกับดนตรีในร้านพอให้บรรยากาศผ่อนคลาย

 

          “ตอนได้ยินเรื่องผมตกใจแทบแย่” ชานยอลว่าต่อไป และมือก็ตักผักลวกมาใส่ยังถ้วยของคนข้างๆ

 

          เจ้าตัวเล็กย่นจมูกทันทีเมื่อเห็นกลุ่มก้อนสีเขียวลอยแหมะลงมาในซุป – ยี๋...ลู่หานไม่ชอบกินผัก

 

          “ตกใจเรื่องเราโดนแกล้ง หรือที่เราชอบคนๆ นั้นดีล่ะ” ฟังดูสบายๆ แต่...

 

          “ที่น่าตกใจกว่าคือหมอนั่นปกป้องยูนะ อันบีลีฟเอเบิล”

 

          คราวนี้ไม่มีคำค้านในถ้อยประโยคของคยองซูตามมา นั่นสิ...พวกเขาต้องตกใจเรื่องไหนก่อนดี

 

          “ไม่ได้ปกป้องหรอก เรื่องบังเอิญๆ” เจ้าตัวอธิบาย

 

          “ชอบคนแบบนั้นจริงๆ เหรอ” จู่ๆ ร่างสูงก็ถามขึ้น หลายคำของเขาสามารถตีความไปได้มากมายกว่าจะเป็นรูปประโยคคงที่ คู่สนทนาจ้องตากัน เหมือนมีแต่พวกเขาที่จะเข้าใจ ครู่หนึ่งที่คนทั้งสองเงียบไป

 

          และในท้ายที่สุดนั้น...

 

          “อื้อ...ก็เขารวยนี่” – เป็นคำตอบที่...ใครๆ ก็คาดไม่ถึง

 

          “ทั้งหน้าตาดี เรียนดี ฐานะทางบ้านก็ดี สมบูรณ์แบบอย่างนี้ใครไม่ชอบบ้าง”

 

          สาธยายแล้วก็ตักอาหารเข้าปากสบายๆ ไม่สนใจอาการงุนงงของเพื่อนร่วมโต๊ะ วางท่าเคี้ยวตุ้ยๆ ไปได้เดี๋ยวเดียวก็หลุดหัวเราะออกมา

 

          “ไม่เอาน่า...แค่ปลื้มเองยังไม่ถึงกับขอบตนต้องพุ่งเข้าใส่หรอก” โคลงศีรษะไปมาก่อนจะชี้มือมาทางนี้

 

          “โอ๊ะ...มีเด็กเอาแต่ใจกำลังเขี่ยผักออกจากถ้วยน่ะปาร์คชาน”

 

          เจ้าของชื่อหันควับเหมือนมีเรดาร์ ส่วนอีกคนได้แต่ห่อไหล่ขมวดคิ้วกัดริมฝีปาก – ขี้ฟ้อง

 

          “กินแต่เนื้อไม่ได้นะ ต้องกินผักด้วยสิเสี่ยวลู่” แล้วอะไรๆ ที่อุตส่าห์บรรจงกำจัดออกไปก็ลอยจากหม้อกลับเข้ามาตรงหน้าเหมือนเดิม...หรือมากกว่าเดิมอีกต่างหาก

 

          “มันไม่อร่อยนี่”

 

          “ไม่ดื้อสิครับ” กึ่งดุกึ่งอัอนวอนแถมยังจ้องตากันตรงๆ แบบนี้ โอเค...เจ้าลูกกวางแพ้แล้ว

 

          กล้ำกลืนเคี้ยวมันลงไปในท้อง พอเห็นเขาว่าง่ายๆ แบบนี้ ปาร์คชานยอลในร่างคุณพ่อจึงยอมป้อนเนื้อคำโตให้ มือใหญ่ใช้ทิชชู่ซับปากของเขาพลางลูบหัวแทนคำชมของการเป็นเด็กดี

 

          “ยี๊...น้ำซุปหวานเลี่ยน~” ถูกล้อเลียนและคราวนี้ลู่หานไม่ใจดีกับเพื่อนอีกต่อไป

 

          คนตัวเล็กยกมือขึ้นป้องปากกระซิบบอกบางอย่างกับชานยอลและ...

