[END] Deep kiss :: HUNHAN

ตอนที่ 4 : CHAPTER 3 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,293
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 153 ครั้ง
    29 ธ.ค. 60




CHAPTER 3

 

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

 

        มีเบอร์ของตัวเองโทร. เข้ามาตอนมื้อเย็น

 

          เบอร์ของตัวเอง ที่ปลายสายเป็นคนอื่น – คนที่ไม่อยากให้เป็นและคิดไม่คิดถึง

 

          กับคำตอบที่ทำให้ตัวแข็งทื่อ

 

          มันไม่น่าฟังเอาเสียเลย

 

          ลู่หานกัดริมฝีปาก กลั้นหายใจตอนที่ขยับปลายนิ้ว

 

          “อย่างเพิ่งวาง!” – สั่งเหมือนมองเห็น ทำเหมือนวิ่งอยู่ในความคิดของเขา

 

          สุดท้ายที่ควรเกลียดที่สุดก็คือร่างกายที่เชื่อฟังคนอื่นมากกว่าเสมอ คนตัวเล็กสะดุ้งแล้วก็นิ่งไป แต่ที่ไม่ทำอะไรต่อเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นยังไง

 

          โอเซฮุนเป็นคนแบบไหนลู่หานอาจจะรู้ดีที่สุด

 

          แต่สมองของเขาไม่เคยจำ

 

          “ตั้งใจทำตัวเรี่ยราดบ่อยๆ ระวังคนอื่นเขาจะคิดว่าจงใจนะ” เสียงทุ้มลึกสวนกลับมาอีกครั้ง แค่ได้ยินก็นึกออกแล้วว่าใบหน้าหล่อจัดนั้นจะเป็นยังไง หรือริมฝีปากได้รูปนั้นจะบิดเป็นรอยยิ้มร้ายกาจแค่ไหน

 

          ร้ายกาจ...บางทีคำนี้ก็สุภาพเกินไปสำหรับคนๆ นี้

 

          “ขอบคุณที่เก็บโทรศัพท์ไว้ให้ พรุ่งนี้เราจะฝากเพื่อนไปเอา...”

 

          “คิดอะไรโง่ๆ อีกแล้ว” นิสัยพูดแทรกและไม่ยอมรอฟังจนจบก็เป็นอีกเรื่องแย่ๆ ของเซฮุน แต่เชื่อเถอะ...ว่ายังมีมากกว่านั้น

 

          “รู้ว่าเป็นคนง่าย แต่อย่าคิดว่าคนอื่นจะง่ายเหมือนนายไปหมดสิ ลู่หาน”

 

          อา...มุมมองของพ่อคนซับซ้อนชอบสร้างปัญหา

 

          “ถ้าอยากได้คืนก็มาเอาเองที่คณะฉัน แต่ถ้าลำบากมากก็ไปหาเอาในถังขยะ ฉันอาจใจดีปามันลงไปให้ถ้ามีเวลา”

 

          คำพูดนั้นเย็นชาราบเรียบ แฝงฝังไปด้วยความเย้ยหยันและตั้งแง่เหมือนที่แล้วๆ มา เซฮุนดูสนุกที่ได้ใช้คำพูดรุนแรงถากถางเขา กับคนแบบนี้...ดีที่สุดคือปล่อยไป อย่าไปโต้ตอบให้เหนื่อยและหยุดไปเอง

 

          ควรเป็นแบบนั้น...แต่ความอดทนของลู่หานมีขีดจำกัดเหมือนคนอื่นๆ

 

          วันนี้เขาเหนื่อยมามากแล้ว และจะไม่เสียเวลากับคนแย่ๆ แบบนี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว

 

          เซฮุนไม่ใช่คนที่ควรท้าทาย แต่ลู่หานก็เป็นพวกดื้อรั้นที่ไม่เคยฟังคำเตือนเหล่านั้นอีกตามเคย

 

          “งั้นคุณก็โยนมันลงไปเลย หลังเลิกเรียนเราจะไปคุ้ยมันขึ้นเอง”

 

          แล้วสายก็ถูกตัดขาด แถมยังตามด้วยการปิดเสียงตัดบททุกสิ่ง

 

          อิทธิพลของความโมโหหิวที่...หาเรื่องให้ตัวเองอีกจนได้

 

          ลู่หานถอนหายใจตอนที่นั่งลงช้าๆ และเริ่มตักอาหารเข้าปาก ไม่ได้นึกเสียใจ แค่กำลังเตรียมใจและเตรียมพร้อมรับมือกับโอเซฮุน ที่ไม่รู้จะได้เจอกันในรูปแบบไหน

 

          ไม่มีสักวินาทีระหว่างกันที่จะพูดคุยกันได้สบายๆ

 

          เหมือนทั้งหมดเป็นความผิดพลาดตั้งแต่ในอดีตที่ส่งผลมาถึงปัจจุบัน

 

          ความผิดพลาดที่พวกเขาไม่ควรรู้จักกัน

 

          ความผิดพลาด...ที่ลู่หานเป็นคนดันทุรังทำให้มันเกิดขึ้น

 

          เขาอาจจะโง่...และง่ายอย่างที่อีกฝ่ายบอกไว้จริงๆ นั่นล่ะนะ

 

          กลืนอาหารคำสุดท้ายก่อนจะลุกออกไปจากตรงนั้น มีหลายอย่างให้ต้องดูแลเก็บกวาด และทุกอย่างหายไปกับเสียงน้ำไหลที่ดังกลบทุกอย่าง

 

          ดังเกินไป...จนไม่รับรู้ถึงการสั่นเตือนของข้อความเข้าหลังจากนั้น

 

         

          และมันถูกปล่อยทิ้งไว้โดยปราศจากการรับรู้...

