[END] Deep kiss :: HUNHAN

ตอนที่ 18 : CHAPTER 17 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 316 ครั้ง
    24 มี.ค. 61




CHAPTER 17

 

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

 

        ช่วงหนึ่งของช่องว่างในอากาศสำหรับหายใจ

 

          กับการประสานสายตาโดยปราศจากคำพูด

 

          — ไม่ใช่คำทักทาย แต่ริมฝีปากเจ้าของชื่อก็ยังคงมีรอยยิ้มสดใสที่ไม่เปลี่ยนแปลง

 

          ความรู้สึกรอบกายราบเรียบ นิ่งเฉยเกินไปจนชวนตั้งคำถาม แต่ถึงอย่างนั้นมือข้างนั่นมั่นคงตอนยืนกลับไปหา – ตอบรับและช่วยพยุงเขาให้ลุกขึ้นมา

 

          อาจมีถ้อยคำบางเบาซุกซ่อนอยู่ในพื้นที่ดวงตา หรือเบื้องดอกเชอร์รี่สักกลียที่ยังคงปลิวว่อน แบคฮยอนบีบมือเขาตอนที่มันยังเกาะกุมกันไว้ เสี้ยวหนึ่งในสัมผัสที่รับรู้ ไม่มีอะไรต่างไปจากเดิม

 

          เซฮุนมองคนตัวเล็กกว่าตรงหน้า พร้อมริมฝีปากที่ปิดสนิทมานานค่อยๆ ขยับเอ่ย

 

          “ขอบ...”

 

          ฉับพลันมือของอีกฝ่ายก็ฟาดปะทะลงมาที่ข้างแก้มอย่างรวดเร็ว!

 

          ตบซ้ำลงบนแผลเดิมก่อนหน้า แน่นอนว่ามันรุนแรงจนใบหน้าหล่อจัดหันสะบัด

 

          งุนงงสับสนไปหมด แม้แต่ตอนที่หันกลับมาทางเก่า

 

          “สำหรับที่ทำให้เสี่ยวลู่ร้องไห้” บอกด้วยรอยยิ้ม และ...ปล่อยมือเขาเพื่อเหวี่ยงกลับมาบนแก้มอย่างเท่าเทียม!

 

          “และนี่สำหรับที่ทำให้เสี่ยวลู่เสียใจ”

 

          ไม่มีเค้าแววโกรธเกรี้ยวเกลียดชัง ตรงกันข้ามคือเสียงนั้นสดใสเหมือนประกายในดวงตา พยอนแบคฮยอนตบหน้าเขาถึงสองครั้งอย่างร่าเริงคล้ายเป็นการเล่นสนุก

 

          ดวงตาคมดุได้แต่เบิกกว้างไม่เข้าใจ อันที่จริง...มีไม่กี่อย่างบนโลกใบนี้หรอกที่ทำให้เซฮุนนิ่งอึ้งได้

 

          “เอาล่ะ...ตามมาๆ จะได้ทำแผลทีเดียว”

 

          สบายๆ แล้วร่างเล็กก็เดินนำไปอีกทาง เหมือนได้ยินเสียงฮัมเพลงเบาๆ ลอยตามสายลมด้วย

 

          ร่างสูงได้ยืนนิ่ง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นและจบลงไปเพียงเสี้ยววินาทีโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำอะไรต่อไป

 

          แต่อย่างน้อย...ขายาวๆ ก็ยังยอมก้าวตามอีกฝ่ายไป คนที่เดินช้าๆ เพื่อให้เขาตามทัน และหยุดลงที่ร้านกาแฟของมหาวิทยาลัย

 

          ภายในเงียบเชียบไร้เงาผู้คนวุ่นวายเหมือนเคย พวกเขาสั่งเครื่องดื่มร้อนง่ายๆ จำพวกโกโก้และชา ก่อนจะเลือกที่นั่งมุมในสุดเพื่อความเป็นส่วนตัว

 

          “มีแค่น้ำเปล่ากับทิชชู่นะ โอเคไหม” คู่สนทนาบอกเขา พลางเปิดขวดพลาสติกเทของเหลวภายในออกมาส่งให้

 

          เซฮุนแค่ขานรับในลำคอ แก้มซีกหนึ่งของเขาเริ่มตึงจนชาไปบางส่วน แต่ก็เป็นความรู้สึกคุ้นชินที่แค่ห่างหายไปนาน ใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มเมื่อความเย็นของน้ำเร่งความเจ็บจี๊ดให้กลับมาหน่อยๆ ขณะที่จ้องมองอีกฝ่ายยกถ้วยเครื่องดื่มขึ้นมาเป่าก่อนดื่ม

 

          “มีอะไรอยากถามเหรอ” ดวงตาน่ารักเบนขึ้นสบ จากนั้นเดี๋ยวเดียวก็ยิ้มนิดๆ ออกมา ยิ้ม...ที่ดูสดใส แต่ถ้าสังเกตดีๆ มันมักมีบางอย่างแอบแฝงอยู่เสมอ

 

          ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ ไหวไหล่ พลางเอนตัวพิงผนังอย่างไม่แยแส “ไม่มี แค่คิดว่าควรเป็นเด็กคนนั้นมากกว่าที่ต้องโมโหกันขนาด”

 

          พวกเขาประสานสายตากันอีกครั้ง อึดใจใหญ่คนตัวเล็กก็หัวเราะออกมา “เสี่ยวลู่ไม่ทำหรอก เพราะแบบนั้นเราก็เลยต้องทำแทน”

 

          เปลี่ยนกลับมายิ้มนิดๆ เมื่อพูดถึงบุคคลที่สาม และเซฮุนเห็นชัดเจนถึงความรักที่อ่อนโยนในดวงตาคู่นั้น

 

          “เป็นพวกโกรธคนไม่เป็น ตัวเองยอมเจ็บแต่ขอให้คนสำคัญมีความสุข เพราะฉะนั้นการแก้แค้นเอาคืนแบบในละครซีรี่ส์น่ะเลิกคิดไปได้เลย เป็นแค่เจ้ากวางเอ๋อโง่เง่าดื้อดึง ที่สมควรถูกตีมากกว่าจะไล่ตีคนอื่น”

 

          คำบอกนั้นย้ำชัดถึงความจริง ลู่หานเป็นคนแบบนั้น ชายหนุ่มรู้ดีมาตลอด เขาถึงได้หงุดหงิดและมองว่านั่นคือความโง่ที่น่ารำคาญเสมอมา แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...

 

          — ดวงตากวางใสๆ คู่นั้นปรากฏชัดในความทรงจำอีกครั้ง ดวงตา...ที่มักมองมาและสะท้อนเพียงภาพของเขา แม้จะเปรอะเปื้อนน้ำตานับครั้งไม่ถ้วน แต่เซฮุนก็ยังมองเห็นความคาดหวังที่ส่องประกายอยู่ภายใน

 

          ดันทุรังหรือพยายาม ดื้อรั้นหรือไม่คิดยอมแพ้...

