[SF/OS] This Is My Story #SFKHiMiiz {EXO x EXO}

ตอนที่ 3 : Story : 3 | บก. [HunHan]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    13 เม.ย. 59





 บก.


Hun x Han



“เซฮุนครับ ลงไปนั่งข้างหลัง วันนี้แม่จะให้ลู่หานไปโรงเรียนด้วย”  

“ห๊ะ ไอ้จืดนั่นจะไปด้วยเหรอ” 

“ใช่ นี่เซฮุน เรียกลู่หานเค้าดีๆสิ เค้าเป็นพี่เรานะ”  ผู้เป็นแม่ตักเตือนทันที เธอไม่เคยสอนลูกให้พูดจาดูถูกปมด้อยใครแบบนี้ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลัง

“แล้วไงอ่ะ เป็นพี่แล้วจะทำไมเหรอ ก็ผมไม่ชอบหนิ” 

“คนอะไร สิวเต็มหน้า ใส่แว่นหนาเตอะเท่าฝาบ้านเลยมั้ง ผมเผ้าอะคิดจะทำให้มันดีๆบ้างได้ไหม อยากจะถามเหลือเกินว่าเคยหวีบ้างไหม ระวังเหามันจะขึ้นไปอยู่นะ วันทั้งวันหนิ หน้ามันแผลบเลย หนูไม่ชอบอ่ะแม่ คนอะไรไม่รู้จักดูแลตัวเองเลย”  ผู้เป็นแม่มองหน้าลูกชายผ่านกระจกมองหลังอย่างเอือมๆ ทำไมถึงสอนไม่เคยจำ

“เซฮุน แค่ม.1 ทำไมถึงปากถึงได้ร้ายขนาดนี้ ตบปากตัวเองไปสิบที” 

“โหยยยย....อะไรอ่ะแม่” 

“ยี่สิบที”

“แม่อ่าาาา”

“สามสิบ”  เธอยื่นคำขาดกับลูกชาย

“หนึ่ง...สอง...สาม....”   ถ้าขืนยังมัวแต่โอดครวญจำนวนการทำโทษมันจะยิ่งเพิ่มขึ้นอ่ะดิ ยอมซะตอนนี้ดีกว่า

 

 

 

 

 

 

            รถเก๋งสีดำจอสนิทหน้าบ้านหลังเดิมที่มักจะมารับใครอีกคนทุกวัน คนที่เซฮุนไม่ชอบหน้าที่สุดในโลกใบนี้

“สวัสดีครับคุณน้า ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ”  เด็กชายวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากตัวบ้าน เขาก้าวขึ้นรถอย่างมีมารยาท ก่อนจะดันแว่นให้เข้ากับรูปหน้าก่อนจะโค้งขอโทษผู้ใหญ่ที่เสียมารยาทให้ท่านรอนาน

“ไม่เป็นไรจ้า” 

“เสียมารยาท!!”   เซฮุนโพลงขึ้นมาทันที ถ้าแม่ไม่พูด เขาพูดเองก็ได้

“เราอย่าไปสนใจเซฮุนเลยนะลู่หาน น้องก็เป็นแบบนี้แหละ”  เธอมักจะบอกกับลู่หานแบบนี้เสมอทุกครั้งที่เซฮุนพูดจาไม่ดี

“หนูได้ข่าวว่า หนูเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้องครับแม่” 

“เซฮุน ถ้ายังไม่หยุดพูดจาแบบนี้ก็ลงจากรถไปเลย”  เธอเองก็จนใจกับเซฮุนแล้วเหมือนกัน จะใจดีให้ท้ายไปแบบนี้ไม่ได้ ในเมื่อเตือนกันดีๆแล้วไม่ฟังมันก็ต้องบทโหดกันบ้างแหละ

“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณน้า เดี๋ยวผมนั่งรถเมล์ไปเรียนก็ได้ครับ รบกวนคุณน้าเปล่าๆ”