 

         

          “จะไปซื้อน้ำให้จะเอาอะไรเพิ่มไหม”

 

          คยองซูถามขึ้นหลังจากที่พวกเขาเพิ่งได้ที่นั่งจัดการกับมื้อกลางวันอย่างลวกๆ

 

          — เป็นอีกวันที่โรงอาหารแออัดไปด้วยนักศึกษา พื้นที่สี่เหลี่ยมเล็กๆ แบบนั้นไม่เพียงพอ และพวกเขาต้องระเห็จออกมานั่งใต้คณะ

 

          แต่ในความยากหลายๆ อย่างของวันนี้ ลู่หานขอบคุณที่เซฮุนยังไม่ปรากฏตัว

 

          คงไม่มา และการชวนเพื่อนไปคุ้ยถังขยะหลังเลิกเรียนน่ะน่าลำบากใจมากกว่าหลายร้อยเท่า

 

          เจ้าลูกกวางถอนหายใจ และลงมือจัดการคิมบับของตัวเองเงียบๆ ท่ามกลางผู้คนมากมาย เขาก็ยังคงเป็นคนธรรมดา ที่ไม่เคยโดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและการเรียนที่อาจจะต้องพยายามมากกว่าคนอื่นๆ

 

          ไม่กี่อย่างที่ทำได้ดีคงเป็นการอมข้าวกับเหม่อลอยไปเรื่อยๆ คยองซูมักดุบ่อยๆ ว่าถ้ามีคนคิดจะอุ้มเขากลับบ้านจริงลู่หานก็คงไม่รู้ตัว

 

          ก็อาจเป็นแบบนั้น ในตอนที่ได้ทดสอบสมมติฐานจากหลายๆ ครั้ง เหมือนอย่างในตอนนี้ที่มีใครคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเขา

 

          ใบหน้าหวานเงยกลับขึ้นมอง พร้อมดันเเว่นอันใหญ่ตรงสันจมูกขึ้นช้าๆ

 

          “...จงอิน...”

 

          “กินน่าอร่อยเชียว ขอนั่งด้วยคนนะ” คนตัวสูงผิวแทนขยับยิ้มทักทาย โดยไม่ได้รอคำตอบคนมาใหม่ก็ถือวิสาสะย่อตัวลงฝั่งตรงข้ามของเขาทันที

 

          ลู่หานลืมตัวเผลอห่อไหล่ก้มหน้า ร่างเล็กดูเครียดเกร็งยามค่อยๆ หันซ้ายทีขวาที แต่ว่า...

 

          “มันไม่มาหรอกเซฮุนน่ะ” เสียงทุ้มต่ำในลำคอเอ่ยบอก และมันทำให้คนที่ไม่ได้ตั้งตัวสะดุ้งโหยง

 

          คนตัวเล็กหันกลับมาช้าๆ และพบกับดวงตาสีเข้มเจ้าเล่ห์ที่กำลังจ้องมองมาอย่างขบขันและไม่น่าไว้วางใจ

 

          “ทำให้ผิดหวังหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นก็ขอโทษด้วยนะ”

 

          “อา...เปล่าๆ ไม่มาก็ดีแล้วล่ะ” แล้วก็หัวเราะกลบเจื่อนๆ เกลื่อนแบบไม่เป็นธรรมชาติที่สุด

 

          คิมจงอินไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำแค่เท้าคางมองเขาแล้วก็หยิบบางอย่างออกมาวางไว้ตรงหน้า

 

          โทรศัพท์ของลู่หาน – ทำไมถึง...

 

          “เมื่อวานเห็นมันตกไว้แถวล็อคเกอร์ เลยเอามาคืนให้”  คำอธิบายดังขึ้นทันทีเมื่ออีกฝ่ายเห็นดวงตากวางเบิกโตเหมือนงุนงงไม่เข้าใจ

 

          “จงอิน...เก็บได้เหรอ” ถามย้ำอย่างไม่แน่ใจ และ...

 

          “ใช่...โทษทีนะที่ต้องเปิดดูข้างในถึงได้รู้ว่าเป็นของใคร”

 

          “แต่เมื่อวานตอนเซฮุนโทร...”

 

          “หืม...เซฮุนมันทำไมเหรอ” พอได้ยินคำถามแบบนี้ก็เลยลังเลไม่กล้าพูดต่อ ครู่หนึ่งที่ประสานสายตาลู่หานก็ก้มหน้าลงก่อนจะใส่หัวช้าๆ ปฏิเสธ

 

          “ขอบคุณนะจงอิน” เสียงใสแผ่วเบาตอนยื่นมือออกไปรับมันคืนมา

 

          ทุกอย่างช่างง่ายดายเหมือนการสนทนาระหว่างเขากับเซฮุนไม่เคยเกิดขึ้น

 

          เจ้าของชื่อยิ้มให้ ด้วยท่าทีสบายๆ ไม่มีอะไรผิดปกติให้สงสัย

 

          “ไม่เป็นไร แต่ต่อไปอย่าลืมตั้งรหัสล็อคโทรศัพท์ด้วยล่ะมันอันตราย”

 

          คำเตือนที่มาพร้อมกับความปรารถนาดี ฟังผิวเผินก็คงเป็นแบบนั้น แต่สำหรับลู่หาน...เขากลับหายใจไม่ทั่วท้อง คิมจงอินกำลังยิ้มแต่ดวงตาของคนๆ นี้มักสวนทางเสมอ – เหมือนกับเซฮุนที่มักมองเห็นคนโลกเป็นสิ่งน่าขบขัน และไม่มีอะไรสำคัญพอสำหรับพวกเขา

