Lyrics of love :: Valentine Project

ตอนที่ 1 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 206
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ก.พ. 56

The first of Project’s Lyrics of love


 


Title: [SF] Destiny

Paring: Dujun x Yoseop

Rate: PG - 11

Song: I’m in love (Piano RMX) – Ra.D

Author: IdeaIdream

Note: The first of Project’s Lyrics of love:: Valentine Project

 

ฤดูหนาว ปีที่สิบแปด...

 

London City, England

04.45 PM.

 

ควันสีขาวลอยละล่องออกมาจากริมฝีปากบางของใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ที่ป้ายรอรถบัสหน้าโรงเรียน มือบางในถุงมือสีเทาดูอบอุ่นถูกันเบาๆ เพื่อให้คลายหนาว พร้อมกับกระชับเสื้อโค้ตสีขาวให้แนบกับลำตัวมากยิ่งขึ้น...

อ่า... ไม่น่าลืมผ้าพันคอเลย จะหนาวตายก่อนกลับถึงหอพักมั้ยเนี่ย?

เพราะวันนี้เป็นวันศุกร์ ผู้คนก็เลยดูเยอะกว่าปกติ ที่อังกฤษ ประเทศแห่งสถาปัตยกรรมที่สวยงาม วรรณกรรมคลาสสิคแบบที่ผมชอบส่วนมากก็มักจะมีต้นกำเนิดมาจากที่นี่ และนั่นแหละก็เป็นเหตุผลที่ผมเลือกที่จะสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนมาที่นี่ ประเทศในฝันของผม ประเทศอังกฤษ...

“Hey Yo!… bye bye~” ภาษาอังกฤษที่ถูกเปล่งออกมาจากเพื่อนร่วมชั้นที่เดินผ่านมาโบกมือให้ผมพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง ผมโบกมือกลับให้เบาๆ ก่อนจะพูดลาตามหลังเพื่อนร่วมชั้นของตัวเองไป

ช่วงแรกๆ ที่ผมมาที่นี่ ภาษาน่ะถือเป็นอุปสรรคใหญ่จริงๆ ถึงแม้ว่าผมจะมีความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษพอที่จะสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนได้ แต่ทักษะจำพวก พูด อ่าน หรือว่าฟังน่ะ มันไม่ดีเอาซะเลย เล่นเอาผมปวดหัว ต้องลำบากกับปัญหานี้อยู่พักใหญ่เลยล่ะ กว่าจะปรับตัวได้....

แต่ตอนนี้น่ะหรอ? ผมพูดแต่ภาษาอังกฤษทุกวัน จนจะลืมภาษาแม่ของตัวเองอยู่แล้วเนี่ย...

“โอ๊ย หิวข้าวชะมัด!” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างๆ ผมหันไปมองด้วยความสงสัย แล้วก็พบว่ามันคือเสียงของผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ตัวเอง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจหรอก สิ่งที่ผมสนใจน่ะ คือภาษาที่ผู้ชายคนนี้พูดต่างหาก...

ภาษาเกาหลีงั้นหรอ?? คนเกาหลี? ในอังกฤษเนี่ยนะ!?

อ่า... รู้สึกแปลกใจชะมัดที่ได้ยินภาษาแม่ของตัวเองที่นี่ เชื่อมั้ยว่าตั้งแต่ผมย้ายมาเรียนที่นี่ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้ยินภาษาเกาหลี อยากเห็นหน้าคนพูดชะมัดเลย...

“แล้วฉันจะกลับหอพักเฮงซวยนี่ยังไงวะเนี่ย ให้มาแต่แผนที่ แม่งเอ๊ย!! คิดว่านี่เกาหลีหรือไงวะ...” ผู้ชายคนข้างๆ ยังคงพูดต่อไปเรื่อยๆ ราวกับกำลังบ่นอยู่กับตัวเอง ผมแอบเหลือบมองเขา แล้วก็ได้เห็นว่าผู้ชายข้างๆ เป็นคนตัวสูงๆ ใส่เสื้อโค้ตสีดำยาวพันผ้าพันคอสีน้ำเงินเข้ม ในมือมีกระดาษซึ่งน่าจะเป็นแผนที่อะไรสักอย่าง...

