[Rewrite] ]ทะลุมิติทั้งทีขอเป็นพระเอกไม่ได้หรือไง #ป๋อจ้าน

ตอนที่ 11 : พยานวัตถุชิ้นที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 996
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    16 เม.ย. 63

11

พยานวัตถุชิ้นที่ 1

 

เพราะคำชวนของจี้หยางที่บอกว่า ‘แล้วทำไมคืนนี้เราไม่ไปหาเบาะแสที่ห้องนอนของจี้เยี้ยะกันเลยล่ะครับ’ ทำให้ทั้งสามคนที่ต้องลอบเข้าห้องนอนของจี้เยี๊ยะอย่างกับหนังสายลับ

ในตอนแรกจี้หยางและเว่ยเฟิงตกลงกันว่าจะไปกันแค่สองคนแต่คนทั้งคู่ดันไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์ในการตายของจี้เยี้ยะเลยสักอย่างและคนที่รู้เพียงคนเดียวจากคำบอกเล่ากั๋วชิ่งก็คือจื่อเซียน กว่าอีกคนจะยอมไปด้วยก็ต้องเกลี้ยกล่อมกันนานเกือบร่วมชั่วโมง

จี้หยางอาสาเป็นคนนำทางเข้ามายังห้องนอนของจี้เยี้ยะ ทั้งหมดค่อยๆ เดินไปตามทางที่มืดจนแทบจะสนิทมีเพียงแสงจันทร์จากคืนข้างขึ้นเท่านั้นที่สาดส่องมาเห็นบ้างเล็กน้อย เพียงไม่นานก็มาอยู่ภายในห้องของอดีตเจ้าสำหนักง๊อไบ๊ได้อย่างง่ายดาย เว่ยเฟิงสะบัดแขนเสื้อเสี้ยววินาทีหนึ่งตะเกียงภายในห้องก็สว่างขึ้น

“แยกย้ายกันหาหลักฐาน” เว่ยเฟิงออกคำสั่งสถาปนาตัวเองเป็นหัวหน้าทีมสืบสวนเฉพาะกิจ

“จะไปหาจากที่ไหนล่ะครับ พวกลูกศิษย์คนอื่นๆ เก็บกวาดกันไปหมดแล้ว” เป็นจี้หยางที่ออกความเห็นหลังจากเห็นห้องนอนจี้เยี้ยะที่ถูกเก็บกวาดสะอาดเรียบร้อยราวกับไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นมาก่อน

“มันต้องมีสิ จะต้องมีหลักฐานเหลืออยู่บ้าง ยังไงก็ต้องมี ขนาดในซีรี่ส์สืบสวนสอบสวนที่คนร้ายเก็บกวาดสถานที่เกิดเหตุอย่างดียังมีร่องรอยทิ้งไว้เลย” ไม่อยากจะคุยเลยว่าเว่ยเฟิงเป็นแฟนซีรี่ส์สืบสวนสอบสวนแทบจะทุกสัญชาติ

“ก็นั่นมันหนังนี่ครับ” จี้หยางหน้ามู่ทู่ กลีบปากอมชมพูนั้นเบะคว่ำลง

“รีบหาเถอะน่า เร็วเข้า แยกย้าย” สิ้นสุดคำสั่งทั้งจี้หยางและเว่ยเฟิงก็แยกย้ายกันหาตามที่ต่าง ๆ อย่างไร้จุดหมาย ไม่รู้ว่าควรจะหาอะไร แล้วถ้าหาไปจะเจออะไร

“เอ้าา ยืนทำไมอยู่เฉย ๆ ล่ะ มาช่วยกันสิ” เว่ยเฟิงหันไปเห็นจื่อเซียนที่ยืนนิ่งไม่ยอมทำอะไรก็ว่าเข้าให้หนึ่งประโยค

“แล้วจะให้ข้าหาอะไร” จื่อเซียนยังไม่ค่อยเข้าใจที่เว่ยเฟิงสักเท่าไร เขายังคงยืนแข็งทื่อเพราะความไม่เข้าใจในประโยคของเว่ยเฟิงและคำพูดอื่น ๆ ที่คุยกับจี้หยางก่อนหน้านี้

