[Rewrite] ]ทะลุมิติทั้งทีขอเป็นพระเอกไม่ได้หรือไง #ป๋อจ้าน

ตอนที่ 10 : คนบ้านเดียวกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

 


 

 

10

คนบ้านเดียวกัน

 

เขาจับไอ้สโตรกเกอร์นี่ได้แล้ว

“แกเป็นใคร แอบตามฉันทำไม” เว่ยเฟิงล็อกคอไอ้หมอนั่นอาไว้อย่างแรงจนมันดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของเขา อาการคล้ายคนใกล้หมดลมหายใจเข้าไปทุกที

“เดี๋ยวๆๆ แค่กๆ ..ปล่อยก่อน..ปล่อยผม…” เขาพยายามตะเกียกตะกายดึงแขนของเว่ยเฟิงออกแต่ก็ไม่เป็นผล

“บอกมาก่อน ว่าแกเป็นใคร ไม่งั้นฉันจะจิ้มแก้ด้วยกระบี่อิงฟ้าจริงๆ นะ”

“เดี๋ยวก่อน..คุณ..คุณเซียวจ้าน” ทันทีที่ได้ยินคนเรียกชื่อนั้น เขาก็คลายวงแขนที่ล็อคคอเอาไว้เมื่อครู่นี้ออก

“เมื่อกี้..พูดว่าอะไรนะ” มันจะเป็นไปได้ยังไง..หรือว่าเขาหูฟาด

“แค่กๆ ...โอ้ยยย” ไอ้หมอนั่นยืนหอบหายใจกอบโกยเอาออกซิเจนเข้าปอดอย่างโหยหา

“เมื่อกี้นายเรียกใคร” หัวใจของเซียวจ้านเต้นแรงจนตัวเขาเองก็กลัวว่ามันจะเต้นแรงจนเกินไปจนช็อกและอาจหยุดเต้นกะทันหันไปเลยก็ได้

“ก็เรียกคุณนั่นแหละ”

“.....”

“คุณเซียวจ้าน”

“นะ...นาย เป็นใคร” เจ้าของชื่อไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน มันจะเป็นไปได้ยัง…

“เราไปหาที่ปลอดภัยคุยกันดีกว่า”

 

ที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทั้งคู่ก็เห็นจะเป็นเรือนพักรับรองจื่อเซียน เซียวจ้านจัดการปิดประตูหน้าต่างและลอบมองให้แน่ใจอีกทีว่าจะต้องไม่มีใครมาได้ยินเรื่องที่พวกเขาจะคุยกันต่อไปนี้

“เอาล่ะ ผมจะถามคุณก่อน ว่าคุณเป็นใคร” เซียวจ้านเป็นคนเปิดบทสนทนาและเริ่มด้วยคำถามที่ค้างคาใจที่สุดในเวลานี้

“แล้วคุณล่ะ เข้ามาได้ยังไง” แต่แทนที่จะตอบคำถามของเซียวจ้าน เขาดันถามกลับมา ทำให้อีกฝ่ายดูหงุดหงิดขึ้นกว่าเดิม

“นี่ผมถามคุณก่อนนะ”

“คุณเล่าของคุณก่อนสิ แล้วผมจะเล่าของผม”

“ก็ได้ๆ” เซียวจ้านถอนหายใจเฮือกใหญ่จำใจเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ให้ฟัง “คือเพื่อนฉันน่ะ มันซื้อนิยายมา ที่ชื่อว่า จอมยุทธ์ วิศวะ ฉันก็เลยยืมมันอ่านแล้วทีนี้ คืนนั้นไฟดับ มองไม่เห็นอะไรเลย แล้วฉันก็ลื่นล้มหัวฟาดพื้น ตื่นมาอีกทีก็เข้ามาอยู่ในนิยายที่ตัวเองอ่านแล้ว” เซียวจ้านเลี่ยงที่จะเล่าตอนได้สนทนากับเฒ่าจันทราอันเป็นสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เขาต้องเข้ามาอยู่ในนิยายเรื่องนี้

