{ yaoi } • One and Only หวนกลิ่นรัก (end)

ตอนที่ 2 : 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93,133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9,383 ครั้ง
    25 มิ.ย. 62







02

 


“โอเค วันศุกร์ดีมากครับ!


“ขอบคุณครับพี่ๆ ทุกคน”


เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมๆ กับแสงสปอร์ตไลต์ที่ดับลงจนเหลือแค่แสงสว่างจากหลอดไฟบนฝ้าเท่านั้น วันศุกร์คลี่ยิ้มกว้าง ยกมือไหว้ทีมงานทุกคนที่ทนเหนื่อยทำงานล่วงเวลาเพราะเขา ในใจยังรู้สึกผิดไม่หายเลยขอโทษทีมงานไปอีกครั้งจนพี่ๆ ทุกคนส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นและยิ้มให้กับความนอบน้อมของดาราดังคนนี้


“ไม่ต้องเครียดแล้ววันศุกร์ บอสเขาก็ดูอารมณ์ดีขึ้นมาตั้งเยอะแล้วนะ แถมเราน่ะทำงานเก่ง ตอนแรกพี่คิดว่าคงลองได้ไม่กี่ชุด แต่ดูสิ วันเดียวจบทุกอย่างทั้งเสื้อผ้าหน้าผม”


“วันศุกร์เนี่ยผิวข๊าวขาว เนียนเว่อร์อ่ะค่ะ จับใส่อะไรก็ดูดีไปหมด”


เสียงจากพี่ๆ ทีมงานในกองทำให้คนถูกชมยิ้มกว้างไม่หุบ จากตอนแรกที่เครียดกลัวว่าทุกคนจะมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ เพราะเป็นคนมีชื่อเสียงที่บกพร่องเรื่องเวลาตั้งแต่ทำงานร่วมกันวันแรก แต่ตอนนี้อุ่นใจแล้ว พี่ทีมงานทุกคนใจดีมากจนวันศุกร์อยากยกคิวถ่ายภาพนิ่งมาทำวันพรุ่งนี้ซะเลย


“ไปล้างหน้าล้างตาด้วยนะวันศุกร์ พี่กลับก่อนละ”


“ครับพี่ เดินทางปลอดภัยนะครับ”


พี่ตากล้องที่เป็นผู้ชายไว้หนวดยิ้มให้คนตัวขาวจั๊วะอย่างวันศุกร์ที่ไม่ว่าจะจับใส่อะไรก็ดูเข้ากันไปหมด เสื้อผ้าเซ็ตสุดท้ายที่เขาใส่เป็นเสื้อยืดแขนยาวสีชมพูกับกางเกงขายาวสีขาว ตอนนี้วันศุกร์เลยกลายเป็นผู้ชายที่ดูน่าทะนุถนอมเข้ากับคอนเซ็ปต์เครื่องสำอางที่ตัวเองถูกจ้างให้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์


พอทุกคนแยกย้ายกันไปเก็บข้าวของก็เหลือแค่วันศุกร์ที่ยืนอยู่ตรงจุดเดิม ดวงตากลมมองไปยังเก้าอี้สองตัวนั้นที่มีผู้ชายตัวโตเท่ากันนั่งอยู่ ในความสลัวเพราะแสงไฟส่องไม่ถึง แต่วันศุกร์ก็ยังเห็นใบหน้าของคนที่หัวเสียใส่กันเมื่อช่วงบ่ายชัดเจนมากทีเดียว


คุณชายทรงเพลิงกำลังนั่งคุยอะไรสักอย่างกับพนาที่เป็นเพื่อนสนิท ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายกว่าเมื่อบ่ายเยอะมากจนเหมือนเป็นคนละคนไปเลย วันศุกร์ไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายกลับเข้ามาในสตูดิโอตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะตัวเองก็เอาแต่ตั้งใจทำงานจนไม่ได้สนใจใคร


คงมานั่งดูว่าคนที่ถูกจ้างมาอย่างเขาจะทำงานได้ดีแค่ไหนแค่นั้นแหละมั้ง


“วันศุกร์ มีงานที่ไหนต่อมั้ย หรือเราจะกลับบ้านเลย”


เจ้าของชื่อสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่เสียงของพนาดังเข้ามาในหู คนที่ถูกชมว่ามีผิวพรรณขาวนวลคลี่ยิ้มบางๆ แล้วเดินตรงเข้าไปหาผู้ชายสองคนที่นั่งหลบมุมอยู่อีกฝั่งของสตูดิโอ


บอกตามตรงว่าตอนนี้เขาไม่ค่อยอยากเห็นหน้าคุณชายทรงเพลิงเท่าไหร่ เหมือนเห็นทีไรภาพตอนบ่ายก็วนกลับมาทำให้ใจห่อเหี่ยวทุกที


“ไม่มีงานต่อครับพี่พนา ว่าจะกลับห้องเลย”


“อ้อ งั้นไปกินข้าวกับพี่ก่อนมั้ย”


ที่คุยกันสนิทสนมขนาดนี้เป็นเพราะว่าวันศุกร์รู้จักกับพนาตั้งแต่สมัยที่ยังคบกับหม่อมราชวงศ์ทรงเพลิง และพนาเองก็ไม่ใช่คนถือตัวด้วยเลยทำให้วันศุกร์อุ่นใจที่จะคุยกับอีกฝ่ายมากกว่า ไม่เหมือนคนที่นั่งทำหน้าไร้อารมณ์อยู่ข้างๆ...


“ไม่ดึกใช่มั้ยครับ”


“ไม่ดึกหรอก แค่กินข้าวไม่ได้พาไปนั่งดื่ม”


“งั้นได้ครับ แต่ว่า...ผมไม่มีรถมานะครับพี่พนา”


“ไม่มีปัญหา เดี๋ยวเอารถไอ้คุณชายไป”


“คุณชายไปด้วยเหรอครับ”


เพราะคิดเอาไว้ในหัวว่าคงได้ไปนั่งกินข้าวเปิดอกคุยกันตามประสาคนรู้จักกับพนาแค่สองคนโดยไม่มีคนอื่นมาร่วมโต๊ะด้วย แต่คำตอบที่ได้ก็ทำให้วันศุกร์หลุดปากถามไปด้วยความตกใจ แล้วก็ต้องรีบยกมือปิดปากพร้อมกับเบิกตาโตเมื่อรู้ว่าตัวเองพลาดอีกแล้ว


“สงสัยเขาไม่อยากให้ไป” คุณชายทรงเพลิงปรายตามองเพื่อนที่สูงไล่เลี่ยกัน น้ำเสียงนิ่งๆ ทำเอาวันศุกร์รีบหาคำแก้ตัวแทบไม่ทัน