“หาอะไรก็ได้ที่เหมือนจะเป็นร่องรอยของคนที่มาฆ่าจี้เยี้ยะไง”

“......” จื่อเซียนไม่ได้ตอบอะไรเขาเพียงหมุนตัวกลับเพื่อทำในสิ่งที่ตนเองเข้าใจ เขาเดินแยกออกไปอีกทางแล้วก้ม ๆ เงย ๆ อยู่แถว ๆ หน้าต่างห้องพัก เห็นแบบนั้นเว่ยเฟิงก็โล่งใจว่าอีกฝ่ายคงเข้าใจที่พูดไปแล้ว เขาจึงตั้งหน้าตั้งตาหาสิ่งที่คาดว่าน่าจะหลงเหลืออยู่บ้าง

“เว่ยเฟิง ข้าว่า..เจ้ามาดูตรงนี้หน่อย” แม้เสียงในประโยคจะไม่ดังมากแต่ก็เรียกความสนใจจากคนทั้งคู่ที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อย่างไม่มีจุดหมายว่าตัวเองจะเจออะไรได้เป็นอย่างดี พอได้ยินประโยคนั้นจากจื่อเซียนก็รีบรุดเข้าไปตรงนั้นทันที

ที่ขอบหน้าต่างมีรอยดินแห้งกรังหย่อมหนึ่ง และดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้มันจะเป็นโคลนเมื่อเวลาผ่านไปก็แห้งกรังกลายเป็นเศษดินแห้ง ๆ และหน้าต่างบานนั้นก็ถูกปิดเอาไว้ถ้าไม่สังเกตจริงๆ ก็ไม่ทางรู้เลย

“ช่วงนี้ฝนไม่ตก คาดว่าน่าจะเป็นฤดูร้อน” เว่ยเฟิงเองก็ไม่แน่ใจว่าในนิยายเล่มนี้และไทม์ไลน์ของนิยายในตอนนี้เป็นฤดูอะไร แต่จากเท่าที่สังเกตและรู้สึกก็น่าจะฤดูร้อน “ใช่ไหม” เขาหันไปถามเพื่อขอความมั่นใจจากจื่อเซียนซึ่งความตอบที่ได้แม้เป็นเพียงพยักหน้ารับเบา ๆ เป็นเครื่องยืนยันว่าการคาดเดาของเขานั้นถูกต้อง

“ถ้างั้น...ที่ที่คนร้ายอยู่จะต้องติดริมแม่น้ำ ไม่ก็ทางผ่านจะต้องมีแม่น้ำไหลผ่าน” ข้อสันนิษฐานของเว่ยเฟิงทำให้ทุกคนคล้อยตามได้อย่างง่ายดาย ในลำดับต่อไปเขาจะต้องมานั่งไล่ตัวละครว่าใครบ้างที่มีถิ่นฐานที่ติดกับแม่น้ำลำธารหรือเมืองไหนบ้างที่ถ้าต้องเดินทางมายังสำนักง๊อไบ๊แล้วจะต้องผ่านแม่น้ำ

“มีคนกำลังมา” เพียงชั่วครู่ที่ความเงียบเข้าปกคลุมจื่อเซียนก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนจำนวนหนึ่งกำลังเดินอยู่ไม่ไกลมากนัก

“หาที่หลบเร็ว!! ” จี้หยางกับเว่ยเฟิงวิ่งแยกกันไปคนละทางอย่างคนรู้งาน เจ้าของประโยควิ่งไปหาที่หลบที่ใกล้ที่สุดนั่นคือใต้เตียงส่วนจี้หยางวิ่งไปทางโต๊ะน้ำช้าที่อยู่อีกฟ้ากหนึ่งของห้อง เว่ยเฟิงค่อย ๆ ขยับตัวเข้าใต้เตียงของจี้เยี้ยะ เมื่อตัวเองได้ที่หลบแล้วเขาจึงลอบมองออกไป ก็เห็นว่าจื่อเซียนยังอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน

