[END] 8 Bound ☆ :: HUNHAN

ตอนที่ 24 : EPILOGUE [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    22 พ.ค. 59




EPILGUE

 

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

 

       

“ไปตายซะไอ้พวกโรคจิต!!”


มันเป็นสัญญาณเตือน ให้ทุกคนในบริเวณนั้นหมอบลง เพราะเดี๋ยวอีกไม่กี่นาทีต่อมา จะต้องมีร่างหนึ่งลอยละลิ่วข้ามหัวไปนอนแอ้งแม้งอยู่ตรงทางออก – ความฝันที่จะบินได้ของมนุษย์เป็นจริงขึ้นมาแล้ว By โดคยองซู


“รายที่สามสิบห้า” จางอี้ชิงผู้ได้รับหน้าที่นี้โดยเฉพาะพึมพำ ก่อนจะเขียนตัวเลขลงไปในเอกสาร แล้วส่งให้กับหน่วยปฐมพยาบาลเคลื่อนที่ “รบกวนเซ็นรับผู้ป่วยตรงนี้ด้วยครับ”


เป็นเรื่องปกติ เกิดขึ้นซ้ำๆ มาหลายปีแล้ว คนที่บังอาจมาลวนลามลูกกวางคนสำคัญของสาขา โดยมากแล้วมักมีตอนจบที่ไม่สวยเท่าไหร่ และปีนี้...มันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง


“ครึกครื้นดีนะ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือหัว แต่มันไม่เท่ากับเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ที่ดังกระหึ่มจนหูแทบดับนั่นหรอก ได้ยินแบบนี้แล้วรู้เลยจริงๆ ว่าเปนใคร หันกลับไปมอง ปาร์คชานยอลในเครื่องแบบนักศึกษาถูกระเบียบ โดดเด่นท่ามกลางผู้คนจนไม่กล้าละสายตา และ...ยอมรับก็ได้หล่อสมบูรณ์แบบที่สุด


“หืม...” ลากเสียงยาวๆ พลางยกมือขึ้นลูบคางทำสายตาเจ้าเล่ห์ ขณะเดินวนรอบตัวเขา


“นี่เหรอ ชุดเจ้าปัญหาที่เขาว่ากัน สุดยอดดีนะ”


ชุดเมดคุณกวางทำไมอ่ะ? ทำตาปริบๆ ยามหันหน้ามองตาม และต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อมืออยู่ไม่สุขข้างหนึ่งแตะลงมาบนแผ่นหลังที่เปิดเปลือย พร้อมไล้สัมผัสลงต่ำช้าๆ ก่อนที่จะ...


“อ๊ะ...” เผลอร้องออกมา เมื่อถูกขย้ำเข้าตรงตำแหน่งหางปุกปุยเต็มมือ ตามมาด้วยท่าทางสนอกอนใจในกระโปรงพองฟูของเขาแบบออกนอกนห้า ถึงขนาดต้องสำรวจมันไปมา เปิดขึ้น พลิกนั่นดูนี้ ซึ่งแน่นอน...ลู่หานคนซื่อได้แค่ยืนมองอย่างไม่เข้าใจ และ...หมัดเล็กๆ ที่ไม่ได้รับเชิญก็ถูกเหวี่ยงเข้ามาทันที เร็วและแรงภายในเสี้ยววินาที!


“อันตรายนะเด็กน้อย” มือใหญ่ที่ไวกว่ารับมันไว้ทัน ก่อนที่ดวงตาทรงสเน่ห์จะเลื่อนมามองคู่สนทนาช้าๆ


“หยุดความคิดนั้นซะปาร์คชานยอล ครั้งต่อไปฉันจะเล็งที่อื่น” คยองซูดูจะไม่ได้ตื่นเต้นไปกับความสามารถนั้น เหมือนคนอื่นๆ พร้อมใช้ตาโตๆ เขม่นมองอย่างเอาเรื่อง คิงของทุกคนไหวไหล่ พลางชักมือกลับตามคำบอก


แต่เชื่อเถอะ...ว่ายังมีใครบางคนใสซื่อ ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไร จนน่าถอนหายใจ


ชานยอลไม่ได้พูดอะไร แค่กวาดสายตาไปรอบๆ ด้วยท่าทางที่อ่านไม่ออก ครู่ใหญ่ๆ ก็โน้มตัวลงมาหา


“ไปหาที่เงียบๆ สวีทกันสองคนดีกว่า ลูกกวางน้อย” – ห๊ะ?!!


ยังไม่ได้ทันได้ตอบ แขนปลาหมึกนั่นก็คว้าหมับ ดึงตัวเขาเข้าไปกอดเอาไว้ แถมยังเจรจาเอาเองเสร็จสรรพ


“จะเพิ่มงบประมาณปีหร้าให้เป็นพิเศษ ช่วยกันคนให้ทีนะประธานสาขา” ติดสินบนกันแบบหน้าไม่อาย และมีเหรอที่คิมมินซอกผู้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมจะปฏิเสธ


ชายหนุ่มขยิบตา และคว้ามือลู่หานพาวิ่งออกไปทันที ท่ามกลางเสียงโวยวายโอดครวญของบรรดาสาวๆ และเคะน้อยน่ารักน่าขย้ำทั้งหลาย ที่หมดสิทธิ์ตามกรี๊ดคิงอีกต่อไป


หนีมาแบบนี้ไม่เป็นไรจริงๆ เหรอ


ถามไปงั้นล่ะ เพราะตอนนี้ก็ยืนอยู่ด้วยกันแบบสองต่อสองแล้ว ...ทำอะไรไม่ได้


เหลือบมองตาลุงข้างที่บิดขี้เกียจสุด คลายปมเนคไท ปลดกระดุมคอ และจัดแจงพับเเขนเสื้อยาวๆ ชวนเกะกะนั่นขึ้น – แหม่...สบายจริงนะ “รู้สึกดีชะมัด ที่เขาว่าคนข้างๆ มีผลต่ออารมณ์นี้คงจะจริงสินะ”


หันกลับมาสบตา มีรอยยิ้ม แต่นั่นล่ะที่ทำให้ลู่หานต้องก้มหน้างุด เพราะยังคงมากไปด้วยเสน่ห์ และบังคับหัวใจให้เต็นถูกจังหวะไม่ได้เลย “...รุ่นพี่...ชอบล้อเล่นอยู่เรื่อยเลย”


“นายมากกว่าไหมที่ชอบทำเป็นเล่นน่ะ” ฟังแล้วยิ่งต้องกัดริมฝีปากแรงๆ รู้สึกร้อนไปหมด หายใจลำบากจนต้องกำมือแน่นๆ เขาไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่ามันเพราะเขินอาย หรือเพราะ...เดาออกว่าอีกฝ่ายกำลังจะพูดอะไรในประโยคถัดไป


“ฉันไม่เคยพูดเล่นเวลาอยู่กับนาย ทั้งเหมือนก่อนและตอนนี้” ชานยอลยกมือขึ้นมาเกลี่ยปอยผมให้เขา ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นประคองแก้มที่แดงเข้มเอาไว้ “คบกับฉันได้ไหม...ลู่หาน”


แล้วทุกอย่างก็เงียบไป ริมฝีปากสีชมพูสวยปิดสนิท เจ้าลูกกวางยืนนิ่ง เหมือนเวลาของตัวเองถูกหยุดเอาไว้ แต่หัวใจของเขากำลังทำงานอย่างหนักจนเจ็บไปหมด หายใจไม่ออก และมือที่แน่นชื้นเหงื่อขึ้นเรื่อยๆ มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น – คนที่ช่วยเหลือเขามาตลอด คนที่คอยอยู่ข้างๆ กันมาตลอด หรือแม้แต่...มือที่เช็ดน้ำตาให้ในวันที่เขาเจ็บปวดมากที่สุด ไม่ใช่ใครที่ไหน...แต่เป็นปาร์คชานยอลคนนี้เสมอ และอันที่จริงลู่หานรับรู้ความจริงมาตั้งนานแล้ว ภาพของตัวเองในดวงตาคมคู่นี้ มันยากที่จะยอมรับ... คำตอบทั้งหมดที่ควรจะเกิดขึ้น มันก็ชัดเจนอยุ่แล้วไม่ใช่เหรอ


“นอกจากชอบแล้ว ทำไมรุ่นพี่ถึงคิดว่าเราควรคบกันครับ” ดูแปลกใช่ไหม แต่ลู่หานอยากได้คำตอบจริงๆ นะ


“ไม่รู้สึกหรือยังไง เวลาอยู่ด้วยกัน เราต่างคนต่างเป็นตัวของตัวเอง สบายๆ ไม่กดดัน แล้วนายก็เข้มแข็ง เหมาะที่จะเป็นควีนข้างฉันมากที่สุด ไม่เห้นด้วยเหรอเด็กน้อย” ถูกย้อนกลับ แต่คนฟังกลับนิ่ง และมีเพียงแค่รอยยิ้มบางๆ


“งั้นลองบอกผมได้ไหม ว่าทำไมควีนถึงไม่เป็นคุณแบคฮยอน”


กลับไม่มีคำตอบในทันที คิงนิ่งคิดไป ดวงตาของเขามีประกายอ่อนลง แต่ว่าอ่านไม่ออกเลยบนความลังเลนั้น


“...เพราะเด็กนั่น...อ่อนแอน่ะสิ” ความรู้สึกแรกถูกถ่ายทอดออกมาช้าๆ “ตำแหน่งคิงไม่ใช่แค่ประธานนักศึกษาอย่างที่ใครๆ เข้าใจหรอก มันยังมีหน้าที่อีกหลายอย่าง ข้างตัวของฉันถึงต้องการคนเข้มแข็ง ไม่เปราะบาง และไม่เลือกน้ำตาเป็นทางออกของปัญหา ...พยอนแบคฮยอน...หัวใจของเด็กคนนั้นใสสะอาด และบอบบางเกินกว่าจะยืนข้างฉันได้”


