[YAOI] The Last Day...ภาค กำเนิดนักล่าสีเงิน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 899 Views

  • 16 Comments

  • 120 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26

    Overall
    899

ตอนที่ 3 : วันสิ้นโลกวันที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    10 ธ.ค. 61

วันสิ้นโลกวันที่ 2 
  
 
และแล้วตอนนี้ผมก็ได้ย่องมาจนถึงจุดหมายเเรก...ร้านกิ๊ฟชอร์ปและเซเว่นหน้าวิทยาลัย ซึ่งมีสภาพเหมือนโดนทอนาโดถล่มสักสามลูก (เละทุกร้านเลยอ่ะครับ) และแน่นอนว่ายังคงไร้วี่แววของพวกมันเช่นเดิม ผมเลยเลือกเข้าร้านกิ๊ฟชอร์ปก่อนครับ เพราะผมจำได้ลางๆว่าร้านนี้มีรองเท้าผ้าใบที่ราคาแพงกว่าราคาตลาดแบบไม่น่าให้อภัย (พี่แกบวกกำไรแบบกะรวยเลยครับ) แต่เด็กๆผู้มีอันจะกินทั้งหลายก็ยอมจ่ายตังค์ซื้อเมื่อนึกได้ว่าวันนั้นเป็นวันตรวจระเบียบของทางวิลัยอ่ะนะ เสียตังค์ดีกว่าเสียคะแนนความประพฤติที่ต้องแลกวันหยุดปิดเทอมไปบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมเป็นไหนๆ
 
อ๊า...นั่นไงๆ ผมปรี่เข้าไปที่โซนรองเท้าก่อนจะหยิบนันยาง ไซส์ 38 สีดำเพื่อนคู่ใจสมัยเรียนลูกเสือออกมาเปลี่ยนแทนคัชชูส้นเตี้ยของผมทันที และก็โชคดีของผมอีกว่าใกล้ๆกันนั้นเจ้าของร้านได้แขวนถุงเท้าให้หยิบได้ง่ายๆอีกด้วย ผมเลยหยิบมาใส่คู่หนึ่งแล้วยัดมันลงกระเป๋าอีก 6 คู่เอาไว้สับเปลี่ยน
 
แง่ม!!! ผมกัดเข้าที่ส้นรองเท้าของนันยางทั้งสองข้างก่อนจะเอามาสวมต่อจากถุงเท้าทันที ถึงสมัยนี้จะมีคนเชื่อเรื่องกัดรองเท้าก่อนที่มันจะกัดเราน้อยมาก แต่ผมได้ประสบการณ์ตรงการการต้องใส่คัชชูมา 5 ปีเต็ม เชื่อเถอะว่ามันได้ผล อา...ค่อยสบายเท้าหน่อย
 
ผมเงยหน้ามองนาฬิกาของร้านที่กำลังบอกเวลาปัจจุบัน อืม...ยังมีเวลาอีกประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนฟ้าจะมืด สงสัยวันนี้ผมต้องหาที่งีบเอาแถวนี้ก่อนแน่นอน ผมเลยตัดสินใจสำรวจร้านกิฟชอร์ปแห่งนี้อีกรอบ ไม่ต้องห่วงเรื่องพวกมันนะครับ เพราะก่อนจะเข้าร้านผมล็อคประตูหน้าไว้แล้ว ผมจึงสามารถสำรวจร้านได้แบบไร้กังกลเลยล่ะ
 
โอ๊ะๆ นี่มันหมอนผ้าห่มนาโนนี่หน่า ผมเคยคิดอยากจะซื้อมันมานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาส ผมเลยเอามา 1 ผืนแบบไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังเลย ผมกระชับเป้ข้างหลังเข้ากับตัวก่อนจะคว้าสายหมอนผ้าห่มที่ถูกออกแบบมาให้ถือได้ง่าย
 