 

          “คุณเองก็ต้องกินผักเยอะๆ นะครับแบคฮยอน แตงกวาตรงนั้นห้ามเขี่ยออกนะ”

 

          “เดี๋ยวเถอะ เจ้าเสี่ยวลู่” พอถูกเตือนบ้างก็ถลึงตาใส่ และโน้มตัวข้ามโต๊ะมาหยิกแก้มยุ้ยๆ ของเขาไปมา

 

          เสียงหัวเราะสนุกสนานกลับคืนมาอีกครั้ง พร้อมกับความสุขที่เผลอทำหล่นหายในช่วงเวลาสั้นๆ โชคดีที่พวกเขาหามันเจอ และยินดีปล่อยให้มันเถลไถลไปในห้วงเวลาที่ไหลเอื่อยๆ

 

          แต่เพราะวันนี้เรียนมาทั้งวัน แล้วพรุ่งนี้ก็ยังมีวิชาที่หินรออยู่ ทุกอย่างจึงถูกจำกัดให้อยู่ในความพอเหมาะ

 

          วันนี้แบคฮยอนกลับไปนอนค้างที่บ้านกับครอบครัว และคยองซูก็อาสาพาเจ้าตัวยุ่งไปส่งถึงที่หมาย ตอนนี้จึงเหลือเพียงลู่หานกับชานยอล – เหมือนเป็นความจงใจแบบที่ก็ไม่เนียนเท่าไหร่

 

          เขารู้ แต่แบบนี้มันก็ไม่อะไร ตรงกันข้ามคือการดูแลเอาใจใส่มากมายที่นอกจากเพื่อนแล้วลู่หานก็ไม่เคยได้รับจากใครแบบนี้

 

          พวกเขาไปซื้อของใช้จำเป็นต่อที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งแน่นอนว่าชายหนุ่มต้องทำตัวเป็นพ่อบ้านที่ดีให้สมกับคำเยินยอของเพื่อนทั้งสอง

 

          “ห้ามกินแต่รามยอนนะครับ” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน และจูงมือคนตัวเล็กกว่าไปหาอะไรที่เป็นประโยชน์มากกว่านี้ แต่ชีวิตเด็กหอแบบเขา ไม่มีครัวหรือเตาย่างบาร์บีคิวอะไรทำนองนั้นหรอก

 

          “อันนี้ไม่มีผงปรุงรส อันนี้ช่วยเสริมพลังงานที่จำเป็น แล้วก็ขวดนี้ควรดื่มก่อนนอนครับ”

 

          จัดแจงช่วยเลือกเสร็จสรรพ รู้ตัวอีกทีพวกเขาก็ได้ของมาแทบล้นคันรถ

 

          “ห้ามจ่ายนะ เราจะจ่ายเอง” ลู่หานดุตอนก้มลงเปิดกระเป๋าเงินลายแบมบี้ของตัวเอง นี่เป็นของส่วนตัวระหว่างเขากับแบคฮยอนจะให้ชายหนุ่มมารับภาระแทนไม่ได้ แต่...ก็เท่านั้นล่ะ

 

          มือที่ไวกว่ายื่นบัตรเครดิตสีดำให้แคชเชียร์ มันถูกรูดต่อหน้าต่อตา ก่อนที่ทุกอย่างจะเสร็จสิ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว

 

          ทำตัวป๋า...ลู่หานย่นจมูก แต่ก็รู้ดีว่าชานยอลเป็นแบบนี้เสมอ

 

          พวกเขาขึ้นรถที่ชายหนุ่มเป็นคนขับ และใช้เวลาไม่นานเมอร์เซเดส – เบนซ์คันหรูก็จอดสนิทตรงหน้าทางเข้าหอ

 

          “ขอบคุณนะที่มาส่ง” ลูกกวางปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเอง พลางหันกลับมองถุงของมากมายที่วางเบียดไว้อยู่ข้างหลัง

 

          “แน่ใจนะว่าขนขึ้นไปไหว” เสียงทุ้มต่ำดังตามมา และพวกเขาสบสายตากันภายใต้ความเงียบ

 

          มองผิวเผินคือการแสดงน้ำใจตามประสาคนใจดีอยากทำคะแนน แต่ลึกลงไปมากกว่านั้น...คือการอ้อนถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากลายๆ

 

          — ชานยอลได้สิทธิ์มารับและไปส่งลู่หานโดยชอบธรรมและเต็มใจจากเพื่อนของเขา แต่ชายหนุ่มไม่เคยได้รับอนุญาตให้ตามขึ้นไปถึงบนห้องพัก แม้เจ้าตัวไม่เคยขอและอีกฝ่ายก็ไม่เคยเอ่ยห้าม ทว่าทั้งหมดนั้นก็คือการให้เกียรติ และแสดงความเป็นสุภาพบุรุษที่เต็มใจจะรอ

 

          ไม่มีคำตอบนอกจากรอยยิ้มนิดๆ และคนตัวสูงก็ไม่ได้เซ้าซี้ นอกจากจับมือของคนที่นั่งข้างกันไปกุมไว้

 

          “วันหลังเลือกที่ไกลๆ ดีกว่าจะได้อยู่กับเสี่ยวลู่นานขึ้น” คำพูดนั้นชวนให้ใจเต้น แต่ไม่ทำให้ร้อนจนแทบละลายเท่ากับดวงตาที่กำลังจ้องมา – เป็นสีเปลือกไม้เข้ม มีเสน่ห์ในแบบผู้ชายอารมณ์ดี แต่ก็แฝงไปด้วยความร้อนแรงที่มักทำให้เขินอาย โดยเฉพาะตอนที่ได้เห็นภาพตัวเองสะท้อนอยู่ในนั้น