“ขอโทษนะครับ คุณเป็นคนเกาหลีหรอ?” เพราะผู้ชายคนข้างๆ ดูเหมือนว่ากำลังมีปัญหากับแผนที่ที่อยู่ในมือ มันทำให้ผมต้องตัดสินใจว่าจะเข้าไปยุ่งดีมั้ย ก็ในเมื่ออีกฝ่ายน่าจะเป็นคนชาติเดียวกัน ช่วยเหลือกันได้มันก็น่าจะช่วยล่ะนะ...

“Oh~ yes ไม่ๆ หมายถึงใช่ครับ ผมเป็นคนเกาหลี ไอ้ภาษานี่ยุ่งยากจริงๆเลยให้ตาย... คุณก็เป็นคนเกาหลีหรอ??” อีกฝ่ายตอบกลับมาพร้อมกับบ่นไปด้วย จนผมอดไม่ได้ที่จะต้องยิ้มให้ ผมเข้าใจดีเลยล่ะกับการลำบากเพราะเรื่องของภาษาเนี่ย

“ใช่ครับ ดูเหมือนคุณกำลังมีปัญหานะครับ ถ้าผมเดาไม่ผิด?” ผมหันไปคุยกับคนตัวสูงข้างตัวแบบจริงจังหลังจากคอยแอบมองอยู่ข้างๆ มานาน ผู้ชายตรงหน้ามีนัยน์ตาชั้นเดียวสีดำสนิทแบบคนเกาหลีแท้ๆ จมูกโด่งคมเป็นสัน กับริมฝีปากบางเฉียบ หน้าตาหล่อเหลาอย่างกับไอดอลหล่อๆ ที่เพื่อนผู้หญิงในห้องผมกรี๊ดกันนักหนาเลยล่ะ…

“ใช่เลยล่ะครับ ผมกำลังจะหลงทางแล้ว เพราะผมหาทางไปหอพักตัวเองไม่ถูก” คนตัวสูงข้างหน้าผมพูดเสียงอ่อย ท่าทางผู้ชายคนนี้จะมีปัญหาจริงๆแล้วล่ะ

“หอพัก?? คุณมาทำอะไรที่นี่งั้นหรอครับ?” ผมถาม แล้วคนตรงหน้าก็ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะไปเลย...

อ่า...ทำไมผู้ชายคนนี้ยิ้มแล้วโลกสว่างแบบนี้เนี่ย

“ผมมาเข้าค่ายน่ะครับ ค่ายที่เอาไว้ฝึกพวกนักกีฬาน่ะครับ คุณรู้จักมั้ย?” ค่ายนักกีฬางั้นหรอ เหมือนผมจะเคยได้ยินอเล็กซ์ เพื่อนสนิทของผมพูดถึงนะ ค่ายอะไรสักอย่างที่อเล็กซ์ บอกว่าจะมีขึ้นเร็วๆ นี้ที่โรงเรียนของเราน่ะ…

“ค่ายนักกีฬางั้นหรอครับ เอ...ใช่ที่โรงเรียนนี้หรือเปล่าครับ”

“ใช่ครับ คุณเรียนที่นี่งั้นหรอ เยี่ยมเลย...” พอผมพยักหน้า คนตรงหน้าก็คลี่ยิ้มกว้างอย่างดีใจ

“เอ...ว่าแต่คุณชื่ออะไรหรอ ผมลืมถามน่ะ อ่อ ผมชื่อ ดูจุนนะ ยุนดูจุน...” รอยยิ้มหล่อๆ กับดวงตาชั้นเดียวที่จริงใจของผู้ชายตรงหน้า ทำให้ผมต้องยิ้มออกมาก่อนจะแนะนำตัวกลับไปบ้าง...