 

          ความตั้งใจที่มักถูกเขาทำลายบดขยี้ลงซ้ำๆ

 

          เหนื่อยหรือเปล่า...ไม่ต้องทนเจ็บปวดอะไรอีกแล้วนะ พักเถอะ...อย่ารักคนใจร้ายแบบเขาอีกเลย

 

          คำพูดเหล่านั้นดังก้องอยู่ข้างในเสมอมา แต่ก็เป็นคำพูดที่ไม่เคยได้เอ่ยออกไป

 

          ริมฝีปากได้รูปปิดสนิท จมอยู่ความคิดที่สับสนของตัวเอง และ...

 

          “ได้ยินว่าจะลาออกเหรอ” จู่ๆ คำถามที่ไม่คาดคิดก็ดังขึ้น เซฮุนหลุดออกจากภวังค์ และอีกฝ่ายกำลังมองกลับมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่จริงจังไม่มีเค้าแววล้อเล่น

 

          “พวกคณะกรรมการนักศึกษาพูดกันเมื่อหลายวันก่อน เราเองก็เป็นหนึ่งในคณะทำงานเลยได้ยินมา แต่วางใจเถอะ แค่ข่าวลือวงในไม่ได้กระจายออกไปขนาดนั้น”

 

          นิ่งฟังแต่เขาไม่ได้กังวลเรื่องพวกนั้นเลยสักนิด

 

          “แค่คิดไว้เท่านั้น ยังไม่ได้ทำเรื่องจริงจังหรอก” – แค่ถามถึงเอกสารที่ต้องเตรียมเอาไว้ เผื่ออะไรๆ ที่ไม่แน่นอนในอนาคต

 

          “เรียนต่อที่อื่นเหรอ หรือว่า...แค่หนีอย่างที่ผ่านๆ มา”

 

          ตรงไปตรงมาสำหรับคนนอก แต่คิดอีกที...ดวงตาของพยอนแบคฮยอนคนนี้ ก็ไม่เคยแสดงว่าทั้งหมดคือเรื่องแปลกใหม่ที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน

 

          จะใครบอกหรือได้ยินจากไหน...ไม่สำคัญหรอก

 

          เซฮุนยิ้มมุมปากนิดๆ ยกเครื่องดื่มควันฉุยของตัวเองขึ้นดื่มบ้าง และคู่สนทนาของเขาถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

 

          กอดอกจ้องหน้า ถลึงตามองอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก

 

          “เป็นประเภทที่แค่กระตุ้นคงไม่พอสินะ” เลิกคิ้วขึ้นและ...

 

          “หนีทำไม...คุณชอบเสี่ยวลู่ไม่ใช่หรือไง”

 

          ชัดเจน และคนฟังแทบทำถ้วยหลุดมือ

 

          “ก็อยากจะทำแบบคุณจงอินที่คอยบอกอ้อมๆ แต่ขนาดนี้แล้วคิดว่าถ้าไม่จี้จุดก็คงนั่งบื้ออีกนาน คุณ – ชอบ – ลู่ – หาน – สิ – นะ”

 

          ย้ำกันอีกสักครั้ง พร้อมหรี่ตาอย่างระอาเมื่ออีกฝ่ายเอาแต่นิ่ง และสุดท้ายก็ทำแค่ผ่อนลมหายใจช้าๆ

 

          “คิดว่าพูดตอนนี้แล้วจะได้อะไร”

 

          “ก็ถ้าคุณยอมรับตัวเองได้ตั้งนาน วันนี้ก็คงไม่ต้องพูดหรอก” เถียงกลับ แล้วก็ยกขาขึ้นไขว่ห้าง ยีผมตัวเองกับท่าทางของเขา

 

          ทั้งหมดนั้นทำให้ริมฝีปากได้รูปขยับยิ้มนิดๆ ไม่ใช่เยาะหยันหยามเหยียด พอถอดหน้ากากของพ่อมดใจร้ายออกไป ก็เหลือเพียงโอเซฮุนคนโง่ที่ไม่ได้เข้มแข็งจนสามารถหลอกตัวเองได้อีกต่อไป

 

          อย่างยอมรับ...ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าความรู้สึกเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่

 

          การพยายามต่อต้านผลักไสเปลี่ยนเป็นยอมรับโหยหาตอนไหนก็ตอบไม่ได้

 

          คนแบบนั้น...คนโง่เง่าที่เอาแต่วิ่งตามและปล่อยให้ตัวเองถูกทำร้ายซ้ำๆ แบบนั้น...

 

          รู้ตัวอีกทีในหัวของเขาก็มีแต่เรื่องของลู่หานเต็มไปหมด - ตอนเหม่อลอยที่ดูเป็นเจ้ากวางเอ๋อไม่รู้เรื่องรู้ราว ตอนตอบคำถามของเขาไม่ได้แล้วเอาแต่ลุกลี้ลุกลนเซ่อซ่า ตอนห่อไหล่กัดปากอย่างประหม่า ตอนถูกก่นด่าว่าโง่อย่างน่ารำคาญ โดยเฉพาะตอนร้องไห้จนเหมือนจะไม่หลงเหลือน้ำตาเอาไว้ให้วันพรุ่งนี้อีกในอ้อมแขนของเขา

 

          หรือแม้แต่...ตอนที่ยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุขเวลาอยู่กับปาร์คชานยอล เซฮุนก็จำทั้งหมดได้ขึ้นใจ

 

          เสี้ยวหนึ่งในหัวใจของเขาไม่เคยเกลียดเด็กคนนี้ พยายามออกคำสั่งควบคุม แต่มันต่อต้านและขยายอาณาเขต ทั้งที่เป็นแค่ความชอบที่ไม่สามารถรักได้แท้ๆ

 

          คนบาปหนาอย่างเขาไม่สมควรได้รับโอกาสเริ่มต้นใหม่ ไม่สมควรมีความสุขที่ทำร้ายใครต่อใครลงไป

 

          ทุกอย่างจึงได้แต่ถูกกดลงไปให้ลึกที่สุด ฝังหัวให้เชื่อว่าจะไม่รัก และจะไม่มีวันรัก

 

          สุดท้าย...ก็มีแต่คนพ่ายแพ้และเจ็บปวดทั้งนั้น

 

          “รู้มาตลอดเลยเหรอ” พึมพำแผ่วเบา แต่ว่า...

