[Rewrite] ]ทะลุมิติทั้งทีขอเป็นพระเอกไม่ได้หรือไง #ป๋อจ้าน

ตอนที่ 14 : ความในใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    20 เม.ย. 63

 

14

 

ความในใจ

หลังจากชำระล้างร่างกายจากความเหนื่อยล้าจนหมดสิ้น ยังไม่ทันที่เว่ยเฟิงจะได้คิดทบทวนเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็หลับไปเสียก่อน ร่างกายที่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มทำให้วันต่อมาเขาตื่นเช้าโดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุกครั้งแรกในรอบห้าปี และภารกิจวันนี้จะต้องสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

เรื่องเมื่อคืนที่มู่หยงฟู่มาทำรุ่มร่ามเว่ยเฟิงยังไม่ลืมแต่วันนี้มันมีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่ต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย ไม่รอให้เวลาเดินโดยเปล่าประโยชน์ เว่ยเฟิงเป็นฝ่ายเปิดประเด็นเรื่องนี้ทันที มู่หยงยันยืนว่าฝ่ายตนไม่ได้ลงมือเรื่องจี้เยี้ยะแน่นอนและในวันที่เกิดเหตุตัวเองก็อยู่ห่างจากละแวกนั้นหลายร้อยลี้ และสามารถเรียกบ่าวไพร่ในเรือนมาถามได้ทุกคน บ่าวไพร่ในเรือนแล้วอย่างไร ยังไงก็เป็นคนของตระกูลมู่หยงฟู่อยู่ดี คนภายนอกไม่มีทางเชื่อเรื่องนี้แน่นอน

“นายต้องมีพยานบุคคลที่สามารถยืนยันที่อยู่ของนายได้นะ ไม่งั้นก็ไม่มีใครเชื่อนายหรอก” เว่ยเฟิงอธิบายอย่างใจเย็น

“ช่างปะไร แค่มีเจ้าคนเดียวที่เชื่อข้าก็เพียงพอแล้ว จะต้องการให้ใครมาตัดสินข้าอีก” คนที่ได้ยินทำหน้าเบื่อหน่ายทีหนึ่งก่อนจะเกาหัวแกรก ๆ มีความเด็ดเดี่ยวนั้นก็เป็นเรื่องดี แต่พ่อจะโนสนโนแคร์แบบนี้ไม่ได้

“ฉันเชื่อนายก็จริง แต่คนอย่างฉันไปบอกคนอื่นก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดี” คนที่ถูกตราหน้าว่าโหดเหี้ยมทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไร เขาก็แค่เป็นลูกศิษย์ของจมอมารอย่างลี้มกโช้วเท่านั้นเอง ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะต้องเลวตามด้วยสักหน่อย

“ข้ามีคนแบบที่เจ้าว่า เป็นคนที่เชื่อถือได้” มู่หยงฟู่ทำท่านึกอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดออกมา

“ถ้างั้น เขาเป็นใครล่ะ ฉันจะได้ไปสืบหาข้อเท็จจริงต่อ” คนคนนี้จะเป็นพยานปากเอกที่นำพาความบริสุทธิ์มาให้มู่หยงฟู่ให้แน่นอน ส่วนตัวเขาเองก็มีจื่อเซียนคอยรับรองความบริสุทธิ์ในเรื่องนี้ให้อยู่แล้ว สบายใจได้อีกเปราะหนึ่ง

“นางคือหนิงเหมย”

“หา!! ” เว่ยเฟิงรีบเอามือปิดปากแทบจะไม่ทัน

“เป็นอะไรไป เจ้ารู้จักนางหรือ? ” จะตอบว่าไม่รู้จักก็ไม่ได้ เพราะเธอคนนี้เป็นตัวเต็งตำแหน่งนางอีกคนหนึ่งในเรื่องนี้ เธอคนนี้เป็นคนเก่ง กล้าหาญ ฝีปากจัดจ้าน ต่อกรกับคนชั่วอย่างสมน้ำสมเนื้อ ตอนหลัง ๆ เหมือนจะเริ่มเข้าไปมีอิทธิพลกับสำนักสราญรมย์ และเริ่มมีอิทธิพลต่อหัวใจของจื่อเซียนด้วย

“เคยได้ยินเรื่องความกล้าหาญที่นางต่อกรกับพวกคนชั่วน่ะ”

“กล้าหาญอะไรกันเล่า นางเป็นสตรีที่มีวรยุทธ์ก็จริง แต่ไม่เคยใช้มันต่อสู้กับใคร นางรักสงบไม่ชอบเห็นการเข่นฆ่า”

“หืออออ?? ” มีคำถามมากมายในหัวของเว่ยเฟิงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับแม่นางคนนี้กันแน่

“ตอนนี้นางอยู่ที่วัดเล็ก ๆ บนภูเขาลั่วเฉิน”

“.....”