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมโยซอบครับ ยังโยซอบ...”

 

                และนั่นก็คือครั้งแรกที่เราได้รู้จักกัน...

 

 
 

                “เฮ้ โยซอบ ทางนี้...” เสียงดังๆ กับรอยยิ้มกว้างของผู้ชายตัวสูงที่ยืนโบกมืออยู่ตรงหน้าทำให้ผมต้องยกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะโบกมือกลับไปบ้าง

                “อ่า ฉันมาสายหรือเปล่าเนี่ย...” ผมกระชับผ้าพันคอตัวแน่นให้แน่นขึ้นเพราะรู้สึกหนาว แตกต่างกับคนตรงหน้าลิบลับ ดูจุนในชุดนักกีฬาฟุตบอลแขนยาวสีน้ำเงินดูไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิดกับอากาศหนาวๆ รอบกายนี่

                “ไม่ๆ อีกตั้งเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าฉันจะลงสนามน่ะ เฮ้... ว่าแต่นายหนาวมากเลยหรือเปล่าเนี่ย...” อาจจะเป็นเพราะว่าดูจุนเห็นผมเอาแต่ดึงผ้าพันคอตัวเองเลยถามแบบนั้นขึ้นมา เอาเข้าจริงๆ ผมก็เป็นคนขี้หนาวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงก่อนที่หิมะจะตก อากาศมันก็เลยหนาวเป็นพิเศษ...

                “ไหนดูสิ มือเย็นหมดแล้ว...” และยังไม่ทันที่ผมจะตอบอะไร คนตรงหน้าก็คว้ามือผมไปจับ พร้อมกับเป่าลมหายใจอุ่นๆ ลงมาบนมือ...

                มันอุ่นขึ้นมาก อุ่นไปถึงหัวใจเลย...

                “ขอบใจนะ...” มีเพียงแค่นี้ที่ผมพูดออกไป มีถ้อยคำอีกมากมายที่อยากจะพูด แต่เพราะหัวใจที่มันเต้นแรงเกินไป สมองมันก็เลยไม่ประมวลผล คำพูดต่างๆ มันก็เลยหายเข้ากลีบเมฆไปซะหมด...

               

และนี่ก็คือครั้งแรกที่เราจับมือกัน...

 

 

“อ่า หนาวจัง...” วันนี้แตกต่างไปจากทุกวัน ผมมายืนรอบัสกลับหอคนเดียว นั่งบัสกลับหอคนเดียว และบางทีอาจจะต้องกินข้าวคนเดียว ขาดใครคนนั้นที่คอยอยู่ข้างๆ อย่างทุกวันในระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา...

ติ้ง!

เสียงเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์ทำให้ผมต้องหยุดมือที่กำลังจะกดลิฟต์ ลงมาที่กระเป๋ากางเกงตัวเอง ใครส่งอะไรมานะ...

 - กลับถึงหอหรือยัง อากาศหนาวๆ แบบนี้ อย่าลืมหาอะไรร้อนๆ กินล่ะรู้มั้ย ฉันเป็นห่วง....  ดูจุน –

 

แค่ประโยคธรรมดาๆ ไม่หวานอะไรมากมาย แต่กลับทำให้หัวใจเต้นแรงได้ไม่หยุด ผมรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังยิ้มกว้าง ยิ้มครั้งแล้วครั้งเล่าที่เกิดขึ้นเพราะผู้ชายที่ชื่อ ยูนดูจุน....

 

                - ฉันอยู่หน้าลิฟต์แล้วล่ะ ดูจุนก็เหมือนกันนะ ดูแลตัวเองด้วย ฉันเป็นห่วง... โยซอบ

                ชั่งใจอยู่นานกว่าที่ผมจะกล้ากดส่งข้อความออกไป กับแค่คำว่าเป็นห่วง ทำไมมันถึงได้รู้สึกอะไรมากมายขนาดนี้กันนะ...