จบลงเพียงเท่านี้ และคนตัวเล็กไม่ได้ร้องขอให้อธิบายต่อ เพราะถ้านั่นคือความจริง รอยยิ้มของเขาจะยิ่งสดใสและสวยงามมากขึ้น ร่างเล็กขยับเข้าไปใกล้ พลางตบบ่าร่างสูงเบาๆ “งั้นก็...ได้คำตอบของคำถามตัวเองแล้วใช่ไหมครับ”


นัยน์ตากวางเปล่งประกายสดใส มันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้น แม้ว่าอีกฝ่ายจะดูไม่เข้าใจก็ตาม

“สิ่งที่รุ่นพี่บอกมา มันคือคำตอบของคนที่พยายามจะหาเหตุผล มาค้านกับความรู้สึกจริงๆ ของตัวเองไม่ใช่เหรอครับ ถ้ารุ่นพี่ตอบได้ว่าทำไมถึงปฏิเสธหรือทำคุณแบคฮยอนเสียใจ ผมขอถามครั้งสุดท้ายได้ไหม กลัวหรือเปล่าครับ ที่จะถามตัวเอง...ว่าทำไมถึงชอบคุณแบคฮยอน ความรู้สึกนั้น มีเหตุผลอื่นนอกจากชอบเหมือนของผมหรือเปล่า”


รอยยิ้มของลู่หานสดใส สว่างไสวยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิเสมอ และเขาไม่รู้หรอก ว่ามันเจิดจ้าจนทำให้ปาร์คชานยอลหรี่ตาขนาดไหน ไม่เซ้าซี้ต่อตามนิสัย แต่หันไปมองด้านนอกแทน อีกฝากของริมระเบียงคือท้องฟ้ากว้างใหญ่ กับเสียงหัวเราะ และผู้คนร่วมงานพลุ่กพล่านด้านล่าง หยีตาต้านลมที่พัดจนผมหน้าม้าปลิวว่อน


และไม่นาน...ปลายหูก็ได้ยินเสียงหัวเราะร่วนในลำคอดังแว่วมา “เป็นคำปฏิเสธที่ฉลาดดีนะ”


“เสียมารยาท ผมเป็นผู้มีพระคุณของรุ่นพี่นะ”


“นั่นสินะ ฉันคงเป็นไอ้โง่ที่เห็นแก่ตัวจริงๆ ถึงได้ทำร้ายเด็กคนนั้นให้เสียใจทุกครั้ง” พึมพำ แต่คนฟังไม่เห็นด้วย


“คนที่ยอมสละโควตาเข้าเรียนโซลแบบสบายๆ มาสอบเข้าที่นี่ เพื่อรอคนที่ตัวเองรัก ไม่มีทางเป็นคนเห็นแก่ตัวไปได้หรอกครับ แล้วก็...” ชี้มือแทบพุ่งเข้าไปทิ่มหน้าของคู่สนทนา “เลิกโอ๋คุณแบคฮยอนซะที คนมีความรักน่ะ เข้มแข็งกว่าโดคยองซูสิบคนอีกนะครับ รุ่นพี่ต้องเป็นกำลังใจให้คุณแบคฮยอนสิถึงจะถูก”


นัยน์ตาเปล่งประกายคู่นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ ที่ใสสะอาดและบริสุทธิ์เสมอ และคำบอกนั้นทำให้คนฟังนิ่งค้าง คราวนี้...สีหน้าของปาร์คชานยอลดูตกใจจริงๆ และมันไม่บ่อยเลยที่เขาจะทำแบบนั้น “รู้ดีจังนะเรื่องของฉันน่ะ”


“เรื่องที่เรารู้ดีที่สุดก็คือเรื่องของคนอื่น และเรื่องที่โง่ที่สุด...ก็คือเรื่องของตัวเอง ไม่เคยได้ยินเหรอครับ”


หัวเราะด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนที่มือใหญ่ข้างหนึ่ง จะวางลงมาบนหัวของเขาอย่างอ่อนโยน ชานยอลไม่พูดอะไรดึงเขาเข้ามาใกล้ พลางลูบปลอบเบาๆ “เลิกเอาแต่ห่วงคนอื่นเถอะ ความสุขของนายน่ะสำคัญที่สุดไม่รู้หรือยังไง ถ้าไอ้เด็กนั่น...โอเซฮุนเป็นความสุขของนายจริงๆ จะยอมแพ้แค่นี้เหรอกวางโง่”


แล้วก็ถูกยีหัวจนเละเทะอีกแล้ว รับฟัง และนิ่งเงียบไปหลายนาที ใช่ว่าลู่หานไม่รู้ เขารู้มาตลอดว่าตัวเองควรทำอะไร เพียงแต่... “รุ่นพี่...รู้ใช่ไหมครับ ว่าเซฮุน...ชอบใครมาตลอด”


ลองถาม และแม้จะไร้การตอบรับกลับมา “ที่พูดเรื่องรุ่นพี่กับคุณแบคฮยอนน่ะ ไม่ใช่เพราะว่าอยากให้กลับไปคบกัน เพื่อที่เขาจะได้เป็นของผมหรอก เรื่องของผมกับเซฮุนน่ะ...อาจจะเลยจุดที่ต้องพูดกันไปแล้ว...ก็ได้นะครับ”


“ทำไม?” เสียงทุ้มต่ำเข้มขึ้นทันที แต่มันไม่ใช่ความเกรี้ยวกราด พี่ชายคนนี้กำลังห่วงใยเขาก็เท่านั้น


“...ผมกลัวน่ะ...เวลาที่เราอยากอธิบายอะไรกับคนสำคัญ เราจะต้องปั่นแต่งคำพูดเข้าข้างตัวเอง หรือหาเหตุผลมารองรับ เพื่อให้เขาเข้าใจและยอมรับมากมายแค่ไหน ...ผมไม่อยากโกหกเซฮุน เพราะความเห็นแก่ตัว เพราะแบบนั้น...ผมถึงเลือกที่จะไม่พูดอะไร และเดินออกมาแบบนี้ดีกว่า...ผมจะไม่โกหกโอเซฮุนอีกแล้วครับ”


ยืนยันความรู้สึกของตัวเอง นัยน์ตากวางคู่นั้นมุ่งมั่น ตรงกันข้ามกับอีกฝ่ายที่ดูจะไม่เห็นด้วย และเหมือนมีอะไรจะโต้แย้งเขามากมายแม้ว่าอีกฝ่ายจะเลยก็ตาม เขาเห็นชานยอลตั้งใจจะพูดอะไรสักอย่างนะ แต่ว่า...


เสียงตั้งเตือนจากโทรศัพท์ของลู่หานดังขึ้นขัดก่อน คนตัวเล็กก้มลงพร้อมยิ้มนิดๆ เมื่อมองเห็นหน้าจอ...กับความรับผิดชอบอย่างสุดท้ายของเขาแล้วสินะ


“ไปเถอะ” คิงออกปากทันทีเมื่อได้สบตากัน


“ทำมันให้ถึงที่สุด จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง เวลา...มันย้อนกลับมาไม่ได้อีกแล้ว”


นั่นสินะ ความรู้สึกของลู่หานบอกแบบนั้น ยิ้มให้พลางโค้งตัวต่ำแทนความรู้สึกทุกอย่า


“ขอบคุณนะครับ รุ่นพี่ชานยอล” – ก่อนจะหันหลังกลับ และวิ่งไปตามทางที่ตั้งใจไว้ จะไม่หนีอีกแล้ว


“ฉันต่างหากล่ะที่ต้องพูดคำนั้น ขอบคุณมากนะ...ลู่หาน...”


สายลมพัดพาเอาคำพูดของใครอีกคนให้ลอยตามด้วย และ...คนตัวเล็กรับรู้นะ


แม้ว่า...ตอนนี้ เสียงรอบตัวจะจอแจอื้ออึงสุดอะไรสุดเลยก็ตามเถอะ

 


ปกติแล้วโรงยิมไม่ได้คนเยอะแบบนี้หรอก และไม่ได้อัดแน่นไปด้วยผู้ชาย... คือหมายถึงพวกบ้าพลัง พวกบ้าระห่ำอะไรทำนองนั้นขนาดนี้ มีบางคนหันมามอง ยิ้มให้เขา และดวงตาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความกระหายในการต่อสู้ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังงุนงงไม่หาย ทำไมพวกกรรมการถึงได้ยอมให้จัดงานบ้าๆ นี้ขึ้นมา


“ลู่หาน ทางนี้” คยองซู อี้ชิง และมินซอกมาถึงก่อนเขาอีก นัยน์ตากวางเบิกโตเลยสิทีนี้ – เร็วไปไหมอ่ะ?


