[Rewrite] ]ทะลุมิติทั้งทีขอเป็นพระเอกไม่ได้หรือไง #ป๋อจ้าน

ตอนที่ 8 : ทำคุณบูชาโทษ ได้โปรดอย่าฆ่าฉันเลย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,707
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 173 ครั้ง
    6 เม.ย. 63

08

ทำคุณบูชาโทษ ได้โปรดอย่าฆ่าฉันเลย

 

ห้องโถงขนาดกลาง กรุ่นกลิ่นของดอกบัวอ่อน ๆ อบอวลไปทั่วห้อง สองมือของเว่ยเฟิงถูกเชือกมัดไพล่หลังเอาไว้และมัดรอบตัวอีกครั้งด้วยเชือกที่มีขนาดใหญ่กว่าอีกเส้น ทะลุเข้ามาในนิยายยังไม่ทันถึง 24 ชั่วโมงเซียวจ้านก็จะต้องตายแล้วเหรอ???

บุคคลด้านหน้าใช้สายตาคมพิจารณาที่ตัวเว่ยเฟิงอยู่ครู่หนึ่ง เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและน่าฟัง

“ผู้นี้คือใคร”

“เป็นเว่ยเฟิงขอรับศิษย์พี่” จื่อเซียนตอบ

เมื่อได้ยินบทสนทนาเว่ยเฟิงจะรู้ได้ทันทีว่า ศิษย์พี่ ที่จื่อเซียนว่านั้น เห็นจะเป็น จางหยวนฟู่ ศิษย์ผู้พี่ที่จือเซียนเคารพรักและมีความสนิทสนมด้วยมากที่สุดในบรรดาศิษย์ทั้งหมดในสำนักสราญรมย์

จางหยวนฟู่เป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักสราญรมย์ ได้รับอำนาจจากเจ้าสำนักอย่างอู๋หยาจื่อให้จัดการทุกอย่างภายในสำนักระหว่างที่ตัวเองท่องยุทธจักร

“อย่างนั้นหรือ...มีเหตุอันใดที่ต้องจับตัวเขามาหรือ” น้ำเสียงราบเรียบ แต่ทว่าดูอ่อนนุ่มนวลกว่าคนที่เป็นศิษย์น้องอยู่หลายขุม

“เว่ยเฟิงให้การช่วยเหลือมู่หยงฟู่ และมีส่วนรู้เห็นในการหลบหนี ข้าคิดว่าเขาต้องมีส่วนรู้เห็นกับมู่หยงฟู่เป็นแน่” จื่อเซียนรายงานศิษย์พี่ร่วมสำนัก

จางหยวนฟูตัวจริงดูไม่ค่อยแก่เหมือนในจินตนาการของเว่ยเฟิงเลยสักนิด กลับกัน ว่าจางหยวนฟู่นั้นมีใบหน้าอ่อนเยาว์ หล่อคมและเรียบนิ่ง เมื่อจ้องมองให้ดีกลับไม่มีความรู้สึกชวนให้อึดอัดเหมือนจื่อเซียน

“เจ้าช่วยเหลือมู่หยงฟู่จริงหรือ” จางหยวนฟู่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ก็ไม่ได้แข็งกระด้าง

“จริงครับ ผมช่วยเขาก็จริงแต่พอเช้ามาเขาก็หนีหายไปโดยไม่บอกกล่าว ผมไม่รู้ว่าเขาหนีไปไหน เขาไม่ได้บอกไว้ ผมไม่รู้เรื่องอะไรนะ” เว่ยเฟิงพูดออกไปตามความจริง เพราะรู้อยู่แล้วว่าจางหยวนฟู่นั้นเป็นคนที่มีเมตตา คุณธรรมสูงส่ง มีความยุติธรรม ไม่เอนเอียงและสามารถตัดสินปัญหาด้วยปัญญาอันเฉียบแหลมภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

“ศิษย์พี่จะให้ข้าทำยังไงกับเว่ยเฟิงดีขอรับ กำจัดทิ้งไปเสียดีหรือไม่ขอรับ”

“ไม่นะ!! นี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ อยู่ ๆ จะมาฆ่ากันแบบนี้ได้ไง ไหนว่าสำนักสราญรมย์สืบความเที่ยงธรรมของฟ้าดินไง แค่ความยุติธรรมแค่นี้ยังไม่มีให้กันเลย” เว่ยเฟิงเมื่อได้ยินว่าตัวเองกำลังจะโดนกำจัด ก็ร้องโวยวายขึ้นมา