 

          ลู่หานก้มหน้าเม้มริมฝีปากเมื่อรับรู้ถึงการกระชับรอบฝ่ามือที่แน่นขึ้นอีกนิด

 

          “เบื่อไหมที่ผมดูแลเสี่ยวลู่ได้แค่นี้” ถูถถามและเจ้าลูกกวางรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

 

          “ชานยอลดีกับเรามากๆ ต่างหาก วันนี้ก็ยังไปนั่งรอเรียนในคลาสเป็นเพื่อนตั้งหลายชั่วโมง แล้วยังพาไปกินหม้อไฟอีก ต้องถามว่าเราดีใจไหมที่ได้เจอกับชานยอลมากกว่า”

 

          เถียงกลับแล้วก็ขมวดคิ้วนิดๆ อยากให้รู้ว่าลู่หานมีความสุข ไม่อยากให้คิดแบบนั้น

 

          มีเสียงหัวเราะเบาๆ กลับมา พร้อมกับมือที่เลื่อนมาประคองใบหน้าของเขาไว้

 

          “อุ่นไหม” ลูบผ่านแผ่วเบาบนแก้มที่เย็นชืดของเขา และคนถูกถามยิ้มหวานจนตาหยี

 

          “อื้อ มือของชานยอลอุ่นที่สุด” แล้วก็ยกมือเล็กๆ ของตัวเองมาวางทับ ในขณะที่ร่างสูงโน้มตัวลงมาแนบหน้าผากเข้าด้วยกัน ใกล้ชิดจนได้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของกันและกันชัดเจน

 

          แต่ระหว่างกันก็ไม่มีอะไรเกินเลยมากกว่านั้น

 

          ปาร์คชานยอลไม่เคยเร่งรัดหรือฉวยโอกาส เป็นคนใจดีที่ลู่หานไม่อยากทำให้เสียใจ

 

          ใจดี...จนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่า ปีกว่าแล้วทำไมหัวใจของตัวเองถึงยังไม่เปลี่ยนไป

 

          สักวัน...เขาอยากจะรักและดูแลชานยอลให้มากกว่าที่ได้รับจากชายหนุ่มมา

 

          สักวันหนึ่งนะ...

 

          ยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะเปิดประตูรถก้าวลงไป แต่ว่า...

 

          “เสี่ยวลู่” ชายหนุ่มคว้าแขนของเขาเอาไว้ สีหน้าที่สดใสเปลี่ยนกลับเป็นลำบากใจนิดๆ จนสังเกตได้

 

          “มีอะไรหรือเปล่า” ถามกลับแต่อีกฝ่ายดูลำบากใจที่จะพูด

 

          “เรื่องเซฮุนน่ะ”

 

          ชื่อนี้ทำให้ลมหายใจสะดุด เจ้าลูกกวางตัวแข็งทื่อในทันที เขาไม่กล้าเดาต่อไปว่าคนตรงหน้าตั้งใจจะบอกอะไร

 

          ลู่หานหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อรอ และมันก็ไม่นานเกินไปนัก

 

          “รู้จักกับหมอนั่นได้ยังไงเหรอ”

 

          “อา...เคยเรียนไฮสคูลด้วยกันน่ะ”

 

          ตอบกลับและคู่สนทนาพยักหน้ารับรู้ ชานยอลเงียบลงไปครู่ใหญ่ๆ เหมือนกำลังใช้ความคิดหนักใจ และในจังหวะที่ริมฝีปากสีชมพูกำลังจะขยับเอ่ยนั้น

 

          “ต่อไปนี้อย่าเข้าใกล้เซฮุนอีกได้ไหม”

 

          ถ้อยคำนั้นหนักแน่น เหมือนกับดวงตาที่จริงจังไม่มีเค้าแววล้อเล่น

 

          คนตัวเล็กนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ในหัวจะเกิดคำพูดมากมายวิ่งชนสับสน

 

          ลู่หานควรถามไหมนะ... ถามถึงเหตุผล หรืออะไรสักอย่างที่ซ่อนอยู่หลังคำขอร้องเหล่านั้น

 

          ดวงตากวางมองตอบกลับไป อะไรสักอย่าง...ที่เขาไม่รู้ แต่ก็ชวนให้อึดอัดหายใจไม่ออก

 

          เม้มริมฝีปาก แล้วถูกอย่างก็ถูกเฉลยออกมา เปลี่ยนให้การสนทนาทั้งหมดในค่ำคืนจบลง

 

          “คนทั้งมหาวิทยาลัยพูดกันให้ทั่ว ปีกว่าที่หายหน้าไปเพราะหมอนั่นติดยาจนเสียคน


 (ต่อ) 