“เอาน่า ไม่เป็นไรหรอก น้าเต็มใจที่จะมารับหนูนะลู่หาน”  เธอส่งยิ้มให้ลู่หาน มันเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจที่สุด

“ขอบคุณครับ” 

 

 

 

 

            โรงเรียนมัธยมชื่อดังประจำจังหวัดยามเช้าแบบนี้ พลุกพล่านไปด้วยนักเรียนที่กำลังเดินเข้าสู่รั้วสถานศึกษา บรรยากาศยามเช้าเป็นอะไรที่สดชื่นที่สุดและตื่นเต้นที่สุด ใครที่ไม่ได้ทำการบ้านมาก็จะมีโอกาสได้ลอกกันเช้านี้ก่อนที่จะถึงชั่วโมงเรียน บางคนมีเรื่องเล่ามากมายทั้งๆที่เมื่อวานก็ได้เจอกัน

            เซฮุนเดินเข้าโรงเรียนคนเดียวโดยมีลู่หานเดินตามอยู่ด้านหลัง เขาไม่พอใจที่จะให้ลู่หานเดินข้างๆ เพราะเขาไม่ชอบลู่หาน แม้ว่าการเดินเข้าโรงเรียนจะเป็นอะไรที่โดดเดี่ยวและเปล่าเปลี่ยวที่สุด แต่เซฮุนก็ยอม

           

“จะเดินตามฉันทำไม”  เซฮุนหันไปถามอย่างไม่เข้าใจ ก็รู้ตัวว่าไม่ชอบแล้วทำไมยังจะทำแบบนี้อีก

“เอ่อคือ...เซฮุน”

“มีอะไรก็รีบๆพูดดิ จะเข้าเรียน” 

“คือว่านาย..”  ไม่รอให้ลู่หานพูดจบเขาก็กลับหลังเดินต่อไป

“นายลืมรูดซิบกระเป๋านักเรียนหน่ะ”   เซฮุนหันมองกระเป๋าเป้ของตัวเองแล้วก็พบว่ามันเป็นแบบที่ลู่หานบอกจริงๆ

“ยุ่ง!!!!   มันไม่ใช่คำขอบคุณที่สวยหรูแต่ว่า ลู่หานก็เต็มใจรับมันไว้

 

 

 

................................................................

 

 

 

“มีอะไรหรือเปล่าเซฮุน”

“สอนการบ้านหน่อย”

หนังสือคณิตศาสตร์เล่มหนาถูกเขียนทับด้วยรอยดิสอมากมาย ลู่หานกำลังหาคำตอบกับโจทย์คณิตศาสตร์การบ้านของเซฮุน

 

“เห้อ....ยากจัง”  ลู่หานดันกรอบแว่นให้เข้ากับรูปหน้าก่อนจะก้มหน้าหาคำตอบจากโจทย์นั่นต่อไป

“อะไร...เรียนตั้งมอสาม ทำไมจะทำไม่ได้” 

“รอแป๊บนึงนะเซฮุน พี่ลืมสูตรอ่ะ”

“เออ งั้นทำไม จะไปเยี่ยว” 

 

            เด็กชายตัวผอมลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำทันที เซฮุนรู้ทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้ เพราะเขามักจะมาหาลู่หานเวลาที่ทำการบ้านไม่ได้เสมอ และมันก็เป็นเช่นนี้ทุกวัน ถึงปากจะบอกว่าไม่ชอบแต่เวลาอาจารย์สั่งการบ้านอะไรมา คนที่เซฮุนนึกถึงคนแรกก็เห็นจะเป็นลู่หานตลอด

 

            เซฮุนบรรจงลอกตัวหนังสือจากกระดาษเอสี่ที่ลู่หานแก้โจทย์คณิตให้เมื่อก่อนหน้านี้อย่างตั้งใจ เซฮุนไม่ได้มาให้ลู่หานสอนการบ้านหรอก เขามาเพราะมาให้ลู่หานทำการบ้านให้ตั้งหาก

 

“แล้วจบมอสามจะไปต่อที่ไหนอ่ะ”  เซฮุนเป็นฝ่ายถามขึ้นก่อน เพราะนี่มันก็ใกล้จะปิดเทอมใหญ่เข้าไปทุกที ก็คงไม่แปลกใช่ไหมที่เซฮุนจะอยากรู้

“ถ้าเลือกได้ก็อยากจะเรียนที่นี่”

“.......”