“ความยุติธรรมนั้นมีไว้ให้คนดี คนเลวอย่างเจ้าไม่สมควรได้รับ” เป็นจื่อเซียนที่ตอบคำถามของเว่ยเฟิง

“แล้วมาว่าคนอื่นดีเลวนี่ใช้เกณฑ์อะไรมาตัดสินไม่ทราบ ก็บอกว่าไม่รู้ไงว่ามู่หยงฟู่มันหนีไปไหน ก็แค่เห็นว่าบาดเจ็บเลยจะช่วย ใครจะไปรู้ว่าแม่งจะพาความซวยมาให้วะ ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ก็ไม่ช่วยหรอก" เว่ยเฟิงพูดออกไปอย่างเหลืออด เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าเหตุการณ์มันจะบานปลายไปขนาดนี้ ถ้าเลือกได้เขาคงไม่เลือกที่จะช่วยมู่หยงฟู่ ไม่ไปที่ตลาดนั่นหรอก

"เอาล่ะ ๆ พอก่อน ข้าเชื่อเจ้าว่าเจ้าไม่ได้รู้เห็นการหลบหนีของมู่หยงฟู่" หยวนฟู่พูดตัดบทเพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องบานปลายมากไปกว่านี้

"ปล่อยผมกลับไปได้หรือยัง คุณชายจาง" เมื่อถูกร้องขอ เขาจึงหันมองศิษย์น้องร่วมสำนักที่ส่ายหน้าคัดค้านการร้องขอของเว่ยเฟิง

"เอาแบบนี้ก็แล้วกันระหว่างนี้เจ้าก็อยู่ที่สำนักสราญรมย์ไปก่อน รอให้ยุทธภพสะสางเรื่องของมู่หยงฟู่เรียบร้อย เจ้าก็จะได้เป็นอิสระ" เว่ยเฟิงลอบถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ อย่างน้อยก็มีชีวิตรอดได้อีกระยะหนึ่ง ถึงแม้สถานะตอนนี้จะคล้ายกับตัวประกัน แต่เอาเป็นว่าระหว่างที่โดนกักตัวอยู่ที่นี่ เขาก็จะหาทางเอาชีวิตรอดจากนิยายเรื่องนี้และกลับไปใช้ชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างปลอดภัย

"เดี๋ยวเจ้าพาเว่ยเฟิงไปพักเรือนเดียวกับเจ้า ห้องข้างๆ กันนั่นแหละ ดูแลเขาให้ดี เขาเป็นแขก ไม่ใช่นักโทษนะจื่อเซียน" จื่อเซียนก้มหน้ารับคำตัดสินจากจางหยวนฟู่ ไม่นานนักเชือกที่รัดอยู่บนตัวก็ขาดออกจากกันในฉับพลันเมื่อจางหยวนฟู่สะบัดข้อมือเพียงเล็กน้อย

 

"โอ้ยยยย!! " เว่ยเฟิงร้องเสียงดังลั่นพร้อมกับความเจ็บปวดบนข้อมือข้างซ้าย เขาหันขวับไปมองต้นเหตุที่ยังมีสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

"นี่คือเข็มพิษมังกร ถ้าหากว่าเจ้าอยู่ไกลเกินจากข้าในระยะหนึ่งร้อยลี้ เจ้าจะทรมานด้วยเข็มนับพันเล่มที่ทิ่มแทงเจ้าไปถึงกระดูก"

“ห๊ะ!! ” ความจริงต้องเป็นคนอื่นที่ต้องโดนเข็มพิษนี้ แล้วทำไมถึงเป็นเว่ยเฟิงไปได้

“ไม่ต้องกลัวนะ เมื่อเราได้ตัวมู่หยงฟู่ เราจะปล่อยเจ้าให้เป็นอิสระ” แม้รอยยิ้มที่แสนอบอุ่นของจางหยวนฟู่ก็ไม่อาจทำให้หัวใจที่ลุกเป็นไฟของเว่ยเฟิงดับลงได้ นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แล้ว

 

ใครกันแน่ที่ควรจะเป็นตัวร้ายวะ

 