“ไม่นึกว่าจะมีพวกบ้ามากขนาดนี้นะ” เพื่อนตาโตของเขายกมือขึ้นกอดอก “ให้จัดการเลยไหม แค่นี้น่ะสบายๆ”


รู้แล้วววว ลู่หานแทบผงะ แต่ไม่ต้องงงงงงง ยองจูวย่าของเสี่ยวลู่อยู่เฉยๆ เดี๋ยวนี่จัดการเอง ปั้นหน้าลำบาก แล้วต้องยกมือขึ้นอุดหู เมื่อเสียงไมค์หอนดังแหลมทะลุกขึ้นมา พร้อมกับใครสักคนที่ก้าวขึ้นมาบนเวที – กล่าวต้อนรับ เรียกเสียงเฮ เพื่อปลุกพลังกันแบบสุดๆ


“ที่นี่ก็ครึกครื้นอีกแล้วเนอะ” เจ้าของคำพูดที่มายืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังทำเอาเจ้าลูกกวางสะดุ้ง แต่...ไม่ใช่มีแค่ปาร์คชานยอลจอมเอาแต่ใจหรอกนะ อู๋อี้ฟาน ฮวังจื่อเทา หรือแม้แต่คิมจงอินก็มายืนอยู่ตรงนี้ด้วย ทุกคนมีของขบเคี้ยวในมือ และบรรยากาศรอบตัวดูผ่อนคลาย ไม่ร้อนรนใดๆ เลยสักนิด


“ผู้กล้าทั้งหลายพร้อมกันแล้วหรือยัง!!!” เอ็มซีบนเวทีโหนเสียงตะโกนใส่ไมค์ดังลั่น เสียงโห่ร้องดังสนั่น พร้อมกับการปรบมือที่พร้อมเพรียง เป็นสัญญาณให้สายตาทุกคู่มองหาเป้าหมายที่ต้องการ – แฟนของลู่หานร้อยผัวที่จะต้องปะทะกับคนทั้งหมดนี้ เรื่องบ้าๆ ที่คนหน้าหวานต้องการจะจบทุกอย่างลงตรงนี้


“ฉันจะขึ้นไปบอกเขาเอง” คิมมินซอกขยับตัว “เรื่องมันเริ่มจากฉัน ฉันจะอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ”


คนตัวเล็กก้าวออกมา แต่ว่า...ก็ยังช้ากว่าร่างบาง ที่เดินลิ่วขึ้นไปบนเวทีอย่างเงียบเชียบ และว่องไว ท่ามกลางเสียงเอ่ยแซวหยาบคายที่ดังขึ้นจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง


“น้องลู่หานอยากจะพูดอะไรไหมครับ” – คำถามนั้นไม่จำเป็นต้องตอบเลยสักนิด เพราะเมื่อไมค์ถูกยื่นมา เขาก็รับมันมาอย่างเต็มใจ เจ้าของชื่อสูดหายใจลึกยาว มือสองข้างสั่นจบแทบควบคุมไม่ได้ รู้สึกวูบโหว่งในท้อง และขาสองข้างไม่มั่นคงเอาเสียเลย แต่ว่า...วันนี้จะเป็นวันสุดท้าย


“ผม...ผมเป็นคนที่สายตาสั้นเอามากๆ เลยครับ” พยายามประคองเสียงไว้ไม่ให้สั่น เมื่อริมฝีปากสีชมพูขยับเอ่ยช้าๆ “ตอนมาถึงที่นี่ใหม่ๆ ผมใส่แว่นหน้าเตอะ เอาแต่ก้มหน้าติดหนังสือ พูดเกาหลีแทบไม่ได้ แล้วก็...ไม่มีเพื่อน เลยคิดว่า...ถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ จะลองเปลี่ยนตัวเองดู ใส่คอนแทคเลนส์ ทำสีผม แล้วก็สนใจแฟชั่นมากขึ้น”


หยุดลง...เพื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ดวงตาที่มองมาทั้งหมดในตอนนี้ อาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ ภาพในวันวาน ท่าทีเฉยชากับการถูกปฏิเสธในอดีต อาจจะวนกลับมาซ้ำรอยเดิมอีกครั้งก็ได้นะ


“...จะเป็นอะไรไหมถ้าผม... ผมจะบอกว่าผมอยากมีเพื่อน มีตัวตน ได้รับการยอมรับ และไม่อยากถูกรังแก ผมเลยยินดีไปกับฉายา หรือแม้แต่ภาพลักษณ์ที่คนอื่นตัดสินให้เป็น ผม...ขอโทษทุกคนในที่นี้ทันไหมครับ ถ้าจะบอกว่า...มันไม่มีมาตั้งแต่แรกแล้ว แฟนของลู่หานร้อยผัว...” กลั้นใจพูดออกไปช้าๆ มือที่กุมไมค์ไว้สั่นมากกว่าเดิม ลู่หานไม่กลัวถูกเกลียด แต่ที่เจ้าลูกกวางกลัว...คือคำสารภาพของเขาจะทำใครต้องเจ็บปวดหรือเสียใจมากกว่า


“ผม...ลู่หานคนนี้โกหกทุกคน... ผมไม่เคยมีแฟน ทำคิสมาร์คไม่เป็น คำปรึกษากับท่าไม้ตายอะไรนั่น ก็เรียนรู้เอาจากข้อมูลในอินเทอร์เนตทั้งนั้น ไม่เคยขึ้นเตียงกับใคร แล้วก็...ยังเวอร์จิ้นมาตลอด ขอโทษนะครับ ที่ทำให้เสียเวลา แต่ไม่ว่าจะวันนี้ หรือว่าวันไหนๆ...แฟนของผมเขาก็ไม่มาหรอก ต้อง...ขอโทษจริงๆ นะครับ”


เอ่ยบอกช้าชัด แม้เสียงนั้นจะสั่นเทา พร้อมกับการค้อมตัวลงต่ำ ตอนนี้ทุกอย่างตกอยู่ท่ามกลางความนิ่งเงียบ ปราศจากเสียงใดๆ แม้แต่การหายใจของอากาศ บรรยากาศรอบตัวนิ่งสนิท ราวกับหยุดเวลาไว้ ราวกับถูกสาป หรือไม่อย่างนั้น...ก็คือชนสนการนับถอยหลัง เพื่อรอแรงระเบิดอันมหาศาล ที่สามารถทำลายล้างทุกอย่างได้ในพริบตา


“แบบนี้มันก็หลอกลวงกันนี่หว่า” ใครสักคนตะโกนลั่น “คิดว่าน่ารักแล้วจะปั่นหัวคนอื่นได้เหรอวะ”


“แอ๊บแบ๊วเรียกราคาตัวเองหรือเปล่าน้อง เสร็จมากี่ท่าแล้วล่ะะ”


แล้วเสียงงึมงำ และสายตาที่เต็มไปด้วยการตั้งคำถามมากมายทุกอย่างถูกทำลายลงด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์ที่เซ็งแซ่ และล้วนแต่ไม่น่าฟังทั้งนั้น ร้ายไปกว่านั้นคือ... “จับแม่งขึงกลางเวทีเลยเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้วนี้ แบ่งๆ กันไปเลย”


ลู่หานผงะถอยหลัง เขาไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินคำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของผู้คน...ที่ครั้งหนึ่งเคยยิ้มแย้มให้กัน ใบหน้าหวานซีดเผือดเมื่อเห็นดวงตาเหล่านั้น กัดริมฝีปาก แต่ก่อนที่ใครจะได้ทำอะไร หนึ่งในพวกปากดีนั่นก็ถึงกับกระเด็นลงกองกับพื้น ท่ามกลางความตกใจคนรอบข้าง


ไม่ต้องถึงมือคยองซูหรือใครๆ เพราะฮวังจื่อเทายกขาขึ้นสูง พร้อมถีบเข้าที่รุ่นน้องที่อยู่ใกล้คนนั้นเข้าเต็มแรง


“อ้อนตีนกูดีจังนะมึงนี่ นอนลงสิ เดี๋ยวกูจับขึงแล้วกระทืบให้หายซ่าเอง”


“แม่งเอ้ย!” อีกฝ่ายสบถ พร้อมลุกขึ้นพุ่งเข้าใส่ กลายเป็นความชุลมุน ที่ต่างฝ่ายต่างต้องห้ามเพื่อนของตน


ลูกกวางตัวสั่น เขาเห็นอี้ฟานพยายามไกล่เกลี่ย ในขณะที่ชานยอลกำลังเขม่นมองคนตรงหน้า ที่ไม่รู้ว่าผิดใจกันเรื่องอะไร จงอินที่เงื้อหมัดขึ้น และคยองซูกำลังนั่งดูดน้ำส้มอยู่บนร่างของคู่ต่อสู้ ที่นอนกองทับกันไว้อย่างสวยงาม


“ไม่ใช่นะทุกคน” มินซอกและอี้ชิงวิ่งขึ้นมาบนเวที “ทั้งหมดเป็นเพราะเราเอง เราบังคับลู่หานให้พูดแบบนั้นเอง”


เพื่อนพยายามอธิบายใส่ไมค์ แต่กลับไม่มีใครยอมรับฟัง ทุกอย่างกำลังสับสน จนเละเทะไร้ระเบียบไปหมดไปหมด – มีเสียงโห่ไล่เขา ดวงตาที่มองมามีแต่ความเกลียดชัง และพวกผู้หญิงที่ไม่ชอบเขาอยู่ก่อนหน้าพากันเยาะเย้ยเหยียดหยาม บางคนกำลังเก็บภาพทุกอย่างเอาไว้ในโทรศัพท์ เตรียมส่งต่อความสนุกนี้


งานสำคัญ...ที่ทุกคนช่วยกันจัดขึ้น พังพินาศไม่เหลือชิ้นดีเพราะเขา ...เพราะความเห็นแก่ตัวของเขาคนเดียวเลยจริงๆ ยกมือขึ้นปิดหน้าทันทีเมื่อรู้สึกถึงขอบตาที่ร้อนผาว และเหมือนว่ากำลังจะร้องไห้ ไม่ได้นะ...ห้ามร้องนะลู่หานคนโง่ เวลาแบบนี้ต้องคิดสิว่าจะแก้ปัญหายังไง ก่นด่าตัวเอง และก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาจริงๆ...


“ผมเคยบอกแล้วใช่ไหม ว่าไม่ให้ใส่ชุดนี้ ...ลู่หาน” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบดังข้างหู พร้อมกับบางอย่าง ที่คลุมทับลงมาบนร่างกาย ตามด้วยฝ่ามืออบอุ่นและสัมผัสที่คุ้นเคยบนศีรษะของเขา


เงยหน้าขึ้นมอง มันเหมือน...หัวใจที่กำลังจะหยุดเต้นกลับมาทำงานอีกครั้ง “...เซ...ฮุน...”