“นางละทางโลกแล้ว”

“มะ..หมายถึงบวชแล้วเหรอ” เว่ยเฟิงไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“อื้ม วันนั้นข้าขึ้นไปส่งนางครั้งสุดท้าย” เท่ากับว่าวันที่จี้เยี้ยะตาย มู่หยงฟู่ไปส่งหนิงเหมยไปบวชที่วัดบนเขาลั่วเฉิน ถ้ามีพยานเป็นถึงสตรีที่เพียบพร้อมขนาดนั้นแถมยังเป็นนักบวชอีกด้วย มู่หยงฟู่ก็จะพ้นความผิดจากข้อกล่าวหาทั้งหมด ข้อต่อมาก็คือ

 

ใครเป็นคนฆ่าจี้เยี้ยะกันแน่

 

นางเอกไปบวชแล้ว

 

ใครจะต้องเป็นนางเอกคนต่อไป

 

เรื่องนี้มันจะจบยังไง

 

“แล้วนายรู้ตัวตั้งแต่เมื่อไรว่าป้ายหยกหาย” เว่ยเฟิงรวบรวมสติแล้วเริ่มสอบปากคำมู่หยงฟู่อีกครั้ง

“ข้าไม่รู้หรอก ข้าไม่ได้สนแล้วก็ไม่ค่อยได้ใช้ เลยไม่ทันสังเกตว่ามันหายไปตอนไหน”

“แล้ว..มีใครมาหานายบ้างไหม หรือว่าได้ออกไปหาใครบ้างหรือเปล่า”

“ข้าไปส่งหนิงเหมย แต่ก่อนวันที่ข้าจะไปส่งหนิงเหมย เจ็ดวันก่อนหน้านั้นเฉียวฟงมาหาข้า” ท่าทางของมู่หยงฟู่ดูสบาย ผิดกับเว่ยเฟิงที่ตกใจกับชื่อตัวละครลับที่ค่อย ๆ ทยอยโผล่ออกมาเรื่อย ๆ เฉียวฟงเป็นตัวละครหนึ่งของจักรวาลกิมย้งเรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้า และเป็นเพื่อนรักของมู่หยงฟู่ จนถูกขนานนามว่า "เฉียวฟงเหนือ มู่หยงใต้" เฉียวฟง เป็นจอมยุทธคนหนึ่ง มีนิสัยซื่อสัตย์ ยึดมั่นคุณธรรม องอาจกล้าหาญ กตัญญู จิตใจกว้างขวาง ทุกเรื่องราวที่กระทำลงไป ไม่ละอายต่อฟ้า และกล้าสู้หน้ากับดิน ชอบดื่มสุราสนทนากับผู้กล้าแห่งยุทธจักร และขึ้นชื่อในฝีมือการร่ำสุราได้ครั้งละมาก ๆ แต่ก็เหมือนชะตาเล่นตลกเมื่อชาติกำเนิดของเฉียวฟงถูกเปิดเผย ช่วงนั้นเกิดกระแสความคิดชาตินิยม จึงเกิดการปลุกปั่นวางแผนของผู้อาวุโสในพรรคฯ หลายคน ทำให้เฉียวฟงถูกขับออกจากพรรค ถูกใส่ร้ายป้ายสี จนกลายเป็นศัตรูของคนทั่วทั้งยุทธภพ เว่ยเฟิงไม่รู้ว่าจี้หยางได้เอาตัวละครนี้ไปใส่ในฉบับรีไรท์ของตัวเองหรือไม่ แต่เท่าที่จำได้จากการอ่าน ไม่มีตัวละครที่ชื่อเฉียวฟงแน่นอน

"แล้วตอนนี้เฉียวฟงอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ ยังเป็นประมุขพรรคกระยาจกอยู่หรือเปล่า" มู่หยงฟู่หน้าซีดลงเล็กน้อย ถึงแม้ว่าความจริงที่เกิดกับสหายจะเจ็บปวดเพียงใดแต่ถ้าหากว่าเว่ยเฟิงต้องการความจริงมู่หยงฟู่ก็ยินดีจะตอบทุกข้อสงสัย

"เฉียวฟงถูกขับออกจากพรรคกระยาจกเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว" ในเมื่อถูกขับออกจากพรรคแล้ว ตามไทม์ไลน์ดั้งเดิมฉบับกิมย้งก็เป็นช่วงเวลาที่เฉียวฟงเริ่มเข้าสู่ด้านมืดแล้ว