ความจริงสำนักสราญรมย์อยู่ในเรื่อง 8 เทพอสูรมังกรฟ้าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อนเรื่องราวของก๊วยเจ๋ง เพียงแต่กิมย้งแต่งขึ้นมาทีหลังเท่านั้น ความเชื่อมโยงของเนื้อเรื่องแทบจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย แต่ก็อย่างว่า คนเขียนนิยายเรื่องนี้เล่นเอาตัวละครของกิมย้งมายำให้อยู่ภายในเรื่องเดียวกัน เลยได้เห็นตัวละครในจักรวาลกิมย้งมาโลดแล่นอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน

สำนักสราญรมย์มีบทบาทอย่างกว้างขวางในเรื่อง 8 เทพอสูรมังกรฟ้า วิชาฝีมือของสำนักนี้นับว่าพิสดารลึกล้ำไม่เป็นรองวิชาของสำนักใด เน้นไปในทางพลิ้วไหวและสูงสง่า นอกจากปมเด่นในด้านวิชาฝีมือแล้ว วิชาของสำนักสราญรมย์ยังครอบคลุมทุกศาสตร์สาขา ทั้งพิณ หมากล้อม อักษร ภาพวาด แพทย์ พยาบาล โหราพยากรณ์ แก่นแท้แนวทางที่สำนักสราญรมย์ยึดถือ คือ "สืบความเที่ยงธรรมของฟ้าดิน คุมธาตุทั้งหก ในจักรวาล ท่องไปโดยไร้ขอบเขต ดังนั้นขนานนามสราญรมย์"

ความจริงในสำนักสราญรมย์นั้นไม่ได้มีคนเยอะมากนัก ศิษย์รุ่นแรก มีเพียง 3 คนเท่านั้น คือ นางเฒ่าทาริกา เป็นศิษย์คนโต , อู๋หยาจื่อ (บ้อไง้จื้อ) ศิษย์คนกลาง และ หลี่ชิชอุ่ม ศิษย์คนเล็ก ภายหลัง นางเฒ่าทาริกาไม่สมหวังในเรื่องความรักจึงแยกตัวออกไปตั้งวังคฤธรศักดิ์สิทธิ์เป็นสำนักใหม่ ส่วน อู๋หยาจื่อ กับ หลี่ชิวสุ่ย ครองรักกันอยู่ที่ภูเขาบ้อเหลียงซัวได้ระยะเวลาหนึ่ง จากนั้นก็แยกทางกัน อู๋หยาจื่อจึงกลับมารับตำแหน่งเจ้าสำนักสราญรมย์ ศิษย์ของ อู๋หยาจื่อ จึงถือเป็นศิษย์สำนักสราญรมย์โดยตรง และ ใช่! ถ้าตามที่ซวนหน่ายเขียนในแบบฉบับของเขา ศิษย์เอกของอู๋หยาจื่อตอนนี้ก็คือ จางหยวนฟู่ และ หวังจื่อเซียน แต่ตามไทม์ไลน์ของเรื่อง อู๋หยาจื่อได้ออกไปท่องยุทธภพยังไม่มีกำหนดกลับมา หยวนฟู่จึงรับหน้าที่รักษาการแทนชั่วคราว

ส่วนเข็มพิษมังกร เมื่อเข้าร่างกายใครแล้วก็ตามก็คล้ายก็ทาสก็ไม่เชิง ถ้าอยู่ห่างจากเจ้าของเข็มเกิน 100 ลี้ ก็คือ (50 กิโลเมตร) เข็มเล่มนี้จะกลายเป็นเข็มนับพันเล่มที่ทิ่มแทงไปทุกส่วนของร่างกายอย่างทรมานเจียนตายแต่ก็ไม่สามารถตายได้ จะต้องทรมานจนกว่าจะได้เข้าใกล้เจ้าของอีกครั้ง อาการจึงทุเลาลง

“อย่างน้อยก็ดีกว่ายันต์เป็นตายแล้วกันล่ะวะ” เว่ยเฟิงมองรอยดองที่ข้อมือของตัวอย่างช้ำใจ เข้ามาในนิยายยังไม่ทันไรก็เกือบตายซะแล้ว

ถ้าให้เดาแบบโง่ ๆ เลยก็คือ เฒ่าจันทราต้องแกล้งเขาแน่ ๆ ที่ไปลบหลู่ เมื่อได้พบรักแท้แล้วจึงจะสามารถกลับออกไปได้

แต่….