“แต่เหมือนว่า แม่จะให้ไปต่อไฮสคูลที่อังกฤษ”

“อังกฤษเลยเหรอ !!

“ใช่”

“ไปเรียนทำไมตั้งไกลถึงที่นั่น ประเทศที่ใกล้กว่านี้ไม่มีแล้วเหรอ”

“แม่จะให้ไปอยู่กับป้าที่นู่นสักพักนึงน่ะ”  ภายใต้กรอบแว่นหนา เขาสังเกตเห็นความวูบไหวในแววตาของเซฮุน

“แล้วสักพักนึงนี่มันนานแค่ไหน”

“ไม่รู้สิ ถามทำไมเหรอ”

“ก็เปล่า...คงไม่มีใครทำการบ้านให้แล้ว เสียใจนิดนึง”

“ฮ่าๆๆๆ นายก็ทำเองสิเซฮุน ออกจะเก่ง” 

“น่าเบื่อ !!! กลับบ้านดีกว่า”

            พูดจบก็เก็บหนังสือใส่กระเป๋าเป้แล้วเดินออกจากบ้านลู่หานไปทันที ถ้าเซฮุนไม่ถาม ลู่หานก็คงจะไม่บอก นี่กะจะไปเงียบๆโดยไม่บอกกันสักคำเลยใช่ไหม

 

            วันปิดภาคเรียนวันสุดท้ายก็มาถึง เซฮุนเห็นลู่หานนั่งเขียนเฟรนชิปอยู่ที่โต๊ะในโรงอาหาร วันนี้วันปัจฉิมจบการศึกษา มอสามและมอหกทุกคนต่างก็มีของขวัญที่รุ่นน้องนำมามอบให้ จะเว้นก็แต่ลู่หานที่ไม่มีอะไรถืออยู่ในมือเลย เซฮุนมองดอกกุหลายเหี่ยวๆในมือ เขาตั้งใจจะเอาไปให้ลู่หานตั้งแต่ตอนปัจฉิมแล้ว แต่ว่า...ถ้ามีคนเห็นว่าเขาคุยกับลู่หานล่ะก็ มันต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ ดอกกุหลายดอกนั้น เซฮุนจึงจำต้องเก็บใส่กระเป๋าเป้นักเรียนไป

 

มันก็แค่

ดอกไม้ที่เซฮุนตั้งใจจะให้เป็นการขอบคุณ...ก็เท่านั้นเอง

ความรู้สึกนอกเหนือจากนี้....ไม่มีจริงๆ

 

 

 

....................................................................

 

 

 

            ดวงตาสดใสมองทรรศนียภาพรอบด้านที่ตอนนี้มันแตกต่างจากเดิมมาก ก็แน่ล่ะ สิบปีแล้วที่ลู่หานไม่ได้กลับมาที่เกาหลีอีกเลยหลังจากที่ต้องไปเรียนต่อที่อังกฤษ ความจริงก็ว่าจะไม่กลับมาแล้ว แต่ดันได้งานที่เกาหลีพอดี

            บ้านหลังเก่าที่เคยอยู่เมื่อสิบปีก่อนถูกทำความสะอาดจนราวกับว่าที่นี่ได้รับการดูแลตลอด ลู่หานเก็บสัมภาระเข้าที่ก่อนจะออกไปสะสางธุระให้เสร็จ