          แล้วคำพูดของชานยอลก็เอาแต่ลอยวนอยู่ในหัว

 

          กับคำถามมากมายที่ทำให้ลู่หานนอนไม่หลับ

 

          ไม่ใช่แค่นั้นหรอก...ดูเหมือนพอรับรู้แล้ว ก็จะได้ยินคำพูดแบบเดียวกันจากคนรอบตัวดังแว่วขึ้นมาเรื่อยๆ ทั้งที่เมื่อก่อนความเงียบในความหมายของเขา ก็คือความว่างเปล่าที่ไม่มีแม้แต่เสียงของอากาศ

 

          — ลู่หานเป็นพวกชอบเหม่อลอยมากกว่ารับเอาทุกอย่างรอบตัวเข้ามาใส่ใจ บางทีแบคฮยอนก็เรียกเขาว่าเจ้ากวางเอ๋อบ่อยๆ และคยองซูก็ต้องมานั่งทำแผลเล็กๆ น้อยๆ จากอาการชนโน่นชนนี่เพราะใจลอยของตัวเอง

 

          เท้าคางพลางผ่อนลมกายใจออกมาช้าๆ ในหัวสับสันและไม่เป็นระเบียบอยู่นิดหน่อย กับสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในใจ

 

          เซฮุนเป็นอย่างที่ชานยอลบอกมาจริงๆ ไหม?

 

          หนึ่งปีที่เขาไม่สามารถมองเห็นคนๆ นั้น มีอะไรเกิดขึ้นบ้างเหรอ?

 

          อยากรู้ อยากถาม แต่ก็กลัวคำตอบที่จะได้ยิน...

 

          ไม่หรอก...ก่อนจะได้ยินสิ่งที่หวังเขาคงโดนต่อว่ารุนแรง ไม่ถูกคนใจร้ายแบบนั้นตีเข้าหลายๆ ที

 

          เรื่องส่วนตัวที่คงไม่มีใครอยากเปิดเผย รู้ดีแต่ลึกๆ ก็อดเป็นห่วงไม่ได้

 

          อา...ความอยากรู้อยากเห็นเห็นเป็นพื้นฐานหนึ่งของมนุษย์อย่างที่ ลีโอนาโด ดาร์วินชี่บอกจริงๆ สินะ

 

          — มันคงจะเกิดประโยชน์ถ้าเอามาใช้ในเรื่องการเรียนรู้ อีกอย่าง...ตอนนี้เขาก็ไม่ได้เรียนเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภคอยู่ด้วย

 

          ก้มหน้าลงติดชีทเรียน กลิ่นหมึกรุนแรงจนต้องขยับจมูกฟุดฟิด มันช่างร้ายแรงพอๆ กับรายวิชาเลือกเสรีในวันนี้

 

          เศรษฐศาสตร์ประยุกต์ ที่มีแต่คณิตศาสตร์ ตัวเลข การวิเคราะห์คำนวณ แล้วก็เส้นกราฟยุ่งเหยิงไปหมด

 

          ลู่หานไม่เก่งอะไรเลยที่เป็นตัวเลข ซึ่งอันที่จริงวิชาอื่นๆ ถ้าไม่ได้เพื่อนช่วยติวแค่ความพยายามของตัวเองก็อาจจะไม่พอ – เป็นคนหัวช้า ทึ่ม ซื่อ จนตามคนอื่นไม่ทัน หม่าม้าที่จีนก็หนักใจกับเขาอยู่บ่อยๆ

 

          ดังนั้นเขาจึงเป็นพวกเรียนอะไรก็ได้ตามใจเพื่อน พอๆ กับที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร เพราะจะวิชาไหนก็ต้องอ่านหนังสือหนักๆ เหมือนกันทั้งนั้น

 

          มือเล็กพลิกหน้ากระดาษไปมาฆ่าเวลา เพื่อนยังไม่มา และอันที่จริงลู่หานก็ชอบบทบรรยายของวิชานี้อยู่นิดๆ เหมือนกันนะ มากกว่าเวลาอาจารย์พยายามเคี่ยวเข็ญเทคนิคการคำนวณต่างๆ มาให้เอาไปใช่ในห้องสอบนั่นล่ะ

 

          มีเสียงเปิดประตูดังขึ้น และเจ้าลูกกวางรีบชูคอมองหา อาจเป็นแบคฮยอนที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ไม่ก็คยองซูที่เดินตัวตรงมาพร้อมกับแว่นหนาๆ และสารานุกรมเล่มโตในมือ

 

          แต่เขาคิดผิด...ไม่ใช่ทั้งสองกรณีข้างต้น

 

          กลุ่มคนหน้าตาดีเดินเข้ามาในห้อง นำโดยคิมจงอินและ...ปิดท้ายด้วยคนที่ไม่น่าเจอกันที่สุดในเวลานี้

