ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 9 : แกลลอนที่ 4 (70%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 พ.ย. 59

เฮ้! หยุดเดี๋ยวนี้นะยายตัวแสบ เสียงตะโกนโกรธจัดที่ไล่ตามหลังหญิงสาวมาติดๆ หาได้ทำให้ลัลนาใส่ใจไม่ เมื่อบัดนี้เธอคิดแต่เพียงว่า...

จะหนีไปทางไหน ให้พ้นเงื้อมือของไอ้หน้าขาวดี?

แต่สิ่งนั้นกลับผิดแผกไปจากความนึกคิดของจิรเมธโดยสิ้นเชิง เพราะเจ้าตัวกำลังมุ่งมั่นตั้งใจเหลือเกินว่า

เขาจะต้องจับแม่ตัวดีมาลงโทษให้จงได้!’

สาวใต้วิ่งหนีลงมาบนผืนทรายร้อนระอุและสายลมคุกรุ่นจากทะเล ในยามที่แสงแดดแผดเผาเปรี้ยงๆ เช่นนี้ จึงส่งผลต่อร่างกายของหนุ่มนักเรียนนอกที่ไม่เคยต้องตกระกำลำบากให้ยิ่งเคลื่อนไหวได้อย่างทุลักทุเล จิรเมธเลยยิ่งพานออกอาการฉุนเฉียวแม่ตัวต้นเหตุแห่งความทุกข์ยากของเขาเข้าไปใหญ่

บอกไว้ก่อนเลยนะว่าถ้าฉันจับตัวเธอได้เมื่อไหร่ละก็ เธอตายแน่!” เขาเอ่ยคาดโทษต่อหล่อนเสียงขุ่น

แต่สาวแสบอย่างลัลนามีหรือจะกลัวกะอีแค่คำขู่จิ๊บจ๊อย นอกจากเธอจะไม่ชะลอความเร็วลงแล้ว หนำซ้ำยังคงตั้งหน้าตั้งตาเร่งฝีเท้าให้รวดเร็วปานเรือเหาะขึ้นเสียอีก ไม่คิดจะเหลือบมองคู่กรณีแม้แต่หางตา เป็นเหตุให้คนที่วิ่งตามมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ายิ่งพลันโกรธเกรี้ยวขึ้นอีกหลายเท่าตัว

จะเอาแบบนี้ใช่ไหม?... ได้!”

จิรเมธแปรเปลี่ยนความโกรธให้เป็นลูกฮึด พร้อมทั้งเร่งซอยเท้าเข้าไปให้ทันคู่ปรับของเขาอย่างสุดกำลัง เพียงแค่ไม่กี่ก้าว สองขายาวๆ ที่มีช่วงตัวได้เปรียบมากกว่าก็พุ่งพรวดเข้าประชิดติดตัวเจ้าหล่อนด้วยความรวดเร็ว ปลายมือหนาสามารถเอื้อมไปกระตุกแขนเล็กเรียวเอาไว้ได้ทันเฉียดฉิว ทำให้หญิงสาวที่วิ่งหนีเขาอย่างสุดชีวิตเกิดเสียหลักล้มลงไปพร้อมๆ กับร่างสูงใหญ่

ชายหนุ่มอาศัยช่วงชุลมุนรีบพลิกกายขึ้นคร่อมทับร่างบางให้อยู่ภายใต้อาณัติด้วยพละกำลังที่มีเหนือกว่า เพราะเกรงว่าถ้าขืนชักช้าขนาดหายใจเข้าออกแค่พรืดเดียวละก็ แม่ปูลมที่วิ่งเร็วปานลมกรดจะหนีเขาไปได้อีก

เสร็จฉันละ คนเป็นต่อร้องบอกอย่างนึกกระหยิ่ม จัดแจงจองจำสองมือสองไม้หยุกหยิกเป็นหนวดปลาหมึก ที่ปัดป่ายไปมาอย่างน่ารำคาญ ด้วยการตรึงมันเอาไว้ข้างๆ ศีรษะทุย

ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะนายหน้าขาว คนเสียท่าร้องแหว ออกแรงดิ้นรนอย่างหนักหน่วงให้หลุดพ้นจากบ่วงพันธนาการอับวาบหวิวที่อีกฝ่ายเป็นผู้สร้าง พวงแก้มนวลเนียนทั้งสองข้างก็พลันมีสีแดงผาดแต่งแต้มไปทั่ว ขัดเขินต่อระยะใกล้ชิดที่มากจนเกินควร

เรื่องอะไรล่ะ? ชายหนุ่มลอยหน้าบอกอย่างระรื่น

นายมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย ชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่า เมื่อประทุษร้ายเจ้าตัวไม่ได้ เธอเลยด่าทอเขาแทน

เฮอะ! แล้วยายปีศาจอย่างเธอมันน่าทำดีด้วยไหมล่ะ?

คนฟังย้อนกลับอย่างแสบสัน ไม่หลงเหลือความสุภาพอันใดให้แก่กัน ยังไงซะวันนี้เขาก็จะต้องเอาคืนแม่สาวร้ายกาจที่ริอ่านมาหลอกใช้กัน แถมยังทำให้เขาต้องพลอยเสียแรงเสียเวลามาวิ่งไล่จับเจ้าหล่อนเหมือนกับแมวไล่กวดหนูกลางแดดร้อนๆ เสียให้สมใจ

ปล่อยยย คนฮึดฮัดที่ถูกท่อนขาแข็งแรงคร่อมทับร่างเอาไว้จนแทบจะกระดิกตัวไม่ได้ตะโกนใส่หน้าอีกฝ่ายเสียงก้อง ทั้งโกรธทั้งอายที่เธอต้องมาตกอยู่ในสภาพล่อแหลมกับชายแปลกหน้าเช่นนี้

ฉันไม่ปล่อยเธอไปให้โง่หรอก!” จิรเมธโน้มใบหน้าต่ำลงมากระซิบบอกเธอเสียงนุ่ม แถมยังแกล้งระบายลมหายใจร้อนๆ เป่ารดดวงหน้าคมขำอย่างจงใจ ทำให้สาวผู้อ่อนด้อยประสบการณ์ยิ่งบังเกิดความปั่นป่วนรัญจวนใจเหลือคณา

อย่าให้ฉันหลุดไปได้นะ ไม่อย่างนั้นนายตายแน่!” ลัลนาพูดเสียงลอดไรฟันเสียจนหน้าดำหน้าแดง

กลัวตายละ ริมฝีปากหยักเชิดยิ้มยั่วกวนประสาท กว่าจะถึงตอนนั้น เธอคงถูกฉันสั่งสอนจนหมดแรงไปก่อนแล้วล่ะมั้งยายตัวแสบ!”

พูดจบก็ฉกใบหน้าคมคายลดต่ำลงมาอีก คนที่นอนอยู่ใต้ร่างในการกักกันของเขาถึงกับหลับตาปี๋ รีบสะบัดหน้าหนีด้วยความลุ้นระทึกจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น เกรงว่าใบหน้าคมคายจะไม่ยอมหยุดลงกลางคัน แล้วริมฝีปากหยักเชิดที่อยู่ห่างจากเธอแค่คืบก็จะทาบทับประกบริมฝีปากปากของเธอ

เธอแน่มากนะ ที่กล้ามากระตุกหนวดเสือคนอย่างฉันได้ แววตาขี้เล่นแปรผันเป็นลุกวาว

เสือที่ไหน ฉันเห็นมีแต่ลิงหน้าขาวเท่านั้นแหละ ลัลนาเอ่ยแดกดัน ทั้งที่ภายในจิตใจออกหวั่นๆ ต่อลมหายใจหอมสะอาดที่รวยรินเป่ารดใบหน้า

ปากคอเราะร้ายนักนะ ผิดแล้วยังไม่รู้จักสำนึกอีก

ฉันผิดอะไร อย่ามากล่าวหากันมั่วๆ นะ

เฮอะ! แล้วใครกันล่ะที่หลอกให้ฉันขับรถมาส่งตรงหาดนี่ แถมยังมีหน้ามาโกหกอีกว่าจะพาฉันไปส่งให้จนถึงหมู่บ้านเขากะหมอกด้วยน่ะ

ฉันไม่ได้โกหกสักหน่อย ก็บอกแล้วไงว่าขอไปทำธุระก่อน ฉันถึงจะพานายไปส่งหลังจากนั้น

ยังจะมาเถียงข้างๆ คูๆ อีกนะยายตัวแสบ เธอเห็นฉันโง่มากรึไง ถึงจะได้นั่งอยู่รอเธอเป็นวันๆ แบบนั้นน่ะฮึ!”

ลัลนาไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด ซ้ำเธอยังโบ้ยความผิดทั้งหมดไปให้คู่กรณีอีกต่างหาก เรื่องพลิกขาวให้กลายเป็นดำนั้นเธอถนัดนักเชียว

อ้าว! ก็นายไม่อยู่รอเองนี่นา แล้วจะมาโทษฉันได้ยังไงล่ะ เพราะฉะนั้นฉันสิควรจะเป็นฝ่ายโกรธนาย ไม่ใช่นายที่มาอาละวาดใส่ฉันแบบนี้

ยายผู้ร้ายปากแข็ง! ยังจะกล้าโยนว่าเป็นความผิดของฉันอีกนะ คนพูดแทบจะพ่นไฟออกจากปากได้เลยทีเดียว ก่อนเอ่ยต่อไปด้วยความเดือดดาลเป็นที่สุด ก็ถ้าเธอไม่ได้ทำผิด แล้วเธอวิ่งหนีฉันอย่างกับเห็นเจ้าหนี้ทำไม?

ลัลนาเบ้ปากไม่ยอมตอบ หันหน้าหนีได้กวนโทสะคนมองเป็นที่สุด เขาจึงได้กัดฟันกล่าวเสียงต่ำออกมาว่า

เด็กแสบอย่างเธอมันต้องถูกทำโทษเสียบ้าง จะได้รู้สำนึก!”

ใบหน้าแดงก่ำที่ชะโงกอยู่เหนือศีรษะของเธอ เป็นข้อสงสัยที่ลัลนาไม่อาจจะหาคำตอบได้เลยว่า...

มันเกิดจากฤทธาแห่งความขึ้งโกรธ หรือ เป็นผลมาจากแสงแดดแรงกล้ากันแน่!!!

แต่ที่รู้ชัดๆ ก็คือ มันกำลังทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่เจ้าตัวก็มิได้มีสีหน้าบูดบึ้งเป็นยักษ์เป็นมารเสียหน่อย กลับกันนายหน้าขาวเอาแต่ยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มเย็นยะเยือกที่สั่นสะท้านเข้าไปถึงสุดขั้วหัวใจเธอเลยทีเดียว

สัญญาณเตือนภัยในกายของลัลนาเริ่มร้องดังระงม ให้หญิงสาวหาทางขจัดวิกฤตเลวร้ายเป็นการด่วน เพราะถ้าอีกฝ่ายเกิดโมโหจนหน้ามืดขึ้นมาละก็ เขาอาจจะลงไม้ลงมือทำร้ายตัวเธอก็เป็นได้ แล้วเรี่ยวแรงอันน้อยนิดของเธอก็คงไม่สามารถทัดทานชายหนุ่มได้อย่างแน่นอน!

และเพื่อไม่ให้เรื่องร้ายเกิดขึ้น ลัลนาจึงเลิกต่อปากต่อคำ แล้วรีบคิดหาทางเอาตัวรอดแทนเสียจะดีกว่า

ดวงตาคมโตพยายามสอดส่องเหลียวซ้ายแลขวามองหาตัวช่วยไปทั่วบริเวณ เผื่อว่าบางทีอาจจะมีคนบังเอิญเดินผ่านมาบ้าง แต่ชายหาดละแวกนี้เป็นหาดส่วนบุคคล จึงค่อนข้างจะเงียบสงบและไร้ผู้คนพลุกพล่าน สาวใต้จึงมองไม่เห็นใครแม้แต่คนเดียวที่จะพอเข้ามาช่วยเหลือเธอได้ มิหนำซ้ำไอความร้อนจากพื้นผิวทรายที่แนบนาบร่างกายของเธออยู่ในตอนนี้ ก็เริ่มคืบคลานลุกลามแทรกซึมเข้าสู่ผิวกายอันละเอียดลออ ทำให้หญิงสาวรู้สึกแสบร้อนไปทั่วทั้งแผ่นหลัง

แต่...คนที่หยิ่งในศักดิ์ศรียิ่งชีพเช่นเธอ มีหรือจะยอมออกปากร้องขอความเห็นใจแก่ผู้ใด!