“หือ..แค่นี้เหรอ ทำไมมันดูไม่เมคเซนส์เลยอะ” ชายหนุ่มตรงหน้าสงสัย เขาพูดออกมาแต่ก็ไม่เชิงว่าเป็นคำถาม มันคล้ายกับการบ่นคนเดียวมากกว่า

“อื้ม แค่นี้แหละ แต่นายเล่า” เซียวจ้านรีบตัดบททันทีก่อนที่คนตรงหน้าเขาจะสงสัยอะไรไปมากกว่านี้

“คือผมเป็นคนแต่งนิยายเรื่องที่คุณอ่านนั่นแหละ เรื่องนั้นน่ะ..”

“อ๋อออ นายนี่เองเหรอที่เป็นคนแต่ง..” เซียวจ้านพูดขัดขึ้น เขานึกว่าคนแต่งเรื่องนี้จะเป็นผู้หญิงซะอีก ที่ไหนได้ เป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนนึงเท่านั้นเองหรอกหรือ

“ใช่ครับ..คือว่า ตอนแรกผมแต่งลงฉี่เตี่ยน แล้วมันก็ได้รับความนิยมประมาณนึงแหละ แต่ไม่ได้ดังอะไรขนาดนั้นนะ ผมเองก็เห็นว่ามันก็ไม่ได้เก๊อ่ะ ก็เลยลองส่งต้นฉบับไปให้สำนักพิมพ์ แล้วก็ได้ตีพิมพ์เฉยเลย ทีนี้ผมก็คิดว่าจะเอาหารายได้จากการแต่งนิยายนี่แหละ แต่ว่า..เรื่องที่สองของผมมันไม่ค่อยมีคนอ่านเท่าไร ไม่เหมือนเรื่องแรก ส่งไปสำนักพิมพ์ไหน ๆ ก็ไม่ผ่านอ่ะ” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงจนคนฟังจับได้ว่าอีกฝ่ายคงรู้สึกแย่จริง ๆ

“แล้วนายไม่มีงานประจำทำเหรอ”

“มี ผมเป็นพนักงานออฟฟิศ เป็นนักเขียนที่บริษัทเอเจนซี่โฆษณาอะ แต่มันไม่พอ คุณเข้าใจไหม”

“เข้าใจ ๆ เล่าต่อสิ” เซียวจ้านพยักหน้ารับเบา ๆ เข้าใจความรู้สึกนั้นดีเลยแหละ

“แล้วตอนนี้พวกนิยายทะลุมิติ นิยายวายกำลังมาแรง มันมีตลาด มีคนอ่าน สำนักพิมพ์ต้องการนิยายแบบนั้นมากกว่า ยิ่งถ้าได้รับความสนใจมาก ๆ ก็จะได้เอาไปทำอนิเมะ แล้วถ้าอนิเมะได้รับความนิยมมาก ๆ ก็จะมีบริษัทซื้อไปทำเป็นซีรี่ส์เลยก็ได้” ดวงตาของเขาเป็นประกายเมื่อได้เล่าสิ่งที่นักเขียนตัวเล็ก ๆ คนนึงใฝ่ฝัน เซียวจ้านยังคงทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี เขายิ้มรับและพยักหน้าให้เบา ๆ และปล่อยให้เจ้าตัวได้ระบายมันออกมาให้หมด

“......”

“ผมก็เลยเอาต้องเอาของเก่ามากิน รีไรท์นิยายที่ตัวเองเคยแต่งเอาไว้ให้เป็นวายแบบที่ตลาดต้องการ”

“.....”