                ติ้ง!

                ยังไม่ทันที่ผมจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า เสียงข้อความก็ดังขึ้นอีกครั้ง...

 

                - ฉันคิดถึงโยซอบนะ คิดถึงมาก... ดูจุน –

คิดถึง... งั้นหรอ ผมเองก็คิดถึงดูจุนเหมือนกันหรือเปล่านะ?

 

- ฉันเอง ก็คิดถึงดูจุนเหมือนกันนะโยซอบ -

 

และนั่นก็คือคำว่าคิดถึงครั้งแรกระหว่างเรา





                “เมอร์รี่คริสมาสต์...”

                “เมอร์รี่คริสมาสต์...”

                สองเสียงที่ดังขึ้นพร้อมกันทำให้เราทั้งคู่หลุดหัวเราะออกมา วันนี้เป็นวันคริสมาสต์ เดิมทีตอนที่ตัดสินใจมาเรียนแลกเปลี่ยนอังกฤษ ผมก็ทำใจแล้วล่ะว่าอาจจะต้องฉลองคริสมาสต์คนเดียว เพราะยังไงก็ไม่ได้กลับไปที่เกาหลี แต่นี่เหมือนพระเจ้าเห็นใจผม ส่งดูจุนลงมาให้...

                มันเป็นวันคริสมาสต์ที่มีความหมายกับผมที่สุดเลย...

                “มีความสุขมากๆ นะโยซอบอา...” สัมผัสของฝ่ามืออุ่นๆ ที่ตัดกับอากาศหนาวๆ แตะลงบนหลังมือ ก่อนที่ดูจุนจะกุมมือของผมให้แน่นขึ้น เกือบสามเดือนแล้วตั้งแต่วันนั้นที่เราสองคนเจอกันที่ป้ายรอบัสหน้าโรงเรียน

เกือบสามเดือนแล้วที่ดูจุนทำให้ผมมีรอยยิ้มแบบนี้ในทุกๆ วัน...

“อืม... ฉันก็ขอให้ดูจุนมีความสุขมากๆ นะ...” ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะหัวใจที่เต้นแรง อากาศหนาวๆ ที่ทำให้เราสองคนขยับเข้าใกล้กันช้าๆ ใกล้กันมากขึ้น มากขึ้น.... จนริมฝีปากสัมผัสกัน....

 

และนั่นก็คือจูบแรกระหว่างเรา...

 
 

“สัญญาสิ ว่าจะดูแลตัวเองดีๆ” ประโยคขอร้องที่เหมือนจะเป็นประโยคคำสั่งอยู่กลายๆ ในตัวถูกพูดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมพยักหน้ารับ กลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาให้กลับเข้าไปอยู่ที่เดิม...

อย่าร้องไห้ออกมานะยังโยซอบ...

“อืม ฉันสัญญา ดูจุนเองก็ต้องสัญญานะรู้มั้ย...” ครั้งแรกที่ผมจับมือคนตรงหน้า ครั้งแรกและบางที... มันอาจจะเป็นครั้งสุดท้าย...

“อยู่หอคนเดียวต้องดูแลตัวดีๆ ปิดห้องให้เรียบร้อย ตอนนอนต้องห่มผ้าหนาๆ ไปเรียนตอนเช้าห้ามลืมผ้าพันคอกับถุงมือ อย่าลืมกินข้าวให้ตรงเวลานะรู้มั้ย โยซอบอา...” คำพูดยาวเหยียดที่ดูจุนพูดขึ้นเป็นรอบที่สิบ หรือบางทีอาจจะเป็นรอบที่ยี่สิบ... ทำให้ผมกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่...

รู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องมีวันนี้ รู้อยู่แล้วว่าเราจะต้องจากกัน...