ไม่มีทางซะละ!!!

พลันแผนการบางอย่างก็แวบขึ้นมาในสมองของแม่สาวหัวแหลมที่กำลังหาทางเอาตัวรอดสุดชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วน ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างเสี่ยงอยู่มากก็ตามที แต่ด้วยสภาวการณ์อันตรายที่เธอต้องเผชิญอยู่ ทำให้ลัลนาจำต้องรีบลงมือทำตามความคิดดังกล่าวโดยไม่ลังเล!

อ๊ะ! คุณคะ ช่วยฉันด้วย ช่วยด้วยค่ะ

ใบหน้าตื่นตระหนกเปลี่ยนเป็นความดีใจเข้ามาแทน ราวกับกำลังมีฮีโร่เหาะมาช่วยนางเอกอย่างเธอเสียกระนั้น เล่นเอาจิรเมธทำตาโตออกอาการตกใจ ต้องรีบปล่อยมือและเหลียวไปมองยังด้านหลังทันควันราวกับหลงเชื่อ ก่อนจะหันกลับมาแล้วพูดเย้ย

หึๆ อย่าเอาลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้มาใช้กับฉันหน่อยเลย มันไม่ได้ผลหรอกยายหนูน้อย

คนที่ควรจะเป็นฝ่ายเสียท่ายึดตรึงแขนของเหยื่อสาวที่กำลังจะเคลื่อนไหวเอาไว้อีกครั้งอย่างแน่นหนา ถึงเขาจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่ก็ไม่ลืมระแวดระวังพิษสงและแอบจับตาดูยายตัวร้ายอยู่ตลอดเวลาเพราะล่วงรู้ว่าทันทีว่า ปฏิกิริยาที่อีกฝ่ายรีบกระวีกระวาดแสดงท่าทางดีใจซะจนเว่อร์ ทั้งๆ ที่เขาก็ยังไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าหรือเห็นผู้ใดเดินผ่านไปผ่านมาเลยสักคน มันเป็นกลลวงของสาวแสบแน่นอน!

ฤทธิ์เดชของเจ้าหล่อนที่เขาต้องผจญด้วยนั้น ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว!

สาวเจ้าเล่ห์ที่หลอกล่อเจ้าตัวไม่สำเร็จจึงได้แต่เม้มปากแน่นด้วยความขัดใจ ที่พ่อหนุ่มเมืองกรุงไม่ยอมเสียรู้เธออีกคราว พลางครุ่นคิดอยู่ในใจต่อไปว่า

เมื่อใช้แผนเอไม่ได้ผล งั้นก็เจอแผนบีหน่อยเป็นไง... นายหน้าขาว!’

นี่แน่ะ!” ช่วงเวลาที่ชายหนุ่มเอาแต่โม้ถึงความเก่งกาจของตน ลัลนาอาศัยช่วงทีเผลอปาเม็ดทรายที่เธอแอบกำเอาไว้เข้าใส่คู่อริด้วยความรวดเร็ว

โอ๊ย!!!” คนที่ไม่ทันตั้งตัวรับเอาเม็ดกรวดเม็ดทรายหยาบกระด้างเข้าไปเสียเต็มเปาทั้งปากทั้งจมูก โดยเฉพาะดวงตา ทำเอาเขาถึงกับระคายเคืองเสียจนลืมตาไม่ขึ้น สองมือที่เกาะกุมร่างบางเอาไว้จึงผละออกมาขยี้ตาและปัดเศษฝุ่นให้พ้นไปจากใบหน้าของเขาแทน เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ลัลนารีบรวบรวมพลังกายทั้งหมดผลักอีกฝ่ายให้ล้มกลิ้งนอนหงายอย่างไม่เป็นท่าอยู่ทางด้านข้าง ก่อนที่เธอจะรีบเผ่นหนีไปอยู่ในระยะปลอดภัย

