[Rewrite] ]ทะลุมิติทั้งทีขอเป็นพระเอกไม่ได้หรือไง #ป๋อจ้าน

ตอนที่ 13 : เทศกาลดอกไม้ไฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 792
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    20 เม.ย. 63

 

 

13

ดอกไม้ไฟ

เมื่อรับรู้เรื่องราวทั้งหมดก็เกิดความวูบโหวงบางอย่างอยู่ภายในใจ ความตั้งใจของมู่หยงฟู่เพียงต้องการรวบรวมตระกูลที่แตกสลายให้กลับมาเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด เขากลายเป็นคนโหดเหี้ยมที่ทั่วยุทธจักรเดียดฉินนินทา ไม่ว่าจะเรื่องห่าเหวอะไรก็โทษมู่หยงฟู่คนนี้ไปเสียหมดแม้ว่าเรื่องนั้นเขาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย

ครั้งนี้มู่หยงฟู่รับปากกับเว่ยเฟิงว่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่แต่วันนี้เขามีธุระสำคัญที่ต้องจัดการ เลยให้บ่าวไพร่ในตระกูลต้อนรับเว่ยเฟิงไปก่อน

ห้องที่เว่ยเฟิงพักเป็นห้องที่ติดกับห้องของมู่หยงฟู่ที่สุด มันใหญ่โตแต่ก็ดูเรียบง่ายและเบาสบายในเวลาเดียวกัน เว่ยเฟิงผลักบานหน้าต่างไม้ออกไป สายลมอ่อน ๆ พัดโชยมากระทบผิวหน้า วิวทิวทัศน์ภูเขาหินสวยงามทำให้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางเบาบางลงได้ค่อนหนึ่ง ตั้งแต่เซียวจ้านเริ่มมีอาการภูมิแพ้ นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาได้หายใจเต็มปวดด้วยสองรูจมูก เขานึกน่าอิจฉาร่างกายที่แข็งแรงของเว่ยเฟิงที่ไม่เป็นภูมิแพ้แบบเขา

"ห้องนี้เป็นอย่างไร เจ้าชอบหรือไม่" เสียงเจ้าของตระกูลดังอยู่ด้านหลัง รายนั้นเข้ามาเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้ง

"ชอบสิ อากาศดีมากเลย" เว่ยเฟิงยิ้มขอบคุณจนตาหยี

"เจ้าชอบข้าก็ดีใจ...คืนนี้จะมีการจุดดอกไม้ไฟเพื่อส่งเทพเจ้ากลับสวรรค์ตามประเพณีของที่นี่ ถ้าหากว่ากลับมาทัน ข้าจะพาเจ้าไปดู ดีหรือไม่"

"พลุน่ะเหรอ" เว่ยเฟิงถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น เขาไม่ได้เห็นพลุมานานเท่าไรแล้วนะ

"อ่า...น่าจะใช่" แม้จะไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เว่ยเฟิงพูดมากนัก แต่มู่หยงฟู่ก็เดาว่ามันน่าจะเป็นอย่างเดียวกัน

"โอเคเลย ถ้านายกลับมาทันเดี๋ยวเราไปดูพลุกัน" เว่ยเฟิงอยากออกไปเปิดหูเปิดตานานแล้ว ถ้าได้ไปเที่ยวในช่วงเทศกาลแบบนี้ก็คงจะดีไม่น้อยเลยจริงๆ มู่หยงฟู่แม้จะไม่เข้าใจภาษาแปลก ๆ ของเว่ยเฟิงสักเท่าไร แต่เมื่อเห็นใบหน้างดงามดุจหยกล้ำค่ากอปรกับรอยยิ้มสดใสเช่นนั้นแล้ว ความเคลือบแคลงใจทั้งหมดที่มีก็พลันสลายไปจนสิ้น

เพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง เขาจึงหลับพักผ่อนบนเตียงหลังใหญ่ไปอย่างง่ายดาย ร่างกายนั้นพลิกไปมาอยู่หลายที ดวงตาหนักอึ้ง รู้สึกตัวบ้างเป็นบางครั้ง คงเป็นเพราะคืนก่อนเดินทางเว่ยเฟิงได้นอนไปแค่สามชั่วโมงเท่านั้น ร่างกายยังคงโหยหาการพักผ่อนจนกว่าความเหนื่อยล้านั้นจะสิ้นสุดไป

เมื่อถึงเวลาที่ร่างกายพักผ่อนจนเต็มที่ดวงตาที่เคยปิดสนิทก็ค่อย ๆ เปิดขึ้น ใบหน้าคมคายเกลี้ยงเกลา ดวงตาสีนิลกำลังจ้องมองมาทางเขา แม้จะพร่ามัวในคราแรกแต่เว่ยเฟิงก็จำได้ดี

"เจ้าตื่นแล้วหรือ" เป็นมู่หยงฟู่ที่เอ่ยทักขึ้นพร้อมกับรินชาร้อนลงในถ้วยกระเบื้องใบเล็กของเขา ควันสีขาวลอยขึ้นสู่อากาศส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ อบอวลอยู่ภายในห้อง เว่ยเฟิงรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย เขาพลิกตัวหนึ่งครั้งพร้อมกับควานหาอะไรบางตรงหัวนอน

"โทรศัพท์อยู่ไหนอะ" แม้เสียงจะอู้อี้ติดงัวเงียแต่มู่หยงฟู่ได้ยินชัดเจน

"เจ้าว่าอะไรนะ" ถึงแม้จะได้ยินชัดเจนแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เว่ยเฟิงพูดมันคืออะไร

"อ่อ...เปล่า ไม่มีอะไร" เว่ยเฟิงดีดตัวเองขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมปฏิเสธ เขาเผลอพูดอะไรไม่เข้าท่าออกไปอีกแล้วเพราะความเคยชินที่ชอบวางโทรศัพท์ไว้บนหัวนอนเวลาตื่นก็มักจะคว้ามันเอามาดูเวลาเป็นสิ่งแรก

"แล้วนี่กี่โมงแล้ว" เขาถามทิ้งไว้ก่อนจะลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นเสียหน่อย ส่วนคนฟังก็ได้แต่ขมวดคิ้วตีความหมายของคำถามนั้น...สำนวนภาษาพวกนี้เป็นชื่อเรียกเฉพาะของสำนักสุสานโบราณหรืออย่างไรกัน

"ยามซวีแล้ว (19.00-20.59น.) "

"ยามซวี….." เว่ยเฟิงทำท่าคิด นึกคับแค้นใจที่ชอบหลับคาบภาษาจีนและประวัติศาสตร์ ถ้าตั้งใจเรียนอีกสักนิดก็ไม่ต้องมานึกให้ปวดหัวแบบนี้หรอก

"ข้ามารับเจ้าไปดูดอกไม้ไฟด้วยกัน"

วันนี้ผู้คนพลุกพล่านมากเป็นพิเศษเพราะเทศกาลสักการะศาลเจ้าหลักเมืองที่อยู่แถบชานเมืองเหอซ่านแล้ววันนี้ก็เป็นวันที่จุดดอกไม้ไฟเพื่อแสดงความเคารพต่อเทพเจ้าที่ปกปักรักษาเมืองเหอซ่านนี้ พ่อค้าแม่ค้าต่างพากันส่งเสียงร้องเรียกลูกค้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ส่วนเว่ยเฟิงก็ทำหน้าที่เป็นลูกค้าที่ดีด้วยการแวะมันเกือบจะทุกร้านไป ส่วนมู่หยงฟู่ก็ทำหน้าที่ไกด์พาเที่ยวอย่างดี ไม่ว่าเว่ยเฟิงจะแวะกี่ร้านก็ไม่เคยบ่นแถมยังซื้อของให้เว่ยเฟิงแบบไม่มีอั้นอีกด้วย