“ไม่ใช่นะครับ คือ...ผมแค่ถามว่าคุณชายไปด้วยเหรอ ไม่ได้หมายความไม่อยากให้คุณชายไปนะ”


“อย่าเพิ่งตีนะเฮ้ย เดี๋ยวกินมื้อค่ำไม่อร่อย”


พนาพูดไปขำไปจนไหล่สั่น เอาจริงๆ เขายังคิดอยู่เลยว่าสองคนนี้มันคือพรหมลิขิตหรือเวรกรรมอะไรที่ทำให้ต้องมาเจอกันอีก พนายังจำเหตุการณ์ครั้งแรกในห้องประชุมผู้บริหารกับแผนการตลาดได้อยู่เลยว่าตอนที่ผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง เมย์ เห็นตรงกับคนอื่นว่าต้องการให้วันศุกร์ที่กำลังโด่งดังมากที่สุดในตอนนี้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับแบรนด์ แต่ก็มีคนค้านหัวชนฝา จะใครล่ะถ้าไม่ใช่คุณชายทรงเพลิงที่เป็นรองประธานพ่วงตำแหน่งแฟนเก่าของดาราดังคนนี้


จะว่าไปก็ไม่ใช่เพราะว่าสองคนนี้จบไม่สวย พนาไม่รู้เหตุผลว่าทำไมวันศุกร์ถึงได้บอกเลิกทรงเพลิงทั้งๆ ที่เมื่อสองปีก่อนก็ดูรักกันดี ส่วนไอ้คนที่ถูกขอเลิกก็ไม่ได้เล่ารายละเอียดอะไรให้เขาฟังสักอย่าง อ้อ ทรงเพลิงบอกแค่ว่าวันศุกร์อยากทำงานให้เต็มที่เลยขอเลิก...แต่ใครจะเชื่อวะเนี่ย


คนที่เพอร์เฟ็กต์สุดๆ แต่กลับถูกบอกเลิกเสียศูนย์ไปพักใหญ่ ตอนนั้นหม่อมราชวงศ์ทรงเพลิงอายุยี่สิบแปดหันมาทำงานอย่างบ้าระห่ำ ส่วนวันศุกร์ที่เด็กกว่าทรงเพลิงหกปีก็ดังเป็นพลุแตก ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาพนาได้แต่ตามข่าววันศุกร์ผ่านสื่อและอินสตาแกรมส่วนตัวของอีกฝ่าย ยังคิดอยู่เลยว่าถ้าได้ทำงานร่วมกับดาราดังที่เป็นแฟนเก่าไอ้คุณชายจะหรรษามากขนาดไหน


มันก็หรรษาจริงๆ เจอกันครั้งแรกในรอบสองปีทรงเพลิงก็เล่นงานวันศุกร์ซะแล้ว


“งั้นเดี๋ยวผมขอไปเปลี่ยนเสื้อแป๊บเดียวนะครับพี่พนา”


“โอเคครับ พี่นั่งรอตรงนี้แหละ”


คนที่ตัวบางกว่าพนาหลายเท่าเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ และถึงแม้ว่าจะไม่มีเงาของวันศุกร์แล้วแต่พนากลับสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องไปตรงประตูห้องน้ำไม่กะพริบ


“คิดถึงก็บอกดิ๊”


“เจอหน้าทุกวันจะคิดถึงทำไม”


“ไม่ได้หมายถึงผมครับคุณชาย หมายถึงแฟนเก่าคุณชายต่างหาก...เบื้อจริงจริ๊งพวกแฟนเก่าแต่รักไม่เก่า”


พอโดนแซวเข้าหน่อยหม่อมราชวงศ์ทรงเพลิงก็มองขวางใส่เพื่อนที่นั่งยิ้มกรุ้มกริ่ม


“อย่าปฏิเสธนะเว้ยว่าไม่ใช่”


“อืม ไม่ใช่”


“สายตามันโกหกกันไม่ได้หรอกคุณชาย”


“ไม่ได้โกหก”


“อ่อ รู้มั้ยว่ามึงโกหกไม่เก่ง”


“...”


ต้อนคุณชายทรงเพลิงจนมุมแล้วก็นั่งยิ้มเย้ย ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าที่ทรงเพลิงโมโหจนจะยกเลิกงานทั้งหมดสาเหตุเป็นเพราะอะไร ไม่ใช่เพราะโกรธที่วันศุกร์มาสาย แต่โกรธเพราะคิดถึงต่างหาก


หม่อมราชวงศ์ทรงเพลิงถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะมองเพื่อนที่ชอบขัดเขาทุกเรื่อง ถ้ารู้ดีขนาดนี้แล้วจะมาถามให้ได้อะไรขึ้นมา เขาเบื่อที่จะต้องมาตอบคำถามไร้สาระเลยคว้ากุญแจรถยนต์คันหรูไว้ในมือ ทำท่าจะลุกเดินออกไปเพราะรำคาญเต็มทนแต่ก็ถูกรั้งไว้ด้วยพนาคนเดิม


“มึงแม่ง...รู้ตัวมั้ยว่าปากแข็งสุดๆ ในบรรดาพี่น้องของมึงอ่ะ”


“พี่น้องกูเกี่ยวอะไร”


“ก็มึงปากแข็งสุดไง คนอื่นเขาปากตรงกับใจกันหมด มีแต่มึงนี่แหละไอ้คุณชาย”


“น้อยๆ หน่อยพนา”


“ไม่น้อยเว้ย”


“...”


“กูรู้นะว่ามึงรู้สึกอะไร ไอ้คุณชาย ถ้ากูเป็นมึงบอกเลยว่าหาทางรีเทิร์นตั้งเจอหน้าครั้งแรกแล้ว” คนที่รู้ความคิดเขาไปทุกอย่างร่ายออกมายาวๆ จนทรงเพลิงต้องใช้นิ้วแหย่เข้าไปในรูหูเบาๆ เจ้าของส่วนสูง 181 เซนติเมตรยืนฟังพนาด้วยสีหน้าที่เหมือนฟังกำลังเด็กคนหนึ่งโม้อะไรสักอย่าง


“ไอ้เหี้ย...กูจริงจังนะเนี่ย”


“รู้แล้ว”


“เออ หัดฟังคนอื่นซะบ้าง”


“ฟังอยู่ตลอด”


“นั่นแหละ เป็นกูกูจะขอคืนดี”


“ได้ถามเขามั้ยว่าอยากคืนดีด้วยหรือเปล่า”


“ระดับนี้ไม่ต้องถามเว้ย พุ่งชนอย่างเดียว”


“ไปนอนฝันเอาเถอะ”


บอกแค่นั้นแล้วหมุนตัวเดินออกจากสตูดิโอในจังหวะที่วันศุกร์เปิดประตูห้องน้ำพร้อมกับหอบกระเป๋าของตัวเองออกมาพอดี เจ้าของเครื่องหน้าสมบูรณ์แบบหรี่ตามองแผ่นหลังกว้างของคุณชายทรงเพลิงก่อนจะแอบเบ้ปากเล็กน้อย ที่เจอกันวันนี้ยอมรับว่าแอบกลัวทรงเพลิงอยู่หน่อยๆ แต่ตอนนี้ไม่เหลือความกลัวแม้แต่นิดแล้วเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายก็แค่ขี้เก๊ก แกล้งทำเป็นโหดให้ดูเท่ไปงั้น


อือ แล้วก็ที่พนากับคุณชายเขาคุยกันเมื่อกี้วันศุกร์ได้ยินหมดแหละ


รีเทิร์น ขอคืนดีอะไรนั่น...


