คัดลอกลิงก์เเล้ว

Starting from my dream.

-Dream means a series of images, events and feelings that happen in your mind while you are asleep.-

ยอดวิวรวม

11

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


11

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 มี.ค. 63 / 14:05 น.
นิยาย Starting from my dream. Starting from my dream. | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


 

     ‘ชอบ’

 

 

     คำหนึ่งคำจากเจ้าของดวงตาสีเทาที่อยู่ตรงหน้าพูดขึ้นมา ผมสีดำปลิวตามแรงลมที่พัดมาเบาๆ

 

 

     ผมนิ่งค้างไปสักพัก และมีความรู้สึกบางอย่างตีขึ้นมา ผมว่าผมไม่ได้รู้สึกแย่หรืออะไรประมาณนั้น แต่ก่อนที่ผมจะตั้งสติได้ว่ามันคืออะไร เขาก็โน้มตัวลงมาหาผมแล้ว

 

 

     ริมฝีปากของเขาแนบชิดกับริมฝีปากผม และน่าแปลกที่ผมไม่ได้รู้สึกอยากจะผลักเขาออกไป เราทั้งคู่ค่อยๆ ปิดเปลือกตาและจมลงไปกับมัน

 

 

     จากสัมผัสผิวเผินมันเริ่มดำดิ่งลึกลงไป ผมรู้สึกได้ว่าลิ้นของเราพันเกี่ยวเข้าด้วยกัน

 

 

     และไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ผมเริ่มจะหมดลมหายใจและเป็นคนผละออกมา

 

.

 

     ผมลืมตามาอีกครั้งภาพตรงหน้าคือเพดานสีขาวที่แสนคุ้นเคย หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็วเพื่อโกยอากาศเข้าสู่ปอดให้ได้มากที่สุด ผมกรอกตามองไปรอบตัว มันยังคงเป็นเตียงกว้างในห้องนอนมืดๆ เพราะม่านที่ถูกกางไว้บังแสง

 

 

     อ่า...ใช่ ผมฝัน นั้นมันไม่แปลกเท่าไหร่สำหรับใครหลายคน ถ้ามันไม่ใช่เพราะผมไม่ได้มีความฝันที่มีสัมผัสชัดเจนแบบนี้มานานแล้ว

 

 

     “สวัสดีเช้าวันใหม่” ผมเดินลงจากเตียงเพื่อไปเปิดม่าน แสงแดดสีทองอ่อนสาดส่องเข้ามาในห้อง มันอาจจะทำให้รู้สึกร้อนนิดหน่อยถ้าคุณอยู่ด้านนอกนั้น แต่เครื่องปรับอากาศภายในห้องของผมมันช่วยได้มากเลยล่ะ

 

 

     หลังจากชื่นชมกับแสงแดดและวิวริมระเบียงได้ไม่นานนาฬิกาปลุกที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็ดังขึ้นมา โชคดีที่ผมยืนอยู่ไม่ไกลมาก แค่ระยะเอื้อมมือเท่านั้นผมก็กดปิดมันได้

 

 

     โทรศัพท์ที่ถูกวางทิ้งไว้เปล่งแสงวูบหนึ่งและดับไป ผมเดินไปหยิบมันขึ้นมาและตรงไปนั่งปลายเตียง ปลดล็อกหน้าจอหลังจากการสแกนใบหน้าสำเร็จ นิ้วเรียวกดเข้าแอพสีเขียวที่แสดงตัวเลขแจ้งเตือนค้างไว้สองหลัก

 

 

     ส่วนมากมันเป็นแชทกลุ่ม และผมกดเข้าไปเพื่อล้างแจ้งเตือนเท่านั้นแหละ ไม่ค่อยเลื่อนอ่านมันเท่าไหร่หรอก แต่ดูเหมือนว่าแจ้งเตือนล่าสุดจะมาจากพี่สาวของผมเอง

 

 

     เธอถามไถ่ความเป็นอยู่ของผมทุกวัน ผมตอบเธอไปตามปกติ และบอกเธอด้วยว่าผมจะรับสมาชิกใหม่เข้ามาอยู่ในห้องเดียวกันกับผมด้วย เธอตื่นเต้นและบอกว่าจะหาเวลามาเยี่ยมบ้าง

 

 

     เราคุยกันพักใหญ่ก่อนเธอจะบอกลาผมเพื่อกลับไปทำงาน ผมเลยกดออกจากแอพสีเขียว และกดเปิดบลูทูธเพื่อเชื่อมต่อกับลำโพงราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือ

 

 

     ไม่นานเพลงโปรดของผมก็ดังไปทั่วห้องนอน ผมเปิดประตูกระจกที่ติดทางระเบียงเพื่อเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่ตากเอาไว้ตามปกติ แต่ในขณะที่ผมกำลังจะหันกลับเข้ามาในห้อง สายตาผมก็เห็นเงาคนที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้ามยืนอยู่ริมระเบียงเหมือนกัน

 

 

     อ่า...ผมอาจจะคิดไปเองว่าเขามองผมอยู่ แต่ผมสายตาสั้นไปหน่อยเลยไม่เห็นหน้าค่าตาเขาแบบชัดเจน ผมเลยไม่ได้ใส่ใจและกลับเข้าห้องอีกครั้ง

 

.