“ฮึก... ดูจุนอา” รู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกำลังจะหยุดเต้น ผมโผเข้ากอดดูจุนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ต่อไปนี่คงไม่มีมืออุ่นๆ คู่นี้อีกแล้ว ไม่มีอีกแล้ว คนที่จะคอยเตือนเวลาผมลืมกินข้าว คอยเตือนเวลาผมลืมนู่นลืมนี่ ไม่มีอีกแล้ว...

จะไม่มีผู้ชายที่ชื่อยูนดูจุนคนที่คอยทำให้ผมยิ้มอีกแล้ว....

                “อย่าร้องไห้สิ ฉันก็แค่กลับเกาหลีเองนะ อีกครึ่งปีเราก็จะได้เจอกันแล้ว โยซอบอาสัญญากับฉันแล้วนี่ว่าจะกลับไปหาฉัน...”

                เวลาครึ่งปี หกเดือนที่ฟังดูแล้วแสนจะยาวนาน ที่ผมจะไม่มีดูจุนอยู่ข้างๆ เมื่อก่อนตอนที่ชีวิตของยังโยซอบ ยังไม่ได้รู้จักยูนดูจุน ชีวิตในตอนนั้นมันเป็นยังไงนะ ผมใช้ชีวิตอยู่มายังไง... ลืมมันไปซะแล้ว...

                “ฉันจะกลับไป ฉันจะกลับไปแน่นอน ฉันสัญญา...” ผมซุกหน้าลงกับแผงอกกว้าง ซึบซับไออุ่นของดูจุนที่ต่อไปนี้จะไม่มีอีกแล้ว อยากหยุดเวลาไว้เพียงแค่ตรงนี้เหลือเกิน...

                “รีบกลับมานะ ฉันจะรอ โยซอบอา... ของฉัน” จูบทั้งน้ำตา ที่ดูจุนทิ้งมันเอาไว้ ให้ผมได้คิดถึง...

 

                และนั่นก็คือครั้งสุดท้ายที่เราเจอได้กัน....

 

 

 

ฤดูหนาว ปีที่ยี่สิบสอง...

 

Seoul City, Korea

04.45 PM.

                “โยซอบ!!” เสียงเรียกชื่อของตัวเองทำให้ผมต้องเงยหน้าจากหน้าปัดนาฬิกาบนข้อมือ พอหันไปมาตามที่ทิศทางของเสียง ก็เจอเข้ากับเพื่อนสนิทของตัวเองที่ยืนโบกไม้โบกมือยู่ด้านนอก...

                “เฮ้ ฉันอยู่นี่ กีกวัง... ” ผมโบกมือตอบแล้วก็ยกแก้วนมอุ่นๆ ที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมาจิบ ถึงแม้ว่าจะดูประหลาดๆ กับการที่เข้ามาในค็อฟฟี่ช็อปแล้วนั่งดื่มนม แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ก็กีกวังนัดผมที่นี่แล้วผมก็ไม่ดื่มกาแฟ...

               

“อ่า ฉันมาสายหรือเปล่าเนี่ย...” ขณะที่ผมกำลังนั่งมองกีกวังที่กำลังเดินเข้ามาในร้าน เสียงของใครสักคนก็ดังขึ้นมาจากโต๊ะข้างหลัง

ประโยคนั้นมันคุ้นๆ เหมือนผมเคยพูดเมื่อนานมาแล้ว...

               

“โทษทีนะ โยซอบ ฉันพึ่งเลิกคลาสน่ะ รอนานหรือเปล่า” ผมส่ายหน้าช้าๆ เป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร ผมกับกีกวังเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่มัธยมปลาย แต่เรียนกันคนละมหาวิทยาลัยนานๆ ถึงจะได้เจอกันที แถมช่วงนี้เราทั้งคู่ก็ใกล้จะเรียนจบแล้ว เวลาที่จะเจอกันก็ยิ่งลดน้อยลง...