ผมเดินต่อมาอีกหน่อยถัดจากชั้นที่วางผ้าห่มไม่ไกลนักก็เจอกับชุดผ้าขนหนูที่ไม่รู้ทำไมต้องเหลือแต่สีแต๋วแตกอยู่ชุดเดียว (ประกอบด้วย ผ้าเช็ดตัว, ผ้าเช็ดหัว และผ้าเช็ดหน้า) ผมไม่มีทางเลือกเลยต้องหยิบๆเอามาก่อน หลังจากสลบไป 2 วัน ผมยังไม่ได้อาบน้ำเสยสักนิด กลิ่นเริ่มตุๆเริ่มโชยแล้วเนี่ย
 
โอ้...และสิ่งสุดท้ายที่ผมเกือบลืม ยางมัดผมไงล่ะ!!!
 
ผมรวบเส้นผมสีเงินขึ้นก่อนจะมัดอย่างลวกๆเพื่อความสบายหัวส่วนตัวแบบสุดๆ ไว้เจอกระจกแล้วจะถากผมออกให้เหี้ยนเลยทีเดียว ไหนๆตอนนี้ก็มีโอกาสได้เป็นผู้ชายสมใจอยาก เพราะฉะนั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องไว้ผมแล้วน่ะสิน้า
 
เมื่อจะตะเวนดูของในกิ๊ฟชอร์ปจนผมคิดว่ามันไม่น่าจะมีสิ่งใดที่จะใช้ได้เพิ่มเติม ผมจึงเดนออกมาชะโงกหน้าดูภายนอกร้านผ่านทางกระจกข้างเคาท์เตอร์
 
อืม..ไม่มีวี่แววพวกมัน
 
แต่ผมจะเดินเข้าเซเว่นยังไงล่ะ ก็มันมีเสียงตรงประตูเข้าด้วยนี่หน่า ใครจะรับประกันว่าถ้าผมเดินเข้าไปแล้วเสียงมันจะไม่ไปเรียกพวกซอมบี้ให้แห่มารุมกินโต๊ะผมรอบสอง ผมไม่อยากโดนกัดแล้วนะ แค่ครั้งเดียวก็เจ็บเกินพอ นึกแล้วยังทำเอาผมเสียวบริเวณคอไม่หายเลยเนี่ย
 
จ๊อกกกก.....
 
อึ๊ย...ท้องเริ่มจะหิวแล้วสิ ก็แน่ล่ะไม่ได้กินอะไรมา 2 วันแล้วนี่หน่า เอาวะเป็นไงเป็นกัน วันนี้ถ้าผมไม่ถูกกัดตาย (อีกรอบ) ผมก็ต้องหิวตายอยู่ดี
 
ติ๊งหน่องงงงง
 
บัดซบ!!! เมื่อผมเข้าไปในร้านได้ ผมก็รีบโกยแนบเข้าไปแอบหลังเสากลางร้านพร้อมหยิบมีดพับอันหนึ่งออกมาถือด้วยท่าทางพร้อมรบทันที แต่แล้วก็ไม่มีใครหรืออะไรตามผมเข้ามา
 
เฮ้อ...ผมถอนใจอย่างโล่งอกก่อนจะเดินเข้าไปภายในเคาท์เตอร์เพื่อกดล็อคประตูร้านจากด้านในและปิดไฟร้านภายหน้าจนหมดทุกดวง ทำให้เหมือนว่าที่นี่ไม่มีใครอยู่ครับ มันจะได้ไม่เรียกความสนใจให้ทั้งพวกซอมบี้หรือพวกมนุษย์คนอื่นๆเข้ามา เพราะตอนนี้ผมไม่มั่นใจนักว่าตอนนี้ผมยังเป็นมนุษย์อยู่รึเปล่า ก็ผมมันโดนกัดไปแล้วอ่ะ ไม่รู้ว่าเชื้อที่ผมได้รับมันจะเปลี่ยนอะไรผมไปบ้าง ดูอย่างที่มันแปลงเพศให้ผมตอนนี้สิ ด้วยการที่เป็นเปลี่ยนไปทางกายภาพแบบเห็นได้ชัดนี้มันทำให้ผมไม่ขอฟันธงเรื่องใดๆทั้งสิ้นจะดีกว่า
 