ถ้าสมมติว่า เว่ยเฟิงได้เกิดรักใครสักคนที่อยู่ในนิยายตามคำที่เฒ่าจันทราได้บอกไว้แล้ว จากนั้นเขาจึงจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ถ้าเช่นนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรจากการตายจากกันเลยสักนิด รักกันแล้ว แต่กลับต้องแยกจากกัน แบบนี้มันแกล้งกันชัด ๆ เลย

“ว้าววว สมกับเป็นสำนักสราญรมย์” ห้องพักขนาดเล็กตกแต่งอย่างเรียบง่าย แม้จะไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ได้ใช้สอย ด้านหลังของตำหนักเป็นป่าไผ่ทึบ หากแต่ว่าในเวลากลางคืนออกจากน่ากลัวไปเสียหน่อย แต่เมื่อเป็นเวลากลางวัน ป่าไผ่นี้จะเขียวชอุ่มชูต้นโตพลิ้วไหวไปตามสายลม ถัดออกไปไม่ไกลนักมีน้ำตกเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านตลอดทั้งปี บรรยากาศมันช่างดีอะไรปานนี้

ถังไม้สำหรับอาบน้ำตั้งตระหง่านอยู่หลังฉากกระดาษสา ดูท่าว่าจะเป็นศิษย์ปลายแถวของสำนักสราญรมย์คงจะเตรียมไว้ให้ เว่ยเฟิงไม่รอช้า เขาถอดเสื้อผ้าทั้งหมดออกแล้วเอาตัวเองลงไปแช่ในถังไม้อย่างสบายอารมณ์

 

พรึ่บ!!

 

“ไปกับข้า” เว่ยเฟิงรู้สึกถึงแรงสัมผัสที่ข้อมือ เมื่อหันไปมองจึงพบว่าเป็น

“มู่หยงฟู่” ที่อยู่ตรงหน้าเว่ยเฟิงตอนนี้ก็คือมู่หยงฟู่ ไม่ผิดแน่ คนเนรคุณที่เว่ยเฟิงช่วยไว้ในตอนแรก

“ทำไมเจ้าจึงแก้ผ้าเช่นนี้” เขามองแผ่นอกขาวเนียนนั้นอย่างไม่ค่อยพอใจนัก ก่อนจะเลื่อนสายตาให้พ้นรัศมีแผ่นอกของเว่ยเฟิง

“ฉันอาบน้ำอยู่ ฉันก็ต้องถอดเสื้อผ้าสิ นายนั่นแหละ ไม่มีมารยาท เข้ามาตอนที่กำลังอาบน้ำอยู่” เว่ยเฟิงต่อว่าเข้าให้ยกหนึ่ง

“รีบใส่เสื้อผ้าซะ ข้าจะพาเจ้ากลับไปกับข้า” มู่หยงฟู่คว้าที่ข้อมือของเว่ยเฟิงอีกครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่ทันได้ออกแรงเว่ยเฟิงก็สะบัดทิ้งเสียก่อน

“ฉันไปกับนายไม่ได้หรอก”

“ทำไม”

“ฉันโดนเข็มพิษมังกรของจื่อเซียนฝังอยู่ในนี้ ถ้าไปกับนายฉันก็ตายน่ะสิ” เว่ยเฟิงชูข้อมือข้างซ้ายที่ยังมีรอยเข็มจาง ๆ อยู่

“ข้า...ข้าขอโทษที่ช่วยเจ้าไว้ไม่ได้”

“ไม่ต้องขอโทษหรอก นายกลับไปเถอะ เดี๋ยวจื่อเซียนมาเห็นจะเป็นเรื่อง” เว่ยเฟิงไม่ติดใจเอาความอะไรของมู่หยงฟู่อีกอะไรที่แล้วมาก็ให้มันแล้วกันไป

“หึ มาจนได้นะ มู่หยงฟู่” ทันทีที่จบประโยค จื่อเซียนก็เข้ามาพอดีพร้อมกับการจู่โจมมู่หยงฟู่ทันที

ทั้งคู่สู้กันอยู่พักหนึ่งก่อนจะเป็นมู่หยงฟู่ที่หนีไป แต่ไม่ใช่เพราะว่าสู้ไม่ได้ แต่เป้าหมายของเขาในวันนี้ไม่ใช่การสู้กับจื่อเซียน แต่แค่จะมาช่วยเว่ยเฟิงหนีออกไปเท่านั้น

“นั่น..เจ้าทำอะไร” จื่อเซียนละความสนใจจากมู่หยงฟู่มายังอีกคนที่ยืนอยู่มุมห้องพร้อมกับผ้าผืนเล็กที่พันอยู่รอบเอว