 

          โอเซฮุนขมวดคิ้วหน้าบึ้งทันทีพอเห็นเขา นั่นไม่น่าแปลกใจเท่าที่ลู่หานรู้สึก – เรียนมาสามคลาสแล้ว ไม่เคยรู้เลยว่าอีกฝ่ายก็ลงเรียนวิชาเดียวกัน

 

          ดวงตากวางเบิกโตดูงุนงงสับสน ยิ่งทำให้คนถูกจ้องหงุดหงิดมากกว่าเดิม

 

          “กูนั่งหลังห้องนะ รำคาญ” แล้วก็เดินเลี่ยงไปอีกทางอย่างไม่สบอารมณ์

 

          อา...เขาไม่ได้มองเพราะปลาบปลื้มเสียหน่อย หลงตัวเอง ย่นจมูกใส่ และยังเป็นจงอินเพียงคนเดียวที่พอจะยินดีพูดคุยกับเขา

 

          “ตั้งใจเรียนล่ะ” ขยิบตาให้แล้วก็เดินไปพร้อมกับพวกเพื่อนๆ

 

          ไม่กล้ามองตามหรอก ลู่หานยังไม่อยากหาเรื่องให้ตัวเองแต่เช้า กลับมานั่งห่อไหล่อยู่กับตัวเองเงียบๆ ทว่า...

 

          “คนนั้นเหรอโอเซฮุน หล่อกว่าที่คิดไว้อีกนะ” พวกนักศึกษาหญิงที่นั่งอยู่ข้างหลังเขาเริ่มจับกลุ่มซุบซิบกัน

 

          “แต่ได้ข่าวว่าดรอปเรียนไปเพราะติดยานะ อย่าไปเข้าใกล้เลย”

 

          “ผู้ชายก็ต้องมุมแบดเป็นธรรมดา เท่ดีออก หล่อร้ายแบบนี้”

 

          “งั้นเลิกเรียนแล้วลองชวนไปต่อดีไหม”

 

          แล้วพวกหล่อนก็หัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนาน

 

          ลู่หานนั่งนิ่งรับฟังทุกอย่าง ไม่ใช่แค่ชานยอล แต่ดูเหมือนข้อมูลนี้จะกระจายออกไปเป็นวงกว้าง คงลำบากถ้าจะหาต้นตอคนพูด และเจ้าลูกกวางก็ไม่ได้เก่งกล้าคิดอะไรใหญ่โตแบบนั้น

 

          เขาเป็นห่วง...และคนอย่างเขาคงทำได้แค่เป็นห่วง ไม่มีอย่างอื่นให้รู้สึกหรือช่วยเหลือได้มากกว่านี้

 

          เซฮุนจะไม่เสียใจใช่ไหม...

 

          ถ้าการหายหน้าไปมันมีเหตุผลหรือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากกว่านั้น

 

          คนที่เอาแต่ขมวดคิ้วพูดจาแย่ๆ ใส่กันทุกครั้ง แง่มุมอื่นๆ ที่ลู่หานไม่เคยเห็น...เขาคนนั้นจะเป็นยังไงบ้าง

 

          — ยิ้มแย้มมีความสุขดี หรือกำลังรู้สึกเหงาเหมือนกัน

 

          คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ล่องลอยไปไกลจากบทเรียนอยู่ในโลกของตัวเองลำพัง แล้วบางอย่างก็ถูกเคาะลงมาบนหน้าผาก

 

          แบคฮยอนเรียกสติเขา ก่อนจะถูกคยองซูไล่ให้ไปล้างหน้า

 

          เจ้าลูกกวางลูบตรงที่เจ็บนิดๆ ก่อนจะขยับลุกขึ้นจากที่นั่ง สไลด์เปลี่ยนไปหลายหน้าจนตามไม่ทันอีกตามเคย

 

          เดินลากเท้าเนือยๆ ไปยังห้องน้ำ วันนี้อากาศดีกว่าเมื่อวาน ท้องฟ้าเป็นสีครามเข้มขึ้นอีกนิด และเขาเหมือนกลุ่มก่อนสีพีชที่ซุกตัวอยู่ในสเวตเตอร์ของฤดูใบไม้ผลิ

 

          ลู่หานยืนมองตัวเองหน้ากระจก ผมสีดำที่ไม่มีอะไรโดดเด่นน่าจดจำ ผิวขาวจนเกือบซีดตัดกับริมฝีปากสีชมพูที่เขารู้สึกว่ามันไม่เข้ากันเท่าไหร่ ใส่แว่นตาอันโตๆ เฉิ่มเชย แล้วดวงตากวางของเขาก็หวานเกินกว่าเด็กผู้ชายทั่วไป

 

          ไหนจะอาการห่อไหล่หลังค่อมตามประสาคนไม่มั่นใจตลอดเวลานี้อีก ดูรวมๆ แล้วไม่มีอะไรน่ารักเลยสักอย่าง