 

          ดวงตาสีเข้มคู่นั้นยังคงจ้องมองมา มันวาววับและมีประกายบางอย่างที่ทำให้รู้สึกอึดอัด แค่หายใจยังลำบาก

 

          แต่ลู่หานไม่รู้ว่าอะไร เขาคงซื่อและโง่เกินกว่าจะตีความหมายสิ่งยากๆ เหล่านั้นได้

 

          บางครั้งก็รู้ว่าเป็นอันตราย แต่ก็ยังเดินเข้าไปหา

 

          บางครั้งก็เห็นกับดักที่วางอยู่ตรงหน้า แต่ขาสองข้างก็ยังก้าวไป

 

          ลู่หานเป็นคนแบบนี้...คนที่ไม่รู้จักระแวดระวังจนพลาดพลั้งทำตัวเองเจ็บปวดเสมอ

 

          คนตัวเล็กนั่งนิ่ง ไม่ได้พยายามค้นหาความจริงหรืออะไรไปมากกว่านี้ เหมือนแค่นั่งเฉยๆ รอให้เพื่อนกลับมา

 

          “ปีกว่ามานี้เซฮุนมันเปลี่ยนไปตั้งหลายอย่าง แต่นายกลับไปเปลี่ยนไปเลยสินะ...ตั้งแต่เรื่องคืนนั้น”

 

          “แย่แล้วลู่หาน!”

 

          เสียงที่คุ้นเคยดังแทรกขัดลมหายใจที่สะดุดลง คำพูดของคิมจงอินถูกหยุดยั้งไว้แทนที่ด้วยการกระหืดกระหอบของคยองซู ซึ่งวิ่งตรงมาทางพวกเขาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

 

          คนตัวเล็กรีบลุกขึ้นยืนและอีกฝ่ายรีบคว้าตัวเขาไว้ทันที

 

          “แย่แล้ว...แบคฮยอนแย่แล้ว...”

 (ต่อ) 


          ข้อความบนหน้าจอไม่ปรากฏชื่อผู้รับ

 

          แต่กลับระบุชื่อผู้ส่งเอาไว้ชัดเจน

 

            พรุ่งนี้เจอกัน – โอเซฮุน

 

          แบคฮยอนไม่น่ามาที่นี่...อันที่จริงเขาไม่ควรสนใจตัวอักษรพวกนั้น เขารู้ดี แต่อะไรบางอย่างผลักเขาให้ลุกจากเตียงมายืนอยู่ตรงนี้

 

            อาจเริ่มต้นจากความสงสัย ก้าวต่อก้าวด้วยความสนใจอยากรู้อยากเห็น และสุดท้ายก็จบลงที่ดื้อรั้นไม่เข้าท่า

 

          ท่ามกลางสายตาของเพื่อนนักศึกษามากมาย เขาคือตัวตลกที่ใครๆ ก็จ้องมองอยากจะหัวเราะเยาะอย่างขบขัน หลายคนเดินตรงเข้ามาหา และอีกไม่น้อยที่หยุดมองรอเรื่องบันเทิงต่างๆ ต่อจากนี้

 

          ความสนุกสนาน...ซึ่งแลกมากับความรู้สึกเสียใจอีกมากมายที่พวกเขาไม่คิดสนใจ

 

          “มาหาเซฮุนเหรอ” – ไม่ใช่หน้าตึกภาคอินเตอร์ แต่คนเหล่านั้นก็ยังรู้ และถ้านั่นคือคำทักทายแบคฮยอนก็คิดว่ามันห่วยแตกมาก

 

          ไม่โต้ตอบและเลือกที่จะเดินหนีไปเงียบๆ แต่หนึ่งในนั้นกลับเดินเข้ามาขวางไว้

 

          “เดี๋ยวสิจะรีบไปไหนล่ะ กลัวมันหนีหรือไง” เพื่อนผู้ชายที่เขาไม่รู้จักยังคงชวนคุย ร่างสูงใหญ่นั้นยกแขนขึ้นมากอดอก หรี่ตาเลิกคิ้วยียวนก่อกวนอารมณ์กันอย่างไม่ยอมเลิก

 

          “ก็ไม่แน่ คราวนี้มันอาจจะหายหัวไปเลยสองปีก็ได้” แล้วการสนับสนุนนั้นก็เรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงให้ดังกระหึ่มตามมา

 

          ยังคงเป็นรอยยิ้มอัปลักษณ์และความยินดีน่ารังเกียจที่ถูกฉาบทับไว้ด้วยสิ่งเปลือกนอกจอมปลอม พวกเขาดูชอบใจที่ได้ล้อเลียน เอาเรื่องน่าอับอายมาล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นเสมอ

 

          แบคฮยอนเม้มริมฝีปาก มือข้างลำตัวกำแน่น แล้วลู่หานกับคยองซูก็วิ่งเข้ามาหา พยายามกำบังเอาไว้จากคำพูดมากมายที่ทิ่มแทงเข้ามา

 

             แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครหลบพ้น...