ดูเหมือนว่าคุณชายทรงเพลิงจะไม่ใส่ใจกับเรื่องพวกนี้เลยด้วยซ้ำ


ก็ดีแล้วแหละ




*****



 

Water Bike Restaurant

 

Friday: พี่โม กลับดึกหน่อยนะ

Friday: พี่กับต้นน้ำกินข้าวไปก่อนเลย

MO: ได้

MO: แล้วนี่อยู่ไหน งานน่าจะเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ กลับมาพักผ่อนอย่าแวบนะเข้าใจมั้ย

Friday: อีกประมาณชั่วโมงกว่าๆ ค่อยกลับครับ

Friday: พี่พนาชวนมากินข้าว มีคุณชายด้วย

MO: ห๊ะ นี่กล้าร่วมโต๊ะกับคุณชายด้วยเหรอวะไอ้วันศุกร์ น่ากลัว

Friday: เขาก็ไม่ดูน่ากลัวขนาดนั้นสักหน่อยพี่โม คิดมากน่ะ

MO: เอาเหอะไม่อยากพูดถึง

MO: อยู่ในช่วงไดเอตอย่าเผลอกินเยอะล่ะ

Friday: ครับพี่โม

Friday: ไปก่อนนะพี่ กดโทรศัพท์จนคุณชายมองแรงแล้ว


วันศุกร์รีบปิดเสียงโทรศัพท์แล้วเก็บใส่กระเป๋าเป้ของตัวเองทันทีที่รู้สึกว่ากำลังถูกจ้องด้วยสายตาคู่หนึ่งจากคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะพอเขาเงยหน้าขึ้นรับเมนูอาหารจากพนักงานก็พบกับใบหน้าไร้อารมณ์ของคุณชายทรงเพลิงพร้อมกับสายตาที่จ้องมาทางนี้


อยากถามออกไปตรงๆ ว่าจ้องทำไม  หน้าผมเหมือนแฟนเก่าคุณนักหรือไง แต่กลัวจะถูกเขาสวนกลับมาว่า ใช่! เลยทำได้แค่นั่งเงียบๆ แล้วพลิกเมนูหาดูอาหารราคาสบายกระเป๋าไปเรื่อยๆ...แต่ก็ไม่เจอ


“สเต็กเนื้อแกะนิวซีแลนด์ กับไวน์องุ่นครับ”


คนแรกที่สั่งอาการก็คือพนา และเมนูที่ถูกสั่งออกไปวันศุกร์กำลังไล่สายตาดูอย่างตั้งใจก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอช้า เมื่อเห็นว่าราคาสเต็กเนื้อแกะนิวซีแลนด์อะไรนั่นแพงมาก


“พี่สั่งไวน์องุ่นมาให้วันศุกร์นะ มันไม่แรง”


“เอ่อ...ผมไม่ดื่มครับพี่พนา”


“นิดเดียวหน่า ตารางงานแน่นมาทั้งวันคิดว่าดื่มผ่อนคลายก็แล้วกัน”


แล้วคนอย่างเขาจะปฏิเสธอะไรได้บ้างล่ะ นอกจากยิ้มแห้งแล้วก้มหน้าหาเมนูอาการที่ถูกที่สุดในร้าน


“กุ้งชุบแป้งทอด ปีกไก่ทอด ไก่ผัดเม็ดมะม่วงอย่างละที่ครับ”


แล้วก็เป็นหม่อมราชวงศ์ทรงเพลิงที่ร่ายรายการอาหารตามมาติดๆ พร้อมกับตบท้ายด้วยเครื่องแอลกอฮอล์ ดื่มทั้งๆ ที่ตัวเองต้องยังต้องขับรถกลับบ้าน นี่ถ้ายังคบกันอยู่วันศุกร์คงปากคว่ำใส่อีกฝ่ายไปนานแล้ว


วันศุกร์เลิกคิดเรื่องของคุณชายทรงเพลิงแล้วเปลี่ยนมานั่งเลิ่กลั่กเพราะเหลือตัวเองแล้วที่ยังไม่ได้สั่งอาหาร ในเมนูไม่มีอาหารชนิดไหนที่ราคาต่ำกว่าสองร้อยบาทสักอย่าง คนตัวขาวเม้มปากชั่งใจ ขนาดสลัดผักยังราคาเกินสองร้อยเลย


จะไม่สั่งก็ไม่ได้เพราะคงเป็นการทรมานท้องไส้ตัวเองมากเกินไปถ้าต้องมานั่งดูคนอื่นกินกันอย่างเอร็ดอร่อย นิ้วเรียวไล้ลงบนรูปอาหารที่อยู่ในโหมดสลัดก่อนจะจิ้มลงบนเมนูที่ถูกที่สุดในหน้านั้น


“สลัดผัก น้ำราดโยเกิร์ตรสธรรมชาตินะครับ”


“หือ กินแค่นี้อิ่มเหรอ” พนนั่งเท้าคางหรี่ตามองคนตัวขาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม


ผงกศีรษะทั้งที่ความจริงควรจะส่ายหน้ามากกว่า ในแต่ละวันเขาได้รับสารอาหารครบถ้วนที่ไหน ทั้งที่เป็นผู้ชายควรจะกินอิ่มนอนหลับแล้วตื่นมาออกกำลังกายแบบคนอื่นๆ เขาแต่ก็ทำไม่ได้เพราะเวลามีจำกัด แถมยังต้องไว้หุ่นผอมๆ ให้ตรงกับคาแร็กเตอร์ของตัวละครที่รับแสดงอีกด้วย พี่โมที่เป็นจัดการส่วนตัวเลยแนะนำวิธีไดเอต เน้นกินอกไก่กับผักเท่านั้น


มันทรมานมากๆ แต่เขาก็อวบกว่านี้ไม่ได้แล้วจนกว่าละครจะปิดกล้อง


“วันนี้งดหนึ่งวันสิศุกร์ ถือซะว่าเป็นวันฟรีเดย์อะไรงี้”