 

          “อย่างน้อยก็รู้ก่อนคุณล่ะ...คิดว่านะ”

 

          อา...ทุกคนรู้ก่อนเขาทั้งนั้น ทั้งจงอิน แบคฮยอน และอาจหมายรวมถึงปริ๊นส์ชาร์มมิ่งน่าหมั่นไส้นั่นด้วยก็ได้

 

          แต่ว่า...มันคงไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว

 

          “คงไม่บอกให้ไปแย่งกลับมาหรอกนะ”

 

          “หึ...ไม่ล่ะ ดูก็รู้อยู่แล้วว่าอยู่กับชานยอลเด็กคนนั้นมีความสุขมากกว่า” อีกครั้งที่คำพูดของคนตัวเล็กทำเอาเขาพูดไม่ออก

 

          ความจริงมักอยู่เหนือความคาดหมาย และการทำใจยอมรับได้เสมอ แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นก็เพราะการกระทำของเขาเองทั้งนั้น – โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง

 

          “ถึงจะอยากให้สมหวัง แต่นั่นน่ะ...เป็นเรื่องที่เสี่ยวลู่จะต้องตัดสินใจเอง แล้วก็นะ...” สบสายตากลับมา จ้องลึกรื้อค้นความรู้สึกข้างในอย่างอุกอาจ แต่เซฮุนกลับไม่ได้ปฏิเสธต่อต้าน

 

          “คุณควรได้เรียนรู้ความเจ็บปวดที่เด็กคนนั้นแบกรับมาตลอดบ้าง อยู่ตรงหน้าแต่สัมผัสไม่ได้ ห่างแค่นิดเดียวแต่ก็ไขว่คว้าไม่ถึง บทเรียนราคาแพงที่คุณจะไม่ลืมไปตลอดชีวิต จำไว้ให้ดีล่ะ โอเซฮุน”

 

          แบคฮยอนยิ้มนิดๆ แต่ในประกายตาที่วาววับไม่มีความเกลียดชังโกรธเคือง ไม่มีความสงสารเห็นใจ แต่เหมือนกำลังรอคอยบางอย่างที่อยู่เหนือความคาดเดา

 

          ครู่หนึ่งที่นิ่งคิดชายหนุ่มก็หัวเราะออกมาเบาๆ

 

          “อือ...จะไม่ลืม” ตอบรับ และภาพหนึ่งฉายชัดในดวงตาชัดเจน “เด็กคนนั้นอยู่กับปาร์คชานยอลแล้วดูมีความสุขมากกว่าจริงๆ”

 

          นั่นทำให้คนฟังถึงขั้นปาถ้วยกระดาษลงถังขยะทันที

 

          “อ่า...น่ารำคาญ คุณมันคนน่ารำคาญโอเซฮุน คิดจะเปลี่ยนจากตัวร้ายมาเป็นพระเอกหรือไง” ถูกชี้หน้าต่อว่า และเขาได้แต่หัวเราะไปกับท่าทางแบบนั้น

 

          “ลู่หานมีเจ้าชายของตัวเองแล้ว คนอื่นไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว”

 

          “ยี๋...พูดอะไรไม่เข้ากับหน้าตา” คว่ำปากใส่กัน แบคฮยอนกลอกตา แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความเป็นมิตรจางๆ ที่ห้อมล้อมพวกเขาไว้

 

          “ก่อนจะยอมแพ้จะไม่พยายามให้สมกับความรักที่ได้รับเหรอ” เหมือนเป็นความคาดหวังครั้งสุดท้ายที่...

 

          “เอาตัวเองออกไปให้ห่าง แล้วทำให้เด็กคนนั้นเจ็บปวดน้อยที่สุด นายตั้งใจให้เราทำแบบนั้นไม่ใช่หรือไง”

 

          คงเป็นความหมายที่แท้จริงของการปล่อยมือในวันนี้

 

          ความหมาย...ที่เขาจะไม่ร้องขอโอกาสอธิบาย

 

          สักวันทุกอย่างจะกลายเป็นแค่คำทรงจำสีจาง และสักวัน...ลู่หานจะรักปาร์คชานยอลมากกว่าเขาได้จริง

 

          สบสายตากลับไป หนักแน่นและไม่มีอะไรมาเปลี่ยนความตั้งใจ

 

          “ก็ถ้าคุณคิดแบบนั้น เราก็ไม่มีอะไรจะแย้ง” ยักไหล่แบบมือ แถมด้วยการย่นจมูกใส่อย่างหมั่นไส้ – เกลียดคนรู้ทันที่สุด

 

          ไม่คำตอบใดๆ กลับมานอกจากรอยยิ้มบนริมฝีปากได้รูป ครู่หนึ่งที่ระหว่างกันเหลือเพียงความเงียบงัน ร่างเล็กก็ค่อยๆ ขยับลุกขึ้น

 

          “จริงๆ วันนี้เราตั้งใจจะมาตามดูเสี่ยวลู่กับเจ้าชายสักหน่อย ไม่คิดว่าจะได้เห็นเรื่องดีๆ ยังไงก็...ขอบคุณนะที่เลี้ยง ไปล่ะ”

 

          การสนทนาจบลงเพียงเท่านี้ คนตรงหน้าตัดบทพร้อมกับบอกมือลา ยิ้มตาหยีให้อย่างเคย แล้วก็เดินผ่านเลยไปตรงประตู แต่ว่า...

 

          “แบคฮยอน” เสียงทุ้มดังรั้งอีกฝ่ายไว้อีกครั้ง เจ้าของชื่อหยุดลง และหันกลับมาหากัน

 

          ร่างสูงลุกขึ้นยืนมองตรง และไม่มีเค้าแววลังเลใดๆ

 

          “เรื่องระหว่างเรา...ที่เคยขอคบไป ขอโทษด้วยที่ทำให้วุ่นวาย” แล้วก็ค้อมตัวลงนิดๆ ให้ร้ายกาจแค่ไหน แต่ชายหนุ่มก็รู้เสมอว่าเมื่อทำผิดพลาดลงไปแล้วควรทำยังไง

 

          ไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธ ครู่หนึ่งที่นิ่งไปคำถามราบเรียบก็ดังย้อนกลับมาทันที “อยากโดนตบอีกรอบหรือไง บอกว่าแค่คุยกันเฉยๆ”

 

          ย้ำเสียงแข็ง และสุดท้ายก็ยิ้มออกมา “ไม่โกหกหรอกที่ว่าชอบคุณจริงๆ แต่ว่า...เราไม่มีทางชอบคุณไปมากกว่าเสี่ยวลู่แน่นอน เสียใจด้วยนะที่ต้องบอกว่าคุณมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอีกคนแล้วล่ะ”

 

แล้วก็หัวเราะร่าเริงสบายๆ ราวกับเรื่องพูดคุยระหว่างกันนั้นเป็นหัวข้อสนทนาที่ไม่จริงจังเคร่งเครียด

 

          “ไปจริงๆ แล้วนะ แล้วก็อย่ารีบลาออกล่ะ อยู่นานๆ มองเสี่ยวลู่มีความสุขก่อน ถึงตอนนั้นถ้าเฮิร์ทหนักล่ะก็เดี๋ยวเราเลี้ยงเหล้าเอง”

 

