[YAOI] The Last Day...ภาค กำเนิดนักล่าสีเงิน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 899 Views

  • 16 Comments

  • 120 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26

    Overall
    899

ตอนที่ 6 : วันสิ้นโลกวันที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    10 ธ.ค. 61

วันสิ้นโลกวันที่ 5



ย่างเข้าเดือนที่ 9...ผมยังคงใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยเปื่อยแบบไร้จุดหมายโดยยึดปฏิบัติชีวิตตามตารางเดิมๆเหมือนที่เคยเป็นก่อนเกิดวิกฤตการณ์ซอมบี้ แต่อาจจะมีแทรกสิ่งที่จำเป็นในปัจจุบันเพิ่มมานิดหน่อยอ่ะนะ

6.00 น. รดน้ำต้นไม้...ผมตื่นขึ้นมารดน้ำต้นไม้ในสวนเล็กๆของพ่อซึ่งตอนนี้ดอกไม้ต่างๆกำลังบานสะพรั่งงดงามเลยทีเดียว ผมจึงเก็บดอกไม้มัดเป็นช่อเล็กๆแล้วเอาไปปักไว้ในแจกันหน้ารูปของพ่อและแม่ได้ทุกวันเลยล่ะ

7.00 น. ทานอาหารเช้า...ผมทานอาหารเช้าที่อุดมไปด้วยกาเฟอีนแบบเต็มเปี่ยมและแน่นอนเจ้าสโนว์ก็ด้วย แต่อย่าห่วง เพราะตอนที่ผมไปรับเจ้าสโนว์มาได้ไม่กี่วัน ผมก็ย้อนกลับไปขนอาหารหมามาหลายสิบกระสอบ ดูจากปริมาณแล้วอยู่ได้หลายปี แต่มันก็ยังไม่พอให้ระยะยาวอ่ะนะ เดี๋ยวไปหามาเพิ่มให้แน่นอนนะหมาน้อย เอาเป็นว่าตอนนี้ผมขุนเจ้าสโนว์จนโตอ้วนปุ๊กขนฟูฟ่องน่าหม่ำเป็นที่สุด

(หงิงๆๆๆ อย่ากินผมน้า : สโนว์)

8.30 น. ทำความสะอาด...ผมทำความสะอาดบ้านเหมือนเช่นทุกวัน อาจจะมีบ้างที่ทำการลงมือเช็ดถูสักเดือนละครั้งสองครั้ง แต่ส่วนมากผมจะกวาดมากกว่า

9.00 น. ฝึกวิชา...ถึงจะบอกว่าฝึกวิชา แต่ส่วนมมากผมก็หมดเวลาไปกับการสร้างน้ำเป็นตัว... เอ่อ...ฝึกใช้พลังแช่แข็งของผมให้คล่องน่ะครับ แรกๆผมใช้มันได้แค่แช่แข็งพวกเครื่องดื่ม เน้นคำว่าแข็งครับ เพราะแบบว่ามันแข็งกระโด๊กโป๊กเป๊กเลยอ่ะนะ ที่จริงอยากได้แบบเย็นๆดื่มแล้วชื่นใจนี่ต้องนั่งรอให้ละลายตั้งเกือบค่อนวันกว่าจะได้กิน

หลายอาทิตย์ต่อมาผมเลยหันไปเอาดีทางด้านสร้างสิ่งของดีกว่าดีกว่า อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าเจ้าสโนว์ของผมคือน้องหมาพันธุ์ไซบีเรียนฮักกี้ที่ทนต่อสภาพอากาศสุดโหดของขั้วโลกได้ดี แต่ข่าวร้ายมันดันไม่มีสภาพอากาศแบบนั้นในประเทศไทยนี่สิ (คิดถึงภาพน้องหมาสโนว์ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในกะละมังใส่น้ำเกือบทั้งวันจนเนื้อเปื่อยสิครับ) ในตอนแรกผมตั้งใจจะใช้แบตตาเลี่ยนที่เคยเอาไว้ใช้ไถหัวน้องชายจนเรียกได้ว่าเป็นผู้ตัดผมระดับโปรฯ แต่แล้วนาทีที่ผมเดินถือแบตตาเลี่ยนมาหามัน เจ้าสโนว์ก็เผ่นหนีไปอย่างรู้ทันทุกที ผมที่ทนสงสารเจ้าสโนว์ไม่ไหวเลยสร้างบ้านน้ำแข็งหลังเล็กๆให้มันหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในสวนนั่นเอง ทีนี้ทั้งคนทั้งหมาก็แฮปปี้ และเมื่อเห็นว่าจากอัตราที่ละลายได้ยากของมัน ผมเลยฝึกสร้างอีกหลายต่อหลายอย่างโดยส่วนมากเน้นหลักไปทางอาวุธซะส่วนใหญ่ อาทิ ดาบ มีดสั้น มีบิน ฯลฯ
จากนั้นผมก็ได้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมในห้องสมุดประชาชนจนได้หนังสือวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับพวกการความเย็น การเกิดน้ำแข็ง และอื่นๆ จนในที่สุดผมก็สามารถสร้างดาบน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลายได้มาหนึ่งด้าม แต่ถ้าพูดตามความเป็นจริง ผมว่ามันก็ยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่เพราะกว่าจะกลั่นมาได้แต่ละมิลทำเอาลากเลือดเลยทีเดียว