ไม่มีการตอบ ไม่ได้หันมามอง แต่แขนแข็งแกร่งนั้นกลับโอบกระชับร่างของเขาเอาไว้แน่นๆ พร้อมกับยื่นมือออกไปขอไมโครโฟนจากมินซอก ทุกอย่างที่เป็นชายหนุ่ม ดูหนักแน่น จริงใจ ไม่ต่างจากดวงตาคมกริบจริงจังหลังกรอบแว่นคู่นั้น “ขอโทษครับที่มาช้า ดูเหมือนพวกคุณจะอยากเจอผมมากๆ เลยนะครับ”


“มึงเป็นใครวะ?” ทุกอย่างสงบลง และตอนนี้พาต่างก็จับจ้องมาที่ร่างสูงแค่เพียงคนเดียว แต่แทนที่จะตอบ เซฮุนกลับถอนหายใจ เลิกคิ้วขึ้นพลางหันกลับไปมองชื่องานตรงฉากหลัง – มันดูกวนโทสะอย่างที่ลู่หานไม่เคยเห็นมาก่อน


“งานนนี้จัดขึ้นมาเพื่อล้มผมไม่ใช่เหรอครับ ผมโอเซฮุนก็มาแล้วยังไง”


เน้นชื่อตัวเองชัดเจนจนใครๆ ต้องนิ่งค้าง... เพื่อที่จะกลับไปสู่ความประหลาดใจ ที่ทำให้แตกฮือได้อีกครั้ง


“ฮาชิบหาย...แม่งมโนไปเองปะวะ ลากมันลงมาทีซิ”


“ลู่หานร้อยผัวเนี่ยนะจะเอาคนเฉิ่มเชยอย่างมึง โดนต่อยจนเพี้ยนไปแล้วใช่ไหม” – เสียงหัวเราะเย้ยหยันพวกนั้นไม่น่าฟังเลยสักนิด ลู่หานเป็นห่วงเซฮุน เขาอยากผลักน้องไปไกลๆ แต่...ชายหนุ่มก็ยังคงนิ่ง และไม่สะทกสะท้านใดๆ


“เราคบกันได้สองอาทิตย์แล้วครับ ในพาดหัวข่าวเมื่อหลายวันก่อนคือรูปของผมเอง”


ตรงไปตรงมา แต่ความจริงใจนั้น กลับได้รับการดูแคลน ทั้งจากสายตาและเสียโห่แซว


“อื้อหือ...น่าภูมิใจจังเลยน้องแว่น แม่งผ่านมากี่มือแล้วเด็กเนิร์ดอย่างมึงตามทันไหม หรือว่าทุกคืนไอ้นั่นสอนมึงว่าต้องทำยังไงถึงจะครางได้ดังๆ” แล้วคนพวกนั้นก็หัวเราะ


ลู่หานกัดริมฝีปาก เป็นครั้งแรกที่เขาอยากวิ่งลงไปซัดหน้าคนเหล่านั้น พวกคนที่กล้าดูถูก และเหยียบย่ำความรู้สึกของคนอื่นมากมายขนาดนี้ แต่ว่า...เซฮุนกลับยิ่งโอบกระชับเขาแน่นขึ้นไปอีก เหมือนกำลังให้คำยืนยัน บอกผ่านสัมผัส...ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น น้องจะยังคงอยู่กับเขาตรงนี้


“เสียหน้าเหรอครับ ที่ต้องยอมรับว่าคำโอ้อวดเรื่องได้แฟนผมไปแล้วกี่ท่าคือคำโกหก” เย็นเยียบ และกรีดลึกลงไปในความรู้สึกของใครหลายๆ คน ใบหน้าหล่อจัดเรียบนิ่ง สุขุม แตกต่างจากคำพูดที่กลั่นกรองมาดีแล้ว และเปลวโทสะในดวงตา ที่พร้อมแผดเผาคนปากดีเหล่านี้ให้มอดไหม้หายไห “แล้วก็กรุณาให้เกียรติพี่ลู่หานด้วย ไม่อย่างนั้นรบกวนบอกชื่อรุ่นพี่มาได้ไหมครับ ผมจะได้เลือกสรรพนามที่เหมาะสมกันได้ถูก”


“ไอ้เวรนี่...มึงลงมาต่อยกับกูเลย! มา!!” ตวาดลั่นพร้อมชี้หน้า ทำเอาบรรยากาศแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลายเงียบลงอีกครั้ง เซฮุนทำเพียงนิ่งมอง ประสานสายตาอย่างไม่กลัวเกรง พักใหญ่ก็เลือกที่จะปล่อยผ่าน ไม่สนใจ และยกไมโครโฟนขึ้นมาใช้งานอีกครั้ง


“ผมไม่มาเพื่อเป็นศัตรูกับใคร แค่มายืนยันสถานะของตัวเอง และแก้ไขความเข้าใจที่บิดเบี้ยวพวกนี้ใหม่ พี่ลู่หานไม่ใช่สิ่งของ ไม่ใช่รางวัลเชิดชูเกียรติยศใคร แต่แฟนของผมเป็นคน มีหัวใจและเจ็บปวดได้เหมือนพวกคุณ”


น้องมองคนพวกนั้น และไม่สนใจเลยว่าใครจะคิดกับตัวเองยังไง “จะเคยผ่านมากี่ท่า ยอมมากี่มือ หรืออ้าขาให้กี่คน พวกคุณที่เคยอวดอ้างรู้ดีที่สุด ยอมรับความจริงแล้วหยุดเถอะครับ อย่าให้ความคึกคะนองทำร้ายคนๆ เดียวอีกเลย”


“น่าฟังดี แต่มันไม่ทำให้แฟนมึงดูมีค่าขึ้นมาหรอก” คนพูดแสยะยิ้ม และเซฮุนก็ยิ้มมุมปากโต้ตอบกลับไปเช่นกัน


“สำหรับผมพี่ลู่หานมีค่าเสมอ มีค่ามาก...จนคนโง่อย่างผมเกือบรักษาไว้ไม่ได้”


ท้ายประโยคเหมือนแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวด ที่ทำให้ลู่หานหายใจไม่ออก เขาเงยขึ้นมองเสี้ยวหน้าดูดีนั้น – พอแล้ว...เซฮุนนา อย่าแปดเปื้อนเพราะเขาไปมากกว่านี้อีกเลยนะ ได้โปรดเถอะ...


“ลองมองกลับกันดูใหม่ ถ้าเป็นคุณ หรือคุณเป็นผม แล้วคนรักของพวกคุณเมินเฉย ปล่อยผ่านให้คุณตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงโดยไม่คิดจะเข้ามาช่วย พวกคุณจะรู้สึกอะไรหรือเปล่า มันคือความใจร้ายที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครเลยจริงไหม” ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ “พี่คยองซูพูดถูกทุกอย่าง...คนที่ไม่ร้องไห้ ใช่ว่าจะเสียใจไม่เป็น”


พึมพำ ก่อนจะก้าวออกไปด้านหน้าพร้อมด้วยเจ้าลูกกวางในอ้อมกอด ในขณะที่ทุกคนต่างนิ่งงัน หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้นไป ไม่มีคำทัดทาน หรือว่าอาการต่อต้านของความเกลียดชังอีก


“ต่อจากนี้ไป ผมขอร้องทุกคนนะครับ เลิกเรียกแฟนผมว่าลู่หานร้อยผัวซะที เพราะลู่หานมีแค่ผัวเดียว แต่เอาได้มากกว่าร้อยครั้งชื่อโอเซฮุนคนนี้ อย่าท้าทายความอึดกับผม แค่กอดแฟนตัวเองก็ไม่มีเวลาว่างอะไรแล้ว”


ห๊ะ... ห๊าาาาา!!


ลู่หานร้องลั่นในใจ ใบหน้าหวานๆ แดงจัดทันที เหมือนได้ยินเสียงระเบิดตูมใหญ่ในหัว เห่อร้อนไปหมดทั้งร่างกาย ไม่ใช่แค่เขาหรอกที่ตกใจ ทุกคนในที่นี่เป็นเหมือนกันหมด คยองซูถึงขั้นทำตาเหลือกโต และ...คงมีแค่ปาร์คชานยอลเท่านั้น ที่หลุดขำออกมาแบบกลั้นไว้ไม่อยู่ ...ใครจะคิด...วะ...ว่าคนอย่างโอเซฮุน จะกล้าพูดอะไรแบบนี้ออกมา


น้องก้มลงมามองเขา กดจูบหน้าผากพร้อมยิ้มให้


“ไหนๆ วันนี้ก็อุตส่าห์มาแล้ว เปลี่ยนจากสู้กัน มาเป็นพยาน เอาใจช่วยผมง้อแฟนดีกว่านะ” วางไมโครโฟน พร้อมคุกเข่าลงกับพื้น ทำเอาลู่หานตกใจจนก้ามถอยหลัง แต่มือข้างนั้นก็ไว้กว่า เอื้อมมารั้งเขาไว้ได้ทัน “ผมทำผิดกับพี่ ผิดมากๆ อย่างไม่น่าให้อภัย ผมขอโทษนะครับ ได้โปรด...ยกโทษแล้วกลับมาหาผมได้ไหม”


คำพูดเหล่านั้นค่อยๆ ถูกเอ่ยออกมาช้าๆ ด้วยเสียงนุ่มนวล และดวงตา...ซึ่งแสดงความรู้สึกทั้งหมดออกมาชัดเจน “มันมากกว่าคำว่าชอบ ที่หมายถึงชอบมากๆ แล้วล่ะ ขอโทษที่เห็นแก่ตัว แต่ผม...โอเซฮุนคนนี้รักพี่ลู่หานนะครับ


นิ่งงันไปในทันที ไม่กล้าพูดอะไรต่อไปอีกเลยต่อจากวินาทีนี้ ลู่หานตื้อไปหมด เขาสับสน ไม่รู้เลยว่าควรจะต้องตอบว่าอะไร ยิ่งตอนที่มองเห็นบางอย่างชัดเจน – กลับมาแล้วสินะ...ภาพของเขาเพียงคนเดียวในดวงตาคู่นี้


ปลายหูเหมือนจะได้ยินเสียงปรบมือโห่ร้องดังลั่นที่ไม่ได้สนใจที่มา ตรงหน้าของลู่หานมีเพียงโอเซฮุน และในหัวของเขาก็มีแต่คำว่าเซฮุนและเซฮุน กัดริมฝีปาก แบบนี้มันบ้า...บ้าบอเกินไปแล้ว


กลั้นหายใจ ก่อนจะสะบัดมือข้างนั้นออก แล้ววิ่งหนีลงจากเวทีไป!!