“ไม่ว่ะ ฮยอนซึงพึ่งโทรมาบอกว่าอีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึง...” อีกประโยคที่ดังขึ้นมาจากโต๊ะทางด้านหลัง เนื้อหาในประโยคนั้นทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ในใจ

มาสายหรือเปล่า? กับเวลาที่ยังเหลืออีกครึ่งชั่วโมง...

                คุ้นเคยเหลือเกิน...

                “อ่อ ว่าแต่ที่นี่ก็หนาวไม่แพ้อังกฤษเลยว่ะ...” ประเทศอังกฤษงั้นหรอ? ชื่อที่ผมฟังกี่ครั้ง ความทรงจำเก่าๆ กับใครอีกคนก็จะแวบเข้ามาให้หัวเสมอ...

               

ดูจุน นายจะยังจำฉันได้หรือเปล่านะ....

 
 

“นี่โยซอบ ทำไมนายถึงไม่ใส่ผ้าพันคออีกแล้วฮะ หนาวมากหรือเปล่าเนี่ย!” เสียงของกีกวังทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ของตัวเอง คิดถึงอีกแล้ว ผ่านมาเกือบจะห้าปีแล้วนะ ยังโยซอบ....

“เอ้า นี่ฉันซื้อมาฝาก...” ถุงกระดาษที่เพื่อนสนิทยื่นมาให้ตรงหน้าทำให้ผมยิ้มรับพร้อมกับพูดออกไปเบาๆ

“ขอบใจนะ...”

 

“เฮ้ย ว่าแต่คนที่แกตามหาอยู่น่ะ เจอหรือยังวะ...” สาบานได้เลยว่าผมไม่ใช่คนสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้าน แต่ทุกประโยคของโต๊ะที่อยู่ข้างหลังผมได้ยินมันเต็มสองรูหู อาจจะเป็นเพราะว่าโต๊ะอยู่ติดกันและเสียงที่คุยนั่นก็ไม่ได้เบาเลยสักนิดล่ะมั้ง...

“ไม่เจอว่ะ ฉันไปหาตามที่อยู่แล้วก็ไม่เจอ เบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไว้ก็เลิกใช้ไปแล้ว...” อีกเสียงที่ตอบกลับมา ทำไมผมฟังแล้วมันช่างคุ้นหูซะเหลือเกิน เสียงที่ผมจำได้ไม่เคยลืมมาตลอดระยะเวลาเกือบห้าปี...

“ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้แกไปตามหาหลังจากไปมุดหัวอยู่อังกฤษมาตั้งเกือบสี่ปีวะ เป็นฉันนะ... แม้กระทั่งชื่อแกฉันยังจำไม่ได้เลยว่ะ ยูนดูจุน!

บางทีนะ บางที... บนโลกใบนี้อาจจะมีคนที่ชื่อเหมือนกัน เสียงเหมือนกัน ไม่ใช่หรอก ไม่ใช่...

                ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ดูจุนของผมหรอก...

 
 

“ย๊า ยังโยซอบ ฉันนัดนายมาหาเพราะคิดถึงนะ ทำไมถึงมานั่งเหม่อแบบนี้ฮะ!

บางทีนะ บางที... ความบังเอิญก็มีอยู่จริงบนโลกใบนี้...

 

“ฉันไปเข้าห้องน้ำนะ...” กาลเวลากำลังหมุนกลับ สองเสียงที่ดังขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง ยังโยซอบลุกขึ้นจากโต๊ะ พร้อมๆ กับยูนดูจุนเองที่ลุกขึ้นมาพร้อมกัน...

 
 

Don’t let him go. If this is true love, do you think this happens everyday?

อย่าปล่อยเขาไป ถ้านี่คือรักแท้... คุณคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นทุกวันหรอ?

 

 

“โอ๊ะ ขอโทษครับ...”