ไม่นานนักมู่หยงฟู่ก็พามายังโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเหอซ่าน ก้าวเท้าเข้ามาได้ก้าวเดียวก็มีคนกรูกันออกมาต้อนรับการมาของมู่หยงฟู่ทันนี้ ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะมีการเตรียมการเอาไว้แล้ว พวกเขาถูกพาขึ้นมายังชั้นสามของโรงเตี๊ยมซึ่งเป็นลานเปิดกว้าง ไม่มีหลังคา มีโต๊ะรองรับลูกค้าอยู่ไม่มากนัก คงเปรียบเทียบได้กับร้านเหล้าชั้นดาดฟ้าในกรุงเทพมหานครฯ และโซนที่พวกเขาได้ก็ดูเหมือนจะเป็นโซนวีไอพีเสียด้วยสิ

“เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าชอบหรือไม่” มู่หยงฟู่ถาม

“ชอบสิ บรรยากาศดีมากเลย คนไม่ค่อยเยอะด้วย” หันไปมองรอบ ๆ ก็พบว่าตรงนี้เป็นที่ที่ดีที่สุด ไม่มีอะไรมาบังทัศนียภาพ มีลมเย็น ๆ จากเทือกเขาเหอซ่านพัดมาตลอด แถมผู้คนก็ไม่พลุกพล่านมากนักถึงจะเป็นเทศกาลก็ตาม

“ตรงนี้เจ้าจะเห็นดอกไม้ไฟนับพันได้อย่างชัดเจนเลย ข้าเตรียมทั้งหมดนี้ไว้ให้เจ้าคนเดียวเลย”

“ทำไมเอาใจเก่งจัง แสดงว่าก่อนหน้านี้นายก็เคยทำแบบนี้กับคนอื่น ๆ ล่ะสิ” เว่ยเฟิงไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองว่าอีกฝ่ายคิดกับเขาเกินเลยไปกว่าคำว่า..อะไรก็แล้วแต่ที่พวกเขากำลังเป็นอยู่ แต่ไอ้การกระทำแบบนี้เว่ยเฟิงดูออกว่าเขาคงไม่ใช่คนแรกหรอกที่ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้

“เข้าใจผิดแล้ว เจ้าเป็นคนแรก” มู่หยงฟู่ส่งยิ้มให้ พลางส่งจอกสุรายื่นให้คนตรงหน้า “นี่เป็นสุราชั้นเลิศของเมืองเหอซ่าน เจ้าลองสิ” เว่ยเฟิงไม่ปฏิเสธ ไอ้พวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่ขอให้บอกเถอะ ถึงไหนถึงกัน ไม่เมาอย่ามาเรียกว่า เซียวจ้าน เพียงแค่น้ำสีใสเข้าปากใบหน้าเขาก็เหยเกจนแทบจะไม่เหลือเคล้าเดิม ก่อนจะพยายามกลืนมันลงคออย่างยากลำบาก แม้ก้อนร้อนนั้นจะไหลผ่านลำคอไปแล้วหากแต่ยังหลงเหลือกลิ่น รสชาติและความร้อนของมันเอาไว้ ให้ตายเถอะ สุราชั้นเลิศจริงเหรอเนี่ย ส่วนอีกฝ่ายตรงข้ามของเว่ยเฟิงนั้นกรอกมันลงปากไปในพริบตาเดียว ใบหน้านั้นยังหล่อเหลาเหมือนเดิม

“เป็นอย่างไรเล่า...ถูกปากเจ้าหรือไม่”

“มันแรงมากเลยนะ แอลกอฮอล์กี่เปอร์เซ็นต์เนี่ย” เขามองมันอย่างขยาด เป็นเหล้าที่แรงที่สุดที่เคยกินมาเลยด้วยซ้ำ เหล้าขาวของจีนปกติก็เกินหกสิบดีกรีแล้ว แล้วนี่เหล้าโบราณที่ไม่มีการควบคุมปริมาณแอลกอฮอล์เล่า มันมากเท่าไรกัน

“เอ่อ...อะไรคือ เอว…”