          “ยังไม่ได้พูดสักคำว่าจะยอมแพ้” เลิกคิ้วกวนประสาท สุดท้ายก็ถูกเบ้ปากใส่แบบไม่ทน

 

          พยอนแบคฮยอนทำหน้าเหม็นเบื่อ แล้วก็เปิดประตูกลับออกไป ทิ้งให้เขายืนอยู่ที่เดิมกับความรู้สึกมากมาย

 

          ภายในร้านกลับมาสงบเงียบอีกครั้ง และเซฮุนมีโอกาสได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น

 

          ความคิดของเขาไหลไปเรื่อยเปื่อย ไม่เป็นชิ้นเป็นอันให้จับต้องจริงจัง เป็นเพียงไอควันบางเบาที่ล่องลอย

 

          พักหนึ่งที่ปล่อยให้สมองได้ทำงานตามใจ ดวงตาสีเข้มก็เลื่อนกับมาหยุดลงกับเล่มรายงานที่ถูกวางทิ้งไว้อีกครั้ง หลายนาทีเหมือนกันกว่าเอื้อมมือออกไปหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน ข้อความทั้งหมดภายในนั้นก็ยังคงเป็นลู่หานที่เขารู้จักดี

 

          ทีละบรรทัดช้าๆ รับรู้ถึงความพยามและความตั้งใจของคนหัวช้าแบบนั้นทั้งหมด

 

          คนโง่ที่มักทำอะไรขวางหูขวางตา ชอบเหม่อลอยและดันทุรังเกินตัวเสมอ และไม่ว่าจะร้องไห้หรือหัวเราะก็ยังเอาแต่มองหาเขา

 

          คนที่...ตอนนี้คงไม่สามารถไขว่คว้าได้อีกต่อไป

 

          ชายหนุ่มหลับตาลงช้าๆ รอยยิ้มใสสะอาดและซื่อตรงนั้นยังคงชัดเจนเสมอ

 

          ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ไม่ว่าจะเลือกใคร ก็ขอให้มีความสุข...ลู่หาน



 (ต่อ) 


          เป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่ง

 

          อือ...ก็แค่ช่วงเวลาหนึ่ง

 

          ที่เขาคุ้นเคย และอยู่กับมันมานานเกินกว่าจะรู้ตัว

 

          หลายวันมานี้ลู่หานนอนไม่หลับ เหมือนมีเรื่องให้คิดเยอะแยะ แต่สุดท้ายหัวสมองโง่ๆ ของเขาก็ว่างเปล่า มันก็แค่ทำงานไปเรื่อยเปื่อย ขุดคุ้ยความทรงจำ แล้วก็ฉายภาพบ้าบอซ้ำไปซ้ำมา

 

          — ภาพของโอเซฮุน...ที่เขาไม่ควรนึกถึงอีก

 

          แววตาคู่นั้นปัดมันออกไปไม่พ้น

 

          ความหมายที่ไม่อยากจะค้นหายังคงชัดเจน

 

          สุดท้าย...โลกที่เคยสดใสในช่วงเวลาหนึ่งก็หม่นหมองลงอีกครั้ง

 

          แต่คนตัวเล็กก็รู้ว่าตัวเองควรเข้มแข็งมากกว่านี้ อย่างน้อยก็เพื่อคนสำคัญที่รอยยิ้มเหล่านั้นทำให้หัวใจของเขาอบอุ่น

 

          “มีเรื่องไม่สบายใจเหรอครับ”

 

          เสียงทุ้มต่ำข้างตัวดังขึ้น อ่อนโยนและนุ่มนวล ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังตกใจอยู่ดี

 

          ปาร์คชานยอลกับรอยยิ้ม และแก้วเชอร์รี่ บลอสซั่ม ประจำฤดูกาลอะไรสักอย่างจากแบรนด์ไซเรนสีเขียว ชายหนุ่มยื่นสางมาให้ พร้อมกับวางมือบนหัวของเขาเบาๆ “ผมเลี้ยง จะได้สดชื่น”

 

          หนึ่งในวิถีแฟนสายเปย์ ที่พร้อมจะยกทุกอย่างมาตั้งให้ตรงหน้า บางครั้งมันก็ดีจนวางตัวลำบาก และพอเขาลองบอกว่าเกรงใจ ปริ๊นส์ชาร์มมิ่งของใครๆ ก็มักจะมีวิธีร้องขอความเห็นใจแบบแปลกๆ เสมอ

 

          “ผมคงเป็นแฟนที่ไม่ดีเรื่อง” – ตัดพ้อไปอีก ไม่อย่างนั้นก็...

 

          “คงแย่จริงๆ ที่ทำให้เสี่ยวลู่ยิ้มไม่ได้”

 

          ยี๋...เจ้าพ่อดราม่า คว่ำปากใส่ แล้วพอถูกหยิกจมูกคืน พวกเขาก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน

 

          พอเห็นคนตรงหน้ายิ้ม ลู่หานก็ยิ้มตาม แก้มของเขาถูกสัมผัสแผ่วเบา ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นกอดคอเพื่อข้ามถนนพร้อมกัน

 

          เส้นทางเล็กๆ ที่ตัดผ่านตึกเรียนและสิ่งปลูกสร้างมากมาย ทางเท้าเต็มไปลองออกสีชมพูดที่ร่วงหล่น ฤดูใบไม้ผลิธรรมดาที่พออยู่ด้วยกันห้วงเวลานี้ก็เหมือนจะพิเศษขึ้นมาอีกนิด

 

          ฤดูใบไม้ผลิของเขามีปาร์คชานยอล...

 

          เวลาพักกลางวันกำลังจะหมดลง คาบเรียนช่วงบ่ายที่ค่อนข้างหนักหนาทำให้การแอบเล่นโทรศัพท์หรือเช็คข้อความเป็นเรื่องยาก พอเป็นแบบนั้น...พวกเขาเลยตกลงกันว่าจะเกินให้ช้าลง

 

          ไม่มีคำพูด แค่การมองตาก็เหมือนจะเข้าใจ ลู่หานจับมืออบอุ่นข้างนั้นไว้ ยืนยันว่าจะก้าวไปด้วยกัน

 

          เลี้ยวตรงมุมตึกและอีกไม่ไกลก็จะถึงที่หมาย บางครั้ง...เจ้าลูกกวางก็อยากให้เวทมนต์ของนางฟ้าแม่ทูนหัวยาวนานมากกว่าความเป็นจริง

 

          “นี่ๆ ได้ยินหรือเปล่า ข่าวลือของโอเซฮุน”

 

          คำถามนั้นทำความรู้สึกที่ล่องลอยหยุดชะงัก ร่างกายไม่ขยับไปเองตามความเคยชิน จนเกิดช่องว่างระหว่างกันขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ และมันส่งผลถึงมือที่สอดประสานกันไว้

 

          ลู่หานรู้ว่าเขาไม่ควรใส่ใจ แต่หูก็ไม่เคยรักดี

 