 

 

“ไม่เจอเกือบสิบปี เปลี่ยนไปเยอะเลยนะลูก”  หญิงวัยกลางคนแต่อายุไล่เลี่ยกับผู้เป็นแม่ของเขา ยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มที่ซอยละต้นคอ

“น้าเจียสบายดีนะครับ”  ชายหนุ่มถามกลับ น้าเจียดูชราลงกว่าแต่ก่อน ก็อย่างว่า นี่มันก็สิบปีแล้ว

“ร่างกายก็ตามอายุนั่นแหละลูก ตามประสาคนแก่ แล้วแม่เราเป็นไงบ้าง”

น้าเจียเป็นผู้ใหญ่ที่ลู่หานรักและเคารพมากที่สุด การสนทนายังคงดำเนินไปเรื่อยๆ คุยเรื่องนั้นจบก็ต่อไปเรื่องนู้น ตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนาน

 

“แล้ว....น้องไม่อยู่เหรอครับ”

“อ่อน้องเหรอ...ออกไปข้างนอกเรื่องงานน่ะ ป่านี้คงเสร็จแล้ว เดี๋ยวน้าโทรฯไปเร่งน้องให้” เธอทำท่าจะลุกไปหยิบโทรศัพท์แต่ลู่หานห้ามเอาไว้ก่อน

“ไม่เป็นไรหรอกครับ รบกวนน้องเปล่าๆ เผื่อน้องมีธุระต้องทำต่อ”

“ไม่อยู่เจอน้องก่อนเหรอลูก”

“บ้านอยู่ใกล้กันแค่นี้เองครับ ไว้ผมจะมาหาบ่อยๆนะครับ” 

 

            ลู่หานเข้าประจำที่นั่งคนขับมือเล็กควานหาโทรศัพท์เมื่อนึกขึ้นได้ก็เผื่อว่าลืมไว้ที่บ้านน้าเจียจะได้กลับเข้าไปเอาตอนนี้เลยแต่จังหวะที่เงยหน้าขึ้นมา ร่างสูงของใครบางคนกำลังเปิดประตูรั้วบ้าน 

 

“หน้าไม่เปลี่ยนเลยนะเซฮุน”

 

 

 

            ขาเล็กก้าวเดินเข้าไปในสถานที่ทำงานใหม่พร้อมกับรอยยิ้มสดใสที่เจ้าตัวมักจะทำประจำ ลู่หานไม่ได้เพิ่งมาที่นี่เป็นวันแรก แต่เขาเคยมาสำรวจและทำความรู้จักกับพนักงานที่นี่ไปบ้างแล้ว

            ห้องทำงานของผู้ช่วยกองบรรณาธิการนิตยสารเบอร์ต้นๆระดับประเทศถูกตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองเทา มันก็ดูเข้ากันไปอีกแบบ ดูสดใสแต่ลึกลับ

 

“คุณลู่หานคะ”

“ว่าไงครับ”  ลู่หานจำได้ว่าเธอคนนี้คือเลขาของบรรณาธิการ

“คือวันนี้มีสัมภาษณ์งานเด็กใหม่น่ะค่ะ แล้วบอกอมีธุระด่วนเข้ามา”

“.....”
“เลยวานดิฉันให้มาเชิญคุณไปสัมภาษณ์งานแทนค่ะ”
  ลู่หานออกจะงงไปสักนิดหนึ่งในชั่วขณะแรก ความจริงแล้วเรื่องสัมภาษณ์คนเข้ามาทำงานมันควรจะอยู่ในดุลพินิจของบอกอแต่ว่าถ้าเขาปฏิเสธงานไปมันจะดูไม่ดีน่ะสิ

 

            ห้องประชุมเล็กถูกจัดให้เป็นที่สัมภาษณ์งานขนาดย่อม นอกจากลู่หานแล้วยังมีคณะกรรมการคนอื่นๆที่เป็นผู้สัมภาษณ์ด้วย