12.00 น. ทานอาหารกลางวัน...ข้าวเที่ยงถือได้ว่าเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุดผมจึงกินมากเป็นสองเท่าของอาหารมื้อเช้าและเย็น ซึ่งก็คือกินพวกน้ำที่อุดมไปด้วยกาเฟอีนจำนวน 1 ลิตรและอาหารที่สามารถเคี้ยวได้อีกจำนวน 500 กรัม ส่วนเจ้าสโนว์นั้นผมก็จัดการเทอาหารให้จนพูนจานเลยทีเดียว

13.00 – 15.00 น. ลาดตะเวน...อ่า...ช่วงเวลานี้เป็นการลาดตะเวนรายวันของผมกับน้องหมาน้อย ซึ่งวันไหนถ้าโชคดีเราก็ได้อาหารกลับมาแบบไม่เจอกับซอมบี้ แต่ถึงจะเจอ เจ้าพวกนั้นที่มีระดับต่ำกว่า 3 จะไม่ค่อยมายุ่งกับผมหรอก

เอ...ผมบอกรึยังนะว่าซอมบี้แยกเป็นกี่ระดับ เอาเถอะบอกซ้ำคงไม่เป็นไรมั้ง จากการเฝ้าสังเกตและจดบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับพวกซอมบี้ที่ผ่านมาทำให้ผมสรุปได้ว่า...ซอมบี้มีทั้งหมด 3 ระดับ ซึ่งสามารถแบ่งแยกได้ตามปัจจัยทางกายภาพที่เห็นได้อย่างเด่นชัดดังนี้

ระดับ 1 เรียกง่ายๆแบบภาษาบ้านเราว่า “พวกลูกกระจ๊อก” ซอมบี้ในระดับนี้บอกตรงๆว่าโง่มาก 100%ของพื้นที่ในสมองมีแต่เรื่องกิน....กิน...แล้วก็กิน ชอบการรวมกลุ่มเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์ในการล่าให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น แต่เนื่องจากมันเดินช้ามาก ส่วนมากจึงมักจะชวดเหยื่อเสมอ วิธีสังเกตซอมบี้ในระดับนี้ก็คือพวกมันจะมีตาแดงกร่ำ มีเส้นเลือดสีดำ และมีผิวหนังซีด

ระดับ 2 พัฒนาจากพวกลูกกระจ๊อกอีกขั้น เรียกว่า “พวกลูกน้อง” ซอมบี้ในระดับนี้พอจะเริ่มมีสมองขึ้นมานิดนึง เริ่มทำกิจวัตรประจำวันเหมือนตอนที่เคยมีชีวิตอยู่ เช่น ถ้าก่อนเป็นซอมบี้เคยเป็นนักเรียน...พวกมันก็จะไปนั่งเรียน ถ้าเป็นเด็กปั้ม...พวกมันก็จะไปยืนถือสายเติมน้ำมันที่ปั้ม แต่ในด้านการกินก็คล้ายๆกับพวกลูกกระจ๊อก วิธีสังเกตซอมบี้ในระดับนี้อาจจะทำยากหน่อยเพราะทางกายภาพมันแทบจะคล้ายกับระดับ 1 ต่างกันแค่พฤติกรรมเท่านั้นเอง

ระดับ 3 นี่ก็พัฒนาจากระดับ 2 อีกที ซอมบี้ในระดับนี้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพแล้ว วิธีสังเกตซอมบี้ในระดับนี้คือพวกมันจะมีขนาดตัวที่ใหญ่โตผิดปกติ มีสีผิวออกน้ำตาล และที่สำคัญมันเริ่มฉลาด เอาง่ายๆคือถ้าในแก๊งค์มีลูกกระจ๊อกและลูกน้อง พวกมันก็คือ ”ลูกพี่” นั่นเอง ดังนั้นในการออกล่าของซอมบี้ 1 กลุ่มใหญ่จึงประกอบไปด้วยพวกลูกกระจ๊อกและลูกน้องปะปนกันไปในอัตราส่วนเกือบจะเท่ากัน แต่ในนั้นจะมีพวกลูกพี่แค่ประมาณ 1% จากทั้งหมดเท่านั้น