หนอยยายตัวแสบ!” จิรเมธคำรามลั่นด้วยความเจ็บใจ พยายามตะเกียกตะกายรีบลุกขึ้นยืนโดยเร็วไว ทั้งที่ยังไม่สามารถลืมตาขึ้นได้

เป็นยังไงบ้างล่ะพี่ชาย เมื่อกี้ยังเรียกฉันว่าหนูน้อยอยู่เลย ตอนนี้ไม่มีแรงจะเดินแล้วเหรอ? ลัลนายิ้มเยาะย่างตลกขบขัน เมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่หลับหูหลับตาเดินปัดป่ายคลำหาตัวเธออย่างกะคนหูหนวกตาบอด

ถ้าฉันจับตัวเธอได้เมื่อไหร่ละก็ เธอโดนเชือดแน่

เชอะ! จะมาจับฉันน่ะ ลืมตาให้ขึ้นซะก่อนเถอะนายหน้าขาว ฮะฮ่าๆคนฟังร้องท้าเหยงๆ พลางมองดูอีกฝ่ายด้วยความสมเพช

แต่เดี๋ยวก่อน...การแก้เผ็ดเพียงแค่นี้มันยังไม่สาแก่ใจเธอนัก

ลัลนาจึงเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอีกสักหน่อย เพื่อสาดซัดถ้อยคำปรามาสให้สองหูของเขาได้ยินจะจะอ่างนึกย่ามใจ

เป็นไงล่ะเจอฤทธิ์ฉันเข้าไป ถึงกับซ่าไม่ออกไปเลยเหรอ?

สาวแสบเอ่ยล้อเลียนเขาอย่างสนุกสนาน โดยคาดคิดผิดถนัดอย่างใหญ่หลวง ไม่รู้ว่าบัดนี้คนตาบอดเริ่มจะปรือตาสามารถมองเห็นทุกสิ่งได้ลางๆ ขึ้นมาบ้างแล้ว จิรเมธเพียรสะกดกลั้นอารมณ์เดือดดาลเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะมุ่งหวังเพียงแค่อย่างเดียวว่า

ขอให้หล่อนเกิดความชะล่าใจ

แล้วหลังจากนั้น... เขาถึงจะจัดการสำเร็จโทษเหยื่อสาวด้วยความโง่เขลาของเจ้าตัว

ไหนนะคนเก่งที่ว่าจะจับฉันอยู่หยกๆ หายไปไหนซะแล้วล่ะ?

คนเยาะเย้ยเห็นเขาเงียบกริบก็ยิ่งได้ใจ ขยับเดินเข้าไปใกล้คนขี้แพ้อีกนิด ตั้งใจจดจำสภาพอันน่าทุเรศของอีกฝ่ายให้เต็มตา เผื่อว่าวันหนึ่งเกิดบังเอิญโลกกลม ทำให้เขาและเธอได้กลับมาพบเจอกันอีกคราว หญิงสาวจะได้ขุดคุ้ยยกเรื่องอันน่าอับอายนี้ขึ้นมาเย้ยหยันเขา

จิรเมธเห็นเหยื่อสาวตรงเข้ามาประชิดตัวกันถึงขนาดนี้ หากเขาไม่สนองความแสบสันของเจ้าหล่อนคืนไปซะบ้าง คงจะเป็นการเสียมารยาทมิใช่น้อย ชายหนุ่มจึงจัดการตะปบท่อนแขนเรียวเอาไว้แน่นด้วยความว่องไว เล่นสาวแสบที่กำลังลอยหน้าลอยตายียวนเจ้าตัวอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง

ว้าย!” ร่างบางส่งเสียงร้องตะโกน เมื่อถูกมือหนาใหญ่กระชากเข้าประกบติดชิดเรือนกายกำยำ

คนเก่งที่เธอว่าก็อยู่ตรงนี้ไงละ เขากัดฟันกล่าวด้วยรอยยิ้มหวาดหยด พลางลืมตามองหล่อนให้ถนัดถนี่ สองแขนอันแข็งแรงก็โอบตวัดรัดรอบเอวบางไว้อย่างแนบแน่น เป็นผลให้แม่สาวอรชรตกอยู่ในพันธนาการของเขาอีกครั้ง