“พี่ลู่หาน!” ชายหนุ่มร้องเรียก และรีบวิ่งตามลงมา แต่ว่า...


“ไม่ให้ไป เราไม่ให้เซฮุนไปนะ” พยอนแบคฮยอนคว้าแขนเขาเอาไว้ พร้อมมองกลับมาด้วยดวงตาที่เจ็บปวด จวนเจียนจะร้องไห้ ทุกครั้งเซฮุนคงลังเลลำบากใจ แต่ว่าตอนนี้ เวลานี้...ชายหนุ่มไม่เคยแน่ใจกว่าครั้งไหนมาก่อน


“ให้ผมไปเถอะครับ หัวใจของผมอยู่คนๆ นั้น ส่วนหัวใจของพี่...ไม่เคยอยู่ที่ผมเลย อย่าฝืนต่อไปเลย ขอบคุณนะครับพี่แบคฮยอน” แล้วก็ชักมือกลับ พร้อมวิ่งจากไป


“เดี๋ยวสิเซฮุน เซ...” ทำท่าจะตามไป แต่ต้องชะงัก เมื่อถูกรั้งไว้จากทางด้านหลัง


“พอได้แล้วล่ะ” ปาร์คชานยอลเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่า และเดาความคิดอะไรไม่ออกเลย


“หยุดความคิดทุกอย่างลงซะ มันจบแล้ว ...เลิกเล่นสนุกคนเดียวโดยไม่บอกฉันซักที พยอนแบคฮยอน”


คำบอกนั้นทำให้ร่างบางชะงักงันไป และเพียงครู่เดียว รอยยิ้มเจื่อนๆ ตามประสาคนไม่ค่อยมั่นใจก็แตะแต้มบนใบหน้าน่ารักทีละนิด “...ชานยอล...รู้ด้วยเหรอ”


“ความมั่นใจฉันให้เต็ม แต่การแสดง...อย่าพยายามอีกเลย”


คนตัวเล็กย่นจมูก พร้อมทำเสียงประหลาดยามถูกดีดหน้าผากเบาๆ “รู้ตั้งแต่ตอนไหนน่ะ”


“ตอนที่ไปชมรมหนังสือพิมพ์ แล้วคิมจุนมยอนโวยวายใส่ฉัน หลังจากนายไปถล่มเขา ฟาดโต๊ะจนมันบุบ แล้วประกาศลั่นว่าอย่ายุ่งกับเซฮุนและลู่หาน หมอนั่นโวบวายร้องเรียนกับฉันจนหูชา”


“ขี้ฟ้องชะมัดเลยรุ่นพี่คนนั้น”  ขมวดคิ้วหงุดหงิด ก่อนจะถูกแตะสัมผัสลงมาตรงแก้ม จากหลังมืออบอุ่นที่คุ้นเคย


“อย่าเที่ยวจูบใครง่ายๆ อีกนะพยอนแบคฮยอน”


“อย่าเที่ยวบุกเข้าห้องน้ำแฟนใครง่ายๆ อีกนะปาร์คชานยอล” ยอกย้อน จนคนฟังต้องเลิกคิ้วขึ้น “หยุดทำหน้าแบบนั้นนะ ถ้าฉันไม่ตกใจจนไปหาเซฮุนที่บ้าน คงเข้าใจผิดไปมากกว่านี้แน่ๆ”


“ทำไมเวลามีอะไรต้องไปหาไอ้เด็กนั่นทุกที” คิงขมวดคิ้ว สีหน้าดูไม่พอใจสุดๆ


“ก็เพราะนายชอบทำฉันเสียใจยังไงล่ะ แล้วดูสิ...กว่าจะทำให้เซฮุนเข้าใจความรู้สึกตัวเองได้ ฉันต้องพูดจาร้ายๆ กับคุณลู่หานไปตั้งเยอะ ถ้าเขาเกลียดฉัน หั้งหมดเป็นเพราะนายทั้งนั้นเลยรู้ไหม” ชี้หน้า แต่ก็ถูกรวบตัวเข้ามากอดเอาไว้


“เจ้าลูกกวางนั่นไม่เกลียดใครง่ายๆ เพราะเรื่องแค่นี้หรอก แล้วต่อไปนี้ก็ไม่ต้องไปหามันแล้ว หมอนั่นมันมีคนที่ต้องดูแล ไม่ว่างมาฟังปัญหานายหรอก” จับคนตัวเล็กโยกไปมา พร้อมจ้องลึกเข้าไปในดวงตา “ขอโทษที่ทำให้เสียใจนะ จะไม่ทำให้ร้องไห้อีกแล้ว แบคฮยอนนา...”


เอ่ยกระซิบ พลางโน้มหน้าลงมา ใกล้กันจนรู้สึกถึงลมหายใจ แต่ว่า...


“โอย...” ถึงกับร้องออกมา เมื่อถูกหยิกเข้าที่เอวแรงๆ งุนงงไปหมด เป็นครั้งแรกที่คนน่ารักต่อต้านเขา


“ถึงจะทำฉันก็ไม่อยู่รอแล้ว ต่อไปนี้จะไม่วิ่งตามนายอีก พอกันที” ยื่นคำขาด แต่คนตัวสูงกว่ากลับหัวเราะเอ็นดู


“งั้นต้องหนีให้ไวนะ เพราะฉันมีรถสปอร์ตเร่งเครื่องตามไปได้สบายๆ”


น่าลงไม้ลงมือให้เจ็บตัวที่สุด แต่ในเวลานี้ ทำได้แค่ถลึงตามองอย่างเอาเรื่องเท่านั้น เพราะตอนนี้...พวกเขาทุกคนยังมีกังวลอยู่ และคงได้แต่ส่งกำลังใจไปหา ส่งไปให้ไกลถึงห้องสมุด ที่ใครคนนึงซ่อนตัวอยู่


ขอให้ทุกอย่างคลี่คลาย และเป็นตอนจบที่มีความสุข ยิ่งกว่าคำว่าแฮปปี้เอนดิ้งทีเถอะ


อธิษฐาน และ...


“อย่าเข้ามานะ...” ลู่หานบอกเสียงอู้อี้ ยามซุกตัวอยู่ในช่องว่างระหว่างชั้นหนังสือ


“บอกว่าห้ามเข้ามายังไงโอเซฮุน!!” คนตัวเล็กขึ้นเสียง และมันทำให้ร่างสูงชะงักไป หลายนาทีที่มีแค่เพียงเสียงเดินของเข็มนาฬิกาเป็นจังหวะ และพวกเขาไม่ยอมพูดอะไรต่อกันเลย


“...ผม...ขอโทษครับ” น้องเริ่มต้น แต่เขาไม่มีคำตอบ “ผมขอโทษสำหรับทุกอย่าง รวมทั้งเรื่องคืนนั้นด้วย”


พอได้ยินแล้วร่างกายมันกระตุกเกร็งไปเอง ทั้งความเจ็บปวด ความเสียใจลู่หานยังคงจำมันได้ดี ...ไม่กล้าลืม และไม่กล้าแม้แต่จะถามเหตุผล เขาแค่...ไม่อยากจะนึกถึงมันก็เท่านั้น


“ผมรู้ว่ามันเลวร้าย มันคือครั้งแรกของพี่ ...ครั้งแรกของเรา และผมไม่มีคำแก้ตัว” รับรู้ได้ถึงความสำนึกผิด แต่คนฟังพูดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ “...คืนนั้นผมแค่มึน และรู้มาตั้งแต่แรกว่าคนที่ผมกอดคือพี่ แต่ว่า...บางครั้งที่เผลอไป ...ผมจะเห็นภาพของพี่สลับกับพี่แบคฮยอน ผมถึงเลือกพูดชื่อของพี่เขา เพราะอยากให้แน่ใจว่าหัวใจของผมยังเหมือนเดิมหรือเปล่า ผมขอโทษครับพี่ลู่หาน”


ยิ่งฟังคำสารภาพ หัวใจของลู่หานก็ยิ่งเจ็บปวด หากจะพูดอะไรได้ ตอนนี้คนตัวเล็กก็คงอยากที่จะทวนคำถามก่อนหน้าของชายหนุ่มมากที่สุด – กลับมาทำไมเซฮุนนา กลับมาทำร้ายเขาทำไม พอเถอะ...ได้โปรดพอแล้ว ขดตัวอย่างน่าสงสาร แค่จะลุกขึ้นวิ่งหนีวิ่งหนี ร่างกายงี่เง่านี้ก็ยังไม่ยอมฟังคำสั่งของเขาเลย


“ขอโทษ...ที่ผมน่ารังเกียจและเห็นแก่ตัว แต่ยอมรับ...ว่าผมไม่เสียใจที่ทำลงไปแบบนั้นเลย เพราะมันทำให้ผมรู้แล้ว ว่าความรู้สึกที่ผมมีให้พี่แบคฮยอนมาตลอด มันก็แค่ความคิดยึดติด ไม่ใช่ความจริงอย่างที่เข้าใจ” เสียงนั้นหยุดลงครู่หนึ่ง ก่อนที่ความเงียบทั้งหมดจะถูกแทนที่ด้วยจังหวะการเดิน ที่หนักแน่นและมั่นคง


“พี่จำได้ไหมครับ ที่ตรงนี้ก่อนที่ผมจะจูบพี่ในฐานแฟน ผมเคยพูดอะไรไว้” ถูกถาม แต่ลู่หานไม่มีเรี่ยงแรงจะตอบอะไรอีก “ผมบอกพี่ว่าเกลียดคนโกหก คนช่างตื้อ พวกพูดไม่รู้เรื่อง ชอบทำตาใสซื่อ กัดปากบ่อยๆ จู่โจมแบบถึงเนื้อถึงตัว ไม่ระมัดระวัง แล้วก็...ทำเพื่อคนอื่นโดยไม่นึกถึงตัวเอง ผม...เกลียดที่สุด”


ชายหนุ่มทวนความทรงจำให้เขา และคนฟังได้แต่เม้มปากแน่นๆ จนมันไร้สีเลือด


“แต่ว่า...ผมมันบ้ายิ่งกว่า ที่ปล่อยให้คนแบบนั้นดึงดูดจนถอนตัวไม่ขึ้นแบบนี้”


แล้วนัยน์ตากวางคู่สวยต้องเบิกกว้างขึ้นทันที เมื่อถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง แนบชิด กระชับแน่น และอบอุ่นจนไม่กล้าขยับเขยื้อน “ไม่ต้องยกโทษให้ผมอีกเลยก็ได้ จะเกลียดผมตลอดไป...ผมก็ยินดีรับความรู้สึกนั้น แต่ว่า...ได้โปรดรับฟังผมหน่อยนะครับ โอเซฮุนคนนี้รักพี่ลู่หานจริงๆ รักมาก รัก...ทั้งๆ ที่ไม่มีค่าพอที่จะรู้สึกแบบนี้ ผม...ขอโทษจริงๆ”


จะต้อง...พูดอะไรออกไปดี ต้องพูดยังไง...ถึงจะตอบแทนความรู้สึกทั้งหมดนี้ได้ ลู่หานสับสน และทำได้แค่กัดริมฝีปากแน่นๆ จนมันห้อเลือดเท่านั้น “...ไม่โกรธ...ไม่เคยโกรธเซฮุนเลย...”