"แต่เมื่อเจ็ดวันก่อนเขามาดื่มสุรากับข้าที่นี่...ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะสงสัยเฉียวฟงหรอกนะเว่ยเฟิง” มู่หยงฟู่เหมือนจะรู้ทันความคิดของเว่ยเฟิง

“ยังไงก็ยังตัดออกจากผู้ต้องสงสัยไม่ได้ เพราะเฉียวฟงมีแรงจูงใจ การถูกขับออกจากพรรคอาจจะทำให้เฉียวฟงคับแค้นใจจนฆ่าจี้เยี้ยะก็ได้ หรือบางทีเฉียวฟงอาจจะไปรู้เห็นอะไรบางอย่างของจี้เยี้ยะแล้วฆ่าก็ได้นะ เพราะอะไรที่เป็นไปไม่ได้มันมักจะเป็นไปได้เสมอ ดูอย่างตัวฉันสิ ยังทะลุเข้ามาในนิยายที่ตัวเองอ่านได้เลยอะ” เว่ยเฟิงอยากจะตบปากตัวเองสักสิบทีที่มันไปไวกว่าความคิด เขาเผลอพูดอะไรแบบนี้ออกไปอีกแล้ว

“ทะลุ...อะไรหรือ” มู่หยงฟู่ไม่พูดเปล่า ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเท้าคางแล้วเอียงคอมองมาที่เว่ยเฟิง คนถูกมองไม่ได้รู้สึกดีเท่าไรนักที่ถูกมองแบบนั้น สายตาแบบนี้มัน…

“เปล่า ๆ ไม่มีอะไรหรอก”

“......”

“หมดธุระแล้ว ไม่มีอะไรจะถามนายแล้วแหละ งั้น...พรุ่งนี้ฉันขอตัวกลับสำนักสราญรมย์แล้วกันนะ” ตอนแรกก็กะว่าจะอยู่จนกว่าจะใช้ยาของจื่อเซียนที่ให้มาหมดก่อนแล้วค่อยกลับ แต่ตอนนี้คงต้องคิดใหม่แล้ว

“......”

“ยังไงรบกวนนายช่วยจัดม้าที่แข็งแรงสักตัวให้ด้วยแล้วกัน” คราวนี้มู่หยงฟู่หน้าตาจริงจังกว่าก่อนหน้านี้มาก ราวกับเป็นคนละคน

“เจ้าอยู่ที่นี่ไปตลอดไม่ได้หรือ..เว่ยเฟิง” ไม่ว่าเปล่า ฝ่ามือของมู่หยงฟู่ก็ยื่นมาตรงหน้า กุมมือที่ชื้นเหงื่อของเว่ยเฟิงเอาไว้หลวม ๆ

“.....”

“ข้าจะเลี้ยงดูเจ้าอย่างดี ดูแลเจ้า ปกป้องเจ้าจากคนทั้งยุทธภพ” สายตาของคนทั้งคู่สบประสานกัน เว่ยเฟิงจึงได้รู้ว่า สิ่งที่มู่หยงฟู่พูดมานั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยสักนิด

“......”

“คนที่ว่าเจ้าเป็นมาร เป็นลูกศิษย์ลี้มกโช้วแล้วจะชั่วช้าเหมือนอาจารย์เจ้าข้าจะตัดลิ้นมันทิ้งเสีย” เว่ยเฟิงนึกอยากจะขอบคุณที่มู่หยงฟู่มีความรู้สึกดี ๆ ให้ แต่กับเว่ยเฟิงแล้วมันยังไม่ใช่ เขายังไม่ได้รู้สึกอะไรกับมู่หยงฟู่ มันมีคำถามมากมายเต็มไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวละครตรงหน้าเขากันแน่

“ทำไมถึง…อยากดูแลฉันล่ะ”

“.....”