 

 

     “เอาล่ะ...เริ่มจากไหนดี”

 

 

     ผมเลื่อนตามองกล่องพัสดุกล่องใหญ่สองกล่องและอาหารแมวถุงใหญ่สองถุงที่นอนแอ้งแม้งอยู่หลังโซฟาในห้องรับแขก หลังจากอาบน้ำและจัดการตัวเองเรียบร้อยก็ได้เวลาจัดของต้อนรับสมาชิกใหม่สักที

 

 

     “ใหญ่ใช่เล่นเลยแฮะ” ผมบ่นคนเดียวท่ามกลางเสียงเพลงที่ยังคงเล่นเพลงในลิสที่ผมสร้าง

 

 

     เสียงคัตเตอร์ที่กรีดลงบนรอยเทปปิดผนึกกล่องกระดาษไว้ เมื่อเปิดออกผมก็เจอกับของชิ้นใหญ่ที่ถูกห่อด้วยแผ่นกันกระแทก

 

 

     ผมจัดการยกมันออกมาและคลี่แผ่นกันกระแทกออก มันเป็นกระบะทรายแมวแบบอัตโนมัติ สิ่งประดิษฐ์สำหรับแมวที่ผมรู้สึกว่ามันหรูขึ้นทุกวัน แต่ก็...นั้นแหละ เพื่อความสะดวกสบาย

 

 

     กล่องที่สองเป็นชิ้นส่วนคอนโดแมวที่ถูกแยกออกมายัดลงกล่อง ในนั้นมีกระดาษคู่มือและชิ้นส่วนเล็กๆ ในการประกอบ ผมเดินไปหยิบกล่องเครื่องมือขนาดเล็กในชั้นวางของใต้โต๊ะวางทีวีก่อนจะเดินกลับมานั่งดูคู่มืออีกที

 

 

     “...ยากอ่ะ”

 

 

     มันใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงในการประกอบและเคลื่อนย้ายมันไปไว้ตรงมุมห้อง กระบะทรายก็ด้วย มันถูกวางไว้ใกล้ๆ กัน ที่ให้อาหารแมวแบบอัตโนมัติถูกวางไว้ติดเคาน์เตอร์ที่กั้นระหว่างห้องรับแขกและครัวเล็กๆ ในห้อง

 

 

     ผมปูเบาะเล็กๆ ไว้ในช่องของคอนโดแมวและจัดการเติมทรายไว้ในห้องน้ำสุดหรูของสมาชิกใหม่

 

 

     “เอาเรื่องอยู่นะเนี่ย” ผมพูดพร้อมกับใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผม โชคดีที่ผมมัดผมหน้าขึ้นไปแล้ว ไม่งั้นเหงื่อคงออกเยอะกว่านี้และผมยังไม่อยากอาบน้ำใหม่

 

​------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

     เวลาเที่ยงวันผมตั้งใจว่าจะออกไปรับสมาชิกใหม่มาอยู่ด้วยกัน ก็เลยเดินลงมาจากคอนโดพร้อมกับหมวกกันแดด หลังจากปิดเครื่องปรับอากาศและไฟในห้องแล้วก็เลยเดินออกมา ห้องของผมอยู่สุดทางเดิน พื้นที่เลยกว้างกว่าห้องอื่นๆอยู่นิดหน่อย และเพราะช่วงระเบียงเป็นแนวโค้งเลยมองเห็นวิวรอบๆคอนโดได้เยอะกว่า พอคิดถึงเรื่องระเบียงแล้วก็อดคิดถึงเรื่องคนฝั่งตรงข้ามไม่ได้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเห็นเขา ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนผมเดินไปหยิบผ้าที่ตากไว้เหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าช่วงนั้นผมจะไม่มีเวลาใส่ใจเท่าไหร่ก็เลยปล่อยไป


     หลังเจออีกครั้งในวันนี้ก็เลยพยายามนึกหน้าเขาในหัวว่าเคยมองเห็นเขาชัดๆหรือเปล่า แต่พอคิดจนปวดหัวก็นึกไม่ออกเลยปล่อยเลยตามเลยไป และเมื่อรอบตัวรู้สึกถึงความร้อนสติก็พลันกลับมา ดูเหมือนว่าตัวผมเองจะเดินออกมานอกคอนโดได้พักหนึ่งแล้ว