สุดท้ายแล้วก็พูดออกมาได้เพียงเท่านี้ เจ้าลูกกวางขยับตัว ก่อนจะหันหน้ากลับมาช้าๆ และ...


“แต่หน้าตามอมแมมเลอะน้ำตาแบบนี้ไม่น่ารักเลย พี่ไม่อยากให้เซฮุนเห็นตอนร้องไห้เลยจริงๆ นะ” สูดน้ำมูกเสียงดัง ก่อนจะรีบใช้มือเช็ดหน้าลวกๆ แต่ยิ่งทำแบบนั้นมันก็ยิ่งไหลออกมา แถมยังเห็นน้องบิดเบี้ยวพร่ามัวไปหมด ก้มหน้าลงแนบฝ่ามือ เมื่อรู้สึกว่ากลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป และถูกดึงไปกอดเอาไว้แน่นๆ กับความอบอุ่นที่คิดถึงและพร้อมซุกตัวเข้าหาอย่างเต็มใจ “...ขอโทษ...ที่โกหก ขอโทษที่เอาแต่ใจ ขอโทษ...ที่ทำให้ต้องเดือดร้อนนะ เซฮุนนา...”


“ไม่...ผมต่างหากที่ต้องพูดคำนั้น ขอโทษครับพี่ลู่หาน ขอโทษสำหรับความเห็นแก่ตัวที่เลวร้ายทุกอย่าง ไม่ต้องรักผมเหมือนเดิมนะ แต่ผมจะทำทุกอย่างเอง ...จะย้อนเวลากลับไป แล้วทำทุกอย่างให้พี่กลับมารักผมเหมือนเดิมให้ได้ ผมสัญญา” ยิ่งได้ยินแบบนั้น คนตัวเล็กก็ยิ่งปล่อยโฮออกมา ลู่หานร้องไห้ดังๆ เหมือนทุกอย่างที่แบกเอาไว้ถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำตา ไม่สนใจความเข้มแข็ง ไม่ต้องสนใจสิ่งรอบตัว แค่ร้องออกมา เพื่อจะกลับไปยิ้มสดใสอีกครั้งเท่านั้น


ความรู้สึกหนักอึ้งจนไม่อยากก้าวเดินต่อไป กำลังเบาบางลง และได้รับการเยียวยาจากสัมผัสของกันและกันช้าๆ บางครั้ง...ความรักก็เป็นเรื่องยากเหมือนกัน โดยเฉพาะความรักที่ไม่เห็นแก่ตัว คาดหวังความสุขจากอีกฝ่าย


จะเป็นอะไรไหมนะ ถ้าจะร้องขอเสียงหัวเราะ กับรอยยิ้มจริงใจจากอีกฝ่าย แล้วขอจ่ายคืนกลับไปด้วยทุกอย่างที่มี ...ทุกอย่างที่ทำให้คนสำคัญมีความสุขเช่นเดียวกัน


แค่เป็นรัก...ที่คาดหวังความสุขจากกันและกัน คงไม่ผิดอะไรใช่ไหมนะ – เช็ดน้ำตา และขยับลุกขึ้นนั่งมองหน้าน้อง นิ่งนานครู่หนึ่ง รอยยิ้มไม่สามารถเก็บกลั้นก็ปรากฏออกมาช้าๆ ตลกดีเหมือนกันเนอะ...เมื่อกี้ยังทุ่มเถียง และร้องไห้กันจะเป็นจะตาย แต่ว่าตอนนี้กลับหัวเราะไปด้วยกันได้


บางที...อาจจะไม่ต้องค้นหาคำตอบอะไรที่ยากเย็นแบบนั้นก็ได้ เพราะโลกนี้ไม่ได้มีคำตอบสำหรับทุกเรื่อง แค่เรื่องเล็กๆ ที่ทั้งสองคนมีความสุขไปพร้อมๆ กันได้ ไม่ต้องจำกัดความ แต่ความรักแบบนั้นก็วิเศษ และสมควรรักษาเอาไว้ให้นานที่สุดแล้วล่ะ


“เมื่อกี้เซฮุนพูดว่าจะยอมทำทุกอย่างเลยใช่ไหม” ทวนซ้ำในขณะที่ถูกพยุงให้ลุกขึ้นยืน


“ครับ จนกว่าพี่จะกลับมาเชื่อใจผมเหมือนเดิม”


“อา...” คนตัวเล็กพยักหน้า และดวงตาใสแป๋วคู่นั้นปรากฏเค้าแววซุกซนขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ


“งั้น...มาทำข้อตกลงกันหน่อยไหม” ยิ้มหวาน แต่อีกฝ่ายไม่เข้าใจ “เสียใจจริงๆ นั่นล่ะที่ได้ยินชื่อคนอื่นตอนถูกเซฮุนกอด เพราะฉะนั้น...จนกว่าจะจบเทอมนี้ เราอย่ากอดกันเลยนะ”


ทำตาปริบๆ และอีกฝ่ายถึงกับอ้าปากค้าง “ล้อเล่นสินะครับ”


“พูดจริงเลยตั้งหาก ห้ามกอดจนกว่าจะจบเทอมนี้ จะจับมือได้ก็ต่อเมื่อเปิดเทอมใหม่ ถ้าไม่จบปีสี่เทอมหนึ่งจะไม่ให้จูบ แล้วก็ตอนนั้นถึงจะยอมไปค้างบ้านเซฮุนอีกครั้ง เอๆ...กี่ข้อแล้วนะ...” ขมวดคิ้วนับนิ้ว และถูกรวบเอวเข้าไปกอดไว้แน่นๆ จนต้องแกล้งนิ่วหน้า “เดี๋ยวเถอะ ยังไม่ทันไรก็ผิดข้อตกลงแล้วนะ”


ทำเสียงดุ แต่อีกฝ่ายกลับจ้องมองมา ด้วยความรู้สึกลึกซึ้งทั้งหมดที่ไม่ปิดบัง จนลู่หานใจเต้นทำอะไรไม่ถูก


“เลิกโทษตัวเอง” เสียงทุ้มกระซิบ ปลายจมูกของพวกเขาสัมผัสกันจนรู้สึกถึงลมหายใจ


“แล้วก็ห้ามทำเพื่อคนอื่นจนลืมนึกถึงตัวเอง ตกลงไหมครับ”


“ขี้โกงนี่...ใครอนุญาตกัน” ย่นจมูกใส่ แต่อีกฝ่ายกลับแนบหน้าผากลงมา


“ผมอนุญาตตัวเอง เพราะนี่ไม่ใช่ข้อตกลงของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นขอตกลงของ เรา นะครับ”


“คิดว่าทำให้ใจเต้นแล้วพี่จะใจอ่อนเหรอ”


“งั้นข้อที่เจ็ด...ผมชอบให้พี่แทนตัวเองว่าเรามากกว่า มันน่ารัก เหมือนตอนที่พี่เมาโคล่า”


เอาแต่ใจ ลู่หานย่นจมูกใส่ แต่...เขามีบทลงโทษสุดท้ายสำหรับน้องไว้อยู่แล้วล่ะนะ


“ข้อสุดท้าย...” ประคองแก้มของคนฟังเอาไว้ “เราจะไม่มีอะไรกัน จนกว่าจะถึงเวลาเหมาะสมตกลงไหม”


“เมื่อไหร่ครับ...พี่หรือว่าผมเรียนจบ”


ประสานสายตาหวานซึ้ง และ... “จนกว่าคยองซูจะอนุญาตต่างหาก”


นิ่งค้างไปเลย เซฮุนคงรู้สึกเหมือนฟ้าผ่า และชาไปทั้งตัวแน่ๆ ก็อยากจะขำอ่ะนะ...แต่ไม่ก็ได้ เขาโอเค


5555555555555555555555555555555555555 ฉมน้ามหน้า...