“ช่างมันเถอะ เอาเป็นว่า ถ้ากินมากกว่านี้ฉันเมาแน่” แค่นี้เขาก็รู้สึกมึนขึ้นมานิดหน่อยแล้ว หลังจากจอกนั้นเว่ยเฟิงก็ไม่ได้แตะต้องมันอีก เขาเลือกกินแต่ของกินเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น พร้อมกับการสนทนาเรื่องราวต่าง ๆ อย่างสนุกสนาน

ดอกไม้ไฟนับพันลูกจุดขึ้นบนฟ้าแตกตัวกระจายเป็นเกร็ดไฟสวยงามส่องสว่างทั่วผืนฟ้าที่มืดสนิท เว่ยเฟิงไม่มีโอกาสได้เห็นพลุสวย ๆ แบบนี้มานานเท่าไรแล้วนะ

สักพักใหญ่กว่าทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ความสงบ เว่ยเฟิงเลือกที่จะไปเดินเล่นบนถนนอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่เกรงใจมู่หยงฟู่อีกต่อไป เว่ยเฟิงเลือกซื้อของแทบจะทุกอย่างที่ตัวเองถูกใจ ตั้งแต่ของเล่นไม้ชิ้นเล็ก ๆ รวมไปถึงหยกประดับที่เขาหมายตาเอาไว้ในตอนแรก ส่วนอีกคนนอกจากจะเป็นคนจ่ายเงินให้แล้วยังต้องหอบหิ้วของพะรุงพะรังมากมายเดินตามเว่ยเฟิงต้อย ๆ อีกด้วย

 

มู่หยงฟู่ นายเปย์ขนาดนี้ พระเอกอายแล้วนะ ทำไรเกรงใจพระเอกบ้างงงง

 

“หนักไหม ให้ช่วยหรือเปล่า” เว่ยเฟิงหันมองคนที่เดินอยู่ข้าง ๆ แล้วก็เกิดความรู้สึกผิดขึ้นมา อาการหน้ามืดตามัวตอนซื้อของมันมาอีกแล้ว นี่ถ้าหากเป็นบัตรเครดิตก็คงเต็มวงเงินไปไม่รู้กี่ใบแล้ว แต่มันไม่มีทางเต็มวงเงินหรอก เพราะเขาทำบัตรแบบไม่จำกัดวงเงินยังไงล่ะ ฮ่า ๆ

“ไม่ต้องหรอก เพราะมันหนัก เจ้าควรถนอมมือของเจ้าเอาไว้นะ” ในเมื่ออีกฝ่ายว่าแบบนั้น เว่ยเฟิงก็ไม่ได้เถียงอะไรกลับไป ดีซะอีก มีคนถือให้ เขายิ้มให้กับตัวเองก่อนจะหันไปบอกมู่หยงฟูว่าอยากจะกลับแล้ว

หลังจากที่เดินเที่ยวจนหนำใจก็สมควรแก่เวลาที่เขาควรจะกลับไปพักผ่อน พรุ่งนี้ยังมีภารกิจสำคัญรออยู่ เว่ยเฟิงเอาของทั้งที่ซื้อมาวันนี้จัดวางเข้าที่ให้เรียบร้อยและคิดว่าคืนนี้เขาควรพักผ่อนเสียที มือบางปลดผ้าคาดเอวและเสื้อตัวนอกอย่างไม่รีบร้อนมากนักแต่ทุกอย่างก็หยุดชะงักเพราะมีใครบางคนที่ไม่ได้รับเชิญบุกรุกเขาถึงห้องนอน

“จื่อเซียน!!! มาได้ยังไงเนี่ย” ดวงตาสุกใสเบิกโพลงเมื่อเห็นว่าผู้บุกรุกเป็นใคร เวลานี้จื่อเซียนควรจะอ่านหนังสืออยู่ที่สำนักสราญรมย์ไม่ใช่หรือไง

“เจ้าสืบความจากมู่หยงฟู่ถึงไหนแล้ว” จื่อเซียนถามเสียงเรียบพร้อมกับสายตาว่างเปล่าที่ตวัดมองไปทางเว่ยเฟิง คนถูกมองลอบกลืนก้อนน้ำลายหนืดอย่างยากลำบาก ทำไมต้องรู้สึกผิดขนาดนี้ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิดด้วย