 

          “ไม่นึกว่าผู้นำเชียร์ของรุ่นจะกล้าทำอะไรแบบนี้ ชอบเซฮุนขนาดนั้นเลยเหรอ หวังเป็นแฟนหรือแค่วันไนท์ สแตนด์ก็พอแล้ว?” ใครสักคนถามขึ้น จากกลุ่มก้อนของความอื้ออึงน่ารำคาญและชวนให้หายใจไม่ออกแบบนี้

 

           ไม่ให้เกียรติกัน และไม่มีมารยาทจนคยองซูแทบพุ่งเข้าไปต่อยหน้าเจ้าคนปากดี ถ้าเขากับลู่หานห้ามไว้ไม่ทัน

 

          “เฮ้...ใจเย็นก่อนนี่พวกเราหวังดีนะ” คนพวกนั้นก็ยกมือขึ้น หัวเราะนิดๆ ไปกับการแสดงที่เสแสร้งของตัวเอง

 

          “ไม่ได้อยากยุ่งขนาดนั้นหรอก แค่อยากเตือนไว้ว่าอย่ายุ่งกับเซฮุนมันดีกว่า เพราะพวกนายคงไม่รู้ว่ามันหายหัวไปทำอะไรมาตั้งปีกว่า”

 

          “มั่นใจแบบนี้แปลว่ามึงรู้สินะ”

 

          เสียงทุ้มลึกที่แทรกขึ้นมาทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก แต่มากกว่านั้นคือร่างสูงที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากฝูงชน

 

          ทุกคนก้าวถอยหลัง แม้แต่คนถูกถามก็ยังหน้าเปลี่ยนสี ความสนุกบนใบหน้าก็ยังลดลงไปเกินครึ่ง

 

          เซฮุนหยุดลงท่ามกลางทุกสายตา ใบหน้าหล่อจัดเรียบนิ่งจนไม่สามารถจับความรู้สึกใดๆ ได้ ครู่หนึ่งที่แม้แต่อากาศก็เหมือนจะหยุดหายใจไป แล้วริมฝีปากได้รูปก็ยกยิ้มหยันออกมา

 

          “ไม่พูด...เงียบทำไม?” เลิกคิ้วขึ้นคล้ายจะก่อกวน และนั่นทำให้ดวงตาของคนฟังเข้มขึ้นทันที

 

          “มึงเกี่ยวอะไรด้วย”

 

          “ก็ไม่ได้...ถ้าที่นี่มีโอเซฮุนคนอื่น”

 

          ย้อนกลับพร้อมด้วยเสียงกลั้วหัวเราะสบายๆ อย่างคนที่มองทุกอย่างเป็นเรื่องน่าขันเสมอมา

 

          ไม่มีใครกล้าพูดอะไรต่อ แม้แต่คนที่กำลังเผชิญหน้าระหว่างกันก็ยังปิดปากแน่นสนิท รอบตัวจมลงสู่ความเงียบงันช้าๆ สายลมที่เคยพัดบางเบาจางหาย เหลือเพียงความว่างเปล่าที่มาพร้อมกับความตึงเครียดกดดันเล็กๆ

 

          เหมือนความอดทนนี้ไม่มีวันหมด เซฮุนยืนรออย่างใจเย็นให้อีกฝ่ายโต้ตอบ นานจนเกือบถอดใจ และสุดท้ายก็ไม่มีอะไรกลับคืนมา

 

          ร่างสูงผ่อนลมหายใจ ขยับมุมปากเป็นรอยยิ้มถือดีอีกครั้ง และ...

 

          “ดีแต่ปาก” – ร่างตรงหน้าแทบโถมเข้าใส่ หมัดที่ถูกเงื้อขึ้นแทบเหวี่ยงเข้าหน้า ถ้าหลายคนในกลุ่มนั้นไม่ช่วยกันห้าม

 

          อันที่จริง...ครั้งหนึ่งโอเซฮุนเคยสมบูรณ์แบบ เขาเคยได้ฉายาว่าเจ้าชายของมหาวิทยาลัยก่อนจะเหลือไว้เพียงความทรงจำสีจาง

 

          แต่สองสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไป...

 

          เขาคือลูกชายคนเล็กของนักการเมืองชื่อดังตัวเก็งนายกรัฐมนตรีคนต่อไป หลานชายของหนึ่งในสามผู้กุมอำนาจทางการเงินของรัฐบาล และน้องชายของคนที่สามารถสร้างสถิติคะแนนสอบสูงสุดของประเทศซึ่งไม่มีใครล้มได้มาจนถึงทุกวันนี้

 

          ทั้งหมดคือโอเซฮุนที่ไม่ควรไปตอแยหรือว่าต่อกรใดๆ

 

          ดวงตาสีเข้มล้ำลึกวาววับกวาดมองไปรอบๆ คล้ายกับรอคอยผู้กล้าสักคนจะตะโกนถามในสิ่งที่ค้างคากลับมา แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครยินดีทำแบบนั้น

 

          ครู่หนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้นร่างสูงก็ผละออกห่าง

 

          “เดี๋ยวก่อนเซฮุน” เสียงเรียกนั้นรั้งขายาวๆ ของชายหนุ่มเอาไว้ เป็นแบคฮยอนที่หยุดยั้งอีกฝ่ายเหมือนไม่กลัวที่จะก้าวเข้าไปใกล้ – ดวงตาน่ารักคู่นั้นยังคงระริกไหว และริมฝีปากที่เม้มเข้ากันก็สั่นเทา

 

          คนตัวเล็กกลั้นหายใจรวบรวมความกล้า ครู่หนึ่งก็ค่อยๆ เอ่ยกลับไป “ถึงจะเป็นเรื่องบังเอิญ...แต่ก็ขอบคุณมากสำหรับเรื่องวันนี้”

 

          บอกแล้วก็ยิ้มให้ รอยยิ้ม...ที่ค่อยๆ กลับมาสดใสอีกครั้ง

 