 

          ถอนหายใจยาวเหยียด พอเงยหน้าขึ้นก็ทำเอาสะดุ้งตาโตพอเห็นว่าใครยืนอยู่ด้านหลัง

 

          “ทำให้ตกใจเหรอ” คิมจงอินเลิกคิ้ว และพอเขาส่ายหน้าเร็วๆ อีกฝ่ายก็เดินเลี่ยงมาล้างมือข้างๆ กัน

 

          มองตามและเผลอจ้องอีกฝ่ายในทุกอิริยาบถอย่างไม่รู้ตัว เขาเองก็เห็นคนๆ นี้มาพร้อมกับเซฮุน พวกเขาสนิทกันตั้งแต่ไฮสคูล เป็นคู่หูที่ทำให้สาวๆ ในโรงเรียนคลั่งไคล้ แต่ว่า...มันก็นานมากแล้วล่ะ

 

          จงอินในวันนั้นกับจงอินในวันนี้เองก็แทบไม่มีอะไรแตกต่าง นอกจากตัวที่สูงขึ้น บ่าที่กว้างขึ้น และอีกสองสามอย่างที่ไม่รวมถึงการแอบซ่อนความรู้สึกไม่ยอมให้ใครอ่านออกหรือเข้าถึง

 

          เขาอาจเป็นคนเดียวที่รู้ว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับเซฮุน

 

          คงเป็นคนเดียวที่รู้ความจริง แต่ว่า...จะยอมบอกไหมนะ หมายถึงถ้าลู่หานลองถาม...

 

          “อยากพูดอะไรไหม หน้านายมันฟ้องนะ” เสียงทุ้มในลำคอดังขึ้น แม้ว่าสายตาคู่นั้นจะไม่ได้หันมามองกัน

 

          คนตัวเล็กสะดุ้งนิดๆ อีกครั้งเมื่อถูกล่วงรู้ความคิด ลู่หานก้มหน้า ใช้มือจับแก้มตัวเองที่ไม่รู้เลยว่าเผลอแสดงออกไปแบบไหน มันอาจเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ล่ะ...มันเป็นเรื่องส่วนตัว ที่เขาไม่ควรเข้าไปยุ่ง แต่อีกใจหนึ่งก็ยังเอาแต่ร้องค้านซ้ำๆ

 

          เม้มริมฝีปาก ก่อนจะค่อยๆเงยหน้าขึ้นสบตา “...ช่วงนี้...จงอินได้ยินเรื่องแปลกๆ ไหม”

 

          “เรื่องแปลก?” อา...ทวนซ้ำแบบนี้แสดงว่าไม่เข้าใจ

 

          เผลอย่นคอห่อตัว มือใต้แขนเสื้อขยับไปมาก่อนจะบีบเข้าหากัน เขายิ่งดูตัวเล็กลีบเวลาอยู่ต่อหน้าคนเหล่านี้

 

          “...เรื่องแปลกๆ...คือ...เรื่องเซฮุน...แล้วก็ยา...”

 

          “ยา?” ถูกถามกลับและคนฟังพยักหน้าเร็วๆ ชายหนุ่มผิวแทนนิ่งไป ครู่ใหญ่ที่คนเฝ้าคอยต้องกลั้นหายใจ ก่อนที่อีกฝ่ายจะเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงไม่มั่นใจ

 

          “ที่ใครๆ บอกว่าเซฮุนมันติดยาน่ะเหรอ” พูดออกมาแล้วทุกอย่างก็กลายเป็นความเงียบงันในทันที

 

          จะให้เขาตอบยังไง หรือควรจะตอบอะไรกลับไปดี – ใช่แล้ว...ที่ใครๆ พูดแบบนั้น เซฮุนหายไปเพราะติดยาจริงหรือเปล่า?

 

          คงเป็นการสนทนาที่รื่นหูดี ลู่หานพยายามคิดหาคำพูด ปลายนิ้วของคนตรงหน้าก็แตะลงมาบนหว่างคิ้วของเขา

 

          “ขมวดคิ้วยุ่งเหยิงเหมือนไอ้เซฮุนอีกคนหนึ่งแล้ว รู้ตัวไหม” ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ คิมจงอินกำลังยิ้มนิดๆ ด้วยสายตาที่สื่อถึงความเป็นมิตรครั้งแรก

 

          “อยากถามเรื่องนี้?” – อื้อ...ไม่ได้พูดออกไป แต่ก็พยักหน้าให้ช้าๆ

 

          “นายเชื่ออย่างที่คนอื่นพูดกันหรือเปล่าล่ะ”

 

          ไม่แน่นอน...คิดพลางส่ายหน้า และคนมองหัวเราะอีกนิด

 

          “งั้นก็ปล่อยข่าวลือไร้สาระแบบนั้นไปเถอะ”

 