“แต่ผมยังไม่ทันจะแต่งจบเลย ผมก็เข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว”

“แล้วนายเข้ามาได้ยังไง เกิดอุบัติเหตุอะไรกับนายก่อนเข้ามาในนี้หรือเปล่า” เซียวจ้านถามขึ้น เพราะถ้าหากว่าเป็นอุบัติเหตุแล้วล่ะก็ มันก็จะคล้ายกับกรณีของเขาเป๊ะ ๆ เลย

“จะเรียกว่าอุบัติได้ไหมนะ??” เขาทำท่าคิดสักครู่หนึ่ง

“นายเล่ามาก่อนเหอะน่า เดี๋ยวฉันตัดสินใจเองว่าเป็นอุบัติเหตุหรือเปล่า” ชายหนุ่มตรงหน้าเซียวจ้านพยักหน้ารับเบา ๆ

“วันนั้นผมกลับมาจากทำงานแล้วก็เปิดคอมเตรียมจะแต่งนิยายตามปกติครับ วันนั้นผมดันทำเป๊บซี่หกใส่โน้ตบุ๊ก แล้วมันก็ช็อต แต่ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองโดนไฟช็อตตายไปหรือยัง ผมจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างว่าเกิดอะไรขึ้น ตื่นมาอีกทีก็มาอยู่ในร่างลูกศิษย์ปลายแถวของช้วนจินก่าแล้ว” ชายหนุ่มเม้มปากเป็นเส้นตรงก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย ลึก ๆ เขาก็แอบน้อยใจว่าทำไมตนถึงได้ไปอยู่ในร่างของลูกศิษย์ปลายแถวสำนักช้วนจินก่า ขอไปอยู่ในร่างคนที่มีวรยุทธ์มากกว่านี้ก็ไม่ได้ เขาเป็นคนแต่งนิยายเรื่องนี้แท้ ๆ เชียว

“ช้วนจินก่าเหรอ ทำไมถึงไปอยู่ที่นั่นได้ ในนิยายของนาย สำนักช้วนจินก่าแทบจะไม่มีบทบาทอะไรเลยด้วยซ้ำ”

“เรื่องนี้ผมก็ยังงง ๆ แต่ว่า..เมื่อวันก่อนผมเพิ่งจะโดนไล่ออกจากสำนักมาเพราะขี้เกียจฝึกวิชาแล้วก็มีเรื่องทะเลาะกับศิษย์คนอื่น ๆ ในสำนัก”

“ทำไมทำแบบนั้น”

“เพราะผมไม่อยากอยู่ที่นั่นไง โดนคนอื่นแกล้งตลอด เลยหาเรื่องทำให้ตัวเองออกจากสำนักมันซะเลย รำคาญจะแย่ ผมยอมมาเร่ร่อนดีกว่าจะทนอยู่กับไอ้คนชั้นต่ำแบบนั้น” ไม่ว่าเปล่า สองแขนยกขึ้นมากอดอกเอาไว้อย่างไม่สบอารมณ์ กว่าหลายอาทิตย์ที่เขาอยู่ที่นั่นมันก็นรกบนดินดี ๆ นี่เอง

“ฟีลเหมือนเอียก้วยตอนเด็ก ๆ เลยใช่ไหม” เซียวจ้านได้ยินแบบนั้นก็พูดไม่ออก ถึงแม้สำนักช้วนจินก่าจะได้ชื่อว่าเป็นสำนักนักพรตเต๋าแต่ทว่าคนในสำนักกลับไม่ได้ทำตัวน่าเลื่อมใสให้สมกับเป็นนักพรตเลยสักนิด

“ประมาณนั้นเลยพี่...อ๊ะ...พี่ดูมังกรหยกด้วยเหรอ” อารมณ์ที่เคยขุ่นมัวก็หายเป็นปลิดทิ้ง กลีบปากบางยกยิ้มขึ้นอีกครั้ง

“ดูสิ ฉันดูมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ชอบภาคเอี้ยก้วยที่สุดแล้ว”

“ดีจัง ผมก็ชอบดูนะ เลยเอาตัวละครจักรวาลกิมย้งมาใส่รวมในนี้ไว้ให้หมดเลย ฮ่า ๆ”