“นี่!! จื่อเซียน!! เข้ามาหลบตรงนี้!! ” เสียงเรียกจากเว่ยเฟิงทำให้จื่อเซียนได้สติแล้วเข้าไปหลบใต้เตียง โชคดีที่ยังพอจะมีพื้นที่เหลือสำหรับอีกคนพอดี

“ให้ผมหลบด้วยสิ” เสียงจี้หยางที่กำลังก้มมองพวกเขาที่ใต้เตียงแม้จะไม่ดังมากแต่เว่ยเฟิงได้ยินมันชัดเจนและตอบกลับไปทันที

“เต็มแล้ว ๆ ไปหลบใต้โต๊ะนู่นไป” จี้หยางยอมกลับไปยังใต้โต๊ะน้ำชาที่ทั้งแคบและเล็กอีกครั้ง เสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น แต่ให้ตายเถอะ

 

 

พวกเขาลืมดับตะเกียง!!!

 

 

“เชี่ย ลืมดับไฟ” เว่ยเฟิงอุทานไม่ดังมากนักเขากำลังจะสะบัดมือเพื่อส่งพลังปราณไปดับไฟแต่ดูเหมือนว่าจื่อเซียนจะไวกว่า เขาสะบัดมือเพียงเล็กน้อยห้องทั้งห้องก็อยู่ในความมืดและเพียงไม่ถึงนาทีก็มีศิษย์จากง๊อไบ๊เข้ามาในห้องนี้

“ตรวจดูความเรียบร้อย” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งออกคำสั่ง เว่ยเฟิงนึกอยากจะชะโงกหน้าออกไปดูให้รู้แล้วรู้รอดแต่ก็ทำไม่ได้ สิ่งที่ทุกคนเห็นเหมือนกันคือข้อเท้าของผู้ที่มาใหม่เท่านั้น

เว่ยเฟิงจ้องมองเหล่าข้อเท้านั้นว่าจะไปทิศทางใดบ้างแต่พลันสายตาก็ไปสะดุดกับใบหน้าคมคายของจื่อเซียน แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้าง เว่ยเฟิงก็รู้สึกว่ามันไม่สามารถบดบังความหล่อเหลานี้ออกไปได้เลย สมแล้วที่เป็นพระเอก ถึงตอนนี้เขาก็อยากจะรู้นักว่าจี้หยางจินตนาการในการเขียนอย่างไรถึงได้พระเอกรูปงามแบบนี้ออกมา เว่ยเฟิงสังเกตเห็นเม็ดเหงื่อใสที่ผุดขึ้นมาบนขม่อมของจื่อเซียนและมองมันที่ค่อย ๆ ไหลตามแนวกรอบใบหน้าอย่างเชื่องช้า ใจนึงก็อยากจะยกแขนเสื้อขึ้นซับให้แต่ใจนึงก็อยากจะปล่อยให้มันไหลและมองมันแบบนั้น ในที่สุดเขาก็ปล่อยให้มันไหลไปตามกรอบหน้านั้นเรื่อย ๆ จากขม่อม สันกราม ไปยังลำคอพลันหัวใจก็เต้นแรงเหมือนกลองรบที่ตีเรียกแรงกำลังจากเหล่าทหารกล้า เว่ยเฟิงนึกอยากจะควักมันแล้วเขวี้ยงออกไปให้ไกล ถ้าจื่อเซียนได้ยินขึ้นมากจะทำไง คนที่วรยุทธ์สูงส่งแบบนั้นไม่มีทางไม่ได้ยินหรอก เว่ยเฟิงเบี่ยงหน้าหนีไปอีกทางเพื่อหยุดความรู้สึกนี้เอาไว้แต่พลันสายตาดันไปสิ่งหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป

เว่ยเฟิงมองป้ายหยกนี้อย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ตรงกลางมีตัวอักษรที่อ่านได้ว่า มู่หยง เขาไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็นป้ายหยกประจำตระกูลมู่หยงแต่ก็ไม่อาจจะทัดทานต่อพยานวัตถุที่เจอได้ เขาสะกิดไหลจื่อเซียนให้ดูหลักฐานอีกชิ้นที่เก็บได้ ใบหน้านั้นเรียบนิ่ง ดวงตาจ้องเพ่งที่ตัวอักษรนั้นไม่วางตาและเพียงไม่นานห้องทั้งห้องก็กลับมาอยู่ในความสงบอีกครั้ง

 

“นี่!!! มันไปแล้ว นายก็ออกไปสิ อึดอัดจะตายอยู่แล้ว” เว่ยเฟิงออกคำสั่งพลางดันอีกฝ่ายเบา ๆ เป็นสัญญาณว่าเขาอึดอัดจริงๆ

ทั้งหมดตัดสินใจจะออกมาจากห้องนอนของจี้เยี้ยะแล้วกลับไปยังเรือนรับรองของจื่อเซียน เพราะถ้าขืนอยู่นานกว่า คาดว่าน่าจะมีศิษย์ง๊อไบ๊อีกโขยงใหญ่พากันมาที่นี่และพวกเขาก็คงไม่ได้โชคดีแบบนี้อีกแล้ว

“ยังไงก็ไม่เชื่อว่ามู่หยงเป็นคนทำ” เว่ยเฟิงพูดเปิดประเด็นขึ้น

“ป้ายหยกที่เห็นอยู่เจ้าก็น่าจะรู้ว่าเป็นฝีมือใคร” จื่อเซียนออกความเห็นบ้าง เขาเชื่อตามหลักฐานที่เห็นตรงหน้าและเขาไม่ชอบมู่หยงฟู่มาก ๆ

“คนในตระกูลมู่หยงมีตั้งกี่คน อาจจะเป็นของคนอื่นก็ได้ หรือไม่ก็….” เว่ยเฟิงวิเคราะห์อีกครั้ง

“หรือไม่ก็มีคนสร้างสถานการณ์เอาขโมยป้ายหยกของมู่หยงมาทิ้งไว้” จี้หยางพูดต่อประโยคของเว่ยเฟิง เป็นความคิดที่เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้ คาดการณ์ตามสัญชาตญาณของนักเขียน

“เราต้องไปสอบปากคำมู่หยงฟู่ต่อ”

“พูดยังกับอยู่ในนิยายสืบสวนสอบสวนเลยอ่ะ ผมไม่ได้เขียนนิยายแนวนั้นสักหน่อย”

 

……………………………………………………………………………………..

 

จื่อเซียนและเว่ยเฟิงลากลับสำนักสราญรมย์โดยมีจี้หยางยืนส่งหน้าตาละห้อยพร้อมกับบอกว่าขอไปอยู่ด้วย เขาไม่อยากอยู่ที่นี่คนเดียว

“ไว้จัดการธุระเสร็จเดี๋ยวจะให้ไปอยู่ด้วยที่สำนักสราญรมย์นะ” เว่ยเฟิงตบบ่าเล็กนั้นเบา ๆ พร้อมกับส่งสายตาว่าเขาเห็นใจจี้หยางจริงๆ เขาเองก็อยากให้จี้หยางไปอยู่ด้วยจะได้รีบหาทางออกไปจากนิยายนี่สักที แต่เหมือนเว่ยเฟิงจะพูดอะไรผิดไปเพราะทันทีที่พูดจบก็ได้รับสายตาเย็นยะเยือกจนเสียวสันหลังวาบไปหนึ่งทีจากจื่อเซียน

“จะได้เหรอพี่ เจ้าของสำนักเขาไม่ให้ผมไปอยู่ด้วยหรอก” จี้หยางตอบด้วยสีหน้ามู่ทู่บอกบุญไม่รับ ดวงตาใสฉ่ำน้ำคล้ายกับน้ำตาที่จวนจะไหลอยู่เสียให้ได้ อย่าได้พูดจี้ใจดำเชียว บ่อน้ำตาจี้หยางต้องแตกแน่ ๆ