ดังนั้นพอเจอเจ้าพวกที่ระดับต่ำกว่า 3 นี้เพราะพอเจอหน้ากันมันก็จะด้อมๆมองๆและเดินหลีกไปแบบหวาดกลัวอะไรสักอย่าง (แถมยังไม่มีท่าทีว่าจะเหล่มองน้องหมาผมแล้วด้วย)  
แต่ถ้าวันไหนผมซวยแบบมากๆก็ต้องคราวที่ไปจ๊ะเอ๋กับซอมบี้ประเภทวิปริต (ซอมบี้ไร้ระดับ จึงไม่จัดอยู่ใน 3 ระดับข้างต้น) ซอมบี้ประเภทนี้มักจะกินๆๆๆ กินทุกอย่างที่ขวางหน้า เป็นพวกตะกละที่ขนาดซอมบี้ด้วยกันมันยังกินเลย วิธีสังเกตซอมบี้ในระดับนี้ก็คือพวกมันจะผอมแห้ง ลำตัวสูงโปร่ง แขนขายาวเก้งก้าง ผิวหนังเป็นสีเทา ไม่มีลูกตาทำให้มองไม่เห็น แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันกับมีจมูกที่รับกลิ่นดีมาก และที่สำคัญหัวโล้นแทบทั้งสิ้น
ผมเลยมีทางเลือกเดียวคือฆ่ามันทิ้งซะ ซึ่งมันก็ยุ่งยากนิดหน่อย เพราะมันฉลาดที่จะสรรหาวิธีให้ได้กินเสมอ มีอยู่หนึ่งครั้งที่ผมฟันแขนมัน แต่มันก็ไม่หลบ ยอมให้ผมฟันเพื่อแลกกับการได้งับผมสักคำ ผมเลยยอมแลกกับมันอีกโดยการฟันเข้าที่คอจนแยกออกจากตัวเลย (อ่อ...ไม่ต้องห่วงเรื่องแผลผม เพราะผ่านไปไม่กี่นาทีมันก็สมานเหมือนครั้งที่ผ่านๆมานั่นแหล่ะ) ยังดีที่เจ้าพวกนี้มีน้อยมากๆเทียบกับจำนวนซอมบี้มีอัตราแค่ 1 ต่อ 1,000,000 เอง ซึ่งจะเกิดก็ต่อเมื่อเมืองนั้นเต็มไปด้วยซอมบี้เกือบทั้งเมืองแล้ว ทำให้อาหารหายากจนกลายพันธุ์แล้วมากินพวกเดียวกันเอง

“วันนี้จะไปไหนก่อนดี...สโนว์” ผมหันไปถามเจ้าหมาน้อยที่เดินเคียงคู่กันมาตามทาง วันนี้อาจจะเป็นวันดีวันหนึ่งเพราะตั้งแต่เดินมาผมยังไม่เจอซอมบี้เลยสักกะตัว “เอาเป็นโลตัสแล้วกันนะ” ผมถามเจ้าเพื่อนตัวน้อยเมื่อนึกถึงห้างชื่อดอกไม้ที่ผมยังไม่เคยไปเยือนเลยสักครั้ง เพราะส่วนมากผมจะตามเก็บพวกร้านสะดวกซื้อแถวๆชานเมืองมากกว่า ถึงของจะน้อยแต่ซอมบี้ก็น้อยด้วย ปลอดภัยฟุดๆ

“บ๊อก...” สโนว์เห่าบอกเสียงใส

ผมก้มลงไปลูบหัวน้องหมาสองสามทีแล้วลุกขึ้นกระชับเป้อันว่างเปล่าที่เตรียมพร้อมมาเพื่อขนของกลับโดยเฉพาะ อ๊ะๆ...อย่าเพิ่งนึกว่าผมไม่พกอาวุธมาเลยนะ เพราะผมนั้นเตรียมพร้อมเสมอ ใครจะอยากให้พลาดท่าเหมือนตอนที่ย่ามใจว่าไม่โดนพวกซอมบี้จู่โจมและออกมาเดิมช็อปปิ้งมือเปล่าจนจ๊ะกับซอมบี้ประเภทวิปริตแบบจังๆจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเล่า อาวุธประจำตัวของผมก็คือดาบน้ำแข็งไงครับ ส่วนที่เหลือค่อยไปสร้างเอาตอนต่อสู้...แหะๆ อ่อลืมไป ผมเหน็บปืนมาด้วยหนึ่งกระบอก อันนี้เผื่อเหตุการณ์ที่เข้าขั้นฉุกเฉินที่สุดจริงๆ