“ห๊ะ?? ฉันทำอะไร ก็พวกนายสู้กันจะให้ฉันนั่งดูในอ่างอาบน้ำเหรอ” นั่งดูฉากต่อสู้ระดับ 4D ในอ่างอาบน้ำ มันจะพรีเมี่ยมเกินไปหน่อยหรือเปล่า DC ก็ทำไม่ได้ Marval เหรอ ไปพักก่อนเลย

“ทำไมเจ้าไม่ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย มาแก้ผ้าทำไม” จื่อเซียนว่า ก่อนจะเบือนสายตาหนีไปอีกทาง ไม่เคยมีบุรุษคนใดมาแก้ผ้าต่อหน้าเขาแบบนี้เลย ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนวรยุทธ์เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของสำนักสราญรมย์ ปกป้องแผ่นดิน ขจัดคนพาลออกไปให้สิ้น ยังไม่เคยคิดถึงเรื่องคู่ครองหรือคาวโลกีย์เลยสักครั้ง

“ก็ไม่ได้แก้ผ้านี่ ฉันก็ใส่ผ้าเช็ดตัวอยู่นี่ไง” เซียวจ้านในร่างเว่ยเฟิงเคยผ่านงานถ่ายแบบ งานถอดเสื้อ ฉาก18+ มาหมดแล้ว กะอีแค่ใส่ผ้าขนหนูแบบนี้ใคร ๆ เขาก็ทำ ไม่ใช่หรือยังไงกัน

“คืนนี้เจ้าไปนอนกับข้า แต่งตัวเสร็จแล้วไปหาข้าที่ห้อง” จื่อเซียนไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะมีสีหน้าท่าทีอย่างไร เขาสั่งให้เว่ยเฟิงไปนอนห้องของเขา เว่ยเฟิงก็ต้องไป

เว่ยเฟิงยู่หน้าด้วยความไม่พอใจที่จื่อเซียนบังคับให้ไปนอนด้วยแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ใช้เข็มพิษมังกรไปแล้วทำไมยังจะระแวงอยู่อีก ทำไมต้องให้คนอื่นไปนอนห้องตัวเองด้วย จื่อเซียนชักจะเอาแต่ใจเกินไปแล้วนะ

“จริงสิ” เว่ยเฟิงพูดกับตัวเองเหมือนจะนึกอะไรออกก่อนจะสวมเสื้อผ้าฝ้ายตัวบางที่สำนักสราญรมย์เตรียมให้ เขามองเสื้อนอกและสายคาดเอวที่วางอยู่บนเตียงก่อนจะเบ้ปากใส่มันหนึ่งทีแล้ววิ่งออกไปที่ห้องของจื่อเซียนอย่างรวดเร็ว

ทำไมถึงลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลยนะ

เว่ยฟิงไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาตก็ถือวิสาสะผลักบานประตูไม้เข้าไปอย่างแรง

“นี่ จื่อเซียน” เว่ยเฟิงวิ่งร่าเข้าไปที่โต๊ะเขียนหนังสือของจื่อเซียน และนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเจ้าของห้อง

“.....” อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไรเขายังตั้งหน้าตั้งตาอ่านอะไรสักอย่างแต่เว่ยเฟิงไม่ได้สนใจ สิ่งที่พีคที่สุดกำลังจะเกิดขึ้นในไม่กี่วินาทีนี้ตั้งหาก น่าสนใจกว่าเยอะ

“นายคือ หวังต้าเซียนใช่ไหม” ต้องใช่สิ ต้องใช่แน่ ๆ ก็ในเมื่อพระเอกนิยายเรื่องนี้ก็ทะลุมิติมาเหมือนกับเขา หวังต้าเซียนน่ะ ทะลุเข้ามาในนิยายเพราะนักเขียนแต่งให้เขาต้องเข้ามาในนิยาย ส่วนเซียวจ้านก็ทะลุเข้ามาในนิยายอีกทีเพราะไปลบหลู่ผู้เฒ่าจันทราไง

“เจ้าพูดเรื่องอะไร”