“เอ่ออ..เดี๋ยวไปอยู่ด้วยกันที่สำนักสุสานโบราณนะ ที่นั่นดีกว่าเน๊าะ” นั่นแหละ เขาลืมไปว่าที่ตัวเองพูดไปนั้นเป็นสำนักสราญรมย์ ไม่ใช่สำนักของเขาแถมดันไปชักชวนคนอื่นให้ไปอยู่ด้วยอีก ไม่โดนเจ้าของสำนักเตะเข้าให้ก็ดีแล้ว

ล่ำลากันเสร็จทั้งคู่ก็เดินออกไปยังนอกเมืองแต่ทางผ่านนั้นเต็มไปด้วยร้านรวงและผู้คนมากมายที่จับจ่ายซื้อสินค้ากันขวักไขว่ เว่ยเฟิงมองภาพนี้แล้วก็อมยิ้มให้กับตัวเองน้อย ๆ อากาศดี หมอกบาง ๆ ยามเช้าลอยอยู่เหนือหัว กลิ่นหอมกรุ่นจากร้านอาหารลอยเข้ามาเตะจมูก อะไรมันจะดีขนาดนี้กันนะ

“อากาศดีเน๊าะ ว่าไหม” เว่ยเฟิงไม่ได้คาดหวังว่าจื่อเซียนจะตอบและมันก็เป็นเช่นนั้น เขาเดินไปเรื่อย ๆ โดยมีจื่อเซียนเดินอยู่ด้านข้างอยู่ตลอด

และแล้วร้านที่เตะตาสะดุดใจเว่ยเฟิงก็เห็นจะเป็นร้านเสื้อผ้าตรงหัวมุมถนนด้านหน้า นิสัยเดิมที่ชอบชอปปิ้งแสดงออกมาอย่างปิดบังไม่ได้และยังตามเขามาในนิยาย ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เว่ยเฟิงก็ใส่เสื้อผ้าแต่สีดำ ไร้สีสันและจืดชืดที่สุด เซียวจ้านในร่างของเว่ยฟิงกำลังยืนเลือกเสื้อผ้าสำหรับบุรุษอย่างสนุกสนาน เสื้อผ้าแต่ละชุดล้วนสีสันสวยงาม คุณภาพเนื้อผ้าก็ดีเยี่ยม เนื่องจากเขาเป็นดาราก็เลยค่อนข้างที่จะพิถีพิถันในเรื่องแต่งตัว

“นายเหมาะกับชุดแบบนี้นะ ดูสิ ถ้าใส่ก็น่าจะพอดีป้ะ” เว่ยเฟิงหยิบชุดผ้าแพรสีดำลายมังกรสีทองขึ้นมาทาบบนตัวของจื่อเซียนพลางมองภาพรวมจากใบหน้าจนถึงชุดในมือนั้น เว่ยเฟิงพยักหน้ากับตัวเองอยู่สองสามครั้งเป็นเชิงชมเชยว่าถ้าจื่อเซียนได้ใส่จะต้องดูดีแน่ ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองเจ้าของร่างกายนั้นว่า...เขาไม่ได้ยินดียินร้ายหรือแสดงอาการใด ๆ ออกมาทั้งสิ้น ชุดแล้วชุดเล่าที่เว่ยเฟิงสนับสนุนให้จื่อเซียนล้วนแต่ได้รับความเฉยเมยตอบกลับมา

“ชุดนี้เป็นไง นายว่าถ้าฉันใส่ชุดนี้แล้วจะโอเคป่ะ” เว่ยเฟิงหยิบชุดผ้าแพรสีม่วงเข้ม เดินด้วยดิ้นทองที่ขอบของชุดทาบขึ้นกับลำตัวของตัวเองแล้วหันไปหาจื่อเซียนที่กำลังยืนซ้อนหลังอยู่ คำตอบที่ได้รับเป็นการพยักหน้าเบา ๆ จากจื่อเซียนเท่านั้นแต่นั่นก็เรียกรอยยิ้มจากเว่ยเฟิงได้แล้ว

เว่ยเฟิงกำลังมองเสื้อผ้ากองหนึ่งที่เลือกไว้ซึ่งมันมีทั้งของเขาเองและของจื่อเซียนด้วย แต่ทันใดเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองไม่มีเงินสักหยวน บัตรเครดิตสักใบก็ไม่ได้หยิบติดมา ถึงหยิบมาจริง ๆ ก็คงจะใช้ไม่ได้ เสื้อผ้าก็อยากได้ เงินก็ไม่มี ตัวช่วยสุดท้ายคงเว่ยเฟิงคงหนีไม่พ้นจะเป็นจื่อเซียน

“จื่อเซียน”

“......”