          เจ้าของชื่อไม่ได้พูดอะไรกลับมา แค่มองตอบด้วยดวงตาสีเข้มล้ำลึกที่ไม่เคยมีใครอ่านออก เรียบนิ่งเฉยเมย จนเกือบกลายเป็นความว่างเปล่า หลายอึดใจที่ต่างฝ่ายต่างไร้คำพูด แล้วร่างสูงก็ก้าวกลับเข้ามาหา ไม่ได้เริ่มต้นบทสนทนาแต่กลับยกมือขึ้นมาหยิบกลีบดอกไม้ออกจากกลุ่มผมสีอ่อนให้

 

           ความใจดีและอาจเป็นความอ่อนโยนเพียงหนึ่งเดียวของโอเซฮุน

 

          “ไปนะ” ยิ้มมุมปากนิดๆ แล้วก็หันหลังกลับจากไป

 

          อากาศที่หยุดนิ่งกลับมาเคลื่อนไหว เหมือนกาลเวลาที่ยังคงเดินต่อไป

 

          ใต้ท้องฟ้าสีครามและฤดูใบไม้ผลิที่ยังคงเป็นสีชมพูนี้ ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป

 

          ชั่วพริบตาจนในความคิดหนึ่งเหมือนมันไม่ได้เกินขึ้นจริง

 

          แต่ไม่ว่ายังไง...ทั้งหมดสะท้อนอยู่ในดวงตากวางคู่นี้

 

          ลู่หานรับรู้และผละออกจากเพื่อนแล้ววิ่งไป

 

          วิ่งไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว

 

          วิ่งตาม...คนที่ไม่ควรมากที่สุด

 

          แผ่นหลังกว้างตรงหน้าใกล้เข้ามา เย็นชาและหนาวเหน็บในความรู้สึกเสมอ

 

          “คุณ” เสียงใสร้องเรียกออกไป ไม่มากพอที่จะทำให้เขาหยุด – เซฮุนไม่เคยได้ยินเสียงของเขามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

 

          “คุณเซฮุน” ไวเกินกว่าจะรู้ตัว และคราวนี้อีกฝ่ายหยุดลงตามเสียงของเค้า

 

          ลู่หานกลั้นหายใจในขณะที่ชายหนุ่มหันกลับมาช้าๆ เลิกคิ้วขึ้นมอง แต่ภายในแอบแฝงไว้ด้วยแววเยาะหยันเหมือนอย่างเคย

 

          “คุณตั้งใจจะทำอะไร” เสียงที่ถามออกไปสั่นนิดๆ ตรงกันข้ามกับท่าทางล้วงมือลงกระเป๋าอย่างสบายๆ

 

          ดวงตาคู่นั้นราบเรียบและสุดท้ายเจ้าตัวก็หลุดในลำคอเบาๆ

 

          “แสดงว่าไม่อ่านข้อความ?” ย้อนกลับด้วยท่าทีสงสัย แต่ไม่หรอกเขามันตัวพ่อของการปั่นหน้าตบตา และเดาถูกว่าลู่หานคงไม่เข้าใจ

 

          “ช่างเถอะ...ฉันมีเรื่องให้คิดมากกว่านั้น ชักไม่แน่ใจแล้วที่วิ่งตามมา เพราะนายห่วงเพื่อน...หรือว่ากำลังหึงกันแน่” ดวงตาคมดุวาววับ มีประกายเจ้าเล่ห์ที่สนุกไปกับถ้อยคำก่อกวนของตัวเอง

 

          ถ้อยคำ...ที่มักกดให้เขากลายเป็นคนขี้แพ้ไร้ทางสู้เสมอ

 

          แม้แต่ตอนนี้ลู่หานก็ยังคงถามตัวเองซ้ำๆ ในมุมใดมุมหนึ่งที่ไม่มีใครมองเห็น – เขามาทำอะไรที่นี่?

 

          บางทีเขาควรเดินหนี หันหลังกลับ แล้วปล่อยให้โอเซฮุนชื่นชมอยู่กับชัยชนะที่ตัวเองพอใจ

 

          แต่ความดื้อดึงในตัวก็ไม่ยอมให้เขาทำแบบนั้น

 

          ประสานสายตากลับไป ด้วยดวงตากวางที่ครั้งหนึ่งอีกฝ่ายเคยประกาศกร้าวว่าเกลียดมันที่สุด

 

          “เราแค่อยากบอก...ถ้าไม่ชอบแบคฮยอนก็หยุดทำแบบนี้เถอะ อย่าเล่นกับความรู้สึกของคนอื่น” คำพูดนั้นซื่อตรงใสสะอาด แต่สำหรับเซฮุน...มันกลับน่าหัวเราะจนเขาต้องพยายามสะกดกลั้นความรู้สึก

 

          ไม่มีคำตอบ แต่ร่างสูงกลับค่อยๆ เดินเข้ามาหา เชื่องช้าก้าวต่อก้าว เช่นเดียวกับลู่หานที่ขยับถอยหลังทีละนิด

 

          เหมือนผู้ล่าที่กำลังไล่ตอนเหยื่อ

 

          หมาป่าขี้เล่นที่กำลังหยอกล้อให้กวางน้อยหวั่นใจ

 

          แต่โอเซฮุนไม่ได้ใจดีขนาดนั้น และขาเล็กๆ ก้าวพลาดไปสะดุดก้อนอิฐที่ไม่สม่ำเสมอจนเกือบเซล้ม

 

          เหยื่อตัวน้อยเสียหลัก ก่อนจะตกอยู่ในกรงเล็บที่กางออกพร้อมขย้ำทันที

 