“ก็พูดเรื่องที่นายน่ะ ความจริงแล้วเป็นวิศวกร แต่นายตายตอนที่กำลังทำ MRI ที่โรงพยาบาลไง แล้วจื่อเซียนตอนนั้นก็หมดสติเพราะโดนฝ่ามือพิชิตมังกรสิบแปดท่าของเฉียวฟงจากงานชุมนุมขาวยุทธ์แล้วนายก็สลบไปหลายวัน เนื่องด้วยเวลาที่ประจวบเหมาะกัน หวังต้าเซียนก็มาอยู่ในร่างหวังจื่อเซียน เพราะฉะนั้น นายก็คือ หวังต้าเซียน” เว่ยเฟิงพูดอย่างมั่นอกมั่นใจว่าสิ่งที่เขาวิเคราะห์นั้นถูกต้อง และคนตรงหน้าเขาก็คือ หวังต้าเซียนอย่างแน่นอน

“พูดเรื่องอะไรของเจ้า” จื่อเซียนวางสมุดลงไว้ที่มุมโต๊ะไว้อย่างเรียบร้อยโดยไม่เบี้ยวสักมิลเดียว

“ก็นิยายไง พล็อตหลักมันเป็นแบบนี้ นายคือหวังต้าเซียนมาอยู่ในร่างของหวังจื่อเซียน ฉันอ่านมาหมดแล้ว เหลือตอนพิเศษอีกสี่ห้าตอนเท่านั้นแหละที่ยังอ่านไม่จบก็เข้ามาในนี้ซะก่อน”

“ข้าไม่เข้าใจที่เจ้าพูดสักนิด หวังต้าเซียนคือใคร ข้าไม่รู้จัก ข้าก็คือข้า หาใช่ใครอื่นอย่างที่เจ้าว่า” เขายืนยันเสียงเข้มว่าสิ่งที่เว่ยเฟิงพูดนั้นไม่เป็นความจริง

“ไม่ใช่อ่ะ อย่ามาโกหก เรามาร่วมมือกันหาทางออกไปจากนิยายนี่ไม่ดีกว่าเหรอ ห๊ะ หวังต้าเซียน” เว่ยเฟิงยังไม่หยุด เขาเชื่อว่าหวังจื่อเซียนก็คือหวังต้าเซียน ไม่ผิดแน่ ยังไงก็ไม่ผิด

“ข้าไม่รู้ว่ามู่หยงฟู่พูดอะไรกับเจ้า แต่ว่าข้าก็คือข้า ไม่ใช่ใครทั้งนั้น” จื่อเซียนยังคงยืนยันคำเดิมหนักแน่น

“จริงเหรอ…” เว่ยเฟิงไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน จะเป็นไปได้ไง นี่คือพล็อตหลัก หัวใจของเรื่องเลย ต้องมีคนทะลุมิติมาสิ ถ้าไม่ใช่จื่อเซียนแล้วเป็นใคร

“อึก!! ” อยู่ๆ จื่อเซียนก็สำลักเลือดออกมาคำหนึ่ง สีหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้ฉายแววแห่งความเจ็บปวดออกมา เว่ยเฟิงคว้าเอาข้อมือจื่อเซียนแล้วตรวจหาสาเหตุทันที

“นายโดนฝ่ามือบงกชของมู่หยงฟู่เข้าให้แล้ว”

“....” สีหน้าของจื่อเซียนดูแย่ลงไปทุกขณะ ถ้าไม่รีบรักษาพิษจะลามไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็วฉะนั้นก็ต้องรีบขับมันออกอย่างรวดเร็วเช่นกัน

“ไม่รู้ว่านายโดนพิษไปนานแค่ไหนแล้ว แต่สุดท้ายพิษจะแล่นเข้าสู่หัวใจ ต้องรีบกำจัดพิษที่มันกำลังจะเข้าไปที่หัวใจ” เว่ยเฟิงพยายามจะคลายสายรัดเอวของจื่อเซียนออกไม่ให้เสื้อผ้ารัดกุมหรือบดบังผิวหนังมากเกินไปไม่เช่นนั้นลมปราณที่ส่งไปให้จะทำงานได้ไม่เต็มที่และขับความร้อนออกไปไม่ได้

“เจ้า...เจ้าจะทำอะไร” จื่อเซียนยังพยายามจะยื้อเสื้อของเขาเอาไว้ แม้ใบหน้าและเรี่ยวแรงลงจะลดลงไปทุกขณะ

“จะช่วยรักษานายไง”

“ไม่...ไม่ต้อง” เขายังยืนกรานที่จะไม่รับความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าอย่างเว่ยเฟิง