“นายปล่อยเงินกู้หรือเปล่า” คำถามที่ออกจากปากเว่ยเฟิงทำให้หัวคิ้วของจื่อเซียนนั้นแทบจะชนกัน อะไรคือการปล่อยเงินกู้??

“......”

“หมายถึงแบบว่า ฉันจะยืมเงินน่ะ”

“.....” พอเว่ยเฟิงอธิบายขยายความหัวคิ้วนั้นก็คลายคงเป็นเช่นเดิม

“เสื้อผ้ามันสวยนะ แต่ฉันไม่มีเงินเลย ว่าจะขอยืมสักหน่อย”

“.......”

“ถ้าได้กลับสำนักสุสานโบราณเมื่อไรจะคืนให้ทั้งต้นทั้งดอกเลย”

“......” ไม่แต่เพียงจื่อเซียนจะเมินเฉยกับคำถามนั้นหนำซ้ำเขายังเดินหนีเว่ยเฟิงไปเสียดื้อ ๆ ทิ้งไว้เพียงความงุนงงและความคับแค้นใจให้กับเว่ยเฟิง หน้างี้แตกเป็นเสี่ยง ๆ เลย

“ว่าไงคุณชาย ท่านยังสนใจผ้ากองนั้นอยู่หรือไม่” แม่ค้าวัยกลางคนถามมาด้วยรอยยิ้ม

“ไม่เอาแล้วจ้าป้า ไว้วันหลังนะ” เว่ยเฟิงรีบวิ่งออกไปจากร้านนั้นทันที อุตส่าห์แอบชื่นชมความหล่ออยู่ในใจแล้วเชียว จื่อเซียนนะจื่อเซียนทำไมชอบทำให้หงุดหงิดอยู่เรื่อย แม่มันสิ!!

เว่ยเฟิงทำหน้ามู่ทู่ตั้งแต่ออกจากร้านนั้นมา ไม่มีบทสนทนาใดๆ ออกมาอีกแม้บรรยากาศและผู้คนรอบข้างจะครึกครื้นแค่ไหนแต่ช่องว่างความเงียบระหว่างจื่อเซียนและเว่ยเฟิงนั้นก็อึดอัดอยู่ดี

“นายคิดว่าใครฆ่าจี้เยี้ยะเหรอ” เว่ยเฟิงถามลองเชิง อีกอย่างเขาก็ไม่ชอบบรรยากาศอึดอัดแบบนี้ด้วย

“นายคิดว่าใครฆ่าจี้เยี้ยะเหรอ” เว่ยเฟิงถามลองเชิง อีกอย่างเขาก็ไม่ชอบบรรยากาศอึดอัดแบบนี้ด้วย

“ไม่รู้สิ ถึงป้ายหยกนี่จะเป็นของตระกูลมู่หยงก็จริง แต่ก็อาจจะไม่ใช่มู่หยงฟู่ก็ได้”

“เจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่ใช่มู่หยงฟู่” น้ำเสียงจื่อเซียนดูจะหงุดหงิดไปเสียหน่อย แต่เว่ยเฟิงก็เข้าใจว่ามันเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวของจือเซียน ไม่ใช่ว่าหงุดหงิดเพราะเว่ยเฟิงเข้าข้างมู่หยงฟู่หรอก..มั้ง

“ก็เรายังไม่ได้ไปถามมู่หยงฟู่เลย ฟังความข้างเดียวได้ไงล่ะ” จื่อเซียนมองอีกคนชั่ววินาทีหนึ่งแล้วกลับไปมองเส้นทางด้านเช่นเดิม อีกไม่กี่ลี้พวกเขาก็จะถึงทางออกของเมืองนี้แล้ว สราญรมย์กำลังเราพวกเขาอยู่