บางทีนะ บางที... ความบังเอิญกับพรหมลิขิตมันก็อยู่ห่างกันแค่เส้นกั้นบางๆ เท่านั้นเอง…

 
 

“โยซอบ...” คนตัวเล็กตรงหน้าที่ยังคงจำฝังอยู่ในหัวใจ คนตรงหน้าที่เฝ้าคิดถึงอยู่ทุกคืนวัน คนที่ยูนดูจุนไม่เคยลืมไปจากหัวใจเลยสักวินาที...

 
 

“ดูจุน...” ดูจุน... ชื่อของผู้ชายคนที่ยังโยซอบจำได้ไม่เคยลืม สัมผัสของฝ่ามืออุ่นๆ ริมฝีปากบาง นัยน์ตาสีดำสนิทชั้นเดียวที่แสนอบอุ่น อ้อมแขนแข็งแรงที่เคยโอบกอดตัวเอง...

 

 

ไม่ว่าจะเป็นความบังเอิญ หรือพรหมลิขิตที่พาให้เรามาเจอกัน... ผมอยากจะขอบคุณสิ่งนั้น

ขอบคุณที่ทำให้พวกเราไม่ต้องแยกจากกันอีกครั้ง...

ขอบคุณ....

 
 

THE End…



IdeaIdream Talk…

Happy Valentine’s day คิกคิก~ สวัสดีวันวาเลนไทน์ค่า ในที่สุดก็ได้ฤกษเอาเรื่องแรกมาลง เป็นยังไงบ้างคะ โอเคหรือเปล่า รู้สึกเหมือนนานมากแล้วกับการเขียนฟิคหวานๆ เบาๆ สมอง ฮ่าๆ มัวแต่งมอยู่กับคุณหมอยังกับคุณมาเฟียยูน ข้อมูลเต็มไปหมด ไหนจะสอบ ไหนจะรายงาน ไรเตอร์ใกล้จะตายแล้วค่ะ ฮ่าๆ

เรื่องนี้ลงเป็นเรื่องแรก อย่าลืมรออีกสี่เรื่องที่จะตามมาด้วยนะคะ

PS. Happy birthday น้องยีนส์ รีดเดอร์ที่น่ารักของพี่ ขอโทษที่มาลงช้าไปวันนึง ยังไงก็ขอให้มีความสุขมากๆ ตั้งใจเรียน ได้เกรดดีๆ สู้กับการบ้านนะจ๊ะ คุณสไนเปอร์ซอฮยอนอูกับพี่เป็นกำลังใจให้ คิกคิก~

Saranghea my reader
I Love B2ST!!
So!! BEAST
IdeaIdream


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #27 etyuiop (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 19:08
    น่ารักกกกกกกกกกกกกกก เเงงง พรหมลิขิต
    #27
    0
  2. #8 เธอทีน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 12:07
    พี่แก้วววว

    เนื้อเรื่องอบอุ่นดีจัง *0*

    5555555555555



    หนูมาอ่านช้าไปไหม



    กำลังเขินเลย ตัดไปดราม่าซะงั้น

    น้ำตาแทบไหล 55555555



    นึกว่าจะไม่ได้เจอซะแล้ว แอบลุ้น
    #8
    0
  3. #7 I'm SonE ... B2utY ...Cassi!!! (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:44
    เฮ้ออออออออออ เราก็นึกว่าจะไม่ได้เจอกันแล้วเสียอีก
    ลุงน้าลุง ไม่ตามหาให้เร็วกว่านี้ว่ะ แต่ยังไงก็ได้เจอกันแล้วนี่ ^^
    มันดูโรแมนติกจังพี่แก้ว ความรักค่อยๆ ก่อตัวขึ้น คิดถึงครั้ิงแรก เป็นห่วงครั้งแรก จูบกันครั้งแรก
    แต่เศร้าจังตอนที่จะต้องจากกัน แงงงงงงงงง TT
    จะรอเรื่องต่อไปน่ะ ฮีึก!!!
    #7
    0
  4. #6 pvs (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:18
    -///-!
    #6
    0
  5. #5 PrangLoveBeast (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:30
    ยังดีนะที่ยังจำกันได้ เป็นเราหรอไม่เหลือแล้ว-..- คู่นี้น่ารักมากเลยค่ะ >_<
    #5
    0
  6. #4 เจ้าชายอสูร_B2UTY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556 / 02:09
    5555 นี่ถ้าไม่ได้ยินภาษาบ้านเกิดจากปากเขาก็คงไม่ได้เจอกันสินะ
    โอ้ววววว ดีจริงๆที่มันบ่นออกมานะ ^^