“ฮึบ...” ผมออกแรงงัดประตูอัตโนมัติซึ่งตอนนี้ไม่เปิดปิดเนื่องจากไฟได้ถูกตัดลงไปเมื่อเดือนที่แล้วนั่นเอง ผมเดินไปที่รถเข็นขนาดจัมโบ้ที่มีของเต็มคัน (รถเข็นของพนักงานอ่ะ) ซึ่งถูกทิ้งไว้บริเวณทางเข้า ผมคิดว่าพนักงานคงจะมาเติมของแต่โดนจู่โจมซะก่อนเลยไม่ได้เติม ผมเลยยกของเหล่านั้นลงไปเพราะมันมีแต่พวกของที่ผมกินไม่ได้ ผมอุ้มน้องหมาขึ้นมาวางไว้บนรถเข็นแล้ว หวังว่าวันนี้คงได้เพ็ทดีกรีไปให้เจ้าสโนว์บ้างนะ

16.00 น. เดินทางกลับ…ผมลากรถเข็นคันใหญ่ที่ถูกใส่ของจนพูนเนื่องจากการชอปปิ้งแบบกระหน่ำจนอิ่มหนำสำราญ ได้ของมาเพียบไม่ว่าจะเป็นพวกเมล็ดกาแฟ ช็อกโกแลต ชาแบบผง อาหารหมา น้ำแร่ และพวกยาอีกหลายอย่าง แต่ที่แฮปปี้ที่สุดคงจะเป็นพวกถ่านไฟและแบตอเนกประสงค์อ่ะนะ อย่างที่เคยบอกไปว่าตอนนี้ไฟฟ้านั้นได้ถูกตัดไปตั้งแต่เดือนก่อน ตอนกลางคืนเลยต้องใช้พวกไฟฉายหรือสปอตไลท์ในการให้แสงสว่างอ่ะนะ  แต่ผมจะใช้มันก็ตอนจำเป็นเท่านั้นแหล่ะ เอาไปเก็บไว้ก็ไม่เห็นเสียหายนี่หน่า แถมที่หลังคาบ้านผมยังมีแผงอัลตราไวโอเลตที่ไปสอยมาจากศูนย์พยาบาลแถวบ้านด้วย แค่ไฟดวงสองดวงในบ้านอ่ะมีใช้เหลือเฟืออยู่แล้ว

ผมใช้เวลาเดินทางไม่นานนักก็ถึงบ้านหลังงามที่มีสิ่งมีชีวิตที่นอกเหนือจากซอมบี้อาศัยอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้ถูกเคลียร์พื้นที่ในระยะ 1 กิโลเมตรจนปลอดภัยจากพวกซอมบี้แน่นอน ต้องเจ้าของหมู่บ้านจัดสรรที่พ่อแม่ผมมาซื้อบ้านอยู่นะ เพราะเขาช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกลปนเผด็จการที่สั่งให้ช่างทำกำแพงอาณาเขตหมู่บ้านซะสูงชะลูดเพื่อป้องกันน้ำท่วม (ประมาณ 1.5 เมตร) ผมจึงแค่เดินไปปิดประตูใหญ่และไล่กวาดพวกที่ยังเหลืออยู่ในหมู่บ้านโดยแทบไม่เปลืองแรงเลยสักนิด แถมผมยังได้แวะไปตอบแทนบุญคุณคุณเจ้าของเขาด้วยการลากลงหลุมและทำสุสานให้อย่างดี ไปที่ชอบๆนะครับ...อาเมน

ผมทยอยเอาของจัดเก็บตามชั้นที่ว่างๆอยู่ในห้องใหญ่ซึ่งเคยเป็นห้องของพ่อกับแม่ แต่พอท่านเสียผมจึงขนของของท่านไปเก็บไว้ในห้องเก็บของแทน จากนั้นก็เอาพวกชั้นวางของที่ไปจกจากที่นู่นที่นี่มาตั้งไว้เพื่อจัดระเบียบของที่ไปชอปปิ้งมาจัดเก็บไว้เป็นหมวดหมู่เพื่อยืดอายุการใช้งาน ไม่งั้นถึงจะมีบ้านดีอะไรดีของก็เสียหมดนั่นแหล่ะ แฮ่ม...ดูเหมือนนิสัยตอนยังเป็นผู้หญิงอยู่กำเริบ สงสัยหม่อมแม่สอนมาดี เอาเป็นว่าบ้านผมตอนนี้เทียบได้กับเซฟเฮาส์ย่อมๆเชียวล่ะ