“ตอนอ่านมันก็สนุกดีหรอก แต่ตอนได้เข้ามาอยู่ในนี้จริง ๆ มันไม่สนุกนะ ฉันงงไทม์ไลน์เรื่องไปหมด จะอ้างอิงจากมังกรหยกก็ไม่ได้ เพราะช่วงเวลากับตัวละครไม่สอดคล้องกัน จะอ้างอิงจากนิยายของนายก็ไม่ได้เพราะตอนนี้พล็อตเรื่องมันไม่เหมือนเดิมแล้ว” เซียวจ้านปั้นหน้าเครียดขึ้นมาอีกยกหนึ่ง เป้าหมายของการมีชีวิตอยู่ต่อในโลกนิยายแห่งนี้คือการได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในโลกแห่งความจริง แต่อุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ทำให้เขาต้องเป็นกังวลขนาดนี้ก็เพราะพล็อตเรื่องมันเปลี่ยนยังไงล่ะ ก็เท่ากับว่าตอนจบมันไม่เหมือนเดิมแล้วแน่ ๆ

“งืมมม….ก็จริงอย่างที่พี่บอกแหละ จี้เยี๊ยะตายเร็วเกินไป ถ้าตามในเรื่องมังกรหยกจี้เยี้ยะจะต้อง หมกมุ่นกับเรื่องล้างแค้นเตียบ่อกี้ เลยเร่งฝึกวิชากรงเล็บกระดูกขาว เกิดคลุ้มคลั่งจนสติวิปลาส กลายเป็นมาร แต่ถ้าในนิยายผม เขาก็เป็นคนตัวประกอบคนนึงเท่านั้น” ชายหนุ่มทำท่าครุ่นคิด เขาจำไม่เห็นจะได้ว่าตัวเองใส่ฉากจี้เยี้ยะโดนฆ่าไปด้วยหรือเปล่า

“อืม..นั่นแหละ แต่ช่างเถอะ เอาไว้ก่อนแล้วกัน”

“......”

“แล้วนายน่ะ ชื่ออะไร”

“ผมเหรอ...หมายถึง..ตัวผมจริง ๆ หรือว่าตัวละครที่เป็นผม” เขาถามกลับด้วยความประหม่า แน่นอนละ เขาไม่เคยได้ใกล้ชิดดาราเบอร์ต้น ๆ ของประเทศแบบนี้เลยสักครั้ง ใกล้ชนิดที่ว่าเอ็กซ์คูลซีฟกันเลยทีเดียว

“อ่า..งั้น ชื่อของนายจริง ๆ ล่ะ”

“จี้หยางครับ” เขาอมยิ้มและส่งมันให้เซียวจ้านอย่างเป็นมิตร

“แล้วตัวละคร ที่นายอยู่ล่ะ ชื่ออะไร”

“จี้หยางครับ”

“ทะ..ทำไมชื่อเดียวกับนายเลยล่ะ”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมเคยใช้ชื่อตัวเองเป็นตัวประกอบในนิยายเรื่องนี้เหมือนกันนะ แต่เพราะตอนนั้นมันคิดชื่อไม่ออกจริง ๆ ตอนนี้ผมจำไม่ได้ว่าตัวไหนแล้ว”

“.....” เซียวจ้านไม่รู้จะออกความเห็นยังไงดีกับเรื่องที่ได้ฟัง เขาเพิ่งรู้วันนี้เองว่า บางทีความคิดของนักเขียนก็ไม่ได้ลึกลับซับซ้อนอะไรมากมาย ฉากและเหตุการณ์หลาย ๆ อย่าง ล้วนอ้างอิงมาจากสิ่งใกล้ตัวของพวกเขาทั้งนั้น แม้แต่ชื่อตัวละครก็เช่นกัน