การกักกันคราวนี้ ช่างเป็นความทรมานทั้งทางกายและจิตใจอย่างยิ่งยวดสำหรับสาวน้อยผู้ไร้ราคีมัวหมอง เพราะนอกจากเธอจะต้องรู้สึกเจ็บแค้นในความโง่เง่าของตน จนเป็นเหตุให้เสียท่าเขาแล้ว ลัลนายังต้องฝืนทนมิให้ร่างกายสั่นไหวไปกับสัมผัสอันอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวกายของคนตัวสูงอีกด้วย

ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไอ้คนบ้ากาม!”

สาวตาคมตะโกนก้องด้วยใบหน้าแดงซ่าน เพียรขยับกายไปมา เพื่อให้เกิดช่องว่างพอที่จะทำให้เธอสามารถสะบัดเขาหลุดออกไปได้ แต่ไม่ว่าจะพยายามดิ้นขลุกขลักสักเพียงใด สรีระของเธอและเขากลับยิ่งบดเบียดเสียดสีกันมากขึ้น ทุกครั้งที่หญิงสาวบิดตัว ชายหนุ่มก็จะบีบรัดอ้อมแขนให้แน่นแฟ้นเข้าไปอีก ยิ่งลัลนาออกแรงผลักไสให้หลุดออกจากการจองจำอันแสนวาบหวิวมากเท่าใด จิรเมธก็จะยิ่งซุกซบดวงหน้าลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่นหรือไม่ก็แถวริมหูผุดผ่องของเธอ จนสาวน้อยสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวราวกับถูกไฟสุมมากขึ้นเท่านั้น

อืม... ไม่น่าเชื่อว่าเด็กบ้านนอกอย่างเธอจะตัวหอมเหมือนกันแฮะเขาพึมพำอย่างพอใจ

คนที่ได้ยินคำหยอกเอินสองแง่สองง่ามยิ่งพลันเกิดอาการขนลุกซู่ไปทั้งตัว ส่งเสียงขู่ฟ่อตามสัญชาติญาณ

ปล่อยฉันนะไอ้บ้า ไม่อย่างนั้นนายได้เจอดียิ่งกว่าเมื่อกี้นี้แน่!”

ทำไมฉันต้องเชื่อเธอด้วยล่ะ ในเมื่อฉันเจออะไรดีๆ ที่น่าสนใจมากกว่าการปล่อยเธอไปตั้งเยอะ

ฉันเตือนนายแล้วนะ ถ้าอยากลองดีนักละก็ เดี๋ยวแม่จะจัดหนักให้เต็มคราบเลย

ลัลนาแค่นเสียงบอกเขา ก่อนจะอ้าปากงับหัวไหล่ของชายหนุ่มอย่างสุดแรงเกิดทันที

อ้ากกก!!!” เสียงร้องโหยหวนบ่งบอกถึงความเจ็บปวดของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดีว่า

เจ้าหล่อนกัดเขาซะจมเขี้ยวขนาดไหน!?

จิรเมธรีบปล่อยมือจากเอวบางทันควัน แล้วหันมาดันสองไหล่มนของเธอให้ห่างออกจากตัว คืนอิสรภาพให้แก่บ่าของเขาที่ถูกประทุษร้ายได้บรรเทาความเจ็บปวดลงบ้าง ซึ่งมันก็ต้องแลกมาด้วย รอยห้อเลือด บนผิวขาวสะอาดสะอ้านเช่นกัน

โอ๊ย! ยายบ้า ฟันคมยังกะหมาไม่มีผิด คนตัวสูงบริภาษหล่อนเสียงเขียว ก้มลงมองดูหัวไหล่ของตน ก่อนจะได้เห็นรอยฟันซึ่งปรากฏขึ้นพร้อมของเหลวสีแดงที่ซึมออกมาซิบๆ ด้วยความตกใจ