          “หืม...ข่าวลือใหม่อีกแล้วเหรอ ไหนเล่าสิ”

 

          “ไปกันเถอะครับ” ชานยอลรั้งความคิดของเขาไว้ แค่การจับกลุ่มคุยของเพื่อนนักศึกษาธรรมดา และเขาไม่ควรเสียเวลากับมันมากเกินไป

 

          เงยหน้าขึ้นยิ้มให้เพื่อต่อเวลาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง

 

          “ได้คำตอบแล้วนะว่าเขาหายไหนมาตั้งหนึ่งปี เพราะแฟนตายก็เลยเสียผู้เสียคนอย่างที่เห็น”

 

          ไม่ใช่แค่ถ้อยคำไม่ให้เกียรติ แต่ความจริงก็ทำให้ต้องกลั้นหายใจและเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นๆ มันไม่ควรเป็นที่ใครคนอื่นจะพูดถึงยังไงก็ได้ไม่ใช่เหรอ

 

          เผลอหันกลับไปมอง สีหน้าของคนพวกดูตื่นเต้นและไม่ได้สำนึกไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยสักนิด

 

          “อาฮะ...ได้ยินเหมือนกัน แต่ไม่ใช่แฟนธรรมดานะ แหล่งข่าวบอกว่าเป็นแฟนเก่าที่หนีไปแต่งงานกับพี่ชายนะจ๊ะ”

 

          “หวาย...อาจารย์อู๋อี้ฝาน มิสเตอร์เพอร์เฟคคนนั้นน่ะเหรอ รักสามเส้าสินะ โอเคๆ”

 

          แล้วก็หัวเราะไปด้วยกันอย่างสนุกสนาน มีคำวิพากษ์วิจารณ์มากมายที่คนนอกอย่างเขายังเสียใจเมื่อได้ยิน

 

          คนพวกนั้นไม่รู้อะไร ไม่เข้าใจ และไม่เคยเห็นใจความเจ็บปวดของคนอื่น

 

          กว่าจะกลับมาได้ กว่าจะสามารถมองแสงสว่างได้เต็มตาแบบนี้ เซฮุนเสียน้ำตาไปมากแค่ไหน...พวกเขาไม่เคยสนใจ

 

          นัยน์ตากวางระริกไหว แต่นอกจากนิ่งมองแล้วคนโง่อย่างลู่หานก็ทำอะไรไม่ได้

 

          “ไปเถอะครับ ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก”

 

          “...อื้อ...” ตอบรับอีกครั้ง มากกว่านั้นคือย้ำชัดให้ตัวเองฟัง ตอนนี้เขามีชานยอล...เป็นแฟนของชานยอล และไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดถึงหรือเป็นห่วงใครอีก

 

          ในเมื่อเลือกที่จะเดินออกมา ก็อย่าหันกลับไป เมื่อเลือกที่จะจับมือคนๆ นี้ไว้ ก็อย่าผิดสัญญาปล่อยมืออีก

 

          มองลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้น ดวงตามีเพียงภาพของเขา และมันอบอุ่นอ่อนโยนเสมอไม่เคยเปลี่ยน

 

          ยิ้มนิดๆ พร้อมบังคับร่างกายของตัวเอง หนึ่งก้าว สองก้าว แต่ว่า...

 

          “นี่ๆ” ใครคนหนึ่งวิ่งตรงเข้ามา แตกตื่นโวยวายเรียกความสนใจจากทุกๆ คนในกลุ่ม “โอเซฮุนมาถึงคณะแล้วนะ พวกภาคอินเตอร์รอต้อนรับกันใหญ่เลย โดยเฉพาะพวกกลุ่มของฮวังจื่อเทาน่ะ”

 

          “งั้นก็แสดงว่าอาจจะมีเรื่องดีๆ ให้ดูสินะ ไปกันเถอะ”

 

          ชักชวน แล้วความชุลมุนย่อมๆ ก็เกิดขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าเมื่อคนเหล่านั้นหายไป

 

          และเป็นลู่หานเองที่ลืมตัวหันกลับหลัง หัวใจของเขาหล่นวูบ หลงลืมทุกอย่างไปชั่วขณะ หมายความว่าจะมีเรื่องกันเหรอ เซฮุนจะถูกรังแกเหรอ...ก็คิดไปต่างๆ นานา พร้อมกับร่างกายที่ก้าวไปในทิศทางตรงกันข้ามโดยไม่รู้ตัว

 

          “เสี่ยวลู่” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น พร้อมการเหนี่ยวรั้งรอบข้อมือที่กระชับแน่นขึ้นกว่าเก่า

 

          ไม่มีคำขอร้อง ปาร์คชานยอลไม่ได้อ้อนวอนด้วยคำพูดใดๆ นอกจากการมองตาที่ล้ำลึกกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

 

          “ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วง แต่เราทำอะไรไม่ได้หรอก”

 

          ใช่...ขึ้นชื่อว่าข่าวลือไม่มีใครควบคุมได้ ยิ่งดันทุรังก็ยิ่งทำให้เจ็บปวด

 

          แต่ว่าใครกันที่ใจร้ายทำเรื่องแบบนี้ได้

 

          เพียงครู่เดียวแรงแข็งขืนค่อยๆ ลดลง สวนทางกับประกายในดวงตาคมที่เข้มสีและวาววับเรืองรอง

 

          ไม่มีภาพของเขา แต่กลับเป็นสิ่งอืน...ใครคนอื่นที่...

 

          “สมควรแล้วที่โดนแบบนี้ ไม่น่าสงสารเลยสักนิด”

 

          เสียงทุ้มต่ำกร้าวลึก เย็นเยียบ ดังก้องและสะท้อนกลับไปกลับมาในความรู้สึกที่หมุนคว้างไปชั่วครู่ ชานยอลไม่เคยแสดงออกแบบนี้ ก่อนที่ทั้งหมดจะสงบลงและหยุดนิ่ง

 

          ดวงตากวางใต้กรอบแว่นหนาเบิกโตขึ้นเล็กน้อย มองให้ลึก ชัดเจนขึ้น

 

          มองปริ๊นส์ชาร์มมิ่งตรงหน้า ที่บนใบหน้าหล่อเหลาไม่หลงเหลือความสุภาพใจดีอีกต่อไป

 

          “...ชานยอล...พูดเหมือน...” ไม่มีแม้แต่ความอ่อนโยน นัยน์ตาที่เห็น...มีเพียงความเกลียดชังที่พร้อมปะทุ

 

          หลายอึดใจที่นิ่งไป ริมฝีปากตรงหน้าก็ขยับยิ้มนิดๆ ยิ้ม...ที่สัมผัสความรู้สึกอะไรไม่ได้เลย

 

          “คงเป็นโชคดีที่ผมมีพี่สาวเรียนต่อปริญญาโท และอยู่กลุ่มเดียวคุณอิมยอนฮวา”

 

          ชื่อที่ลืมไปแล้ว...ชื่อและความทรงจำที่อยากลืมไป กำลังหวนกลับมาอีกครั้ง

 

          ความรู้สึกข้างในกำลังตีรวน ปั่นป่วนไปตามประกายในดวงตาที่บิดเร่า

 

          “ไม่ได้สนิทขนาดนั้น แต่อย่างน้อยก็ได้รับเชิญไปงานแต่ง และบังเอิญรู้เรื่องราวน่าหัวเราะนี้เข้า”

 

          “ชานยอลไม่ได้ทำใช่ไหม” ถามออกไปแทบจะทันที แทนที่จะถอยห่าง ลู่หานกลับก้าวเข้าไปหา พร้อมบีบมือข้างนั้นแน่นขึ้นไปอีก มันมากขึ้น...ตามความหวังที่ที่ตัวเองแบบไว้ “...ใช่ไหม...”