“เราไปหามู่หยงฟู่กันดีไหม”

“.....” เว่ยเฟิงหันมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นยะเยือกจนเว่ยเฟิงเสียวสันหลังไปหมด

“ไปถามไงว่าได้ฆ่าจี้เยี้ยะจริงหรือเปล่า” เว่ยเฟิงเม้มปากจนเป็นเส้นตรง เขาประหม่าจนคุมอาการไม่อยู่ บ้าจริง แค่ทำหน้าตาเฉยชาแบบนี้ก็ทำให้คนคนนึงประหม่าได้ขนาดนี้เลยเหรอ ร้ายกาจเกินไปแล้วนะจื่อเซียน

“......”

“ถ้ายังหาความจริงไม่ได้ทั่วยุทธจักรก็จะเพ่งเล็งฉันแล้วก็ฆ่าฉันน่ะสิ”

“ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าจะปกป้องเจ้าเอง” ไม่รู้ว่าเว่ยเฟิงได้ยินผิดไปหรือไม่ว่าจื่อเซียนจะปกป้องเขา แต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

“นายปกป้องไม่ไหวหรอก นายคนเดียวจะปกป้องฉันจากคนทั่วยุทธจักรได้ยังไง มีทางเดียวคือต้องทำให้ทุกคนรู้ว่าเรื่องนี้ฉันบริสุทธิ์” ถึงแม้จะแอบรู้สึกตื้นตันที่หัวใจขึ้นมานิดหน่อยว่าอีกฝ่ายจะปกป้อง แต่งานนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่าย พระเอกดัชนีทองคำแล้วอย่างไร ถ้าโดนรุมก็ต้องตายอยู่ดี

“......”

“ถ้านายไม่ไป เดี๋ยวฉันไปเองก็ได้”

“ไม่ได้” จื่อเซียนปฏิเสธทันที

“ทำไมล่ะ ฉันไม่หนีหรอกน่าาา นะๆ ให้ไปเถอะ” เว่ยเฟิงขวางหน้าจื่อเซียน ก่อนจะกางแขนออกมาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเดินต่อ ยังไงก็ต้องคุยให้รู้เรื่อง

“.....”

“สัญญาว่าจะแค่ไปถามแล้วก็กลับเลย ไม่ดื้อไม่ซน สัญญา” เว่ยเฟิงชูนิ้วก้อยเพื่อทำสัญญาระหว่างกัน จื่อเซียนเหลือมองเพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นก่อนจะเคลื่อนสายตากลับไปมองด้านหน้าเช่นเดิม

“ไม่ให้ไป”

“.....”

“ไม่ให้ไป”

 

 

………………………………………………..

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

175 ความคิดเห็น

  1. #104 Kawaiimm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 21:55
    ทำเป็นหวงนะจื่อเซียน แต่นายไม่ลงทุนเปย์ให้น้องเว่ยเฟิงเลย โถ่55555
    #104
    0
  2. #99 miyumiyu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 02:56
    สนุกนะคะ แต่ไรท์ชอบเขียนชื่อจื่อเซียนกับเว่ยเฟิงสลับกันอ่ะ
    #99
    0
  3. #86 NoonSrichanthep (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 19:58
    หวง สะกดแบบนี้นะจื่อเซียน55555
    #86
    0
  4. #75 Ped kabb (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 01:18
    อยากจะแหมมมมมมมมม หวงเป็นที่หนึ่ง
    #75
    0
  5. #72 anonaa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 21:04
    หวงเขาา. ดูออกกก
    #72
    0
  6. #71 momoji46 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 00:53

    หึงเก่งง55
    #71
    0
  7. #70 pirunrat0495 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 23:40
    ฮั่นแน่ จื่อเซียนนนน แหม
    #70
    0
  8. #67 2mjtshw (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 23:19
    วงวารเว่ยเฟิง เขาหึงเธออยู่ช่างไม่รู้บ้างเลย 555
    #67
    0