“อ๋อ ผมฟรีเดย์ไปแล้วเมื่อวานครับ นี่ยังหน้าบวมไม่หายเลย”


“พี่ว่าหน้าเราไม่ได้บวมอะไรเลยนะวันศุกร์ คิดมากหรือเปล่าเนี่ย ตัวขนาดนี้สมส่วนดีแล้ว”


“แหะๆ”


วันศุกร์ปรายตามองคุณชายทรงเพลิงที่กำลังยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบอย่างใจเย็น แล้วก็ต้องหลุดยิ้มออกมาคนเดียวเมื่อนึกถึงวันเก่าๆ...ป่านนี้เขาคงถูกทรงเพลิงดุจนหน้างอแล้วแหละถ้าคิดจะลดน้ำหนักด้วยวิธีแบบนี้


แต่มันก็...ไม่มีแบบนั้นแล้วสำหรับตอนนี้น่ะนะ


“วันนี้ฟรีเดย์กับพวกพี่อีกวัน ร้านอาหารบรรยากาศออกจะดีมันต้องกินเยอะๆ รู้เปล่า พี่การันตีเลยว่าที่นี่อาหารอร่อยทุกอย่าง”


คนถูกคะยั้นคะยอได้แต่ส่งยิ้ม ถึงพนาจะบอกให้ฟรีเดย์ยังไงเขาก็คงกินเยอะกว่านี้ไม่ได้เพราะราคาอาหารที่นี่แพงจนน่าตกใจ วันศุกร์รู้ว่าราคาแพงตามคุณภาพ ที่นี่เป็นร้านอาหารที่มีแต่พวกคนรวยเข้าย่างกรายเข้ามา คนที่จำกัดงบค่าใช้จ่ายวันละสามร้อยอย่างวันศุกร์น่ะ...บอกเลยว่าแค่สลัดผักจานเดียวก็แทบไม่เหลือเงินทอนแล้ว


ถึงแม้ว่าจะหาเงินได้เยอะมากก็ตาม แต่เพราะว่าวันศุกร์อยู่ตัวคนเดียวเขาเลยทำตามที่ผู้จัดการบอกให้เก็บเงินเผื่อวันข้างหน้าไว้บ้าง วันศุกร์เลยเป็นคนที่ประหยัดสุดๆ จนเรียกว่างกเลยก็ได้ เขาใช้เงินเดือนละเก้าพันบาททั้งๆ ที่หาเงินได้มากกว่านั้นหลายเท่าตัว เงินเดือนเท่านี้แค่ค่ากินในแต่ละวันเท่านั้น วันศุกร์ไม่คิดจะซื้อเสื้อผ้าหรือของใช้ต่างๆ ใหม่เพราะส่วนใหญ่ได้ฟรีจากสปอนเซอร์อยู่แล้ว


“เอ้อ ดังพลุแตกขนาดนี้จะไม่มีใครเข้ามาขอลายเซ็นตอนกินข้าวใช่มั้ย” พนาถามไม่จริงจังสักเท่าไหร่ เขาแค่อยากหยอกอยากหยิบเรื่องนู่นนี่นั่นมาพูดให้บรรยายกาศมันไม่อึมครึม


ก็เล่นเงียบกันขนาดนั้น คนกลางอย่างพนาเลยต้องคอยพูดมากให้ดูครื้นเครงย่อยอาหารง่ายๆ หน่อย


“ปกติก็มีนะครับ แต่ถ้าพี่พนาไม่โอเค เวลามีคนเข้ามาขอผมจะปฏิเสธไปนะครับ”


“เฮ้ยพี่ไม่ขนาดนั้น ตามสบายเลยน้อง”


วันศุกร์ยิ้มแหยเพราะพอพนาพูดแบบนั้นเขาก็เรียบกวาดสายตาสำรวจรอบกายตัวเอง ตอนนี้เขานั่งอยู่ในร้านอาหารกลางแจ้ง รับลมเย็นๆ ตอนกลางคืนข้างบ่อน้ำที่มีหงส์ตัวละหลายแสนว่ายอยู่ใกล้ๆ และเพราะว่ามันกลางแจ้งและมีโต๊ะอื่นๆ อยู่รอบข้างนี่แหละ วันศุกร์เลยเริ่มเป็นที่จับตามองจากคนที่นั่งอยู่ในร้านอาหาร


“นี่พี่ก็โชคดีใช่มั้ยที่ได้ดาราดังมานั่งกินข้าวด้วย”


“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับพี่พนา ผมก็คนธรรมดานี่แหละ”


“โอ้โห ตอบแบบดาราจริงด้วย”


“โธ่ พี่พนา”


“เออ ว่าแต่เรียนเป็นยังไงบ้าง รู้สึกตอนนั้นอยู่ปีสองใช่มั้ย นี่คงจะจบแล้วดิ”


ทันทีที่ถามจบหม่อมราชวงศ์ทรงเพลิงก็เหลือบมองเพื่อนที่ดูท่าจะมีคำถามมากมาย แต่ถึงอย่างนั้นมุมปากของเขาก็กระตุกขึ้นเบาๆ เพราะคำถามที่พนาถามออกไป เป็นคำถามที่คล้ายกับในหัวของทรงเพลิงเหมือนกัน


หม่อมราชวงศ์ทรงเพลิงทำเป็นไม่สนใจเสียงสนทนาของสองคนนี้ เขาหยิบโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมาเล่นไปพลางๆ แต่หูของเขาฟังทุกอย่างที่ออกจากปากของวันศุกร์


“ผมดรอปครับพี่พนา อยากเต็มที่กับงานมากกว่า...มันได้เงินเยอะดีครับ”


และคำตอบนั้นก็ทำให้คนที่นั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต้องเปลี่ยนมาจ้องหน้าวันศุกร์แทน หม่อมราชวงศ์ทรงเพลิงมองคนตัวขาวที่มุมปากเปื้อนรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่เหมือนกับวันนั้นเมื่อสองปีก่อน คำตอบก็คล้ายคลึงกันจนทรงเพลิงย่นคิ้ว


เรา...ลองเลิกกันดูก่อนมั้ยครับ


...


ถ้ายังรู้สึกดีๆ ต่อกันอยู่ อีกสักสองสามปีค่อยกลับมาคุยกันใหม่


ล้อเล่นเหรอ


ผมไม่ได้ล้อเล่นนะครับ


ทำไมต้องเลิก


...


ผม...อยากเต็มที่กับงานมากกว่า


...