          ลู่หานขืนตัวต่อต้าน แต่มือที่คว้าต้นแขนไว้ยิ่งบีบแน่น เขาเจ็บจนเผลอนิ่วหน้าออกมา ซึ่งแน่นอน...คนตรงหน้าพอใจที่จะได้เห็นแบบนั้น

 

          เซฮุนกระตุกยิ้มมุมปากพลางก้มลงมาหาในระยะประชิด จนรับรู้ถึงลมหายใจของกันและกัน จมูกของพวกเขาแทบแนบชิด อาจมีเพียงอากาศที่สามารถแทรกผ่าน

 

          ริมฝีปากสีชมพูเม้มเข้าหากัน ดวงตาคู่ใสระริกไหวรุนแรง ลู่หานห่อไหล่แต่อีกฝ่ายกลับยกยิ้มถือดีออกมา

 

          “กับนายที่ไม่ชอบฉันยังนอนด้วยได้ จะใครก็ไม่ต่างกันหรอก”

 

          เสียงทุ้มลึกเน้นชัด ตอกย้ำในความรู้สึกของตัวเองตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงตอนนี้

 

          'ปีกว่ามานี้เซฮุนมันเปลี่ยนไปตั้งหลายอย่าง แต่นายกลับไม่เปลี่ยนไปเลยสินะ'

 

          เสียงของคิมจงอินดังขึ้นในความทรงจำช้าๆ

 

          แต่ไม่ใช่หรอก...ผิดแล้วล่ะ

 

          กลืนความปั่นป่วนทั้งหมดลงในช่องท้องยามสบตากลับไป

 

          เซฮุนเองก็ไม่เคยเปลี่ยนเหมือนกัน...

 

          แรงต้านทานค่อยๆ หมดลงช้าๆ มือที่ต่อต้านผลักไสค่อยๆ ลดลงต่ำ

 

          มีเพียงการจ้องตาระหว่างกัน ดวงตา...ที่ไม่เคยมีภาพของเขาสะท้อนอยู่ในนั้น นิ่งมองและเผลอตัวยกมือข้างลำตัวขึ้นมาช้าๆ

 

          ริมฝีปากที่เขาเคยสัมผัสแค่เพียงปลายนิ้ว ตอนนี้...จะเย็นเฉียบเหมือนอย่างในตอนนั้นไหมนะ

 

          คิดพลางเอื้อมออกไปหาในจังหวะที่อีกฝ่ายไม่คิดผลักไส ทว่า...

 

          “เสี่ยวลู่”

 

          ระฆังของซินเดอเรลล่าตีบอกเวลา เวทมนต์ของนางฟ้าแม่ทูนหัวพลันสลายหายไป

 

          ลู่หานรีบถอยออกห่างและหันกลับไป เจ้าของเสียงเรียกไม่ใช่แบคฮยอนหรือคยองซู แต่กลับเป็นชายหนุ่มร่างสูงที่หล่อเหลา ดวงตาที่ปรากฏเค้าแววสดใสขี้เล่นซุกซนคู่นั้นเป็นยิ่งกว่าความคุ้นเคย

 

          “ชานยอล” ตอบรับกลับไปและอีกฝ่ายส่งยิ้มกลับมาให้

 

          “ทำอะไรอยู่เหรอ กำลังคุยเรื่องสำคัญกันหรือเปล่า” เขามองลู่หานสลับกับคนข้างๆ ไปมา และ...

 

          “ไม่มีอะไรสำคัญหรอก แค่กำลังช่วยลู่หานดูอะไรบางอย่างเท่านั้น” กลับเป็นเซฮุนที่ให้คำอธิบายพร้อมวางมือลงมาบนไหล่เล็กๆ นี้ เจ้าของชื่อตัวแข็งและยิ่งไม่กล้าหายใจเมื่ออีกฝ่ายก้มตัวลงมาอีกครั้ง

 

          ดวงตาคู่นั้นพราวระยับอย่างไม่น่าไว้วางใจ ไม่รู้เลยว่าเซฮุนกำลังคิดอะไร และ...คนๆ นั้นก็ไม่ปล่อยให้เขาได้กังวลนาน

 

          มือใหญ่ยื่นออกมาพร้อมๆ กับ...

 

          “เหมือนว่าตรงคอจะโดนแมลงกัด แต่เหมือนว่าจะไม่เป็นไรมากหรอกนะ”

 

          แล้วพลาสเตอร์ที่คนตัวเล็กจงใจแปะไว้ก็ถูกดึงออกอย่างรวดเร็วไม่ให้ทันตั้งตัว!

 

          “คุณ!” ลืมตัวขึ้นเสียงและรีบตะครุบลำคอของตัวเองทันทีแต่ว่า...

 

          “ไหนขอดูหน่อยสิ” อีกคนที่แสนดีรีบตรงเข้ามาหา สีหน้าของเขาแสดงชัดว่าเป็นห่วง คนที่พยายามเบี่ยงตัวหลบจึงจนใจและต้องยอมให้ตามที่ขอ

 

          “อา...แดงเลย เจ็บมากไหม” ถูกถามและเจ้าลูกกวางรีบส่ายหน้าไปมา

 

          หายใจไม่ทั่วท้องทุกครั้งที่ชานยอลก้มลงมอง ดวงตาคมคู่นั้นเป็นประกายครุ่นคิดที่ลู่หานไม่กล้าเดา ครูหนึ่งที่ได้แต่ยืนห่อไหล่คนตัวเล็กก็รีบตะครุบปกเสื้อเข้าหากัน

 