“เอ่อ...ยังไม่ได้ถามเลย”

“หึ ก็มัวแต่เที่ยวเล่นกับมู่หยงฟู่อยู่น่ะสิ” ไม่พูดเปล่าเขาหันไปมองข้าวของมากมายที่วางอยู่บนโต๊ะ ในใจพลันเหมือนโดนเชื้อเพลิงชั้นดีสาดใส่ไฟที่กำลังครุกรุ่นให้ลุกโชนขึ้น

“ก็แค่ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย” ถ้าหากว่ากล่าวตามความจริงเขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ยังไงพรุ่งนี้มูหยงฟู่ก็ให้ความร่วมมืออยู่แล้ว นี่ผ่านมาแค่วันเดียวเองไม่รู้ว่าจื่อเซียนจะรีบอะไรหนักหนา แต่เขาก็ไม่สามารถพูดออกไปอย่างที่ใจคิดได้

“เดี๋ยวฉันก็กลับแล้ว ไม่ต้องมาคุมถึงขนาดนี้ก็ได้”

“.......”

“กลับไปเถอะ ฉันจะอาบน้ำแล้ว” พูดจบเว่ยเฟิงก็จัดการถอดเสื้อตัวนอกออกที่ค้างไว้ก่อนหน้านี้ ไม่นานนักท่อนบนก็เปลือยเปล่าเผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดราวกับได้รับการบำรุงและถนุถนอมมาอย่างดี

“นั่น..นั่นเจ้าทำอะไร” จื่อเซียนเห็นแบบนั้นก็เบือนหน้าหนีทันที เขาได้แต่ก่นด่าอยู่ในใจว่าเหตุใดเว่ยเฟิงจึงไร้ยางอายเช่นนี้ เขานั่งอยู่ตรงนี้แท้ ๆ ยังจะกล้าถอดเสื้อผ้าอีก

“ก็บอกว่าจะอาบน้ำไงเล่า” พูดจบประโยคไม่ถึงเสี้ยววินาทีทั้งคู่ก็หันมองหน้ากันทันทีเพราะรับรู้ถึงการมาของใครบางคน แน่นอนว่าจื่อเซียนจะไม่ยอมออกไปจากห้องนี้และไม่จะไม่ยอมให้มู่หยงฟู่อยู่กับเว่ยเฟิงในห้องนอนสองต่อสองเป็นแน่ ทันทีที่ร่างของจื่อเซียนหายเข้าไปใต้เตียงหลังใหญ่ บานประตูไม้ก็ถูกเปิดออกอย่างแรง

“เมื่อครู่เจ้าคุยกับใคร..ข้าเหมือนได้ยินเสียง” เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เว่ยเฟิงกำลังใช้สมองอันน้อยนิดนี้ประมวลผลว่าจะโกหกคนที่มีวรยุทธ์ล้ำเลิศเกือบจะเทียบเท่าพระเอกอย่างไรดี มู่หยงฟู่จะมีไอคิวมากน้อยแค่ไหนกัน

“ฉัน….ร้องเพลงน่ะ อารมณ์ดี ก็เลยร้องเพลง” เว่ยเฟิงปรับสีหน้าท่าทางให้เป็นปกติและเอาประสบการณ์ในการแสดงมาใช้ให้เกิดประโยชน์

“แล้ว ทำไมเจ้าถึงถอดเสื้อผ้าแบบนั้นเล่า”

“เอ่อ..พอดี-”

“ถอดรอข้ามาอาบให้อย่างนั้นใช่หรือไม่”

“เอ่อ..” เจอประโยคนี้เข้าไป เคยแสดงละครมากี่เรื่องก็ปิดสีหน้าไม่อยู่แล้ว มู่หยงฟู่ยังเดินเข้ามาใกล้มากกว่าเดิมก่อนที่มือข้างหนึ่งจะเกี่ยวรั้งเอาเอวบางของเว่ยเฟิงเข้ามาจนอวัยวะด้านล่างของทั้งคู่แนบชิดกันแทบจะทุกส่วน