เพลิง อย่าโกรธกันเลยนะครับ


ภาพเก่าๆ มันยังฝังลึกอยู่ในหัว และที่ตลกกว่านั้นก็คือ เขาดันตอบตกลงยอมเลิกกับอกฝ่ายทั้งๆ ที่ตอนนั้น...ยังรักหมดใจ


รักมากเลยไม่อยากรั้งเขาไว้ ทรงเพลิงในตอนนั้นยอมวันศุกร์ทุกอย่างแล้ว


“โห กุ้งชุบแป้งทอดน่ากินฉิบหาย”


อาหารที่หม่อมราชวงศ์ทรงเพลิงสั่งมาเสิร์ฟพร้อมๆ กับสลัดผักและสเต็กเนื้อแกะของพี่พนา วันศุกร์ทำเป็นไม่ได้กลิ่น พยายามไม่มองเพราะกลัวว่าตัวเองจะสติแตกไปซะก่อน เขาหิวมากจนอยากจะฉีกคำว่าไดเอตทิ้งไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่พอนึกขึ้นได้ว่านั่นมันเป็นของที่คุณชายทรงเพลิงสั่งมากินเอง (ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นของชอบของวันศุกร์ทั้งนั้น) เจ้าคนตัวขาวเลยต้องกลืนน้ำลายลงคอยกใหญ่ แล้วท่องในใจคนเดียวว่าไม่มีอะไรอร่อยเท่าสลัดผักอีกแล้ว


“กูขอชิ้นหนึ่งนะครับคุณชาย โอ๊ย! เชี้ย...เจ็บนะเว้ย”


พนาร้องเสียงดังเพราะตอนที่จะหยิบกุ้งชุบแป้งทอดใส่จานจู่ๆ ก็ถูกเหยียบเท้าด้วยรองเท้าหนังของทรงเพลิง ยิ่งวันนี้พนาใส่รองเท้าแตะธรรมดาโชว์ห้านิ้วเท้าด้วยแล้ว เมื่อกี้ที่ถูกเหยียบเลยเจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด


แต่คนทำก็นั่งเงียบ รินเครื่องดื่มราคาแพงลงแก้วสบายใจเฉิบ


“เหยียบตีนผมทำไมครับคุณชาย”


“แพ้กุ้งแล้วจะกินทำไม”


“ห๊ะ กูเนี่ยนะแพ้กุ้ง” ชี้นิ้วเข้าตัวเองแล้วมองทรงเพลิงหน้าตาเลิ่กลั่ก


“อือ”


“กูแพ้ตอนไหนวะ”


“ตอนนั้น งานเลี้ยงปีใหม่”


“กูเนี่ยนะ”


“อือ”


หม่อมราชวงศ์ทรงเพลิงใช้สายตามปรามพนาให้เลิกยิงคำถาม ก่อนจะหันไปจ้องหน้าดาราดังที่นั่งมองพนาด้วยสีหน้างงขั้นสุด


“ผมกับพนาแพ้อาหารทะเล”


เขาบอกวันศุกร์


“คุณไม่แพ้ กินแทนแล้วกัน”


พร้อมกับเลื่อนจานกุ้งชุบแป้งทอดพร้อมๆ กับจานไก่ทอดไปตรงหน้าวันศุกร์


วันศุกร์อ้าปากเหวออยู่อย่างนั้น แปลกใจที่อีกฝ่ายแพ้อาหารทะเลแต่กลับสั่งเมนูนี้มาเหมือนกับลืมว่าตัวเองแพ้ซะอย่างนั้น และหลังจากที่จานอาหารสองจานถูกเลื่อนมาตรงหน้า คุณชายทรงเพลิงก็นั่งจิบแอลกอฮอล์โดยไม่สนใจที่จะสั่งอาหารอื่นๆ


“สัด แพ้ก็แพ้ครับคุณชาย”


พนายิ้มกรุ้มกริ่มแล้วไม่วุ่นวายกับสิ่งที่หม่อมราชวงศ์สั่งมาเลยแม้ปลายเล็บ อือ ก็พอจะรู้แล้วแหละว่าที่ถูกเหยียบเท้า โดนกล่าวหาว่าตัวเองแพ้กุ้งทั้งๆ ที่ชีวิตนี้เกิดมาไม่เคยแพ้อะไรสักอย่าง สาเหตุมันมาจากไหน


“แพ้แล้วสั่งมาทำไมครับ”


“ลืมว่าแพ้”


“ของแบบนี้ลืมได้ด้วยเหรอคุณชาย”


เป็นครั้งแรกที่วันศุกร์สบตาและกล้าจ้องหน้าพ่นคำถามต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา วันศุกร์ไม่ชอบสถานการณ์ที่ถูกทรงเพลิงล่อลวงแบบนี้ เขาไม่ใช่เด็กสักหน่อยถึงจะไม่รู้ว่าเจตนาของหม่อมราชวงศ์ทรงเพลิงคืออะไร


“ทำไม”


“เปล่าครับ”


“ถ้าไม่กินก็ปล่อยไว้อย่างนั้น หรือไม่ก็โยนให้หงส์กิน”


“หงส์กินของแบบนี้ได้ที่ไหนล่ะคุณชาย”


“งั้นคุณก็กินแทนหงส์สิ”


“เรื่องอะไรล่ะครับ ผมไม่ได้สั่งมาสักหน่อย”


“ผมสั่งมา”


“ครับ ผมรู้”


“วันศุกร์”


วันศุกร์มองคนที่เรียกชื่อเล่นออกมาเต็มปากเต็มคำทั้งที่ก่อนหน้าหน้านั้นยังใช้สรรพนามห่างเหิน สายตาคมกริบกับใบหน้าไร้อารมณ์ที่เห็นมาทั้งวันเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ผู้ใหญ่ใช้สายตาดุๆ ปรามเด็กดื้อ วันศุกร์ยกมือถูปลายจมูกตัวเองเบาๆ


“ครับ”


“ฝากคุณด้วย”


“คุณสั่งมา...ก็กินเองสิ” พึมพำเสียงเบาแล้วก้มหน้าเขี่ยสลัดผักของตัวเองในจานอยู่อย่างนั้น จากตอนแรกที่มีแค่เสียงของเขากับเสียงพนาปะปนกันไป ตอนนี้กลายเป็นว่ามีแต่เสียงของทรงเพลิงที่เข้ามาแทนที่พนาซะแล้ว


“ผมกินไม่ได้”


“...”