17.30 น. ขัดเช็ดอาวุธ...อันนี้ก็เป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญที่จะลืมไม่ได้เลยครับ ทุกคนคงทราบดีนะครับว่าอาวุธของผมคือดาบน้ำแข็ง แต่นั่นแหล่ะคือปัญหา เพราะไม่เพียงแต่ว่ามันจะกลั่นออกมาได้ช้าปานหอยทากติดสถานะตระคริวแดก มันยังต้องการการดูแลระดับพรีเมี่ยมอีกด้วย ทุกวันนี้ผมต้องมานั่งขัดๆถูๆมันด้วยน้ำแร่ 100% ที่ผ่านมาตรฐานการกรองระดับสากล ไม่เช่นนั้นมันจะละลาย ฟังไม่ผิดหรอกครับ เจ้าดาบนี่มันจะละลายอย่างรวดเร็วให้ชอกช้ำระกำใจจนต้องมานั่งกลั่นน้ำแข็งที่ดาบใหม่ทั้งๆน้ำตาที่นองหน้า

19.00 น. ปิดบ้านและนอน...และภารกิจสุดท้ายของผมก็คือการปิดบ้านและขึ้นนอนนั่นเอง ผมเดินไปปิดไฟและประตูหน้าต่างรอบๆบ้านอย่างเย็นใจก่อนจะปีนขึ้นเตียงนุ่มๆของผมแล้วดึงผ้าน่วมลายหมีเน่ามาห่มอย่างสุขใจ (ผมติดผ้าน่วมมากครับ ไม่ว่าจะฤดูร้อน ฤดูฝน หรือแม้แต่ฤดูหนาวผมก็ห่มมันอยู่ผืนเดียวนี่แหล่ะ)

สุดท้ายนี้...ทุกคนอาจจะอยากถามว่าทำไมผมถึงยังทนอยู่ที่บ้านหลังนี้ ทำไมไม่ออกเดินทางไปหาเมืองที่ยังมีมนุษย์เหลืออยู่ ผมก็จะตอบแบบนี้...“ถ้าผมทำได้ผมทำไปแล้วเฟ้ย!!! อย่าให้รู้นะว่าใครกันที่บังอาจสร้างกำแพงสูงเท่าตึก 10 ชั้นล้อมรอบบ้านเกิดของผมจนกลายเป็นประเทศเอกราชโดดเดี่ยวแบบนี้ พ่อขอสาบานว่าจะแช่แข็งมันให้เป็นไอติมหลอดแล้วเอาไปทิ้งกลางดงซอมบี้แน่!!! กร๊าซ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”




 
จบภาค กำเนิดนักล่าสีเงิน.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #11 hibernateZz (@hihibernate07) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 17:00

    น่าสงสารเขานะคะ โดนขังเดี่ยวแบบนั้น

    #11
    1
    • #11-1 Shionkun (@lukhia) (จากตอนที่ 6)
      6 มกราคม 2562 / 19:53
      เรื่องมันเศร้าครับ (กระซิกๆ)
      #11-1
  2. #10 ku_ro (@ku_ro) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 23:26
    น้องโดนขังงง ฟิลลิ่งเหมือนกำเเพงไททันเลยย
    #10
    1
    • #10-1 Shionkun (@lukhia) (จากตอนที่ 6)
      6 มกราคม 2562 / 19:52
      งื้อๆ (ตะกุยกำแพง)
      #10-1
  3. #9 Rosemarie (@Ilusionnero) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 23:25
    พระเอกยังไม่มาเรยอ่ะ
    #9
    0
  4. #7 aaamogi (@aaamogi) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 22:30
    ถ้าออกได้ออกไปนานแล้วววว อารมณ์เหมือนกรุงเมอร์ลินเลย😅😅
    #7
    0
  5. #5 bj vamtoon (@bj-vamtoon55) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 12:10
    รอนะครับ
    #5
    0
  6. #3 VCVeonaCamilas (@VCVeonaCamilas) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 21:59

    55555 เป็นการใช้ชีวิตอย่างสงบ

    ยังไงรออ่านคะ
    #3
    0