          “เราโอเค รีบกลับไปหาแบคฮยอนกันดีกว่านะ” เปลี่ยนเรื่องพร้อมรอยยิ้มสดใส และอีกฝ่ายวางมือลงมาบนหัวเขาอย่างอ่อนโยน

 

          “เก่งขึ้นแล้วนะ เมื่อก่อนเห็นกลัวแมลงจะแย่”

 

          ฟังแล้วก็ยิ้มรับเพราะเขาไม่มีคำตอบอะไรที่ดีไปกว่านี้ และอะไรๆ คงจะไม่แย่จนหัวใจดิ่งวูบอีกครั้ง ถ้าเซฮุนจะไม่เอ่ยอะไรออกมา

 

          “ก็ไม่แน่หรอก ครั้งนี้อาจจะเป็นแมลงที่ชอบก็ได้เลยไม่กลัว”

 

          ไม่ต้องบอกก็คงจะนึกสีหน้าและรอยยิ้มพอใจของคนๆนั้นออกใช่ไหม ลู่หานเลือกจะไม่ได้หันไปสบตา และคนข้างกายก็ไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากกล่าวขอบคุณสั้นๆ ก่อนที่พวกเขาจะจากไปพร้อมกัน

 

          คงมีเพียงเซฮุนที่ยังยืนอยู่ที่เดิม

 

          ยืนนิ่ง...และมองตามด้วยดวงตาที่สะท้อนความรู้สึกหลากหลายจนยากจะคาดเดา

 

          อึดใจหนึ่งที่มีความเงียบงันเป็นเพื่อนรอบกาย เสียงฝีเท้าและจังหวะการเดินก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง

 

          ชายหนุ่มไม่ได้หันไปมองเพราะผู้มาใหม่แสดงตัวเร็วกว่าที่คิด

 

          “อืม...มีตัวละครใหม่มาเพิ่มอีกแล้ว” คิมจงอินเดินเข้ามาหา ท่าทางเนือยๆ ที่มักแสดงออกประจำนี้ ไม่เคยปกปิดแววตาวาววับได้เลยสักครั้งตอนอยู่ต่อหน้ากัน

 

          คนมาใหม่หยุดยืนข้างๆ พร้อมวางแขนทิ้งน้ำหนักลงมาบนไหล่ “มึงไม่รู้จักสินะ...หมอนั่นชื่อปาร์คชานยอล เป็นคนดังของคณะสื่อสาร อายุเท่าพวกเรา และที่สำคัญจีบลู่หานมาปีกว่าแล้วด้วย”

 

          แนะนำให้เองเสร็จสรรพจนคนฟังต้องหันกลับมามอง

 

          “อยากจะพูดอะไร” เซฮุนมองหน้าเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานาน เพื่อน...ที่บางครั้งก็ชอบทำตัวเหมือนศัตรูที่ยืนอยู่ตรงข้ามกันชวนให้อยากซัดสักเปรี้ยง

 

          แต่แทนที่จะตอบคำถาม คิมจงอินกับหัวเราะพร้อมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายออกมา

 

          “กูก็แค่แนะนำเพื่อนใหม่ให้ ช่วงนี้เห็นชอบไปป้วนเปี้ยนแถวๆ นั้น รู้จักกันไว้ก็ไม่เสียหาย” น้ำเสียงที่ได้ยินฟังดูสบายๆ มีเค้าแววอารมณ์ขันเล็กๆ ตามประสาผู้ชายอารมณ์ดี

 

          แต่ไม่หรอก...คนที่รู้จักกันมานานมองเห็นมากกว่านั้น เซฮุนมองเห็นความคิดมากมายที่กำลังหลั่งไหลอยู่ในดวงตาง่วงงุนคู่นั้น – อย่างน้อย...ก็คำพูดแดกดันข่ารำคาญแบบนั้น

 

          “ก็แค่วิธีไล่ฆ่าเวลา จริงจังทำไม” รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นอีกครั้ง แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ไม่มีคำตอบรับหรือว่าปฏิเสธที่ชัดเจนให้ได้ยิน นอกจากดวงตาคมดุที่เข้มสีขึ้นเท่านั้น

 

          “วิธีไล่ที่ใจดีก็มีไม่ใช่เหรอ มึงต้องหัดอ่อนโยนบ้าง” ไม่ใช่ครั้งแรกที่จงอินพูดกับเขาแบบนี้ และก็เหมือนเดิมทุกครั้งเช่นกันที่เซฮุนแค่ฟังแล้วก็หัวเราะกึ่งสมเพชอะไรสักอย่างออกมา

 

          “ไม่จำเป็น เพราะกูจะไม่รักและคงไม่มีวันรักคนแบบนั้น” เสียงทุ้มลึกย้ำชัดเหมือนความรู้สึกทั้งหมดที่มี

 

          “สักวันความรู้สึกของคนเราก็ต้องเปลี่ยนไป เดี๋ยวทนไม่ไหวก็เลิกไปเอง อย่าเสียเวลาไปสนใจเลย”

 

          หันกลับมาจ้องตา สื่อชัดให้อีกฝ่ายเข้าใจ ก่อนจะตัดบทและเดินจากไปในทิศทางฝั่งตรงข้าม ทิ้งบทสนทนาทั้งหมดไว้ข้างหลังอย่างไม่ใส่

 

          สีหน้าของจงอินที่อีกฝ่ายไม่เห็นบ่งบอกถึงความคิดมากมาย ร้อยเรียงตั้งแต่เริ่มต้นทว่าก็กลับไร้จุดสิ้นสุด

 

          ไม่รักและจะไม่มีวันรัก...เขาฟังจนเบื่อแล้วล่ะนะ และมันคงใกล้เคียงกับว่า พยายามจะไม่รักอยู่เหมือนกันสินะ

 

          มองตามแผ่นหลังกว้างไป และเพียงครู่เดียวก็ขยับยิ้มเย็นออกมา

 

          อันที่จริงก็ไม่ได้อยากจะสนใจหรอก แต่พอคิดถึงสิ่งที่จะตามมามันก็อดไม่ได้ กับคนหัวดื้อแบบนั้น...ต่อไปนี้ก็คงมีเรื่องสนุกให้เห็นอีกมากมายเลยล่ะ

 

          แค่อดใจรอเท่านั้น

 

          ในฐานะเพื่อนสนิทเขารู้ดียิ่งกว่าใคร...