            ผู้ผ่านการคัดเลือกจากใบสมัครจะได้เข้ารับการสัมภาษณ์งาน คนแล้วคนเล่าเข้าห้องสัมภาษณ์มา ลู่หานก็ดูประวัติตามที่แนบมา คณะกรรมการคนอื่นก็ถามคำถามกันตามปกติเว้นก็เสียแต่ลู่หานที่ไม่ได้ถามอะไรออกไปมากเท่าไร เขาใช้การสังเกตพฤติกรรมท่าทางและการตอบคำถาม

            ร่างสูงโปรงของผู้สัมภาษณ์คนสุดท้ายนั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้าคณะกรรมการ เป็นจังหวะเดียวกับที่ลู่หานเงยหน้าขึ้นมาเพราะการแนะนำตัวของเขาพอดี

 

 

นี่มันไอ้เด็กที่เจอที่บ้านน้าเจียนี่

 

ชื่อ โอเซฮุน  

 

ลู่หานเปิดพลิกหน้ากระดาษก็เป็นประวัติของคนที่อยู่ด้านหน้าเขาพอดี เขาไล่อ่านประวัติของเซฮุนอย่างละเอียด เรียนการสื่อสารมาแบบนี้ สมควรจะให้ลงตำแหน่งไหนดี

 

เลขารองบรรณาธิการดีไหม

 

 

            เมื่อลู่หานเปิดคำถามแรกใส่เซฮุน เจ้าตัวก็ดูเหมือนจะตกใจเป็นพิเศษ ลู่หานสังเกตเห็นพฤติกรรมเซฮุน ครั้งแรกก็ยังมองแบบงง แต่สักพักหนึ่งก็เหมือนว่าเซฮุนจะจำได้ ถึงแม้ว่าสายตาที่ลู่หานได้รับจากอีกฝ่ายมันจะเย็นชาจนไม่สามารถอ่านความรู้สึกได้ แต่ลู่หานไม่แคร์อยู่แล้ว เซฮุนดูจะตอบคำถามและแก้สถานการณ์ได้ดี ข้อนี้ลู่หานขอชื่นชม

 

“มีคณะกรรมการท่านใดจะสัมภาษณ์คุณโอต่อไหมครับ”  ลู่หานหันไปถามคนอื่นๆ สิ่งที่ได้กลับมาคือรอยยิ้มและการส่ายหัวเบาๆ

 

“เราสัมภาษณ์คุณเสร็จแล้วครับ...แล้วทางเราจะแจ้งให้ทราบอีกทีนะครับ”  พูดจบทั้งคณะกรรมการและผู้โดนสัมภาษณ์ก็เดินออกจากห้องทันที

 

 

 

            วันนี้เป็นการทำงานที่เหน็ดเหนื่ยจริงๆเพราะลู่หานได้รับหน้าที่ให้ทำทุกอย่างแทนบอกอหมด แต่อย่างน้อยๆเขาก็รักงานที่ทำถึงแม้ว่าจะเหนื่อยแต่มันก็มีความสุขดี มินิสีเขียวขี้มาเลี้ยวเข้าโรงจอดรถของบ้าน

            มือเล็กไขกุญแจเข้าบ้านก่อนจะตบเข้าที่สวิตช์ไฟด้านข้าง ทันทีที่ไฟสว่าง สิ่งที่เห็นทำให้ลู่หานช็อคไปหลายนาทีเหมือนกัน

 

“เซฮุน”

 

“สวัสดีครับ ผู้ช่วยบอกอลู่หาน”




......................................................

สวัสดีวันสงกรานต์

สวัสดีวันปีใหม่ไทย

สวัสดี #HunHunmonth

มีความสุขกันมากๆนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

  1. #1 PPSnook (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 10:08
    จบแค่นี้เหรอ มีต่อเถอะ
    #1
    0