“แต่วันที่ผมตื่นมาที่นี่ครั้งแรกก็มีคนเรียกผมว่าจี้หยางแล้ว”

“แล้วสรุปว่า...เราทะลุเข้ามาในนิยายที่ฉันอ่านหรือในนิยายที่นายกำลังแก้” เป็นอีกคำถามที่สำคัญยิ่งกว่าสาเหตุการมาอยู่ในนิยายของทั้งคู่ ถ้าแก้นิยาย ยังไงพล็อตก็ต้องเปลี่ยน ยิ่งจี้หยางจะรีไรท์นิยายของตัวเองให้เป็นนิยายวายแล้วล่ะก็ ภารกิจที่จะต้องก็ต้องเปลี่ยนไปเช่นกัน

“ผมก็ไม่แน่ใจ ถ้าถามความคิดผม มันก็คงจะต้องบอกว่าเราหลุดมาในนิยายที่ผมกำลังรีไรท์”

“แต่ฉันไม่เคยอ่านนิยายที่นายรีไรท์” มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ใครกำลังเล่นตลกกับโชคชะตาของพวกเขา

“แต่ผมว่า ยังไงมิชชั่นกันน่าจะเหมือนเดิม” เป็นจี้หยางที่ออกความคิดเห็น

“ยังไง อย่าบอกนะว่านี่เป็นนิยายพวกระบบอะไรแบบนั้น” เซียวจ้านเคยอ่านนิยายประเภทนี้มาผ่าน ๆ ตาอยู่บ้างว่าระบบมักจะห่วยแตกและเป็นตัวช่วยที่แย่ที่สุดในเรื่อง

“แต่ผมว่าไม่นะ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ยังไม่ได้ยินเสียงใครเลย กล่องข้อความ มิชชั่นอะไรก็ไม่มี ผมว่าไม่ใช่พวกระบบหรอก” จี้หยางวิเคราะห์ นิยายประเภทระบบโฮสต์แทบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ เขาไม่ได้เขียนมันและไม่เคยเขียนนิยายระบบโฮสต์เลยสักครั้งเดียว

“.......”

“น่าจะเป็นการทำให้เนื้อเรื่องสมบูรณ์มากกว่า” เพราะนี่คือพื้นฐานของนิยายทุกเรื่อง ถ้ามันไม่สมบูรณ์มันก็จบไม่ได้

“แล้วฉันล่ะ ฉันเป็นตัวร้าย ไม่ได้เป็นพระเอก ความจริงฉันควรกำลังจะถูกล่าและโดนจื่อเซียนฆ่าตายด้วยซ้ำ" แล้วแบบนี้นิยายมันจะไปสมบูรณ์แบบได้ยังไง ไม่มีนิยายเรื่องไหนที่ตัวร้ายจะได้คู่กับนางเอกหรอก ไม่มี…

"งั้นก็แสดงว่า มิชชั่นอาจจะเป็นการที่ตัวร้ายอย่างคุณสมหวังในความรักก็ได้" จี้หยางวิเคราะห์ตามความคิดของตนเองต่อไป อย่างน้อย ๆ ตัวเขาก็เป็นนักเขียนนะ พอจะจับทางได้อยู่บ้าง

"ไม่มีทาง!! ฉันรับบทตัวร้ายมาหลายเรื่องละ ไม่มีเรื่องไหนที่ตัวร้ายสมหวังสักเรื่อง" เซียวจ้านได้รับบทตัวร้ายมาก็หลายเรื่อง ไม่มีเรื่องไหนสมหวังสักเรื่อง ถ้าไม่ติดคุก ก็ต้องเป็นบ้า ถ้าไม่เป็นบ้า ก็ต้องตาย

"เรื่องนี้ไง เรามาทำให้ตัวร้ายสมหวังกันดีกว่า" จี้หยางออกความคิดอย่างกระตือรือร้น นี่เขากำลังคุยกับนักแสดงเบอร์ต้น ๆ ของประเทศเลยนะ