“ชอบฉันถึงขนาดนี้เลยเหรอ” เว่ยเฟิงแน่ใจว่าไม่ได้หลงตัวเองอย่างแน่นอน อาการแบบนี้ คำพูดแบบนี้ คือความรู้สึกชอบของคนคนนึงนั่นแหละ

“ข้าแค่อยากมีเจ้าอยู่ข้าง ๆ อยากเห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของเจ้า อยากปกป้องเจ้า อยากดูแลเจ้า เท่าที่บุรุษผู้หนึ่งพึงกระทำได้” มือของเว่ยเฟิงถูกมู่หยงฟู่พันธนาการเอาไว้ ถึงแม้จะไม่แน่นหนามากนัก แต่เว่ยเฟิงคิดว่ามู่หยงฟู่ต้องสัมผัสถึงเหงื่อชื้นที่ซึมออกมามากกว่าปกติแน่นอน

“ผู้หญิงในเมืองนี้ สวย ๆ ทั้งนั้นแค่นายกระดิกนิ้วทีเดียวผู้หญิงพวกนั้นก็พร้อมจะเข้ามาอยู่เคียงข้างนายแล้ว ทำไมถึงยังเลือกฉัน..ที่เป็นผู้ชายล่ะ” ตอนนี้ในใจของเว่ยเฟิงมันรู้สึกวูบโหวงแปลก ๆ ความรู้สึกดีใจ เสียใจ ตกใจ ตื่นเต้น งุนงงมันตีกันให้วุ่นวายอยู่ข้างใน ทุกอย่างตอนนี้มันผสมปนเปไปหมดจนไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้ว ตัวเขาเองรู้สึกยังไงกันแน่

“ผู้หญิงพวกนั้นไม่เหมือนเจ้า นางพวกนั้นมีแต่ร้อยเล่ห์มารยา หาความจริงใจได้ยาก ไร้น้ำใจ หวังแต่ชื่อเสียงและเงินทองของข้าเท่านั้น”

“......”

“ไม่เหมือนเจ้า ที่ช่วยข้า เชื่อข้า มีความสุขกับข้าอย่างแท้จริง รอยยิ้มของเจ้างดงามยิ่งกว่าหญิงงามล่มเมืองเสียอีก ขอให้ข้าได้ดูแลเจ้านะเว่ยเฟิง อยู่กับข้าที่นี่เถอะ” เว่ยเฟิงส่งยิ้มน้อย ๆ ให้อีกฝ่าย ก่อนจะตอบตามความจริงเท่าที่สมองจะประมวลผลความรู้สึกออกมาได้

“ขอบคุณนะ ขอบคุณที่มีความรู้สึกดี ๆ ให้ แต่ตอนนี้ตัวฉันเองก็กำลังวุ่น ๆ กับเรื่องนี้ก็เลยไม่ได้คิดอะไร รอให้จบเรื่องแล้วค่อยมาคุยกันได้ไหม ถึงเวลานั้นจะให้คำตอบนะ” มันชัดเจนอยู่ในตัวเองอยู่แล้วว่าเว่ยเฟิงไม่ได้คิดอะไรกับมู่หยงฟู่แม้แต่น้อย การตอบกลับไปแบบถนอมน้ำใจน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แม้ในประโยคมันจะคล้ายกับการให้ความหวัง แต่ในท้ายที่สุดใครจะไปรู้ว่ามู่หยงฟู่อาจจะพลิกบทบาทมาเป็นพระเอก หรืออาจจะเป็นตัวละครที่ต้องคู่กับเว่ยฟิง หรืออาจจะเป็นตัวเว่ยเฟิงเอง...ที่หลงรักมู่หยงฟู่ และเหตุผลที่สำคัญก็คือ...เว่ยเฟิงยังต้องใช้ประโยชน์จากมู่หยงฟู่อยู่

“ข้ารอได้” เขากลั้นความเจ็บแปลบที่เล่นเข้าสู่หัวใจแล้วกลั้นใจตอบกลับไปอีกครั้ง

“.....”

“ข้าเองก็รู้คำตอบของเจ้าดีอยู่แล้ว”

“.....”

“แต่ก็ยังอยากจะรอ เผื่อว่าวันนั้นเจ้าจะเปลี่ยนใจ”

 

………..............................

 

จื่อเซียนยืนมองดูปลาในสระบัวกลางเรือนใหญ่ด้านหลังของสำนัก เขากำลังนึกถึงเรื่องที่เว่ยเฟิงบอกว่า การอยู่ที่สำนักสราญรมย์นั้นอุดอู้ ไม่เคยได้ออกไปไหน รู้สึกเหงา พลันในใจก็รู้สึกวูบโหวงขึ้นมา นึกไม่ถึงว่าการกระทำของเขาจะส่งผลทำให้เว่ยเฟิงรู้สึกแบบนั้น พอดีกับที่จางหยวนฟู่ออกมาจากห้องอีกด้านหนึ่ง เห็นศิษย์น้องมีอาการผิดแผกไปจากที่ควรจะเป็นจึงขอเข้าไปดูอาการเสียหน่อย

“ข้าไม่เคยเห็นเจ้าเป็นแบบนี้เลยจื่อเซียน”

“ข้า….ข้าเป็นห่วงเว่ยเฟิง กลัวว่า..จะ...จะหนีไป” พวกเขาสองพี่น้องไม่เคยมีความลับต่อกัน จื่อเซียนจึงกล้าที่จะพูดความรู้สึกที่แท้จริงออกไป แต่ก็ไม่วายแสร้งหาข้ออ้างมาต่อท้ายเพื่อแก้ต่าง

“เจ้าอย่าได้กังวลไป เขาไม่หนีเจ้าไปไหนหรอก” แต่จางหยวนฟู่เข้าใจความหมายของคำว่าเป็นห่วงของจื่อเซียนดี

“....”