 

     เอาน่ะ...ตอนแรกก็ว่าจะเอารถออกมาอยู่หรอก แต่สถานที่ๆ ผมมารับเจ้าแมวมันอยู่ใกล้มาก เลยยอมเดินฝ่าแดดลงมาสักหน่อย แล้วก็อาจจะแวะซื้ออาหารกลับมาด้วย

 

     หลังจากตากแดดมาประมาณสิบนาทีก็มาถึงจุดหมาย ผมมาหยุดอยู่หน้าคลีนิครักษาสัตว์เล็กๆ ที่ผมเอาแมวมาฝากไว้

 

 

     หลังจากที่เดินผ่านประตูเข้ามา แอร์เย็นๆ ก็พัดเข้ามาดับร้อนจากด้านนอก พยาบาลสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ก็ทักทายผมขึ้นมาอย่างเป็นกันเอง

 

 

     “อ้าว! สวัสดีค่ะ มารับน้องใช่ไหมเอ่ย”

 

 

     “ใช่ครับ” ผมพยักหน้าเบาๆ เธอเดินไปส่วนด้านหลังและไม่นานก็มีผู้ชายส่วมเสื้อกาวน์ตัวยาวตามออกมา ผมคิดในใจว่าเขาไม่ร้อนหรือยังไง แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...ก็เขาเป็นหมอนี่นะ

 

 

     เขาเป็นคนตัวสูง สูงกว่าผมไปเยอะอยู่ แถมตัวใหญ่กว่าผมด้วยนิดหน่อย ผมสีดำที่ถูกเซ็ทไว้อย่างเป็นธรรมชาติ ในมือหิ้วตะกร้าที่มีฝาปิดสีฟ้าอ่อนมาด้วย

 

 

     “สวัสดีครับ น้องหายดีแล้วนะ” เขาพูดพร้อมวางตะกร้าสีฟ้าอ่อนลงบนเคาน์เตอร์ที่สูงเลยเอวผมมานิดหน่อย

 

 

     “ขอบคุณมากครับ”

 

 

     “ยินดีครับ” เขาฉีกยิ้มให้ผม เขาสั่งยาบางอย่างกับพยาบาลคนเดิม เธอรับคำและเดินไปเตรียมของในห้องด้านหลัง ทำให้ตอนนี้เหลือผมกับคุณหมอและเจ้าแมวตัวเล็กในตะกร้าสีฟ้า

 

 

     “ไหน...สวัสดีเจ้าตัวเล็ก” ผมเปิดตะกร้าและอุ้มเจ้าแมวออกมา มันเอาหัวเล็กๆ มาถูกมือผมเบาๆ ขนนุ่มๆ ทำให้ผมรู้สึกจั๊กจี้นิดหน่อยเลยเผลอหลุดหัวเราะออกมา

 

 

     มันเป็นลูกแมวพันธุ์แร็คดอลสีขาวเทาที่ผมบังเอิญไปเจอมันอยู่ในกล่องกระดาษเก่าๆ ข้างกองขยะเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ตอนแรกผมคิดว่าจะเดินผ่านแต่ได้ยินเสียงร้องก่อนเลยวนไปดู ผมเลยเก็บกลับมาด้วย

 

 

     ชคดีที่มีคลีนิคที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่ใกล้คอนโดผมเลยไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปในใจกลางเมือง และผมจึงเอามาให้คุณหมอช่วยตรวจ เขาบอกว่ามันบาดเจ็บนิดหน่อยที่ขาผมเลยเอามาฝากรักษาไว้ก่อน 

 

 

     ส่วนมากถ้าว่างจากการเรียนผมก็จะเข้ามาหาทุกวัน จนทำให้ผมรู้สึกสนิทกับพี่พยาบาลไปซะแล้ว เว้นแต่คุณหมอที่สลับกันมาสามคนตามช่วงเวลาซึ่ง บวกกับบางวันผมก็ไม่ได้มาช่วงเวลาเดียวกันเลยไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่

 

 

     “อ่า...น้องแข็งแรงขึ้นแล้วนะครับ แต่หมออยากให้ยาบำรุงไปด้วย เป็นยาน้ำ ช่วยป้อนน้องด้วยนะครับ” เสียงทุ้มนุ่มของคุณหมอดึงความสนใจผมไป

 

 

     ผมเงยหน้าจากแมวน้อยมามองหน้าเขา ทำให้ผมเห็นดวงตาสีเทาที่มีเสน่ห์ของเขาอย่างจัง แวปแรกผมไม่ได้คิดอะไร แต่สักพักผมก็คิดอะไรได้