"แหงสิ ถ้าฉันไม่สมหวังแล้วจะออกกันไปได้ยังไงล่ะ" เซียวจ้านถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะผินหน้าไปมองทางอื่น

"หืออ? คุณรู้ได้ยังไงว่าถ้าเว่ยเฟิงสมหวังแล้วเราจะกลับออกไปได้จริง ๆ คุณพูดยังกะรู้อะไรเลย" เมื่อกี้เซียวจ้านยังบอกอยู่เลยว่าตัวร้ายไม่มีทางสมหวัง

"ฉันก็รู้พอๆ กับนายนั่นแหละ อันนั้นฉันก็แค่วิเคราะห์เอา"

"....."

"จี้หยาง ก่อนนายจะทะลุเข้ามาในนิยายตัวเองน่ะ นายได้ไปทำอะไรมาหรือเปล่า" เซียวจ้านไม่เชื่อว่าแค่เป๊บซี่หกใส่คอมแล้วจะทะลุเข้าได้ มันต้องมีเหตุผลที่ทำให้ต้องทะลุมาสิ อย่างเช่น ไปลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรเข้า

"ก่อนหน้านี้ที่คุณพูดถึงหมายถึงแบบไหนอ่ะ เหตุการณ์ก่อนหน้านี้หรือว่าสิ่งสุดท้ายที่ผมทำก่อนจะมาที่นี่"

"ก็..ทั้งสองอย่างนั่นแหละ"

"ความจริงก่อนหน้านี้ผม…."

 

ปัง!!!

 

"เจ้าเป็นใคร" จื่อเซียนชักกระบี่ออกจากฝักอย่างรวดเร็วและชี้ปลายแหลมไปยังคนแปลกหน้า รายนั้นได้แต่นั่งนิ่งไม่กล้าขยับตัวแม้แต่นิดเดียว ถ้าหากว่าพลาดขึ้นมา กระบี่ของจื่อเซียนอาจจะจิ้มตาเขาก็ได้

"เอ่ออ...คือ...ผมมมม" จี้หยางยกสองมือขึ้นเหนือหัวช้า ๆ เพื่อเป็นการบอกว่า เขาไม่ต้องการให้มีการปะทะกันเกิดขึ้น เพราะถ้ามีเขาก็แย่สิ นั่นมันพระเอกนะ เก่งเป็นอันดับหนึ่งของเรื่อง เขียนมาเองกับมือทำไมจะไม่รู้

"จื่อเซียน..นายใจเย็น ๆ ก่อนนะ จี้หยางไม่ทำอะไรหรอก" เซียวจ้านจับแขนข้างที่ถือกระบี่แล้วออกแรงให้เจ้าของแขนนั้นลดกระบี่ลง

"เจ้ารู้จักด้วยรึ" จื่อเซียนหันมาถามอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ ทำไมอีกฝ่ายถึงไม่เคยเล่าให้เขาฟังว่าตัวเองมีญาติพี่น้อง

"พอดี เป็นคนบ้านเดียวกันน่ะ" เซียวจ้านอยากจะตบปากตัวเองสักร้อยที ข้อแก้ตัวคนบ้านเดียวกันนี่โคตรทุเรศจริงๆ ใครเชื่อก็ควายแล้ว คนอย่างเว่ยเฟิงเนี่ยนะจะมีญาติพี่น้อง

"จริงรึ เจ้ามีญาติพี่น้องด้วยรึ" จื่อเซียนยอมเก็บกระบี่ลงฝัก

"เอ่อออ"

"ก็ไม่ใช่ญาติพี่น้องอะไรแบบนั้นหรอกครับ เมื่อก่อนผมกับคุณเซียวจ้าน" จี้หยางเห็นท่าไม่ดีเลยรีบแย้งขึ้นแต่ทว่าด้วยความไวของปาก เขาเผลอหลุดชื่อเซียวจ้านออกไปเต็มคำ ส่วนเจ้าของชื่อก็ได้แต่ทำโตเป็นเชิงดุส่งมา