ผมคิดว่าที่นี่ก็คงจะประสบเหตุการณ์แบบเดียวกับห้องเรียนของผมเช่นกัน ดูจากรอยเลือดที่กระจัดกระจายไปทั่วอ่ะนะ ผมเดินไปที่หน้าตู้แช่อาหารกล่องก่อนจะเลือกข้าวผัดกล่องอีซีโกลสุดสิ้นคิดออกมาเวฟ 1 กล่องด้วยความหิวปานจะกินวัวได้ทั้งตัว
 
ติ๊งงง (เสียงเบาๆครับ)
 
ผมเปิดตู้ไมโครเวฟและหยิบกล่องข้าวออกมาอย่างรีบร้อนโดยไม่ได้ใช้ผ้าจับกล่องด้วยซ้ำ ซึ่งแน่นอนว่ามันร้อนมาก แต่ผมกลับไม่รู้สึกถึงความร้อนที่มือเลยสักนิด แต่ช่างมันก่อนเพราะตอนนี้ผมหิวมากๆ ผมวางกล่องลงบนเคาท์เตอร์ก่อนจะหยิบช้อนซ้อมออกมาและเริ่มกระซวกเข้าปากทันที แต่แล้วรสชาติของข้าวผัดที่น่าจะหอมน่ากลิ่นกลับเหม็นเหมือนของเน่าไม่มีผิด
 
อุ...อ้วกกกกกก
 
ผมหยิบถังขยะเล็กๆมาบ้วนของในปากทิ้งก่อนจะหันไปล้างปากแบบเอาเป็นเอาตาย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!!! ผมว่าก่อนเวฟผมตรวจดูหน้ากล่องแล้วนะว่ามันยังไม่หมดอายุ ตู้แช่ก็ไม่ได้เสียนิ แล้วทำไมอาหารที่เวฟออกมามันถึงมีกลิ่นไม่น่าพิสมัยอย่างนี้เล่า
 
ผมกระดกน้ำเปล่าจนหมดขวดก่อนจะเริ่มขบติดด้วยสมองอันน้อยนิดที่กำลังตื้อเต็มทน หรือว่านี่คืออีกหนึ่งในผลกระทบจากการโดนกัดเมื่อครั้งก่อน ผมเร่มรวบรวมของกินทุกอย่างเท่าที่หาได้ออกมาเปิดลองชิมทีละอย่าง
 
บาโลล่ารสคลาสสิค...อ้วกกกก
 
ข้าวปั้นรสแซลมอนย่างซีอิ้ว...อ้วกกกก
 
นมพาสเจอไรซ์...อ้วกกกก
 
และอื่นๆอีกมากมาย...อ้วกกกก
 
นี่มันเริ่มไม่ตลกแล้วนะ!!! ผมนั่งพิงเคาท์เตอร์แบบเพลียๆ ผมหิว...หิวมากด้วย แต่ไม่ว่าจะลองเท่าไหร่ผมก็อ้วกออกมาหมด แค่เอาเข้าปากก็คลื่นไส้จนเกินจะทนแล้ว ในช่วงสุดท้ายก่อนที่ผมจะหมดหวังผมก็หันไปเห็นกาแฟกระป๋องที่ผมไม่เคยแม้แต่จะเฉียดเข้าไปใกล้พวกมันเลยสักนิด เพราะผมดื่มกาแฟ ผมเชื่อว่ามันจะชะลอการเจริญเติบโตของสมอง ผมเลยหลีกเลี่ยงมันมาตลอด
 
แกร๊ก...
 