          “เซฮุนหยุดเรียนไปเพราะเหตุผลอื่นจริงๆ ใช่ไหม”

 

          ในที่สุดก็กล้าพูดออกมา ใบหน้าหวานยังคงแสดงออกถึงความกังวลนิดๆ โชคดีที่จงอินไม่ใช่คนใจร้ายที่จะเมินเฉยกันได้ลง

 

          “ก็คงต้องบอกว่าอย่างนั้นนะ...แต่เหตุผลจริงๆ น่ะ ไม่คิดว่าฉันสมควรเป็นคนบอกเองหรอกนะ รู้เท่าที่ควรรู้มีความสุขกว่าเชื่อสิ” แล้วมือข้างหนึ่งก็ยกขึ้นมาปัดผ่านข้างแก้มของลู่หานเบาๆ จงอินจ้องตาเขาครู่เดียวก็ผละออกห่าง “ไปนะ”

 

          แล้วก็กลับออกไป ทิ้งให้ลู่หานยืนอยู่ลำพังกับหัวใจที่เต้นตึกตักแผ่วเบาๆ

 

          เหมือนมันกำลังดีใจที่ต้นเหตุไม่ใช่เรื่องราวแย่ๆ แต่ครึ่งหนึ่งก็อึดอัดเพราะกลัวจะเป็นอะไรที่แย่กว่านั้น มันสับสนปนเปไปมาจนแยกไม่ออก และทั้งคลาสนั้นลู่หานก็แทบเรียนอะไรไม่รู้เรื่องเลย

 

          “กลางวันกินอะไรกันดี” แบคฮยอนถามอย่างร่าเริงในตอนที่พวกเขาเอาการบ้านสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมทั้งบัตรประจำตัวไปให้อาจารย์ลงเวลาเข้าเรียน

 

          ไม่ค่อยมีใครสนใจเรื่องจดหมายก่อนหน้าเท่าไหร่แล้ว ยิ่งเห็นรอยยิ้มสดใสนี้คนพวกนั้นก็เบื่อและหันไปตีฟูเรื่องราวอื่นๆ แทน ชีวิตของพวกเขาเลยกลับมาสงบสุขดังเดิมเกินครึ่ง

 

          “ไออยากกินจาจังยอนกับซุปเกี๊ยวนึ่ง” คยองซูออกความเห็น แต่มันก็สิ้นสุดแค่นั้นล่ะ เพราะอาจารย์ขอให้ลู่หานช่วยยกเอกสารไปส่งที่ห้องพัก

 

          พวกเพื่อนล่วงหน้าไปรอที่โรงอาหารก่อน และเขาก็เป็นพวกกินอะไรก็ได้ง่ายๆ แบบนี้เสมอด้วย

 

          จากตึกเรียนไปไม่ไกลเท่าไหร่ คนตัวเล็กนำส่งของถึงที่หมายก่อนจะโค้งต่ำทำความเคารพตอนออกมา เขาเดินเตาะแตะไปเรื่อยๆ ตามทาง กลีบดอกเชอร์รี่ยังคงโปรยปราย เป็นอีกหนึ่งวันที่ควรสูดหายใจลึกๆ ให้เต็มปอด

 

          แต่ขาเล็กๆ ก็ต้องชะงัก หยุดลงเมื่อใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าของเขา

 

          คนตัวสูงใหญ่ที่มีดวงตาเรียวรีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ผมสีเทาตัดสั้นเกือบติดหนังหัว ต่างหูสีเงินรูปไม้กางเขนเป็นประกายวูบวาบเหมือนรอยยิ้มที่เห็น

 

          เขาจ้องมองลู่หาน อึดใจหนึ่งก็ยิ้มกว้างขึ้น

 

          “สวัสดี จำฉันได้ไหม” เขาทักทายนั้นฟังดูเป็นมิตร แม้จะไม่ได้รับคำตอบใดๆ กลับไป

 

          นัยน์ตากวางสะท้อนภาพของคนตรงหน้านิ่ง คนที่เคยผิวปากเอ่ยแซวเขาที่หน้าคณะภาคอินเตอร์ หนึ่งในกลุ่มเพื่อนของเซฮุนที่ลู่หานเคยเห็น แต่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

 

          ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้อีกนิด น้ำหอมสไตล์คุณชายของเขาฉุนแสบจมูก แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นเจ้าลูกกวางก็ไม่ได้ถอยหนี แค่เพียงประสานสายตา และรอให้อีกฝ่ายบอกถึงจุดประสงค์ของตน

 

          “ขอโทษที่อาจจะเสียมารยาทเผลอฟังนายคุยกับจงอิน แต่อยากรู้ใช่ไหมว่าเซฮุนมันหายหน้าไปไหนมาตั้งหนึ่งปี ฉันว่าตัวเองพอบอกนายได้นะ”

 

          ดวงตาสีเข้มเปล่งประกายวาบ ดูลึกลับน่ากลัว แต่อีกครึ่งหนึ่งที่สัมผัสได้ คือความหนักแน่นจริงจังที่ไม่มีเค้าแววของการล้อเล่น

 

          คนแปลกหน้ายื่นมือออกมาหาเข้า พร้อมๆ กับรอยยิ้มเย็นชวนให้ช่างใจในทุกคำพูดที่ผ่านมา แต่ว่านะ...