“จะตายอยู่แล้วยังจะมาปากดีอีก” เว่ยเฟิงตัดสินใจสกัดจุดจื่อเซียนเอาไว้ จากนั้นจึงเริ่มแกะสายคาดเอว และเสื้อตัวนอกของจื่อเซียนออก เหลือเพียงเสื้อซับในผ้าฝ้ายเนื้อบางที่เขาเองก็ใส่มันอยู่เช่นกัน ถึงแม้จะไม่ได้ถอดเสื้อผ้าเหมือนคราวที่รักษามู่หยงฟู่ แต่ก็พอจะเห็นกล้ามเนื้อแผงออกที่ได้สัดส่วนของจื่อเซียนอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันเพราะการโดนสกัดจุดทำให้สายตาของจื่อเซียนกวาดมองอะไรไม่ค่อยถนัดนัก ดังนั้น สิ่งที่อยู่ตรงหน้าในสายตาของเขาคือแผงอกขาวเนียนละเอียดของเว่ยเฟิง เขาเห็นบุรุษมาตั้งมากมาย แต่ไม่เคยเห็นบุรุษใดที่ผิวพรรณงดงามเช่นนี้มาก่อน

ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งจื่อเซียนจึงกระอักก้อนเลือดก้อนใหญ่ออกมา เว่ยเฟิงคลายสกัดจุดให้จื่อเซียนได้เป็นอิสระอีกครั้ง

“เป็นไง ดีขึ้นไหม”

“ขอบคุณเจ้ามาก” เขาพยักหน้าตอบพร้อมกับประโยคถัดมาที่ทำให้คนฟังยิ้มแทบแก้มปริ

“ไม่เป็นไร แค่นี้เอง เห็นนายอาการดีขึ้นก็โอเคแล้ว” เว่ยเฟิงยิ้มให้กับคำขอบคุณที่ได้รับกลับมาจากจื่อเซียน ถึงแม้เขาจะช่วยโดยไม่หวังผลอะไร แต่การที่ได้รับคำขอบคุณนี่มันทำให้รู้สึกดีจริง ๆ นะ

“ทำไมการพูดจาของเจ้าจึงดูผิดแผก ไม่เหมือนคนทั่วไปยิ่งนัก” บางคำบางประโยคของเว่ยเฟิงมันก็ยังยากเป็นภาษาที่จื่อเซียนไม่คุ้นเคย ยากที่จะเข้าใจ

“เอ่อ...ฉันเคยธาตุไฟเข้าแทรกน่ะ ก็เลย..มึน ๆ แต่นายก็ดีกว่ามู่หยงฟู่นะ”

“.....” ทันทีที่ชื่อของศัตรูตัวฉกาจออกจากปากสีหน้าของจื่อเซียนก็ไม่สบอารมณ์ทันที ซึ่งคนถูกมองก็รู้ดีว่ามันคือการถามหาเหตุผลโดยไม่ต้องพูดสักคำ

“ฉันน่ะ ช่วยเขาเอาไว้แท้ ๆ คำขอบคุณสักคำยังไม่มี”

“ช่วยรักษาเหมือนที่รักษาข้าน่ะหรือ” จื่อเซียนถามกลับ

“ก็ใช่น่ะสิ แล้วยังหาว่าฉันมีเจตนาไม่ดีอีก” นึกย้อนไปตอนนั้นความโมโหก็คุกรุ่นขึ้นมาก ต้นเหตุแห่งความซวยทั้งปวง

“แล้ว..ถอดเสื้อเหมือนกับที่เจ้ารักษาข้า..เป็นอย่างนั้นหรือไม่”

“ใช่ ถอดหมดเลย” เว่ยเฟิงตอบกลับไปตามความจริง ก็ในเมื่อการรักษาที่ดีที่สุดคือการให้ลมปราณไหลเวียนอย่างสมดุลและไม่ติดขัด หยินหยางในร่างกายต้องสมดุลกัน เมื่อร้อนเกินต้องขับออกมา เมื่อเย็นเกินก็ต้องขับความเย็นออกมาเช่นกัน

“เจ้า!!! ทำไมถึงเที่ยวเปลื้องผ้าไปทั่ว ช่างหน้าไม่อายยิ่งนัก” จื่อเซียนกระชับเสื้อผ้าฝ้ายของตัวเองไว้แน่น

“นี่..ที่ให้ถอดเสื้อเนี่ยก็เพราะว่าจะได้ขับความร้อนของร่างกายออกไปได้ง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น” เว่ยเฟิงอธิบายเหตุผล

“.....”