 

          “ผมไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอก” คำขอของเขาเป็นจริง แต่ว่า...

 

          “แค่หลุดปากเล่าให้พวกชมรมหนังสือพิมพ์ฟังเท่านั้น ส่วนเหลือ...ก็ขึ้นอยู่กับคนอื่นๆ แล้วว่าจะทำยังไง”

 

          เย็นชาราวกับไม่มีหัวใจ แค่มองก็ยังรู้สึกหนาวเหน็บ เจ้าชายคนนั้นไปไหน...ปริ๊นส์ชาร์มมิ่งของลู่หานหายไปไหนแล้ว คนตรงหน้านี้เป็นใคร...เขาไม่รู้จัก

 

          เผลอก้าวถอยหลังตอนถูกจ้องตา คำถามมากมายวิ่งวนสับสนเต็มไปหมด “...ทำไม..ถึงทำแบบนี้...”

 

          เสียงใสพึมพำแผ่วเบา ก่อนจะถูกฉุดรั้งให้เข้ามาชิดใกล้ โอบกระชับและกักขังในอ้อมกอดที่รัดแน่น

 

          เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มรุนแรงและฝืนบังคับความรู้สึกกัน มองไม่เห็นสีหน้าของตัวเอง แต่ส่วนลึกในหัวใจของลู่หานกำลังกลัวคนตรงหน้า เจ้าชายขี่ม้าขาว...ที่ปล่อยให้แรงอารมณ์ควบคุมการกระทำของตัวเอง

 

          มือใหญ่ยกขึ้นมาคล้ายตั้งใจจะลูบปลอบ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงต่ำ ความรู้สึกทั้งหมดอ้อยอิ่งอยู่ตรงริมฝีปาก แต่เจ้าลูกกวางกลับขืนตัวและผลักคนตรงหน้าออกตามสัญชาตญาณ

 

          “...อย่า..." ถอยหนี เหลือเพียงข้อมือที่ถูกบีบรัดจนเจ็บปวดและขึ้นรอยแดง

 

          “คนที่ทำให้เสี่ยวลู่ร้องไห้ ผมไม่มีทางปล่อยไว้แน่” หนักแน่นจริงจัง และเด็ดขาดจนพูดไม่ออก ถ้อยคำมากมายกำลังหลั่งไหล ท่วมท้นจนอัดอัด แต่เสียงข้างในกลับไม่ยอมเล็ดลอดออกมา ลู่หานไม่ได้อยากให้ทุกอย่างลงเอยแบบนี้

 

          ไม่ได้อยากให้ชายหนุ่มทำแบบนี้...ไม่ใช่เลย

 

          “ชานยอลที่เรารู้จัก...เป็นคนใจดี อ่อนโยน และไม่มีวันทำร้ายใคร” วางมือที่สั่นเทาลงบนหัวใจที่แทบไม่รับรู้ของอีกฝ่าย บางเบาจนแทบหายไป “...อย่าทำแบบนี้...”

 

          มากกว่าความเป็นห่วงเซฮุน มากกว่าความรักที่เขาให้โอเซฮุน คือไม่อยากให้คนตรงหน้าทำเรื่องแย่ๆ เพื่อเขา

 

          ลู่หานคนนี้...ไม่ได้สะอาดหรือสูงค่าขนาดนั้น

 

          อย่ายอมละทิ้งความดีงามของตัวเองเพื่อเขาเลย

 

          ความเงียบงันกำลังกดทับลงมา ร่วงหล่นและรุนแรงยิ่งกว่าการเดินทาง 5 เซนติเมตรในอากาศ โลกสวยงามกำลังบิดเบี้ยวสั่นคลอน ใกล้แตกสลายเหลือเพียงความว่างเปล่าอย่างที่แล้วมา

 

          ต้องพูดอะไรไหมนะ...ต้องพูดอะไรออกไปหรือเปล่า ขอบตาของเจ้าลูกกวางร้อนผ่าว ท้องฟ้าสีชมพูในตอนนี้ช่างดูเจ็บปวดเหลือเกิน

 

          “วันนั้น...วันที่คุณโดนรถชน ตอนพวกผมมาถึงโรงพยาบาล หมอนั่นก็นั่งอยู่ที่นั่นแล้ว”

 

          เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเชื่องช้า แผ่วเบาเหมือนสายลม แต่กลับยิ่งทำให้อึดอัดหายใจไม่ออก โดยเฉพาะ...ภาพในอดีตที่ฉายชัดในดวงตาของคู่สนทนา

 

          เศษเสี้ยวหนึ่งของความใจดี เบื้องหลังของความอ่อนโยนของคนๆ นี้่ยังคงเป็นความชิงชังและความเสียใจที่ลุ่มลึกเกินกว่าจะสัมผัสถึง

 

          “โอเซฮุนนั่งอยู่ข้างเตียง กุมมือข้างนี้ไว้ ถึงหมอจะบอกว่าคุณปลอดภัย แต่หมอนั่นก็ยังเอาแต่ทำแบบนั้น และพูดแต่คำว่ากลับมาเถอะตลอดเวลา”

 

          ไม่เคยรู้มาก่อน...ไม่เคยคิด และไม่แม้แต่จะกล้าคิดแบบนั้น

 

          นัยน์ตากวางไหววูบหวาดหวั่น เป็นครั้งแรก...ครั้งแรกที่ความจริงจะไม่ทำร้าย และทำให้หัวใจเต้นเร็วได้มากขนาดนี้

 

          มันกำลังดีใจจากคำบอกนั้น ดีใจที่ได้รับรู้ แต่มัน...ไม่ดีเลยสักนิด

 

          ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นประคองใบหน้าหวานเอาไว้ ปัดผ่านใต้ตาที่กำลังวาววับไปด้วยน้ำใสที่ฉาบทับ มือที่คอยดูแลและประคับประคองความรู้สึกของกันเสมอ สัมผัสข้างแก้ม ก่อนจะหยุดลงอ้อยอิ่งลงบนริมฝีปาก