เลือดออกเลย! เล่นแรงนักนะยายตัวแสบ

จิรเมธจ้องหน้าคนผิดเขม็ง แล้วสาวเท้าย่างสามขุมเข้าไปหา หมายจะจับตัวคนที่ฝากรอยรักแก่เขาให้มารับโทษจนเข็ดหลาบ แต่โชคดันไม่เข้าข้างเขาสักเท่าไร มือหนายังไม่ทันจะแตะตัวหล่อนแม้แต่ปลายก้อย คนรู้ทันที่คอยระวังตัวอยู่ตลอดก็ยกเท้าขึ้นเตะหน้าแข้งของเขาให้ยิ่งเจ็บหนักกว่าเดิม

อะ... โอ๊ย!” คนเสียทีเลยต้องเปล่งเสียงร้องโอดโอยติดๆ กัน ซ้ำยังต้องยืนสะบัดเท้าเร่าๆ ด้วยความปวดหนึบที่รุมเร้าเสียด้วย

สมน้ำหน้า สาวรองบ่อนที่กลายเป็นฝ่ายมีชัยไม่ลืมมอบคำกล่าวโดยนัยยะว่า ดาบนั้นคืนสนองกลับไปให้อริบ้าง

หนอย! ยายตัวดี ซ่าไม่เลิกใช่ไหม? คนฟังเพียรข่มความเจ็บจี๊ด ก้าวขาโขยกเขยกหมายจะจับหญิงสาวตาคมให้ได้อีกครั้ง แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้เขาเคลื่อนไหวได้ล่าช้ากว่าสาวเจ้าถิ่นอยู่หลายขุม ซ้ำร้ายคราวนี้เขายังถูกลูกถีบพิฆาตจากหล่อนยันท้องน้อยเข้าให้เต็มรักอีกต่างหาก

โครม!

คนที่เดินไม่ค่อยจะไหวเลยถึงกับหงายหลังล้มตึงลงไปกองอยู่บนพื้นทรายอย่างหมดท่า

โอ๊ย!” เสียงห้าวทุ้มร้องขึ้นอีกระลอกด้วยความเจ็บปนความโกรธ

ไก่อ่อน!” ลัลนาซ้ำเติมเจ้าตัวด้วยความสะใจ ทีหน้าทีหลังถ้าคิดจะหาเรื่องใครอีกละก็ หัดไปสืบประวัติของเขาซะด้วยนะ จะได้ไม่ต้องมานอนเจ็บตัวหมดสภาพแบบนี้ คิกๆ

สาวแสบยืนดูผลงานของเธออย่างสาสมใจ แล้วอาศัยจังหวะที่ชายหนุ่มยังคงนอนเจ็บอยู่ตรงนั้นวิ่งปรูดหนีไปแบบไม่ทิ้งฝุ่น เพราะหากยังขืนมัวโอ้เอ้ยืนด่าทอเขาอยู่ต่อไปละก็ ผลกรรมอาจจะตกมาที่ตัวของเธอเสียเอง ถ้านายหน้าขาวเกิดลุกขึ้นยืนหยัดได้อีกครั้ง

คนที่นอนเจ็บจุกร้าวระบมไปทั้งตัวได้แต่ฝากรอยอาฆาตผ่านทางสายตาพุ่งตรงไปยังแผ่นหลังบาง ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ก่อนที่เขาจะค่อยๆ พยุงกายขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ใช้มือนวดคลึงบริเวณร่างกายที่ถูกทำร้ายให้คลายความเจ็บปวดอยู่สักครู่ จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินเขย่งขาออกจากชายหาดข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม เพื่อหาซื้อหยูกยามาทำแผลและหาน้ำหาท่ามาชะล้างใบหน้าให้สะอาดสะอ้านโดยไวที่สุด

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

พระ-นางคู่นี้เขารักกันดุเดือดเลือดพล่านดีมั้ยคะ

นี่แค่ออเดิร์ฟเท่านั้นนะ ของจริงสายเเข็งยังมีมาเสิร์ฟกันอีกหลายตอนเลย

แต่ใช่ว่าจะรักกันตุ้บตั้บอย่างเดียว ซีนหวานก็มานะจ๊ะ

งานนี้ร้องเพลงรอเตรียมจิกฟินกันได้เลยค่า

ไว้มาต่อตอนน้านะคะ


ส่วนใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ อิอิ


ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น