TBC*




ปรบมือต้อนรับคุณปาร์คช่นยอลค่าาา
ฝากเอ็นดูพี่เค้าด้วยนะคะ


จะไม่สปอยล์ใดๆ นอกจาก
เช็ดเลนส์กล้องไว้ก็ดีต๊ะ
เผื่อปุบปับต้องใช้เนาะ


พูดคุยสรรเสริญคุณพระเอกไปพร้อมกันได้
ที่คอมเมนต์และแท็กนะคะ


เอ้า! หายใจเข้า หายใจออกช้าๆ.



Hashtag
#ฟิคห้ามจูบ

 





T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 153 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,559 ความคิดเห็น

  1. #3555 Namtao07 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 02:28
    จงอินคือชอบใจที่เห็นเพื่อนเป็นแบบนี้กับลู่หานหรอ เรามันร้ายอะ
    #3,555
    0
  2. #3521 Tangkwa Maneewan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:25
    จงอินร้ายหรอ ขุ่นพระ
    #3,521
    0
  3. #3499 CeePee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 21:01
    งงกับนิสัยเซฮุนมากกก
    #3,499
    0
  4. #3473 prsh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 03:37
    น้องอย่ายอมถึงขนาดนี้เลยนะ จงอินคาดเดายากกว่าเซฮุนอีก ส่วนเจ้านั่นน่าตบมาก ปากร้ายเว่อวัง
    #3,473
    0
  5. #3445 sunsweets (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 17:39
    เนี่ยจงอินผู้หยังรู้
    #3,445
    0
  6. #3433 Annonymus (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 23:16
    พี่ชานมาเอาเสี่ยวลู่ไปเลย เซฮุนจะใจร้ายเกินไปแล้ว ไม่ยกลูกให้แล้วจริงๆด้วย
    #3,433
    0
  7. #3399 Sehunnie94 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 10:36
    พี่ชานนนน คนดีของน้อง
    #3,399
    0
  8. #3384 Yellow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 11:35
    ง่าาาา อะไร คืออะไรร~~
    #3,384
    0
  9. #3352 soseelll (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 22:32
    ทำไมกลัวจงอินกว่าเซฮุน555555
    #3,352
    0
  10. #3351 NLHH12 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 22:27
    จะดูเอ็น เอ้ย เอ็นดูคุณปาร์คชานนะคะ
    #3,351
    0
  11. #3119 tuntiiz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 21:48
    ชานไปหาแบคนะ 555
    #3,119
    0
  12. #3036 tha_na_porn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 22:06
    อะไร! พยายามหรอพี่เซ ให้มันรักหัวปักหัวปำไปเลย แล้วงอนลู่จัดคืนให้เจ็บแสบแบบสิบสิบสิบไปเลย
    #3,036
    0
  13. #2987 luhanbaekhyunkai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 05:43
    คือมีปมมมมมหรออคุณพระเอกน้อฃหวานจ๋าเราทำไนให้คุณโกรธธธ
    #2,987
    0
  14. #2941 polypoll (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 19:51
    เซพยายามจะไม่ชอบลู่ป้ะ
    #2,941
    0
  15. #2825 I LoVe xs (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 07:40
    อยากจะเปนจงอิน รู้ทุกอย่างเลยวุ้ยย555555
    #2,825
    0
  16. #2821 sirinthipYY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 20:28
    เดี๋ยวคือเซฮุนชอบลู่หรอหรือไง
    #2,821
    0
  17. #2611 janenyhun (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 01:13
    เหมือนตาสว่างในสิ่งที่จงอินบอก55555555
    #2,611
    0
  18. #2187 FERN36380 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:21
    เดี๋ยวแบบใช้แบคเป็นเครื่ิองมือ ทำเพื่อนเขาผิดใจกัน พี่ปาร์คคะ! มาดามหัวใจแบคด่วนๆค่ะ!! ก่อนที่มันจะวุ่นวายมากกว่านี้
    #2,187
    0
  19. #2175 Byuncream chanbaek (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:43
    ส่งไปให้เสี่ยวลู่ละเเบคเผลออ่านเเน่ๆ
    #2,175
    0
  20. #1965 seyiyemoon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:03
    อินรู้อินเห็น 55555
    #1,965
    0
  21. #1679 Who Ozone (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:21
    โอ้ยยยยยมันค่ะ
    #1,679
    0
  22. #1665 PareWaPkh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:06
    พี่ชานคนดี
    #1,665
    0
  23. #1583 bruinx_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:02
    พี่ชานของน้องงงงงงง
    #1,583
    0
  24. #1578 JongjitSriyan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:59
    อ่านมาถึงตอนนี้ ยังไม่เห็นทางที่นะดีกันได้เลยวุ้ย
    #1,578
    0
  25. #1283 Kondiao ~ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 22:29
    ชานยอลมาแล้ว
    #1,283
    0