 

          “ถ้านานกว่านั้นอีกหน่อย ก็คงเป็นวันที่คุณป่วย” พึมพำแล้วก็น้ำหนักปลายนิ้วลงมา ครู่หนึ่งที่ประสานสายตา ชายหนุ่มก็หัวเราะเบาๆ ในลำคอ

 

          “ไม่บอกดีกว่า ผมไม่ใช่คนดีขนาดนั้น” แล้วก็ลดมือลงช้าๆ พร้อมกับแรงกระชับรอบข้อมือที่กำลังคลายออก

 

          “ผมไม่ใช่คนดีขนาดนั้น ถ้าทั้งหมดนี้คือภาพที่คุณเห็นจริงๆ เราก็ไม่เคยรู้จักกันเลย”

 

          ขยับยิ้ม พร้อมกับข้อมือของลู่หานที่ได้รับอิสระมากขึ้นเรื่อยๆ

 

          “...ขอโทษ...” เสียงที่เอ่ยออกไปสั่นจนน่าเกลียด ภาพที่เห็นโย้เย้บิดเบี้ยว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากมองคนตรงหน้าให้นานที่สุด

 

          “...ขอโทษนะชานยอล...” เม้มริมฝีปาก พยายามกดทุกอย่างลงในช่องท้อง และเจ้าของชื่อที่ถูกเรียกขานส่งยิ้มกลับมาให้ “...ขอโทษ...เราขอโทษ...”

 

          รอยยิ้มนั้นยิ่งกว้างขึ้น อบอุ่นอ่อนโยนเหมือนอย่างที่ผ่านเสมอ

 

          น้ำตาหยดแรกไหลลงมาช้าๆ ไหลออกมาเมื่อไม่อาจเก็บกลั้น

 

          ลู่หานกลืนก้อนสะอื้นลงคอ กำมือข้างลำตัวแน่น ตอนจ้องมองกลับไป ความใจดีและความรู้สึกที่มอบให้มาทั้งหมดนี้...จะไม่ลืมเลย

 

          มือใหญ่คลายออก ตรงกันข้ามกับรอยยิ้มหวานบนใบหน้ามอมแมม

 

          “...ขอบคุณ...” เอ่ยบอกพร้อมก้มตัวลงให้ แทนความรู้สึกทั้งหมด ทดแทนทุกสิ่งที่เคยได้รับมา

 

          ร่างกายของพวกเขาเป็นอิสระจากกัน ไร้พันธะใดเหนี่ยวรั้งเช่นเดียวกับหัวใจ

 

          จะจำเอาไว้...ตลอดไป...

 

          บอกกับตัวเองก่อนจะเงยกลับขึ้นมา ปาร์คชานยอลยังคงยิ้มให้เขา ยิ้มแห้งมิตรภาพที่ซื่อตรงและจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

 

          ร่างเล็กถอยหลังช้าๆ ก่อนจะหันกลับวิ่งไปในทิศทางฝั่งตรงข้าม

 

          เขาอาจเป็นคนโง่ที่สุด...ที่กล้าปล่อยมือให้เจ้าชายแสนดีผู้นั้น

 

          ในงานเต้นรำที่มีแต่คนจับตามอง ลู่หานไม่ได้อยากได้รถม้าหรือมนต์วิเศษใดๆ

 

          ต่อให้ไม่มีใครรับฟังก็ไม่เป็นไร

 

          ไม่ต้องฉลาดที่สุด ไม่ต้องแสนดีที่สุด ขอแค่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้

 

          ต่อให้ต้องถูกเกลียดก็ไม่เป็นไร แต่จะไม่โกหกใครๆ อีก

 

          ให้พยายามมากแค่ไหน ให้ฝืนดันทุรังเพียงใด วันนี้รู้แล้วว่ามันเปล่าประโยชน์ มากกว่าสมอง คือหัวในที่ไม่เคยลืมเลือน

 

          จะกอดมันไว้ทั้งหมด...ทั้งความรักและความเกลียดชัง

 

          เพราะสุดท้ายแล้ว...ลู่หานคนโง่ก็ยังรักโอเซฮุนที่สุดเสมอ


          ไม่เคยเปลี่ยนแปลง...



TBC*




อย่าโกรธน้องเลยน้า
น้องพยายามมากที่สุดแล้วจริงๆ ค่ะ



พูดคุยสรรเสริญคุณพระเอกไปพร้อมกันได้
ที่คอมเมนต์และแท็กนะคะ


ขอบคุณค่า.



Hashtag
#ฟิคห้ามจูบ

 





 

 

 

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 316 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,559 ความคิดเห็น

  1. #3511 tuntiiz (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 13:16
    สงสารพิชานนนนน แบคมาลูกกกก
    #3,511
    0
  2. #3487 prsh (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 23:51
    เหมือนจะเข้าใจที่ชานยอลทำ แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี แต่ก็งั้นแหละไม่มีใครเป็นสีขาวซะหมด
    #3,487
    0
  3. #3467 sunsweets (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 16:05
    รู้ตัวช้าไปเซฮุน
    #3,467
    0
  4. #3456 Annonymus (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 00:51
    อ้าว ยังไงกันแน่ พี่ชานก็ร้ายแต่ร้ายเพราะรักเจ้ากวาง แต่ก็ยังถือว่าร้าย สับสนไปหมดแล้ว
    #3,456
    0
  5. #3425 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 12:47
    รักขนาดไหนหรอพี่ชาน​ เจ็บมากมั้ยคนดี ให้แบคฮยอนดามใจมั้ยㅠㅠ อยากให้ทุกคนมีความสุขสักที
    #3,425
    0
  6. #3403 faii2546 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 20:26
    เอ้า ชานยอลอะไรวะ?! รักมากเเต่ก็ยอมทำร้ายคนที่ตัวเองรักเพราะคิดว่ามันจะเป็นความสุขของลู่รึไง ทำไปเพราะความรู้สึกของตัวเองรึป่าว??..เซฮุนก็ไม่ใช่ย่อยนะ ทำกับเค้าไว้เยอะ สมควรโดน
    #3,403
    0
  7. #3390 JongjitSriyan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 07:23
    กลับไปก็เปิดเผยความรู้สึกต่อกันเถอะ อย่าเงียบอีกเลยนะฮุน
    #3,390
    0
  8. #3205 เนเน่ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 13:36

    รถฟักทองไม่อาจอยู่เลยเวลาเที่ยงคืน ดันทุรังไปมีแต่จะแย่ปริ๊นนี่ก็ใจดีจังน่าถึงขนาดนี้แล้วก็ยังยอมพ่อคนดีสมแล้วที่เป็นพระรอง โอ๋เอ๋นะส่วนคุณบยอนนี่เป็นดันเจี๋ยนลับป่ะเนี่ยเหมือนจะอยู่นอกวงแต่จริงๆก็รู้ถ้าฝั่งฮุนมีไคฝั่งนี้ก็มีแบคล่ะนะขนาดนี้แล้วชานแบคเลยดีมั้ย