“รุกหนักจังวะ” เว่ยเฟิงบ่นกับตัวเองเบา ๆ พร้อมกับเบือนหน้าหนีเพื่อสร้างระยะห่างให้มากขึ้นเพื่อความปลอดภัย

“เจ้าว่าอย่างไรนะ”

“เปล่า ๆ วันนี้ฉันเหนื่อยแล้ว ขอพักนะ” เว่ยเฟิงดันแผงอกมู่หยงฟู่ออกซึ่งมันก็น่ายินดีที่อีกฝ่ายยอมถอยออกไปอย่างง่ายดายและก็ไม่ได้มีสีหน้าท่าทางสลดแต่อย่างใด ใบหน้าหล่อเหลานั้นยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจกับผลงานของตัวเอง

“ถ้าเจ้าเหนื่อยก็ให้ข้าช่วยอาบน้ำดีหรือไม่เล่า”

“ให้ฉันอาบเองเถอะนะ” เว่ยเฟิงพูดกล่อมต่ออีกสองสามประโยคอีกฝ่ายจึงยอม เขาหันหลังกลับเตรียมชักเท้าจะออกไปจากห้องไม่วายสายตาคู่คมตวัดมองไปที่เตียงหลังกว้างนั้นก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างผู้ชนะ เมื่อทุกอย่างเข้าสู่ความสงบอีกครั้งจื่อเซียนจึงออกจากที่ซ่อนตัว

“ถ้ามู่หยงฟู่โผล่มาอีก คราวนี้ฉันไม่ช่วยแล้วนะ”

“.....”

“จะปล่อยให้ฆ่ากันให้ตายไปเลย” เว่ยเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย วันนี้เขาเหนื่อยจริง ๆ ไหนจะต้องมาเจอเด็กเอาแต่ใจอย่างจื่อเซียน ไหนจะต้องมารับมือไอ้หื่นกามแบบมู่หยงฟู่อีก มันเหนื่อยจริง ๆ นะ ขอความสงบสุขให้ชีวิตนี้หน่อยเถอะ

เว่ยเฟิงไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเดินไปยังอีกฟ้ากของห้องที่แยกส่วนให้เป็นที่อาบน้ำ สะบัดนิ้วเพียงหนึ่งครั้งตะเกียงที่อยู่หลังฉากกั้นก็สว่างขึ้นทันที เขาปลดเปลื้องอาภรณ์ทั้งหมดจนตัวเปลือยเปล่าอยู่หลังฉากกั้น เรือนผมยาวดำขลับนั้นถูกเกล้าขึ้นไว้กลางหัวด้วยปิ่นไม้ ขาเรียวยาวก้าวลงถังไม้อย่างผ่อนคลาย ทุกอย่างหลังฉากกระดาษนั้นอยู่ในสายตาของจื่อเซียนทั้งหมด ก้อนเนื้อข้างซ้ายทำงานอย่างรุนแรง ในอกคล้ายมีคนมาราดเชื้อเพลิงชั้นดีให้ไฟลุกโชน ร่างกายร้อนรุ่มราวกับธาตุไฟเข้าแทรกจนอยากที่จะควบคุมปราณให้สงบนิ่งได้อีกครั้ง

ความรู้สึกแบบนี้มันอะไรกัน

 

 

 

 

……………………………………….