“โธ่...พี่ลู่หาน” – ไม่รู้ไม่ชี้ แกล้งยกมือขึ้นปิดหู จนอีกฝ่ายต้องถอนหายใจ “มีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ครับ”


“หลังออกจากห้องสมุดทันทีเลย” บางที...ลู่หานก็เหมือนลูกกวางไร้เดียงสามากเกินไป ที่มัวแต่ดีใจกับชัยชนะ จนไม่ทันเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของหมาป่าตัวร้าย ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ


โอเซฮุนกระชับวงแขนที่โอบรอบตัวเขาให้แน่นขึ้น พร้อมโน้มใบหน้าลงต่ำ “แสดงว่าเท่าที่ยังอยู่ในนี้ ผมก็ยังมีสิทธิ์จูบ และทำกอดพี่ได้จนกว่าจะพอใจสินะ”


อา...ขี้โกงอีกแล้ว รับฟัง และถึงอยากจะต่อว่า ทุกอย่างก็ถูกลบหายไปหมดแล้ว จากริมฝีปากหอมหวานที่แนบชิดลงมา เวลาหยุดลงอีกครั้ง หลงเหลือแต่พวกเขา กับจูบนุ่มละมุน ที่ต่างโหยหาและเรียกร้องซึ้งกันและกัน ความรู้สึกวูบโหว่งถูกเติมเต็ม กลายเป็นความอบอุ่นที่ใฝ่หา และไม่ใครหรืออะไรมาแทนที่ได้


ลู่หานยกมือโอบรอบลำคอของชายหนุ่มไว้ เพื่อแลกเปลี่ยนสัมผัสและความรู้สึกทั้งหมด ที่ไม่สามารถสื่อสารออกมาเป็นคำพูดได้ซ้ำๆ คำว่ารักที่เอ่อล้นออกมาเหล่านี้ ต้องพร่ำบอกกี่ครั้ง หรือตะโกนให้ดังเท่าไหนนะ ถึงจะมากมายเท่ากับที่เขาได้รับมา มันถาโถมโอบล้อมพวกเขาเอาไว้จนหายใจไม่ทัน และริมฝีปากสีสวยบวมเจ่อไปหมด


แต่ยังหรอก... ระหว่างกันยังไม่มีคำว่าพอเพียงพอ ขยับเข้าใกล้ บดเบียดเข้าหาจนแทบหลอมรวมเป็นหนึ่ง เพื่อเริ่มต้นสัมผัสที่ลึกซึ้งระหว่างกันอีกครั้ง ถ้าไม่ติดที่...


เสียงกระแอมไอ และการปรบมือโห่ร้องของผู้ร่วมสังเกตการณ์ – โดคยองซูจ้องมองมาตาเขียว ในขณะที่คนอื่นๆ รวมทั้งเพื่อนในคณะ พากันส่งเสียงแซวกันเซ็งแซ่ดังมาจากที่ซ่อนส่วนต่างๆ อย่างไม่เกรงคุณป้าบรรณารักษ์ข้างล่างเลย


ทั้งสองทำตาโต ก่อนจะรีบผละออกจากกัน เว้นเพียงมือข้างนั้น ที่ยังคงกำแน่น สอดประสานเอาไว้ไม่ยอมปล่อย


“ให้โอกาสผมอีกครั้งนะครับพี่ลู่หาน” เซฮุนกระซิบ แต่เจ้าของชื่อไม่มีคำตอบ มีเพียงการกระชับมือกับไปเพื่อยืนยันความรู้สึกทั้งหมด ซึ่งมันก็มากพอแล้วจริงๆ สำหรับชายหนุ่ม


จะอยู่เคียงข้าง ...เติบโตไปด้วยกัน จนกว่าจะมีใครสักคนเบื่อ เป็นฝ่ายออกปากไล่... ก็บอกแล้วยังไง ว่าแค่รำคาญ แต่ถ้าไม่ถูกบอกว่าเกลียด ไม่ยอมแพ้หรอก


ลู่หานยิ้ม และทอดสายตาออกไปภายนอก ท้องฟ้ายังคงอยู่สูงเกินเอื้อมเสมอ แต่ว่า...มันก็ยังคงสดใส และเป็นสีครามในแบบที่มันควรจะเป็น ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง


หรือว่า...หากจะมีแล้วล่ะก็...คงเป็นความรู้สึกของพวกเขา... ที่ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นจากไหน หรือว่าแปดสิ่งของความผูกพันจะเริ่มต้นจากอะไร แต่ตอนนี้มันจบลงและเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ด้วยคำว่า ฉันรักเธอ เพียงคำเดียวเท่านั้น


เหมือนเดิมไปในทุกๆ วัน


และในวันนี้... วันที่โอเซฮุนก็ยังคงมายืนรอรับลู่หานอยู่หน้าหอพัก เหมือนทุกๆ เช้าที่ผ่านมาได้เกือบปีแล้ว...

 


“ขอโทษทีรอนานไหม” คนตัวเล็กวิ่งกระหืดกระหอบลงมาหา


“ไม่ครับ” เอ่ยบอก พร้อมจ้องมานิ่งๆ ด้วยดวงตาที่ลู่หานไม่เคยอ่านออกเลย


“มีอะไรหรือเปล่าเซฮุนนา” ไม่มีคำตอบ นอกจากอาการหันซ้ายหันขวา แล้วร่างนี้ก็ถูกคนขี้โกงรวบตัวไปกอดเอาไว้ “เดี๋ยวสิ...นี่คิดจะผิดสัญญาเหรอ”


“มีแค่เราสองคนไม่เป็นไรหรอก เชื่อผมนะคนดี” ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ “พี่ผิดเองที่น่ารัก..แล้วก็น่าฟัดขนาดนี้”


ความรักทำให้คนเปลี่ยนไปได้ขนาดไหนนะ โอเซฮุนที่เคยเคร่งครัดของเขา ตอนนี้กลายเป็นพวกชอบแหกกฎไปโดยสมบูรณ์แบบแล้วได้ยังไง แถมยังเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ รู้จุดอ่อนของลู่หานไปซะหมดแบบนี้


ถูกชักนำให้เงยหน้าขึ้นสบตา หวั่นไหวจนยากจะต้านทาน ก่อนที่ปลายนิ้วยาวจะโน้มน้าวให้คนตัวเล็กเผยอปากออกช้าๆ ไร้การขัดขืน และมีแต่จะยอมตามใจ อา...เขาพ่ายแพ้คนๆ นี้ตลอดเวลาเลยให้ตายสิ ลู่หานบ่น ขณะแหงนหน้าขึ้นพร้อมปรือตาลงทีละนิด รอรับสัมผัสหอมหวานที่ไม่อาจต้านทานได้สักวินาที มีแต่จะต้องเรียกร้องและอ้อนขอซ้ำๆ


มอร์นิ่งคิสวันนี้ คงทำให้เขาเรียนไม่รู้เรื่องอีกตามเคยสินะ


ถูกรั้งเข้าหา ร่างกายของพวกเขาแนบชิด เหมือนปลายจมูกที่สัมผัสคลอเคลียกันและกัน  แล้วจากนั้นก็...

 


“ปล่อยลู่หานของฉันเดี๋ยวนี้นะ ไอ้คนฉวยโอกาสโอเซฮุน!!!






********************* NEVER ENDING *********************





จบลงอย่างสวยงามแล้วค่ะ สำหรับฟิคเรื่องนี้
T________________________T

ฮืออออออออ ฉลองงงงงงงงง *จุดพลุ ปุ้งปั้ง
ตอนนี้ฟิคเปิดจองแล้วนะคะ สามารถเป็นเจ้าของกันได้ที่นี่ค่ะ
>> รายละเอียดการจองฟิคเลขแปด <<



มีอะไรอยากจะพูด อยากคุยกับรี้ดเยอะแยะเลยค่ะ
แต่พอมาถึงตอนนี้ เราพิมพ์อะไรไม่ออกเลย
ในหัวมันมีแต่คำว่าขอบคุณ แล้วก็ขอบคุณมากจริงๆ
ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะคะ
สำหรับการติดตามและกำลังใจที่มีให้เสมอมา
ทุกคอมเม้นต์ ทุกการแนะนำ ทำให้เราเติบโตขึ้นมากจริงๆ


เราไม่ใช่ไรต์เตอร์ที่เก่งที่สุด
ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะแยะ แต่เราสัญญานะคะ
เราจะโตขึ้น และเขียนฟิคฮุนฮานดีๆ ออกมาให้อ่านอีกเรื่อยๆ


ขอบคุณมากจริงๆ ที่มารอเรา
ขอบคุณที่หาฟิคเรื่องนี้จนเจอ
ขอบคุณที่รักตัวละครเรื่องนี้
ขอบคุณที่อ่านแล้วอินไปกับทุกตัวอักษร
ขอบคุณที่ทำฟิคเรื่องนี้มาไกลจนติดท็อป 20 หลายครั้ง
ขอบคุณที่บอกว่าชอบฟิคเลขแปดของเรานะคะ
และขอบคุณ...ที่ไม่เคยทิ้งเราไปไหน
ไม่รู้จะพูดอะไรอีกแล้วนอกจากคำว่าขอบคุณ
และยินดีมากจริงๆ ที่เราได้รู้จักกันค่ะ


ตอนสุดท้ายแล้ว
ขอฟังความรู้สึกของทุกคนผ่านคอมเมนต์และแท็กอีกครั้งนะคะ

รักมากจริงๆ ค่ะ เราจะไม่ลืมความรู้สึกนี้เลย
ขอบคุณสำหรับความรักที่มีให้กันเสมอมาน้า

ขอปิดเรื่องนี้อย่างเป็นทาง
แล้วพบกันใหมน่ะคะ ^^.