"หือ? " จื่อเซียนหันมองจี้หยาง

"เอ่อ พ่อเลี้ยงของพี่เว่ยเฟิงน่ะครับ เมื่อก่อนบ้านผมอยู่ในหมู่บ้านเดียวกับพี่เว่ยเฟิง ผมชอบไปเล่นกับพี่เว่ยเฟิงบ่อยๆ แต่หลัง ๆ เหมือนพี่เว่ยเฟิงจะมีปัญหากับพ่อเลี้ยง แล้วก็ย้ายบ้านไป ผมก็เลยไม่ได้เล่นกับพี่เว่ยเฟิงอีก พอวันนี้ผมเห็นแล้วก็จำได้ทันทีว่าต้องเป็นพี่เว่ยเฟิงของผมแน่ ๆ ก็เลยหาโอกาสเข้ามาทบทวนความหลังกัน ก็ปรากฏว่าเป็นพี่เว่ยเฟิงของผมจริง ๆ " เป็นความหลังที่จี้หยางใช้ความสามารถในการเป็นไรท์เตอร์แต่งออกมาแบบสดๆ ร้อนๆ เลย

"อ่อ เป็นเช่นนั้นเอง ข้ารบกวนพวกเจ้าหรือไม่"

"ไม่หรอก น้องกำลังจะไปพอดี ใช่ไหม" เซียวจ้านยักคิ้วหลิ่วตาให้อีกฝ่ายที่ทำหน้าละห้อยเหมือนไม่อยากไป เขาไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ปริปากพูดอะไรก็รีบลากให้ออกจากห้องนั้นทันที เมื่อเห็นว่าพ้นระยะของเรือนพักเซียวจ้านก็เริ่มบทสนทนาอีกครั้ง

“นายเป็นคนแต่งเรื่องนี้ นายรู้หรือเปล่าว่าใครฆ่าจี้เยี้ยะ” ถ้ารู้ว่าใครฆ่าซะตั้งแต่ตอนนี้ก็คงจะดี ที่เหลือก็แค่หาหลักฐาน เว่ยเฟิงก็จะพ้นผิดในเรื่องนี้

“ไม่รู้ครับ เนื้อเรื่องมันเปลี่ยนไปแล้ว ตัวละครมีชีวิตจิตใจ นิสัยใจคอแต่ละคนที่ผมวางเอาไว้ให้มันเหมือนจะเริ่มทำงาน”

“นายหมายความว่ายังไง”

“ก็หมายความว่า ตอนนี้เขาก็มีนิสัยแล้วก็มีความคิดเป็นของตัวเองโดยที่ไม่ต้องมีผมคอยแต่งเติมให้อีกต่อไป” หลังจากที่เฝ้าดูมาได้ระยะหนึ่งจี้หยางก็พอจะเดาทางออกว่าตัวละครของเขานั้นดำเนินเรื่องเอง ยิ่งมีตัวแปรอย่างเซียวจ้านด้วยแล้วก็ยิ่งแน่ใจว่าตัวละครของเขามีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ

“แล้วอย่างนี้ทำไงอ่ะ” ได้ยินแบบนี้แข้งขาก็แทบจะหมดแรง หมายความว่าเขาจะเอาข้อมูลที่เคยอ่านมาประกอบในการใช้ชีวิตให้รอดจากนิยายเรื่องนี้ไม่ได้อีกแล้ว

“ทำยังไงได้ด้วยเหรอครับ เราก็ต้องเล่นไปตามน้ำ”

“.....”

“แต่เราได้เปรียบตรงที่เราเป็นตัวแปรที่สำคัญ”

“......”

“ฉะนั้น ทุกการกระทำของเรา มีผลต่อเนื้อเรื่องและตัวละครทุกตัวในเรื่องนี้”

“......”