“เว่ยเฟิงวรยุทธ์ร้ายกาจ ต้องดูแลตัวเองได้แน่ ๆ เขาจะต้องกลับมาอย่างปลอดภัย”

“.....”

“ข้าไม่เคยเห็นเจ้าเป็นห่วงใครเลย ช่างน่าอิจฉาเว่ยเฟิงเสียจริง” จางหยวนฟูยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

“ท่านพี่..อย่าได้-” จื่อเซียนที่กำลังกล่าวในประโยคต่อไปว่าสิ่งที่หยวนฟู่พูดมานั้นมันผิดไปหมดแล้ว เขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้น...ซะหน่อย

“ถ้าเจ้าเป็นห่วงก็ควรแสดงออกไปว่าเป็นห่วง”

“.....”

อย่าได้ปกปิดมันเอาไว้ จิตใจของคนยากแท้หยั่งถึง ถ้าเจ้าไม่บอกแล้วเขาจะรู้ได้อย่างไร”

“....”

“ทำให้เขารู้ตัวว่าเจ้าไปห่วง ไม่เช่นนั้นเจ้าจะไม่มีโอกาสได้แสดงความเป็นห่วงเขาอีก” จางหยวนฟู่พูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้นก็เดินจากไป เขายินดีหากว่าเว่ยเฟิงจะเป็นคนที่จื่อเซียนเลือก

 

 

………………………………

 

ช้าไปแล้วพ่อ อีกคนเขาบอกชอบไปแล้ว

พี่ไห่ควานยังคงได้รับหน้าที่นักชงมือวางอันดับหนึ่งในฟิคของดิฉันค่ะ

หลังจากนี้จะมาช้ากว่าเดิมนะคะ (ปกติเคยช้าขนาดไหน ต่อจากนี้ก็ช้าไปอีกค่ะ)

เพราะว่าตอนนี้รับฟรีแลนซ์มา เราต้องทำงานที่มันได้ตังก่อนอ่ะเน๊าะ

ส่วนฟิคเราแต่งเป็นงานอดิเรก ไม่ได้แต่งเป็นเชิงพาณิชย์ อย่าคาดหวังว่าเราจะต้องมาอัพบ่อย ๆ เหมือนพวกติดที่ติดเหรียญอะไรพวกนั้นเลยนะคะ

แต่สิ่งที่จะเรียกเราให้มาอัพได้ไว ๆ ก็มีแต่กำลังใจและคอมเมนท์ของทุกคนนี่แหละค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

175 ความคิดเห็น

  1. #135 Alljae (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 11:02
    พี่ค่ะ สู้เค้าๆๆๆๆ
    #135
    0
  2. #116 Nadearlsk_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 21:06
    พ่ออออรีบๆบอกเร็ววววว เดี๋ยวแม่ก็ไปอยู่กับคนอื่นซะหรอก
    #116
    0
  3. #115 anonaa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 00:25
    สงสารมู่หยงฟู่เหมือนกันนะะ นางก็รักของนางงง พ่อพระเอกก็กำลังสับสน
    สู้ๆนะคะไรท์ รอได้ค่าาาา
    #115
    0
  4. #114 Ped kabb (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 00:50
    จื่อเซียนให้ไว ใส่เกียร์หมาไปเลยย
    #114
    0
  5. #113 BaNa gso (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 18:54
    ฉันไม่อะไรมากหรอกค่ะ แค่ไรท์ยังมาอัพให้อ่านก็พอ
    #113
    0
  6. #112 momoji46 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 14:21
    รอค่าไรท์เป็นกำลังใจให้ค่า
    #112
    0
  7. #111 Tisalnohc (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 06:30
    สนุกมาก ฮื่ออออ สู้ๆนะไรท์~
    #111
    0
  8. #110 17122512 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 04:42
    ชัดเจน
    #110
    0
  9. #109 R.chura (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 00:33
    เขินมู่หยงฟู่

    แงงงงงง จื่อเซียนจะช้าไม่ได้แล้วนะะะ
    #109
    0