กลับมาตามสัญญแล้วววว สวัสดีปีใหม่ค่ะทุกคน

ขอให้รีดของเรามีสุขภาพแข็งแรง เติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงและผ่านเรื่องร้ายไปได้อย่างเข้มแข็งนะคะ

วันนี้วันที่ 4 มกรา เป็นวันคล้ายวันเกิดของเราเอง เนื่องในวันเกิด

เราอยากจะขอขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม

ขอขอบคุณที่ให้ความรักกับเว่ยเฟิง จื่อเซียน แล้วก็ตัวละครทุกๆตัวนะคะ

เนื่องในวันนี้วันเกิดเราก็อยากจะขอของขวัญจากรีดทุกคนเป็นคอมเมนท์คนละหนึ่งคอมเมนท์

เพื่อเป็นกำลังใจให้เรานะคะ ขอบคุณทุกๆคนที่ติดตามค่ะ

สัญญาว่าจะแต่งให้จบและเปิดอ่านฟรีไม่ติดเหรียญแน่นอนค่ะ

**

ดีกรี กับ แอลกอฮอล์คือเท่ากันนะคะ เช่น

เหล้า 40 ดีกรี กับ แอลกอฮอล์ 40% เท่ากับว่าทั้งสองอย่างนี้แอลกอฮอล์เท่ากันค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

175 ความคิดเห็น

  1. #147 Karnked (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 15:49
    เลือกยากอยู่นะจะขึ้นลำไหนดีอ่ะ
    #147
    0
  2. #124 Pigapao (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:38
    ชอบรูปประกอบอะ
    #124
    0
  3. #122 Nui Namitta (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 18:56
    เปย์หนักมากค่าส
    #122
    0
  4. #108 โอ๊ะโอ น่ารักเหรอ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 15:07

    งานนี้เปลี่ยนเรือกันค่อนลำ...น่าสงสารเค้านะคะ
    #108
    0
  5. #107 ρ о і ѕ о ɴ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 07:15
    ไม่ชิปำระเอกกับนายเอกแล้วได้มั้ย ชอบคนกระเป๋าหนัก ;______;
    #107
    0
  6. #106 noodern (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 19:41

    555555555555555

    #106
    0
  7. #105 Kawaiimm (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 22:14
    นายมู่กลับมาคราวนี้รุกหนักเปย์แรงจนพระเอกชิดซ้ายไปเลยจ้าาา
    #105
    0
  8. #103 anonaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 22:19
    งื้อออ เรือหลักก็ดี เรือรองก็มาแรง ชอบมากกกก สู้ๆนะคะไรท์ happy birthday and happy new year นะคะ เริ้บบบบ ❤
    #103
    0
  9. #102 ALOHA25 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 18:13
    สนุกมากค่าาา
    #102
    0
  10. #101 Tisalnohc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 16:40
    สาหนุกกก~ แล้วก้เฮชบีดีไรท์นะ สู้ๆ
    #101
    0
  11. #100 momoji46 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 07:57

    H. B. D ค่าไรท์
    #100
    0
  12. #96 NoonSrichanthep (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 00:35
    กรี๊ดดดด มู่หยงฟู่เจ้าร้ายกาจจจ ตายๆเปลี่ยนเรือดีมั้ย555555 แหมมมมแอบตามเว่ยเฟิงมา หวง สะกดแบบนี้นะจื่อเซียนน

    HBD.ไรท์นะค้าา ขอให้มีความสุขมากๆสุขภาพแข็งแรงมีนิยายดีๆมาให้รีดเดอร์อ่านแบบนี้ตลอดไปเลยยนะคะ ไม่ทิ้งไรท์ไปไหนแน่นอนค่าา รอติดตามเสมออ เลิฟฟฟ
    #96
    0
  13. #95 Ped kabb (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 00:05
    HBD สุขสันต์วันเกิดนะคะไรต์ฯ ขอให้มีความสุขมากๆ มีเงินเยอะๆๆๆ และก็อยู่กับรีดฯที่น่ารักทุกๆคนไปนานๆเลย อย่าทิ้งนะคะ555
    #95
    0
  14. #94 Nekuta (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 23:01
    อิพี่ภาพหลังฉากกั้นเซ็กซี่มากหรือไม่-.,-
    ปล. HBD ค่าาา มีความสุขมากๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ รอตอนต่อไป~
    #94
    0
  15. #93 NoungjuneNoung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 22:36
    แอบดูพี่จ้านอาบน้ำหรออออ
    #93
    0
  16. #92 17122512 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มกราคม 2563 / 22:25
    สุขสันต์วันเกิดนะคะ
    #92
    0