“หรือคุณจะให้ผมกินแล้วค่อยไปโรงพยาบาล”


พูดแค่นั้นคนที่นั่งก้มหน้าอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความตกใจ รีบดึงจานกุ้งชุบแป้งทอดมาไว้ฝั่งตัวเองแล้วปัดมือหนาของคุณชายทรงเพลิงที่กำลังทำท่าเอื้อมมาหยิบอาหารที่แพ้ไปกินเอง


“พอเลยคุณชาย เดี๋ยวผมกินเองก็ได้”


“เออ อย่าให้มันกินเลยวันศุกร์ เดี๋ยวช็อกตายคาโรงพยาบาลแล้วพี่จะแย่”


วันศุกร์ถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไดเอตแต่สุดท้ายก็ต้องตักกุ้งชุบแป้งท้องเข้าปากแต่ถูกกดดันโดยสายตาจากคนทั่งเมนูนี้มา วันศุกร์ช้อนตามองคุณชายทรงเพลิงแล้วก็ต้องรีบหลุบตามองโต๊ะทันทีเมื่อเห็นว่าที่มุมปากหยักสวยได้รูปกำลังยกยิ้มจางๆ อยู่


“แล้วไก่ทอดคงไม่มีใครแพ้ใช่มั้ยครับ”


“พี่ไม่...”


“ไม่แพ้แต่ผมกับพนาไม่กิน”


“เชี่ย กูไม่กินตอนไหนอีกวะ”


“คุณจัดการด้วยแล้วกัน”


วันศุกร์ยกมือปิดปากขำพนาที่ทำหน้างงจัดในขณะที่คุณชายทรงเพลิงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อะไรทั้งสิ้น ของที่สั่งมาไม่ยอมกินเอง ยกมาให้วันศุกร์กินหมดแถมพนาจะแตะนิดแตะหน่อยก็ยังไม่ได้


วันศุกร์เริ่มสงสัย...


ที่ทำแบบนี้หมายความว่ายังไง


ไม่ใช่ว่าตบหัวแล้วลูบหลังหรอกเหรอ


หรือว่า...


หม่อมราชวงศ์ทรงเพลิงกำลังจะ ขอคืนดี?


คงไม่ใช่หรอกมั้ง

 



*****




“โลเคชั่นที่พี่ดูไว้อยากได้แนวธรรมชาติสุดๆ ไม่ใช่ทะเลนะ แต่เป็นพวกป่าอะไรแบบนี้ พี่เลือกป่าภาคเหนือไว้แล้ว มันจะได้ดูเย็นๆ โทนอบอุ่นเหมาะกับเราดีนะ ว่าป่ะ” พนาเอี้ยวหลังมาคุยกับวันศุกร์ที่นั่งอยู่เบาะหลัง เพลงเพราะๆ ถูกกลบด้วยเสียงพนาจนเจ้าของรถคันหรูสีดำคันนี้รำคาญถึงกับต้องปิดเพลง


“ก็ดีนะครับพี่พนา ผมยังไม่เคยเข้าป่ากับเขาเลย”


“นี่ไม่ได้พาไปลำบากนะเชื่อพี่ จะดูแลให้ดีที่สุดเลย”


“ขอบคุณครับพี่พนา ผมฝากตัวด้วยนะครับ”


พูดจบพอดีเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของพนาก็ดังขึ้น วันศุกร์ร้อง Yes ยาวๆ ในใจ ดีใจที่จะได้นั่งเงียบๆ บ้างสักที ไม่ใช่ว่ารำคาญพนาหรอกนะ แต่พูดเยอะจนเจ็บคอไปหมดแล้ว


วันศุกร์กระแอมไอเบาๆ พร้อมกับนวดคอไปด้วย พนาเนี่ยคุยเก่งเอาเรื่องจนเขาตามไม่ทัน คุยได้ตั้งแต่เรื่องงาน เรื่องส่วนตัว จนไปถึงเรื่องต้นไม้สาธารณะที่ปลูกเอาไว้ตามข้างทาง


“น้ำ”


“อ่า...ขอบคุณครับ”


จู่ๆ เจ้าของรถก็ยื่นขวดน้ำมาให้ วันศุกร์เงยหน้ามองก่อนจะพึมพำขอบคุณเสียงเบา กำลังจะยื่นมือปรับแต่ก็ต้องชะงักเมื่อหม่อมราชวงศ์ทรงเพลิงเปิดฝาขวดน้ำให้ด้วยตัวเอง


ดีนะที่รถติดไฟแดงอยู่ ไม่อย่างนั้นวันศุกร์คงหัวใจวายตายเพราะคุณเขาดันปล่อยมือจากพวงมาลัยทั้งสองมือ


“ขอบคุณครับ” บอกไปอีกครั้งให้อีกคนรู้ว่าเขาน่ะซึ้งใจจริงๆ


วันศุกร์กระดกน้ำเปล่าลงคอหลายอึกด้วยความกระหาย เพราะตอนที่นั่งอยู่ในร้านอาหารตัวเองแทบไม่ได้ดื่มน้ำเปล่าเลย มีแค่น้ำอัดลมกับไวน์สลับกัน วันศุกร์ดื่มไวน์จนหน้าแดงตัวแดงไปหมด โชคดีที่ไม่เมาเพราะไวน์ที่พนาสั่งมาให้มีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์น้อย


ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกวูบวาบ มึนๆ อยู่ดี


“ไหวมั้ย”


“ครับ?”


“สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดี”


“อ่อ...” จับๆ ลูบๆ หน้าตัวเองแล้วหันไปส่องกระจกที่อยู่ข้างๆ ถึงมันจะไม่ใช่กระจกเงาแต่ก็พอเห็นหน้าตัวเองสะท้อนอยู่นิดหน่อย “ไม่เป็นไรครับ ผมแค่ง่วงๆ”


แล้วท่ามกลางเสียงของพนาที่คุยโทรศัพท์เรื่องงานอย่างเอาจริงเอาจังก็มีเสียงทุ้มเข้มของคุณชายทรงเพลิงสอดแทรกกับเสียงนุ่มๆ ของวันศุกร์


คนผิวขาวแอบมองเจ้าของรถผ่านกระจกมองหลัง ตอนนี้คุณชายทรงเพลิงไม่ได้สนใจวันศุกร์แล้วเพราะสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว และนั่นก็เป็นโอกาสที่เขาได้มองผู้ชายคนนี้จากด้านหลัง


ถึงจะเลิกกันไปแล้ว ถึงจะไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วก็ตาม แต่ตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมาจนกระทั่งตอนนี้ วันศุกร์มีคำถามหนึ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวตลอด อยากถามออกไปแต่ก็กลัวว่าจะได้คำตอบที่ไม่ตรงกับใจ


กลัวว่าจะถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ กลัวว่าจะอีกฝ่ายจะไม่พอใจ


สบายดีมั้ย


คำถามสั้นๆ แค่นั้นแหละ


“มึงจอดหน้าสตูฯ นี่แหละ เดี๋ยวเมย์มารับ” พนาหันมาบอกทรงเพลิงแบบรีบๆ และพอคุณชายเขาตบไฟเลี้ยวก็ทำให้วันศุกร์ตื่นตัวขึ้นมาทันที รีบหยิบกระเป๋าเป้ที่ใส่สัมภาระกอดแนบอก ทำท่าจะเปิดประตูลงตามพนาตอนที่รถจอดเทียบหน้าสตูดิโอ


“ขอบใจเว้ย พี่ไปก่อนนะวันศุกร์ เดี๋ยวเจอกันใหม่ครับ”


“พี่พนา รอด้วยครับ” วันศุกร์ร้องเรียกพนาที่เดินคุยโทรศัพท์ไม่สนใจเสียงของเขาเลยสักนิด พอเห็นว่าพนาเดินไปไกลเลยรีบเปิดประตูแต่ทว่า...