    #3,205
    0
  9. #3051 tha_na_porn (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 23:23
    ความรู้สึกของรีดเดอร์คนนี้มันปั่นป่วนปนเปยุ่งเยิงไปหมด งืออออ
    #3,051
    0
  10. #3010 luhanbaekhyunkai (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 10:38
    แง ขอสเปชานลู่ก็ได่นะคะ พี่เค้าดีจริงๆ
    #3,010
    0
  11. #2816 pcy_yuy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 23:34
    ต้องรักมากขนาดไหนถึงทำแบบนี้ได้นะ ฮือ ชานยอลลมาเป็นของเราก็ได้
    #2,816
    0
  12. #2806 wrfnz (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 18:33
    เสียดายชานลู่เลย แต่ก็นะเห้อ ลู่รักฮุนมากจริงๆ ไม่โกรธชานหรอกเพราะว่ารักมากไง ก็ทำได้หมดแหล่ะ แงง
    #2,806
    0
  13. #2805 Namtao07 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 18:24
    ต้องรักมากขนาดไหรกันนะ แค่คงเป็นเพราะเซฮุนยังทำเรื่องดีๆ ทำให้ลู่รู้สึกดีถึงมันจะน้อยนิด แต่ก้อยังรู้สึกดี ได้กลับไปหาคนที่หัวใจต้องการจิงๆแล้วนะ สู้ๆๆ
    #2,805
    0
  14. #2791 Panchanok_pan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 08:36
    ชานกลับไปหาแบคค่ะ ไปเลยค่ะ ปล่อยให้เสี่ยวลู่กลับไปหาหัวใจตัวเอง
    #2,791
    0
  15. #2753 hipster_lh7 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 23:41
    ฮือออ น้องเร็วเข้า
    #2,753
    0
  16. #2752 sxhun (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 23:31
    ชานยอลใจกล้ามากจบทุกอย่างเอล
    #2,752
    0
  17. #2751 Maimaiii (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 19:57
    ชานไปหาแบคเลยยย
    น้องทำถูกแล้วที่เลือกไปหาเซฮุน ถ้าอยู่กับเจ้าชายไปก็อึดอัดอยู่ดี
    #2,751
    0
  18. #2750 Mon Yanasiri (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 19:50
    ลู่กลับไปหาฮุนครั้งนี้ ก็ขอให้ฮุนรู้ว่าควรตะทำตัวแบบไหน คงไม่ไปร้ายใส่ลู่อีกนะ ทำตามหัวใจตัวเองเถอะ จะได้ไม่เจ็บ เห้อออ ไรท์แต่งได้ดีมากอ่ะ บทมันจะตุกก็จุกจริงๆ เยี่ยมมากค่ะ ปรบมือแรงๆ
    #2,750
    0
  19. #2749 jpwawaii94 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 19:48
    เจ็บแทนชานยอลลลล พี่คะ นุจะดามใจพี่เอง
    #2,749
    0
  20. #2747 ละมุนณี (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 17:00
    ยังไงดี ดูเหมือนจะเข้าใจความรู้สึกทุกคนแต่ลึกๆแล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี แต่ก็นะทุกๆทางเลือกย่อมมีสิ่งตอบแทนที่ดีและไม่ดีอยู่แล้ว ชานยอลทำไปเพราะเป็นห่วงมากๆแสดงออกด้านที่ดีเพื่อเสี่ยวลู่อยากให้มีความสุขแต่ก็คงจะรู้ลึกๆอยู่ในใจนั่นแหละว่าเสี่ยวลู่รู้สึกยังไงกับตัวเองได้มีเวลากับรวามสัมพันธ์แบบนี้กับเสี่ยวลู่ก็คงเป็นช่วงเวลาที่ดีมากๆสำหรับชานยอลช่วงเวลาไหนก็ดีหมดนั่นแหละถ้ามีลู่หานน่ะ ลู่หานถ้าจะบอกว่ารักชานยอลเลยมั้ยนี่คิดว่าไม่แต่คงพยายามตัดอดีตนั่นออกไปเก็บเอาไว้ให้ลึกเท่าที่จะทำได้ลู่หานน่ะลืมมันไม่ได้หรอกถ้าลืมไปแล้วคนอื่นพูดถึงหรือถ้าเห็นเจ้าตัวก็คงไม่มีความรู้สึกอะไรแต่นี่ไม่ใช่ มันก็ดีแล้วถ้าลู่หานจะกลับไปหาคนที่หัวใจมันส่งผลมากที่สุดทำถูกแล้วลูก ยิ้มได้ในเร็ววันนะคนเก่งงงไม่ต้องร้องแล้วไม่ต้องโทษตัวเองอีกแล้วด้วยโอเซฮุนก็เหมือนกัน สู้ๆ
    #2,747
    0
  21. #2746 PareWaPkh (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 15:57
    คือเราเข้าใจนะ ลู่รู้ว่ารักฮุน ชานรู้ว่าลู่รักฮุน ฮุนรักลู่ ชานก็ถอยออกมา แต่ทุกคนก็มองว่าแล้วลู่จะมาหาชานทำไม มันอาจจะทำให้มองว่าลู่เห็นแก่ตัวแต่ชานก็ขอเข้ามาเอง ก็เจ็บๆกันไป
    #2,746
    0
  22. #2745 Wi!!Soul_Ws (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 14:51
    เราทีมเซฮุน แต่ก็แอบเจ็บแทนชานยอลนะ ทั้งๆที่รักเขามากขนาดนี้ แต่คนเราส่วนใหญ่ก็เลือกสิ่งที่ตัวเองชอบ ทำตามหัวใจกันทั้งนั้น ไม่แปลกเลยที่ลู่เลือกเซฮุนอีกครั้ง ต่อจากนี้ก็อยากให้พ่อพระเอกเลิกใจร้ายกับน้อง สมหวังกันซักทีเทอะเจ้าพระคู๊ณณณ
    #2,745
    0
  23. #2744 Byuncream chanbaek (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 13:47
    ไม่อยู่ทีมใครทั้งน้านน ลู่หนูอยู่เป็นโสดเถอะ😂
    #2,744
    0
  24. #2743 bruinx_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 13:44
    เด็กดีเราเป็นไรไม่รู้ไม่แจ้งเตือนเลย เราต้องเข้ามาเช็คเองตลอด เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ แต่งดีมากเราร้องไห้ทุกตอนจริงๆ สงสารชานยอลสุด ㅠ ㅠ
    #2,743
    0
  25. #2742 zonya1220 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 13:40
    สงสารชานนะรักน้องมาตลอดแต่น้องก็ยึดมั่นกับเสียงหัวใจของตัวเอง
    #2,742
    0