    ผู้ชายข้างๆตัวสูงๆ ใส่เสื้อโค้ตสีดำยาว ผ้าพันคอสีน้ำเงิน
    ที่สำคัญ "หล่อ" #ไม่ใช่ 555555
    อ่า !!! มีถามทาง จะไปส่งพี่เหรอน้องงงงงงง คิคิคิ
    ชอบนะ ตรงที่ถามว่าเป็นคนเกาลีเหรอ ? oh yes ! ไม่ๆๆ เป็นคนเกาหลี 555
    อะไรนะ !! ตกลงใช่ป่าววววววว

    โอ๊ย ยยยย ย ยยย ยย ผู้ชายอะไรยิ้มแล้วใจละลายยยยย ><"

    แหนะๆๆๆ เอามือเขาไปจับ พ่อแม่เขาหวงนะ
    ยกสินสอดไปขอเขาเลยยยยย แอบแต๊ะอั๋งเขาอ่ะดิ๊ รู้หรอกนา

    "ฉันเป็นห่วง"
    "ฉันคิดถึงนะ"
    อร๊ายยยยยย เอาน้ำมาดับตาที ร้อนไปหมด ฮ่าๆๆๆๆๆ

    ส่งดูจุนมา ไม่ได้ส่งมาแค่ฉลองคริตมาสนะจ๊ะ ^O^

    อ่าววววว กำลังหวาน โหมดดราม่ามาซะงั้น
    เฮ้ยๆๆๆๆ ร้องทำไม ร้องทำไม ร้องทำไมกัน !!!

    ห๊า!!!!!! ไหนบอกครึ่งปี - -" รอกันนานเกินไปแล้วนะ

    น่านนนนนน มาแล้ว พรหมลิขิต ><"

    อ่า นี่เรื่องแรกกกก แสดงว่ายังมีอีก สี่เรื่อง คิคิคิ
    จะรอตามนะค่าพี่แก้วววววววววว



    อร๊ายยยยยย พี่แก้วน่ารักมากเลย ขอบคุณค่ะ
    สำหรับของขวัญวันเกิด และก็ขอโทดพี่ด้วย
    ที่เม้นช้าไปหน่อยยยยยใกล้สอบแล้ว ไม่มีเวลาอ่านเรื่องไหนเลย T^T

    ยีนส์จะติดตาม ฟิคพี่ไปเรื่อยๆเลยน้า ขอบคุณมากๆเลยค่า ^O^
    #4
    0
  7. #2 yoondujun (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:26
    อ่านแล้วอบอุ่นหัวใจจัง หากันเจอแล้ว
    #2
    0
  8. #1 dstarnerikri (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:48
    อื้อหื้อพี่แก้ววว >< น่ารักมากเลยค่ะ
    ตอนที่โยมือเย็นแล้วดูจุนจับไว้มันน่ารักมากๆเลย
    มันเหมือนเรื่องจริงที่สองคนนี้ชอบดูแลเอาใจใส่กันเลย
    ตอนดูจุนต้องกลับเกาหลี สงสารโยTT 
    และก็ไม่ได้เจอกันตั้ง5ปี -0- เป็นหนูนี่ลืมไปเลยแหละ
    แต่สุดท้ายก็มาเจอกัน พรหมลิขิตชัดๆ 555555555555555

    โปรเจคนี้น่ารักค่ะพี่แก้ว>< สู้ๆนะคะ หนูจะคอยติดตาม 55555 ♥
    #1
    0