“แล้วที่ฉันไม่ให้นายรักษาตัวคนเดียวก็เพราะว่า”

“.....”

“ถ้าหากนายรักษาด้วยตัวเองแล้วธาตุไฟเข้าแทรกขึ้นมาล่ะจะทำยังไง”

“.....”

“ถ้ามีฉันอยู่ด้วย เป็นอะไรขึ้นมาก็ยังช่วยกันได้” อีกฝ่ายไม่ตอบอะไร สีหน้าดูผ่อนคลายขึ้นมากกว่าตอนแรก จนเป็นเว่ยเฟิงที่ทำลายความเงียบนี้ลง

“ช่างมันเหอะ นอนกันดีกว่า ง่วงละ” เขาหาวหนึ่งที ก่อนจะเดินไปยังมุมห้องอีกฝั่ง ขึงเชือกเส้นบางเข้ากับผนังทั้งสองข้างแล้วพลิ้วตัวขึ้นไปนอนบนนั้น

 

"Lately i’ve been i’ve been thinking

I want you to be happier

I want you to be happier

When the morning comes…." เว่ยเฟิงร้องเพลงเบา ๆ เพราะความเคยชิน แต่ทว่าก็ต้องหยุดเพราะรู้สึกสูญเสียความเป็นส่วนตัวไปชั่วขณะ 

“มองอะไร ไม่นอนหรือไง” 

“เมื่อกี้เจ้าทำสิ่งใด”

“ร่ายคาถาเวทย์ให้นายหายไว ๆ" เว่ยเฟิงว่าก่อนจะส่งยิ้มบาง ๆ กลับไปให้ จื่อเซียนทำท่าเหมือนจะถามอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่ได้ถามมันออกไป

พูดจบเว่ยเฟิงก็นอนหลับตาไปพร้อมกับรอยยิ้มของเขา จื่อเซียนมองใบหน้านั้นครู่หนึ่งก่อนจะจัดการดับตะเกียงแล้วพักผ่อนบนเตียงไม้หลังกว้าง

 

………………………………….

 

เพลง Happier ของ Marshmello Featuring Bastille

 

จางหยวนฟู่มาแว้วววว

 

 

 

หวังจื่อเซียน จะเป็นใครไปได้นอกจากพ่อ !!

 

 

 

ถ้าใครนึกภาพไม่ออกว่า เว่ยเฟิงนอนบนเชือกยังไง

 

 

 

 

 

หลิวอี้เฟยที่รับบทเป็นเซียวเหล่งนึ่งในมังกรหยก เป็นศิษย์น้องของลี้ม๊กโช้ว สำนักสุสานโบราณ

การนอนบนเชือกมีแค่คนสำนักสุสานโบราณเท่านั้นที่นอนบนเชือกได้

 

 

เว่ยเฟิงตอนอาบน้ำ

 

 

 

ตอนรักษาอาการบาดเจ็บให้กัน ก็จะเห็นนิดๆประมาณนี้ค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 173 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

175 ความคิดเห็น

  1. #132 Alljae (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 18:17
    โหดมากกกกกกกก
    #132
    0
  2. #45 amanoyuei (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 04:27
    สงสารเว่ยเฟิงจะอาบน้ำดีๆหน่อยก็ไม่ได้ ดันมีผู้มาสู้กันอีก 5555 เป็นเว่ยเฟิงก็ลำบากหน่อยนะ 555
    #45
    0
  3. #43 Kawaiimm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 20:03
    โดนดาเมจควัมน่ารักยัยเว่ยเฟิงเข้าไปแล้วแน่นอน ทั้งตาหวังนายมู่
    #43
    0
  4. #40 paeng foon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 00:04
    นอนบนเชือกเก๋ๆ
    #40
    0
  5. #32 Plum -D :: (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 12:25
    สนุกมากค่าา​ สุ้ๆนะคะไรท์​
    #32
    0
  6. #31 anonaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 12:05
    ชอบมากก สนุกมากๆเลยค่า ติดตามนน้าาา
    #31
    0
  7. #30 kbrrcngkeux (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 09:34

    มู่หยงฟู่เข้าร่วมรักสามเศร้าสินะ //แต่คือขาวมากคะแม่ ชายใดมองก็ไม่อาจละสายตา

    #30
    0
  8. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 06:28
    ฮื่ออออ ไม่ไหวขาวเหลือเกิน
    #29
    0