Hashtag
#ฟิคเลขแปด

 





?
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,965 ความคิดเห็น

  1. #2953 Pnckchndp1 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 09:34
    ดีมากๆชอบมากๆ สนุกมากๆเลยค่ะ แต่งแนวนี้อีกนะค้าา จะรออ่านค่ะ
    #2,953
    0
  2. #2947 nphrommaboon (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 15:14
    แฮปปี้มาก ไม่รู้ว่าควรสงสารเซฮุนดีมั้ย ขอบคุณนะคะ
    #2,947
    0
  3. #2945 secret secret (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 00:03
    ขอบคุณแร้วววว แฮปปี้มากกกกก ขอบคุณครับ
    #2,945
    0
  4. #2940 oohseoktuan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 18:26
    เดี๋ยวคยองชิวไปมั้ย5555 นั่งดูดนํ้าส้มอยู่บนพวกที่ว่าน้องลูกกวาง555
    #2,940
    0
  5. #2934 ppetit (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 00:31
    ขอ3พีเลยได้ไหม ฮุนก็ใช่ชานก็ชอบ555555 คนเป็นแม่อยากมอบแต่สิ่งดีๆให้ลูก อยากบอกว่าสนุกมากเลย อ่านไปจะร้องให้กับลู่หานบ่อยมาก เป็นคนน่าสงสารแต่คิดในแง่ดีมากๆๆๆๆ ขอบคุณที่ลู่หานยังได้เจอคนแบบคริส เทา ชานยอล คยองซู

    ทุกคนดีกับลู่หานมากๆ เราประทับใจมากเลย ชอบทั้งเรื่องเลย แต่งฟิคฮุนฮานดีๆอีกนะคะ จากใจชิปเปอร์ที่ห่อเ-่ยว5555
    #2,934
    0
  6. #2927 tiramiisu (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 04:48
    ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆมาให้อ่านนะคะ ชอบมาก เลิฟมาก คาแรคเตอร์แต่ละคนดี๊ดี นี่ร้องแทนพี่ลู่ไปหลายฉากมาก แอบเผลอเชียร์ชานลู่ด้วย ขอโทษน้องเซฮุนนะคับ! พี่ยังรักฮุนฮานเหมือนเดิม อันนั้นแค่ชั่ววูบ 55555
    #2,927
    0
  7. #2919 TheCottonx (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 01:30
    ขอบคุณไรท์มากนะคะที่แต่งเรื่องนี้ เราอ่านรวดเดียวจบเลยแหะๆ เสี่ยวลู่น่ารักแล้วก็ใจดีมากๆเลยงื้อ แอบโกดตาเซตอนครางชื่อแบคฮยอนสุดๆ ส่วนพี่ชานนั้นได้ใจไปเต็มๆ5555555 แบคก็อีกคนทำเอาโมโหไปหลายตอน ที่ประทับใจสุดๆนอกจากเสี่ยวลู่แล้วก็คงจะเป็นคู่ไคโด น่ารักมากตลกมากด้วย แล้วก็รักคยองมากๆอยากมีเพื่อนแบบนี้สักคนในชีวิต เซฮุนนารักเสี่ยวลู่ให้มากๆนะรู้มั้ย
    #2,919
    0
  8. #2881 natchananjulklum (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 06:04
    อื่อหื่อออออ เเซบมากคยอง555555
    คือชอบที่ไรท์สื่อมาในการที่เซฮุนกับลู่หาน
    สารภาพรักเเละอธิบายกันเเละกัน
    มันชัดเจนเเละเข้าใจทุกคนตัวละครอะ
    เเบบ ทั้งเศร้า สนุก ลุ้นไปด้วยทุกตอน
    เนื้อเรื่องเเต่ละตอนก็มีปมมีปัญหา ทำให้มันน่าติดตามไม่น่าเบื่อ ชอบเรื่องนี้มาก
    ขอบคุณนะไรท์ ♡♡
    #2,881
    0
  9. #2862 HairmitonZe (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 17:09
    555555555555
    #2,862
    0
  10. #2856 ElyXiOn HH (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:17
    โอ้ยยยส เกือบจะฟินตัวแตกแล้ว ถ้าไม่มีประโยคของคยองซูผู้โหด55555555 น่ารักอะ เพิ่งเข้ามาอ่านรอบเดียวจบ แบบน้องน่ารักอะเลยเป็นที่รักของทุกคน ทุกคนพร้อมจะดูแล ยอมรับว่าเขินพี่ชานยอลนิดหน่อย(หรอ)ตอนที่กวางน้อยเสียใจ แต่เขินมากกว่าคือตอนง้อแฟน โอ้ยยย ง้อได้แบบฮื่อออ ฟินนน ชอบเรื่องนี้มากกก
    #2,856
    0
  11. #2849 เนเน่ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 04:19
    โอ๊ยเกือบซึ้งเจอคำพูดฮุนไปนี่พูดไม่ออกเลยอะไรคือทำได้มากกว่าร้อยครั้ง อห หมดกันความซึ้ง 5555555 ขอบคุณมากจริงๆทุกคนในเรื่องลงตัวมากๆ รักพี่ลู่คยองและทุกคนจริงๆ ครบทุกรสเลย ปล.สมน้ำหน้าฮุนกว่าพี่โด้จะอนุญาตนี่อาจต้องรอจนแก่อ่ะ 55555544
    #2,849
    0
  12. #2848 เนเน่ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 04:18
    โอ๊ยเกือบซึ้งเจอคำพูดฮุนไปนี่พูดไม่ออกเลยอะไรคือทำได้มากกว่าร้อยครั้ง อห หมดกันความซึ้ง 5555555 ขอบคุณมากจริงๆทุกคนในเรื่องลงตัวมากๆ รักพี่ลู่คยองและทุกคนจริงๆ ครบทุกรสเลย ปล.สมน้ำหน้าฮุนกว่าพี่โด้จะอนุญาตนี่อาจต้องรอจนแก่อ่ะ 55555544
    #2,848
    0
  13. #2823 S_o_minSeok (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 14:09
    เรื่ิองนี้ก็จบแล้วววววว บอกเลยว่าอบอุ่นมากกก อยากได้เล่มนะคะ แต่ยังไม่มีเงิน ไม่รู้จะทันรึเปล่า ขอบคุณไรท์ที่ทำนิยายอบอุ่นๆแบบนี้ออกมานะคะ รักเรื่องนี้เลยค่ะ
    #2,823
    0
  14. #2805 Nagono (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 09:54
    จบที่ละมุนมาก ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องนี้มาให้อ่านนะคะ ชอบเพื่อนแบบคยองซูมาก น่ารักก
    #2,805
    0
  15. #2785 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 19:35
    ฮือออน่าร้ากกกสมน้ามหน้าฮุนยุนะทำลู่ลู่เราเสียใจรอไปนะสู้ๆล่ะกานน้าเซฮุนนาาา
    #2,785
    0
  16. #2766 ll.com (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 10:56
    โอเซฮุนนี้ไม่ได้เนิร์ดจริงนี่หว่า ร้ายย555555555
    #2,766
    0
  17. #2765 s'sa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 17:14
    เสีย ดายเพิ่งมาอ่าน อยากไปหนังสือ
    #2,765
    0
  18. #2764 sasithorn_eiei (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 01:11
    คยองซูจ๋า55
    #2,764
    0
  19. #2763 ❤ Willis ❤ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 19:09
    เป็นตอนจบที่ทำให้เราอึ้งเหมือนกัน ไม่ใช่อะไรหรอกตัวเองบอกเกลียดแบคฮยอนกับเซฮุนไปแล้วอ่ะทั้งๆที่แบคเป็นคนช่วยให้เซฮุนรู้หัวใจตัวเอง โอ๊ยยย ทำไมรู้สึกผิด T^T แต่ฮุนฮานก็น่ารักอยู่ดีอ่ะ ฮาตอนท้ายเนี่ยแหละเซฮุนเอ้ยยย แกรีบๆปล่อยลู่หานเร็วๆเข้าเดี๋ยวก็โดนเคยองซูต่อยหรอก 555555555555555

    ปล.ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะไรต์เตอร์ สนุกมากๆเลยค่ะ ^___^

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 มีนาคม 2560 / 19:10
    #2,763
    0
  20. #2740 [F.S]Fang_041 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:18
    เป็นตอนจบที่ดีมากอ่ะ5555. เรื่องนี้ชอบคยองสุดละ คือดีงามมากอ่ะ!555555.
    #2,740
    0
  21. #2738 Tongdchr (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:29
    เอาเลยค่ะ ทุกคนต้องเข้มแข็ง รอคยองซูอนุญาตตอนเซฮุนอายุ50 5555555555555555 สมน้ำหน้าแก
    #2,738
    0
  22. #2699 GaFiww9490_ (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2559 / 19:08
    จนกว่าคยองซูจะอนุญาติ 555555 โอ้ย เซฮุนตายแน่ๆเลย ตลก55555
    #2,699
    0
  23. #2662 19901994 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 13:05
    ชอบคยองมากกกกกก แบบถ้ามีเพื่อนแบบคยองนี่รักตายเลยย. แบบ ความผูกพันแบบเพื่อนอ่ะ ฮืออออ ส่วนพี่ลู่วววว นางน่ารักอ่ะ เป็นตัวละครที่ใสๆ เหมือนตุ๊กตา ให้ทำนู่นนี่นั่นอ่ะ ชอบ มาที่น้องแว่น "อย่าดูถูกความอึดของผม" โฮ๊กกกกก กรี๊ดวนไปค่ะ55555 จะติดตามไรท์ต่อไปค่ะ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้มาให้อ่านนะคะ
    #2,662
    0
  24. #2655 Toey (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 16:13
    ตามมาจากฟิคหิมะแดง อ่านรวดเดียวจบแบบหยุดไม่ได้ เลยรวบยอดมาคอมเม้นทีเดียว ฟิคเรื่องนี้หลายอารมณ์มาก ประทับใจความรักความผูกพันของเพื่อน ลู่หานและคยอง <3 ส่วนน้องแว่น ก็แอบลุ้นว่าจะตกหลุมพรางกวางน้อยตอนไหน จากฮาๆ ก็มาเศร้าซะงั้น (แอบน้ำตาไหลด้วยล่ะ T-T) สุดท้ายทุกคนก็แฮปปรี้ :D ปล. อยากรู้เรื่องของคิงกะควีน ควีนนี่ท่าทางแสบน่าดู



    ขอบคุณมากๆ ที่ยังเขียนฟิคฮุนฮานออกมา สัญญาว่าจะติดตามผลงานเรื่องต่อๆ ไปนะก๊ะ
    #2,655
    0
  25. #2654 nnoeykb (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 02:42
    เราร้อง ตามคยองเลยอ่ะ ชอบมาก กินใจ 5555555 แต่ร้องได้ไม่นาน ก้อฮาต่อ ชอบคาแรกเตอร์ลู่หานมาก ขอบคุณที่แต่งฟิคนี้ นะค่ะ ทำให้เราน้ำตาแตก เป็นเรื่องแรกเลย :)
    #2,654
    0