 

          “ฉันชื่อฮวังจื่อเทา มากับฉันสิ ลู่หาน”




TBC*




มีแขกมา
555555555555


ตอนนี้เห็นมีหลายทีมเยอะเลยค่ะ
ซึ่ง...จะใดๆ ก็แล้วแต่
จะไม่สปอยล์ว่าอย่าลืมทีมตั้งกล้องเด้อค่าาาา


พูดคุยสรรเสริญคุณพระเอกไปพร้อมกันได้
ที่คอมเมนต์และแท็กนะคะ


คุณแม่สู้ๆ.



Hashtag
#ฟิคห้ามจูบ

 





 

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 134 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,559 ความคิดเห็น

  1. #3500 CeePee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 21:36
    อาเทาจะมาดีหรือมาร้าย
    #3,500
    0
  2. #3474 prsh (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 04:07
    ชานยอลโคตรดี จงอินไม่ร้ายหนักถึงขนาดเพื่อนตัวดีใช่ไหมนะ
    #3,474
    0
  3. #3446 sunsweets (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 21:34
    อย่าไปปปปปป เทาจะทำอะไรน้องรึเปล่า
    #3,446
    0
  4. #3434 Annonymus (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 23:36
    จงอินดูมีอะไรซ่อนอยู่ จริงๆนะ
    #3,434
    0
  5. #3400 Sehunnie94 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 11:00
    ทำไมชั้นชอบจงอินอ่า พ่อหมีง่วง
    #3,400
    0
  6. #3353 NLHH12 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 23:06
    เทาๆมาดีนะะะะ
    #3,353
    0
  7. #3120 tuntiiz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 21:59
    กลัวเหลือเกิน 555
    #3,120
    0
  8. #2988 luhanbaekhyunkai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 05:56
    อหหหหห อะไรเนี่ยยยย แต่อยากได้พี่ชานมาก
    #2,988
    0
  9. #2942 polypoll (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 19:58
    เอาป็นว่าไม่เดาอะไรทั้งนั้น
    #2,942
    0
  10. #2613 janenyhun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 01:50
    หืมมมมม
    #2,613
    0
  11. #1667 PareWaPkh (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:23
    ชานลู่ เอาทีมนี้5555
    #1,667
    0
  12. #1584 bruinx_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:19
    อยากรู้ทุกเรื่องเลยตอนนี้ สงสัยไปหมดแง สงสัยยิ่งกว่านุ้งลู่
    #1,584
    0
  13. #1579 JongjitSriyan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:17
    คบกับพี่ชัลเลยลูก 5555
    #1,579
    0
  14. #1412 LULUK1220 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 14:08
    มีความหวั่นไหวกับพิชัล555555
    #1,412
    0
  15. #903 Akanishi Galaxy (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 21:11
    จะเกิดไรขึ้นมั้ย
    #903
    0
  16. #759 ntcha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 03:33
    เทาอย่าแกล้งลู่เด้อ
    #759
    0
  17. #746 luluhan777 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 02:31
    ชานยอล ดูแลลู่หานดีมากกกกกกก ชานลู่ๆๆๆๆๆ
    #746
    0
  18. #670 PPSnook (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 20:54
    อิเทามาทำไม แต่ก็อยากรู้เรื่องฮุนเหมือนกันอย่ามาหรอกนะ
    #670
    0
  19. #663 Trouble'Rapper :) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 16:27
    เทา เธออย่ามายุ่งกับลูกฉันนน
    #663
    0
  20. #597 KissFram (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 00:55
    เซมีเรื่องอะไรในใจ บอกมาเลยนะ จะบอกตอนไหน คิ้วเราจะผูกกันเหมือนกับสายหูฟังที่พันกันแล้ววว
    #597
    0
  21. #587 jsladies (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 08:49
    เทาดูน่ากลัวแปลกๆดูไม่น่าไว้ใจ น้องห้ามไปกับเขานะลูก
    #587
    0
  22. #584 Sparklingstars (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 07:08
    เทามาดีจริงๆใช่ม่ะ
    #584
    0
  23. #583 Sparklingstars (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 07:08
    เทามาดีจริงๆใช่ม่ะ
    #583
    0
  24. #523 tl tong (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 01:16
    อย่ายุ่งกับเค้าลูกก
    #523
    0
  25. #451 Wi!!Soul_Ws (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 02:03
    เทานายจะหลอกอะไรลูกเรา!
    #451
    0