“แล้วคุณจะเอาไงต่อ” เห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปจี้หยางก็เลยถามขึ้นอีกครั้ง เขารู้ดีว่าเซียวจ้านคงกำลังเครียด แต่ยังไงก็ต้องดำเนินเรื่องให้จบ

“ไม่รู้สิ ยังคิดไม่ออก แต่ที่แน่ ๆ อันดับแรกฉันต้องหาก่อนว่าใครฆ่าจี้เยี้ยะ”

“อื้ม ยังไงถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกได้นะ” จี้หยางส่งยิ้มให้บาง ๆ

“นายอยู่ที่นี่คอยจับตาดูคนที่ง๊อไบ๊ไปก่อน มีอะไรผิดสังเกตยังไงเดี๋ยวเรามาปรึกษากัน”

“ตกลงครับ”

“เอ๊ะ เดี๋ยวนะ” ยังไม่ทันจะก้าวเดินออกไป จี้หยางก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา

“.........”

“แล้วทำไมคืนนี้เราไม่ไปหาเบาะแสที่ห้องนอนของจี้เยี๊ยะกันเลยล่ะครับ”

 

 

 

.........................................

 

 

ฉี่เตื่ยน = เว็บอ่านนิยายของจีนค่ะ คล้ายพวกเด็กดี readawrite ประมาณนั้นค่ะ

เราขอกำลังใจคนละเล็กละน้อยเป็นคอมเมนท์ได้ไหมคะ 

เราแต่งให้อ่านฟรีๆไม่เก็บตังค่ะ ขอแค่กำลังใจคนละนิดละหน่อยก็พอ 

พอได้ต่อลมหายใจเราได้กลับมาปั่นต่อเร็วๆด้วยนะคะ

น้องจี้หยางมาแว้วววว

จี้หยางมาแล้ววววว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

175 ความคิดเห็น

  1. #165 SinSin park (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 13:08
    คุณจี้หยางㅠㅠ
    #165
    0
  2. #151 Maidii (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 16:24
    เพิ่งติดตามสนุกมากเลยค่ะ^^
    #151
    0
  3. #133 Alljae (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 19:09
    น้องงงงงงง
    #133
    0
  4. #98 miyumiyu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 02:42
    สนุกค่ะ
    #98
    0
  5. #88 ρ о і ѕ о ɴ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 09:04
    คล้ายกับตัวร้ายอย่างข้าฯเลยค่ะ ที่นายเอกทะลุเข้สไปในนิยาย ละคนเขียนก็ทะลุเข้าไปด้วยรอติดตามนะคะะ
    #88
    0
  6. #74 Ped kabb (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 01:01
    แงงงงงง ชอบมากเลยค่ะ อ่านแล้วอารมณ์ดีตามเลย เป็นกำลังใจให้ไรต์ฯน้าค้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา เหนื่อยหน่อยแต่ก็สู้ๆนะคะ จะติดตามไปจนจบเลยค่ะ ^_^
    #74
    0
  7. #63 momoji46 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 15:40

    โง้ยยน้องยังจะพากันไปซนอีก555
    #63
    0
  8. #62 anonaa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 09:51
    ชอบมากกก รออ่านนะคะะ
    #62
    0
  9. #61 NoungjuneNoung (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 17:42
    มาแล้ววววววรอนานมากแต่ก็รอ
    #61
    0
  10. #60 demon@0@ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 12:48
    จะช่วยกันทำสำเร็จ หรือจะช่วยกันล่มนะ 55555
    #60
    0
  11. #59 Kawaiimm (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 10:48
    เสริมกำลังความป่วงโดยการส่งนักเขียนมาด้วยเลย55555 ไม่รู้จะช่วยหรือพังกว่าเดิม
    #59
    0
  12. #58 Cocoa125 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 01:50
    ต้องไปทำอะไรไว้ก่อนโดนเข้ามาแน่เลย ใช่มั้ยยย55555555555
    #58
    0