แกร็ก


ประตูล็อกอัตโนมัติทั้งคันโดยคนที่นั่งประจำที่คนขับ


“จะไปไหน”


พยายามเปิดเท่าไหร่ก็เปิดไม่ออก


“ลงไงครับ” คำตอบสั้นๆ ทำให้ประตูรถถูกปลดล็อก วันศุกร์ฉีกยิ้มเตรียมจะยกมือไหว้คนโตกว่าแต่ก็ต้องชะงัก


“ลงมานั่งข้างหน้า”


“...”


“เดี๋ยวผมไปส่ง”




*****



 

เป็นอีกครั้งที่วันศุกร์ภาวนาให้ถึงคอนโดเร็วๆ ทั้งๆ ที่จุดหมายอยู่ห่างจากตรงนี้ไม่ถึงห้ากิโลเมตร แต่กลับรู้สึกไกลจนเหมือนนั่งรถกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ อย่างไงอย่างงั้น


ตลอดทางวันศุกร์นั่งเงียบๆ เจียมเนื้อเจียมตัวเพราะรองประธานอุตส่าห์ขับรถให้นั่ง ส่งเสียงก็แค่บอกทางเท่านั้น แต่ก็น่าแปลกที่ทรงเพลิงดูเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าวันศุกร์พักอยู่ไหน เพราะดูเชี่ยวชาญกับการไปคอนโดที่วันศุกร์พักอยู่ซะเหลือเกิน


“เมื่อกี้ทำท่าจะลง อยากไปกับพนาเหรอ”


“ไม่ใช่นะครับ ผมแค่จะลงไปต่อแท็กซี่กลับห้อง”


“ทั้งๆ ที่ผมจะไปส่งอยู่แล้ว”


“ไม่รู้นี่ครับว่าจะไปส่ง”


หันไปย่นจมูกใส่คุณชายทรงเพลิงที่พูดอะไรก็มีแต่คำถามออกจากปาก ถามทั้งๆ ที่ใบหน้ายังไร้อารมณ์เหมือนเดิม


แต่ก็ช่างเขาเถอะ อยากถามอะไรก็ถามมาเลย


“คอนโดข้างหน้านะครับ คุณจอดหน้าคอนโดได้เลย”


“ครับ”


วันศุกร์คลี่ยิ้มตอนที่เห็นตึกสูงซึ่งเป็นที่พักอยู่ใกล้ๆ คิดถึงหมอนคิดถึงเตียงแทบตาย เหนื่อยมามากตลอดวันทั้งคนทั้งงานจนร่างกายมันล้าไปหมดแล้ว


“เปลี่ยนที่พักแล้วเหรอ” คุณชายทรงเพลิงถามตอนที่จอดเทียบฟุตบาธหน้าคอนโด และมันก็เป็นคำถามที่ทำให้คนถูกถามอย่างวันศุกร์นิ่งไปหลายวินาที


“ครับ”


“ทำไมไม่พักที่เก่า”


“มันแพงครับ ผมจ่ายไม่ไหว”


“คุณทำงานได้เงินตั้งเยอะ”


“ผมตัวคนเดียวครับ เอาเงินไปจ่ายค่าเช่าห้องเดือนละหกเจ็ดหมื่นไม่ไหวหรอก”


แล้วก็ไม่ได้มีใครมาช่วยออกค่าเช่าเหมือนเมื่อก่อนด้วย


“ให้ผมช่วยจ่ายเหมือนเดิมมั้ย”


“นี่คุณ...ตลกแล้ว”


ปากสั่นมือสั่นเพราะประโยคสั้นๆ จนแทบควบคุมไม่ได้ วันศุกร์ทำตัวไม่ถูกผิดกับคุณชายทรงเพลิงที่ไม่แสดงอาการอะไรออกมา


“ผ...ผมไปก่อนนะครับ ขอบคุณที่มาส่ง”


“เดี๋ยว”


“อะไรอีกล่ะคุณชาย” หันไปแยกเขี้ยวใส่ด้วยความหงุดหงิดนิดหน่อยเพราะเหมือนกับว่าคุณชายทรงเพลิงตั้งใจจะแกล้งกัน แต่พอเห็นใบหน้าไร้อารมณ์ที่เปลี่ยนไปกับแววตาอ่อนโยนท่ามกลางความมืดก็เหมือนกับมีน้ำเย็นๆ มาสาดลงบนหัว อะไรที่ลุกลี้ลุกลนเมื่อกี้มลายไปหมดแล้ว...เหลือแต่ความหลงใหล


และความคิดถึง


“คุณสบายดีมั้ย”


วันศุกร์เม้มปาก กะพริบตาเบาๆ มองคนตรงหน้า


“สบายดีครับ”


แค่ได้ฟังคำตอบคุณชายทรงเพลิงก็ดูผ่อนคลายมากขึ้น...ไม่รู้นะว่าคิดไปเองหรือเปล่า


“คุณชายล่ะครับ สบายดีใช่มั้ย”


“คุณรู้คำตอบอยู่แล้ว”


“ครับ?”


คุณชายทรงเพลิงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะกดปลดล็อกประตูรถ จากเมื่อกี้ที่ต่างคนต่างกล้าสบตากัน ตอนนี้กลายเป็นคุณชายทรงเพลิงซะเองที่ละสายตาแล้วหันไปมองภาพข้างหน้าแทน


ถ้าวันศุกร์รู้คำตอบ ก็คงเป็นคำตอบที่ว่า...คุณชายทรงเพลิงไม่ค่อยจะสบายดีเท่าไหร่


และต้นเหตุทั้งหมด ก็เพราะวันศุกร์เองนี่แหละ







#หวนกลิ่นรัก





คุณชายเพลิงเขาเป็นพวกแฟนเก่าแต่รักไม่เก่า

:)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9.383K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,111 ความคิดเห็น