ผมเขย่ากระป๋องเล็กน้อยก่อนจะเปิดมันและเทลงคอ ผมหลับตาปี๋ขณะปล่อยให้เครื่องดื่มผสมกาเฟอีนไหลลงคออย่างช้าๆ แต่แล้วรสชาติที่ผมได้รับคือ...อร่อย!!! รสชาติอร่อยมากจนไม่น่าเชื่อว่ามาจากเครื่องดื่มที่ผมสาบานว่ายังไม่เหยียบย่างเข้าไปยุ่งด้วยตลอดชีวิต ความหิวที่เคยแสบท้องก็พลันหายไปแล้วเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นด้วยซ้ำ
 
ผมเลยไล่ดูส่วนประกอบต่างๆของกาแฟกระป๋องนี้ว่ามีส่วนประกอบอะไรที่แตกต่างจากอาหารชนิดอื่นๆที่ผมลองกินก่อนหน้านั้นมาบ้าง...งืมๆๆ ใช่แล้ว!!! คาเฟอีนไงล่ะคาเฟอีน ของอย่างอื่นที่ผมกินไม่มีกาเฟอีนผสมอยู่เลย ผมจึงไล่ดูของต่างๆในเซเว่นแห่งนี้ว่ามีอย่างไหนที่มีส่วนผสมของกาเฟอีนบ้าง ซึ่งสรุปว่าได้มา 5 อย่างดังนี้ 1.ชา 2.กาแฟ 3.ช็อคโกแลต 4.เครื่องดื่มชูกำลัง 5.เมล็ดทานตะวัน หวังว่าถ้าผมใช้ชีวิตโดยกินของเจ้าพวกนี้ไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ ผมคงไม่อ้วนกลายเป็นหมู หรือแปลงร่างเป็นหนูแฮมเตอร์ไปซะก่อนนะ
 
ผมเลยกวาดของที่มีกาเฟอีนทั้งหมดที่มีขายในเซเว่นลงกระกร้าก่อนจะขนขึ้นไปบนสต็อคข้างบนที่มีทั้งกล้องวงจรปิดที่สามารถมองเห็นหน้าร้านและภายในร้านได้ ผมจึงเอาพวกของที่เคยอยู่ในกระเป๋าออกมาวางเรียงบนโต๊ะและเริ่มบรรจุของลงในกระเป๋าใหม่ทันที โดยในขณะที่ทำผมก็ยังไม่ลืมที่จะมองกล้องวงจรปิดไปด้วย ผมจัดพวกบรรดาอาวุธทั้งหลายให้ออกมาอยู่ด้านนอกเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน นอกนั้นก็ยัดๆเข้าไปตามสภาพเท่าที่กระเป๋าจะอำนวย ก่อนจะเอาของที่เหลือไปยัดใส่ตู้เก็บของ เพราะอย่างน้อยก็เป็นหลักประกันได้ว่ามันจะไม่โดนตัวอะไรเอาไปกินก่อนที่ผมจะย้อนกลับมาเอา
 
เมื่อจัดเสร็จผมก็ล้มตัวนอนลงกับพื้นโดยใช้เป้เป็นหมอนและคลี่ผ้าห่มนาโนออกมาห่มและสวดภาวนาขอให้คืนนี้ผ่านไปได้ด้วยดี....
 
 
 
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #15 Kirin2004 (@Kirin2004) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 16:16

    นิลกลายเป็นกูลไปซะแล้ว//อ้าวผิดเรื่องหรอ
    #15
    0
  2. #14 su-mei (@hajime) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 11:12

    หนูลูก คัทชูมันกัดอ่ะใช่ แต่ส่วนใหญ่ผ้าใบมันไม่กัดนะลูก ยิ่งใส่ถุงเท้ายิ่งปลอดภัย เชื่อป้า
    #14
    1
    • #14-1 Shionkun (@lukhia) (จากตอนที่ 3)
      6 มกราคม 2562 / 19:52
      ห๊ะ…จริงหยอ (ถุยรองเท้าออกจากปากในบัดดล)
      #14-1
  3. #8 Rosemarie (@Ilusionnero) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 23:03
    เหมือนกูลเลย
    #8
    0