 

 

     อ่า...ตาเขาเหมือนคนในฝันผมเลย

 

 

     “...จะพยายามนะครับ” ผมรับปากเสียงเบาหลังจากที่เลิกสนใจสีตาของเขา และผมก็เพิ่งเห็นว่าพี่พยาบาลเตรียมยาขวดเล็กใส่ถุงไว้ให้แล้ว

 

 

     ผมจัดการเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดผ่านบัตรเครดิต อย่าว่าผมเลยนะ...ทิ้งแมวไว้สองอาทิตย์เสียเงินเกือบเท่าค่าน้ำค่าไฟที่คอนโดสองเดือนเลยล่ะ

 

 

     “มาแล้วๆ รถติดนิดหน่อย ขอโทษที” เสียงเปิดประตูดังพร้อมกับเสียงคนมาใหม่ ชายในเสื้อยืดสีขาวเดินเข้ามาทักทายคุณหมอกับพี่พยาบาลก่อนจะหันมาทักทายผม เขาเป็นหมออีกคนที่ทำงานอยู่ที่นี่

 

 

     “ไม่เป็นไร แต่ถ้าช้ากว่านี้ฉันคงต้องหิวตายอยู่ตรงนี้แน่ๆ” คุณหมอในชุดกาวน์ตอบ เขาพูดคุยกันนิดหน่อย ผมที่กำลังอุ้มเจ้าตัวเล็กและเล่นกับมันอยู่ก็ได้แต่ฟังไปโดยที่ไม่ได้ตั้งใจมากนัก แต่ฟังดูเหมือนว่าพวกเขาจะเป็นเพื่อนสนิทกันเลยพูดจาแซะกันไปมาได้โดยที่ไม่มีฝ่ายไหนโกรธ  ผู้ชายที่เข้ามาใหม่หันมายิ้มให้ผมจางๆก่อนจะตบบ่าเพื่อนของเขาและเดินเข้าไปในห้องด้านใน

 

 

     ผมวางเจ้าแมวใส่ลงในตะกร้าเหมือนเดิมและเตรียมตัวจะออกไปจากคลีนิค

 

 

     “อ่า...ขอบคุณมากๆ นะครับ ผมขอ...” หันไปบอกลาพี่พยาบาลและกำลังจะหันไปบอกลาคุณหมอที่ยังคงยืนอยู่กับพวกเรา

 

 

     “คุณทานข้าวเที่ยงหรือยังครับ” ยังไม่ทันที่ผมจะได้บอกลาเขา เขาก็พูดขึ้นมาก่อนพร้อมกับถอดเสื้อกาวน์ออกมาวางบนเคาน์เตอร์ ผมอึกอักนิดหน่อยก่อนจะตอบกลับไป

 

 

     “ยัง...ครับ ทำไมหรอครับ”

 

 

     “ดีเลย ไปทานข้าวเป็นเพื่อนผมหน่อยสิครับ” เขาเท้าคางกับเคาน์เตอร์แล้วยิ้มให้ผม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมตาพร่าไปพักหนึ่งพร้อมกับมีความรู้สึกใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

 

     อ่า...เพราะฝันเมื่อคืนหรือเปล่าผมเลยรู้สึกแปลกๆ

 

 

     “นะครับ” เขากระพริบตาปริบส่งให้ผมเหมือนแมวตัวเล็กๆ แล้วผมจะปฏิเสธลงได้ยังไงล่ะ สุดท้ายมันก็เลยจบที่ผมพยักหน้าตกลง เราจึงเดินออกมานั่งร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่

 

 

     “ผมชื่ออีธาน วีลเลอร์ ขอบคุณที่มาทานอาหารเป็นเพื่อนนะครับ” คุณหมอที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยขึ้นมาหลังเราสั่งอาหารเสร็จแล้ว

 

 

     “ผมลินคอน วอร์เลน ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมแนะนำตัวเองบ้าง เขายังคงใช้ดวงตาสีเทามองมาที่ผมด้วยแววตาเหมือนในฝัน ทำเอาผมหน้าร้อนจนต้องทำทีไปสนใจเจ้าแมวตัวน้อยในตะกร้าแทน

 

 

     และจู่ๆ เขาก็พูดประโยคหนึ่งขึ้นมาทำเอาผมต้องเงยหน้ากลับไปมองเขาที่เท้าคางจ้องมองผมพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า

 

 

     “ได้เจอกันสักทีนะครับ คุณเจ้าของห้องตรงข้าม”

 

 

(Credit > https://www.pinterest.com/)

​------------------------------------------------------------------------------------------------------

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 มี.ค. 63 / 14:05


ผลงานอื่นๆ ของ แมวในความมืด

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น