  1. #7092 baekbow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มีนาคม 2564 / 08:24
    ง่ะ สาเหตุที่เขาเลิกกันมันเพราะอะไรกันแน่นะ อยากเต็มที่กับงานหรอ ฟังดูแปลกอยู่เหมือนกันนะ คนเราพอเข้าวัยทำงานก็ต้องทำตลอดอยู่แล้ว แล้วเกี่ยวอะไรกับการมีแฟน ไหนจะดรอปเรียนเลยด้วย โดนต้นสังกัดบังคับหรือป่าวนะ ไม่รู้สิ รู้สึกว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น // ตอนแรกที่เห็นวิ่งรับงานเยอะขนาดนี้ ก็คิดว่ามีเรื่องเดือนร้อนอะไรหรือป่าว แต่พอได้ยินว่าอยู่คนเดียว ก็เอ๊ะ แล้วทำไมต้องประหยัดขนาดนั้น คือหลายอย่างมันดูขัดกันไปหมดเลยอ่ะ จะคิดว่าแค่เพราะผู้จัดการบอกให้ประหยัดก็ยังแปลกอยู่ดี มันดูมากเกินไปอ่ะ น้องเป็นดาราดังไม่ใช่หรอ งานก็มีเรื่อยๆ ทำไมต้องประหยัดขนาดนี้ มันเสียสมดุลมากไปอ่ะ ประหยัดมันก็ดี แต่มันต้องให้สมดุลกันด้วย เงินเก็บก็ส่วนนึง เงินใช้ประจำวันก็ส่วนนึง แล้วก็ควรมีอีกส่วนที่ไว้ซื้อความสุขให้ตัวเอง ไม่ใช่จะใช้อะไรก็ต้องระวังขนาดนี้ทั้งที่มีเงินตั้งมากมาย แอบคิดว่าน่าจะมีอะไรอยู่เบื้องหลังนะ
    #7,092
    0
  2. #7079 desbestiny (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 09:58
    ร้านอาหารที่น้องไปนึกถึงร้านอาหารหนึ่งแถวๆเลียบด่วนรามอินทราเลย 55555
    #7,079
    0
  3. #7066 toonny_do (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 00:11
    ดีนะคะ อ่านเพลินเลย ติดอย่างเดียวตรงราคาอาหารกับเงินที่น้องใช้รายวันนี่แหล่ะมันถูกไปอะ ไม่สมจริงเลย ตัววันศุกร์เป็นดาราดังมาตั้ง2ปีแล้วอะ มันไม่ค่อยเมคเซ้นเท่าไหร่เลย
    #7,066
    1
    • #7066-1 desbestiny(จากตอนที่ 2)
      8 ธันวาคม 2563 / 09:53
      อันนี้ตามความเห็นเรานะคะ ในเนื้อเรื่องบอกว่าน้องได้เงินเยอะ แต่เป็นคนประหยัดเลยใช้เงินแค่นี้จนเหมือนคนงก --> เราเลยคิดว่าน้องมีความจำเป็นอะไรรึเปล่าที่จะต้องเก็บเงินไว้เยอะๆเพื่อที่จะใช้จ่ายในอนาคต เลยคิดว่าน้องแค่เป็นคนประหยัดเกินเหตุ 😂😂😂
      #7066-1
  4. #7058 0804211939 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 08:01
    หน่วงไปหมดเลยยย แงงงงง้ แต่บางฉากก็ขำด้วย 555555
    #7,058
    0
  5. #7021 soul_hyukjae (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 03:56
    คุณชายปากแข็งนะเจ้าคะ
    #7,021
    0
  6. #6987 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 07:58
    เห้ออออออออออ
    #6,987
    0
  7. #6965 Soo Gass (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 14:46
    คุณชายคือรักน้องมากเลย ขอโทษที่ว่าคุณชายตอนอีพีแรกนะ ฮือ คุณชายของมี๊
    #6,965
    0
  8. #6952 เรดดี้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 22:46
    สงสารคุณชาย รู้สึกค้างคาแทนอะ ตอนเลิกกันก็แบบ งงๆ มาเจอกันก็เลยไม่กล้าทำอะไร เพราะมันไม่ได้ทั้งจบดีหรือไม่ดี
    #6,952
    0
  9. #6941 doldo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 09:31
    คุณชายดูยังรักอัดแน่นอยู่ในอก
    #6,941
    0
  10. #6924 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 21:09

    อืออึดอัดแทน
    #6,924
    0
  11. #6921 Daydream` (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 18:39
    อ่ยยยยยยย ต่างฝ่ายต่างคิดถึง ;-;
    #6,921
    0
  12. #6908 9490seluhanhunhan。 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 13:11
    ฮืออคุณชาย
    #6,908
    0
  13. #6860 pnpb2523 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 11:51

    มีความเอ็นดูน้องวันศุกร์

    #6,860
    0
  14. #6854 PetiteSandrine (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 19:20
    ทำไมชีวิตวันศุกร์ลำเค็ญขนาดนั้นอะลูก
    #6,854
    0
  15. #6836 MKM_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 22:34
    น้องมีปัญหาอะไรไหมนะ แบบอะไรจะประหยัดขนาดนั้น เป็นถึงดาราดังเลยนะ
    #6,836
    0
  16. #6717 doobdib04 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 00:26
    คิดถึงน้องก็พูดไปเลยคุณชาย
    #6,717
    0
  17. #6679 IiIingg (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 17:10
    อยากรู้ความหลังเลย
    #6,679
    0
  18. #6676 preawniss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 23:13
    กลับมาอ่านรอบที่2เเล้ว ความรู้สึกยังคงเหมือนกับรอบเเรกที่อ่านชอบยังไงก็ยังชอบเเบบนั้นชอบเเนวนี้มากกก ชอบเเนวคุณชายอยากให้ไรท์เเต่งเเนวนี้อีก ฮื่อออฟินนน
    #6,676
    0
  19. #6636 MAGENTAJ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:42
    ฮื่อออ​ อยากหอมหัวคุณชายยยย
    #6,636
    0
  20. #6628 Sweet_Memory (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:57
    เกร็งแทนน้องแล้ว แต่คุณชายก็น่ารักนะ
    #6,628
    0
  21. #6627 Sweet_Memory (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:57
    เกร็งแทนน้องแล้ว แต่คุณชายก็น่ารักนะ
    #6,627
    0
  22. #6587 Bz_SdrSkpk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 20:13
    คุณชายน่ารักจังง
    #6,587
    0
  23. #6570 คุณยิปปี้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 14:27
    หึ่ยยยย ตอนจะชีวยออกค่าห้องนี่เขินจ้งจัง
    #6,570
    0
  24. #6541 Spices_smile (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 22:41
    น้องดูเป็นคนที่ทุ่มเทมสกๆเลยเนอะ
    #6,541
    0
  25. #6538 Pimtha is me (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 16:12
    คุณชายละมุนมากอ่าาา ชอบๆ
    #6,538
    0